ผ่าตัดขากรรไกร
ผ่าตัดขากรรไกร (Corrective jaw surgery) คือการตัดและเลื่อนกระดูกขากรรไกรบน ขากรรไกรล่าง หรือทั้งสองส่วน เพื่อให้ขากรรไกรและฟันสบกันเหมาะสมขึ้น รวมถึงช่วยแก้ปัญหาการเคี้ยว การพูด การหายใจ หรือความไม่สมมาตรของใบหน้าที่เกิดจากโครงกระดูก การรักษานี้มักทำร่วมกับการจัดฟันและเหมาะกับความผิดปกติที่การจัดฟันเพียงอย่างเดียวแก้ไม่ได้ ไม่ใช่ทุกคนที่ฟันสบผิดปกติจะต้องผ่าตัด
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดใช้แก้ตำแหน่งของ กระดูกขากรรไกร ต่างจากการจัดฟันที่เคลื่อนเฉพาะฟัน จึงมักพิจารณาเมื่อโครงกระดูกผิดตำแหน่งมากและกระทบการใช้งานหรือโครงหน้า
- การรักษาไม่ได้จบในวันผ่าตัด โดยทั่วไปต้องวางแผนร่วมกันระหว่างทันตแพทย์จัดฟันกับศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล มีการจัดฟันก่อนหรือหลังผ่าตัด และติดตามการสบฟันต่อเนื่อง
- ช่วงแรกมักมีใบหน้าบวม ปวดตึง อ้าปากหรือเคี้ยวลำบาก และอาจมีอาการชาบริเวณริมฝีปากหรือคาง การกลับไปเรียนหรือทำงานมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ ส่วนกระดูกและการสบฟันต้องใช้เวลานานกว่านั้นจึงจะเข้าที่
ผ่าตัดขากรรไกร คืออะไร
การผ่าตัดขากรรไกรเพื่อแก้ไขความผิดปกติของโครงหน้าและการสบฟัน เป็นการปรับตำแหน่งกระดูกขากรรไกรให้สัมพันธ์กับฟัน ฐานกะโหลก และส่วนอื่นของใบหน้า ศัลยแพทย์จะตัดกระดูกในตำแหน่งที่วางแผนไว้ เลื่อนกระดูกไปข้างหน้า ถอยหลัง ยกขึ้น ลดลง หรือหมุนตามความจำเป็น แล้วตรึงกระดูกไว้ด้วยแผ่นและสกรูขนาดเล็ก (Cleveland Clinic)
เป้าหมายหลักคือทำให้ขากรรไกรทำงานได้ดีขึ้น เช่น กัดและเคี้ยวอาหารสะดวกขึ้น ปิดริมฝีปากได้เหมาะสมขึ้น หรือแก้การสบฟันที่รุนแรง การเปลี่ยนตำแหน่งกระดูกย่อมทำให้สัดส่วนใบหน้าเปลี่ยนตามไปด้วย แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงขึ้นกับโครงหน้าเดิม ทิศทางการเลื่อนกระดูก เนื้อเยื่ออ่อน และการหายของแต่ละคน จึงไม่ควรใช้ภาพจำลองเป็นคำรับรองผลลัพธ์
การผ่าตัดแบ่งตามบริเวณที่ต้องแก้ไข ได้แก่
| ชนิดการผ่าตัด | สิ่งที่ศัลยแพทย์ทำ | ปัญหาที่อาจใช้รักษา |
| ผ่าตัดขากรรไกรบน | ตัดและเลื่อนขากรรไกรบนในทิศทางที่วางแผน | ขากรรไกรบนยื่นหรือถอย ใบหน้าช่วงกลางยุบ ฟันสบเปิด หรือขากรรไกรบนแคบ |
| ผ่าตัดขากรรไกรล่าง | แยกกระดูกด้านหลังฟันกรามแล้วเลื่อนส่วนที่มีฟัน | ขากรรไกรล่างยื่น ถอย หรือเบี้ยว |
| ผ่าตัดขากรรไกรสองชั้น | ปรับทั้งขากรรไกรบนและล่าง | ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับขากรรไกรทั้งสองส่วน หรือแก้ส่วนเดียวแล้วไม่สามารถทำให้การสบฟันสมดุล |
| ผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง | ตัดและเลื่อนกระดูกคาง | คางถอย คางยื่น หรือคางไม่สมมาตร อาจทำพร้อมการผ่าตัดขากรรไกร |
การผ่าตัดส่วนใหญ่อยู่ภายในช่องปาก จึงมักไม่มีแผลยาวบนใบหน้า บางแผนการรักษาอาจต้องมีแผลเล็กด้านนอก หรืออาจต้องเสริม ตัดแต่ง หรือปลูกกระดูก ศัลยแพทย์ควรอธิบายตำแหน่งแผลและวัสดุที่ใช้ก่อนตัดสินใจ
การรักษามักต้องมีทันตแพทย์จัดฟันร่วมวางแผน เพราะการทำให้กระดูกอยู่ในตำแหน่งที่ดีไม่ได้หมายความว่าฟันจะสบกันพอดีทันที ฟันต้องถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่รองรับการสบฟันหลังผ่าตัด กระบวนการทั้งหมดจึงอาจกินเวลานานหลายปีเมื่อรวมการจัดฟันก่อนผ่าตัด การผ่าตัด การหายของกระดูก และการจัดฟันหลังผ่าตัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัด
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อความผิดปกติเกิดจากตำแหน่งหรือขนาดของกระดูกขากรรไกร และส่งผลชัดเจนต่อการทำงานหรือโครงหน้า เช่น
- ฟันล่างคร่อมฟันบนอย่างรุนแรง
- ฟันบนยื่นมากจากตำแหน่งของขากรรไกร
- ฟันหน้าบนและล่างไม่สัมผัสกันเมื่อกัด หรือที่เรียกว่า “สบเปิด”
- ขากรรไกรหรือใบหน้าเอียง ไม่สมมาตร หรือเบี้ยวจากโครงกระดูก
- กัด ตัด หรือเคี้ยวอาหารลำบาก
- ปิดริมฝีปากได้ยากโดยไม่เกร็ง
- การออกเสียงหรือการกลืนได้รับผลจากตำแหน่งขากรรไกร
- ฟันสึกหรือรับแรงผิดปกติจากการสบฟัน
- มีความผิดปกติของขากรรไกรแต่กำเนิด หรือเกิดหลังอุบัติเหตุ
- มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นที่สัมพันธ์กับโครงสร้างขากรรไกร และทีมรักษาเห็นว่าการปรับโครงกระดูกเหมาะสม
- จัดฟันแล้วไม่สามารถแก้ต้นเหตุที่เป็นความผิดปกติของกระดูกได้ (Cleveland Clinic)
มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอ แพทย์ต้องตรวจใบหน้า การสบฟัน ข้อต่อขากรรไกร ทางเดินหายใจ สุขภาพฟันและเหงือก รวมถึงภาพถ่ายรังสีหรือภาพสามมิติ แล้วจึงแยกว่าปัญหาเกิดจากฟัน กระดูก กล้ามเนื้อ ข้อต่อ หรือหลายส่วนร่วมกัน
ใครอาจต้องเลื่อนการผ่าตัดหรือใช้วิธีอื่น
โดยทั่วไปมักรอให้ขากรรไกรหยุดเจริญเติบโตก่อน เพราะการเติบโตต่อหลังผ่าตัดอาจทำให้ตำแหน่งเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม อายุอย่างเดียวใช้ตัดสินไม่ได้ แพทย์อาจเปรียบเทียบการเจริญเติบโตจากประวัติ การตรวจ และภาพถ่ายตามระยะ
การผ่าตัดอาจยังไม่เหมาะ หรืออาจต้องแก้ปัญหาอื่นก่อน หากมีภาวะต่อไปนี้
- ฟันผุ โรคเหงือก หรือการติดเชื้อในช่องปากที่ยังควบคุมไม่ได้
- สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินและยังไม่พร้อมหยุดตามแผนของทีมรักษา เพราะอาจรบกวนการหายของแผลและกระดูก
- โรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี หรือมีความเสี่ยงจากการดมยาสลบสูง
- ภาวะโภชนาการไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้รับอาหารช่วงพักฟื้นได้ยาก
- ไม่สามารถมาติดตาม จัดฟัน หรือดูแลช่องปากต่อเนื่องได้
- ความคาดหวังเน้นรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวโดยยังไม่เข้าใจข้อจำกัด ความไม่สมมาตรที่อาจเหลืออยู่ หรือความเสี่ยงต่อความรู้สึกบริเวณริมฝีปากและคาง
- ปัญหาหลักเกิดจากตำแหน่งฟันและสามารถแก้ด้วยการจัดฟันโดยไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งกระดูก
- ปวดข้อต่อขากรรไกรโดยยังไม่ทราบสาเหตุ การผ่าตัดจัดตำแหน่งขากรรไกรไม่ใช่คำตอบสำหรับอาการปวดข้อต่อทุกชนิด และอาการอาจไม่หายหลังผ่าตัด
ก่อนตัดสินใจ คุณควรเข้าใจทั้งเป้าหมายด้านการใช้งานและการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ถามให้ชัดว่าหากไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น มีทางเลือกใดบ้าง ต้องจัดฟันนานเพียงใด และอาการใดที่การผ่าตัดอาจไม่ช่วย
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวมักใช้เวลานานกว่าตัวการผ่าตัด เพราะต้องทำให้ตำแหน่งฟันพร้อมสำหรับตำแหน่งใหม่ของกระดูก แผนของแต่ละคนต่างกันตามชนิดความผิดปกติ สุขภาพช่องปาก และวิธีจัดฟัน
การตรวจและวางแผน
ทีมรักษาอาจใช้ข้อมูลต่อไปนี้
- ประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว การแพ้ยา และการผ่าตัดที่ผ่านมา
- การตรวจใบหน้า ช่องปาก ฟัน เหงือก และข้อต่อขากรรไกร
- ภาพถ่ายใบหน้าและในช่องปาก
- ภาพถ่ายรังสีหรือภาพสามมิติของกะโหลกและขากรรไกร
- แบบจำลองฟันหรือข้อมูลสแกนช่องปาก
- การประเมินการสบฟันและการเคลื่อนไหวของขากรรไกร
- การตรวจทางเดินหายใจหรือการนอนหลับ หากมีข้อบ่งชี้
- การตรวจเลือดและการประเมินก่อนดมยาสลบ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยกำหนดว่าจะผ่าตัดขากรรไกรส่วนใด เลื่อนไปทางใด และเลื่อนมากน้อยเพียงใด การวางแผนด้วยคอมพิวเตอร์อาจช่วยจำลองตำแหน่งกระดูกและสร้างอุปกรณ์นำทาง แต่ภาพจำลองเป็นเครื่องมือวางแผน ไม่ใช่การรับประกันรูปลักษณ์หลังหาย (PubMed Central)
การจัดฟันก่อนผ่าตัด
หลายคนต้องจัดฟันก่อนผ่าตัดเพื่อเรียงฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับขากรรไกรหลังเลื่อน ช่วงนี้การสบฟันอาจดูแย่ลงชั่วคราว เพราะทันตแพทย์กำลังคลายการชดเชยเดิมของฟัน ไม่ได้หมายความว่าการรักษาผิดแผน
แหล่งอ้างอิงระบุว่าการจัดฟันก่อนผ่าตัดอาจใช้เวลาประมาณ 9-18 เดือนหรือ 12-18 เดือน แต่ระยะจริงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ตามความซับซ้อน การถอนฟัน สุขภาพเหงือก และการตอบสนองต่อการจัดฟัน (PubMed Central) บางกรณีอาจผ่าตัดก่อนแล้วจัดฟันภายหลัง แต่ไม่เหมาะกับทุกคนและต้องคัดเลือกอย่างระมัดระวัง
ยาและอาหารเสริม
แจ้งทีมรักษาเกี่ยวกับยาทุกชนิด รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยารักษาความดันโลหิตหรือโรคหัวใจ
- ยาแก้ปวดที่ซื้อใช้เอง
- วิตามิน สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ยาฮอร์โมนหรือยาที่มีผลต่อกระดูก
- ประวัติแพ้ยา แพ้ยาง หรือแพ้วัสดุทางการแพทย์
อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะบอกว่ายาใดควรใช้ต่อ ปรับ หรือหยุด และกำหนดเวลาให้เฉพาะบุคคล การหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือยาเบาหวานผิดเวลาอาจทำให้เกิดอันตรายได้
การงดอาหารและน้ำ
การผ่าตัดมักใช้การดมยาสลบ จึงต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามคำสั่งของโรงพยาบาล เวลางดขึ้นกับชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด โรคประจำตัว และแนวทางของวิสัญญีแพทย์ หากเผลอกินหรือดื่มในช่วงที่ต้องงด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง เพราะอาจต้องปรับเวลาเพื่อป้องกันการสำลักระหว่างดมยาสลบ
เตรียมบ้านและผู้ดูแล
ช่วงแรกคุณอาจบวม พูดไม่ถนัด และรับประทานได้เฉพาะอาหารที่ไม่ต้องเคี้ยว ควรเตรียมล่วงหน้า ได้แก่
- ผู้ใหญ่ที่พากลับและอยู่ช่วยในช่วงแรก
- อาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่มีพลังงานและโปรตีนเพียงพอตามคำแนะนำ
- เครื่องปั่น ภาชนะดื่ม และอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปากที่ทีมรักษาแนะนำ
- หมอนสำหรับหนุนศีรษะ
- เสื้อที่ใส่และถอดง่าย
- เวลาหยุดเรียนหรือหยุดงาน โดยเผื่อมากขึ้นหากงานต้องพูดมาก ใช้แรง หรือพบคนจำนวนมาก
- วิธีติดต่อโรงพยาบาลเมื่อมีอาการผิดปกติ
วันผ่าตัดให้นำเอกสารประจำตัว ข้อมูลสิทธิการรักษา รายชื่อยา ผลตรวจที่โรงพยาบาลขอ และอุปกรณ์จัดฟันตามที่ทีมรักษาแจ้ง งดแต่งหน้า เครื่องประดับ และเลนส์สัมผัสตามคำแนะนำของสถานพยาบาล
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดขึ้นกับว่าต้องแก้ขากรรไกรบน ล่าง ทั้งสองส่วน หรือร่วมกับคาง แต่ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้
- ตรวจยืนยันแผนและดมยาสลบ
ทีมผ่าตัดตรวจชื่อ ตำแหน่งผ่าตัด ผลตรวจ และแผนการเคลื่อนกระดูก จากนั้นวิสัญญีแพทย์ให้ยาดมสลบ คุณจะหลับตลอดการผ่าตัดและมีการดูแลทางเดินหายใจอย่างใกล้ชิด
- เปิดทางเข้ากระดูก
ศัลยแพทย์มักเปิดแผลภายในช่องปากเพื่อเข้าถึงขากรรไกร วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงแผลยาวบนใบหน้า แต่บางกรณีอาจต้องมีแผลเล็กภายนอก (Cleveland Clinic)
- ตัดกระดูกตามตำแหน่งที่วางแผน
ศัลยแพทย์ตัดกระดูกโดยระวังรากฟัน เส้นประสาท และหลอดเลือด ตำแหน่งตัดแตกต่างกันตามส่วนของขากรรไกรและทิศทางที่ต้องเลื่อน
- เลื่อนขากรรไกรไปยังตำแหน่งใหม่
กระดูกอาจถูกเลื่อนไปข้างหน้า ถอยหลัง ขึ้น ลง หรือหมุน บางกรณีต้องตัดแต่งกระดูกหรือเติมกระดูกเพื่อให้ตำแหน่งใหม่มั่นคง
- ตรวจการสบฟัน
ทีมผ่าตัดใช้การสบของฟันและอุปกรณ์นำตำแหน่งที่เตรียมไว้เป็นแนวทาง อาจมีการปรับตำแหน่งจนฟันบนและล่างสัมพันธ์ตามแผน
- ตรึงกระดูก
เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว ศัลยแพทย์ใช้แผ่น สกรู หรือลวดเพื่อยึดกระดูก บางคนมีหนังยางคล้องกับเครื่องมือจัดฟันเพื่อช่วยนำการสบฟัน ปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องถูกมัดขากรรไกรปิดสนิท แต่คุณควรถามแผนของตนเองให้ชัด
- ปิดแผลและเฝ้าดูอาการ
หลังเย็บแผล คุณจะถูกย้ายไปยังพื้นที่พักฟื้น ทีมรักษาตรวจการหายใจ เลือดออก อาการปวด คลื่นไส้ และความรู้สึกบริเวณใบหน้า ก่อนตัดสินใจว่าจะกลับบ้านหรือพักในโรงพยาบาล
หากผ่าตัดทั้งสองขากรรไกร ขั้นตอนจะซับซ้อนและนานกว่าการแก้เพียงส่วนเดียว หากมีการปลูกกระดูก อาจใช้กระดูกจากบริเวณอื่นหรือวัสดุที่เหมาะสมตามข้อบ่งชี้ ศัลยแพทย์ควรแจ้งเรื่องแผลเพิ่มเติมและความเสี่ยงเฉพาะก่อนผ่าตัด
ใช้เวลานานแค่ไหน
ตัวการผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณ 1-4 ชั่วโมง ตามข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงหนึ่ง แต่ระยะจริงขึ้นกับจำนวนขากรรไกรที่ผ่าตัด ความซับซ้อนของตำแหน่งกระดูก การผ่าตัดคางร่วมด้วย การปลูกกระดูก และเหตุการณ์ระหว่างผ่าตัด (Cleveland Clinic) เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดทั้งหมดอาจนานกว่าตัวการผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมดมยาสลบ จัดท่า และปลุกหลังผ่าตัด
การผ่าตัดใช้การดมยาสลบ คุณจึงไม่รู้สึกตัวระหว่างทำ หลังตื่นอาจมีอาการง่วง คลื่นไส้ คัดจมูก เจ็บคอ ปวดตึง และรู้สึกว่าใบหน้าบวม
ระยะพักโรงพยาบาลต่างกันมาก บางกรณีกลับได้ในวันเดียว แต่หลายคนต้องพักอย่างน้อยหนึ่งคืน และอาจอยู่ประมาณ 1-4 คืนตามชนิดการผ่าตัด การหายใจ เลือดออก ความสามารถในการดื่มน้ำ อาการปวด และแนวทางของสถานพยาบาล (Cleveland Clinic) ข้อมูลนี้มาจากแนวทางต่างประเทศ การดูแลในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน ศัลยแพทย์จะประเมินจากอาการจริงหลังผ่าตัด
ก่อนกลับบ้าน ทีมรักษามักต้องมั่นใจว่าคุณหายใจได้ปลอดภัย เลือดออกอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ดื่มน้ำหรือรับอาหารตามแผนได้ ลุกเดินได้ และมีผู้ดูแลที่เข้าใจวิธีติดต่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
พักฟื้นนานแค่ไหน
ช่วงพักฟื้นที่หนักที่สุดมักอยู่ในระยะแรก แต่กระดูกและการสบฟันต้องใช้เวลานานกว่าที่อาการบวมและปวดจะดีขึ้น ระยะต่อไปนี้เป็นกรอบทั่วไปจากแหล่งอ้างอิง ไม่ใช่กำหนดเฉพาะบุคคล (Cleveland Clinic)
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักพบ | สิ่งที่ควรเน้น |
| 1-3 วันแรก | บวม ปวดตึง คัดจมูก มีน้ำลายปนเลือดเล็กน้อย พูดและกลืนไม่ถนัด | ดูแลทางเดินหายใจ ดื่มตามแผน รับยาตามคำสั่ง และมีผู้ดูแล |
| สัปดาห์ที่ 1-2 | บวมและช้ำยังเห็นได้ อาการมักค่อยๆ ลดลง อ้าปากและเคี้ยวยังจำกัด | รับอาหารเหลวหรืออ่อน ทำความสะอาดช่องปาก และมาตรวจตามนัด |
| ประมาณสัปดาห์ที่ 2-4 | หลายคนกลับไปเรียนหรืองานเบาได้ แต่ยังเหนื่อยง่าย พูดนานหรือพบปะผู้คนอาจไม่สะดวก | ปรับงานตามอาการ หลีกเลี่ยงแรงกระแทกและงานใช้แรง |
| ประมาณ 6 สัปดาห์ | กระดูกมีการเชื่อมระยะแรกมากขึ้น แต่อาจยังไม่พร้อมรับแรงเต็มที่ | ทำตามข้อจำกัดเรื่องอาหารและกิจกรรมจนกว่าศัลยแพทย์อนุญาต |
| ประมาณ 6-12 สัปดาห์ | การหายของกระดูกดำเนินต่อ การเคี้ยวและกิจกรรมเพิ่มได้เป็นขั้น | เพิ่มอาหารหรือกิจกรรมตามการประเมิน ไม่เร่งเอง |
| หลายเดือนขึ้นไป | อาการบวมเล็กน้อยและความรู้สึกชาอาจค่อยๆ เปลี่ยน การจัดฟันยังดำเนินต่อ | ติดตามการสบฟัน สุขภาพเหงือก และการฟื้นตัวของเส้นประสาท |
แหล่งอ้างอิงให้ช่วงกลับไปทำงานหรือเรียนประมาณ 1-4 สัปดาห์ โดยขึ้นกับชนิดการผ่าตัดและลักษณะงาน (Cleveland Clinic) หากผ่าตัดทั้งสองขากรรไกร งานต้องพูดมาก งานใช้แรง งานกลางแจ้ง หรือยังรับอาหารได้ไม่พอ อาจต้องพักนานกว่า งานจากที่บ้านที่ไม่ต้องประชุมมากอาจกลับได้เร็วกว่าเมื่ออาการเอื้ออำนวย
การเชื่อมของกระดูกระยะแรกมักใช้เวลาราว 6 สัปดาห์ และการหายของกระดูกอาจต่อเนื่องถึงประมาณ 12 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นตามขอบเขตการผ่าตัดและสุขภาพของผู้ป่วย การฟื้นตัวโดยรวม รวมอาการบวมเล็กน้อย ความรู้สึกของริมฝีปาก การเคลื่อนไหวขากรรไกร และการจัดฟัน อาจใช้เวลาหลายเดือน
การกินระหว่างพักฟื้น
ช่วงแรกมักต้องรับอาหารเหลว แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก ระยะเวลาขึ้นกับตำแหน่งตัดกระดูก ความมั่นคงของการตรึง และคำสั่งศัลยแพทย์ อย่าทดสอบเคี้ยวอาหารแข็งเพียงเพราะอาการปวดลดลง เพราะกระดูกอาจยังเชื่อมไม่เต็มที่
อาหารควรให้พลังงาน โปรตีน และสารอาหารเพียงพอ หากน้ำหนักลดมาก ดื่มไม่ได้ อ่อนเพลีย หรือเตรียมอาหารให้เหมาะกับข้อจำกัดไม่ได้ ควรแจ้งทีมรักษา อาจต้องประเมินโภชนาการเพิ่มเติม
การบวมและอาการชา
อาการบวมมักเด่นในช่วงแรกและค่อยๆ ลดลงภายในหลายสัปดาห์ แต่อาการบวมเล็กน้อยอาจอยู่นานกว่านั้น ความรู้สึกชาที่ริมฝีปากล่าง คาง แก้ม หรือเหงือกเกิดได้จากเส้นประสาทที่อยู่ใกล้แนวตัดกระดูก อาการอาจดีขึ้นช้าเป็นเวลาหลายเดือน และบางคนอาจมีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงถาวร
อย่าใช้ความร้อนจัดกับบริเวณที่ชา เพราะอาจเกิดแผลไหม้โดยไม่รู้ตัว ระวังกัดริมฝีปากหรือแก้ม และแจ้งแพทย์หากอาการชาแย่ลงร่วมกับอาการอ่อนแรง ปวดรุนแรง หรือบวมผิดปกติ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดขากรรไกรเป็นการผ่าตัดใหญ่ แม้มีการวางแผนละเอียดก็ยังมีความเสี่ยง คุณควรรู้ว่าภาวะแทรกซ้อนใดมักหายได้ ภาวะใดอาจต้องรักษาเพิ่ม และภาวะใดอาจคงอยู่
ความเสี่ยงทั่วไปจากการผ่าตัดและดมยาสลบ
- เลือดออกระหว่างหรือหลังผ่าตัด
- การติดเชื้อ
- แพ้ยาหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
- ลิ่มเลือดอุดตัน แม้ไม่ใช่ภาวะที่พบเฉพาะการผ่าตัดชนิดนี้
- คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ หรือปัสสาวะลำบากหลังดมยาสลบ
ความเสี่ยงเฉพาะของการผ่าตัดขากรรไกร
อาการชาและเส้นประสาทบาดเจ็บ
เส้นประสาทที่ให้ความรู้สึกแก่ริมฝีปาก คาง ฟัน และเหงือกอยู่ใกล้บริเวณผ่าตัด โดยเฉพาะขากรรไกรล่าง อาจเกิดชา เสียวซ่า แสบร้อน หรือความรู้สึกเปลี่ยนไป อาการจำนวนหนึ่งดีขึ้นตามเวลา แต่บางรายอาจเหลือถาวร (Mayo Clinic)
การสบฟันไม่เป็นไปตามแผน
หลังบวมลดลงและกล้ามเนื้อปรับตัว ฟันอาจสบไม่พอดีตามที่คาด อาจต้องปรับหนังยาง จัดฟันเพิ่มเติม กรอฟันบางตำแหน่ง หรือในบางกรณีต้องผ่าตัดแก้ไข
ขากรรไกรเคลื่อนกลับบางส่วน
กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนอาจดึงตำแหน่งกลับ หรือเกิดการเปลี่ยนจากการหายของกระดูก ทำให้ตำแหน่งขากรรไกรหรือการสบฟันเปลี่ยน ภาวะนี้อาจดูแลด้วยการจัดฟันหรืออาจต้องรักษาเพิ่มเติม
กระดูกติดช้าหรือไม่ติด
พบได้เมื่อกระดูกไม่เชื่อมตามคาด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงการติดเชื้อ การเคลื่อนไหวของแนวกระดูก สุขภาพโดยรวม และการสูบบุหรี่ บางกรณีต้องตรึงหรือปลูกกระดูกเพิ่ม
แผ่นหรือสกรูมีปัญหา
วัสดุตรึงกระดูกอาจระคายเคือง ติดเชื้อ คลาย หรือแตก แม้วัสดุมักอยู่ต่อได้ แต่บางคนอาจต้องนำออกหลังจากกระดูกหายแล้วตามข้อบ่งชี้
ข้อต่อขากรรไกรปวดหรือทำงานเปลี่ยนไป
อาจมีอาการปวด เสียงคลิก อ้าปากจำกัด หรือกล้ามเนื้อตึง อาการเดิมบางชนิดอาจดีขึ้น ไม่เปลี่ยน หรือแย่ลง การผ่าตัดไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้อาการปวดข้อต่อหาย
ฟันหรือรากฟันบาดเจ็บ
ฟันใกล้แนวตัดกระดูกอาจสูญเสียเลือดเลี้ยง รากฟันบาดเจ็บ หรือจำเป็นต้องรักษารากฟันในภายหลัง
รูปร่างใบหน้าหรือจมูกเปลี่ยนต่างจากที่คาด
การเลื่อนขากรรไกรทำให้เนื้อเยื่ออ่อนปรับตาม อาจมีความไม่สมมาตรเหลืออยู่ หรือมีการเปลี่ยนของริมฝีปาก ฐานจมูก ร่องแก้ม และคาง การจำลองก่อนผ่าตัดช่วยสื่อสารแผน แต่ทำนายเนื้อเยื่ออ่อนได้ไม่สมบูรณ์
ปัญหาการหายใจและทางเดินหายใจ
ช่วงแรกอาจหายใจไม่สะดวกจากอาการบวม เลือดหรือน้ำมูก และหนังยาง หากมีหายใจลำบากเป็นภาวะฉุกเฉิน การเลื่อนขากรรไกรบางทิศทางยังอาจเปลี่ยนขนาดทางเดินหายใจ จึงต้องรวมเรื่องนี้ไว้ในการวางแผน
งานทบทวนภาวะแทรกซ้อนรายงานอัตราที่แตกต่างกันมาก เพราะแต่ละการศึกษานิยาม “ภาวะแทรกซ้อน” ไม่เหมือนกัน ใช้เทคนิคและกลุ่มผู้ป่วยต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขเดียวมาใช้ทำนายความเสี่ยงของคุณ ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงตามชนิดการผ่าตัด ตำแหน่งเส้นประสาท สุขภาพช่องปาก และโรคประจำตัวของคุณ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังผ่าตัดจะมีบวม ปวดตึง และมีเลือดซึมเล็กน้อยได้ แต่ควรติดต่อทีมรักษาทันทีหรือไปห้องฉุกเฉินเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | สิ่งที่ควรทำ |
| หายใจลำบาก หอบ มีเสียงผิดปกติ หรือรู้สึกว่าทางเดินหายใจตีบ | ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที |
| เลือดออกมาก ไหลต่อเนื่อง หรือมีเลือดเต็มปาก | ติดต่อโรงพยาบาลทันที อย่ารอถึงนัด |
| บวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะข้างเดียว หรือบวมร่วมกับหายใจลำบาก | ไปห้องฉุกเฉิน |
| ไข้ร่วมกับแผลบวมแดง ปวดเพิ่ม มีกลิ่นเหม็น หนอง หรือรสผิดปกติในปาก | ติดต่อศัลยแพทย์ในวันนั้น |
| ปวดรุนแรงขึ้นหรือควบคุมไม่ได้ตามแผนที่ได้รับ | ติดต่อทีมรักษาเพื่อประเมิน |
| ดื่มน้ำไม่ได้ อาเจียนซ้ำ ปัสสาวะน้อยมาก หน้ามืด หรืออ่อนเพลียผิดปกติ | ติดต่อโรงพยาบาล เพราะอาจขาดน้ำ |
| ฟันสบเปลี่ยนทันที ขากรรไกรดูเคลื่อน หรือได้ยินเสียงผิดปกติหลังถูกกระแทก | หยุดใช้แรงกับขากรรไกรและติดต่อศัลยแพทย์ |
| หนังยางหรืออุปกรณ์ทำให้หายใจหรืออาเจียนไม่ปลอดภัย | ทำตามแผนฉุกเฉินที่ทีมรักษาสอนไว้และขอความช่วยเหลือทันที |
| เจ็บหน้าอก หายใจหอบเฉียบพลัน ขาบวมข้างเดียว หมดสติ หรือสับสน | ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน |
ก่อนกลับบ้านควรขอหมายเลขติดต่อทั้งในและนอกเวลาทำการ รวมถึงคำแนะนำว่าจะจัดการอุปกรณ์ในช่องปากอย่างไรเมื่ออาเจียนหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่ารอให้ถึงวันนัดหากอาการกำลังแย่ลง
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ทางเลือกขึ้นกับว่าปัญหาอยู่ที่ฟัน กระดูก ข้อต่อ ทางเดินหายใจ หรือความกังวลด้านรูปลักษณ์
จัดฟันโดยไม่ผ่าตัด
หากความผิดปกติไม่รุนแรงหรือเกิดจากตำแหน่งฟันเป็นหลัก การจัดฟันอาจทำให้ฟันสบดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด บางแผนใช้การถอนฟันหรืออุปกรณ์ช่วยเคลื่อนฟันเพื่อ “ชดเชย” ความต่างของกระดูก
ข้อจำกัดคือการจัดฟันเคลื่อนฟันได้ แต่ไม่สามารถเลื่อนฐานกระดูกขากรรไกรหรือเปลี่ยนรูปร่างกระดูกได้ (Cleveland Clinic) ในผู้ที่โครงกระดูกต่างกันมาก การชดเชยด้วยฟันอาจแก้การใช้งานหรือสัดส่วนใบหน้าได้ไม่ครบ และต้องประเมินผลต่อเหงือกกับรากฟัน
เฝ้าติดตามโดยยังไม่รักษา
หากอาการน้อย การสบฟันคงที่ และไม่มีหลักฐานว่าฟันหรือข้อต่อกำลังเสียหาย คุณอาจเลือกติดตามแทนการผ่าตัดได้ ควรถามแพทย์ว่าการไม่รักษามีผลต่อการสึกของฟัน เหงือก การเคี้ยว หรือทางเดินหายใจอย่างไร และต้องตรวจซ้ำเมื่อใด
รักษาอาการข้อต่อขากรรไกรแบบไม่ผ่าตัด
หากปัญหาหลักคือปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ อาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรม ลดการกัดแน่น ใช้อุปกรณ์ในช่องปาก กายภาพบำบัด หรือรักษาสาเหตุอื่นตามการวินิจฉัย การจัดตำแหน่งขากรรไกรไม่ควรถูกเสนอเป็นวิธีแก้ปวดข้อต่อทั่วไปโดยยังไม่ประเมินสาเหตุ
รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยวิธีอื่น
ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจมีทางเลือก เช่น ลดปัจจัยเสี่ยง ใช้เครื่องช่วยเปิดทางเดินหายใจ ใช้อุปกรณ์ในช่องปาก หรือผ่าตัดชนิดอื่น ขึ้นกับความรุนแรงและตำแหน่งอุดกั้น การเลื่อนขากรรไกรเป็นเพียงหนึ่งทางเลือกและต้องประเมินร่วมกับทีมที่ดูแลการนอนหลับ
การผ่าตัดทางเลือกอื่น
บางคนอาจเหมาะกับการผ่าตัดเฉพาะคาง การขยายขากรรไกร หรือการแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่ง แทนการผ่าตัดขากรรไกรทั้งสองส่วน แต่การปรับเฉพาะคางเปลี่ยนรูปลักษณ์และไม่ได้แก้การสบฟันที่เกิดจากตำแหน่งขากรรไกร
หากเหตุผลหลักเป็นด้านรูปลักษณ์ ให้ถามว่าทางเลือกนั้นแก้เฉพาะสัดส่วนภายนอกหรือแก้การทำงานด้วย รวมถึงผลกระทบต่อการสบฟันและทางเดินหายใจ การขอความเห็นจากทีมรักษาอีกชุดหนึ่งเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อแผนมีการผ่าตัดทั้งสองขากรรไกรหรือผลประเมินต่างกันมาก
สิทธิการรักษา
การใช้สิทธิขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หน่วยบริการต้นสังกัด ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละสิทธิ การผ่าตัดเพื่อแก้การเคี้ยว การหายใจ ความผิดปกติแต่กำเนิด หรือผลจากอุบัติเหตุ อาจถูกพิจารณาต่างจากการผ่าตัดที่มีวัตถุประสงค์ด้านรูปลักษณ์เป็นหลัก
ประกันสังคม
ตรวจสอบกับสถานพยาบาลตามสิทธิว่ามีคลินิกหรือหน่วยศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลหรือไม่ และต้องเริ่มจากแพทย์หรือทันตแพทย์ในระบบใด หากสถานพยาบาลเดิมไม่มีศักยภาพ อาจต้องมีการส่งต่อก่อน
ควรถามให้ชัดว่า
- การตรวจและผ่าตัดอยู่ในข้อบ่งชี้ที่สิทธิรองรับหรือไม่
- การจัดฟันก่อนและหลังผ่าตัดรวมอยู่ในสิทธิหรือแยกจากตัวการผ่าตัด
- ภาพถ่ายรังสี ภาพสามมิติ อุปกรณ์จัดฟัน และอุปกรณ์เฉพาะทางใช้สิทธิได้เพียงใด
- ต้องใช้เอกสารส่งต่อหรือผลตรวจใด
- หากต้องรักษาหลายหน่วยงาน ใครเป็นผู้ประสานแผน
บัตรทอง
เริ่มสอบถามที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลสิทธิ เพื่อประเมินและส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีทีมเฉพาะทาง การอนุมัติขึ้นกับข้อบ่งชี้และเส้นทางส่งต่อ ไม่ควรเข้ารับบริการนอกระบบก่อนตรวจสอบ เพราะอาจกระทบการใช้สิทธิ
ถามหน่วยบริการเรื่องขอบเขตของการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดด้วย เนื่องจากการผ่าตัดและการจัดฟันอาจถูกพิจารณาแยกกัน แม้จะเป็นส่วนของแผนเดียวกันทางคลินิก
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจกรมธรรม์และขออนุมัติล่วงหน้า โดยเฉพาะข้อยกเว้นเกี่ยวกับ
- ความผิดปกติแต่กำเนิด
- โรคหรืออาการที่มีอยู่ก่อนเริ่มความคุ้มครอง
- การรักษาทางทันตกรรมและการจัดฟัน
- การผ่าตัดเพื่อรูปลักษณ์
- การนอนโรงพยาบาลและการผ่าตัดใหญ่
- วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างผ่าตัด
- การผ่าตัดแก้ไขหรือภาวะแทรกซ้อน
ขอให้แพทย์ระบุการวินิจฉัย ข้อจำกัดด้านการใช้งาน เหตุผลที่การจัดฟันอย่างเดียวไม่เพียงพอ และแผนการรักษาทั้งหมด บริษัทประกันอาจขอภาพถ่ายรังสี ภาพถ่ายทางคลินิก หรือความเห็นเพิ่มเติมก่อนอนุมัติ
ไม่ว่าสิทธิใด ควรขอรายการที่รวมและไม่รวมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแยกการตรวจ การจัดฟัน การผ่าตัด การดมยาสลบ การพักโรงพยาบาล และการติดตามหลังผ่าตัด เพื่อให้เข้าใจขอบเขตสิทธิก่อนเริ่มแผนระยะยาว
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดขากรรไกรจำเป็นต้องจัดฟันทุกคนไหม
คนส่วนใหญ่ต้องจัดฟันร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะใช้ลำดับหรือระยะเวลาเหมือนกัน การจัดฟันช่วยเตรียมตำแหน่งฟันให้สบกันหลังเลื่อนกระดูก และมักดำเนินต่อหลังผ่าตัดเพื่อเก็บรายละเอียด (Cleveland Clinic)
บางกรณีที่คัดเลือกแล้วอาจผ่าตัดก่อนจัดฟัน แต่ต้องประเมินว่าฟันสามารถสบกันและควบคุมตำแหน่งกระดูกได้เหมาะสม วิธีนี้ไม่ใช่ทางลัดสำหรับทุกคน
ผ่าตัดขากรรไกรเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะใช้การดมยาสลบ ส่วนหลังผ่าตัดมักรู้สึกบวม ตึง ชา และไม่สบายมากกว่าปวดแหลมรุนแรง ระดับอาการขึ้นกับชนิดการผ่าตัด การบวม และการตอบสนองของแต่ละคน
หากอาการปวดเพิ่มขึ้นหลังจากเคยดีขึ้น ปวดข้างเดียวร่วมกับบวมแดง หรือควบคุมไม่ได้ตามแผน ควรติดต่อทีมรักษา เพราะอาจไม่ใช่อาการพักฟื้นตามปกติ
หลังผ่าตัดต้องมัดปากปิดสนิทหรือไม่
ไม่ใช่ทุกคนต้องมัดขากรรไกรปิดสนิท แต่หลายคนต้องใช้หนังยางหรืออุปกรณ์ช่วยนำการสบฟัน วิธีตรึงขึ้นกับแนวตัดกระดูก ความมั่นคงของแผ่นและสกรู และแผนของศัลยแพทย์
ก่อนกลับบ้านควรรู้วิธีดูแลหนังยาง วิธีติดต่อเมื่ออุปกรณ์หลุด และแผนฉุกเฉินหากอาเจียนหรือหายใจติดขัด
ผ่าตัดแล้วใบหน้าจะเปลี่ยนมากแค่ไหน
ใบหน้าจะเปลี่ยนตามทิศทางและระยะที่เลื่อนกระดูก แต่ไม่สามารถรับรองรูปลักษณ์ที่แน่นอนได้ ขากรรไกรบนมีผลต่อใบหน้าช่วงกลาง ฐานจมูก และริมฝีปากบน ส่วนขากรรไกรล่างมีผลต่อแนวกราม ริมฝีปากล่าง และคาง
อาการบวมทำให้ประเมินผลในช่วงแรกไม่ได้ และเนื้อเยื่ออ่อนต้องใช้เวลาหลายเดือนในการปรับตัว ภาพจำลองมีไว้ช่วยอธิบายแผน ไม่ใช่ภาพผลลัพธ์ที่รับประกัน
อาการชาหลังผ่าตัดจะหายไหม
อาการชาจำนวนมากค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางคนอาจมีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงเหลืออยู่ถาวร ความเสี่ยงขึ้นกับบริเวณผ่าตัด ตำแหน่งเส้นประสาท การเลื่อนกระดูก และปัจจัยเฉพาะบุคคล
ขอให้ศัลยแพทย์อธิบายว่าบริเวณใดมีโอกาสชา และการตรวจภาพพบว่าเส้นประสาทอยู่ใกล้แนวตัดเพียงใด หากความรู้สึกเปลี่ยนไปควรระวังความร้อนและการกัดเนื้อเยื่อโดยไม่รู้ตัว
กี่สัปดาห์จึงกลับไปทำงานหรือเรียนได้
โดยทั่วไปหลายคนกลับไปงานเบาหรือเรียนได้ภายในประมาณ 1-4 สัปดาห์ แต่ต้องเผื่อมากขึ้นเมื่อผ่าตัดหลายตำแหน่งหรืองานต้องพูดและใช้แรง แหล่งอ้างอิงให้ช่วงต่างกันตามชนิดการผ่าตัดและแนวทางของแต่ละสถานพยาบาล (Cleveland Clinic)
การกลับไปทำงานไม่ได้หมายความว่ากระดูกหายเต็มที่ คุณยังอาจต้องรับอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงแรงกระแทก และมาตรวจหรือจัดฟันต่อ
หลังผ่าตัดกินอาหารปกติได้เมื่อไร
ต้องเริ่มจากอาหารเหลวหรืออ่อน แล้วเพิ่มความแข็งตามการประเมินของศัลยแพทย์ ไม่ควรใช้ความรู้สึกว่าไม่ปวดเป็นเกณฑ์เริ่มเคี้ยว การเชื่อมของกระดูกระยะแรกใช้เวลาหลายสัปดาห์ และแนวตัดบางแบบต้องจำกัดแรงนานกว่าแบบอื่น
ถามทีมรักษาให้ชัดว่าอาหารแต่ละระยะมีลักษณะอย่างไร เพราะคำว่า “อาหารอ่อน” อาจหมายถึงอาหารที่กลืนได้โดยไม่เคี้ยว ไม่ใช่เพียงอาหารที่เคี้ยวง่าย
แผ่นและสกรูต้องเอาออกภายหลังไหม
โดยทั่วไปแผ่นและสกรูอาจอยู่ต่อได้หากไม่มีปัญหา แต่บางคนต้องนำออกเมื่อระคายเคือง ติดเชื้อ หรือมีข้อบ่งชี้อื่น การนำออกไม่ใช่ขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับทุกคน
หากคลำพบวัสดุใต้ผิวหนัง ปวด บวม หรือมีแผลเปิด อย่าพยายามกดหรือจัดการเอง ควรให้ศัลยแพทย์ตรวจ
ผ่าตัดขากรรไกรช่วยอาการปวดข้อต่อได้ไหม
อาจช่วยบางคนเมื่ออาการสัมพันธ์กับตำแหน่งขากรรไกร แต่ไม่รับประกันว่าอาการปวดข้อต่อจะหาย และบางคนอาจมีอาการใหม่หรืออาการเดิมแย่ลง ปวดข้อต่อมีได้หลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้อ การกัดแน่น หมอนรองข้อต่อ หรือข้อเสื่อม
จึงควรประเมินสาเหตุและลองวิธีไม่ผ่าตัดตามความเหมาะสมก่อน อย่าตัดสินใจผ่าตัดใหญ่โดยมีเหตุผลเพียงว่าต้องการให้อาการปวดหาย
ผ่าตัดขากรรไกรช่วยเรื่องนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับไหม
การเลื่อนขากรรไกรบางแบบอาจเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจได้ แต่เหมาะเฉพาะผู้ที่ผ่านการประเมินสาเหตุและความรุนแรงแล้ว ภาวะนอนกรนไม่ได้เท่ากับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และอาจเกิดจากหลายตำแหน่ง
ควรมีผลตรวจการนอนหลับและการประเมินทางเดินหายใจก่อนเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น เช่น เครื่องช่วยเปิดทางเดินหายใจหรืออุปกรณ์ในช่องปาก
หากไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น
ผลของการไม่ผ่าตัดขึ้นกับความรุนแรง บางคนอยู่ได้โดยติดตามอาการ ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาเคี้ยว ฟันสึก หรือข้อจำกัดอื่นต่อเนื่อง ไม่ควรสรุปว่าความผิดปกติทุกแบบจะแย่ลงแน่นอน
ถามแพทย์ให้แยกสามเรื่อง ได้แก่ ปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ ความเสี่ยงในอนาคต และสิ่งที่การผ่าตัดแก้ไม่ได้ เพื่อเปรียบเทียบประโยชน์กับภาระของการรักษาระยะยาว
สามารถออกกำลังกายหลังผ่าตัดได้เมื่อไร
ควรเริ่มจากการเดินเบาๆ เมื่อทีมรักษาอนุญาต และหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหรือเสี่ยงกระแทกจนกว่ากระดูกจะมั่นคง กำหนดเวลาขึ้นกับตำแหน่งผ่าตัด การเชื่อมของกระดูก อาการหน้ามืด และปริมาณอาหารที่รับได้
กีฬาปะทะ วิ่งหนัก ยกของหนัก หรือกิจกรรมที่อาจโดนใบหน้าต้องรอการประเมินเฉพาะบุคคล แม้ภายนอกจะยุบดีแล้วก็ตาม
ควรขอความเห็นที่สองก่อนผ่าตัดหรือไม่
การขอความเห็นที่สองเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อแผนซับซ้อน ต้องผ่าตัดทั้งสองขากรรไกร หรือมีเป้าหมายด้านรูปลักษณ์ร่วมด้วย ควรนำภาพถ่ายรังสี แบบจำลองฟัน แผนจัดฟัน และรายละเอียดการเคลื่อนกระดูกไปให้ทีมที่สองประเมิน
ความเห็นที่ต่างกันไม่ได้แปลว่าฝ่ายใดผิดเสมอไป แต่อาจสะท้อนเป้าหมาย เทคนิค และการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงที่ต่างกัน คุณควรเลือกแผนที่เข้าใจเหตุผล ข้อจำกัด และการติดตามหลังผ่าตัดครบถ้วน
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์เรื่องอะไรบ้าง
ควรถามให้รู้ว่าปัญหาเกิดจากส่วนใด การผ่าตัดจะแก้อะไร และมีสิ่งใดที่อาจไม่ดีขึ้น คำถามสำคัญ ได้แก่
- ต้องผ่าตัดขากรรไกรบน ล่าง ทั้งสองส่วน หรือคางร่วมด้วย เพราะอะไร
- หากจัดฟันอย่างเดียว ผลที่คาดได้ต่างจากการผ่าตัดอย่างไร
- ต้องจัดฟันก่อนและหลังผ่าตัดนานเพียงใด
- ตำแหน่งเส้นประสาทของฉันทำให้เสี่ยงชามากน้อยเพียงใด
- การเลื่อนกระดูกจะมีผลต่อการหายใจ ข้อต่อ และรูปลักษณ์อย่างไร
- คาดว่าจะพักโรงพยาบาลและหยุดงานนานเพียงใด
- หากการสบฟันไม่เป็นไปตามแผน จะจัดการอย่างไร
- ใครเป็นผู้ประสานระหว่างศัลยแพทย์กับทันตแพทย์จัดฟัน
- อาการใดต้องไปฉุกเฉิน และติดต่อใครนอกเวลาทำการ
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Jaw Surgery (Orthognathic): Types, Procedure & Recovery — เกี่ยวกับ Corrective jaw surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications associated with orthognathic surgery - PMC - NIH — เกี่ยวกับ Corrective jaw surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Jaw surgery — เกี่ยวกับ Corrective jaw surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Corrective Jaw Surgery — เกี่ยวกับ Corrective jaw surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


