ผ่าตัดกระดูกหลังหู
ผ่าตัดกระดูกหลังหู (Mastoidectomy) คือการเปิดกระดูกมาสตอยด์ซึ่งอยู่ด้านหลังใบหู เพื่อนำเซลล์กระดูกและเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อหรือมีโรคออก มักใช้รักษาหูอักเสบเรื้อรังที่ลุกลามหรือก้อนไข่มุกในหู และอาจทำร่วมกับการซ่อมแก้วหูหรือการผ่าตัดหูส่วนกลาง
ประเด็นสำคัญ
- จุดมุ่งหมายหลักคือกำจัดโรคและควบคุมการติดเชื้อ ไม่ใช่รับประกันว่าการได้ยินจะดีขึ้น เพราะผลต่อการได้ยินขึ้นกับความเสียหายเดิมและขอบเขตการผ่าตัด
- การผ่าตัดมักทำภายใต้การดมยาสลบ ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามขอบเขตโรค เทคนิค และหัตถการที่ทำร่วมกัน และอาจกลับบ้านวันเดียวกันหรือนอนโรงพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคืน
- แผลมักดีขึ้นตามลำดับในช่วงหลายสัปดาห์ แต่ผู้ที่มีก้อนไข่มุกในหูหรือมีโพรงมาสตอยด์หลังผ่าตัดอาจต้องตรวจติดตามและทำความสะอาดหูระยะยาว
ผ่าตัดกระดูกหลังหู คืออะไร
กระดูกมาสตอยด์เป็นส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะที่อยู่หลังใบหู ภายในไม่ได้เป็นกระดูกตันทั้งหมด แต่มีช่องอากาศขนาดเล็กเรียงตัวคล้ายรังผึ้ง ช่องเหล่านี้เชื่อมต่อกับหูชั้นกลาง จึงอาจได้รับผลจากการอักเสบหรือโรคที่เกิดในหูได้
การผ่าตัดนี้เปิดทางเข้าสู่ช่องอากาศดังกล่าว แล้วนำกระดูกหรือเนื้อเยื่อที่มีโรคออก จุดประสงค์สำคัญคือทำให้หูปลอดจากโรคมากที่สุด ลดการมีหนองและป้องกันโรคลุกลามไปยังโครงสร้างสำคัญ เช่น หูชั้นใน เส้นประสาทใบหน้า หรือบริเวณภายในกะโหลก ไม่ควรมองว่าเป็นการ “ตัดกระดูกหลังหูออกทั้งหมด” เพราะขอบเขตจริงต่างกันในแต่ละคน
สาเหตุที่พบบ่อยคือก้อนไข่มุกในหูหรือคอเลสเตียโตมา ซึ่งเป็นการสะสมของเซลล์ผิวหนังผิดตำแหน่งหลังแก้วหู ก้อนนี้ไม่ใช่มะเร็ง แต่อาจค่อยๆ โต กัดกร่อนกระดูกเล็กในหู และทำให้ติดเชื้อซ้ำ หากปล่อยให้ลุกลามอาจกระทบการได้ยิน การทรงตัว เส้นประสาทใบหน้า หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในกะโหลกได้ แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าการผ่าตัดเป็นวิธีหลักเมื่อจำเป็นต้องนำก้อนดังกล่าวออกและควบคุมโรค (Cleveland Clinic, Milton Keynes University Hospital)
แพทย์อาจแบ่งแนวทางผ่าตัดตามขอบเขตของโรค ได้แก่
| แนวทาง | สิ่งที่ทำโดยสรุป | ผลต่อการดูแลต่อเนื่อง |
| การผ่าตัดแบบจำกัดขอบเขต | นำเซลล์กระดูกที่ติดเชื้อออก โดยรักษาช่องหูและโครงสร้างหูส่วนกลางไว้เท่าที่ทำได้ | มักดูแลช่องหูใกล้เคียงปกติ แต่ยังต้องตรวจติดตามโรค |
| แบบคงผนังช่องหู | เปิดมาสตอยด์และหูชั้นกลาง แต่เก็บผนังด้านหลังของช่องหูไว้ | รูปร่างช่องหูใกล้เคียงเดิม แต่อาจตรวจหาโรคที่เหลืออยู่ได้ยากกว่า |
| แบบเปิดผนังช่องหู | นำผนังบางส่วนออกและเชื่อมช่องหูกับโพรงมาสตอยด์ให้เป็นพื้นที่เดียว | ตรวจและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น แต่อาจต้องดูแลโพรงหูระยะยาว |
| ทำร่วมกับการซ่อมแก้วหู | นำโรคออกพร้อมซ่อมแก้วหูหรือจัดการกระดูกหูชั้นกลาง | การได้ยินหลังผ่าตัดขึ้นกับความเสียหายเดิมและสิ่งที่ซ่อมได้ |
การเลือกวิธีไม่ได้ขึ้นกับความต้องการด้านการได้ยินเพียงอย่างเดียว ศัลยแพทย์ต้องพิจารณาตำแหน่งและขนาดของโรค สภาพแก้วหู กระดูกหูชั้นกลาง การได้ยินเดิม การเคยผ่าตัดมาก่อน และความสามารถในการมาตรวจติดตาม เป้าหมายแรกมักเป็นการทำให้หูควบคุมโรคได้ ส่วนการรักษาหรือฟื้นฟูการได้ยินเป็นเป้าหมายที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน แต่ทำได้ไม่เท่ากันทุกกรณี
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่ได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัดมักกังวลว่าจะจำเป็นจริงหรือไม่ คำตอบขึ้นกับชนิดของโรคและความเสี่ยงหากปล่อยไว้ ไม่ใช่อาการปวดหรือระดับการได้ยินเพียงอย่างเดียว บางคนมีโรคลุกลามแม้อาการไม่มาก จึงต้องอาศัยการตรวจหู การตรวจการได้ยิน และภาพถ่ายรังสีร่วมกัน
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดในกรณีต่อไปนี้
- พบก้อนไข่มุกในหูที่กำลังโตหรือกัดกร่อนกระดูก
- หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังและมีโรคลุกลามเข้าสู่กระดูกมาสตอยด์
- มีหนองไหลจากหูซ้ำหรือควบคุมการติดเชื้อด้วยยาและการทำความสะอาดหูไม่ได้
- มีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ เช่น ฝีในกระดูก การอักเสบใกล้หูชั้นใน หรือการลุกลามไปยังบริเวณรอบสมอง
- ต้องเปิดทางเพื่อทำหัตถการบางชนิดในหู เช่น การใส่อุปกรณ์ช่วยการได้ยินที่ฝังภายใน ตามข้อบ่งชี้ของแพทย์
- เคยผ่าตัดแล้วแต่ยังมีโรคเหลือหรือโรคกลับมา
การติดเชื้อในหูทั่วไปไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป ยาปฏิชีวนะ การหยอดหู และการทำความสะอาดหูมักควบคุมการติดเชื้อที่ไม่ซับซ้อนได้ การผ่าตัดมักถูกพิจารณาเมื่อมีโรคที่ยาเอาออกไม่ได้ มีการทำลายกระดูก หรือมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างสำคัญ (Healthline)
ผู้ที่อาจต้องเลื่อนหรือพิจารณาวิธีอื่นก่อน
ภาวะต่อไปนี้ไม่ได้ห้ามผ่าตัดทุกกรณี แต่ต้องประเมินและจัดการให้เหมาะสมก่อน
- โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้และทำให้การดมยาสลบมีความเสี่ยงสูง
- การติดเชื้อหรือเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ไม่เกี่ยวข้องกับหู ซึ่งควรรักษาให้คงที่ก่อน
- การใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกโดยยังไม่ได้วางแผนปรับยา
- ผู้ที่ไม่สามารถกลับมาตรวจแผล ทำความสะอาดโพรงหู หรือติดตามโรคตามนัด โดยเฉพาะเมื่อวางแผนผ่าตัดแบบเปิดผนังช่องหู
- โรคมีขอบเขตจำกัดและควบคุมได้ด้วยการดูแลแบบไม่ผ่าตัด โดยแพทย์ประเมินว่าความเสี่ยงของการผ่าตัดมากกว่าประโยชน์
หากมีก้อนไข่มุกในหู การทำความสะอาดและใช้ยาหยอดอาจช่วยควบคุมหนอง แต่ไม่สามารถนำก้อนที่อยู่ลึกออกทั้งหมดได้ การไม่ผ่าตัดจึงมักต้องแลกกับการติดตามใกล้ชิดและความเสี่ยงที่โรคจะโตต่อ การตัดสินใจควรทำร่วมกับศัลยแพทย์หู คอ จมูก หลังทราบขอบเขตโรคและความเสี่ยงของแต่ละทางเลือก
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนผ่าตัด แพทย์จะตรวจช่องหูและแก้วหูอย่างละเอียด อาจใช้กล้องขยายหรือกล้องส่องหูเพื่อดูตำแหน่งของโรค การตรวจที่อาจจำเป็นประกอบด้วยการตรวจการได้ยิน ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของกระดูกขมับ หรือภาพตรวจชนิดอื่นเมื่อสงสัยโรคหลงเหลือหรือมีภาวะแทรกซ้อน ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจเหมือนกัน
คุณควรถามให้ชัดว่าการผ่าตัดมีเป้าหมายอะไร เช่น กำจัดก้อน ควบคุมการติดเชื้อ ซ่อมแก้วหู หรือฟื้นฟูการได้ยิน และแพทย์คาดว่าจะคงผนังช่องหูไว้หรือเปิดเป็นโพรง การตัดสินใจขั้นสุดท้ายบางส่วนอาจเกิดขึ้นระหว่างผ่าตัด เพราะขอบเขตจริงอาจเห็นชัดกว่าภาพตรวจก่อนผ่าตัด
เรื่องที่ควรแจ้งทีมรักษา
- โรคประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ประวัติแพ้ยา แพ้วัสดุปิดแผล หรือเคยมีปัญหาจากยาสลบ
- ยาประจำทุกชนิด รวมถึงยาต้านเกล็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาเบาหวาน ฮอร์โมน สมุนไพร และอาหารเสริม
- การตั้งครรภ์หรือโอกาสตั้งครรภ์
- อาการติดเชื้อใหม่ ไข้ ไอ หอบ หรือสุขภาพเปลี่ยนไปก่อนวันผ่าตัด
- ประวัติผ่าตัดหูเดิมและเอกสารผลตรวจการได้ยินหรือภาพรังสีที่มีอยู่
ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาเฉพาะบุคคลตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา และความเสี่ยงเลือดออก การหยุดยาบางชนิดโดยไม่ได้รับคำแนะนำอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดหรือโรคประจำตัวกำเริบ
เนื่องจากการผ่าตัดมักใช้การดมยาสลบ โรงพยาบาลจะกำหนดเวลางดอาหารและเครื่องดื่มตามอายุ โรคประจำตัว และเวลาผ่าตัด ให้ทำตามคำแนะนำที่ได้รับโดยตรง หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ควรบอกทีมรักษาตามจริงเพื่อป้องกันการสำลักระหว่างดมยาสลบ
สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา และเอกสารอนุมัติจากบริษัทประกันถ้ามี
- รายชื่อยาและอาหารเสริมทั้งหมด
- ผลตรวจเดิมหรือภาพรังสีที่โรงพยาบาลขอ
- เสื้อผ้าที่สวมง่าย ไม่ต้องดึงผ่านศีรษะ
- ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้มารับกลับและอยู่ด้วยในช่วงแรก หากโรงพยาบาลอนุญาตให้กลับวันเดียวกัน
- แผนหยุดงานและหลีกเลี่ยงการขับรถหลังได้รับยาสลบ
ไม่ควรใส่เครื่องประดับบริเวณหู แต่งหน้าหนัก หรือทาผลิตภัณฑ์บนผิวหนังใกล้บริเวณผ่าตัด เว้นแต่โรงพยาบาลแจ้งเป็นอย่างอื่น ทีมรักษาจะบอกว่าต้องสระผมหรือเตรียมบริเวณแผลอย่างไร ไม่ควรโกนผมเองเพราะอาจทำให้ผิวหนังเป็นแผลและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดต่างกันตามขอบเขตโรค แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้
- ให้ยาสลบและจัดท่า
วิสัญญีแพทย์ให้ยาดมสลบและดูแลการหายใจ ชีพจร ความดัน และออกซิเจนตลอดการผ่าตัด คุณจะไม่รู้สึกตัวระหว่างทำ
- เตรียมและป้องกันบริเวณผ่าตัด
ทีมผ่าตัดทำความสะอาดผิวหนังรอบหูและคลุมผ้าปลอดเชื้อ บางกรณีใช้เครื่องติดตามการทำงานของเส้นประสาทใบหน้า เพราะเส้นประสาทนี้ผ่านใกล้หูชั้นกลางและกระดูกมาสตอยด์
- เปิดทางเข้าสู่กระดูกมาสตอยด์
แพทย์อาจลงแผลหลังใบหู เหนือช่องหู หรือเข้าทางช่องหู ขึ้นกับตำแหน่งโรค เทคนิค และแผนซ่อมแซม แผลหลังหูช่วยให้เข้าถึงพื้นที่กว้าง ส่วนโรคที่จำกัดอาจเข้าทางช่องหูโดยใช้กล้องช่วยมอง
- นำกระดูกและเนื้อเยื่อที่มีโรคออก
ศัลยแพทย์ใช้กล้องจุลทรรศน์ เครื่องกรอกระดูกขนาดเล็ก และเครื่องมือดูดล้างเพื่อเปิดช่องอากาศ จากนั้นนำเนื้อเยื่ออักเสบ ก้อนไข่มุก หรือกระดูกที่เสียหายออกอย่างระมัดระวัง แหล่งอ้างอิงอธิบายว่าขั้นตอนหลักคือเปิดกระดูกและกำจัดเซลล์อากาศที่มีโรค (Cleveland Clinic)
- จัดการผนังช่องหูและโพรงมาสตอยด์
หากโรคจำกัด แพทย์อาจคงผนังช่องหูไว้ หากโรคกว้าง อยู่ชิดโครงสร้างสำคัญ หรือกลับเป็นซ้ำ อาจต้องเปิดผนังบางส่วนเพื่อให้กำจัดโรคและตรวจโพรงได้ง่ายขึ้น บางกรณีใช้กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อรอบหูเติมบางส่วนของโพรง
- ซ่อมแก้วหูหรือกระดูกหูชั้นกลางเมื่อเหมาะสม
หากแก้วหูทะลุหรือกระดูกนำเสียงเสียหาย แพทย์อาจซ่อมในครั้งเดียวกัน แต่บางคนต้องแบ่งเป็นมากกว่าหนึ่งระยะ โดยเฉพาะเมื่อการติดเชื้อรุนแรงหรือยังไม่แน่ใจว่าเอาโรคออกหมดหรือไม่
- ใส่วัสดุพยุงและปิดแผล
แพทย์อาจใส่วัสดุพยุงในช่องหูเพื่อช่วยให้เนื้อเยื่ออยู่ในตำแหน่ง ปิดแผลด้วยไหม และพันผ้ารอบศีรษะหรือปิดแผลเหนือหู วัสดุบางชนิดสลายได้เอง ส่วนบางชนิดต้องนำออกในวันนัด
หลังผ่าตัด คุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้น ทีมรักษาจะติดตามการตื่น การหายใจ อาการปวด คลื่นไส้ เลือดออก เวียนศีรษะ และการเคลื่อนไหวของใบหน้า ก่อนพิจารณาให้กลับบ้านหรือรับไว้ดูอาการ
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามขอบเขตโรค เทคนิค และหัตถการที่ทำร่วมกัน ทีมผ่าตัดจะแจ้งเวลาคาดการณ์เฉพาะราย โดยเวลาที่อยู่โรงพยาบาลรวมการเตรียมยาสลบและพักฟื้นด้วย
สิ่งที่ทำให้ใช้เวลานานขึ้น ได้แก่ โรคที่ลุกลามเข้าไปในหูชั้นกลาง การอยู่ใกล้เส้นประสาทใบหน้าหรือหูชั้นใน การเคยผ่าตัดมาก่อน การต้องซ่อมแก้วหูหรือกระดูกนำเสียง และการทำหัตถการอื่นร่วมกัน ศัลยแพทย์สามารถให้ช่วงเวลาที่เหมาะกับแผนของคุณได้หลังดูภาพตรวจและผลการได้ยิน
การผ่าตัดเกือบทั้งหมดทำภายใต้การดมยาสลบ บางคนกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ขณะที่บางคนต้องนอนดูอาการหนึ่งคืนหรือนานกว่านั้น ขึ้นกับขอบเขตผ่าตัด อาการเวียนศีรษะ เลือดออก โรคประจำตัว และระบบของโรงพยาบาล แนวทางจากต่างประเทศจึงใช้เป็นภาพรวม ไม่ใช่กำหนดการตายตัวสำหรับโรงพยาบาลในไทย
ก่อนกลับบ้าน ทีมรักษามักต้องมั่นใจว่าคุณตื่นดี ดื่มน้ำได้ อาการปวดและคลื่นไส้ควบคุมได้ ไม่มีเลือดออกผิดปกติ และมีผู้ดูแลพากลับ หากมีภาวะแทรกซ้อนหรือการผ่าตัดกว้าง อาจต้องอยู่โรงพยาบาลนานขึ้น
พักฟื้นนานแค่ไหน
ระยะพักฟื้นไม่มีช่วงเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แผลภายนอกและอาการทั่วไปอาจดีขึ้นก่อน แต่ช่องหู โพรงมาสตอยด์ และผลการได้ยินอาจต้องติดตามนานกว่านั้น การกลับทำงาน ออกแรง ว่ายน้ำ หรือเดินทางโดยเครื่องบินต้องให้ศัลยแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
อาการเจ็บตึง ชาเล็กน้อยบริเวณแผล และความรู้สึกหูตันพบได้หลังผ่าตัด วัสดุพยุงในช่องหูทำให้การได้ยินลดลงชั่วคราว จึงยังไม่ควรตัดสินผลการได้ยินในช่วงแรก อาการเวียนศีรษะอาจเกิดในช่วงสั้นๆ แต่ควรค่อยๆ ดีขึ้น
ควรรักษาแผลและหูให้แห้งตามระยะเวลาที่ศัลยแพทย์กำหนด ไม่ควรว่ายน้ำ ดำน้ำ หรือให้น้ำไหลเข้าช่องหูจนกว่าจะได้รับอนุญาต เวลาถอดผ้าพันแผล ไหมเย็บ หรือวัสดุพยุงต่างกันตามชนิดที่ใช้ จึงควรยึดใบนัดและคำสั่งจากทีมผ่าตัด ไม่ควรดึงวัสดุที่ยื่นจากช่องหูออกเอง
หลีกเลี่ยงการเบ่ง ยกของหนัก ออกกำลังหนัก หรือสั่งน้ำมูกแรงในระยะแรก เพราะแรงดันอาจรบกวนบริเวณที่ซ่อม หากต้องจาม ให้เปิดปากเพื่อลดแรงดันในหู การขึ้นเครื่องบินและการเดินทางขึ้นที่สูงควรรอจนศัลยแพทย์อนุญาต โดยเฉพาะเมื่อมีการซ่อมแก้วหูหรือหูชั้นกลาง
การกลับไปทำงานขึ้นกับลักษณะงาน งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ ทำงานบนที่สูง ขับรถเชิงพาณิชย์ หรือทำงานใกล้น้ำ หากยังเวียนศีรษะ ใช้ยาแล้วง่วง หรือหันศีรษะได้ไม่คล่อง ไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักร
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดอยู่ใกล้อวัยวะที่ควบคุมการได้ยิน การทรงตัว การรับรส และการเคลื่อนไหวใบหน้า จึงมีความเสี่ยงเฉพาะ แม้ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงไม่ได้เกิดกับทุกคน ความเสี่ยงส่วนบุคคลสูงหรือต่ำขึ้นตามขอบเขตโรค การติดเชื้อเดิม การเคยผ่าตัด และเทคนิคที่จำเป็น
ความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัด
- เลือดออกหรือมีเลือดคั่ง
- แผลติดเชื้อหรือแผลหายช้า
- ปฏิกิริยาต่อยาสลบหรือยาอื่น
- อาการปวด คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะหลังดมยาสลบ
- แพ้วัสดุปิดแผลหรือยาที่อยู่ในวัสดุพยุงช่องหู
ความเสี่ยงเฉพาะบริเวณหู
การได้ยินเปลี่ยนไป: การได้ยินอาจดีขึ้น คงเดิม หรือแย่ลง ขึ้นกับโรคเดิมและโครงสร้างที่ต้องนำออก การผ่าตัดแบบกว้างหรือโรคที่ทำลายหูชั้นในอยู่แล้วมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินมากขึ้น แหล่งอ้างอิงระบุว่าการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้ (Cleveland Clinic)
เวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัว: อาการมึนหรือเวียนอาจเกิดชั่วคราวหลังผ่าตัด หากโรคหรือการผ่าตัดกระทบอวัยวะทรงตัว อาการอาจนานขึ้น ผู้ที่ยังเวียนไม่ควรขับรถ ทำงานบนที่สูง หรือเดินโดยไม่มีคนช่วย
เสียงดังในหู: เสียงหึ่ง เสียงวิ้ง หรือเสียงรบกวนอาจมีอยู่เดิม คงอยู่ หรือเปลี่ยนแปลงหลังผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อมีการสูญเสียการได้ยินร่วมด้วย
ใบหน้าอ่อนแรง: เส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าวิ่งผ่านกระดูกมาสตอยด์และหูชั้นกลาง การบวมของเส้นประสาทอาจทำให้ใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราว ส่วนการบาดเจ็บโดยตรงอาจทำให้อ่อนแรงระยะยาว ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นเมื่อโรคล้อมรอบเส้นประสาทหรือเป็นการผ่าตัดซ้ำ (Milton Keynes University Hospital)
รสชาติเปลี่ยน: เส้นประสาทรับรสบางส่วนอยู่ใกล้แก้วหู อาหารอาจมีรสผิดไป รสโลหะ หรือรับรสด้านเดียวลดลง อาการมักค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางคนอาจเป็นนาน
โรคเหลือหรือกลับมา: ก้อนไข่มุกอาจมีส่วนเล็กๆ ซ่อนอยู่ใกล้เส้นประสาท หลอดเลือด หรือหูชั้นใน จึงอาจเหลืออยู่หรือกลับเป็นซ้ำ ผู้ป่วยบางคนต้องตรวจภาพเพิ่มเติมหรือผ่าตัดติดตามเพื่อดูว่ามีโรคหลงเหลือหรือไม่
ปัญหาจากโพรงมาสตอยด์: หากสร้างโพรงเปิดร่วมกับช่องหู อาจมีขี้หู เศษผิวหนัง หรือสารคัดหลั่งสะสม ต้องทำความสะอาดโดยบุคลากรทางการแพทย์เป็นระยะ บางคนมีหูไหลหรือติดเชื้อซ้ำหากน้ำเข้าหรือไม่ได้รับการดูแล
น้ำไขสันหลังรั่วหรือภาวะแทรกซ้อนในกะโหลก: กระดูกมาสตอยด์อยู่ใกล้เยื่อหุ้มสมอง ภาวะนี้พบไม่บ่อยแต่สำคัญ อาจต้องรักษาหรือผ่าตัดเพิ่มเติม ความเสี่ยงขึ้นกับการลุกลามของโรคและลักษณะทางกายวิภาค
ศัลยแพทย์ควรอธิบายว่าความเสี่ยงใดเกี่ยวข้องกับคุณมากที่สุด ไม่ควรเปรียบเทียบความเสี่ยงจากชื่อวิธีผ่าตัดเพียงอย่างเดียว เพราะโรคที่กว้างมักเป็นเหตุให้ต้องใช้วิธีที่กว้างกว่าอยู่แล้ว
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ควรรีบประเมิน |
| เลือดออกมาก ไหลไม่หยุด หรือผ้าปิดแผลชุ่มเร็ว | อาจมีเลือดออกจากแผลหรือภายในโพรง |
| ไข้สูง หนาวสั่น ปวดหรือบวมแดงมากขึ้น | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| หนองมีกลิ่นเหม็นหรือสารคัดหลั่งเพิ่มขึ้นชัดเจน | ต้องแยกการติดเชื้อออกจากสารคัดหลั่งปกติหลังผ่าตัด |
| ใบหน้าเบี้ยว หลับตาไม่สนิท หรือมุมปากตกที่เพิ่งเกิด | อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทใบหน้า |
| เวียนศีรษะรุนแรง เดินไม่ได้ หรืออาเจียนต่อเนื่อง | อาจมีปัญหาที่ระบบทรงตัวหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น |
| การได้ยินลดลงทันทีอย่างชัดเจน | ต้องตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว |
| ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ซึม สับสน หรือชัก | อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนในกะโหลก |
| มีน้ำใสไหลจากหูหรือแผลอย่างต่อเนื่อง | ต้องประเมินว่าเป็นของเหลวจากเนื้อเยื่อหรือมีการรั่วชนิดอื่น |
| หายใจลำบาก ผื่นลมพิษ หรือหน้าบวม | อาจเป็นปฏิกิริยาแพ้รุนแรง |
คราบเลือดหรือสารคัดหลั่งเล็กน้อยในช่วงแรกอาจเกิดจากแผลและวัสดุพยุง แต่หากปริมาณเพิ่มขึ้น มีกลิ่น หรือมาพร้อมไข้และปวดมากขึ้น ไม่ควรรอถึงวันนัด แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ติดต่อแพทย์เมื่อมีเลือดหรือสารคัดหลั่งมาก ไข้ หรือแผลไม่หายตามปกติ (Healthline)
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับว่าเป็นการติดเชื้อธรรมดา การอักเสบเรื้อรัง หรือมีก้อนไข่มุกในหู การรักษาไม่ผ่าตัดอาจเหมาะเมื่อโรคยังควบคุมได้และไม่มีการลุกลาม แต่ไม่สามารถทดแทนการนำก้อนที่กัดกร่อนกระดูกออกได้ทุกกรณี
ยาและการทำความสะอาดหู
การดูดทำความสะอาดหูโดยแพทย์ ร่วมกับยาหยอดหรือยาปฏิชีวนะตามข้อบ่งชี้ อาจลดหนองและควบคุมการติดเชื้อ ยาไม่ได้ซ่อมกระดูกที่ถูกทำลาย และโดยทั่วไปไม่สามารถกำจัดก้อนไข่มุกที่อยู่ลึกได้ วิธีนี้จึงอาจใช้เป็นการรักษาก่อนผ่าตัด การควบคุมอาการ หรือทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจากการดมยาสลบสูง
หากเลือกไม่ผ่าตัด จำเป็นต้องมาตรวจสม่ำเสมอเพื่อดูว่าก้อนโตขึ้นหรือไม่ โรงพยาบาลอ้างอิงระบุว่าการทำความสะอาดและยาหยอดอาจชะลอการลุกลาม แต่ไม่กำจัดก้อนไข่มุกทั้งหมด และยังเหลือความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน (Milton Keynes University Hospital)
การผ่าตัดที่จำกัดกว่า
โรคขนาดเล็กและอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้อาจผ่าตัดผ่านช่องหูหรือใช้กล้องช่วย โดยไม่ต้องเปิดกระดูกกว้าง วิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะมุมมองและการเข้าถึงอาจไม่เพียงพอเมื่อโรคลุกลามเข้าไปในช่องอากาศด้านหลังหู
การผ่าตัดเป็นระยะ
บางกรณีแพทย์กำจัดโรคก่อน แล้วจึงพิจารณาซ่อมการได้ยินภายหลัง วิธีนี้ช่วยให้ตรวจดูว่าโรคสงบหรือยัง แต่หมายถึงอาจต้องรับการผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้ง อีกทางหนึ่งคือผ่าตัดครั้งเดียวและติดตามด้วยการตรวจหรือภาพรังสีที่เหมาะสม การเลือกขึ้นกับลักษณะโรค เทคนิค และความพร้อมในการติดตาม
เครื่องช่วยฟังและการฟื้นฟูการได้ยิน
เครื่องช่วยฟังอาจช่วยเรื่องการสื่อสารเมื่อโรคในหูสงบแล้ว แต่ไม่ได้รักษาการติดเชื้อหรือนำก้อนออก ผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินมากอาจได้รับการประเมินอุปกรณ์ชนิดอื่นตามสภาพหูและประสาทการได้ยิน เป้าหมายเรื่องการได้ยินควรแยกจากเป้าหมายกำจัดโรคอย่างชัดเจน
สิทธิการรักษา
การผ่าตัดที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อาจอยู่ในความคุ้มครองของสิทธิภาครัฐหรือประกันสุขภาพ แต่เงื่อนไขขึ้นกับการวินิจฉัย โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และข้อกำหนดของกรมธรรม์ ควรตรวจสิทธิก่อนกำหนดวันผ่าตัด โดยไม่ควรรอจนถึงวันนอนโรงพยาบาล
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีศัลยแพทย์หรือเครื่องมือที่จำเป็น อาจต้องมีใบส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม ให้สอบถามว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการตรวจการได้ยิน ภาพรังสี การผ่าตัด การดมยาสลบ และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
กรณีฉุกเฉิน เช่น การติดเชื้อลุกลาม มีอาการทางระบบประสาท หรือสงสัยภาวะแทรกซ้อนในกะโหลก ควรเข้ารับการประเมินฉุกเฉินก่อน แล้วจึงดำเนินการเรื่องสิทธิตามระบบของสถานพยาบาล
บัตรทอง
ผู้ใช้สิทธิบัตรทองมักต้องเริ่มจากหน่วยบริการประจำและขอส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพผ่าตัดหู หากเคยรักษาหรือมีภาพตรวจจากที่อื่น ควรนำเอกสารทั้งหมดไปด้วย เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินความเร่งด่วนและลดการตรวจซ้ำที่ไม่จำเป็น
ควรถามหน่วยบริการเรื่องใบส่งต่อ ระยะเวลารอ การตรวจที่ต้องทำก่อนผ่าตัด และสถานที่ติดตามแผล เพราะการดูแลก้อนไข่มุกหรือโพรงมาสตอยด์อาจต้องพบแพทย์ต่อเนื่อง ไม่ได้จบเฉพาะวันผ่าตัด
ประกันสุขภาพเอกชน
ให้ตรวจว่ากรมธรรม์คุ้มครองการผ่าตัดผู้ป่วยในหรือการผ่าตัดแบบกลับบ้านหรือไม่ มีระยะรอ ข้อยกเว้นโรคเดิม หรือข้อกำหนดเรื่องการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ เอกสารที่มักใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ ผลตรวจการได้ยิน รายงานภาพรังสี และแผนการผ่าตัด
ถามให้ชัดว่าความคุ้มครองรวมการซ่อมแก้วหู การซ่อมกระดูกหูชั้นกลาง การตรวจชิ้นเนื้อ การดมยาสลบ และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ หากแพทย์อาจต้องเปลี่ยนขอบเขตการผ่าตัดตามสิ่งที่พบ ควรแจ้งบริษัทประกันตั้งแต่ก่อนเข้ารับการรักษา
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดกระดูกหลังหูอันตรายไหม
เป็นการผ่าตัดใกล้เส้นประสาทใบหน้า หูชั้นใน และเยื่อหุ้มสมอง จึงมีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา แต่ระดับความเสี่ยงต่างกันมากตามขอบเขตโรคและการผ่าตัดที่จำเป็น ศัลยแพทย์จะเปรียบเทียบความเสี่ยงจากการผ่าตัดกับความเสี่ยงที่โรคจะลุกลามหากไม่รักษา
ผ่าตัดแล้วการได้ยินจะดีขึ้นไหม
การได้ยินอาจดีขึ้น คงเดิม หรือแย่ลง จึงไม่ควรมองว่าการผ่าตัดนี้เป็นการฟื้นฟูการได้ยินโดยอัตโนมัติ เป้าหมายหลักมักเป็นการกำจัดโรค ส่วนผลการได้ยินขึ้นกับความเสียหายของแก้วหู กระดูกนำเสียง หูชั้นใน และวิธีผ่าตัด
ต้องโกนผมหรือไม่
โดยทั่วไปอาจเตรียมเฉพาะบริเวณเล็กๆ ใกล้แผล หรือไม่ต้องโกนเลย ขึ้นกับตำแหน่งแผลและแนวทางของทีมผ่าตัด ไม่ควรโกนเองก่อนมาโรงพยาบาล เพราะรอยถลอกเล็กๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ
เจ็บมากไหม
ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะใช้การดมยาสลบ หลังผ่าตัดมักปวดตึงหรือระบมบริเวณหลังหูและรู้สึกแน่นหู อาการควรค่อยๆ ลดลง หากปวดมากขึ้นแทนที่จะดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ บวมแดง หรือหนอง ควรติดต่อโรงพยาบาล
ต้องนอนโรงพยาบาลกี่คืน
บางคนกลับบ้านได้วันเดียวกัน ขณะที่บางคนต้องนอนดูอาการอย่างน้อยหนึ่งคืน ระยะเวลาขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด อาการหลังยาสลบ โรคประจำตัว และแนวทางของโรงพยาบาล หากมีภาวะแทรกซ้อนอาจต้องพักนานขึ้น
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
การกลับไปทำงานต้องให้ศัลยแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากการหายของแผล อาการเวียนศีรษะ ขอบเขตผ่าตัด และหน้าที่งานจริง งานใช้แรง ยกของหนัก ทำงานบนที่สูง หรือใกล้น้ำอาจต้องพักนานกว่างานเบา
หลังผ่าตัดอาบน้ำและสระผมได้ไหม
อาบน้ำได้เมื่อทีมรักษาอนุญาต แต่ต้องป้องกันไม่ให้น้ำเข้าช่องหูและแผลตามระยะเวลาที่กำหนด วิธีปิดหูและเวลาที่เริ่มสระผมได้ต่างกันตามชนิดแผลและวัสดุพยุง จึงควรทำตามคำแนะนำจากทีมผ่าตัดโดยตรง
ว่ายน้ำหรือขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไร
ควรงดว่ายน้ำจนกว่าแผลและช่องหูจะหายและศัลยแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย ส่วนการขึ้นเครื่องบินต้องพิจารณาแรงดันในหู โดยเฉพาะเมื่อมีการซ่อมแก้วหูหรือหูชั้นกลาง ไม่มีระยะเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
ทำไมหลังผ่าตัดหูยังอื้อและได้ยินไม่ชัด
วัสดุพยุง เลือดหรือของเหลวในหู และอาการบวมทำให้หูตันและได้ยินลดลงชั่วคราวได้ การได้ยินควรประเมินหลังแผลหายตามช่วงที่แพทย์นัด ไม่ควรตัดสินผลจากวันแรกๆ แต่ถ้าการได้ยินหายไปทันทีหรือแย่ลงชัดเจนควรติดต่อโรงพยาบาล
ก้อนไข่มุกในหูรักษาด้วยยาอย่างเดียวได้ไหม
ยาหยอดและการทำความสะอาดช่วยลดหนองและควบคุมการติดเชื้อ แต่โดยทั่วไปไม่สามารถนำก้อนที่อยู่ลึกและกำลังกัดกร่อนกระดูกออกได้ หากยังไม่ผ่าตัด ต้องตรวจติดตามสม่ำเสมอและเข้าใจความเสี่ยงที่โรคอาจลุกลาม
โรคกลับมาได้หรือไม่
โรคอาจเหลืออยู่หรือกลับมาได้ โดยเฉพาะเมื่อก้อนลุกลามใกล้เส้นประสาท หูชั้นใน หรือบริเวณที่เข้าถึงยาก การมาตรวจตามนัดจึงสำคัญแม้ไม่มีอาการ บางคนต้องตรวจภาพเพิ่มเติมหรือรับการผ่าตัดติดตามตามแผนของศัลยแพทย์
ใบหน้าเบี้ยวหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติไหม
ใบหน้าอ่อนแรงหรือเบี้ยวที่เกิดใหม่ไม่ควรรอดูเอง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการบวมหรือการทำงานของเส้นประสาทใบหน้า ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะเมื่อหลับตาไม่สนิทหรือดื่มน้ำแล้วไหลออกมุมปาก
ต้องทำความสะอาดหูตลอดชีวิตไหม
ไม่ใช่ทุกคนต้องทำ แต่ผู้ที่ผ่าตัดแบบสร้างโพรงเปิดอาจต้องให้แพทย์ทำความสะอาดหูเป็นระยะเพื่อเอาขี้หูและเศษผิวหนังออก ความถี่ขึ้นกับรูปทรงของโพรง การมีสารคัดหลั่ง และความสามารถของหูในการทำความสะอาดตัวเอง
ถ้าไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น
ผลขึ้นกับโรคที่เป็น หากเป็นการติดเชื้อทั่วไปอาจควบคุมด้วยยาและการทำความสะอาดได้ แต่ก้อนไข่มุกที่โตต่ออาจทำลายกระดูก กระทบการได้ยิน การทรงตัว เส้นประสาทใบหน้า หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในกะโหลก แพทย์จะประเมินความเร่งด่วนจากการตรวจหู การได้ยิน และภาพรังสี ไม่ใช่จากอาการเพียงอย่างเดียว
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง
ควรถามว่าโรคอยู่ตรงไหน การผ่าตัดมีเป้าหมายอะไร จะคงหรือเปิดผนังช่องหู มีโอกาสต้องซ่อมแก้วหูหรือผ่าตัดซ้ำหรือไม่ และคาดว่าการได้ยินจะเปลี่ยนอย่างไร ควรถามเรื่องการดูแลโพรงหู การหยุดงาน การป้องกันน้ำเข้าหู และแผนติดตามระยะยาวด้วย เพราะคำตอบเหล่านี้มีผลต่อชีวิตหลังผ่าตัดโดยตรง
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Mastoidectomy: Definition, Surgery & Recovery — เกี่ยวกับ Mastoidectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Healthline: Mastoidectomy: Procedure, Complications, and Outlook — เกี่ยวกับ Mastoidectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Mastoid surgery - Milton Keynes University Hospital — เกี่ยวกับ Mastoidectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


