Jib OS กับ ZWIZ.AI ต่างกันอย่างไร คลินิกควรเลือกแบบไหน
ZWIZ.AI เป็นชื่อที่เจ้าของคลินิกได้ยินบ่อยที่สุดชื่อหนึ่งเมื่อเริ่มมองหาแชทบอท เป็นผู้ให้บริการสัญชาติไทยที่มีฐานผู้ใช้กว้างในกลุ่ม SME และเป็นจุดเริ่มต้นของหลายธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้ระบบตอบแชท
ถ้าคุณกำลังเทียบสองระบบนี้ ความต่างไม่ได้อยู่ที่ว่าใครฉลาดกว่า แต่อยู่ที่ขอบเขตของงานที่ระบบครอบคลุม
ZWIZ.AI เหมาะกับใคร
ZWIZ.AI อยู่ในกลุ่มเครื่องมือตอบแชทสำหรับธุรกิจทั่วไป ครอบคลุมช่องทางหลักที่ธุรกิจไทยใช้ ตั้งค่าได้เองโดยไม่ต้องมีทีมเทคนิค และมีระดับราคาที่ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงได้
จุดแข็งคือ เริ่มใช้ง่ายและเร็ว สำหรับธุรกิจที่ยังตอบแชทด้วยมือทั้งหมด การมีระบบช่วยตอบคำถามพื้นฐานคือการยกระดับที่เห็นผลทันที
เราเขียนถึง ZWIZ.AI ไว้หลายบทความในคลังนี้ เพราะเป็นเครื่องมือที่คลินิกถามถึงบ่อย
จุดที่ต่างจาก Jib OS
ความต่างที่หนึ่ง ระบบรู้จักงานคลินิกแค่ไหน
เครื่องมือตอบแชทสำหรับธุรกิจทั่วไปถูกออกแบบให้ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นจุดแข็งเรื่องความยืดหยุ่น แต่แปลว่าไม่มีความเข้าใจเฉพาะทางมาให้ตั้งแต่ต้น
งานที่คลินิกต้องทำแต่ธุรกิจทั่วไปไม่ต้องทำ
- จองคิวกับแพทย์คนใดคนหนึ่ง ในห้องตรวจใดห้องหนึ่ง ที่สาขาใดสาขาหนึ่ง
- จัดการคอร์สการรักษาที่ต้องมาหลายครั้งตามระยะเวลา
- เก็บประวัติการรักษาและข้อมูลการแพ้ยา
- ติดตามคนไข้ให้กลับมาตามรอบการรักษา
- ปฏิบัติตามกฎโฆษณาสถานพยาบาลในการสื่อสาร
ทุกข้อนี้ทำได้ถ้าสร้างเงื่อนไขเองและเชื่อมกับระบบอื่น แต่เป็นงานที่ต้องมีคนออกแบบและดูแล
ความต่างที่สอง บทสนทนาจบที่ไหน
นี่คือความต่างที่เห็นผลเป็นตัวเงินชัดที่สุด
คนไข้: สนใจโบท็อกซ์กรามค่ะ ราคาเท่าไหร่ บอท: โบท็อกซ์กรามเริ่มต้น 6,500 บาทค่ะ คนไข้: ขอจองวันเสาร์นี้ตอนบ่ายได้ไหมคะ บอท: รบกวนรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับนะคะ
บรรทัดสุดท้ายคือจุดที่คนไข้หลุด ระบบที่ไม่ได้เชื่อมกับตารางแพทย์จริงไปต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะตอบคำถามก่อนหน้านั้นได้ดีแค่ไหน
ความต่างที่สาม ขอบเขตของสิ่งที่ซื้อ
ZWIZ.AI คือเครื่องมือตอบแชท ถ้าคลินิกต้องการเว็บไซต์ที่ค้นเจอได้ ต้องหาคนทำแยก ถ้าต้องการคนดูแลแคมเปญ ต้องจ้างแยก ถ้าต้องการเวชระเบียน ต้องซื้อโปรแกรมคลินิกแยก
Jib OS ขายเป็นสามส่วนที่เริ่มทีละส่วนได้ ได้แก่ Jib OS (AI ตอบแชท จองคิว CRM และเวชระเบียนสำหรับคลินิกทันตกรรม ความงาม และคลินิกทั่วไป), AI-Native Website และ Growth Marketing
เทียบกันตรงๆ
| ZWIZ.AI | Jib OS | |
|---|---|---|
| ออกแบบมาเพื่อ | ธุรกิจทั่วไปทุกประเภท | คลินิกและสถานพยาบาล |
| จุดแข็ง | เริ่มใช้ง่าย ราคาเข้าถึงได้ | งานคลินิกครบวงจร |
| ตรวจคิวว่างและจองในแชท | ต้องเชื่อมระบบภายนอก | มีในตัว |
| เวชระเบียน | ไม่ใช่ขอบเขต | มี |
| ติดตามคนไข้ตามรอบการรักษา | ต้องตั้งเงื่อนไขเอง | มีในตัว |
| ใครตั้งค่า | ทีมของคุณ | ทีมงาน Jib OS |
| เว็บไซต์และการตลาด | ต้องหาแยก | เป็นอีกสองส่วนของระบบเดียว |
แล้วควรเลือกอะไร
ZWIZ.AI เหมาะกว่า ถ้า คลินิกเพิ่งเริ่มและยังตอบแชทด้วยมือทั้งหมด งบจำกัด ต้องการเริ่มจากการมีตัวช่วยตอบคำถามพื้นฐาน และยังพอใจกับโปรแกรมคลินิกและช่องทางหาคนไข้ที่ใช้อยู่
Jib OS เหมาะกว่า ถ้า ต้องบริหารคิวแพทย์หลายคนหรือหลายสาขา ต้องเก็บประวัติการรักษา อยากให้บทสนทนาจบที่การจองสำเร็จ หรือกำลังจ่ายเงินให้หลายระบบที่ไม่คุยกัน
เส้นแบ่งที่ชัดที่สุด คือถามว่าคลินิกเสียคนไข้ตรงจุดไหน ถ้าเสียเพราะไม่มีใครตอบเลย เครื่องมือตอบแชททั่วไปช่วยได้มาก แต่ถ้าเสียเพราะตอบแล้วแต่ไปต่อไม่ได้จนคนไข้เปลี่ยนใจ ปัญหาอยู่ที่การเชื่อมกับตารางนัดและประวัติคนไข้ ซึ่งเป็นคนละเรื่อง
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →คำถามที่พบบ่อย
ZWIZ.AI ใช้กับคลินิกได้ไหม
ใช้ได้ และมีคลินิกที่ใช้อยู่จริง โดยเฉพาะคลินิกขนาดเล็กที่ต้องการให้มีระบบช่วยตอบคำถามพื้นฐานอย่างเวลาทำการ ที่ตั้ง และราคาโดยประมาณ ข้อจำกัดจะชัดขึ้นเมื่อคลินิกต้องจัดการคิวแพทย์หลายคน คอร์สการรักษาหลายครั้ง หรือเก็บประวัติการรักษา ซึ่งอยู่นอกขอบเขตของเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจทั่วไป
ย้ายจาก ZWIZ.AI มา Jib OS ยากไหม
สิ่งที่ต้องเตรียมคือการเชื่อมช่องทางแชทใหม่และการย้ายฐานข้อมูลลูกค้าเดิม ในกรณีของ Jib OS ทีมงานเป็นผู้ตั้งค่าให้ โดยเริ่มจากคุยออนไลน์ไม่เกิน 30 นาทีเพื่อเก็บข้อมูลบริการ ราคา และนโยบายของคลินิก คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการเดิมก่อนย้ายคือข้อมูลลูกค้าและประวัติบทสนทนาส่งออกได้ในรูปแบบไหน
ใช้ทั้งสองระบบพร้อมกันได้ไหม
ทางเทคนิคทำได้แต่ไม่แนะนำ เพราะทั้งคู่ทำหน้าที่รวมแชทจากช่องทางเดียวกัน การเปิดพร้อมกันทำให้คนไข้อาจได้รับข้อความอัตโนมัติซ้อนกันสองชุด และประวัติบทสนทนาของคนไข้คนเดียวกันกระจายอยู่สองที่ ซึ่งย้อนกลับไปสู่ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายที่เป็นเหตุผลของการใช้ระบบตั้งแต่แรก
ราคาต่างกันมากไหม
โครงสร้างต่างกัน เครื่องมือตอบแชททั่วไปมักคิดตามจำนวนเพจ ผู้ใช้ หรือปริมาณข้อความ ส่วน Jib OS คิดเป็นส่วน ส่วนละ 6,000 บาทต่อเดือน หรือ 5,000 บาทเมื่อจ่ายล่วงหน้า 3 เดือน การเทียบเฉพาะเรื่องแชทควรเทียบกับส่วนแรกเท่านั้น และถ้าจะเทียบให้ครบควรรวมค่าโปรแกรมคลินิก ค่าเว็บไซต์ และค่าการตลาดที่จ่ายแยกอยู่เข้าไปด้วย
คลินิกเล็กควรเริ่มจากอะไร
เริ่มจากวัดว่าเสียคนไข้ตรงจุดไหนก่อน วิธีที่ตรงที่สุดคือเปิดกล่องข้อความย้อนหลังสามสิบวัน แล้วนับสองตัวเลข คือกี่ข้อความไม่ได้ตอบเลย และกี่ข้อความที่ตอบแล้วแต่จบลงที่การขอเวลาไปตรวจสอบ ตัวเลขแรกบอกว่าต้องการตัวช่วยตอบ ตัวเลขที่สองบอกว่าต้องการระบบที่เชื่อมกับตารางนัด
AI ของแต่ละเจ้าต่างกันอย่างไร
คำว่า AI ใช้กันกว้างมาก จึงควรถามให้ชัดสามข้อ หนึ่ง ระบบตอบจากคีย์เวิร์ดที่ตั้งไว้ จากเอกสารที่ป้อนเข้าไป หรือจากข้อมูลจริงของคลินิกที่อัปเดตอยู่ตลอด สอง เมื่อราคาเปลี่ยนต้องไปแก้ที่ไหนและกี่จุด สาม เมื่อ AI ตอบผิดมีกลไกอะไรกันไว้ สามคำถามนี้แยกความต่างได้ดีกว่าการเทียบรายการฟีเจอร์
Jib OS