ผ่าตัดปะแก้วหู
ผ่าตัดปะแก้วหู คือการซ่อมรูทะลุหรือรอยฉีกของเยื่อแก้วหู โดยวางเนื้อเยื่อหรือวัสดุทดแทนเป็นแผ่นปิดรู [Eardrum repair (tympanoplasty)] เพื่อช่วยกั้นน้ำและเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่หูชั้นกลาง และอาจช่วยให้การได้ยินดีขึ้น การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อรูไม่ปิดเอง มีหูอักเสบหรือน้ำไหลจากหูซ้ำ หรือมีการได้ยินลดลง แต่ไม่ใช่รูแก้วหูทะลุทุกกรณีที่ต้องผ่าตัดทันที
ประเด็นสำคัญ
- รูแก้วหูขนาดเล็กจำนวนหนึ่งปิดได้เอง การรักษาการติดเชื้อและป้องกันน้ำเข้าหูจึงอาจเป็นทางเลือกแรก โดยแพทย์หู คอ จมูกจะดูขนาด ตำแหน่ง ระยะเวลาที่เป็น และผลตรวจการได้ยินก่อนแนะนำการผ่าตัด
- ระหว่างผ่าตัด แพทย์จะเข้าถึงเยื่อแก้วหูผ่านช่องหูหรือแผลใกล้ใบหู แล้วใช้เนื้อเยื่อของผู้ป่วยหรือวัสดุทดแทนปิดรู อาจต้องซ่อมกระดูกหูชั้นกลางหรือรักษาโรคอื่นร่วมด้วยหากพบความเสียหาย
- ส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันผ่าตัดหรือพักสังเกตอาการช่วงสั้นๆ การได้ยินอาจยังอื้อหรือไม่ชัดในระยะแรก เพราะมีวัสดุพยุงอยู่ในช่องหูและเนื้อเยื่อยังไม่หายสนิท
ผ่าตัดปะแก้วหู คืออะไร
เยื่อแก้วหูเป็นแผ่นเนื้อเยื่อบางที่กั้นระหว่างช่องหูภายนอกกับหูชั้นกลาง เมื่อคลื่นเสียงกระทบ เยื่อแก้วหูจะสั่นและส่งแรงสั่นต่อไปยังกระดูกชิ้นเล็กในหูชั้นกลาง การมีรูหรือรอยฉีกอาจทำให้การส่งผ่านเสียงลดลง น้ำและเชื้อโรคยังผ่านเข้าสู่หูชั้นกลางได้ง่ายขึ้น จึงเกิดหูอักเสบ น้ำหรือหนองไหลจากหู และการได้ยินลดลงได้
สาเหตุที่พบได้ ได้แก่
- หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ
- การบาดเจ็บจากการแคะหูหรือวัตถุเข้าไปในช่องหู
- แรงกระแทกหรือเสียงดังรุนแรง
- ความดันเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เช่น ระหว่างดำน้ำหรือเดินทางทางอากาศ
- รูที่เหลือหลังท่อระบายอากาศในเยื่อแก้วหูหลุดออก
- โรคของหูชั้นกลาง เช่น ก้อนผิวหนังผิดตำแหน่งหลังแก้วหู ซึ่งเรียกว่าโคเลสเตียโตมา
- ผลจากการผ่าตัดหรือหัตถการบริเวณหูในอดีต
จุดประสงค์หลักของการผ่าตัดคือทำให้เยื่อแก้วหูกลับมาเป็นแผ่นปิดกั้นหูชั้นกลาง ลดโอกาสที่น้ำหรือเชื้อโรคจะเข้าไป และช่วยควบคุมอาการหูอักเสบหรือน้ำไหลจากหู ส่วนการได้ยินอาจดีขึ้นมากหรือน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรู สภาพกระดูกหูชั้นกลาง เส้นประสาทการได้ยิน และโรคในหูที่มีอยู่เดิม
การปะแก้วหูอาจเป็นการซ่อมเฉพาะเยื่อแก้วหู หรือเป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่า หากกระดูกหูชั้นกลางเสียหาย แพทย์อาจซ่อมหรือสร้างแนวกระดูกนำเสียงร่วมด้วย หากพบการอักเสบเรื้อรังหรือโคเลสเตียโตมา อาจต้องกำจัดเนื้อเยื่อผิดปกติก่อน การผ่าตัดจึงไม่ได้เหมือนกันทุกคน
แพทย์มักตรวจช่องหูและเยื่อแก้วหูด้วยกล้อง ตรวจการได้ยิน และอาจตรวจการทำงานของเยื่อแก้วหู การตรวจภาพถ่าย เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ไม่จำเป็นสำหรับรูแก้วหูธรรมดาทุกราย แต่อาจใช้เมื่อสงสัยโรคในหูชั้นกลาง มีการติดเชื้อเรื้อรัง หรือเตรียมผ่าตัดที่ซับซ้อนขึ้น
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่มีรูแก้วหูไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดทุกคน แพทย์จะชั่งน้ำหนักระหว่างอาการ โอกาสที่รูจะปิดเอง ความเสี่ยงจากการปล่อยไว้ และผลที่คาดว่าจะได้จากการซ่อม
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- รูแก้วหูคงอยู่นานและไม่มีแนวโน้มปิดเอง
- มีหูชั้นกลางอักเสบหรือน้ำไหลจากหูซ้ำ เพราะน้ำและเชื้อโรคผ่านรูเข้าไป
- การได้ยินลดลงจนกระทบการเรียน การทำงาน หรือการสื่อสาร
- ต้องหลีกเลี่ยงน้ำเข้าหูตลอดเวลาและข้อจำกัดนี้กระทบการใช้ชีวิต
- รูมีขนาดหรือตำแหน่งที่แพทย์เห็นว่าโอกาสปิดเองต่ำ
- มีกระดูกหูชั้นกลางเสียหายและอาจต้องซ่อมพร้อมกัน
- มีโรคในหูชั้นกลางที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น เนื้อเยื่อผิดปกติที่อาจทำลายโครงสร้างรอบข้าง
แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่า หากรูแก้วหูยังไม่หายหลังเฝ้าดูอาการประมาณ 2-3 เดือน แพทย์อาจเริ่มพิจารณาการซ่อม แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมจริงขึ้นอยู่กับสาเหตุ ขนาดรู การติดเชื้อ และสภาพหูของแต่ละคน เด็กและผู้ใหญ่อาจมีปัจจัยประกอบต่างกัน เช่น การทำงานของท่อยูสเตเชียน ซึ่งช่วยปรับความดันในหูชั้นกลาง
ผู้ที่อาจยังไม่ควรผ่าตัดทันที
การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบแรกในกรณีต่อไปนี้
- รูเกิดขึ้นไม่นาน มีขนาดเล็ก และมีแนวโน้มปิดเอง
- หูยังมีการติดเชื้อหรือมีหนองที่ควรรักษาให้สงบก่อน
- มีหวัด ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจในช่วงใกล้วันผ่าตัด
- โรคประจำตัวยังควบคุมไม่ได้ ทำให้ความเสี่ยงจากการดมยาสลบหรือเลือดออกสูงขึ้น
- สาเหตุของการได้ยินลดลงไม่ได้มาจากรูแก้วหูเป็นหลัก เช่น มีปัญหาที่หูชั้นในหรือเส้นประสาทการได้ยิน
- ผู้ป่วยยังไม่สามารถดูแลไม่ให้น้ำเข้าหู หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในหูช่วงพักฟื้นได้
- ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับน้อยกว่าความเสี่ยงจากการผ่าตัดในขณะนั้น
บางคนมีรูแก้วหูแต่ไม่มีการติดเชื้อ การได้ยินลดลงเพียงเล็กน้อย และสามารถป้องกันน้ำเข้าหูได้ดี การติดตามอาการจึงอาจสมเหตุสมผลมากกว่าการรีบผ่าตัด แพทย์หู คอ จมูกจะเป็นผู้ประเมินจากการส่องตรวจ ผลตรวจการได้ยิน และเป้าหมายการใช้ชีวิตของผู้ป่วย
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนกำหนดวันผ่าตัด แพทย์จะตรวจว่าหูแห้ง ไม่มีการอักเสบที่ควรควบคุมก่อน และประเมินว่าเป็นการซ่อมเยื่อแก้วหูอย่างเดียวหรือมีโครงสร้างอื่นต้องซ่อมร่วมด้วย การเตรียมตัวมักประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
ตรวจหูและการได้ยิน
การตรวจพื้นฐานมักมีการส่องช่องหูเพื่อดูขนาดและตำแหน่งของรู ตรวจว่ามีหนอง เนื้อเยื่ออักเสบ หรือโรคอื่นหรือไม่ การตรวจการได้ยินช่วยแยกว่าเสียงเบาลงจากระบบนำเสียง หรือมีความผิดปกติของหูชั้นในร่วมด้วย
อาจมีการตรวจการเคลื่อนไหวของเยื่อแก้วหูและความดันในหูชั้นกลาง ส่วนการตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือภาพถ่ายรังสีจะพิจารณาตามอายุ โรคประจำตัว ชนิดยาระงับความรู้สึก และความซับซ้อนของการผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน
แจ้งโรคประจำตัวและยาทั้งหมด
บอกทีมรักษาเกี่ยวกับ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยารักษาความดัน หัวใจ หรือโรคทางระบบประสาท
- ยาสมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ประวัติแพ้ยา แพ้วัสดุ หรือแพ้น้ำยาฆ่าเชื้อ
- ประวัติเลือดออกง่ายหรือเกิดลิ่มเลือด
- ปัญหาจากการดมยาสลบครั้งก่อน
- การตั้งครรภ์หรือมีโอกาสตั้งครรภ์
- เครื่องช่วยฟังหรือการผ่าตัดหูที่เคยทำ
ยาบางชนิดอาจต้องหยุด ปรับ หรือเปลี่ยนช่วงเวลาใช้ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและยาเบาหวาน อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา และความเสี่ยงเฉพาะของคุณ
งดอาหารและเครื่องดื่มตามคำสั่ง
หากใช้ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึกบางชนิด คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนผ่าตัด โรงพยาบาลจะระบุว่าเริ่มงดเมื่อใดและอนุญาตให้รับประทานยาประจำตัวชนิดใดได้บ้าง ควรทำตามคำสั่งของสถานพยาบาลนั้นโดยตรง เพราะเวลาอาจต่างกันตามอายุ สุขภาพ และกำหนดผ่าตัด
หากเผลอรับประทานอาหารหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง ไม่ควรปิดบัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงที่อาหารหรือของเหลวไหลย้อนเข้าสู่ปอดระหว่างให้ยาสลบ
รักษาหูให้แห้งและแจ้งอาการป่วยใหม่
ก่อนผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงน้ำเข้าหู ไม่แคะหู และไม่หยอดสารใดลงในหูนอกจากแพทย์สั่ง หากมีไข้ ไอมาก เจ็บคอ เป็นหวัด หูปวดขึ้น หูมีหนอง หรือมีอาการติดเชื้อใหม่ ให้แจ้งโรงพยาบาลก่อนวันผ่าตัด แพทย์จะตัดสินใจว่าควรรักษาก่อนหรือเลื่อนการผ่าตัดหรือไม่
สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยาและอาหารเสริมทั้งหมด
- ผลตรวจเดิมหรือภาพถ่ายที่โรงพยาบาลขอ
- รายละเอียดประวัติแพ้ยา
- เสื้อที่สวมง่ายและไม่ต้องดึงผ่านศีรษะแรงๆ
- ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและช่วยดูแลในคืนแรก หากได้รับยาสลบ
ไม่ควรขับรถกลับเองหลังได้รับยาสลบหรือยาระงับประสาท แม้จะรู้สึกตื่นดีแล้ว เพราะการตอบสนองและการตัดสินใจอาจยังช้ากว่าปกติ
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดจริงขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรู สภาพช่องหู และมีโรคในหูชั้นกลางร่วมด้วยหรือไม่ โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
1. ให้ยาระงับความรู้สึก
การซ่อมแก้วหูส่วนใหญ่มักทำภายใต้การดมยาสลบ โดยเฉพาะในเด็กหรือเมื่อการผ่าตัดซับซ้อน บางกรณีที่เป็นการซ่อมขนาดเล็กอาจใช้ยาชาร่วมกับยาคลายกังวล การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับลักษณะการผ่าตัด อายุ สุขภาพ และแนวทางของสถานพยาบาล
ทีมวิสัญญีจะติดตามชีพจร ความดัน ระดับออกซิเจน และการหายใจตลอดการผ่าตัด
2. เข้าถึงเยื่อแก้วหู
แพทย์อาจเข้าทางช่องหูโดยใช้กล้องจุลทรรศน์หรือกล้องส่องขนาดเล็ก วิธีนี้อาจไม่ต้องมีแผลภายนอก หากช่องหูแคบ รูอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก หรือจำเป็นต้องซ่อมมากขึ้น อาจเปิดแผลบริเวณรอยพับหลังใบหูหรือใกล้ปากช่องหู
การมีแผลหลังหูไม่ได้หมายความว่าอาการรุนแรงเสมอไป แต่เป็นวิธีช่วยให้แพทย์เห็นพื้นที่และวางแผ่นปะได้มั่นคงขึ้นในบางกรณี
3. เตรียมขอบของรูแก้วหู
แพทย์จะตรวจขอบรูและนำเนื้อเยื่อที่ขัดขวางการสมานออกอย่างระมัดระวัง เพื่อกระตุ้นให้เยื่อแก้วหูเดิมเชื่อมกับแผ่นปะ หากมีพังผืด การอักเสบ หรือเนื้อเยื่อผิดปกติในหูชั้นกลาง อาจจัดการในขั้นตอนนี้
4. เตรียมแผ่นเนื้อเยื่อสำหรับปะ
แผ่นปะอาจมาจากเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อบริเวณขมับ เยื่อหุ้มกระดูกอ่อน หรือกระดูกอ่อนบริเวณใบหู ตำแหน่งที่เก็บมักอยู่ใกล้บริเวณผ่าตัด จึงไม่จำเป็นต้องมีแผลที่ส่วนอื่นไกลออกไป บางกรณีอาจใช้วัสดุทดแทนแทนเนื้อเยื่อของผู้ป่วย
ชนิดของแผ่นปะมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน แพทย์เลือกตามขนาดและตำแหน่งของรู ความแข็งแรงที่ต้องการ สภาพของหู และประสบการณ์ของผู้ผ่าตัด
5. วางแผ่นปะและพยุงให้อยู่กับที่
แพทย์จะวางแผ่นปะไว้ใต้หรือใกล้กับเยื่อแก้วหูเดิม เพื่อให้เนื้อเยื่อค่อยๆ สมานเข้าหากัน จากนั้นใส่วัสดุนุ่มหรือโฟมพยุงไว้ด้านในและด้านนอกแผ่นปะ วัสดุบางชนิดละลายได้เอง ส่วนที่ไม่ละลายแพทย์จะนำออกในการนัดติดตาม
เพราะมีวัสดุพยุงอยู่ในช่องหู ผู้ป่วยจึงมักรู้สึกหูอื้อ แน่นหู หรือได้ยินไม่ชัดในช่วงแรก อาการนี้ไม่ได้บอกทันทีว่าแผ่นปะล้มเหลว ต้องรอให้แผลหายและวัสดุพยุงลดลงหรือถูกนำออกก่อนจึงประเมินได้ชัดขึ้น
6. ซ่อมโครงสร้างอื่นเมื่อจำเป็น
หากกระดูกหูชั้นกลางขาด หลุด หรือสึกกร่อน แพทย์อาจซ่อมแนวกระดูกนำเสียงร่วมด้วย หากพบโคเลสเตียโตมาหรือเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง อาจต้องกำจัดโรคส่วนนั้น การทำขั้นตอนเพิ่มเติมทำให้เวลาผ่าตัดและการพักฟื้นต่างจากการปะแก้วหูอย่างเดียว
7. ปิดแผลและพักฟื้นหลังยาสลบ
หากมีแผลภายนอก แพทย์จะปิดแผลและพันผ้า จากนั้นผู้ป่วยจะไปห้องพักฟื้นเพื่อติดตามการหายใจ ความดัน อาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ และเลือดซึม เมื่อรู้สึกตัวดี ดื่มน้ำได้ และไม่มีอาการที่ต้องเฝ้าระวัง อาจกลับบ้านได้ตามคำแนะนำ
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึงหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรู เทคนิคที่ใช้ การเข้าทางช่องหูหรือเปิดแผลหลังหู และจำเป็นต้องซ่อมกระดูกหูหรือกำจัดโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่ แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุช่วงประมาณ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงสำหรับการซ่อมทั่วไป แต่การผ่าตัดที่ซับซ้อนอาจนานกว่านั้น
เวลาที่อยู่โรงพยาบาลจะมากกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการลงทะเบียน การเตรียมตัว การให้ยาสลบ และการเฝ้าดูในห้องพักฟื้น ควรเผื่อเวลาไว้ทั้งวัน แม้แพทย์คาดว่าจะให้กลับบ้านได้วันเดียวกัน
ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านในวันผ่าตัด แต่บางรายอาจพักค้างคืนเพื่อสังเกตอาการ เช่น เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว มีอาการคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะมาก มีเลือดซึม หรือได้รับการผ่าตัดร่วมที่ซับซ้อน แนวทางรับไว้พักรักษาอาจต่างกันระหว่างสถานพยาบาลในประเทศไทย
การระงับความรู้สึกมักเป็นการดมยาสลบ แต่อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ในหัตถการขนาดเล็กบางกรณี วิสัญญีแพทย์และศัลยแพทย์จะอธิบายวิธีที่เหมาะสมจากสุขภาพของคุณและขอบเขตการซ่อม
พักฟื้นนานแค่ไหน
ช่วงพักฟื้นมีสองส่วนที่ควรแยกกัน คือระยะที่คุณกลับไปทำกิจวัตรได้ และระยะที่เยื่อแก้วหูรวมถึงการได้ยินเข้าที่เต็มที่ คุณอาจรู้สึกแข็งแรงขึ้นก่อนที่แผ่นปะจะสมานดี จึงยังต้องระวังน้ำ แรงดัน และการกระแทกตามที่แพทย์กำหนด
| ช่วงเวลาโดยทั่วไป | สิ่งที่อาจพบ | การดูแลและกิจกรรม |
| วันผ่าตัดถึงช่วงแรก | หูอื้อ แน่นหู ปวดเล็กน้อย เวียนศีรษะหรือคลื่นไส้ มีเลือดซึมเล็กน้อย | พัก มีผู้ดูแล หลีกเลี่ยงขับรถและกิจกรรมที่ต้องตัดสินใจเร็ว |
| หลายวันแรก | ยังได้ยินไม่ชัด รู้สึกเหมือนมีของอุดในหู เจ็บแผลหลังหูถ้ามี | ไม่แคะหู ไม่ดึงวัสดุในช่องหู ไม่สั่งน้ำมูกแรง |
| ประมาณ 1-2 สัปดาห์ | หลายคนกลับไปทำงานเบาหรือเรียนได้ หากไม่เวียนศีรษะและงานไม่ใช้แรง | งานยกของ ออกแรง หรือเสี่ยงกระแทกอาจต้องรอนานกว่า |
| หลายสัปดาห์ | แผลและเยื่อแก้วหูค่อยๆ สมาน วัสดุบางชนิดละลายหรือถูกนำออก | รักษาหูให้แห้ง หลีกเลี่ยงว่ายน้ำและกิจกรรมที่เพิ่มแรงดัน |
| หลายเดือน | ประเมินการสมานและผลการได้ยินได้ชัดขึ้น | อาจตรวจการได้ยินซ้ำตามนัด |
ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นภาพรวมจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศและอาจไม่ตรงกับแนวทางของสถานพยาบาลในไทยทุกแห่ง ระยะพักจริงขึ้นอยู่กับชนิดการผ่าตัด สุขภาพโดยรวม ลักษณะงาน และการมีหัตถการอื่นร่วมด้วย
อาการที่พบได้ในช่วงแรก
อาการที่มักเกิดขึ้นได้ ได้แก่
- หูอื้อหรือแน่นเหมือนมีน้ำอยู่ในหู
- ได้ยินลดลงชั่วคราวจากวัสดุพยุง
- ปวดแผลเล็กน้อยถึงปานกลาง
- เวียนศีรษะช่วงสั้นๆ
- มีคราบเลือดหรือของเหลวซึมเล็กน้อย
- มีเสียงแตกหรือเสียงเคลื่อนไหวในหูเมื่อวัสดุด้านในเปลี่ยนสภาพ
- ชาบริเวณใบหูหรือแผลในระยะแรก
อาการควรค่อยๆ ดีขึ้น หากปวดมากขึ้นเรื่อยๆ มีไข้ มีหนองเหม็น เลือดออกมาก หรือเวียนศีรษะรุนแรง ควรติดต่อทีมผ่าตัด
การกลับไปทำงานหรือเรียน
ผู้ที่ทำงานโต๊ะหรือเรียนหนังสือมักกลับไปได้ภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากไม่มีอาการเวียนศีรษะ ปวดมาก หรือภาวะแทรกซ้อน งานที่ต้องยกของหนัก ก้มบ่อย ใช้แรงมาก ทำงานในที่เปียก หรือเสี่ยงถูกกระแทกที่ศีรษะอาจต้องหยุดนานกว่า
แพทย์จะกำหนดตามขอบเขตการผ่าตัดและผลตรวจหลังผ่าตัด ไม่ควรเร่งกลับไปทำงานหนักเพียงเพราะอาการปวดหายแล้ว เนื่องจากเนื้อเยื่อด้านในอาจยังไม่สมาน
การอาบน้ำ ว่ายน้ำ และเดินทาง
ต้องรักษาช่องหูให้แห้งจนกว่าแพทย์จะอนุญาต วิธีป้องกันน้ำควรใช้ตามคำแนะนำของทีมผ่าตัด ไม่ควรสอดสิ่งของลึกเข้าไปในช่องหู หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำจนกว่าเยื่อแก้วหูจะหายและแพทย์ตรวจยืนยัน
การเดินทางทางอากาศ ดำน้ำ หรือกิจกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงความดันควรรอคำอนุญาตจากศัลยแพทย์ เพราะแรงดันอาจรบกวนแผ่นปะ ระยะเวลาที่เหมาะสมต่างกันตามเทคนิคและการสมานของแต่ละคน
การสั่งน้ำมูกและจาม
หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง เพราะแรงดันอาจส่งผ่านท่อยูสเตเชียนไปยังหูชั้นกลาง หากต้องจาม ให้เปิดปากและไม่กลั้นจาม ควรรักษาอาการคัดจมูกหรือภูมิแพ้ตามแผนที่แพทย์ให้ ไม่ควรซื้อยาหยอดหูหรือยาลดคัดจมูกมาใช้เองโดยไม่ตรวจสอบว่าเหมาะหลังผ่าตัดหรือไม่
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดปะแก้วหูมีเป้าหมายเพื่อปิดรูและลดปัญหาหูอักเสบ แต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันทุกคน แผ่นปะอาจไม่ติด รูอาจยังคงอยู่หรือกลับมาเกิดใหม่ และการได้ยินอาจดีขึ้นเท่าเดิมหรือแย่ลงได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิงบางแห่งรายงานผลการปิดรูในระดับประมาณ 90% หรือมากกว่า แต่ตัวเลขนี้มาจากประชากร เทคนิค และระบบการรักษาต่างประเทศ ไม่ควรใช้เป็นคำรับรองผลสำหรับผู้ป่วยรายบุคคล โอกาสสำเร็จขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรู การติดเชื้อ การทำงานของท่อยูสเตเชียน การสูบบุหรี่ โรคในหูชั้นกลาง และการดูแลหลังผ่าตัด
ความเสี่ยงที่ควรทราบ ได้แก่
แผ่นปะไม่ติดหรือเกิดรูซ้ำ
เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง อาจเกิดจากการติดเชื้อ น้ำเข้าหู แรงดันในหูผิดปกติ แผลสมานไม่ดี หรือโรคเดิมยังมีอยู่ หากรูยังเล็กและไม่มีอาการ อาจเฝ้าติดตามหรือทำหัตถการขนาดเล็ก แต่บางกรณีอาจต้องผ่าตัดซ้ำ
การติดเชื้อ
อาจมีปวด บวม ไข้ หรือหนองไหลจากหู การติดเชื้ออาจกระทบแผลและแผ่นปะ จึงควรรักษาหูให้แห้งและใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง หากมีอาการเพิ่มขึ้นไม่ควรรอถึงวันนัดปกติ
เลือดออกหรือเลือดคั่ง
เลือดซึมเล็กน้อยช่วงแรกอาจพบได้ แต่เลือดออกต่อเนื่อง ปริมาณมาก หรือผ้าปิดแผลชุ่มเร็วควรได้รับการประเมิน ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดต้องมีแผนจัดการยาที่ชัดเจนจากทีมรักษา
การได้ยินไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
แม้ปิดรูได้ การได้ยินอาจไม่กลับเป็นปกติหากมีกระดูกหูหรือหูชั้นในเสียหายอยู่เดิม ในบางกรณีที่พบไม่บ่อย การผ่าตัดอาจทำให้การได้ยินแย่ลง การตรวจการได้ยินก่อนผ่าตัดช่วยให้แพทย์อธิบายได้ว่าปัญหาส่วนใดมีโอกาสแก้ด้วยการปะแก้วหู
เวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัว
อาการเวียนศีรษะเล็กน้อยช่วงแรกอาจเกิดจากการรบกวนบริเวณหู แต่หากรุนแรง เดินไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรือเป็นมากขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์
เสียงดังในหูหรือการรับรสเปลี่ยน
เส้นประสาทขนาดเล็กที่เกี่ยวกับการรับรสพาดผ่านใกล้หูชั้นกลาง จึงอาจมีรสชาติเปลี่ยน ลิ้นชา หรือรสโลหะชั่วคราวได้ บางคนอาจมีเสียงดังในหู อาการมักค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางรายอาจอยู่นาน
การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทใบหน้า
เส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าผ่านใกล้หูชั้นกลาง การบาดเจ็บพบไม่บ่อย แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญ หากมีมุมปากตก หลับตาไม่สนิท หรือใบหน้าอ่อนแรงหลังผ่าตัด ต้องแจ้งแพทย์ทันที
ความเสี่ยงจากยาสลบ
อาจเกิดคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ แพ้ยา ปัญหาการหายใจ หรือภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจและหลอดเลือด ความเสี่ยงแตกต่างตามอายุ สุขภาพ โรคประจำตัว และชนิดการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะประเมินก่อนผ่าตัดและอธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคุณ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์โดยเร็วเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ควรรีบประเมิน |
| ไข้ร่วมกับปวดหูหรือแผลบวมแดงมากขึ้น | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| หนองหรือของเหลวมีกลิ่นเหม็นไหลจากหู | อาจมีการติดเชื้อในช่องหูหรือหูชั้นกลาง |
| เลือดออกมาก ต่อเนื่อง หรือไหลจนผ้าปิดแผลชุ่ม | อาจมีเลือดออกผิดปกติ |
| ปวดรุนแรงขึ้นหรือยาแก้ปวดตามแผนเอาไม่อยู่ | ต้องตรวจหาเลือดคั่ง การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น |
| เวียนศีรษะรุนแรง เดินไม่ได้ หรืออาเจียนต่อเนื่อง | อาจเกี่ยวข้องกับระบบการทรงตัว |
| ได้ยินลดลงอย่างฉับพลันเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า | ต้องประเมินหูชั้นกลางและหูชั้นใน |
| ใบหน้าเบี้ยว มุมปากตก หรือหลับตาไม่สนิท | อาจมีความผิดปกติของเส้นประสาทใบหน้า |
| ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ซึม หรือสับสน | เป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องประเมินทันที |
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือเป็นลม | อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่จำกัดเฉพาะบริเวณหู |
เลือดหรือของเหลวซึมเล็กน้อยอาจพบได้ช่วงแรก แต่หากคุณไม่แน่ใจว่าปริมาณปกติหรือไม่ ให้ติดต่อหน่วยผ่าตัดโดยอธิบายสี ปริมาณ กลิ่น อาการปวด และมีไข้ร่วมด้วยหรือไม่
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกเดียวสำหรับรูแก้วหูทุกชนิด ทางเลือกขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระยะเวลาที่เป็น อาการ และผลตรวจการได้ยิน
เฝ้ารอให้รูปิดเอง
รูขนาดเล็กที่เพิ่งเกิดจากการบาดเจ็บหรือการติดเชื้ออาจปิดเองได้ แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำ พร้อมแนะนำให้รักษาหูให้แห้งและหลีกเลี่ยงการเพิ่มแรงดันในหู หากรูปิดและไม่มีการติดเชื้อซ้ำ ก็อาจไม่ต้องผ่าตัด
รักษาการติดเชื้อ
หากมีหูอักเสบ แพทย์อาจทำความสะอาดหูและใช้ยาหยอดหรือยาฆ่าเชื้อตามลักษณะการติดเชื้อ ยาช่วยควบคุมการอักเสบ แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้รูเรื้อรังปิดเสมอไป หลังการติดเชื้อสงบจึงประเมินอีกครั้งว่ารูมีแนวโน้มหายเองหรือควรซ่อม
ไม่ควรซื้อยาหยอดหูมาใช้เอง เพราะยาบางชนิดไม่เหมาะเมื่อแก้วหูมีรูและอาจผ่านเข้าสู่หูชั้นกลางได้
ปิดรูด้วยวัสดุขนาดเล็กในคลินิก
รูบางชนิดอาจเหมาะกับการแตะขอบรูและใช้แผ่นวัสดุขนาดเล็กช่วยปิด วิธีนี้เป็นหัตถการที่น้อยกว่าการผ่าตัดเต็มรูปแบบ แต่อาจไม่เหมาะกับรูขนาดใหญ่ รูที่ขอบไม่แข็งแรง การติดเชื้อเรื้อรัง หรือโรคในหูชั้นกลาง
ใช้เครื่องช่วยฟัง
หากเป้าหมายหลักคือช่วยการได้ยิน แต่ผู้ป่วยไม่เหมาะกับการผ่าตัดหรือไม่ต้องการผ่าตัด อาจประเมินเครื่องช่วยฟัง อย่างไรก็ตาม หากหูมีน้ำหรือหนองไหลซ้ำ การใส่อุปกรณ์ในช่องหูอาจมีข้อจำกัด จึงต้องประเมินโดยแพทย์และนักแก้ไขการได้ยิน
การผ่าตัดแบบอื่นหรือทำร่วมกัน
หากปัญหาไม่ได้อยู่ที่เยื่อแก้วหูเพียงอย่างเดียว อาจต้องซ่อมกระดูกหูชั้นกลาง กำจัดโคเลสเตียโตมา หรือผ่าตัดบริเวณกระดูกหลังหูร่วมด้วย การเลือกวิธีจะอิงจากโรคที่พบ ไม่ใช่เลือกจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว
สิทธิการรักษา
การผ่าตัดที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อาจอยู่ในความคุ้มครองของสิทธิภาครัฐหรือประกันสุขภาพ แต่เงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ โรงพยาบาลต้นสังกัด การส่งต่อ และรายละเอียดกรมธรรม์ ควรตรวจสอบก่อนกำหนดวันผ่าตัด โดยไม่ควรถือว่าการมีสิทธิหมายถึงทุกขั้นตอนจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีบริการเฉพาะทาง อาจต้องมีใบส่งต่อไปยังสถานพยาบาลเครือข่าย ถามให้ชัดว่า
- ต้องมีใบส่งต่อหรือไม่
- การตรวจการได้ยินและการตรวจก่อนผ่าตัดรวมอยู่ในกระบวนการหรือไม่
- ต้องใช้เอกสารใดในวันนัด
- หากมีวัสดุหรือหัตถการเพิ่มเติม ต้องขออนุมัติก่อนหรือไม่
- การติดตามหลังผ่าตัดทำที่โรงพยาบาลใด
บัตรทอง
ผู้ใช้สิทธิบัตรทองมักต้องเข้ารับบริการผ่านหน่วยบริการประจำหรือระบบส่งต่อ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินตามเกณฑ์ ควรถามหน่วยบริการว่าแพทย์หู คอ จมูกประเมินและผ่าตัดที่ใด ต้องนำผลตรวจเดิมไปหรือไม่ และนัดติดตามหลังผ่าตัดผ่านช่องทางใด
ประกันสุขภาพเอกชน
ความคุ้มครองอาจต่างกันตามกรมธรรม์ รวมถึงเงื่อนไขโรคที่เป็นมาก่อน ระยะเวลารอคอย การผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน และการขออนุมัติก่อนรักษา ควรส่งเอกสารที่บริษัทประกันต้องการ เช่น การวินิจฉัย แผนการผ่าตัด และเหตุผลทางการแพทย์ ก่อนเข้ารับบริการ
ถามบริษัทประกันและโรงพยาบาลว่า
- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- คุ้มครองการดมยาสลบ การตรวจการได้ยิน และการติดตามหรือไม่
- หากแพทย์พบว่าต้องซ่อมกระดูกหูหรือทำหัตถการเพิ่ม ต้องดำเนินการอย่างไร
- ใช้ระบบสำรองจ่ายหรือโรงพยาบาลเรียกเก็บตรงได้หรือไม่
- ต้องส่งรายงานการผ่าตัดหรือผลตรวจใดหลังรักษา
หากใช้สิทธิใดอยู่ ควรยืนยันชื่อหัตถการและขอบเขตการผ่าตัดกับทั้งศัลยแพทย์และฝ่ายสิทธิ เพราะคำว่า “ปะแก้วหู” อาจหมายถึงการซ่อมอย่างเดียว หรืออาจมีการซ่อมโครงสร้างหูส่วนอื่นร่วมด้วย
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดปะแก้วหูจำเป็นทุกคนที่แก้วหูทะลุหรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะรูขนาดเล็กจำนวนหนึ่งสามารถปิดเองได้ โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งเกิดและไม่มีการติดเชื้อเรื้อรัง แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเมื่อรูไม่หาย มีน้ำไหลจากหูซ้ำ การได้ยินลดลง หรือมีโรคในหูชั้นกลางร่วมด้วย
ผ่าตัดแล้วการได้ยินจะกลับมาเป็นปกติไหม
การได้ยินอาจดีขึ้น แต่ไม่สามารถรับรองว่าจะกลับมาเป็นปกติ เพราะผลขึ้นอยู่กับขนาดรู สภาพกระดูกหูชั้นกลาง หูชั้นใน และเส้นประสาทการได้ยิน การตรวจการได้ยินก่อนผ่าตัดช่วยประเมินว่าส่วนใดน่าจะดีขึ้นจากการปิดรู
การผ่าตัดเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดคุณไม่ควรรู้สึกเจ็บเพราะได้รับยาสลบหรือยาชา หลังผ่าตัดมักมีอาการปวดหรือตึงบริเวณหูและแผลในช่วงหลายวันแรก ความรุนแรงขึ้นอยู่กับทางเข้าผ่าตัดและมีการซ่อมส่วนอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่
ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน แต่บางรายอาจพักค้างคืนเพื่อสังเกตอาการ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว ผลหลังยาสลบ ความซับซ้อนของการผ่าตัด และแนวทางของสถานพยาบาล
ทำไมหลังผ่าตัดยังหูอื้อและได้ยินไม่ชัด
อาการอื้อและได้ยินไม่ชัดช่วงแรกมักเกิดจากวัสดุพยุงในช่องหู อาการบวม และเยื่อแก้วหูที่ยังไม่สมาน จึงยังไม่ควรตัดสินผลการได้ยินทันที แพทย์อาจตรวจการได้ยินซ้ำหลังเนื้อเยื่อหายเพียงพอ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
หลังผ่าตัดอาบน้ำได้เมื่อไร
โดยทั่วไปอาบน้ำได้เมื่อร่างกายพร้อม แต่ต้องป้องกันไม่ให้น้ำเข้าช่องหูและดูแลแผลตามคำสั่ง วิธีปิดหูและช่วงเวลาที่ต้องรักษาหูให้แห้งขึ้นอยู่กับชนิดแผลและวัสดุในช่องหู จึงควรใช้คำแนะนำจากทีมผ่าตัดของคุณ
หลังผ่าตัดขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไร
ควรรอให้ศัลยแพทย์ตรวจและอนุญาตก่อน เพราะความดันที่เปลี่ยนระหว่างขึ้นลงอาจกระทบหูชั้นกลางและแผ่นปะ ระยะรอไม่เท่ากันในแต่ละคน โดยขึ้นอยู่กับการสมานของแก้วหูและมีการซ่อมส่วนอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ว่ายน้ำหรือดำน้ำได้อีกไหม
อาจกลับไปว่ายน้ำได้หลังเยื่อแก้วหูหายและแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย แต่การดำน้ำมีการเปลี่ยนความดันมากกว่า จึงต้องประเมินเป็นรายบุคคล อย่ากลับไปทำกิจกรรมเหล่านี้เพียงเพราะอาการปวดหายแล้ว
ถ้าแผ่นปะไม่ติดต้องทำอย่างไร
แพทย์จะประเมินขนาดรูที่เหลือ อาการติดเชื้อ และผลการได้ยิน รูขนาดเล็กบางรายอาจเฝ้าติดตามหรือใช้หัตถการปิดรูแบบไม่ซับซ้อน ส่วนรูที่ยังมีอาการหรือมีขนาดมากอาจต้องพิจารณาผ่าตัดซ้ำ
เด็กสามารถผ่าตัดปะแก้วหูได้หรือไม่
เด็กสามารถรับการผ่าตัดได้เมื่อมีข้อบ่งชี้ แต่แพทย์จะพิจารณาอายุ การติดเชื้อซ้ำ ภาวะของหูอีกข้าง และการทำงานของท่อยูสเตเชียนร่วมกัน เด็กมักได้รับการดมยาสลบเพื่อให้อยู่นิ่งและลดความกังวลระหว่างผ่าตัด
ต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดก่อนผ่าตัดหรือไม่
ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดบางชนิดอาจต้องปรับ แต่ห้ามหยุดเอง เพราะการหยุดยาไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดอุดตัน ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแพทย์ที่สั่งยาจะกำหนดแผนตามเหตุผลที่คุณใช้ยา
หากมีน้ำหรือหนองไหลจากหูก่อนวันผ่าตัดควรทำอย่างไร
ให้ติดต่อโรงพยาบาลก่อนวันผ่าตัด เพราะอาจต้องตรวจและรักษาการติดเชื้อก่อน แพทย์จะตัดสินใจว่าผ่าตัดได้ตามกำหนดหรือควรเลื่อน ไม่ควรหยอดยาเองโดยไม่ทราบว่ายานั้นใช้ได้เมื่อแก้วหูมีรูหรือไม่
ควรตรวจการได้ยินซ้ำเมื่อไร
แพทย์มักตรวจหลังเยื่อแก้วหูและวัสดุพยุงเข้าที่เพียงพอ ซึ่งอาจอยู่ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังผ่าตัด เวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดการซ่อมและผลการตรวจติดตาม จึงควรยึดวันนัดของทีมผ่าตัดเป็นหลัก
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Tympanoplasty: Surgery Details & Recovery — เกี่ยวกับ Eardrum repair (tympanoplasty) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- WebMD: What to Know About Ear Drum Repair (Tympanoplasty) — เกี่ยวกับ Eardrum repair (tympanoplasty) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Tympanoplasty (Eardrum Reconstruction) — เกี่ยวกับ Eardrum repair (tympanoplasty) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


