ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ผ่าตัดทอนซิล

ผ่าตัดทอนซิล (Tonsillectomy) คือการนำต่อมทอนซิลที่อยู่สองข้างด้านหลังลำคอออก เพื่อรักษาทอนซิลอักเสบที่เป็นซ้ำหรือเรื้อรัง ปัญหาการหายใจขณะหลับจากทอนซิลโต และความผิดปกติบางชนิดของต่อมทอนซิล การผ่าตัดไม่จำเป็นสำหรับอาการเจ็บคอทุกคน โดยแพทย์หู คอ จมูกจะพิจารณาจากความถี่และความรุนแรงของอาการ ผลต่อการนอน รวมถึงการตอบสนองต่อวิธีรักษาอื่นก่อน

ประเด็นสำคัญ

  • เหตุผลหลักของการผ่าตัดคือทอนซิลอักเสบที่เกิดบ่อยหรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น และทอนซิลโตจนรบกวนทางเดินหายใจขณะหลับ ไม่ใช่เพียงมีทอนซิลขนาดใหญ่หรือเจ็บคอเป็นครั้งคราว
  • การผ่าตัดทำผ่านทางปากภายใต้การดมยาสลบ จึงไม่มีแผลที่ผิวหนัง ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่บางคนต้องนอนสังเกตอาการตามอายุ โรคประจำตัว และอาการหลังผ่าตัด
  • ระยะพักฟื้นโดยทั่วไปประมาณ 10-14 วัน แต่อาจนานกว่านี้ในผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อน ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือเลือดออก หายใจลำบาก และภาวะขาดน้ำ

ผ่าตัดทอนซิล คืออะไร

ต่อมทอนซิลเป็นก้อนเนื้อเยื่อน้ำเหลืองสองก้อน อยู่ด้านซ้ายและขวาบริเวณหลังลำคอ มีส่วนช่วยดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายทางปากและจมูก อย่างไรก็ตาม ต่อมนี้อาจอักเสบติดเชื้อซ้ำๆ หรือโตจนทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง โดยเฉพาะระหว่างการนอนหลับ (Cleveland Clinic)

การผ่าตัดเป็นการนำต่อมทอนซิลออกทั้งหมด หรือในบางเทคนิคอาจนำเนื้อเยื่อออกเพียงบางส่วน แพทย์เข้าถึงต่อมผ่านทางปาก จึงไม่มีรอยกรีดด้านนอกลำคอ เครื่องมือที่ใช้อาจเป็นเครื่องมือตัดทั่วไป เครื่องมือที่ใช้ความร้อน หรือเทคโนโลยีที่ช่วยตัดเนื้อเยื่อพร้อมห้ามเลือด วิธีที่เลือกขึ้นกับลักษณะโรค อายุผู้ป่วย ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ และอุปกรณ์ของสถานพยาบาล

เหตุผลที่แพทย์อาจเสนอการผ่าตัดมีสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • การติดเชื้อหรืออักเสบซ้ำ

ผู้ป่วยเจ็บคอ มีไข้ กลืนเจ็บ หรือต่อมทอนซิลอักเสบบ่อยจนกระทบการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิต บางรายเป็นเรื้อรัง หรือไม่ดีขึ้นแม้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว

  • การอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ

ทอนซิลโตอาจทำให้กรน หายใจทางปาก นอนกระสับกระส่าย หรือมีช่วงหยุดหายใจขณะหลับ เด็กอาจมีปัญหาด้านพฤติกรรม สมาธิ การเรียน หรือการเจริญเติบโตร่วมด้วย แพทย์อาจต้องตรวจเพิ่มเติมหรือพิจารณาการตรวจการนอนหลับ หากอาการและการตรวจร่างกายยังไม่เพียงพอสำหรับตัดสินใจ

การผ่าตัดอาจช่วยลดปัญหาที่เกิดจากต่อมทอนซิล แต่ไม่ได้ป้องกันอาการเจ็บคอหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจทุกชนิด เพราะส่วนอื่นของคอยังอักเสบหรือติดเชื้อได้ และอาการกรนอาจเกิดจากจมูก เพดานอ่อน โคนลิ้น น้ำหนักตัว หรือโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนอื่นด้วย

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด

แพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมากกว่าความเสี่ยง โดยมักพิจารณาในสถานการณ์ต่อไปนี้

  • ทอนซิลอักเสบเป็นซ้ำหลายครั้ง มีบันทึกอาการและผลตรวจสนับสนุน หรือแต่ละครั้งมีความรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน
  • ทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ซึ่งยังมีอาการต่อเนื่องแม้รักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมแล้ว
  • การติดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีฝีรอบทอนซิลซึ่งกลับเป็นซ้ำหรือไม่ดีขึ้นหลังรักษา
  • ทอนซิลโตจนสงสัยว่าทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น มีเสียงกรนมาก หายใจลำบาก หรือหยุดหายใจขณะหลับ
  • กลืนอาหารลำบากจากทอนซิลที่โตมาก
  • ต่อมทอนซิลมีลักษณะผิดปกติ เช่น โตไม่เท่ากัน มีแผล เลือดออก หรือมีก้อน ซึ่งแพทย์ต้องนำออกเพื่อตรวจเนื้อเยื่อ
  • นิ่วทอนซิลหรือกลิ่นปากที่สัมพันธ์กับทอนซิลอย่างชัดเจน มีอาการมาก และวิธีดูแลที่ไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล (PubMed Central)

เกณฑ์ความถี่ของการอักเสบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ แหล่งอ้างอิงบางแห่งยกตัวอย่างการอักเสบอย่างน้อย 7 ครั้งในหนึ่งปี หรืออย่างน้อย 5 ครั้งต่อปีต่อเนื่องสองปี หรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อปีต่อเนื่องสามปี แต่แพทย์ไม่ได้ใช้ตัวเลขนี้อย่างโดดเดี่ยว ต้องดูความน่าเชื่อถือของบันทึก ความรุนแรง ผลกระทบต่อชีวิต และภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย (PubMed Central)

ผู้ที่อาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

การผ่าตัดมักไม่ใช่คำตอบแรกในกรณีต่อไปนี้

  • เจ็บคอเป็นครั้งคราวและหายได้ตามปกติ
  • ทอนซิลโตแต่ไม่มีอาการอุดกั้น ไม่มีปัญหาการกลืน และไม่มีการติดเชื้อบ่อย
  • กรนเล็กน้อยโดยไม่มีหลักฐานว่าทอนซิลเป็นสาเหตุหลัก
  • การอักเสบยังไม่บ่อยหรือรุนแรงพอ และสามารถเฝ้าดูอาการได้
  • อาการเกิดจากภูมิแพ้ จมูกอุดตัน กรดไหลย้อน หรือโรคอื่นซึ่งควรรักษาต้นเหตุก่อน
  • ยังไม่ได้ลองการรักษาที่ไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสม ในกรณีที่มีทางเลือกดังกล่าว

ผู้ที่อาจต้องเลื่อนหรือประเมินเพิ่มเติม

แพทย์อาจเลื่อนการผ่าตัดเมื่อกำลังมีการติดเชื้อเฉียบพลัน มีไข้สูง สุขภาพยังไม่พร้อม หรือมีความเสี่ยงจากการดมยาสลบที่ยังควบคุมไม่ได้ ผู้ที่มีโรคเลือดออกง่าย เกล็ดเลือดต่ำ โรคหัวใจหรือปอด โรคอ้วนรุนแรง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับมาก อาจต้องตรวจเพิ่มเติมและวางแผนเฝ้าระวังหลังผ่าตัดเป็นพิเศษ

ข้อห้ามไม่เหมือนกันในทุกคน แพทย์หู คอ จมูกและวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจากเหตุผลที่ต้องผ่าตัด โรคประจำตัว ผลตรวจ และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ตรวจประเมินเหตุผลและความพร้อม

แพทย์จะซักประวัติอาการเจ็บคอ การใช้ยา การขาดเรียนหรือขาดงาน อาการกรน การหายใจทางปาก และเหตุการณ์ที่สงสัยว่าหยุดหายใจขณะหลับ หากผ่าตัดเพราะติดเชื้อซ้ำ ควรนำบันทึกวันที่ป่วย ผลตรวจ ใบรับรองแพทย์ และรายการยาที่เคยใช้ไปด้วย

อาจมีการตรวจเลือดหรือการตรวจอื่นตามอายุ โรคประจำตัว และนโยบายของสถานพยาบาล ผู้ที่สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับบางรายอาจต้องตรวจการนอนหลับ เพื่อประเมินความรุนแรงและช่วยวางแผนการดูแลหลังผ่าตัด (Cleveland Clinic)

แจ้งทีมรักษาให้ครบถ้วนเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

  • โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเลือด หัวใจ ปอด และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ประวัติเลือดออกง่าย ช้ำง่าย เลือดกำเดาไหลนาน หรือคนในครอบครัวมีโรคเลือดออกผิดปกติ
  • ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้ยาง หรือสารอื่น
  • ปัญหาจากการดมยาสลบของตนเองหรือสมาชิกในครอบครัว
  • ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทุกชนิด
  • ฟันโยก ฟันปลอม อุปกรณ์จัดฟัน หรือปัญหาช่องปาก
  • การตั้งครรภ์หรือโอกาสตั้งครรภ์

การจัดการยาก่อนผ่าตัด

ยาบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกหรือมีผลต่อการดมยาสลบ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดบางกลุ่ม ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด แพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะบอกว่าต้องหยุด ปรับ หรือใช้ต่อเมื่อใด

อย่าหยุดยาละลายลิ่มเลือด ยารักษาโรคหัวใจ หรือยาโรคประจำตัวด้วยตนเอง เพราะการหยุดผิดจังหวะอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน ขณะที่การใช้ต่อโดยไม่แจ้งอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

การงดอาหารและน้ำ

ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่ทีมวิสัญญีกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารหรือของเหลวจากกระเพาะจะไหลเข้าปอดระหว่างดมยาสลบ เวลาเริ่มงดขึ้นกับอายุ ชนิดอาหาร เครื่องดื่ม และภาวะสุขภาพ จึงควรยึดคำสั่งของสถานพยาบาล ไม่ใช้คำแนะนำจากผู้ป่วยรายอื่นแทน

หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัย

สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด

  • บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา และเอกสารนัด
  • รายการยาทั้งหมด พร้อมข้อมูลการแพ้ยา
  • ผลตรวจหรือเอกสารทางการแพทย์ที่สถานพยาบาลขอ
  • เสื้อผ้าที่สวมง่ายและของใช้จำเป็น หากมีโอกาสต้องพักค้างคืน
  • ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและอยู่ดูแลในช่วงแรกหลังผ่าตัด

หากมีไข้ ไอมาก หอบ เจ็บคอรุนแรงขึ้น อาเจียน ท้องเสีย หรือสัมผัสโรคติดต่อก่อนวันผ่าตัด ควรแจ้งโรงพยาบาล การเลื่อนผ่าตัดบางครั้งปลอดภัยกว่าการดมยาสลบขณะกำลังป่วย

ขั้นตอนการผ่าตัด

ขั้นตอนจริงอาจต่างกันตามอายุ สาเหตุที่ผ่าตัด และเทคนิคของศัลยแพทย์ แต่โดยทั่วไปเป็นดังนี้

  • ยืนยันตัวตนและแผนผ่าตัด

ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ภาวะสุขภาพ เวลาที่กินหรือดื่มครั้งสุดท้าย และรายการยาที่ใช้ จากนั้นให้ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองทบทวนและลงนามยินยอม

  • เตรียมสำหรับการดมยาสลบ

ผู้ป่วยได้รับการประเมินจากวิสัญญีแพทย์ ติดอุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ และให้ยาดมสลบหรือยาทางหลอดเลือด เมื่อหลับแล้วจะมีอุปกรณ์ช่วยดูแลทางเดินหายใจตลอดการผ่าตัด

  • เปิดช่องปากและเข้าถึงต่อมทอนซิล

ศัลยแพทย์ใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดปาก มองเห็นต่อมทอนซิลด้านหลังลำคอ การผ่าตัดทำผ่านช่องปาก จึงไม่ต้องกรีดผิวหนังบริเวณคอ

  • นำต่อมทอนซิลออก

ศัลยแพทย์แยกต่อมออกจากเนื้อเยื่อรอบข้าง อาจใช้เครื่องมือตัดทั่วไป เครื่องมือที่ใช้ความร้อน หรือพลังงานรูปแบบอื่นเพื่อแยกเนื้อเยื่อและควบคุมเลือด บางกรณีนำออกทั้งหมด ขณะที่บางกรณีซึ่งมีเป้าหมายลดการอุดกั้นอาจนำออกเพียงบางส่วน (Cleveland Clinic)

  • ตรวจและห้ามเลือด

หลังนำเนื้อเยื่อออก ศัลยแพทย์จะตรวจบริเวณแผลและหยุดเลือดให้เรียบร้อย โดยทั่วไปแผลในลำคอจะสมานเองและไม่ต้องเย็บแบบแผลผิวหนัง

  • ย้ายไปห้องพักฟื้น

ทีมวิสัญญีหยุดยาสลบและเฝ้าดูจนผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัว จากนั้นตรวจการหายใจ ชีพจร ความดัน อาการคลื่นไส้ ความปวด และเลือดออก

บางคนได้รับการผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ร่วมด้วย ต่อมอะดีนอยด์อยู่หลังโพรงจมูกและอาจโตจนรบกวนการหายใจ โดยเฉพาะในเด็ก การทำสองหัตถการพร้อมกันทำให้รายละเอียดและระยะเวลาผ่าตัดต่างจากการนำต่อมทอนซิลออกอย่างเดียว

ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวการผ่าตัดต่อมทอนซิลมักใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีตามแหล่งอ้างอิงสากล แต่อาจนานกว่านี้หากต้องผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ร่วมด้วย มีพังผืด เลือดออกควบคุมยาก หรือมีขั้นตอนเพิ่มเติม (Cleveland Clinic) เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดและโรงพยาบาลจะยาวกว่าระยะผ่าตัดจริง เพราะรวมการเตรียมดมยาสลบ การปลุกหลังผ่าตัด และการเฝ้าดูในห้องพักฟื้น

การผ่าตัดใช้การดมยาสลบ ผู้ป่วยจึงหลับและไม่รู้สึกถึงขั้นตอนระหว่างผ่าตัด หลังตื่นอาจมีอาการง่วง คลื่นไส้ มึนงง เจ็บคอ หรือรู้สึกว่าคอบวม ซึ่งทีมรักษาจะประเมินก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน

ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่อหายใจได้ดี ไม่มีเลือดออก ดื่มน้ำได้ และอาการอยู่ในระดับที่ดูแลต่อที่บ้านได้ อย่างไรก็ตาม เด็กเล็ก ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมาก มีโรคประจำตัว หรือมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด อาจต้องนอนสังเกตอาการหนึ่งคืนหรือนานกว่านั้น แนวทางรับไว้ค้างคืนต่างกันในแต่ละสถานพยาบาลไทย จึงต้องยืนยันกับศัลยแพทย์ที่ดูแล

พักฟื้นนานแค่ไหน

โดยทั่วไปการฟื้นตัวใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน แต่อาจนานกว่านี้ในผู้ใหญ่ ผู้ที่แผลหายช้า หรือผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อน (Cleveland Clinic) ความปวดไม่ได้ลดลงเป็นเส้นตรง บางคนรู้สึกปวดมากขึ้นในช่วงกลางของการพักฟื้นก่อนจะค่อยๆ ดีขึ้น

ช่วงเวลาโดยประมาณสิ่งที่มักพบสิ่งที่ควรเน้น
วันผ่าตัดถึงช่วงแรกเจ็บคอ ง่วง คลื่นไส้ กลืนลำบากจิบน้ำตามคำแนะนำ เฝ้าระวังเลือดออกและการหายใจ
ช่วงหลายวันแรกเจ็บคอต่อเนื่อง ปวดร้าวไปหู มีกลิ่นปาก เสียงเปลี่ยนชั่วคราวใช้ยาตามแผน ดื่มน้ำ และเลือกอาหารที่กลืนง่าย
ช่วงกลางการพักฟื้นปวดอาจมากขึ้น เยื่อแผลสีขาวเริ่มเปลี่ยนหรือหลุดระวังเลือดออก รักษาปริมาณน้ำที่ดื่ม
ประมาณ 10-14 วันคนส่วนใหญ่เริ่มกลับสู่กิจวัตรได้กลับเรียนหรือทำงานเมื่อกิน ดื่ม นอน และทำกิจกรรมได้เหมาะสม
หลังจากนั้นอาการค่อยๆ ลดลงจนใกล้ปกติกลับออกแรงตามเวลาที่ศัลยแพทย์อนุญาต

หลังผ่าตัดมักมีคราบสีขาวหรือเทาบริเวณแผล คราบนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมานแผล ไม่ได้หมายถึงหนองเสมอไป กลิ่นปากและความรู้สึกเหมือนมีสิ่งติดอยู่ในคออาจพบได้ในช่วงพักฟื้น

อาการปวดคออาจอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และบางคนปวดร้าวไปหูได้ แม้ไม่มีโรคที่หู (PubMed Central) ควรใช้ยาแก้ปวดตามที่ทีมผ่าตัดสั่ง ไม่เพิ่มยา เปลี่ยนยา หรือใช้ยาของผู้อื่นเอง โดยเฉพาะในเด็ก

การดื่มน้ำให้เพียงพอมีความสำคัญ เพราะความเจ็บอาจทำให้ไม่อยากกลืนและเกิดภาวะขาดน้ำ อาหารช่วงแรกควรเป็นอาหารนุ่ม กลืนง่าย และไม่ระคายแผล เมื่อสบายขึ้นจึงค่อยกลับสู่อาหารตามปกติ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ เผ็ด หรือเปรี้ยว หากทำให้ปวดหรือระคายแผล

ผู้ป่วยจำนวนมากต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานประมาณ 10-14 วัน แต่เวลาที่เหมาะสมขึ้นกับอายุ ลักษณะงาน อาการปวด การกินอาหาร และคำแนะนำของศัลยแพทย์ งานใช้แรง งานที่เสี่ยงกระแทก และการออกกำลังกายหนักมักต้องรอจนพ้นช่วงเสี่ยงเลือดออกและได้รับอนุญาตก่อน

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดต่อมทอนซิลเป็นหัตถการที่ทำกันทั่วไป แต่ยังมีความเสี่ยงเหมือนการผ่าตัดและการดมยาสลบทุกชนิด ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับอายุ สุขภาพ สาเหตุที่ผ่าตัด เทคนิค และประวัติเลือดออก

เลือดออก

เลือดออกอาจเกิดระหว่างผ่าตัด ทันทีหลังผ่าตัด หรือระหว่างที่แผลกำลังหาย เลือดออกภายหลังอาจสัมพันธ์กับการที่เยื่อแผลหลุดออก ผู้ป่วยบางรายต้องกลับโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ ห้ามเลือด หรือผ่าตัดซ้ำ (PubMed Central)

หากมีเลือดออกจากปากหรือจมูก อาเจียนเป็นเลือดไม่ว่าจะสีแดงหรือสีคล้ำ มีก้อนเลือด หรือเด็กกลืนถี่ผิดปกติ ให้ติดต่อโรงพยาบาลและไปห้องฉุกเฉินทันที แม้เลือดจะหยุดเองแล้ว

ปวดและกินหรือดื่มได้น้อย

ความปวดอาจทำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการกลืน จนนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือเด็กร้องไห้ไม่มีน้ำตา

บวมและปัญหาการหายใจ

ลิ้น เพดานอ่อน หรือเนื้อเยื่อในลำคออาจบวม โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังผ่าตัด อาการบวมมากอาจรบกวนการหายใจ ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอยู่เดิมอาจต้องได้รับการเฝ้าระวังใกล้ชิดกว่าเดิม

คลื่นไส้ อาเจียน และผลจากยาสลบ

หลังดมยาสลบอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย หรือมึนงง ปฏิกิริยารุนแรงต่อยาสลบพบได้น้อย แต่ทีมวิสัญญีต้องทราบประวัติแพ้ยาและปัญหาจากการดมยาสลบที่ผ่านมา

การติดเชื้อและการบาดเจ็บบริเวณใกล้เคียง

แผลอาจติดเชื้อได้ แม้จะไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย นอกจากนี้ยังอาจเกิดการบาดเจ็บที่ริมฝีปาก ลิ้น ฟัน หรือเนื้อเยื่อในช่องปากจากเครื่องมือผ่าตัด

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่น เช่น อากาศรั่วเข้าเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหรือช่องอก มีรายงานได้แต่พบได้น้อยมาก ไม่ควรตีความว่าผู้ป่วยทั่วไปจะเกิดภาวะนี้ แต่ควรไปฉุกเฉินหากมีหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือคอบวมผิดปกติหลังผ่าตัด

อาการอาจไม่หายทั้งหมด

การผ่าตัดอาจลดการอักเสบที่เกิดจากต่อมทอนซิล แต่ยังเจ็บคอจากสาเหตุอื่นได้ หากกรนหรือหยุดหายใจมีสาเหตุจากหลายตำแหน่ง อาการอาจยังเหลืออยู่หลังผ่าตัด จึงควรติดตามผลตามนัดและประเมินเพิ่มเติมหากอาการไม่ดีขึ้นตามที่คาด

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

หลังกลับบ้าน ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

อาการควรทำอย่างไร
มีเลือดออกจากปากหรือจมูก ไม่ว่าจะสีแดงหรือสีคล้ำติดต่อโรงพยาบาลและไปห้องฉุกเฉินทันที แม้เลือดจะหยุดเองแล้ว
อาเจียนเป็นเลือดไม่ว่าจะสีแดงหรือสีคล้ำ หรือมีก้อนเลือดติดต่อโรงพยาบาลและไปห้องฉุกเฉินทันที แม้เลือดจะหยุดเองแล้ว
เด็กกลืนถี่ผิดปกติ น้ำลายมีเลือด หรือกระสับกระส่ายมากสงสัยเลือดออก ให้ติดต่อโรงพยาบาลและไปห้องฉุกเฉินทันที
หายใจลำบาก หอบ มีเสียงผิดปกติ หรือริมฝีปากเขียวเรียกบริการฉุกเฉิน
คอบวมรวดเร็ว เจ็บหน้าอก หรือรู้สึกมีลมใต้ผิวหนังไปห้องฉุกเฉิน
ดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อยมาก อ่อนแรง หรือเวียนศีรษะติดต่อทีมรักษาหรือไปโรงพยาบาล
ปวดมากขึ้นผิดปกติแม้ใช้ยาตามแผนติดต่อทีมผ่าตัด
ไข้สูงหรือไข้ร่วมกับอาการทรุดลงติดต่อทีมรักษาโดยเร็ว

หากมีเลือดออกจากปากหรือจมูก อาเจียนเป็นเลือดไม่ว่าจะสีแดงหรือสีคล้ำ มีก้อนเลือด หรือเด็กกลืนถี่ผิดปกติ ให้ติดต่อโรงพยาบาลและไปห้องฉุกเฉินทันที แม้เลือดจะหยุดเองแล้ว (PubMed Central) ระหว่างเดินทางไม่ควรให้ผู้ป่วยขับรถเอง และควรนำเอกสารการผ่าตัดกับรายการยาติดตัวไปด้วย

ทางเลือกอื่น

ทางเลือกขึ้นกับสาเหตุของอาการ การผ่าตัดไม่ใช่การรักษาแรกสำหรับผู้ป่วยทุกคน

เฝ้าดูอาการและบันทึกการติดเชื้อ

ผู้ที่ทอนซิลอักเสบไม่บ่อยหรืออาการไม่รุนแรงอาจเฝ้าดูอาการก่อน ควรบันทึกวันที่ป่วย ไข้ ผลตรวจ การรักษา และจำนวนวันที่ขาดเรียนหรือขาดงาน ข้อมูลนี้ช่วยให้แพทย์ประเมินว่าอาการมีผลมากพอที่จะพิจารณาผ่าตัดหรือไม่

รักษาการติดเชื้อตามสาเหตุ

อาการทอนซิลอักเสบจำนวนหนึ่งเกิดจากไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะประเมินว่าควรตรวจและให้ยาหรือไม่ การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ถูกต้องไม่ได้ป้องกันการผ่าตัด และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือเชื้อดื้อยา

ฝีรอบทอนซิลอาจต้องระบายหนองร่วมกับการรักษาอื่น ผู้ป่วยบางรายยังไม่ต้องตัดต่อมทันที ขณะที่ผู้ที่เป็นซ้ำหรือควบคุมไม่ได้อาจได้รับการพิจารณาผ่าตัด (PubMed Central)

รักษาสาเหตุอื่นของการกรน

หากกรนจากภูมิแพ้ จมูกอุดตัน น้ำหนักตัว หรือโครงสร้างส่วนอื่น การรักษาต้นเหตุเหล่านั้นอาจเหมาะสมกว่า หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัด ผู้ที่สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจต้องตรวจการนอนหลับและประเมินทางเดินหายใจให้ครบก่อน

เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ

ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับบางรายอาจใช้เครื่องสร้างแรงดันบวกขณะนอน โดยเฉพาะเมื่อสาเหตุไม่ได้มาจากทอนซิลเพียงอย่างเดียว หรือยังไม่พร้อมผ่าตัด ความเหมาะสมขึ้นกับผลตรวจการนอนหลับ อายุ และความสามารถในการใช้เครื่องอย่างต่อเนื่อง

การผ่าตัดแบบนำออกบางส่วนหรือหัตถการอื่น

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาลดขนาดต่อมแทนการนำออกทั้งหมด หรือผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์และแก้ไขตำแหน่งอุดกั้นอื่นร่วมด้วย แต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงต่างกัน ควรถามให้ชัดว่าเป้าหมายคือรักษาการติดเชื้อ ลดการอุดกั้น หรือเก็บเนื้อเยื่อไปตรวจ

สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการผ่าตัดหรือไม่ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด เพราะการมีอาการอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะใช้สิทธิได้โดยอัตโนมัติ

บัตรทอง

เริ่มประเมินที่หน่วยบริการประจำตามสิทธิ หากแพทย์เห็นว่ามีข้อบ่งชี้และสถานพยาบาลต้นทางทำไม่ได้ อาจต้องมีใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีแพทย์หู คอ จมูก ขั้นตอนส่งต่อและเอกสารอาจต่างกันตามพื้นที่

ควรถามว่า

  • ต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่
  • การตรวจการนอนหลับหรือการตรวจเพิ่มเติมอยู่ในแผนรักษาหรือไม่
  • สามารถผ่าตัดที่โรงพยาบาลใดตามเครือข่าย
  • ต้องนำบันทึกการติดเชื้อหรือเอกสารใดไปประกอบ

ประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรเริ่มจากโรงพยาบาลที่ลงทะเบียน หากแพทย์ประเมินว่าจำเป็น อาจรักษาที่โรงพยาบาลนั้นหรือส่งต่อภายในเครือข่าย การเข้ารับบริการนอกระบบโดยไม่มีการส่งต่ออาจมีเงื่อนไขต่างออกไป ยกเว้นกรณีฉุกเฉินซึ่งพิจารณาตามเกณฑ์ที่ใช้ในขณะนั้น

ก่อนผ่าตัดควรยืนยันสถานพยาบาลตามสิทธิ ขั้นตอนส่งต่อ เอกสาร และรายการที่สิทธิครอบคลุมโดยตรงกับโรงพยาบาล

ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ สาเหตุที่ผ่าตัด ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน และความจำเป็นทางการแพทย์ บริษัทอาจขอประวัติการรักษา ผลตรวจ หรือเอกสารจากศัลยแพทย์ก่อนอนุมัติ

ควรถามบริษัทประกันและโรงพยาบาลว่า

  • ต้องขออนุมัติก่อนผ่าตัดหรือไม่
  • ต้องใช้ใบรับรองแพทย์หรือผลตรวจอะไร
  • การผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียวกับการนอนโรงพยาบาลมีเงื่อนไขต่างกันหรือไม่
  • ค่าตรวจพิเศษและการรักษาภาวะแทรกซ้อนอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด
  • มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับโรคเดิมหรืออาการที่เกิดก่อนเริ่มกรมธรรม์หรือไม่

ผู้ที่มีสิทธิหลายระบบควรถามหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลว่าต้องเลือกใช้สิทธิใด และต้องจัดเตรียมเอกสารอย่างไร ไม่ควรนัดผ่าตัดโดยอาศัยคำตอบทั่วไปจากแหล่งอื่นแทนการตรวจสอบสิทธิรายบุคคล

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าตัดทอนซิลเจ็บไหม

ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะใช้การดมยาสลบ แต่หลังผ่าตัดมักเจ็บคอประมาณ 1-2 สัปดาห์ และอาการอาจมากขึ้นชั่วคราวในช่วงกลางของการพักฟื้น (PubMed Central) บางคนปวดร้าวไปหูได้โดยไม่ได้หมายความว่าหูติดเชื้อ ควรใช้ยาตามแผนของทีมผ่าตัดและดื่มน้ำให้เพียงพอ

หลังผ่าตัดกลับบ้านได้วันเดียวกันหรือไม่

ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียว หากหายใจปกติ ไม่มีเลือดออก ดื่มน้ำได้ และอาการโดยรวมเหมาะสม เด็กเล็ก ผู้ที่หยุดหายใจขณะหลับมาก มีโรคประจำตัว หรือมีอาการหลังผ่าตัดอาจต้องพักสังเกตอาการในโรงพยาบาล

ต้องพักฟื้นกี่วัน

โดยทั่วไปควรเตรียมเวลาพักฟื้นประมาณ 10-14 วัน แต่อาจนานกว่านั้นในผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อน (Cleveland Clinic) การกลับไปเรียนหรือทำงานควรพิจารณาจากการกิน ดื่ม นอน และทำกิจวัตรได้ รวมถึงคำแนะนำของศัลยแพทย์

หลังผ่าตัดกินอะไรได้

ช่วงแรกควรเลือกอาหารนุ่ม กลืนง่าย และดื่มน้ำสม่ำเสมอ จากนั้นค่อยเพิ่มอาหารตามความสบายของผู้ป่วย หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ เผ็ด หรือเปรี้ยวหากทำให้แสบ ปวด หรือระคายแผล

คราบสีขาวในคอคือหนองหรือไม่

คราบสีขาวหรือเทาบริเวณแผลมักเป็นส่วนหนึ่งของการสมานแผล ไม่ได้แปลว่าติดเชื้อเสมอไป หากมีไข้สูง อาการทรุดลง ปวดผิดปกติ หรือมีกลิ่นร่วมกับอาการน่ากังวล ควรติดต่อทีมรักษา ไม่ควรขูดคราบออกเพราะอาจทำให้เลือดออก

ทำไมหลังผ่าตัดจึงมีกลิ่นปาก

กลิ่นปากพบได้ระหว่างที่แผลในลำคอกำลังหาย และอาจอยู่ได้นานถึงประมาณสองสัปดาห์ตามแหล่งอ้างอิง การดื่มน้ำและดูแลช่องปากตามคำแนะนำช่วยได้ แต่ไม่ควรกลั้วคอแรงหรือใช้น้ำยาที่ระคายแผลโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

ตัดทอนซิลแล้วภูมิคุ้มกันจะหายไปหรือไม่

ต่อมทอนซิลเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ร่างกายยังมีเนื้อเยื่อน้ำเหลืองและกลไกภูมิคุ้มกันส่วนอื่น การตัดต่อมทอนซิลจึงไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะไม่มีภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม แพทย์จะเสนอการผ่าตัดเมื่อเห็นว่าปัญหาจากต่อมมีน้ำหนักมากกว่าประโยชน์ของการเก็บไว้

ตัดทอนซิลแล้วจะไม่เจ็บคออีกเลยใช่ไหม

ยังเจ็บคอได้ เพราะคอส่วนอื่นอาจติดเชื้อ ระคายเคือง หรืออักเสบจากสาเหตุอื่น การผ่าตัดมีเป้าหมายลดปัญหาที่มาจากต่อมทอนซิล ไม่ใช่ป้องกันโรคทางเดินหายใจทุกชนิด

เด็กกับผู้ใหญ่พักฟื้นต่างกันหรือไม่

ผู้ใหญ่อาจใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าและรู้สึกปวดมากกว่าเด็กบางราย แต่ประสบการณ์แตกต่างกันในแต่ละคน อายุ เทคนิคผ่าตัด สุขภาพ และการดื่มน้ำหลังผ่าตัดล้วนมีผลต่อการฟื้นตัว

เลือดออกหลังผ่าตัดต้องรอดูอาการได้ไหม

ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน หากมีเลือดออกจากปากหรือจมูก อาเจียนเป็นเลือดไม่ว่าจะสีแดงหรือสีคล้ำ มีก้อนเลือด หรือเด็กกลืนถี่ผิดปกติ ให้ติดต่อโรงพยาบาลและไปห้องฉุกเฉินทันที แม้เลือดจะหยุดเองแล้ว

ผ่าตัดแล้วกรนจะหายหรือไม่

อาการกรนอาจดีขึ้นหากต่อมทอนซิลโตเป็นสาเหตุสำคัญ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะหายทั้งหมด เพราะการอุดกั้นอาจอยู่ที่จมูก เพดานอ่อน โคนลิ้น หรือสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว หากยังกรนหรือมีช่วงหยุดหายใจหลังพักฟื้น ควรกลับไปประเมินซ้ำ

จำเป็นต้องตรวจการนอนหลับก่อนผ่าตัดหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องตรวจ แต่แพทย์อาจแนะนำเมื่อสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการกับผลตรวจร่างกายไม่สอดคล้องกัน หรือมีโรคที่เพิ่มความเสี่ยง ผลตรวจช่วยประเมินความรุนแรงและวางแผนการเฝ้าระวังหลังผ่าตัด

ควรหยุดยาก่อนผ่าตัดเองหรือไม่

ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และยารักษาโรคหัวใจ ให้แจ้งยาทุกชนิดแก่ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ แล้วทำตามเวลาที่ทีมรักษากำหนดสำหรับคุณ

ต่อมทอนซิลงอกใหม่ได้หรือไม่

หากนำเนื้อเยื่อออกทั้งหมด โอกาสเหลือเนื้อเยื่อที่โตขึ้นภายหลังมีน้อย แต่หากใช้เทคนิคที่นำออกบางส่วน เนื้อเยื่อที่เหลืออาจโตขึ้นได้ในบางคน ควรถามศัลยแพทย์ก่อนผ่าตัดว่าจะนำออกทั้งหมดหรือบางส่วน และเหตุใดวิธีนั้นจึงเหมาะกับเป้าหมายการรักษา

ควรถามแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าเหตุผลหลักของการผ่าตัดคืออะไร มีทางเลือกไม่ผ่าตัดหรือไม่ จะนำต่อมออกทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ร่วมด้วยหรือไม่ และมีโอกาสต้องค้างคืนหรือไม่ นอกจากนี้ควรถามแผนจัดการความปวด วิธีติดต่อเมื่อมีเลือดออก และกำหนดกลับไปเรียน ทำงาน หรือออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา