ผ่าตัดวุ้นตา
ผ่าตัดวุ้นตา (Vitrectomy) คือการนำวุ้นใสลักษณะคล้ายเจลออกจากภายในลูกตา เพื่อให้จักษุแพทย์เข้าถึงและรักษาจอตาหรือเนื้อเยื่อส่วนลึกของตาได้ การผ่าตัดมักใช้กับโรคที่อาจทำให้การมองเห็นเสียหาย เช่น จอตาหลุดลอก เลือดออกในวุ้นตา หรือพังผืดดึงรั้งจอตา แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคตาทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดนี้ไม่ใช่เพียงการเอาวุ้นตาออก แต่เปิดทางให้แพทย์ซ่อมจอตา ลอกพังผืด ห้ามเลือด หรือใช้เลเซอร์ภายในตาตามโรคที่พบ อาจเติมน้ำเกลือ ก๊าซ หรือซิลิโคนออยล์ไว้ในลูกตาเมื่อจำเป็น
- หลังผ่าตัดบางรายต้องจัดท่าศีรษะหรือคว่ำหน้าตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเมื่อมีก๊าซอยู่ในตา และห้ามเดินทางโดยเครื่องบินจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าก๊าซหมด
- การมองเห็นอาจมัวในช่วงแรกและมักค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตลอดหลายสัปดาห์ ผลที่ได้ขึ้นกับโรคเดิมและความเสียหายของจอตา ไม่ได้ขึ้นกับการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
ผ่าตัดวุ้นตา คืออะไร
น้ำวุ้นตาหรือวุ้นตาเป็นสารใสคล้ายเจลที่เติมเต็มช่องว่างระหว่างเลนส์ตากับจอตา ส่วนจอตาคือชั้นรับแสงที่บุด้านหลังลูกตาและส่งข้อมูลภาพไปยังสมอง เมื่อเกิดเลือด พังผืด การติดเชื้อ หรือแรงดึงรั้งในบริเวณนี้ แพทย์อาจจำเป็นต้องนำวุ้นตาออกเพื่อมองเห็นและรักษาจอตาโดยตรง
ในการผ่าตัด จักษุแพทย์จะสร้างช่องเปิดขนาดเล็กบริเวณตาขาว แล้วสอดเครื่องมือเข้าไปในลูกตา เครื่องมือหลักใช้ตัดและดูดวุ้นตาออก หลังจากนั้นแพทย์จึงทำหัตถการที่จำเป็น เช่น
- นำเลือดหรือเนื้อเยื่อที่บดบังการมองเห็นออก
- ลอกพังผืดที่ดึงรั้งหรือทำให้จอตาบิดเบี้ยว
- ซ่อมรอยฉีกขาดหรือจอตาที่หลุดลอก
- ใช้เลเซอร์ปิดรอยฉีกหรือรักษาหลอดเลือดที่ผิดปกติ
- นำสิ่งแปลกปลอมหรือเศษเลนส์บางส่วนออก
- ใส่ยาภายในลูกตาในบางสถานการณ์
- เติมน้ำเกลือ ก๊าซ หรือซิลิโคนออยล์เพื่อช่วยพยุงจอตา
วุ้นตาที่ถูกนำออกไม่จำเป็นต้องใส่กลับเหมือนเดิม ช่องภายในลูกตาจะถูกเติมด้วยสารที่แพทย์เลือกตามวัตถุประสงค์ของการรักษา น้ำเกลือและก๊าซจะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยของเหลวที่ตาสร้างขึ้นเอง ส่วนซิลิโคนออยล์อาจต้องนำออกด้วยการผ่าตัดอีกครั้ง (Cleveland Clinic)
เป้าหมายของการผ่าตัดแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายผ่าตัดเพื่อรักษาหรือเพิ่มการมองเห็น บางรายมีเป้าหมายหลักเพื่อหยุดโรคไม่ให้ลุกลามหรือรักษาโครงสร้างของลูกตา หากเซลล์จอตาหรือเส้นประสาทตาเสียหายไปแล้ว การผ่าตัดอาจไม่ทำให้สายตากลับมาเท่าเดิม จักษุแพทย์จึงควรอธิบายเป้าหมายที่เป็นไปได้สำหรับตาข้างนั้นก่อนตัดสินใจ
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
จักษุแพทย์มักพิจารณาการผ่าตัดเมื่อโรคอยู่ภายในวุ้นตาหรือจอตา และการปล่อยไว้เสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวร แหล่งอ้างอิงระบุว่าการนำวุ้นตาออกช่วยให้แพทย์เข้าถึงและซ่อมจอตาหรือเนื้อเยื่อภายในตาได้ (Cleveland Clinic)
ภาวะที่อาจเป็นข้อบ่งชี้ ได้แก่
- จอตาหลุดลอกหรือมีรอยฉีกที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อมีพังผืด เลือด หรือแรงดึงรั้งร่วมด้วย
- เลือดออกในวุ้นตา จนบดบังจอตา ไม่จางลงตามที่แพทย์คาด หรือขัดขวางการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ
- เบาหวานขึ้นจอตาระยะรุนแรง ซึ่งอาจมีเลือดออก หลอดเลือดผิดปกติ หรือพังผืดดึงจอตา
- พังผืดบนจุดรับภาพชัด ทำให้ภาพบิดเบี้ยวหรือการมองเห็นลดลงจนกระทบชีวิตประจำวัน
- รูที่จุดรับภาพชัด ซึ่งเป็นบริเวณกลางจอตาที่ใช้มองรายละเอียด
- การติดเชื้อรุนแรงภายในลูกตา เมื่อจำเป็นต้องนำสิ่งติดเชื้อออก เก็บตัวอย่าง หรือนำยาเข้าสู่บริเวณที่รักษา
- เศษเลนส์หรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ภายในตา หลังอุบัติเหตุหรือภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาครั้งก่อน
- ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดตาชนิดอื่น ที่ต้องเข้าไปแก้ไขด้านหลังลูกตา
การมีโรคเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องผ่าตัดทันที แพทย์จะดูว่าจุดรับภาพชัดได้รับผลหรือไม่ อาการเปลี่ยนเร็วเพียงใด การมองเห็นรบกวนชีวิตมากแค่ไหน และมีวิธีที่เสี่ยงน้อยกว่าหรือไม่
กรณีที่อาจยังไม่ควรผ่าตัด
การเฝ้าติดตามอาจเหมาะกว่าเมื่ออาการยังน้อย โรคคงที่ หรือมีโอกาสดีขึ้นเอง ตัวอย่างเช่น เลือดออกในวุ้นตาบางกรณีอาจค่อยๆ จาง พังผืดบางชนิดอาจยังไม่กระทบการใช้ชีวิต และอาการวุ้นตาเสื่อมที่เห็นหยากไย่ทั่วไปมักไม่ต้องผ่าตัด เว้นแต่แพทย์พบภาวะที่คุกคามจอตา
แพทย์อาจเลื่อนการผ่าตัดหากสุขภาพโดยรวมยังไม่พร้อม เช่น ควบคุมการติดเชื้อหรือโรคประจำตัวได้ไม่ดี หรือไม่สามารถปฏิบัติตามท่าศีรษะที่จำเป็นหลังผ่าตัดได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะฉุกเฉินทางตาบางชนิดอาจต้องรักษาเร็วแม้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ ทีมจักษุแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงเป็นรายบุคคล
ก่อนตัดสินใจ คุณควรถามให้ชัดว่าเป้าหมายคือทำให้มองเห็นดีขึ้น รักษาระดับการมองเห็นที่เหลือ หรือป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม รวมถึงถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากรอดูอาการก่อน คำตอบเหล่านี้สำคัญกว่าการตัดสินจากชื่อโรคเพียงอย่างเดียว
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลจะนัดตรวจตาเพื่อระบุตำแหน่งและความรุนแรงของโรค การตรวจอาจรวมถึงการขยายม่านตา ถ่ายภาพจอตา ตรวจภาพตัดขวางของจอตา หรืออัลตราซาวนด์ตาเมื่อมีเลือดบดบัง แพทย์อาจตรวจสุขภาพทั่วไปหรือส่งตรวจเพิ่มเติมตามอายุ โรคประจำตัว และรูปแบบการระงับความรู้สึก
สิ่งที่ควรแจ้งทีมรักษามีดังนี้
- โรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต และประวัติเลือดออกง่าย
- การแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้สารฆ่าเชื้อ หรือเคยมีปัญหาจากยาชาและยาระงับความรู้สึก
- ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง ยาหยอดตา สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริมทั้งหมด
- ประวัติผ่าตัดตา เลเซอร์ตา อุบัติเหตุทางตา หรือติดเชื้อที่ตา
- ความเป็นไปได้ของการตั้งครรภ์
- ปัญหาเกี่ยวกับการนอนคว่ำ ปวดคอ ปวดหลัง หายใจลำบาก หรือข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิดอาจต้องปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาตามเหตุผลที่คุณใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และรูปแบบการระงับความรู้สึก แหล่งอ้างอิงแนะนำให้แจ้งยาตามใบสั่ง ยาที่ซื้อเอง และอาหารเสริมทั้งหมดแก่ทีมผ่าตัด (Cleveland Clinic)
การงดอาหารและน้ำ
คุณอาจต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะหากมีการให้ยาระงับความรู้สึกหรือดมยาสลบ ระยะเวลาที่ต้องงดขึ้นกับเวลาผ่าตัด สุขภาพ และแผนการระงับความรู้สึก ให้ยึดคำสั่งจากโรงพยาบาล ไม่ควรคาดเดาจากคำแนะนำของผู้ป่วยคนอื่น
หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องปรับเวลาหากการดำเนินการต่อเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก
สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา และเอกสารส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยาและอาหารเสริม พร้อมข้อมูลการแพ้ยา
- ผลตรวจหรือเอกสารจากสถานพยาบาลเดิมตามที่ได้รับแจ้ง
- แว่นตาและกล่องใส่แว่น หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์หากทีมรักษาสั่ง
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่ต้องดึงผ่านศีรษะแรงๆ
- ผู้ดูแลหรือผู้รับกลับบ้าน เพราะไม่ควรขับรถกลับเอง
ในวันผ่าตัดควรงดแต่งหน้ารอบดวงตา เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ที่อาจปนเปื้อนบริเวณผ่าตัดตามคำแนะนำของโรงพยาบาล หากมีไข้ ไอมาก ตาแดงผิดปกติ มีหนอง หรือสุขภาพเปลี่ยนก่อนวันนัด ให้ติดต่อโรงพยาบาลเพื่อประเมินว่าจะดำเนินการต่อหรือเลื่อนนัด
หากแพทย์คาดว่าจะใส่ก๊าซในตา ควรแจ้งล่วงหน้าหากคุณต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน อยู่บนพื้นที่สูง หรือมีแผนเข้ารับการผ่าตัดอื่น เพราะข้อมูลนี้มีผลต่อการวางแผนช่วงพักฟื้นและการใช้ยาระงับความรู้สึกในอนาคต
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดขึ้นกับโรค แต่ลำดับทั่วไปเป็นดังนี้
- ยืนยันตาข้างที่จะผ่าตัด
ทีมรักษาจะทบทวนชื่อ ประวัติการแพ้ยา หัตถการ และตาข้างที่จะทำ คุณอาจได้รับยาหยอดเพื่อขยายม่านตาและเตรียมพื้นผิวตา
- ให้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึก
หลายกรณีใช้ยาชาเฉพาะบริเวณรอบตาร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย ผู้ป่วยจึงอาจรู้สึกตัวแต่ไม่ควรเจ็บ บางรายใช้การดมยาสลบ เช่น ผู้ที่อยู่นิ่งไม่ได้ เด็ก หรือการผ่าตัดที่ซับซ้อน แผนที่เหมาะสมขึ้นกับสุขภาพและดุลยพินิจของทีมรักษา (Cleveland Clinic)
- ทำความสะอาดและเปิดเปลือกตา
ทีมผ่าตัดทำความสะอาดรอบดวงตาและปูผ้าปลอดเชื้อ แพทย์ใช้เครื่องมือช่วยเปิดเปลือกตาเพื่อไม่ให้กะพริบระหว่างผ่าตัด
- สร้างช่องขนาดเล็กที่ตาขาว
แพทย์ทำช่องสำหรับเครื่องมือหลายตำแหน่ง เครื่องมือหนึ่งให้แสง อีกส่วนช่วยรักษาความดันภายในตา และอีกส่วนใช้ตัดหรือดูดวุ้นตา
- นำวุ้นตาและสิ่งที่บดบังออก
แพทย์ตัดและดูดวุ้นตา เลือด หรือเนื้อเยื่อที่รบกวนการมองเห็นออกอย่างระมัดระวัง ทำให้เห็นจอตาชัดขึ้นและเข้าถึงบริเวณที่ต้องรักษาได้
- รักษาโรคที่เป็นสาเหตุ
ขั้นตอนนี้ต่างกันมากในแต่ละคน อาจลอกพังผืด ระบายของเหลวใต้จอตา ทำให้จอตากลับเข้าที่ ใช้เลเซอร์รักษารอยฉีกหรือหลอดเลือดผิดปกติ นำสิ่งแปลกปลอมออก หรือทำหัตถการอื่นร่วมด้วย แหล่งอ้างอิงระบุว่าแพทย์อาจซ่อมจอตาและใช้เลเซอร์กับหลอดเลือดที่รั่วหรือเจริญผิดปกติได้
- เติมสารทดแทนภายในตาเมื่อจำเป็น
แพทย์อาจเติมน้ำเกลือ ก๊าซ หรือซิลิโคนออยล์ การเลือกขึ้นกับชนิดของโรคและระยะเวลาที่ต้องพยุงจอตา ก๊าซจะค่อยๆ ลดลงเอง ส่วนซิลิโคนออยล์อาจคงอยู่จนแพทย์เห็นว่าควรนำออก
- ปิดแผลและปิดตา
ช่องเปิดขนาดเล็กบางแผลปิดได้เอง บางแผลต้องเย็บ จากนั้นแพทย์อาจใส่ยาตามความจำเป็นและปิดตาด้วยแผ่นป้องกัน
หลังผ่าตัด คุณจะอยู่ในพื้นที่พักฟื้นเพื่อประเมินอาการ ความดันโลหิต อาการคลื่นไส้ และความพร้อมก่อนกลับ หากมีโรคประจำตัว การดมยาสลบ หรือการผ่าตัดซับซ้อน แพทย์อาจรับไว้สังเกตอาการตามความเหมาะสม
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามโรค ความซับซ้อน และหัตถการที่ทำร่วมกัน จักษุแพทย์ผู้รักษาจะประเมินเวลาโดยประมาณเป็นรายบุคคล และควรเผื่อเวลาเพิ่มเติมสำหรับการเตรียมผ่าตัดและเฝ้าดูอาการหลังผ่าตัด
เวลาจริงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น
- โรคที่ต้องรักษาและความรุนแรงของความเสียหาย
- มีเลือด พังผืด หรือจอตาหลุดลอกซับซ้อนหรือไม่
- ต้องใช้เลเซอร์หรือลอกเยื่อบางบนจอตาหรือไม่
- มีการผ่าตัดตาชนิดอื่นร่วมในครั้งเดียวหรือไม่
- การใช้ยาชาเฉพาะที่หรือการดมยาสลบ
- ภาวะที่แพทย์พบระหว่างผ่าตัด
ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวตามแหล่งอ้างอิง แต่แนวทางของสถานพยาบาลในประเทศไทยอาจต่างกัน (Cleveland Clinic) ผู้ที่ต้องนอนโรงพยาบาลมักเป็นผู้ที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติมจากโรคตา สุขภาพโดยรวม หรือการระงับความรู้สึก แพทย์จะบอกแผนที่เหมาะกับคุณก่อนผ่าตัดหรือหลังประเมินอาการจริง
พักฟื้นนานแค่ไหน
โดยทั่วไปการฟื้นตัวใช้เวลาหลายสัปดาห์ การมองเห็นอาจมัวหรือแย่กว่าปกติในช่วงวันแรกๆ ก่อนค่อยๆ เปลี่ยนแปลง แต่ระยะเวลาขึ้นกับโรคเดิม หัตถการที่ทำร่วม และสารที่เติมไว้ในตา (Cleveland Clinic)
| ช่วงเวลาโดยทั่วไป | สิ่งที่อาจพบและสิ่งที่ควรทำ |
| วันผ่าตัดถึงช่วงแรก | ตาอาจระคาย เคือง น้ำตาไหล หรือมองมัว พักและให้ผู้ดูแลช่วยเดินทาง ห้ามขับรถ |
| ช่วงหลายวันแรก | ใช้ยาหยอดและแผ่นป้องกันตามแผน หลีกเลี่ยงขยี้ตา น้ำสกปรก ฝุ่น และกิจกรรมที่กระแทกตา |
| ช่วงสัปดาห์แรกๆ | ไปตรวจตามนัด การมองเห็นอาจยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีก๊าซหรือซิลิโคนออยล์ |
| ช่วงหลายสัปดาห์ | หลายคนค่อยๆ กลับไปทำงานและกิจกรรมตามที่แพทย์อนุญาต งานใช้แรงหรือเสี่ยงกระแทกมักต้องรอนานกว่า |
| ระยะต่อมา | แพทย์ประเมินจอตา ความดันตา และความจำเป็นในการรักษาเพิ่มเติม รวมถึงการนำซิลิโคนออยล์ออกหากใช้ |
ตาที่ผ่าตัดอาจรู้สึกเหมือนมีเม็ดทราย แสบเล็กน้อย หรือมีน้ำตาไหลในช่วงแรก อาการปวดควรอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ หากปวดมากขึ้นหรือสายตาแย่ลง ไม่ควรรอถึงวันนัด
การจัดท่าศีรษะ
หากแพทย์เติมก๊าซหรือซิลิโคนออยล์ คุณอาจต้องจัดศีรษะในท่าที่กำหนด เพื่อให้สารนั้นกดพยุงจอตาบริเวณที่รักษา บางคนต้องคว่ำหน้า นอนตะแคง หรือนั่งตัวตรงในช่วงเวลาที่แพทย์กำหนด ท่าที่ถูกต้องขึ้นกับตำแหน่งรอยโรค จึงใช้คำแนะนำของผู้ป่วยรายอื่นแทนไม่ได้
แหล่งอ้างอิงระบุว่าทีมรักษาอาจกำหนดท่านั่งและท่านอนเฉพาะเมื่อมีฟองก๊าซหรือซิลิโคนออยล์ หากคุณทำท่าไม่ได้เพราะปวดคอ ปวดหลัง หายใจลำบาก หรือมีข้อจำกัดทางร่างกาย ให้บอกทีมรักษาก่อนกลับบ้านเพื่อปรับแผนหรือหาอุปกรณ์ช่วยที่เหมาะสม
การมองเห็นและการกลับไปทำงาน
การมองเห็นอาจมัวมากเมื่อมีก๊าซในตา และค่อยๆ เปลี่ยนเมื่อฟองก๊าซเล็กลง แม้ก๊าซหายแล้ว สายตาอาจยังต้องใช้เวลาฟื้นตามสภาพจอตา อย่าใช้ความคมชัดในวันแรกเป็นตัวตัดสินผลสุดท้าย
งานหน้าจอหรืองานเบาอาจกลับไปทำได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ ก้มมาก ทำงานกลางฝุ่น ใช้เครื่องจักร หรือเสี่ยงถูกกระแทก แพทย์จะกำหนดตามลักษณะงานและผลตรวจหลังผ่าตัด แหล่งอ้างอิงระบุว่าการกลับไปขับรถอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ และควรรอจนจักษุแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย
การเดินทางเมื่อมีก๊าซในตา
ห้ามขึ้นเครื่องบินขณะที่ยังมีก๊าซในลูกตา เพราะความดันอากาศที่เปลี่ยนทำให้ก๊าซขยายตัวและเพิ่มความดันภายในตาอย่างอันตราย การเดินทางขึ้นพื้นที่สูงก็อาจมีผลเช่นกัน ให้ถามแพทย์ว่ามีก๊าซชนิดใดและต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางถึงเมื่อใด
หากยังมีก๊าซในตา ห้ามใช้ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (nitrous oxide หรือก๊าซหัวเราะ) ในการดมยาสลบหรือระงับความรู้สึก เพราะอาจทำให้ฟองก๊าซขยายและความดันตาสูงจนสูญเสียการมองเห็นได้ ต้องแจ้งจักษุแพทย์ วิสัญญีแพทย์ ทันตแพทย์ และบุคลากรฉุกเฉินทุกครั้ง ควรพกเอกสารหรือบัตรแจ้งเตือนที่โรงพยาบาลให้ไว้จนกว่าแพทย์ตาจะยืนยันว่าก๊าซหมด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดช่วยรักษาโรคตาที่รุนแรงได้ แต่ไม่ปราศจากความเสี่ยง ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นกับโรคเดิม สภาพจอตา โรคประจำตัว และขั้นตอนที่ต้องทำร่วมกัน แหล่งอ้างอิงระบุว่าความเสียหายหรือการสูญเสียการมองเห็นเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องรับทราบ (Cleveland Clinic)
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- การติดเชื้อภายในลูกตา อาจทำให้ปวด ตาแดง มีขี้ตา หรือสายตาลดลงรวดเร็ว ต้องรักษาเร่งด่วน
- เลือดออกในตา อาจทำให้มองมัว และบางครั้งต้องติดตามหรือรักษาเพิ่มเติม
- จอตาฉีกหรือหลุดลอก อาจเกิดขึ้นใหม่หรือกลับเป็นซ้ำ และอาจต้องเลเซอร์หรือผ่าตัดอีกครั้ง
- ความดันตาสูงหรือต่ำผิดปกติ อาจเป็นชั่วคราวหรือจำเป็นต้องรักษา
- ต้อกระจกเกิดเร็วขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีเลนส์ตาธรรมชาติ แพทย์อาจต้องติดตามและพิจารณาผ่าตัดต้อกระจกภายหลัง
- บวมที่จุดรับภาพชัดหรือกระจกตา ทำให้การมองเห็นฟื้นช้าหรือมัว
- พังผืดหรือแรงดึงรั้งกลับมา โรคบางชนิดจึงอาจต้องรักษาซ้ำ
- การมองเห็นไม่ดีขึ้นตามที่หวัง หากจอตาหรือเส้นประสาทตาเสียหายถาวรอยู่ก่อน
- เห็นภาพซ้อนหรือค่าสายตาเปลี่ยน ซึ่งอาจดีขึ้นเมื่อการอักเสบลดลงหรืออาจต้องแก้ไขเพิ่มเติม
- ความเสี่ยงจากยาชาและการดมยาสลบ เช่น แพ้ยา คลื่นไส้ หรือปัญหาด้านหัวใจและการหายใจ โดยขึ้นกับสุขภาพของผู้ป่วย
- จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำ เช่น ซ่อมจอตาที่หลุดซ้ำ จัดการเลือดออก หรือนำซิลิโคนออยล์ออก
การรักษาทันเวลาอาจช่วยลดความเสียหายจากโรคเดิม แต่ไม่มีการรับรองว่าสายตาจะกลับมาเท่าเดิม ควรถามแพทย์ถึงผลที่คาดหวังได้ดีที่สุด ผลที่มีแนวโน้มเป็นไปได้ และผลที่แย่ที่สุดสำหรับตาของคุณโดยเฉพาะ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังผ่าตัด ให้ติดต่อทีมจักษุหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอดูอาการเองจนถึงวันนัด
| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบประเมิน |
| ปวดตามากหรือปวดเพิ่มขึ้น | อาจเกี่ยวข้องกับความดันตา การอักเสบ เลือดออก หรือการติดเชื้อ |
| การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว | อาจเป็นสัญญาณของจอตาหลุด เลือดออก ความดันตาผิดปกติ หรือการติดเชื้อ |
| ตาแดงหรือบวมมากขึ้น | ต้องแยกการระคายทั่วไปออกจากการอักเสบหรือติดเชื้อ |
| มีหนองหรือขี้ตาผิดปกติ | อาจบ่งถึงการติดเชื้อ |
| เห็นแสงวาบ หยากไย่เพิ่มมาก หรือเหมือนมีม่านบัง | อาจสัมพันธ์กับรอยฉีกหรือจอตาหลุดลอก |
| คลื่นไส้ อาเจียนร่วมกับปวดตาหรือปวดศีรษะ | อาจเกิดจากความดันตาสูง |
| ได้รับการกระแทกที่ตาหรือศีรษะ | ต้องตรวจว่าจอตา แผล หรือสารภายในตาได้รับผลหรือไม่ |
| หายใจลำบาก หน้าบวม ผื่นลมพิษ หรือหมดสติ | อาจเป็นอาการแพ้รุนแรงหรือภาวะฉุกเฉินอื่น |
แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ติดต่อแพทย์เมื่อมีอาการปวดรุนแรงหรือการมองเห็นแย่ลง (Cleveland Clinic) หากติดต่อโรงพยาบาลเดิมไม่ได้และอาการรุนแรง ให้ไปห้องฉุกเฉินพร้อมแจ้งว่าเพิ่งผ่าตัดตา และบอกด้วยว่ามีก๊าซหรือซิลิโคนออยล์ในตาหรือไม่
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกภาวะ ทางเลือกขึ้นกับสาเหตุ ตำแหน่งโรค และความเร่งด่วน
เฝ้าติดตามอาการ
แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำเมื่อโรคยังไม่กระทบการมองเห็นมากหรือยังคงที่ ตัวอย่างเช่น เลือดในวุ้นตาบางกรณีอาจจางเอง หรือพังผืดบนจอตาบางรายอาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การเฝ้าติดตามต้องมีแผนชัดเจนว่าควรกลับมาตรวจเมื่อใดและอาการใดต้องมาก่อนนัด
ยาหรือการฉีดยาเข้าตา
โรคจอตาบางชนิดรักษาด้วยยา ยาหยอด หรือการฉีดยาเข้าตาเพื่อควบคุมการอักเสบ บวม หลอดเลือดผิดปกติ หรือการติดเชื้อ การรักษาเหล่านี้อาจใช้แทนการผ่าตัดในระยะหนึ่ง หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุและการตอบสนอง
เลเซอร์จอตา
เลเซอร์อาจใช้ปิดรอยฉีกจอตา รักษาหลอดเลือดผิดปกติ หรือช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิด หากมองเห็นจอตาได้ชัดและโครงสร้างยังเหมาะสม แต่เมื่อมีเลือดบดบัง มีพังผืดดึงรั้ง หรือจอตาหลุดซับซ้อน เลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
การฉีดก๊าซร่วมกับการรักษาจอตา
จอตาหลุดลอกบางรูปแบบอาจรักษาด้วยการฉีดก๊าซเข้าไปพยุงรอยฉีก ร่วมกับเลเซอร์หรือการจี้เย็น วิธีนี้ไม่เหมาะกับรอยฉีกทุกตำแหน่ง และผู้ป่วยต้องทำท่าศีรษะตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
การผ่าตัดจากภายนอกลูกตา
จอตาหลุดลอกบางชนิดอาจใช้วัสดุกดผนังตาจากด้านนอกเพื่อช่วยให้รอยฉีกแนบกลับ บางครั้งทำแทนหรือทำร่วมกับการนำวุ้นตาออก การเลือกวิธีขึ้นกับอายุ ลักษณะรอยฉีก สภาพวุ้นตา และภาวะของเลนส์ตา
คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “มีวิธีอื่นหรือไม่” แต่คือวิธีอื่นให้โอกาสควบคุมโรคได้ใกล้เคียงกันหรือไม่ และการรอมีความเสี่ยงต่อจุดรับภาพชัดหรือการมองเห็นถาวรเพียงใด
สิทธิการรักษา
ความครอบคลุมขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการอุปกรณ์หรือหัตถการที่จำเป็น ควรตรวจสอบก่อนวันผ่าตัด เพราะการมีสิทธิไม่ได้หมายความว่าสามารถเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลใดก็ได้โดยไม่ผ่านขั้นตอน
สิทธิประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มจากสถานพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพรักษาโรคจอตาที่ซับซ้อน แพทย์อาจออกเอกสารส่งต่อไปยังหน่วยที่เหมาะสม ให้สอบถามว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการตรวจ การผ่าตัด อุปกรณ์ภายในตา ยา และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
กรณีมีอาการฉุกเฉิน เช่น สายตาลดลงทันทีหรือสงสัยจอตาหลุดลอก ควรเข้ารับการประเมินเร่งด่วนก่อน แล้วจึงประสานเรื่องสิทธิตามกระบวนการของสถานพยาบาล
สิทธิบัตรทอง
ผู้ใช้สิทธิควรติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิเพื่อรับการประเมินและส่งต่อ เว้นแต่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉิน ขั้นตอนอาจต่างกันตามพื้นที่และเครือข่ายบริการ ควรถามว่าต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ ต้องต่ออายุเอกสารเมื่อใด และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดทำที่สถานพยาบาลใด
ประกันสุขภาพเอกชน
ความคุ้มครองขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์ สาเหตุของโรค ระยะเวลารอคอย โรคที่เป็นมาก่อน และการอนุมัติก่อนรักษา ควรส่งแผนการรักษาและเอกสารจากแพทย์ให้บริษัทประกันตรวจสอบล่วงหน้า พร้อมถามให้ชัดว่าครอบคลุมค่าห้องผ่าตัด วิสัญญี การนอนโรงพยาบาล อุปกรณ์ที่ใส่ในตา ยา และการผ่าตัดครั้งต่อไปเพื่อนำซิลิโคนออยล์ออกหรือไม่
หากจำเป็นต้องรักษาเร่งด่วน ให้โรงพยาบาลช่วยประสานสิทธิ แต่ไม่ควรเลื่อนการประเมินภาวะคุกคามการมองเห็นเพียงเพราะเอกสารยังไม่ครบ
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดวุ้นตาเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บ เพราะใช้ยาชาบริเวณตาหรือดมยาสลบตามความเหมาะสม คุณอาจรู้สึกถึงแรงกดหรือการเคลื่อนไหวบ้างหากใช้ยาชาเฉพาะที่ หลังผ่าตัดอาจระคายหรือปวดเล็กน้อย แต่หากปวดมากหรือปวดเพิ่มขึ้นต้องรีบติดต่อโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดจะมองเห็นชัดเมื่อใด
การมองเห็นมักยังมัวในช่วงแรกและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตลอดหลายสัปดาห์ โดยขึ้นกับโรคเดิมและสารที่ใส่ในตา แหล่งอ้างอิงระบุว่าการมองเห็นอาจมัวหรือแย่กว่าปกติในช่วงหลายวันแรกก่อนดีขึ้นตามเวลา (Cleveland Clinic) หากจอตาเสียหายถาวร สายตาอาจไม่กลับมาเท่าเดิม
ต้องนอนคว่ำทุกคนหรือไม่
ไม่ใช่ทุกคนต้องนอนคว่ำ เพราะท่าที่ใช้ขึ้นกับตำแหน่งโรคและชนิดของสารที่เติมในตา ผู้ป่วยบางรายต้องคว่ำหน้า บางรายนอนตะแคงหรือนั่งตรง และบางรายไม่ต้องจัดท่าพิเศษ ให้ทำตามคำสั่งเฉพาะของจักษุแพทย์
ทำไมจึงห้ามขึ้นเครื่องบินเมื่อมีก๊าซในตา
เพราะความดันอากาศที่ลดลงทำให้ฟองก๊าซขยายตัวและดันความดันในลูกตาให้สูงขึ้นอย่างอันตราย ต้องรอจนจักษุแพทย์ตรวจยืนยันว่าก๊าซหมดก่อน ไม่ควรตัดสินจากความรู้สึกหรือจำนวนวันที่ผ่านไปเอง
ซิลิโคนออยล์ต้องนำออกหรือไม่
ซิลิโคนออยล์อาจต้องนำออกด้วยการผ่าตัดอีกครั้ง แต่บางสถานการณ์แพทย์อาจคงไว้เป็นเวลานาน การตัดสินใจขึ้นกับความมั่นคงของจอตา ความดันตา และความเสี่ยงของการผ่าตัดซ้ำ แหล่งอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยบางรายต้องผ่าตัดเพื่อนำซิลิโคนออยล์ออก
หลังผ่าตัดขับรถได้เมื่อใด
ควรรอจนจักษุแพทย์ยืนยันว่าการมองเห็นและลานสายตาปลอดภัยต่อการขับรถ แหล่งอ้างอิงระบุว่าอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นกับการฟื้นตัวของแต่ละคน หากยังมองมัว เห็นภาพซ้อน หรือกะระยะไม่ดี ไม่ควรขับรถ
หลังผ่าตัดใช้โทรศัพท์หรือดูโทรทัศน์ได้ไหม
โดยทั่วไปการใช้สายตาไม่ทำให้แผลภายในตาหลุด แต่ควรพักเมื่อเมื่อยหรือมองไม่สบาย และต้องไม่ละเลยท่าศีรษะที่แพทย์กำหนด หากการก้มดูหน้าจอทำให้ผิดท่าหรือปวดตา ให้ปรับตำแหน่งอุปกรณ์และลดระยะเวลาการใช้
อาบน้ำและสระผมได้เมื่อใด
คุณสามารถดูแลร่างกายตามคำแนะนำของทีมผ่าตัด แต่ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำ สบู่ แชมพู หรือสิ่งสกปรกเข้าตาในช่วงที่แพทย์กำหนด วิธีป้องกันและเวลาที่กลับไปสระผมตามปกติขึ้นกับแผลและแนวทางของโรงพยาบาล จึงควรถามก่อนกลับบ้าน
กลับไปทำงานได้เมื่อใด
งานเบามักกลับไปทำได้เร็วกว่างานใช้แรง งานกลางฝุ่น หรืองานเสี่ยงกระแทกตา ระยะเวลาขึ้นกับชนิดของโรค การมองเห็นหลังผ่าตัด การจัดท่าศีรษะ และลักษณะงาน ควรบอกแพทย์อย่างเจาะจงว่างานต้องยกของ ก้มตัว ขับรถ หรือใช้เครื่องจักรหรือไม่
ผ่าตัดแล้วต้องผ่าตัดต้อกระจกภายหลังหรือไม่
ต้อกระจกอาจเกิดหรือดำเนินเร็วขึ้นหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะในผู้ที่ยังมีเลนส์ตาธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผ่าตัดทันที แพทย์จะติดตามความขุ่นของเลนส์และผลกระทบต่อการมองเห็นก่อนพิจารณา
ถ้าไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น
ผลของการไม่ผ่าตัดขึ้นกับโรค บางภาวะสามารถเฝ้าติดตามได้ แต่จอตาหลุดลอก การติดเชื้อ หรือแรงดึงรั้งรุนแรงอาจทำให้การมองเห็นเสียหายถาวร ควรถามแพทย์ว่าการรอในกรณีของคุณมีผลต่อจุดรับภาพชัดหรือไม่ และมีกรอบเวลาที่ต้องตัดสินใจเพียงใด
การผ่าตัดทำให้สายตากลับมาเหมือนเดิมแน่นอนหรือไม่
ไม่สามารถรับรองได้ เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพจอตา จุดรับภาพชัด เส้นประสาทตา ระยะเวลาที่เป็นโรค และภาวะแทรกซ้อน เป้าหมายในบางคนคือเพิ่มการมองเห็น แต่ในบางคนเป็นการรักษาการมองเห็นที่เหลือหรือป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
ต้องมีคนพากลับบ้านหรือไม่
ควรมีผู้ดูแลพากลับ เพราะหลังผ่าตัดอาจปิดตา มองมัว หรือยังมีผลจากยาระงับความรู้สึก และไม่ควรขับรถเอง แหล่งอ้างอิงแนะนำให้จัดเตรียมผู้พาไปและกลับจากการผ่าตัด รวมถึงการตรวจติดตามช่วงแรก
ต้องไปตรวจหลังผ่าตัดเร็วแค่ไหน
มักมีการตรวจในช่วงต้นหลังผ่าตัดเพื่อดูจอตา ความดันตา และแผล แต่กำหนดนัดจริงขึ้นกับโรคและแนวทางของโรงพยาบาล แหล่งอ้างอิงยกตัวอย่างการตรวจในวันถัดจากการผ่าตัด ให้ยึดใบนัดของทีมรักษา และกลับก่อนนัดทันทีหากปวดมากหรือสายตาลดลง.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Vitrectomy: Surgical Procedure, Complications & Recovery — เกี่ยวกับ Vitrectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


