ผ่าตัดต้อหิน
ผ่าตัดต้อหิน (Glaucoma surgery) คือการรักษาเพื่อลดความดันในลูกตา โดยช่วยให้น้ำภายในลูกตาระบายออกได้ดีขึ้นหรือลดการสร้างน้ำ เป้าหมายคือชะลอความเสียหายของเส้นประสาทตาและรักษาการมองเห็นที่ยังเหลืออยู่ ไม่ใช่ทำให้การมองเห็นที่เสียไปแล้วกลับมาเป็นปกติ
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อยาหยอดตาหรือเลเซอร์ควบคุมความดันในลูกตาไม่ได้เพียงพอ โรคยังดำเนินต่อ หรือผู้ป่วยใช้ยาตามแผนได้ยาก แต่ต้อหินบางชนิดอาจใช้เลเซอร์เป็นการรักษาเริ่มต้นได้
- วิธีรักษามีทั้งเลเซอร์ การผ่าตัดทำทางระบายน้ำ การใส่ท่อระบายน้ำ และการผ่าตัดแผลเล็ก จักษุแพทย์เลือกวิธีตามชนิดและความรุนแรงของต้อหิน สภาพดวงตา และการผ่าตัดตาเดิม
- หลังผ่าตัดยังต้องตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และบางคนยังต้องใช้ยาลดความดันในลูกตา หากปวดตามาก ตามัวลงทันที ตาแดงหรือบวมมาก หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติ ต้องติดต่อสถานพยาบาลทันที
ผ่าตัดต้อหิน คืออะไร
ต้อหินเป็นกลุ่มโรคที่ทำลายเส้นประสาทตา เส้นประสาทตาทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากดวงตาไปยังสมอง ความเสียหายมักค่อยๆ เกิดขึ้นและอาจไม่ทำให้มีอาการในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ว่าลานสายตากำลังแคบลงจนโรคดำเนินไปมากแล้ว
ความดันในลูกตาเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถรักษาได้ ภายในลูกตามีน้ำหล่อเลี้ยงซึ่งถูกสร้างและระบายออกอย่างต่อเนื่อง หากการระบายไม่สมดุล ความดันอาจสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของเส้นประสาทตา อย่างไรก็ตาม คนที่มีค่าความดันไม่สูงมากก็อาจเป็นต้อหินได้ การตัดสินใจรักษาจึงไม่ได้ดูตัวเลขความดันเพียงอย่างเดียว แต่ดูเส้นประสาทตา ลานสายตา ความหนากระจกตา มุมระบายน้ำ และการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับการตรวจครั้งก่อนด้วย
การผ่าตัดมีเป้าหมายหลักสองแบบ ได้แก่ ทำให้น้ำในลูกตาระบายออกได้ง่ายขึ้น หรือทำให้ส่วนที่สร้างน้ำผลิตน้ำลดลง (Cleveland Clinic) วิธีที่เรียกว่า “ผ่าตัด” ในภาษาทั่วไปจึงครอบคลุมตั้งแต่การใช้เลเซอร์โดยไม่มีแผลเปิด ไปจนถึงการผ่าตัดภายในห้องผ่าตัด
วิธีสำคัญที่จักษุแพทย์อาจเสนอ ได้แก่
| วิธีรักษา | ทำอะไร | มักพิจารณาเมื่อใด |
| เลเซอร์เปิดทางระบายน้ำ | กระตุ้นบริเวณตะแกรงระบายน้ำให้ทำงานดีขึ้น | ต้อหินมุมเปิดบางราย อาจใช้ก่อนหรือร่วมกับยา |
| เลเซอร์เจาะม่านตา | สร้างรูเล็กที่ม่านตาให้น้ำไหลผ่าน | มุมตาแคบหรือต้อหินมุมปิด |
| เลเซอร์ลดการสร้างน้ำ | รักษาบริเวณที่สร้างน้ำในลูกตาให้ผลิตลดลง | โรคที่ควบคุมยาก หรือเลือกใช้ตามสภาพการมองเห็นและดวงตา |
| การทำทางระบายน้ำใหม่ | สร้างช่องให้น้ำออกจากลูกตาไปอยู่ใต้เยื่อบุตา | ต้องการลดความดันมาก หรือวิธีอื่นควบคุมไม่ได้ |
| การใส่ท่อระบายน้ำ | วางท่อขนาดเล็กเพื่อนำน้ำออกจากลูกตา | ต้อหินซับซ้อน มีพังผืด หรือเคยผ่าตัดมาก่อน |
| การผ่าตัดแผลเล็ก | ใช้อุปกรณ์และแผลขนาดเล็กเพื่อเพิ่มการระบาย | มักพิจารณาในโรคระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง บางครั้งทำพร้อมผ่าตัดต้อกระจก |
การผ่าตัดแผลเล็กมักรบกวนเนื้อเยื่อน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าในผู้ป่วยที่เหมาะสม แต่อาจลดความดันได้ไม่มากพอสำหรับต้อหินระยะรุนแรง ส่วนการทำทางระบายน้ำใหม่หรือใส่ท่ออาจลดความดันได้มากกว่า แต่ต้องติดตามแผลและภาวะแทรกซ้อนใกล้ชิดกว่า การเลือกจึงไม่ใช่เพียงเลือกวิธีที่แผลเล็กที่สุด แต่ต้องเลือกวิธีที่มีโอกาสทำให้ได้ระดับความดันเป้าหมายของดวงตาข้างนั้น
สิ่งสำคัญคือ การผ่าตัดไม่ได้ฟื้นเซลล์ประสาทตาที่เสียไปแล้ว แม้ความดันลดลง การมองเห็นเดิมอาจไม่ดีขึ้นทันที และช่วงแรกอาจมัวจากการอักเสบหรือการเปลี่ยนแปลงของความดัน เป้าหมายที่เป็นจริงคือควบคุมความดันเพื่อลดโอกาสที่ลานสายตาจะเสียเพิ่มในอนาคต
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
จักษุแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อความเสี่ยงจากการปล่อยให้โรคดำเนินต่อสูงกว่าความเสี่ยงของหัตถการ โดยมักพบสถานการณ์ต่อไปนี้
- ใช้ยาหยอดตาตามแผนแล้ว แต่ความดันยังสูงกว่าระดับเป้าหมาย
- ผลตรวจเส้นประสาทตาหรือลานสายตาแย่ลง แม้ค่าความดันบางครั้งดูไม่สูง
- มีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงจากยาจนใช้ต่อได้ยาก
- หยอดยาไม่สม่ำเสมอเพราะข้อจำกัดด้านร่างกาย ความจำ ตารางชีวิต หรือไม่มีผู้ช่วย
- ต้องใช้ยาหลายชนิด แต่ยังควบคุมโรคไม่ได้เพียงพอ
- มีต้อหินมุมปิดหรือมุมตาแคบซึ่งต้องเปิดทางให้น้ำไหลผ่าน
- เป็นต้อหินชนิดซับซ้อน เช่น เกิดร่วมกับการอักเสบ อุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดตาครั้งก่อน
- ต้องผ่าตัดต้อกระจกอยู่แล้ว และจักษุแพทย์เห็นว่าการทำหัตถการลดความดันร่วมกันเหมาะสม
- ความดันสูงมากจนเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นเพิ่มเติม และการรักษาแบบอื่นไม่เพียงพอ
การมีต้อหินไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผ่าตัด ผู้ที่ควบคุมโรคได้ด้วยยาหยอดตาหรือเลเซอร์ และผลตรวจยังคงที่ อาจติดตามต่อโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผล ต้อหินมุมเปิดบางรายอาจใช้เลเซอร์เป็นการรักษาเริ่มต้นหรือใช้ร่วมกับยาได้ (Cleveland Clinic)
บางสถานการณ์อาจต้องเลื่อนการผ่าตัดหรือปรับแผนก่อน เช่น มีการติดเชื้อหรือการอักเสบของตาที่ยังควบคุมไม่ได้ สุขภาพทั่วไปไม่พร้อมรับการระงับความรู้สึก หรือมีโรคอื่นที่ทำให้ความเสี่ยงเลือดออกสูง การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ใช่เหตุให้หยุดยาเอง จักษุแพทย์และแพทย์ผู้ดูแลโรคเดิมต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเลือดออกกับการเกิดลิ่มเลือด
ผู้ที่มีการมองเห็นน้อยมากก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีทางเลือก บางวิธีอาจใช้เพื่อลดความดันหรืออาการปวด แต่ประโยชน์และความเสี่ยงต้องประเมินเป็นรายข้าง เพราะการผ่าตัดบางแบบอาจไม่เหมาะกับสภาพเส้นประสาทตา กระจกตา หรือจอประสาทตาของคนนั้น
ก่อนตัดสินใจ ควรถามให้ชัดว่าเป้าหมายความดันของคุณคือเท่าใด ผลตรวจแสดงว่าโรคกำลังแย่ลงหรือไม่ เหตุใดวิธีที่เสนอจึงเหมาะกว่าวิธีอื่น และหากยังไม่ทำตอนนี้มีความเสี่ยงอะไร การตัดสินใจขึ้นกับผลตรวจจริงของตาแต่ละข้าง ไม่ควรอาศัยเพียงอาการหรือค่าความดันจากการวัดครั้งเดียว
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนผ่าตัด จักษุแพทย์จะตรวจดวงตาและทบทวนผลตรวจที่ผ่านมา อาจตรวจความดันในลูกตา เส้นประสาทตา ลานสายตา มุมระบายน้ำ กระจกตา และจอประสาทตา เพื่อกำหนดระดับความดันที่ต้องการและเลือกวิธีรักษา แพทย์จะถามประวัติการผ่าตัดตา การอักเสบ การติดเชื้อ การแพ้ยา และโรคประจำตัวด้วย (Cleveland Clinic)
แจ้งยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาความดันโลหิตและยารักษาโรคหัวใจ
- ยาหยอดตาทุกชนิด
- ยาแก้ปวดบางกลุ่ม
- สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกหรือน้ำตาลผิดปกติ แต่ห้ามหยุดเอง จักษุแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามชนิดยา โรคประจำตัว และวิธีระงับความรู้สึก หากยาต้านการแข็งตัวของเลือดสั่งโดยแพทย์อีกคน ทีมรักษาอาจต้องประสานกันก่อนเปลี่ยนแผนยา
เรื่องอาหารและน้ำขึ้นกับว่าจะใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ มีการให้ยาช่วยผ่อนคลาย หรือใช้ยาสลบ หากต้องงดอาหารและเครื่องดื่ม โรงพยาบาลจะแจ้งช่วงเวลาที่เหมาะกับคิวผ่าตัดและสุขภาพของคุณ ปฏิบัติตามคำสั่งของสถานพยาบาล ไม่ควรคาดเดาจากการผ่าตัดครั้งก่อน
ในวันผ่าตัดควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้
- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิ และเอกสารนัด
- รายชื่อยาและขนาดที่ใช้อยู่ หรือถ่ายรูปฉลากยาไว้
- ผลตรวจหรือประวัติการผ่าตัดตาจากสถานพยาบาลอื่น
- แว่นตาและกล่องใส่ ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์หากทีมรักษาไม่ได้อนุญาต
- ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้าน โดยเฉพาะเมื่อได้รับยาช่วยผ่อนคลายหรือยาสลบ
- เสื้อผ้าที่สวมง่าย ไม่รัดคอ และไม่ต้องดึงผ่านศีรษะแรงๆ
หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางรอบดวงตา ขนตาปลอม และผลิตภัณฑ์บนใบหน้าตามคำแนะนำของโรงพยาบาล แจ้งทีมรักษาทันทีหากก่อนวันผ่าตัดมีไข้ ไอมาก ตาแดง มีขี้ตา เจ็บตา หรือมีการติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกาย แพทย์จะตัดสินใจว่าควรทำต่อหรือเลื่อน
ควรเตรียมบ้านให้ช่วงพักฟื้นสะดวก วางยาหยอดไว้ในที่สะอาด จัดแสงให้เพียงพอ ลดสิ่งกีดขวางทางเดิน และเตรียมคนช่วยเรื่องอาหาร การเดินทาง และงานที่ต้องยกของ การเตรียมล่วงหน้าช่วยลดโอกาสก้ม เบ่ง หรือขยี้ตาโดยไม่ตั้งใจหลังผ่าตัด
ขั้นตอนการผ่าตัด
ขั้นตอนจริงต่างกันมากตามวิธีที่เลือก แต่โดยทั่วไปเริ่มจากยืนยันตัวผู้ป่วย ข้างของตาที่จะรักษา ประวัติแพ้ยา และยาที่รับประทานอยู่ ทีมรักษาจะวัดสัญญาณชีพ ทำความสะอาดรอบตา และหยอดยาตามแผน
การรักษาด้วยเลเซอร์
ผู้ป่วยมักนั่งหรือนอนที่เครื่องตรวจ จักษุแพทย์หยอดยาชาที่ผิวตา แล้ววางเลนส์พิเศษบนตาเพื่อให้เห็นบริเวณที่จะรักษา จากนั้นยิงเลเซอร์ไปยังจุดเป้าหมาย
สำหรับต้อหินมุมเปิด เลเซอร์อาจมุ่งไปที่ตะแกรงระบายน้ำเพื่อช่วยให้น้ำออกดีขึ้น ส่วนผู้ที่มุมตาแคบหรือต้อหินมุมปิด อาจใช้เลเซอร์สร้างรูเล็กบนม่านตาเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้ (Cleveland Clinic) หลังทำจะมีการตรวจตาและอาจวัดความดันซ้ำ เพราะความดันอาจเปลี่ยนในช่วงแรก
การทำทางระบายน้ำใหม่
จักษุแพทย์เปิดแผลบริเวณเยื่อบุตาและผนังตาสีขาว แล้วสร้างช่องทางให้น้ำภายในลูกตาไหลออกไปสะสมใต้เยื่อบุตาเป็นกระเปาะกรองน้ำ จากนั้นปิดแผลด้วยไหมขนาดเล็ก การไหลต้องพอดี หากไหลมากเกินไปความดันอาจต่ำเกิน แต่หากเกิดพังผืดมาก ทางระบายอาจทำงานลดลง
หลังผ่าตัด จักษุแพทย์อาจต้องปรับไหมหรือจัดการแผลเพื่อควบคุมการไหลของน้ำ การมาตามนัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่เพียงการตรวจว่าแผลหายหรือยัง
การใส่ท่อระบายน้ำ
จักษุแพทย์วางแผ่นรับน้ำไว้บนผิวลูกตาใต้เยื่อบุตา แล้วสอดท่อขนาดเล็กเข้าสู่ช่องด้านหน้าของลูกตาหรือตำแหน่งที่เหมาะสม น้ำจะไหลผ่านท่อไปยังบริเวณแผ่นรับน้ำและถูกดูดซึมต่อไป วิธีนี้อาจเหมาะกับต้อหินบางชนิด ผู้ที่มีพังผืดสูง หรือเคยผ่าตัดแล้ว
ท่อและแผ่นจะอยู่ในตาอย่างถาวรในคนส่วนใหญ่ แต่ต้องตรวจตำแหน่งและสภาพเนื้อเยื่อที่คลุมท่อระยะยาว หากท่อสัมผัสกระจกตาหรือเนื้อเยื่อบางลง อาจต้องรักษาเพิ่มเติม
การผ่าตัดแผลเล็ก
วิธีนี้ใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กเพื่อเปิด ขยาย หรือสร้างทางระบายน้ำ โดยรบกวนเนื้อเยื่อน้อยกว่าการผ่าตัดกรองแบบดั้งเดิม บางวิธีทำพร้อมกับผ่าตัดต้อกระจก และมักพิจารณาในต้อหินระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
แผลเล็กไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกคน หากโรครุนแรงและต้องการลดความดันให้ต่ำมาก จักษุแพทย์อาจแนะนำวิธีอื่นที่ควบคุมความดันได้เหมาะกับเป้าหมายมากกว่า
การลดการสร้างน้ำในลูกตา
แพทย์ใช้พลังงานรักษาบริเวณที่สร้างน้ำในลูกตา เพื่อลดปริมาณน้ำที่ผลิต วิธีนี้อาจทำจากภายนอกลูกตาหรือผ่านกล้องภายใน และบางแบบทำร่วมกับการผ่าตัดต้อกระจกได้ มักพิจารณาในโรคที่ควบคุมยาก หรือเลือกตามการมองเห็นและประวัติการรักษา
เมื่อเสร็จหัตถการ ทีมรักษาจะปิดตาหรือใส่ที่ครอบตาตามความเหมาะสม ให้คำแนะนำเรื่องยาหยอดและการนัดติดตาม คุณไม่ควรขับรถกลับเอง เพราะตาอาจมัวและยาที่ได้รับอาจทำให้การตอบสนองช้าลง
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาขึ้นกับวิธีรักษา เลเซอร์มักใช้เวลาไม่นานและทำในห้องตรวจหรือห้องหัตถการได้ ส่วนการผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำ ใส่ท่อ หรือผ่าตัดร่วมกับต้อกระจกใช้เวลานานกว่า และทำในห้องผ่าตัด หากตาเคยผ่าตัด มีพังผืด หรือจำเป็นต้องทำหลายขั้นตอน เวลายิ่งเพิ่มขึ้น
หลายกรณีกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่ออาการคงที่ แต่บางคนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือรับไว้ดูแล ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด โรคประจำตัว การระงับความรู้สึก และแนวทางของสถานพยาบาล เนื่องจากแหล่งข้อมูลอ้างอิงเป็นข้อมูลต่างประเทศ รูปแบบการรับไว้รักษาอาจไม่ตรงกับการปฏิบัติในประเทศไทย จึงควรถามโรงพยาบาลที่ผ่าตัดโดยตรง
เลเซอร์มักใช้ยาชาหยอดตา การผ่าตัดเปิดแผลมักใช้ยาชาเฉพาะที่รอบดวงตาร่วมกับยาช่วยผ่อนคลาย บางรายอาจใช้ยาสลบ เช่น ผู้ที่นอนนิ่งไม่ได้ กังวลมาก หรือมีเหตุผลทางการแพทย์เฉพาะ ทีมผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์จะเลือกวิธีโดยดูสุขภาพและความซับซ้อนของการผ่าตัด
แม้เวลาทำหัตถการไม่ยาว การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและสังเกตอาการหลังผ่าตัดอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง ควรเผื่อเวลาทั้งวันและจัดคนมารับกลับบ้าน
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นหลังเลเซอร์มักสั้นกว่าการผ่าตัดเปิดแผล แต่การมองเห็นและความดันอาจแกว่งได้ในช่วงแรก หลังผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำหรือใส่ท่อ การดูแลแผลและการปรับการไหลของน้ำอาจต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ระยะกลับไปทำงานจึงขึ้นกับวิธีผ่าตัด ลักษณะงาน การมองเห็นของตาอีกข้าง และผลตรวจหลังผ่าตัด
| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจพบ | การดูแลทั่วไป |
| วันแรกๆ | ระคายตา น้ำตาไหล ตามัว แพ้แสง หรือรู้สึกเหมือนมีผงในตา | ใช้ยาหยอดตามแผน ใส่ที่ครอบตาตามคำสั่ง และอย่าขยี้ตา |
| สัปดาห์แรกๆ | การมองเห็นอาจขึ้นลง แผลยังอักเสบ และความดันอาจเปลี่ยน | มาตามนัด หลีกเลี่ยงยกของหนัก ก้มต่ำ เบ่ง และกิจกรรมกระแทก |
| หลายสัปดาห์ต่อมา | อาการค่อยๆ คงที่ แต่บางคนยังต้องปรับยา ไหม หรือแผล | กลับกิจกรรมทีละน้อยตามผลตรวจของจักษุแพทย์ |
| ระยะยาว | ยังต้องติดตามความดัน เส้นประสาทตา และลานสายตา | ใช้ยาที่เหลือตามสั่ง และตรวจตาต่อเนื่องแม้ไม่มีอาการ |
งานหน้าจอหรืองานเบาอาจกลับไปทำได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ ทำงานกลางฝุ่น ขับรถระยะไกล หรือเสี่ยงถูกกระแทกที่ตา แพทย์จะกำหนดเวลาที่เหมาะหลังดูแผล ความดัน และระดับการมองเห็น ไม่ควรใช้ความรู้สึกว่า “ไม่เจ็บแล้ว” เป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว
หลีกเลี่ยงน้ำสกปรก ฝุ่น ควัน และเครื่องสำอางรอบดวงตาจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต การอาบน้ำทำได้ตามคำแนะนำ แต่ควรระวังไม่ให้น้ำหรือสบู่เข้าตา ห้ามว่ายน้ำหรือแช่น้ำจนกว่าแผลจะปิดดีและแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย
ใช้ยาหยอดตามฉลากและล้างมือก่อนหยอด อย่าให้ปลายขวดแตะตา ขนตา หรือนิ้ว หากมียาหลายขวด ให้ทำตามลำดับและช่วงห่างที่ทีมรักษากำหนด ยาหยอดหลังผ่าตัดกับยาต้อหินเดิมอาจไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรหยุด เริ่มใหม่ หรือสลับข้างเอง
การมองเห็นอาจไม่ได้ชัดขึ้นหลังผ่าตัด เพราะเป้าหมายคือรักษาการมองเห็นที่เหลืออยู่ บางรายกลับรู้สึกมัวชั่วคราวจากการอักเสบ การเปลี่ยนแปลงของความดัน หรือค่าสายตา หากมัวลงอย่างรวดเร็วหรือมีอาการปวดมาก ไม่ควรรอให้ถึงวันนัด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
ความเสี่ยงต่างกันตามวิธีรักษาและสภาพตา เลเซอร์กับการผ่าตัดแผลเล็กมักมีรูปแบบความเสี่ยงไม่เหมือนการทำทางระบายน้ำหรือใส่ท่อ จักษุแพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงของวิธีที่เสนอโดยเฉพาะ ไม่ควรนำอัตราจากการผ่าตัดชนิดหนึ่งไปใช้กับอีกชนิดหนึ่ง
ภาวะที่อาจเกิด ได้แก่
- ความดันในลูกตาสูงขึ้นชั่วคราวหลังเลเซอร์หรือผ่าตัด
- ความดันต่ำเกินไปจากการระบายออกมาก
- การอักเสบ ปวด ระคายเคือง หรือแพ้แสง
- เลือดออกภายในหรือรอบดวงตา
- การติดเชื้อภายในลูกตาหรือบริเวณแผล
- แผลเป็นหรือพังผืดปิดทางระบายน้ำ ทำให้ความดันกลับสูงขึ้น
- กระเปาะกรองน้ำรั่ว บาง หรือทำงานไม่เพียงพอ
- กระจกตาบวม หรือเซลล์กระจกตาเสียหาย
- ต้อกระจกเกิดเร็วขึ้นหรือขุ่นมากขึ้น
- รูม่านตาหรือม่านตาเปลี่ยนแปลง
- การมองเห็นลดลงชั่วคราว และพบได้น้อยกว่าที่ลดลงถาวร
- ต้องทำเลเซอร์ ปรับแผล หรือผ่าตัดซ้ำ
- ภาวะแทรกซ้อนที่จอประสาทตาหรือชั้นหลอดเลือดใต้จอประสาทตา
บทความทบทวนทางวิชาการระบุภาวะแทรกซ้อนด้านจอประสาทตาหลังการผ่าตัดต้อหิน เช่น ชั้นหลอดเลือดใต้จอประสาทตาแยกตัว เลือดออก การเปลี่ยนแปลงจากความดันลดเร็ว เลือดออกในวุ้นตา และจอประสาทตาลอก (PubMed Central) ภาวะเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่มีความสำคัญเพราะอาจกระทบการมองเห็นและต้องรักษาเร็ว
สำหรับผู้ที่ใส่ท่อ อาจมีปัญหาท่ออุดตัน เคลื่อน สัมผัสกระจกตา หรือเนื้อเยื่อที่คลุมท่อบางลง ส่วนการทำทางระบายน้ำใหม่อาจเกิดพังผืด รั่ว ติดเชื้อ หรือระบายมากเกินไป หากความดันยังสูง แพทย์อาจต้องปรับยา ทำหัตถการกับแผล หรือพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม
การผ่าตัดไม่ได้รับประกันว่าจะหยุดยาหยอดได้ทั้งหมด บางคนลดจำนวนยาได้ ขณะที่บางคนยังต้องใช้ยาเพื่อให้ถึงความดันเป้าหมาย และผลของทางระบายน้ำอาจเปลี่ยนตามเวลาเพราะการสมานแผล การมาตรวจตามนัดช่วยให้แพทย์แก้ปัญหาก่อนที่ความดันผิดปกติจะทำลายเส้นประสาทตาเพิ่ม
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังผ่าตัด คุณควรได้รับหมายเลขติดต่อของสถานพยาบาลและคำแนะนำสำหรับนอกเวลาทำการ อย่ารอถึงวันนัดหากมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | ควรทำอย่างไร |
| ปวดตามากขึ้นหรือปวดรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อยาแก้ปวดทั่วไปไม่ช่วย | ติดต่อทีมผ่าตัดทันที |
| ตามัวลงอย่างฉับพลัน ลานสายตาหาย หรือมองเห็นลดลงชัดเจน | ไปพบจักษุแพทย์ฉุกเฉิน |
| เห็นแสงวาบ จุดดำเพิ่มขึ้นมาก หรือเหมือนมีม่านบัง | รับการตรวจจอประสาทตาโดยเร็ว |
| ตาแดงหรือบวมมากขึ้น มีขี้ตาเหนียวหรือหนอง | ประเมินการติดเชื้อทันที |
| มีเลือดออกต่อเนื่อง หรือเห็นเลือดภายในตาเพิ่มขึ้น | ติดต่อสถานพยาบาล |
| คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะร่วมกับปวดตาหรือเห็นแสงเป็นวง | อาจสัมพันธ์กับความดันในตาผิดปกติ ต้องตรวจด่วน |
| ถูกกระแทกที่ตา แผลเปิด หรือที่ครอบตาหลุดพร้อมมีอาการผิดปกติ | ป้องกันตาและไปโรงพยาบาล |
| มีไข้ร่วมกับอาการทางตา | ติดต่อทีมรักษาในวันเดียวกัน |
อาการระคายเล็กน้อย น้ำตาไหล หรือมัวเล็กน้อยอาจพบในช่วงต้น แต่ควรค่อยๆ ดีขึ้น หากอาการกำลังแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น ให้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือน อย่าหยอดยาอื่น ซื้อยามาเพิ่ม หรือกดนวดตาเอง เว้นแต่ทีมผ่าตัดสั่งไว้โดยเฉพาะ
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับทุกคน ทางเลือกขึ้นกับชนิดของต้อหิน ระยะโรค ความดันเป้าหมาย และการรักษาที่เคยได้รับ
ยาหยอดลดความดันในลูกตา
ยาหยอดอาจลดการสร้างน้ำหรือเพิ่มการระบาย ใช้เป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยจำนวนมาก ข้อจำกัดคือจำเป็นต้องใช้สม่ำเสมอ เทคนิคการหยอดต้องถูกต้อง และอาจมีผลข้างเคียง ผู้ที่ใช้หลายขวดควรให้ทีมรักษาช่วยทบทวนตารางยาและวิธีหยอดก่อนสรุปว่ายาไม่ได้ผล
เลเซอร์
เลเซอร์เปิดทางระบายน้ำอาจใช้เป็นการรักษาเริ่มต้นหรือเสริมยาในต้อหินมุมเปิดบางราย แต่ไม่เหมาะกับต้อหินทุกชนิด (Cleveland Clinic) ผลอาจลดลงตามเวลาและอาจต้องใช้ยาหรือการรักษาอื่นต่อ
เลเซอร์เจาะม่านตาใช้กับมุมตาแคบหรือต้อหินมุมปิดเพื่อสร้างทางให้น้ำไหลผ่าน แม้ทำแล้ว ผู้ป่วยบางคนยังมีความดันสูงหรือมุมตายังมีปัญหา จึงต้องติดตามต่อ
การติดตามโดยยังไม่ผ่าตัด
ผู้ที่ผลตรวจคงที่และความดันอยู่ในเป้าหมายอาจใช้ยา เลเซอร์ และติดตามต่อได้ การติดตามควรรวมถึงการตรวจเส้นประสาทตาและลานสายตาตามความเสี่ยง ไม่ใช่ดูเพียงอาการ เพราะต้อหินมักดำเนินโดยไม่ปวดและไม่รู้สึกว่าการมองเห็นเปลี่ยนในระยะแรก
การเลือกวิธีผ่าตัดอีกแบบ
หากจำเป็นต้องผ่าตัด ทางเลือกอาจเป็นการทำทางระบายน้ำ การใส่ท่อ การผ่าตัดแผลเล็ก หรือการลดการสร้างน้ำ วิธีหนึ่งไม่ได้ดีกว่าวิธีอื่นสำหรับทุกคน ตัวเลือกขึ้นกับระดับความดันที่ต้องการ ชนิดต้อหิน สภาพเยื่อบุตา กระจกตา เลนส์ตา และประวัติการผ่าตัด
การผ่าตัดต้อกระจก
ในผู้ที่มีต้อกระจกร่วมกับมุมตาแคบ การนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกอาจช่วยให้มุมระบายน้ำกว้างขึ้น จักษุแพทย์อาจเสนอให้ทำเดี่ยวหรือร่วมกับวิธีลดความดันชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดต้อกระจกไม่ทดแทนการรักษาต้อหินในทุกกรณี และยังต้องติดตามเส้นประสาทตาหลังผ่าตัด
หากยังลังเล คำถามที่ช่วยตัดสินใจคือ “หากเลือกใช้ยาหรือเลเซอร์ต่อ ผลตรวจใดจะบอกว่าต้องเปลี่ยนเป็นผ่าตัด” และ “วิธีที่เสนอมีโอกาสทำให้ถึงความดันเป้าหมายของตาข้างนี้หรือไม่” คำตอบควรอิงผลตรวจของคุณ ไม่ใช่อายุหรือชื่อโรคเพียงอย่างเดียว
สิทธิการรักษา
ความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และวิธีผ่าตัดที่ได้รับอนุมัติ ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด เพราะการตรวจบางรายการ อุปกรณ์บางชนิด และการรักษาร่วมอาจมีเงื่อนไขต่างกัน
ประกันสังคม
เริ่มติดต่อสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีจักษุแพทย์หรือไม่สามารถทำหัตถการที่จำเป็นได้ อาจต้องมีใบส่งต่อตามระบบ ถามเจ้าหน้าที่ว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจก่อนผ่าตัด วิธีผ่าตัดที่แพทย์เสนอ อุปกรณ์ที่ใช้ ยาหลังผ่าตัด และการติดตามหรือไม่
กรณีฉุกเฉิน เช่น ปวดตารุนแรงและการมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว ควรไปรับการประเมินทันที แล้วให้สถานพยาบาลช่วยตรวจสอบช่องทางสิทธิ ไม่ควรชะลอการรักษาเพียงเพราะยังจัดเอกสารไม่ครบ
บัตรทอง
โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิตามสิทธิ เพื่อรับการตรวจและส่งต่อไปยังแผนกจักษุ หากต้องรักษาในโรงพยาบาลระดับสูงขึ้น มักต้องใช้ใบส่งต่อ ยกเว้นกรณีที่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินตามระบบ
สอบถามให้ชัดว่าวิธีที่เสนออยู่ในเส้นทางการรักษาของหน่วยบริการหรือไม่ ต้องรอประเมินซ้ำที่โรงพยาบาลปลายทางหรือไม่ และการติดตามหลังผ่าตัดจะทำที่ใด การผ่าตัดต้อหินต้องติดตามแผลและความดัน จึงควรวางแผนการเดินทางสำหรับนัดหลังผ่าตัดด้วย
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจเงื่อนไขเรื่องโรคที่เป็นมาก่อน ระยะเวลารอคอย วงเงินผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน การอนุมัติก่อนรักษา และข้อกำหนดเกี่ยวกับเลเซอร์หรืออุปกรณ์ ควรส่งใบรับรองแพทย์ แผนการรักษา และรายการที่บริษัทต้องใช้ก่อนวันผ่าตัด
ถามบริษัทประกันและโรงพยาบาลว่าเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ผ่าตัดกลับบ้าน หรือรับไว้รักษา เพราะสถานะดังกล่าวอาจมีผลต่อการใช้สิทธิ ขอคำยืนยันเป็นเอกสาร และตรวจว่าค่าตรวจติดตามหรือการทำหัตถการเพิ่มเติมกับแผลรวมอยู่ในอนุมัติหรือไม่
หากต้องสำรองจ่ายหรือใช้สิทธิไม่ได้ ควรถามโรงพยาบาลว่ารายการใดจำเป็นทางการแพทย์ มีทางเลือกอุปกรณ์หรือวิธีรักษาที่เหมาะสมหรือไม่ และต้องติดตามกี่ครั้ง โดยไม่ควรลดหรืองดการติดตามหลังผ่าตัดเอง
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดต้อหินทำให้กลับมามองเห็นชัดเหมือนเดิมไหม
โดยทั่วไปไม่สามารถทำให้การมองเห็นที่เสียจากเส้นประสาทตากลับคืนมาได้ เป้าหมายคือควบคุมความดันและชะลอความเสียหายเพิ่มเติม หากมีต้อกระจกร่วมด้วย การรักษาต้อกระจกอาจช่วยเรื่องความขุ่นมัว แต่ไม่ย้อนความเสียหายจากต้อหิน
เป็นต้อหินแล้วต้องผ่าตัดทุกคนไหม
ไม่ต้องผ่าตัดทุกคน ผู้ที่ควบคุมความดันได้และผลตรวจคงที่อาจใช้ยาหยอด เลเซอร์ และติดตามต่อ การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อการรักษาเหล่านั้นไม่เพียงพอ ใช้ไม่ได้ หรือโรคมีความเสี่ยงสูง
ผ่าตัดแล้วหยุดยาหยอดตาได้หรือไม่
บางคนลดจำนวนยาหรือหยุดยาบางชนิดได้ แต่บางคนยังต้องหยอดยาต่อ อย่าหยุดยาต้อหินหรือยาหลังผ่าตัดเอง จักษุแพทย์จะปรับตามความดัน แผล และเป้าหมายของตาแต่ละข้าง
การผ่าตัดเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดมักมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ และอาจให้ยาช่วยผ่อนคลาย จึงไม่ควรมีอาการเจ็บรุนแรง แต่อาจรู้สึกกด ตึง เห็นแสง หรือรับรู้ว่าทีมรักษากำลังทำงาน หากเจ็บควรบอกทันที หลังผ่าตัดอาจระคายหรือปวดเล็กน้อย แต่ปวดมากขึ้นเป็นสัญญาณที่ต้องตรวจ
ผ่าตัดแล้วกลับบ้านวันเดียวได้ไหม
หลายวิธีกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่ออาการคงที่ แต่ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด วิธีระงับความรู้สึก โรคประจำตัว และแนวทางของโรงพยาบาล บางคนต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือรับไว้ดูแล
ต้องพักงานนานเท่าไร
งานเบามักกลับได้เร็วกว่างานยกของ งานฝุ่น งานกลางแจ้ง หรือการขับรถ ระยะพักขึ้นกับวิธีผ่าตัด การมองเห็น และผลตรวจแผล จักษุแพทย์จะระบุช่วงที่เหมาะกับงานของคุณหลังตรวจติดตาม
หลังผ่าตัดขับรถได้เมื่อไร
ขับรถได้เมื่อการมองเห็นเพียงพอ ไม่มีผลจากยาช่วยผ่อนคลาย และจักษุแพทย์อนุญาต วันผ่าตัดไม่ควรขับรถกลับเอง เพราะตาอาจมัว แพ้แสง หรือประเมินระยะได้ไม่ดี
ต้อหินกลับมาเป็นอีกได้ไหมหลังผ่าตัด
ต้อหินเป็นโรคเรื้อรังและยังต้องติดตามตลอดไป แม้ทางระบายน้ำทำงานดี ความดันอาจเปลี่ยนเมื่อแผลเป็นมากขึ้นหรือโรคดำเนินต่อ บางคนต้องกลับมาใช้ยา ทำเลเซอร์ หรือรับการผ่าตัดเพิ่มเติม
เลเซอร์กับการผ่าตัดเปิดแผลต่างกันอย่างไร
เลเซอร์มักไม่มีแผลเปิดและพักฟื้นสั้นกว่า แต่ระดับการลดความดันอาจไม่พอสำหรับต้อหินบางราย การผ่าตัดเปิดแผลสร้างทางระบายใหม่หรือใส่ท่ออาจเหมาะเมื่อจำเป็นต้องควบคุมความดันมากขึ้น แต่ต้องดูแลแผลและติดตามใกล้ชิดกว่า (Cleveland Clinic)
ผ่าตัดต้อหินพร้อมผ่าตัดต้อกระจกได้ไหม
ทำพร้อมกันได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะเมื่อมีต้อกระจกและจักษุแพทย์เห็นว่าการทำวิธีลดความดันร่วมกันเหมาะสม การทำพร้อมกันไม่เหมาะกับทุกคน เพราะเป้าหมายความดัน ความรุนแรงของโรค และความเสี่ยงของแผลต่างกัน
หลังผ่าตัดนอนตะแคงได้ไหม
ท่านอนขึ้นกับชนิดการผ่าตัดและตำแหน่งแผล ควรทำตามคำสั่งของทีมผ่าตัด บางรายอาจต้องหลีกเลี่ยงการกดทับตาข้างผ่าตัดและใส่ที่ครอบตาขณะนอนในช่วงแรก
หากไม่ผ่าตัดตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ผลขึ้นกับความรุนแรงและความเร็วที่โรคกำลังดำเนิน หากผลตรวจแสดงว่าเส้นประสาทตาเสียเพิ่ม การชะลอการรักษาอาจทำให้สูญเสียลานสายตาที่เรียกคืนไม่ได้ แต่หากโรคคงที่ แพทย์อาจให้ติดตามหรือใช้วิธีอื่นก่อน ควรถามจักษุแพทย์ว่าผลตรวจใดบ่งชี้ความเร่งด่วนในกรณีของคุณ
ต้องตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ถ้าไม่มีอาการ
ต้องตรวจติดตามแม้ไม่มีอาการ เพราะความดันอาจสูงหรือต่ำผิดปกติโดยที่คุณไม่รู้สึก แพทย์อาจต้องปรับยา ไหม หรือแผล และระยะยาวยังต้องประเมินเส้นประสาทตากับลานสายตาอย่างต่อเนื่อง
ผ่าตัดตาข้างหนึ่งแล้วอีกข้างต้องผ่าด้วยไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ตาแต่ละข้างอาจมีชนิดและความรุนแรงของโรคต่างกัน จักษุแพทย์จะตัดสินจากความดัน เส้นประสาทตา ลานสายตา และการตอบสนองต่อยาของตาแต่ละข้าง ไม่ได้ใช้ผลของข้างแรกตัดสินแทนทั้งหมด
ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือไม่
อย่าหยุดยาเอง ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือดบางชนิดอาจต้องปรับตามวิธีผ่าตัดและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล จักษุแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแพทย์ที่สั่งยาจะกำหนดแผนที่ลดทั้งความเสี่ยงเลือดออกและลิ่มเลือด
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Glaucoma Surgery — เกี่ยวกับ Glaucoma surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Retina and glaucoma: surgical complications - PMC — เกี่ยวกับ Glaucoma surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


