ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ผ่าตัดทอนซิลและอะดีนอยด์

ผ่าตัดทอนซิลและอะดีนอยด์ (Tonsil and adenoid removal) คือการนำต่อมทอนซิลที่อยู่สองข้างของคอและต่อมอะดีนอยด์ที่อยู่หลังโพรงจมูกออก เพื่อลดการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับหรือจัดการการติดเชื้อที่เกิดซ้ำและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น การผ่าตัดไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แพทย์หู คอ จมูกจะพิจารณาจากอาการ ความถี่ของการติดเชื้อ การหายใจขณะหลับ และสุขภาพโดยรวม

ประเด็นสำคัญ

  • เหตุผลหลักของการผ่าตัดคือ ต่อมโตจนรบกวนการหายใจหรือการนอน และการอักเสบติดเชื้อที่เกิดซ้ำหรือเรื้อรัง การกรนเพียงอย่างเดียวยังไม่ยืนยันว่าต้องผ่าตัด
  • การผ่าตัดทำผ่านทางปากภายใต้ยาสลบ จึงไม่มีแผลภายนอก โดยทั่วไปอาจกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ต้องเฝ้าระวังทางเดินหายใจอาจต้องนอนโรงพยาบาล
  • หลังตัดทอนซิลมักเจ็บคอและกลืนลำบากประมาณ 1-2 สัปดาห์ ภาวะที่ต้องระวังที่สุดคือเลือดสดออกจากปากหรือจมูก หายใจลำบาก และดื่มไม่ได้จนขาดน้ำ

ผ่าตัดทอนซิลและอะดีนอยด์ คืออะไร

ต่อมทอนซิลเป็นก้อนเนื้อเยื่อน้ำเหลืองสองข้างบริเวณด้านหลังลำคอ ส่วนต่อมอะดีนอยด์เป็นเนื้อเยื่อชนิดใกล้เคียงกัน อยู่สูงขึ้นไปด้านหลังโพรงจมูก จึงมองไม่เห็นเมื่ออ้าปากตามปกติ ต่อมทั้งสองมีส่วนช่วยระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในวัยเด็ก แต่สามารถโต อักเสบ หรือติดเชื้อจนก่อปัญหาได้ (health.mountsinai.org)

การผ่าตัดอาจประกอบด้วยอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำพร้อมกัน ได้แก่

  • การตัดต่อมทอนซิล นำต่อมทอนซิลออกทั้งหมด หรือเอาออกบางส่วนตามข้อบ่งชี้และเทคนิคที่ศัลยแพทย์เลือก
  • การตัดต่อมอะดีนอยด์ นำเนื้อเยื่ออะดีนอยด์หลังโพรงจมูกออก
  • การตัดทั้งสองต่อมพร้อมกัน มักพิจารณาเมื่อเนื้อเยื่อทั้งสองตำแหน่งมีส่วนทำให้ทางเดินหายใจแคบ หรือมีปัญหาติดเชื้อร่วมกัน

การผ่าตัดทำผ่านทางปาก ไม่มีแผลผ่าตัดที่ผิวหนัง ศัลยแพทย์สามารถใช้เครื่องมือหลายชนิดเพื่อตัดเนื้อเยื่อและห้ามเลือด เช่น เครื่องมือผ่าตัดทั่วไป พลังงานความร้อน คลื่นวิทยุ หรืออุปกรณ์ที่ตัดเนื้อเยื่อออกทีละส่วน วิธีที่เหมาะสมขึ้นกับอายุ ขนาดของต่อม เหตุผลที่ผ่าตัด ความเสี่ยงเลือดออก และประสบการณ์ของทีมผ่าตัด

เป้าหมายของการผ่าตัดขึ้นกับสาเหตุ หากต่อมโตจนกีดขวางทางเดินหายใจ เป้าหมายคือเพิ่มพื้นที่ให้อากาศผ่านและลดปัญหาการหายใจขณะหลับ หากมีการติดเชื้อซ้ำ เป้าหมายคือทำให้การติดเชื้อและอาการเจ็บคอเกิดน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าหลังผ่าตัดจะไม่มีอาการเจ็บคอหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจอีกเลย

การนำต่อมเหล่านี้ออกไม่ได้ทำให้ร่างกายหมดภูมิคุ้มกัน เพราะยังมีเนื้อเยื่อน้ำเหลืองส่วนอื่นทำหน้าที่อยู่ อย่างไรก็ตาม แพทย์จะไม่แนะนำให้ผ่าตัดเพียงเพราะต่อมดูใหญ่ แต่จะพิจารณาว่าขนาดหรือการอักเสบนั้นทำให้เกิดผลกระทบที่ชัดเจนหรือไม่

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด

การผ่าตัดมักพิจารณาในผู้ที่มีปัญหาต่อไปนี้

1. หายใจผิดปกติขณะหลับจากทางเดินหายใจอุดกั้น

อาการที่พบได้ ได้แก่ กรนเสียงดังเป็นประจำ หายใจทางปาก หลับกระสับกระส่าย มีช่วงหยุดหายใจหรือสะดุ้งเฮือก และตื่นมาไม่สดชื่น ในเด็กอาจพบง่วงผิดปกติ สมาธิลดลง พฤติกรรมเปลี่ยน ปัสสาวะรดที่นอน หรือการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามคาด ต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ที่โตเป็นสาเหตุหนึ่งของการอุดกั้นในเด็ก (Mayo Clinic)

แพทย์จะซักอาการ ตรวจคอและจมูก และอาจพิจารณาตรวจการนอนหลับในบางราย โดยเฉพาะเมื่ออาการกับผลตรวจไม่สอดคล้องกัน มีโรคร่วม หรือจำเป็นต้องประเมินความรุนแรงก่อนเลือกวิธีรักษา

2. ต่อมทอนซิลอักเสบซ้ำหรือเรื้อรัง

การเจ็บคอหลายครั้งไม่ได้แปลว่าต้องตัดทอนซิลทันที แพทย์จะดูจำนวนครั้งในแต่ละปี ความรุนแรง ผลตรวจประกอบ การขาดเรียนหรือขาดงาน และการตอบสนองต่อการรักษา เกณฑ์อ้างอิงสากลบางแห่งพิจารณาการอักเสบที่บันทึกได้อย่างน้อย 7 ครั้งในหนึ่งปี หรืออย่างน้อย 5 ครั้งต่อปีต่อเนื่องสองปี หรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อปีต่อเนื่องสามปี แต่เกณฑ์นี้ไม่ใช่คำสั่งว่าทุกคนต้องผ่าตัด และแพทย์ต้องพิจารณาบริบทของแต่ละคนด้วย (Mayo Clinic)

3. การติดเชื้อหรือฝีรอบทอนซิลที่รักษายาก

ผู้ที่มีฝีรอบต่อมทอนซิล เกิดซ้ำ หรือไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาและระบายหนอง อาจได้รับการพิจารณาผ่าตัด ทั้งเวลาและวิธีผ่าตัดขึ้นกับว่ากำลังอยู่ในระยะติดเชื้อเฉียบพลันหรือไม่

4. ต่อมโตจนมีปัญหาการกลืนหรือทางเดินหายใจ

ต่อมที่โตมากอาจทำให้กลืนลำบาก รับประทานอาหารช้า สำลัก หรือรู้สึกว่าทางเดินหายใจแคบ แพทย์ต้องแยกจากโรคของจมูก ช่องปาก กล่องเสียง และระบบประสาทก่อนสรุปว่าต่อมเป็นสาเหตุหลัก

5. ความผิดปกติอื่นที่ต้องตรวจเนื้อเยื่อ

ต่อมทอนซิลที่โตไม่เท่ากันอย่างชัดเจน มีแผล ก้อน เลือดออกผิดปกติ หรือลักษณะที่แพทย์สงสัยโรคอื่น อาจเป็นเหตุให้ต้องนำเนื้อเยื่อออกตรวจ กรณีนี้พบไม่บ่อยและแนวทางรักษาแตกต่างจากการผ่าตัดเพราะกรนหรือติดเชื้อทั่วไป

ใครอาจยังไม่ควรผ่าตัด หรือควรเลื่อนก่อน

การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบในกรณีต่อไปนี้

  • กรนเป็นครั้งคราวเฉพาะช่วงเป็นหวัด โดยไม่มีภาวะหยุดหายใจหรือผลกระทบระหว่างวัน
  • เจ็บคอไม่บ่อย อาการไม่รุนแรง หรือยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นทอนซิลอักเสบซ้ำ
  • อาการเกิดจากภูมิแพ้จมูก จมูกอักเสบ น้ำหนักเกิน โครงสร้างใบหน้า หรือสาเหตุอื่นที่ต้องรักษาควบคู่กัน
  • กำลังมีไข้ การติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ไอมาก หรือสุขภาพไม่พร้อมรับยาสลบ ซึ่งอาจต้องเลื่อนผ่าตัด
  • มีปัญหาเลือดออกง่าย เกล็ดเลือดต่ำ หรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดที่ยังไม่ได้ประเมินและควบคุม
  • มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือภาวะทางเดินหายใจที่ยังควบคุมไม่ดี
  • มีภาวะเพดานโหว่หรือความผิดปกติของเพดานอ่อนบางชนิด การตัดอะดีนอยด์อาจกระทบการปิดกั้นระหว่างช่องปากกับจมูก จึงต้องวางแผนเป็นรายบุคคล

ข้อห้ามหลายอย่างเป็นเพียงเหตุให้เลื่อนหรือปรับแผน ไม่ได้หมายความว่าจะผ่าตัดไม่ได้ตลอดไป ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะตัดสินจากประโยชน์เทียบกับความเสี่ยงของแต่ละคน

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

แจ้งข้อมูลสุขภาพให้ครบ

บอกทีมรักษาเกี่ยวกับโรคประจำตัว การแพ้ยา การแพ้อาหาร ประวัติเลือดออกง่าย ช้ำง่าย เลือดกำเดาไหลบ่อย และประวัติคนในครอบครัวที่เคยมีปัญหาจากยาสลบหรือเลือดหยุดยาก รวมถึงแจ้งหากกำลังมีไข้ ไอ มีน้ำมูก หายใจมีเสียง หรือเพิ่งสัมผัสผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (Mayo Clinic)

นำรายชื่อยาทั้งหมดไปด้วย รวมถึง

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยาเบาหวานและอินซูลิน
  • ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบบางชนิด
  • ยาสมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
  • ยาที่ซื้อรับประทานเองโดยไม่มีใบสั่งยา

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง เพราะการหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือยาโรคประจำตัวผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือดอุดตัน หรือระดับน้ำตาลผิดปกติ ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะระบุเวลาที่เหมาะกับยาแต่ละชนิด

การตรวจที่อาจจำเป็น

ก่อนผ่าตัด แพทย์จะตรวจคอ จมูก ช่องปาก ฟังหัวใจและปอด และทบทวนเหตุผลที่ต้องผ่าตัด อาจตรวจเลือดหรือสั่งการตรวจอื่นตามอายุ โรคประจำตัว ประวัติเลือดออก และแนวทางของสถานพยาบาล ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจเหมือนกัน

หากผ่าตัดเพราะสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์อาจขอข้อมูลวิดีโอขณะนอน แบบประเมินอาการ หรือการตรวจการนอนหลับในบางราย ผลตรวจช่วยประเมินความรุนแรงและวางแผนว่าจะกลับบ้านวันเดียวกันได้หรือควรเฝ้าดูในโรงพยาบาล

งดอาหารและเครื่องดื่มตามคำสั่ง

การผ่าตัดใช้ยาสลบ จึงต้องงดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารไหลย้อนเข้าสู่ปอด ระยะเวลางดขึ้นกับอายุ ชนิดอาหาร เครื่องดื่ม และเวลาผ่าตัด ให้ทำตามคำสั่งของสถานพยาบาลโดยตรง ไม่ควรใช้เวลางดจากประสบการณ์ผ่าตัดครั้งก่อนแทนคำสั่งครั้งนี้

หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัย

สิ่งที่ควรนำไป

  • บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา และเอกสารนัด
  • รายชื่อยาและข้อมูลการแพ้ยา
  • ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางการแพทย์ที่สถานพยาบาลขอ
  • เสื้อผ้าหลวมและของใช้จำเป็นหากมีโอกาสนอนโรงพยาบาล
  • ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและช่วยดูแลในช่วงแรก

อธิบายให้เด็กเข้าใจด้วยถ้อยคำสั้นและตรงตามวัย เช่น แพทย์จะช่วยให้หายใจหรือหลับได้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการสัญญาว่าจะไม่เจ็บเลย แต่บอกว่าจะมียาช่วยบรรเทาอาการและผู้ปกครองจะอยู่ดูแลหลังตื่น

ขั้นตอนการผ่าตัด

ขั้นตอนจริงอาจแตกต่างตามว่าจะตัดทอนซิล อะดีนอยด์ หรือทั้งสองอย่าง แต่โดยทั่วไปเป็นดังนี้

  • ยืนยันตัวบุคคลและแผนผ่าตัด

ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา เวลารับประทานอาหารครั้งสุดท้าย และหัตถการที่จะทำ ผู้ปกครองต้องลงนามยินยอมแทนเด็กตามเกณฑ์ของสถานพยาบาล

  • ให้ยาสลบ

วิสัญญีแพทย์หรือทีมวิสัญญีให้ยาจนผู้รับการผ่าตัดหลับ ไม่รู้สึกตัว และไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ พร้อมติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และระดับออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง (Cleveland Clinic)

  • เปิดช่องปากด้วยเครื่องมือ

ศัลยแพทย์เข้าถึงต่อมผ่านทางปาก จึงไม่ต้องกรีดผิวหนังบริเวณคอ

  • นำต่อมทอนซิลออก

ศัลยแพทย์แยกต่อมออกจากเนื้อเยื่อรอบข้าง อาจนำออกทั้งหมดหรือบางส่วนตามแผน เครื่องมือที่ใช้แตกต่างกันได้ เช่น เครื่องมือผ่าตัด เครื่องมือให้ความร้อน หรืออุปกรณ์ที่ใช้พลังงานเพื่อช่วยตัดและห้ามเลือด

  • นำต่อมอะดีนอยด์ออก

ศัลยแพทย์เข้าถึงบริเวณหลังโพรงจมูกผ่านทางปาก แล้วเอาเนื้อเยื่อที่อุดกั้นออก โดยระวังโครงสร้างใกล้เคียง เช่น ช่องเปิดของท่อที่เชื่อมคอกับหูชั้นกลาง

  • ตรวจและห้ามเลือด

ทีมผ่าตัดตรวจบริเวณแผลอย่างละเอียดก่อนนำเครื่องมือออก โดยทั่วไปแผลในคอไม่ต้องเย็บแบบแผลผิวหนัง

  • เฝ้าดูในห้องพักฟื้น

หลังหยุดยาสลบ ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้น ทีมรักษาติดตามทางเดินหายใจ เลือดออก อาการคลื่นไส้ และความสามารถในการดื่ม เมื่อรู้สึกตัวดี หายใจได้เหมาะสม และไม่มีภาวะแทรกซ้อน จึงพิจารณากลับบ้านหรือย้ายเข้าหอผู้ป่วย

หลังผ่าตัดอาจพบคราบขาวหรือเหลืองตรงแผล กลิ่นปาก เจ็บคอ เจ็บร้าวไปหู ลิ้นหรือเพดานอ่อนบวม และรู้สึกเหมือนมีสิ่งติดอยู่ในคอ อาการเหล่านี้พบได้ระหว่างแผลกำลังสมานและไม่จำเป็นต้องหมายถึงแผลติดเชื้อ

ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวการผ่าตัดทอนซิลอย่างเดียวมักใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที แต่หากตัดอะดีนอยด์ร่วมด้วย มีเลือดออกที่ต้องห้ามนาน ใช้เทคนิคต่างกัน หรือมีลักษณะทางกายวิภาคซับซ้อน อาจใช้เวลานานขึ้น แหล่งข้อมูลสำหรับการผ่าตัดทั้งสองต่อมในเด็กระบุว่าโดยทั่วไปอาจเสร็จภายในไม่เกินประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่เวลาจริงขึ้นกับผู้ป่วยและวิธีผ่าตัด (health.mountsinai.org)

เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดทั้งหมดจะนานกว่าช่วงที่ศัลยแพทย์ลงมือ เพราะรวมการเตรียมตัว ให้ยาสลบ จัดท่า ปลุกจากยาสลบ และประเมินในห้องพักฟื้น ครอบครัวจึงไม่ควรใช้เวลาผ่าตัดที่คาดไว้เป็นเวลานัดรับกลับบ้าน

การผ่าตัดใช้ยาสลบ ผู้ป่วยจะหลับตลอดหัตถการ หลายรายกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่อฟื้นตัวดี ดื่มได้ ไม่มีเลือดออก และควบคุมอาการได้ แต่แพทย์อาจให้นอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ หากเป็นเด็กเล็ก มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง มีโรคหัวใจหรือปอด อยู่ไกลจากสถานพยาบาล หรือเกิดปัญหาระหว่างพักฟื้น

พักฟื้นนานแค่ไหน

ระยะพักฟื้นต่างกันตามชนิดการผ่าตัด อายุ เทคนิคที่ใช้ ความรุนแรงของอาการ และภาวะแทรกซ้อน การตัดอะดีนอยด์เพียงอย่างเดียวมักฟื้นเร็วกว่าการตัดทอนซิล ส่วนการตัดทอนซิลมักใช้เวลาฟื้นเต็มที่ประมาณ 10-14 วัน หรือราว 2 สัปดาห์ ผู้ใหญ่อาจรู้สึกเจ็บและใช้เวลาฟื้นนานกว่าเด็กบางคน (MedlinePlus)

ช่วงเวลาโดยประมาณสิ่งที่มักพบการดูแลและกิจกรรม
วันผ่าตัดถึงช่วงแรกง่วง คลื่นไส้ เจ็บคอ กลืนลำบาก เสียงเปลี่ยนชั่วคราวจิบน้ำตามที่ทีมรักษาอนุญาต พัก และใช้ยาตามแผน
หลายวันแรกเจ็บคอ เจ็บร้าวไปหู กลิ่นปาก คราบขาวที่แผลเน้นดื่มน้ำ เลือกอาหารนุ่มและกลืนง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายแผล
ประมาณวันที่ 3-7อาการเจ็บอาจยังมากหรือแย่ลงชั่วคราว คราบแผลเริ่มเปลี่ยนเฝ้าดูเลือดสด ดื่มให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก
ประมาณ 1-2 สัปดาห์อาการค่อยๆ ลดลงและรับประทานอาหารได้มากขึ้นกลับเรียนหรือทำงานเมื่อกินและนอนได้ดี ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง และแพทย์อนุญาต
หลังประมาณ 2 สัปดาห์หลายคนกลับสู่กิจวัตรได้เกือบปกติกลับออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนักตามคำแนะนำของศัลยแพทย์

กรอบเวลานี้อ้างอิงข้อมูลทั่วไปจากต่างประเทศ การดูแลในสถานพยาบาลไทยอาจต่างกัน และคำสั่งของศัลยแพทย์ที่เห็นแผลจริงมีความสำคัญกว่า

อาหารและน้ำ

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นตัว เพราะอาการเจ็บคออาจทำให้ดื่มน้อยและเกิดภาวะขาดน้ำได้ เริ่มจากของเหลวหรืออาหารนุ่มที่กลืนง่ายตามที่ทีมรักษาแนะนำ แล้วค่อยเพิ่มอาหารตามความสบาย

อาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด แข็ง กรอบ หรือมีขอบคมอาจทำให้แผลระคายเคืองและเจ็บมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องบังคับรับประทานอาหารปริมาณมากในครั้งเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับการดื่ม หากดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อยมาก หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ต้องติดต่อสถานพยาบาล

การกลับไปเรียนหรือทำงาน

หลังตัดทอนซิล หลายคนต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานประมาณ 10-14 วัน ขึ้นกับอาการ ลักษณะงาน และคำแนะนำของแพทย์ (Cleveland Clinic) ผู้ที่ตัดอะดีนอยด์อย่างเดียวอาจกลับสู่กิจวัตรได้เร็วกว่า แต่ไม่ควรเร่งหากยังมีไข้ ดื่มได้น้อย หรือมีความเสี่ยงเลือดออก

ควรกลับไปเรียนหรือทำงานเมื่อรับประทานและดื่มได้เพียงพอ นอนหลับได้ ไม่มีเลือดออก และไม่ต้องใช้ยาที่ทำให้ง่วง งานที่ใช้แรงมาก ยกของหนัก หรืออยู่ห่างจากบริการฉุกเฉินอาจต้องรอนานกว่างานเบา

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดนี้ทำกันเป็นประจำ แต่ยังมีความเสี่ยงเหมือนการผ่าตัดและการให้ยาสลบทุกชนิด แพทย์จะอธิบายความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนขอความยินยอม

เลือดออก

เลือดออกอาจเกิดระหว่างผ่าตัด หลังผ่าตัดไม่นาน หรือระหว่างแผลกำลังสมานเมื่อคราบแผลหลุด เลือดออกมากอาจต้องให้น้ำเกลือ ตรวจเลือด รับไว้ดูอาการ หรือกลับเข้าห้องผ่าตัดเพื่อห้ามเลือด (Cleveland Clinic)

ไม่ควรกลืนเลือด เพราะอาจทำให้คลื่นไส้และอาเจียน หากมีเลือดสดสีแดงออกจากปากหรือจมูก ให้นั่งตัวตรง บ้วนเลือดออกถ้าทำได้ และไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอดูว่าจะหยุดเองหรือไม่

ปัญหาทางเดินหายใจและอาการบวม

ลิ้น เพดานอ่อน หรือเนื้อเยื่อในคออาจบวมหลังผ่าตัด ทำให้หายใจเสียงดังหรือรู้สึกอุดกั้น โดยเฉพาะช่วงแรก ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือโรคทางเดินหายใจอาจต้องเฝ้าระวังมากขึ้น

ปฏิกิริยาจากยาสลบ

อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ง่วง หรือปวดเมื่อยชั่วคราว ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อย แต่ความเสี่ยงขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และความยากของทางเดินหายใจ

ปวดและขาดน้ำ

อาการเจ็บคออาจรุนแรงพอให้ไม่อยากกลืน ทำให้ดื่มน้อย ปัสสาวะลด เวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง เด็กเล็กอาจร้องไห้ไม่มีน้ำตาหรือซึมลง การวางแผนบรรเทาปวดและติดตามปริมาณน้ำจึงสำคัญ ควรใช้เฉพาะยาที่ทีมผ่าตัดกำหนด และไม่เพิ่มยาหรือใช้ยาที่มีส่วนประกอบซ้ำกันเอง

การติดเชื้อ

แผลอาจติดเชื้อได้ แม้ไม่พบบ่อย คราบสีขาวหรือเหลืองและกลิ่นปากในช่วงแผลหายสามารถเกิดได้ตามปกติ จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นหนองจากลักษณะดังกล่าวเพียงอย่างเดียว ไข้สูงต่อเนื่อง อาการทรุด หรือปวดบวมผิดปกติควรได้รับการประเมิน

การบาดเจ็บบริเวณใกล้เคียง

อาจเกิดแผลหรือการบาดเจ็บที่ริมฝีปาก ลิ้น ฟัน เพดานปาก หรือขากรรไกรจากเครื่องมือที่ใช้เปิดปาก ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นหากมีฟันโยก ครอบฟัน หรืออ้าปากได้จำกัด จึงควรแจ้งทีมรักษาล่วงหน้า

เสียงเปลี่ยนและน้ำไหลย้อนเข้าจมูก

หลังตัดอะดีนอยด์ เสียงอาจก้องหรือเปลี่ยนชั่วคราว เนื่องจากพื้นที่หลังจมูกเปิดมากขึ้น บางคนอาจรู้สึกว่าของเหลวไหลย้อนขึ้นจมูก หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความผิดปกติของเพดานอ่อน ต้องให้แพทย์ประเมิน

อาการอาจไม่หายทั้งหมด

การผ่าตัดช่วยแก้ส่วนที่เกิดจากต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์ แต่การกรนหรือภาวะอุดกั้นอาจยังเหลืออยู่ หากมีน้ำหนักเกิน ภูมิแพ้จมูก โครงสร้างใบหน้าหรือขากรรไกรผิดปกติ หรือการอุดกั้นตำแหน่งอื่น การติดเชื้อและเจ็บคอยังเกิดจากเชื้อหรือเนื้อเยื่อส่วนอื่นได้ จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะไม่มีอาการอีกเลย

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

ไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือเร่งด่วนเมื่อพบอาการต่อไปนี้

อาการควรทำอย่างไร
เลือดสดสีแดงออกจากปากหรือจมูก ไอหรืออาเจียนเป็นเลือดมากไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่รอดูอาการ
หายใจลำบาก หน้าอกบุ๋ม ปากเขียว ปลุกไม่ตื่น หรือหยุดหายใจขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
กลืนน้ำไม่ได้ น้ำลายไหลมาก หรืออาเจียนต่อเนื่องติดต่อโรงพยาบาลหรือไปประเมินโดยเร็ว
ปัสสาวะน้อยมาก ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง เวียนศีรษะ หรืออ่อนแรงอาจขาดน้ำ ควรให้แพทย์ประเมิน
ไข้สูงหรือไข้ไม่ลดตามเกณฑ์ที่ทีมผ่าตัดกำหนดติดต่อทีมรักษาในวันเดียวกัน
ปวดมากขึ้นผิดปกติแม้ใช้ยาตามแผน หรือคอบวมเพิ่มขึ้นติดต่อทีมผ่าตัดเพื่อประเมิน
มีผื่น หน้าหรือริมฝีปากบวม หายใจมีเสียงหลังใช้ยาหยุดยาที่สงสัยและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

เลือดเก่าสีคล้ำปริมาณเล็กน้อยอาจพบได้ในบางกรณี แต่เลือดสดต้องถือเป็นสัญญาณอันตราย แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินเมื่อเห็นเลือดสดหลังผ่าตัด (MedlinePlus)

ก่อนกลับบ้าน ควรบันทึกหมายเลขติดต่อของหอผู้ป่วยหรือทีมผ่าตัด และทราบว่าห้องฉุกเฉินใดอยู่ใกล้ที่สุด โดยเฉพาะหากบ้านอยู่ไกลจากโรงพยาบาลที่ผ่าตัด

ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับทุกคน วิธีรักษาขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรง

เฝ้าดูอาการ

เด็กบางคนมีต่อมโตแต่ไม่มีภาวะหยุดหายใจ ไม่มีผลกระทบต่อการเติบโต และติดเชื้อไม่บ่อย แพทย์อาจติดตามอาการก่อน เพราะขนาดต่อมสามารถเปลี่ยนไปตามวัยได้ (Cleveland Clinic) ควรจดวันที่มีไข้ เจ็บคอ ผลตรวจ ยาที่ได้รับ วันขาดเรียน และอาการระหว่างนอน เพื่อช่วยตัดสินใจในครั้งต่อไป

รักษาการติดเชื้อเป็นครั้งๆ

อาการเจ็บคอจากไวรัสไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจตรวจและให้ยาตามข้อบ่งชี้ การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อการติดเชื้อเกิดซ้ำมาก มีภาวะแทรกซ้อน หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสม

รักษาโรคจมูกและภูมิแพ้

หากการกรนหรือหายใจทางปากสัมพันธ์กับจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ หรือคัดจมูก แพทย์อาจเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ล้างจมูก หรือใช้ยาตามการวินิจฉัย การรักษาจมูกอาจช่วยลดอาการ แต่จะไม่ทำให้ต่อมทอนซิลที่อุดกั้นมากหายไปทันที

จัดการปัจจัยร่วมของการอุดกั้นขณะหลับ

การควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การปรับท่านอน และการรักษาความผิดปกติของจมูกหรือขากรรไกรอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผน หากผ่าตัดไม่ได้หรือยังมีภาวะหยุดหายใจหลังผ่าตัด แพทย์อาจพิจารณาเครื่องช่วยสร้างแรงดันอากาศขณะนอนหรือส่งต่อเพื่อประเมินการอุดกั้นตำแหน่งอื่น

ผ่าตัดเพียงตำแหน่งเดียวหรือเอาทอนซิลออกบางส่วน

บางคนอาจต้องตัดเฉพาะอะดีนอยด์ เฉพาะทอนซิล หรือเอาทอนซิลออกบางส่วน ทางเลือกนี้ขึ้นกับตำแหน่งอุดกั้น ประวัติการติดเชื้อ อายุ และความเสี่ยงเลือดออก การเอาออกบางส่วนอาจเหลือเนื้อเยื่อที่โตขึ้นหรือมีปัญหาได้ในภายหลัง จึงต้องชั่งน้ำหนักกับการฟื้นตัวและข้อบ่งชี้ของแต่ละคน

สิทธิการรักษา

ความครอบคลุมขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด ไม่ควรอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยรายอื่น เพราะสิทธิและเอกสารอาจไม่เหมือนกัน

บัตรทอง

เริ่มติดต่อหน่วยบริการประจำตามสิทธิ หากแพทย์เห็นว่าต้องประเมินหรือผ่าตัดโดยแพทย์หู คอ จมูก หน่วยบริการจะออกเอกสารส่งต่อตามระบบ กรณีฉุกเฉิน เช่น เลือดออกมากหรือหายใจลำบาก ควรไปห้องฉุกเฉินใกล้ที่สุดก่อน ไม่ควรรอเอกสารส่งต่อ

ควรถามว่า

  • ต้องใช้ใบส่งต่อหรือไม่
  • ต้องตรวจอะไรที่หน่วยบริการประจำก่อน
  • ผ่าตัดและการตรวจชิ้นเนื้ออยู่ในแผนรักษาหรือไม่
  • การติดตามหลังผ่าตัดต้องกลับที่ใด

ประกันสังคม

ติดต่อสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้เพื่อรับการตรวจและส่งต่อภายในเครือข่ายตามความจำเป็น ความครอบคลุมมักพิจารณาจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และขั้นตอนของสถานพยาบาล ควรตรวจสอบสถานะสิทธิและเอกสารก่อนวันนัด

หากต้องการเข้ารับบริการนอกสถานพยาบาลตามสิทธิ ควรถามหน่วยงานสิทธิประโยชน์ก่อนว่าสามารถส่งต่อได้ในกรณีใด และต้องมีเอกสารใดบ้าง

ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้นโรคเดิม ความจำเป็นทางการแพทย์ และเงื่อนไขผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน บริษัทอาจขอประวัติการเจ็บคอ ผลตรวจการนอนหลับ ภาพถ่ายต่อม หรือหนังสือรับรองจากแพทย์

ก่อนผ่าตัดควรถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า

  • ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
  • คุ้มครองการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียวหรือการนอนโรงพยาบาลอย่างไร
  • ค่าตรวจก่อนผ่าตัด ค่าวิสัญญี ค่าตรวจชิ้นเนื้อ และการติดตามรวมอยู่หรือไม่
  • มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับการกรน ภูมิแพ้ ภาวะหยุดหายใจ หรือโรคเดิมหรือไม่

หากใช้สิทธิใดก็ตาม ควรให้โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิจากข้อมูลปัจจุบันก่อนวันผ่าตัด และเก็บเอกสารการวินิจฉัย ใบส่งตัว และผลตรวจไว้

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าตัดทอนซิลและอะดีนอยด์จำเป็นต้องทำพร้อมกันหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องทำพร้อมกันทุกคน แพทย์จะเลือกตัดเฉพาะทอนซิล เฉพาะอะดีนอยด์ หรือทั้งสองต่อมตามตำแหน่งที่อุดกั้น ประวัติการติดเชื้อ และผลตรวจ หากปัญหาอยู่ที่อะดีนอยด์เป็นหลัก การตัดทอนซิลที่ไม่มีข้อบ่งชี้อาจไม่เพิ่มประโยชน์

เด็กกรนต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่

เด็กกรนไม่ต้องผ่าตัดทุกคน เพราะการกรนอาจเกิดจากหวัด ภูมิแพ้ น้ำหนักเกิน หรือโครงสร้างทางเดินหายใจอื่น ควรพบแพทย์หากกรนเป็นประจำ มีช่วงหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือก หลับไม่สนิท หรือมีผลต่อพฤติกรรมและการเรียน

ต้องตรวจการนอนหลับก่อนผ่าตัดหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจการนอนหลับ แพทย์อาจสั่งตรวจเมื่อจำเป็นต้องยืนยันความรุนแรง อาการกับขนาดต่อมไม่สอดคล้องกัน มีโรคร่วม หรือผลตรวจจะเปลี่ยนแผนการผ่าตัดและการเฝ้าระวังหลังผ่าตัด (Mayo Clinic)

ผ่าตัดแล้วจะหยุดกรนแน่นอนหรือไม่

ไม่สามารถรับประกันว่าจะหยุดกรนทั้งหมด การผ่าตัดช่วยแก้การอุดกั้นจากต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ แต่หากมีภูมิแพ้ น้ำหนักเกิน หรือการอุดกั้นตำแหน่งอื่น อาการอาจยังเหลือและต้องรักษาต่อ

หลังผ่าตัดจะไม่มีทอนซิลอักเสบอีกใช่หรือไม่

ต่อมที่ถูกนำออกจะไม่อักเสบในลักษณะเดิม แต่ยังเจ็บคอและติดเชื้อทางเดินหายใจจากเนื้อเยื่อหรือเชื้อสาเหตุอื่นได้ เป้าหมายในผู้ที่ติดเชื้อซ้ำคือทำให้ความถี่และความรุนแรงลดลง ไม่ใช่รับประกันว่าจะไม่เจ็บคออีก

ตัดทอนซิลและอะดีนอยด์แล้วภูมิคุ้มกันจะลดลงหรือไม่

โดยทั่วไปการนำต่อมทั้งสองออกไม่ได้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหายไป เพราะร่างกายยังมีเนื้อเยื่อน้ำเหลืองและกลไกภูมิคุ้มกันอีกหลายส่วน อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงผ่าตัดเฉพาะเมื่อประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมากกว่าความเสี่ยง

หลังผ่าตัดเจ็บกี่วัน

หลังตัดทอนซิลมักเจ็บคอประมาณ 1-2 สัปดาห์ และอาการอาจมากขึ้นชั่วคราวในช่วงหลายวันแรก ส่วนการตัดอะดีนอยด์อย่างเดียวมักฟื้นเร็วกว่า ระยะจริงขึ้นกับอายุ เทคนิคผ่าตัด และการตอบสนองของแต่ละคน (MedlinePlus)

คราบขาวในคอหลังผ่าตัดเป็นหนองหรือไม่

คราบขาวหรือเหลืองมักเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมานแผล ไม่ได้แปลว่าติดเชื้อเสมอไป อย่าแคะหรือพยายามเช็ดออก แต่ควรติดต่อแพทย์หากมีไข้สูงต่อเนื่อง อาการทรุด บวมมาก หรือมีเลือดสด

เจ็บหูหลังผ่าตัดผิดปกติหรือไม่

อาการเจ็บร้าวไปหูพบได้หลังตัดทอนซิล แม้หูไม่ได้ติดเชื้อ เพราะเส้นประสาทบริเวณคอและหูมีทางรับความรู้สึกร่วมกัน หากปวดรุนแรงขึ้น มีน้ำไหลจากหู หรือได้ยินลดลง ควรแจ้งแพทย์

หลังผ่าตัดกินอะไรได้

เริ่มจากน้ำและอาหารนุ่มที่กลืนง่ายตามคำแนะนำของทีมรักษา แล้วค่อยเพิ่มอาหารเมื่อรับไหว ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ เผ็ดจัด หรือเปรี้ยวจัดในช่วงแผลยังเจ็บ เพราะอาจระคายแผล

กลับไปเรียนหรือทำงานได้เมื่อไร

หลังตัดทอนซิล หลายคนกลับไปเรียนหรือทำงานได้ภายในประมาณ 10-14 วัน เมื่อดื่มและกินได้ นอนหลับได้ ไม่มีเลือดออก และอาการปวดควบคุมได้ ผู้ที่ตัดอะดีนอยด์อย่างเดียวอาจกลับได้เร็วกว่า ส่วนงานใช้แรงอาจต้องรอตามที่ศัลยแพทย์กำหนด

เลือดออกหลังผ่าตัดเล็กน้อยรอดูอาการได้หรือไม่

หากเป็นเลือดสดสีแดงจากปากหรือจมูก ไม่ควรรอดูอาการ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที เพราะเลือดออกสามารถเพิ่มขึ้นได้และอาจต้องห้ามเลือดในโรงพยาบาล

ต้องนอนโรงพยาบาลหรือกลับบ้านได้เลย

หลายรายกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่บางคนต้องนอนเฝ้าดูอาการ ขึ้นกับอายุ ความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจ โรคประจำตัว เลือดออก การดื่มน้ำ และผลการประเมินหลังยาสลบ

อะดีนอยด์สามารถโตขึ้นใหม่ได้หรือไม่

เนื้อเยื่ออะดีนอยด์อาจเหลืออยู่และโตขึ้นได้ในบางคน โดยเฉพาะเด็กที่ผ่าตัดเมื่ออายุน้อยหรือมีการอักเสบเรื้อรัง หากกลับมาคัดจมูก หายใจทางปาก หรือกรนต่อเนื่อง ควรให้แพทย์ตรวจว่าเกิดจากอะดีนอยด์หรือสาเหตุอื่น

ผู้ใหญ่ผ่าตัดได้หรือไม่

ผู้ใหญ่สามารถผ่าตัดได้เมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น ทอนซิลอักเสบซ้ำ ฝีรอบทอนซิล ปัญหาทางเดินหายใจ หรือความผิดปกติที่ต้องตรวจเนื้อเยื่อ แต่การพักฟื้นหลังตัดทอนซิลในผู้ใหญ่อาจเจ็บและใช้เวลานานกว่าเด็กบางราย

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา