ผ่าตัดซ่อมกระดูกหู
ผ่าตัดซ่อมกระดูกหู (Ossicular reconstruction) คือการสร้างหรือเชื่อมต่อกระดูกชิ้นเล็กในหูชั้นกลางขึ้นใหม่ เพื่อช่วยให้เสียงเดินทางจากแก้วหูไปยังหูชั้นในได้ดีขึ้น มักพิจารณาเมื่อกระดูกหูเสียหาย ขาดการเชื่อมต่อ หรือผิดรูปจนเกิดการสูญเสียการได้ยินจากการนำเสียง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพแก้วหู โรคในหู และการทำงานของหูชั้นในด้วย
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดนี้ซ่อมหรือทดแทนกระดูกหูชั้นกลางที่ส่งแรงสั่นสะเทือนของเสียง ไม่ได้แก้การสูญเสียการได้ยินทุกชนิด และไม่รับประกันว่าการได้ยินจะกลับเป็นปกติ
- ศัลยแพทย์อาจผ่าตัดเฉพาะกระดูกหู หรือซ่อมแก้วหูและกำจัดโรคในหูชั้นกลางพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตรวจพบก่อนและระหว่างผ่าตัด
- โดยทั่วไปต้องระวังไม่ให้น้ำเข้าหู หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง การยกของหนัก ว่ายน้ำ และขึ้นเครื่องบินจนกว่าแพทย์จะอนุญาต การได้ยินอาจยังไม่ดีขึ้นทันทีเพราะมีวัสดุอุดในหูและอาการบวมหลังผ่าตัด
ผ่าตัดซ่อมกระดูกหู คืออะไร
ภายในหูชั้นกลางมีกระดูกขนาดเล็กสามชิ้นเรียงต่อกันเป็นแนว ทำหน้าที่รับแรงสั่นจากแก้วหูและส่งต่อไปยังหูชั้นใน หากกระดูกเหล่านี้ถูกทำลาย ยึดติด ผิดรูป หรือขาดจากกัน เสียงจะเดินทางได้ไม่เต็มที่ เกิดภาวะสูญเสียการได้ยินจากการนำเสียง หมายถึงเสียงผ่านหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลางไปยังหูชั้นในได้ไม่ดี (Penn Medicine)
การผ่าตัดสร้างกระดูกหูชั้นกลางขึ้นใหม่มีเป้าหมายเพื่อคืนความต่อเนื่องของแนวกระดูกหู ศัลยแพทย์อาจทำได้หลายวิธี เช่น
- ปรับตำแหน่งหรือแต่งกระดูกหูเดิมให้เชื่อมต่อกัน
- ใช้ชิ้นส่วนกระดูกหรือกระดูกอ่อนของผู้ป่วยช่วยสร้างแนวส่งเสียง
- ใช้วัสดุเทียมแทนกระดูกหูบางส่วนหรือหลายส่วน
- ซ่อมแก้วหูร่วมด้วย หากแก้วหูทะลุ ยุบ หรือไม่แข็งแรง
- กำจัดเนื้อเยื่ออักเสบหรือก้อนเซลล์ผิวหนังผิดตำแหน่งในหูชั้นกลางก่อนสร้างแนวกระดูกใหม่
ศัลยแพทย์อาจยังระบุวิธีสุดท้ายไม่ได้ก่อนผ่าตัด เพราะสภาพจริงของกระดูกหูบางส่วนมองเห็นได้ชัดเมื่อเปิดเข้าสู่หูชั้นกลางแล้ว จึงควรถามล่วงหน้าว่าแผนหลักคืออะไร มีแผนสำรองอย่างไร และแพทย์อาจต้องซ่อมแก้วหูหรือกำจัดโรคอื่นพร้อมกันหรือไม่
สาเหตุที่ทำให้แนวกระดูกหูเสียหาย ได้แก่ หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ก้อนเซลล์ผิวหนังผิดตำแหน่งหลังแก้วหู การบาดเจ็บ ความผิดปกติแต่กำเนิด เนื้องอกหรือถุงน้ำบางชนิด และภาวะกระดูกในหูเจริญผิดปกติ
จุดสำคัญคือการผ่าตัดนี้ช่วยแก้ปัญหาในส่วนที่นำเสียง หากหูชั้นในหรือเส้นประสาทการได้ยินทำงานลดลงร่วมด้วย การซ่อมกระดูกหูอาจช่วยได้เพียงบางส่วน แพทย์จึงต้องดูผลตรวจการได้ยินอย่างละเอียดก่อนเสนอการผ่าตัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัด
การผ่าตัดอาจเหมาะเมื่อมีหลักฐานว่ากระดูกหูชั้นกลางเสียหายหรือทำงานผิดปกติ และปัญหานั้นส่งผลต่อการได้ยิน เช่น
- มีการสูญเสียการได้ยินจากการนำเสียงที่สอดคล้องกับความผิดปกติของหูชั้นกลาง
- กระดูกหูถูกกัดกร่อนจากหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง
- มีก้อนเซลล์ผิวหนังผิดตำแหน่งหลังแก้วหู ซึ่งอาจทำลายกระดูกหู
- กระดูกหูขาดการเชื่อมต่อหลังได้รับอุบัติเหตุ
- กระดูกหูหายไป ผิดรูป หรือเชื่อมต่อผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
- เคยผ่าตัดกำจัดโรคในหูมาก่อน และแพทย์เห็นว่าสามารถสร้างแนวกระดูกเพื่อฟื้นฟูการนำเสียงได้
- มีความผิดปกติอื่นในหูชั้นกลางที่แพทย์ประเมินว่าสามารถแก้ด้วยการสร้างแนวกระดูกใหม่ (Penn Medicine)
แพทย์ไม่ได้ตัดสินจากระดับการได้ยินเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาสภาพแก้วหู การอักเสบ การระบายอากาศของหูชั้นกลาง การทำงานของหูชั้นใน สุขภาพโดยรวม และความคาดหวังของผู้ป่วยด้วย
ก่อนตัดสินใจ มักมีการตรวจช่องหูและแก้วหูด้วยกล้องหรือกล้องจุลทรรศน์ ตรวจการได้ยิน และตรวจการทำงานของหูชั้นกลาง บางรายอาจต้องตรวจภาพถ่ายรังสีคอมพิวเตอร์เพื่อดูโครงสร้างหู วางแผนผ่าตัด หรือประเมินขอบเขตของโรค
ผู้ที่อาจต้องเลื่อนผ่าตัดหรือใช้วิธีอื่นก่อน
การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบแรกในกรณีต่อไปนี้
- มีการติดเชื้อหรือมีหนองในหูที่ยังควบคุมไม่ได้
- ปัญหาหลักอยู่ที่หูชั้นในหรือเส้นประสาทการได้ยิน ไม่ใช่การนำเสียงผ่านกระดูกหู
- การสูญเสียการได้ยินมีระดับไม่มาก และเครื่องช่วยฟังตอบโจทย์ได้โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการผ่าตัด
- สุขภาพโดยรวมทำให้ความเสี่ยงจากการดมยาสลบหรือการผ่าตัดสูงกว่าประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- ไม่สามารถดูแลให้หูแห้ง หลีกเลี่ยงแรงดัน หรือกลับมาติดตามผลได้ในช่วงพักฟื้น
- หูอีกข้างได้ยินไม่ดีมากจนแพทย์ต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ
- ยังมีโรคในหูที่ควรกำจัดหรือควบคุมก่อน โดยอาจแบ่งการรักษาเป็นมากกว่าหนึ่งระยะ
บางคนเลือกเครื่องช่วยฟังแทนการผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อไม่ต้องการรับความเสี่ยง ผลที่คาดว่าจะได้จากการผ่าตัดไม่แน่นอน หรือมีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยง การเลือกไม่ผ่าตัดไม่ได้แปลว่าละเลยการรักษา แต่ควรมีแผนติดตามโรค โดยเฉพาะเมื่อมีการอักเสบเรื้อรังหรือก้อนผิดปกติในหู
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวที่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าจะซ่อมเฉพาะกระดูกหูหรือทำหัตถการอื่นร่วมด้วย รวมถึงวิธีระงับความรู้สึกและโรคประจำตัวของคุณ
การตรวจและข้อมูลที่แพทย์ต้องใช้
ก่อนผ่าตัด ทีมรักษามักทบทวนข้อมูลต่อไปนี้
- ประวัติการได้ยินลดลง น้ำไหลจากหู ปวดหู เวียนศีรษะ หรือเสียงดังในหู
- ประวัติหูอักเสบ อุบัติเหตุ และการผ่าตัดหูครั้งก่อน
- ผลตรวจการได้ยินและผลประเมินหูชั้นกลาง
- สภาพช่องหู แก้วหู และเนื้อเยื่อภายในหู
- ภาพถ่ายรังสี หากจำเป็นต่อการวางแผน
- โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และปัญหาจากการดมยาสลบครั้งก่อน (Penn Medicine)
ควรบอกแพทย์หากมีไข้ เป็นหวัด ไอมาก หอบกำเริบ มีแผลหรือหนองในหูมากขึ้น หรือสุขภาพเปลี่ยนแปลงในช่วงก่อนผ่าตัด เพราะอาจกระทบความปลอดภัยของการดมยาสลบหรือการควบคุมการติดเชื้อ
ยาและอาหารเสริม
นำรายชื่อยาทั้งหมดให้ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ดู รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาควบคุมความดันโลหิตหรือโรคหัวใจ
- ยาแก้ปวดที่ใช้อยู่เป็นประจำ
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ยาหยอดหูหรือยาที่ซื้อใช้เอง
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามกำหนดเวลาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือดและยาเบาหวาน แพทย์ผู้ผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์จะบอกว่าควรใช้ยาใดต่อ หยุดยาใด และเริ่มใหม่เมื่อใดตามความเสี่ยงเฉพาะของคุณ
การงดอาหารและเครื่องดื่ม
หากใช้การดมยาสลบ คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด แหล่งอ้างอิงระบุว่าหัตถการนี้มักใช้การดมยาสลบ แต่แนวทางงดอาหารอาจแตกต่างตามชนิดอาหาร เวลาเข้าผ่าตัด อายุ และโรคประจำตัว จึงต้องยึดคำสั่งของทีมวิสัญญี ไม่ควรใช้เวลาเดียวกันกับผู้ป่วยรายอื่น
สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิ และเอกสารรับรองจากบริษัทประกัน หากมี
- ผลตรวจและภาพถ่ายที่โรงพยาบาลขอให้นำมา
- รายชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
- เสื้อผ้าที่สวมง่าย ไม่ต้องดึงผ่านศีรษะแรง
- ผู้ใหญ่ที่พากลับและอยู่ช่วยดูแลในช่วงแรก หากกลับบ้านในวันเดียวกัน
- แผนลางานและหลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศตามคำแนะนำของแพทย์
ไม่ควรขับรถกลับเองหลังได้รับยาสลบหรือยากล่อมประสาท หากมีของมีค่า เครื่องประดับ หรืออุปกรณ์ที่ช่องหู ควรทำตามคำแนะนำของสถานพยาบาลว่าจะถอดหรือเก็บอย่างไร
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดอาจต่างกันตามตำแหน่งที่เสียหาย สภาพแก้วหู และหัตถการที่ทำร่วมกัน แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
1. ระงับความรู้สึกและเตรียมบริเวณผ่าตัด
ผู้ป่วยมักได้รับการดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด ทีมวิสัญญีติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และสัญญาณชีพอื่นตลอดหัตถการ โรงพยาบาลบางแห่งอาจมีวิธีระงับความรู้สึกต่างออกไปในผู้ป่วยที่เหมาะสม แพทย์จะอธิบายก่อนวันผ่าตัด (Penn Medicine)
บางกรณีมีการติดอุปกรณ์ติดตามการทำงานของเส้นประสาทใบหน้า เนื่องจากเส้นประสาทนี้วิ่งผ่านบริเวณหูชั้นกลางและอยู่ใกล้พื้นที่ผ่าตัด
2. เข้าสู่หูชั้นกลาง
ศัลยแพทย์อาจเข้าทางช่องหู หรือเปิดแผลบริเวณหลังใบหู วิธีที่เลือกขึ้นอยู่กับตำแหน่งโรค ขนาดช่องหู การผ่าตัดเดิม และงานซ่อมที่ต้องทำ
แพทย์จะยกชั้นผิวของช่องหูและแก้วหูอย่างระมัดระวัง เพื่อมองเห็นกระดูกหูชั้นกลาง การยกชั้นเนื้อเยื่อนี้ช่วยให้เข้าถึงบริเวณที่กระดูกหูต่อกันได้โดยไม่ต้องตัดแก้วหูออกทั้งหมด
3. ตรวจสภาพกระดูกและกำจัดโรคที่เกี่ยวข้อง
เมื่อมองเห็นหูชั้นกลาง ศัลยแพทย์จะตรวจว่ากระดูกส่วนใดคงอยู่ ส่วนใดเคลื่อนไหวได้ และส่วนใดถูกกัดกร่อนหรือยึดติด หากมีเนื้อเยื่ออักเสบ ก้อนผิดปกติ หรือพังผืด อาจต้องนำออกก่อนสร้างแนวกระดูกใหม่
ข้อมูลที่พบในขั้นนี้อาจทำให้แผนเปลี่ยนจากที่คาดไว้ เช่น เดิมวางแผนซ่อมด้วยกระดูกเดิม แต่พบว่ากระดูกเสียหายมากจึงต้องใช้วัสดุทดแทน หรือพบว่าโรคยังไม่เหมาะกับการสร้างแนวกระดูกในครั้งเดียว
4. สร้างแนวกระดูกหูใหม่
ศัลยแพทย์จะปรับกระดูกเดิม วางกระดูกอ่อน หรือใส่วัสดุเทียมเพื่อเชื่อมการสั่นสะเทือนจากแก้วหูไปยังส่วนรับเสียงของหูชั้นใน วัสดุทดแทนอาจแทนกระดูกบางส่วนหรือเกือบทั้งแนว ขึ้นอยู่กับกระดูกที่ยังใช้งานได้
เป้าหมายคือให้แนวที่สร้างขึ้นอยู่ในตำแหน่งมั่นคงและส่งแรงสั่นได้ โดยไม่กดโครงสร้างสำคัญมากเกินไป ผลการได้ยินจึงขึ้นกับทั้งตำแหน่งของวัสดุ สภาพแก้วหู การระบายอากาศในหูชั้นกลาง และการหายของเนื้อเยื่อ
5. ซ่อมแก้วหูหากจำเป็น
หากแก้วหูทะลุ บาง หรือยุบ แพทย์อาจซ่อมพร้อมกัน โดยใช้เยื่อหุ้มหรือกระดูกอ่อนจากบริเวณใกล้เคียงมาช่วยสร้างแก้วหูใหม่ การซ่อมแก้วหูร่วมกับกระดูกหูเป็นสิ่งที่พบได้เมื่อโรคกระทบทั้งสองโครงสร้าง
6. พยุงบริเวณที่ซ่อมและปิดแผล
หลังจัดแนวกระดูกและแก้วหู แพทย์มักใส่วัสดุนุ่มในช่องหูเพื่อพยุงเนื้อเยื่อและวัสดุที่วางไว้ วัสดุบางชนิดสลายได้เอง ส่วนบางชนิดต้องนำออกในวันติดตามผล หากมีแผลหลังใบหู แพทย์จะเย็บปิดและปิดแผลตามความเหมาะสม
หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้นเพื่อติดตามอาการจากยาสลบ อาการปวด คลื่นไส้ เวียนศีรษะ และเลือดออก ก่อนพิจารณาว่ากลับบ้านได้หรือควรสังเกตอาการต่อ
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดไม่มีช่วงเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะแหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่ได้ระบุช่วงเวลาผ่าตัดไว้ และความซับซ้อนต่างกันมากระหว่างการซ่อมกระดูกเพียงจุดเดียวกับการกำจัดโรคและซ่อมแก้วหูร่วมกัน
ปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลาต่างกัน ได้แก่
- เข้าผ่าตัดทางช่องหูหรือผ่านแผลหลังใบหู
- มีกระดูกเดิมเหลือให้ใช้มากน้อยเพียงใด
- ต้องกำจัดการอักเสบ ก้อนผิดปกติ หรือพังผืดหรือไม่
- ต้องซ่อมแก้วหูหรือผ่าตัดบริเวณกระดูกหลังหูร่วมด้วยหรือไม่
- เคยผ่าตัดมาก่อนจนโครงสร้างเปลี่ยนไปหรือไม่
- สภาพร่างกายและการดูแลระหว่างดมยาสลบ
โดยทั่วไปแหล่งอ้างอิงอธิบายว่าใช้การดมยาสลบและอาจกลับบ้านในวันเดียวกันได้ (Penn Medicine) อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยรูปแบบการรับไว้รักษาขึ้นอยู่กับขอบเขตผ่าตัด นโยบายสถานพยาบาล อายุ โรคประจำตัว อาการหลังยาสลบ และว่ามีผู้ดูแลที่บ้านหรือไม่ บางรายจึงอาจต้องนอนสังเกตอาการ
ก่อนผ่าตัดควรถามศัลยแพทย์สองเรื่องแยกกัน คือคาดว่าหัตถการใช้เวลาประมาณเท่าใด และต้องอยู่โรงพยาบาลนานเพียงใด เพราะเวลาตั้งแต่ลงทะเบียน เตรียมดมยาสลบ ผ่าตัด และพักฟื้น ยาวกว่าเวลาที่ศัลยแพทย์ลงมือผ่าตัดจริง
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวของแผลและการได้ยินไม่เกิดพร้อมกัน แผลภายนอกอาจสบายขึ้นแล้ว แต่ภายในหูยังมีอาการบวม มีวัสดุพยุง และอยู่ระหว่างการยึดตัวของเนื้อเยื่อ จึงไม่ควรตัดสินผลการได้ยินในช่วงแรก
แหล่งอ้างอิงระบุว่าการพักฟื้นอาจใช้เวลาถึงประมาณ 6 สัปดาห์ บางคนกลับไปทำงานได้ราว 1 สัปดาห์ และการได้ยินอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องหลายเดือน (Penn Medicine) ตัวเลขเหล่านี้มาจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศ จึงควรใช้เป็นกรอบคร่าว ๆ ไม่ใช่กำหนดเฉพาะบุคคล ระยะจริงขึ้นอยู่กับชนิดงาน ขอบเขตผ่าตัด การซ่อมแก้วหู อาการเวียนศีรษะ และคำแนะนำของศัลยแพทย์ในประเทศไทย
| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่อาจพบ | การดูแลและข้อจำกัด |
| วันแรก ๆ | ปวดตึง หูอื้อ รู้สึกแน่นหู มีเลือดหรือน้ำซึมเล็กน้อย คลื่นไส้หรือเวียนศีรษะ | พักตามสมควร รับประทานยาตามใบสั่ง รักษาผ้าปิดแผลและช่องหูให้แห้ง |
| ประมาณสัปดาห์แรก | อาการปวดมักลดลง แต่การได้ยินอาจยังไม่ชัดเพราะมีวัสดุอุดหู | กลับไปทำงานเบาได้ในบางราย หากไม่ต้องออกแรงมากและแพทย์อนุญาต |
| หลายสัปดาห์แรก | แผลและแก้วหูกำลังสมาน วัสดุในหูบางชนิดอาจยังอยู่ | หลีกเลี่ยงยกของหนัก ออกกำลัง ว่ายน้ำ และขึ้นเครื่องบินจนได้รับอนุญาต |
| หลังแผลเริ่มนิ่ง | แพทย์ตรวจตำแหน่งแผลและนำวัสดุที่ไม่สลายออกตามความจำเป็น | อาจวางแผนตรวจการได้ยินเมื่อหูพร้อม ไม่ควรรีบสรุปผลจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว |
| หลายเดือน | การได้ยินอาจค่อย ๆ เปลี่ยนเมื่ออาการบวมลดและหูชั้นกลางฟื้นตัว | ติดตามผลตามนัด หากได้ยินไม่ดีขึ้น แพทย์จะประเมินสาเหตุและทางเลือกต่อไป |
ข้อควรระวังระหว่างพักฟื้น
- รักษาหูให้แห้งตามวิธีที่ทีมรักษาแนะนำ
- ไม่ดึงวัสดุอุดหูออกเอง แม้รู้สึกคันหรือแน่น
- ไม่สั่งน้ำมูกแรง หากต้องจามควรอ้าปากเพื่อลดแรงดันในหู
- หลีกเลี่ยงการไอหรือเบ่งแรงเท่าที่ทำได้ และรักษาอาการท้องผูกตามคำแนะนำ
- งดยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก ว่ายน้ำ และดำน้ำจนแพทย์อนุญาต
- ยังไม่เดินทางโดยเครื่องบินจนศัลยแพทย์ประเมินว่าแรงดันอากาศไม่เสี่ยงต่อบริเวณที่ซ่อม
- ไม่หยอดยา ใช้สำลีก้าน หรือใส่อุปกรณ์เข้าในช่องหู เว้นแต่แพทย์สั่ง
อาการแน่นหู เสียงดังในหู เสียงป๊อบ ชาบริเวณใบหู เวียนศีรษะเล็กน้อย หรือการรับรสเปลี่ยนชั่วคราวอาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด แต่หากอาการรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือมีสัญญาณอันตราย ควรติดต่อโรงพยาบาลทันที
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดซ่อมกระดูกหูทำงานในพื้นที่ขนาดเล็กและอยู่ใกล้หูชั้นใน เส้นประสาทใบหน้า และเส้นประสาทที่เกี่ยวกับการรับรส จึงมีความเสี่ยงเฉพาะ แม้ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่ควรเข้าใจก่อนให้ความยินยอม
การได้ยินไม่ดีขึ้นหรือดีขึ้นไม่เต็มที่
ผลอาจต่ำกว่าที่คาด หากแก้วหูและหูชั้นกลางเกิดพังผืด มีแรงดันผิดปกติ วัสดุเคลื่อน หรือหูชั้นในทำงานลดลงร่วมด้วย การผ่าตัดจึงมีเป้าหมายให้การนำเสียงดีขึ้น แต่ไม่สามารถรับประกันระดับการได้ยินสุดท้ายได้
บางรายยังต้องใช้เครื่องช่วยฟังหลังผ่าตัด แม้โครงสร้างที่ซ่อมจะหายดี เพราะการสูญเสียการได้ยินอาจมีหลายองค์ประกอบ
การได้ยินแย่ลง
พบได้น้อย แต่การบาดเจ็บต่อหูชั้นในอาจทำให้การได้ยินจากประสาทหูแย่ลงอย่างรุนแรงหรือถาวร และในกรณีร้ายแรงอาจสูญเสียการได้ยินทั้งหมดในหูข้างที่ผ่าตัด ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นอยู่กับโรคเดิม โครงสร้างที่เหลืออยู่ และความซับซ้อนของการผ่าตัด
วัสดุที่สร้างแนวกระดูกเคลื่อนหรือไม่ยึดตัว
วัสดุทดแทนอาจเคลื่อนจากตำแหน่ง เกิดพังผืดรอบวัสดุ หรือไม่ส่งแรงสั่นได้ตามที่วางแผนไว้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงการหายของแก้วหู แรงดันในหูชั้นกลาง และโรคที่กลับมาเป็นซ้ำ บางกรณีต้องติดตาม บางกรณีใช้เครื่องช่วยฟัง และบางกรณีอาจพิจารณาผ่าตัดแก้ไข
แก้วหูไม่ติดหรือทะลุซ้ำ
หากซ่อมแก้วหูร่วมด้วย เนื้อเยื่อที่ใช้ปิดอาจไม่ติดทั้งหมด หรือแก้วหูอาจทะลุซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อยังมีการติดเชื้อ การระบายอากาศของหูชั้นกลางไม่ดี หรือมีแรงดันกระทบแผล
เวียนศีรษะและการทรงตัวผิดปกติ
อาการมึนหรือเวียนศีรษะชั่วคราวอาจเกิดหลังผ่าตัด (Penn Medicine) หากเวียนศีรษะรุนแรง เดินไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรืออาการแย่ลง ควรได้รับการประเมิน เพราะอาจไม่ใช่อาการพักฟื้นตามปกติ
เสียงดังในหู
เสียงหึ่งหรือเสียงรบกวนในหูอาจเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนไปหลังผ่าตัด บางคนดีขึ้นเมื่อการนำเสียงดีขึ้น แต่บางคนอาจยังมีอาการเดิมหรือรู้สึกชัดขึ้น จึงไม่ควรใช้การผ่าตัดนี้เป็นคำรับรองว่าเสียงดังในหูจะหาย
การรับรสเปลี่ยน
เส้นประสาทขนาดเล็กที่เกี่ยวกับการรับรสผ่านใกล้บริเวณผ่าตัด จึงอาจเกิดรสชาติผิดปกติ รสลดลง หรือรู้สึกเหมือนมีรสโลหะที่ลิ้นด้านหนึ่ง อาการอาจเป็นชั่วคราว แต่บางรายอาจอยู่นาน
การติดเชื้อ เลือดออก และปัญหาแผล
อาจมีการติดเชื้อในช่องหู หูชั้นกลาง หรือแผลหลังใบหู เลือดออกมาก แผลแยก หรือเกิดก้อนเลือดใต้แผลได้ ความเสี่ยงทั่วไปอื่นรวมถึงอาการแพ้ยา ลิ่มเลือด และภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ โดยระดับความเสี่ยงขึ้นกับสุขภาพของผู้ป่วยและขอบเขตผ่าตัด
น้ำหล่อสมองและไขสันหลังรั่วหรือการติดเชื้อรุนแรง
พบได้น้อยมาก แต่อาจเกิดน้ำหล่อสมองและไขสันหลังรั่วหรือการติดเชื้อรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยเฉพาะเมื่อผ่าตัดโรคที่ลุกลามหรือทำหัตถการบริเวณกระดูกหลังหูร่วมด้วย หากมีน้ำใสไหลต่อเนื่อง ปวดศีรษะรุนแรง ไข้ คอแข็ง สับสน หรือซึม ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
เส้นประสาทใบหน้าทำงานผิดปกติ
เส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าอยู่ใกล้หูชั้นกลาง การบาดเจ็บพบได้ไม่บ่อยแต่มีความสำคัญ เพราะอาจทำให้ใบหน้าอ่อนแรง หลับตาไม่สนิท หรือมุมปากตก หากเกิดอาการดังกล่าวหลังผ่าตัดต้องรีบกลับไปโรงพยาบาล
ก่อนเซ็นยินยอม ควรถามแพทย์ว่าความเสี่ยงใดสำคัญเป็นพิเศษในหูของคุณ มีโรคใดต้องกำจัดพร้อมกัน และหากไม่สามารถสร้างแนวกระดูกได้ตามแผน แพทย์จะทำอะไรต่อ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
เลือดหรือน้ำซึมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นในช่วงแรก แต่ควรติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- เลือดออกมาก ไหลต่อเนื่อง หรือทำให้ผ้าปิดแผลชุ่มอย่างรวดเร็ว
- น้ำหรือหนองมีกลิ่นเหม็นไหลจากหู (Penn Medicine)
- ไข้ร่วมกับปวดหู บวม แดง หรืออาการปวดเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง
- เวียนศีรษะรุนแรง เดินไม่ได้ เป็นลม หรืออาเจียนต่อเนื่อง
- การได้ยินลดลงอย่างฉับพลันหรือแย่ลงชัดเจน
- ใบหน้าเบี้ยว มุมปากตก หลับตาไม่สนิท หรือใบหน้าข้างหนึ่งอ่อนแรง
- ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน หรือซึมผิดปกติ
- มีน้ำใสไหลจากหูอย่างต่อเนื่อง
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือมีอาการแพ้ยา เช่น หน้าบวม ลิ้นบวม และผื่นร่วมกับหอบ
- แผลหลังใบหูบวมเร็ว แดงมาก แยกออก หรือมีหนอง
- วัสดุที่อุดในหูหลุดออกมามาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลังไอ จาม หรือกระแทก
หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงเพียงใด ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ผ่าตัด เพราะทีมรักษาทราบว่ามีการทำหัตถการใดและใส่วัสดุชนิดใดไว้ในหู
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกเดียวสำหรับทุกคน ทางเลือกขึ้นอยู่กับสาเหตุของการได้ยินลดลง ความปลอดภัยของหู และเป้าหมายของคุณ
เฝ้าติดตาม
หากการได้ยินลดลงไม่มาก โรคในหูสงบ และไม่มีภาวะที่เสี่ยงทำลายโครงสร้างเพิ่ม แพทย์อาจเสนอการตรวจติดตามและตรวจการได้ยินเป็นระยะ วิธีนี้ไม่เหมาะเมื่อมีโรคที่จำเป็นต้องกำจัด เช่น ก้อนผิดปกติที่อาจลุกลามหรือการติดเชื้อเรื้อรังที่ควบคุมไม่ได้
เครื่องช่วยฟัง
เครื่องช่วยฟังสามารถขยายเสียงโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างหู เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูง หรือยังคาดว่าจะต้องใช้การขยายเสียงแม้ซ่อมกระดูกหูแล้ว
การเลือกอุปกรณ์ขึ้นกับระดับการได้ยิน สภาพช่องหู น้ำไหลจากหู และความสามารถในการสวมอุปกรณ์ หากช่องหูติดเชื้อหรือมีน้ำไหลบ่อย อุปกรณ์ที่อุดช่องหูอาจไม่เหมาะ แพทย์และนักแก้ไขการได้ยินจะช่วยประเมินทางเลือกอื่น
รักษาการอักเสบก่อน
หากมีการติดเชื้อหรือน้ำไหลจากหู แพทย์อาจรักษาและทำให้หูสงบก่อนพิจารณาผ่าตัด ยาไม่ได้สร้างกระดูกหูที่ขาดกลับขึ้นมา แต่ช่วยควบคุมโรคที่อาจทำให้แผลผ่าตัดไม่หายหรือวัสดุที่สร้างไว้ไม่มั่นคง
ซ่อมแก้วหูโดยไม่สร้างกระดูกหูในครั้งเดียว
ในหูที่มีโรคมาก ศัลยแพทย์อาจเลือกกำจัดโรคและซ่อมแก้วหูก่อน แล้วประเมินการสร้างกระดูกในภายหลัง การแบ่งการรักษาเป็นระยะอาจช่วยให้มั่นใจว่าโรคสงบและหูมีสภาพเหมาะสมก่อนทำงานฟื้นฟูการได้ยิน
การผ่าตัดชนิดอื่น
หากสาเหตุเป็นกระดูกบางชิ้นยึดติดหรือมีโรคเฉพาะตำแหน่ง อาจมีการผ่าตัดแบบอื่นที่ตรงกับสาเหตุมากกว่า หากมีโรคในกระดูกหลังหู อาจต้องผ่าตัดกำจัดโรคบริเวณนั้นร่วมด้วย ศัลยแพทย์หู คอ จมูกจะเลือกจากผลตรวจและภาพถ่าย ไม่ควรตัดสินจากชื่อหัตถการเพียงอย่างเดียว
เมื่อเปรียบเทียบทางเลือก ควรถามว่าเป้าหมายหลักคือกำจัดโรค ป้องกันการติดเชื้อ ฟื้นฟูการได้ยิน หรือหลายอย่างพร้อมกัน เพราะทางเลือกที่เหมาะสำหรับความปลอดภัยของหูอาจไม่ใช่วิธีที่ทำให้การได้ยินดีขึ้นเร็วที่สุด
สิทธิการรักษา
ความครอบคลุมขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสิทธิก่อนกำหนดวันผ่าตัด โดยถามให้ชัดว่าครอบคลุมเฉพาะการผ่าตัดหรือรวมการตรวจการได้ยิน วัสดุที่ใช้ ดมยาสลบ และการติดตามผลด้วย
ประกันสังคม
ผู้มีสิทธิประกันสังคมควรเริ่มสอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีศัลยแพทย์หรือเครื่องมือที่จำเป็น อาจต้องใช้กระบวนการส่งต่อ การอนุมัติขึ้นอยู่กับการประเมินว่ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และเป็นไปตามระบบของโรงพยาบาล
ควรถามว่า
- ต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
- ต้องตรวจการได้ยินหรือภาพถ่ายใดก่อนส่งต่อ
- วัสดุสร้างกระดูกหูที่แพทย์วางแผนใช้ครอบคลุมหรือไม่
- การซ่อมแก้วหูหรือผ่าตัดอื่นที่อาจทำร่วมกันอยู่ในแผนอนุมัติหรือไม่
- การติดตามผลและตรวจการได้ยินหลังผ่าตัดทำที่ใด
บัตรทอง
ผู้ใช้สิทธิบัตรทองควรติดต่อหน่วยบริการประจำเพื่อรับการประเมินและส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพด้านการผ่าตัดหู การไปยังโรงพยาบาลนอกเครือข่ายโดยไม่มีเอกสารส่งต่ออาจมีผลต่อการใช้สิทธิ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสถานะสิทธิ หน่วยบริการประจำ เอกสารส่งต่อ และวันหมดอายุของเอกสาร รวมทั้งถามว่าต้องนำผลตรวจเดิมหรือสำเนาภาพถ่ายไปด้วยหรือไม่
ประกันสุขภาพเอกชน
ความคุ้มครองแตกต่างตามกรมธรรม์ เช่น ระยะเวลารอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงินสำหรับผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก และข้อกำหนดเรื่องวัสดุทางการแพทย์ ควรให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลทางการแพทย์เพื่อขออนุมัติก่อนผ่าตัด หากกรมธรรม์กำหนด
ควรถามบริษัทประกันและโรงพยาบาลว่า
- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- คุ้มครองการกลับบ้านวันเดียวกับการนอนโรงพยาบาลต่างกันหรือไม่
- คุ้มครองวัสดุที่ใช้สร้างแนวกระดูกหูหรือไม่
- หากต้องเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัด ต้องขออนุมัติเพิ่มอย่างไร
- การตรวจการได้ยินและการติดตามผลหลังผ่าตัดอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
หากสิทธิไม่ครอบคลุมบางรายการ ให้ขอรายการที่รวมและไม่รวมจากโรงพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนให้ความยินยอม โดยเฉพาะเมื่ออาจมีการซ่อมแก้วหูหรือหัตถการอื่นร่วมด้วย
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดซ่อมกระดูกหูช่วยให้ได้ยินเป็นปกติหรือไม่
ไม่สามารถรับประกันว่าการได้ยินจะกลับเป็นปกติ เพราะผลขึ้นอยู่กับกระดูกที่เหลืออยู่ สภาพแก้วหู การระบายอากาศของหูชั้นกลาง และการทำงานของหูชั้นใน การผ่าตัดมีเป้าหมายให้การส่งผ่านเสียงดีขึ้น แต่บางคนยังต้องใช้เครื่องช่วยฟังหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัดจะได้ยินดีขึ้นทันทีหรือไม่
ส่วนใหญ่อาจยังไม่ได้ยินชัดในช่วงแรก เพราะมีอาการบวมและวัสดุพยุงอยู่ในช่องหู การได้ยินอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และควรประเมินด้วยการตรวจการได้ยินเมื่อแพทย์เห็นว่าหูพร้อม (Penn Medicine)
ผ่าตัดแล้วกลับบ้านได้วันเดียวกันไหม
บางรายกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน แต่บางรายต้องนอนสังเกตอาการ ขึ้นอยู่กับขอบเขตผ่าตัด โรคประจำตัว อาการหลังดมยาสลบ และแนวทางของสถานพยาบาล แหล่งอ้างอิงต่างประเทศจัดหัตถการนี้เป็นการผ่าตัดที่มักกลับบ้านได้ แต่การดูแลในประเทศไทยอาจต่างกัน
ผ่าตัดเจ็บมากไหม
ระหว่างผ่าตัดมักไม่รู้สึกเจ็บเพราะใช้การดมยาสลบ หลังผ่าตัดอาจปวดตึงบริเวณหูหรือแผลหลังใบหู ระดับอาการต่างกันตามทางเข้าผ่าตัดและหัตถการที่ทำร่วมกัน หากปวดเพิ่มขึ้นมากแทนที่จะค่อย ๆ ลด ควรติดต่อทีมรักษา
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบาอาจกลับไปทำได้ประมาณ 1 สัปดาห์ในบางราย แต่ต้องนานกว่านั้นหากมีอาการเวียนศีรษะ ทำงานใช้แรง อยู่ในที่เสียงดัง หรือเสี่ยงน้ำและฝุ่นเข้าหู (Penn Medicine) ศัลยแพทย์จะกำหนดตามลักษณะงานและผลตรวจแผลของคุณ
อาบน้ำและสระผมได้เมื่อไร
คุณต้องรักษาช่องหูและแผลให้แห้งจนกว่าทีมผ่าตัดจะอนุญาต วิธีป้องกันน้ำขึ้นอยู่กับชนิดผ้าปิดแผล ตำแหน่งแผล และวัสดุในหู จึงควรใช้คำแนะนำจากโรงพยาบาล ไม่ควรอุดหูด้วยสิ่งของหรือหยอดน้ำยาเอง
ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไร
ยังไม่ควรขึ้นเครื่องบินจนศัลยแพทย์ยืนยันว่าบริเวณที่ซ่อมรับการเปลี่ยนแปลงของแรงดันได้ ช่วงเวลาขึ้นอยู่กับการหายของแก้วหู วิธีผ่าตัด และว่ามีปัญหาการระบายอากาศในหูชั้นกลางหรือไม่
ทำไมต้องห้ามสั่งน้ำมูกแรง
การสั่งน้ำมูกแรงเพิ่มแรงดันในหูชั้นกลางและอาจรบกวนแก้วหูหรือแนวกระดูกที่เพิ่งซ่อม หากต้องจามควรอ้าปากเพื่อลดแรงดัน และทำตามข้อจำกัดของทีมผ่าตัด
วัสดุที่ใช้แทนกระดูกหูต้องเปลี่ยนภายหลังหรือไม่
วัสดุไม่ได้มีกำหนดเปลี่ยนเป็นประจำในทุกคน แต่ต้องติดตามว่าตำแหน่งมั่นคง แก้วหูหายดี และการได้ยินเป็นอย่างไร หากวัสดุเคลื่อน มีโรคกลับมา หรือผลการได้ยินไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แพทย์จึงค่อยพิจารณาเครื่องช่วยฟัง การติดตาม หรือการผ่าตัดแก้ไข
ถ้าไม่ผ่าตัดจะเป็นอะไรไหม
ผลของการไม่ผ่าตัดขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเป็นเพียงการได้ยินลดลงที่คงที่ คุณอาจใช้เครื่องช่วยฟังและติดตามอาการได้ แต่ถ้ามีการติดเชื้อเรื้อรังหรือก้อนผิดปกติที่ทำลายกระดูก การปล่อยไว้สามารถทำให้โรคลุกลามได้ จึงต้องแยกเป้าหมายการกำจัดโรคออกจากเป้าหมายฟื้นฟูการได้ยิน
ผ่าตัดซ่อมกระดูกหูกับซ่อมแก้วหูเหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน การซ่อมกระดูกหูมุ่งสร้างแนวส่งแรงสั่นในหูชั้นกลาง ส่วนการซ่อมแก้วหูมุ่งปิดหรือเสริมแก้วหูที่เสียหาย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายต้องทำทั้งสองอย่างในการผ่าตัดครั้งเดียว
หลังผ่าตัดยังใช้เครื่องช่วยฟังได้หรือไม่
ใช้ได้หากแพทย์ประเมินว่าแผลและช่องหูพร้อม เครื่องช่วยฟังอาจยังจำเป็นเมื่อการได้ยินดีขึ้นเพียงบางส่วนหรือมีการสูญเสียการได้ยินจากหูชั้นในร่วมด้วย ไม่ควรรีบใส่อุปกรณ์เข้าในช่องหูก่อนแผลหายและได้รับอนุญาต
ต้องตรวจการได้ยินอีกเมื่อไร
แพทย์จะกำหนดเมื่ออาการบวมลดลง วัสดุพยุงถูกนำออกหรือสลาย และแก้วหูอยู่ในสภาพที่ประเมินได้ แหล่งอ้างอิงระบุว่ามีการตรวจติดตามหลังผ่าตัดและอาจตรวจการได้ยินเป็นชุด แต่เวลาในประเทศไทยขึ้นอยู่กับวิธีผ่าตัดและแนวทางของโรงพยาบาล
ต้องผ่าตัดซ้ำได้หรือไม่
บางรายอาจต้องผ่าตัดซ้ำหากวัสดุเคลื่อน แก้วหูไม่ติด โรคเดิมกลับมา หรือการได้ยินไม่ดีขึ้นตามที่คาด แต่การผ่าตัดซ้ำไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติ แพทย์จะเปรียบเทียบประโยชน์กับทางเลือก เช่น เครื่องช่วยฟัง และประเมินความเสี่ยงจากพังผืดหรือโครงสร้างที่เปลี่ยนไปก่อนตัดสินใจ
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง
ควรถามว่าโรคของคุณอยู่ส่วนใด เป้าหมายหลักของการผ่าตัดคือกำจัดโรคหรือฟื้นฟูการได้ยิน ต้องซ่อมแก้วหูร่วมด้วยหรือไม่ และมีโอกาสเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดอย่างไร นอกจากนี้ควรถามเรื่องผลที่คาดได้ตามผลตรวจการได้ยินของคุณ ข้อจำกัดหลังผ่าตัด และทางเลือกหากไม่ผ่าตัดหรือผลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
: https://www.pennmedicine.org/treatments/ossiculoplasty
ข้อมูลอ้างอิง
- Penn Medicine: Ossiculoplasty — เกี่ยวกับ Ossicular reconstruction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


