ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล
ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (Sentinel lymph-node biopsy) คือการผ่าตัดนำต่อมน้ำเหลืองด่านแรกที่รับน้ำเหลืองจากก้อนมะเร็งออกมาตรวจว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ มักใช้ในการประเมินระยะของมะเร็งเต้านมและมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา เพื่อช่วยวางแผนการรักษา โดยไม่ได้เป็นการรักษามะเร็งทั้งหมดด้วยตัวเอง
ประเด็นสำคัญ
- การตรวจนี้ช่วยดูว่ามะเร็งกระจายจากก้อนต้นกำเนิดไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงหรือไม่ ผลตรวจมีส่วนกำหนดระยะโรคและการรักษาขั้นต่อไป
- ศัลยแพทย์จะใช้สารติดตามรังสีปริมาณต่ำ สีย้อม หรือทั้งสองอย่าง เพื่อหาต่อมน้ำเหลืองด่านแรก แล้วนำต่อมที่ตรวจพบส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจหาเซลล์มะเร็ง
- การนำต่อมน้ำเหลืองด่านแรกออกมักกระทบระบบน้ำเหลืองน้อยกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองหลายต่อม แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องเลือดออก การติดเชื้อ ของเหลวคั่ง ชา และแขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง
ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล คืออะไร
ต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล หมายถึง “ต่อมน้ำเหลืองด่านแรก” ซึ่งเป็นต่อมแรกหรือกลุ่มแรกที่รับน้ำเหลืองจากบริเวณก้อนมะเร็ง หากเซลล์มะเร็งหลุดจากก้อนและเดินทางผ่านระบบน้ำเหลือง เซลล์เหล่านั้นมีแนวโน้มจะไปถึงต่อมน้ำเหลืองกลุ่มนี้ก่อน (Cleveland Clinic)
การตรวจทำโดยฉีดสารติดตามใกล้ก้อนหรือบริเวณที่เคยมีก้อน สารจะไหลไปตามทางเดินน้ำเหลือง ศัลยแพทย์จึงสามารถระบุตำแหน่งของต่อมน้ำเหลืองด่านแรกได้ จากนั้นจึงเปิดแผลขนาดเล็ก นำต่อมน้ำเหลืองที่ตรวจพบออก และส่งไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มักตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ การตรวจอาจทำพร้อมกับการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกหรือผ่าตัดเต้านม ในบางสถานการณ์อาจแยกทำก่อนหรือหลังการผ่าตัดก้อน ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็ง ผลภาพถ่าย การรักษาที่ได้รับมาก่อน และแผนของทีมมะเร็ง
ผลตรวจมีความหมายหลักสองแบบ
- ไม่พบเซลล์มะเร็งในต่อมน้ำเหลืองด่านแรก หมายความว่าโอกาสที่มะเร็งจะกระจายผ่านระบบน้ำเหลืองไปยังต่อมอื่นลดลง และอาจไม่จำเป็นต้องนำต่อมน้ำเหลืองเพิ่มออกมาตรวจ
- พบเซลล์มะเร็งในต่อมน้ำเหลืองด่านแรก หมายความว่ามีหลักฐานว่ามะเร็งไปถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว แพทย์จะนำข้อมูลนี้ไปรวมกับขนาดและลักษณะของก้อน ผลพยาธิวิทยา และข้อมูลอื่น เพื่อพิจารณาการฉายรังสี การรักษาด้วยยา หรือการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเพิ่มเติม
ผลบวกไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ทั้งหมด และผลลบก็ไม่ได้รับประกันว่าไม่มีเซลล์มะเร็งอยู่ที่อื่น การตัดสินใจต้องอาศัยข้อมูลทั้งหมดของโรค ไม่ใช่ผลจากต่อมเดียวเพียงอย่างเดียว
การตรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดระยะโรค ไม่ใช่การตรวจคัดกรองมะเร็งในคนทั่วไป โดยปกติจะพิจารณาเมื่อวินิจฉัยมะเร็งแล้ว และแพทย์ต้องการทราบสถานะของต่อมน้ำเหลืองเพื่อวางแผนรักษา
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจ
แพทย์มักพิจารณาการตรวจนี้ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนจากการตรวจร่างกายหรือภาพถ่ายว่าต่อมน้ำเหลืองมีมะเร็งกระจายจำนวนมาก (Cleveland Clinic)
สำหรับมะเร็งเต้านม การตัดสินใจขึ้นกับรายละเอียดหลายเรื่อง เช่น
- เป็นมะเร็งระยะลุกลามหรือมะเร็งชนิดใด
- ขนาดและตำแหน่งของก้อน
- ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ผิดปกติจากการคลำหรือภาพถ่ายหรือไม่
- เคยเจาะต่อมน้ำเหลืองและทราบผลแล้วหรือยัง
- จะผ่าตัดเฉพาะก้อนหรือผ่าตัดเต้านม
- เคยได้รับยาเพื่อลดขนาดก้อนก่อนผ่าตัดหรือไม่
- เคยผ่าตัดหรือฉายรังสีบริเวณเต้านมและรักแร้มาก่อนหรือไม่
- ผลตรวจต่อมน้ำเหลืองจะเปลี่ยนแผนรักษาหรือไม่
คำว่า “ควรทำ” จึงไม่ได้หมายถึงผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกคน ศัลยแพทย์จะพิจารณาว่าผลตรวจมีโอกาสให้ข้อมูลที่เปลี่ยนการรักษามากเพียงใด เทียบกับความเสี่ยงจากการผ่าตัด
ผู้ที่อาจไม่จำเป็นต้องตรวจ
การตรวจอาจไม่ให้ประโยชน์เพิ่มในบางสถานการณ์ เช่น ต่อมน้ำเหลืองได้รับการยืนยันแล้วว่ามีเซลล์มะเร็ง หรือผลตรวจจะไม่เปลี่ยนแนวทางรักษาที่วางไว้ กรณีนี้แพทย์อาจเลือกการรักษาต่อมน้ำเหลืองแบบอื่น หรือไม่ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเพิ่มเติม ขึ้นกับระยะโรคและเป้าหมายการรักษา
ผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกช่วยวางแผนรักษาได้ จึงไม่ใช่หัตถการมาตรฐานสำหรับมะเร็งทุกตำแหน่ง แหล่งอ้างอิงระบุว่าใช้บ่อยที่สุดในมะเร็งเต้านมและเมลาโนมา ส่วนมะเร็งชนิดอื่นต้องพิจารณาเป็นรายโรค
ภาวะที่ต้องประเมินเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด
แพทย์อาจเลื่อน ปรับ หรือหลีกเลี่ยงการตรวจเมื่อความเสี่ยงจากการผ่าตัดหรือยาระงับความรู้สึกสูงกว่าประโยชน์ เช่น
- มีการติดเชื้อบริเวณที่จะผ่าตัด
- มีปัญหาเลือดออกง่ายหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
- มีโรคหัวใจหรือโรคปอดที่ยังควบคุมไม่ได้
- เคยแพ้สารที่อาจใช้ทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง
- ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ ซึ่งต้องประเมินชนิดของสารติดตามและความจำเป็นในการตรวจเป็นรายบุคคล
- เส้นทางน้ำเหลืองอาจเปลี่ยนไปจากการผ่าตัดหรือการรักษาเดิม
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อห้ามตายตัวทุกกรณี ทีมรักษาจะชั่งประโยชน์ ความเร่งด่วน และวิธีที่ลดความเสี่ยงได้มากที่สุด
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลจะให้คำแนะนำตามชนิดของการผ่าตัดและวิธีระงับความรู้สึก หากตรวจต่อมน้ำเหลืองพร้อมผ่าตัดมะเร็งเต้านม การเตรียมตัวมักเป็นไปตามการผ่าตัดหลักนั้น
แจ้งข้อมูลสุขภาพให้ครบ
ก่อนวันผ่าตัด ควรแจ้งทีมรักษาเรื่องต่อไปนี้
- โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน และภาวะเลือดออกผิดปกติ
- ประวัติแพ้ยา แพ้สีย้อม แพ้สารทึบรังสี หรือเคยมีปฏิกิริยารุนแรงระหว่างการรักษา
- การตั้งครรภ์ มีโอกาสตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นม
- ประวัติผ่าตัด ฉายรังสี หรือติดเชื้อบริเวณเต้านม รักแร้ หรือพื้นที่ที่จะตรวจ
- ยาทุกชนิดที่ใช้ รวมทั้งยาที่ซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม
- ปัญหาการเคลื่อนไหวของไหล่หรือแขนที่มีอยู่ก่อน เพื่อใช้เปรียบเทียบหลังผ่าตัด
การงดอาหารและน้ำ
หากใช้ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจะกำหนดเวลาที่ต้องหยุดอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารหรือน้ำจากกระเพาะจะไหลย้อนเข้าสู่ทางเดินหายใจ (Cleveland Clinic)
ให้ทำตามเวลาที่ทีมวิสัญญีแจ้ง ไม่ควรคาดเดาเวลาเอง เพราะข้อกำหนดอาจต่างกันตามเวลาผ่าตัด ชนิดอาหาร สุขภาพ และแนวทางของโรงพยาบาล หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องปรับเวลาเพื่อความปลอดภัย
การปรับยา
ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด ได้แก่ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด แหล่งอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยอาจได้รับคำสั่งให้ปรับยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แต่เวลาหยุดยาต้องกำหนดโดยศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์เป็นรายบุคคล
อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดช่วงอาจเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน ส่วนการกินต่อโดยไม่ได้รับคำแนะนำอาจเพิ่มเลือดออก ควรนำรายชื่อยา ขนาดที่ใช้ และเวลาที่กินล่าสุดไปให้ทีมรักษาตรวจสอบ
สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิรักษา
- ใบนัด ผลตรวจ ภาพถ่ายทางรังสี และผลพยาธิวิทยาที่โรงพยาบาลขอ
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- เสื้อผ้าที่สวมและถอดง่าย ไม่รัดแผลหรือรักแร้
- ผู้ดูแลหรือผู้พากลับบ้าน โดยเฉพาะเมื่อใช้ยาสลบ เพราะอาจยังง่วงและตอบสนองช้าหลังผ่าตัด
- รายละเอียดผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน
ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าจะใช้สารติดตามชนิดใด จะตรวจพร้อมการผ่าตัดก้อนหรือไม่ และหากพบเซลล์มะเร็งระหว่างผ่าตัด ศัลยแพทย์มีแผนนำต่อมน้ำเหลืองเพิ่มออกในครั้งเดียวหรือรอผลฉบับสมบูรณ์ก่อน
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดอาจต่างกันระหว่างโรงพยาบาลและชนิดของมะเร็ง แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
1. ระบุต่อมน้ำเหลืองด่านแรก
ทีมรักษาจะฉีดสารติดตามบริเวณใกล้ก้อน รอบหัวนม หรือบริเวณที่กำหนดตามตำแหน่งมะเร็ง สารที่ใช้อาจเป็นสารติดตามรังสีปริมาณต่ำ สีย้อม หรือทั้งสองอย่าง สารจะเคลื่อนตามท่อน้ำเหลืองไปสะสมที่ต่อมน้ำเหลืองด่านแรก (Cleveland Clinic)
หากใช้สารติดตามรังสี อาจมีการถ่ายภาพระบบน้ำเหลืองเพื่อดูเส้นทางและตำแหน่งต่อม ศัลยแพทย์สามารถใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณระหว่างผ่าตัด หากใช้สีย้อม ต่อมเป้าหมายจะติดสีและมองเห็นได้ง่ายขึ้น
ช่วงเวลาฉีดสารไม่เหมือนกัน บางชนิดฉีดก่อนเข้าห้องผ่าตัด ขณะที่บางชนิดฉีดใกล้เวลาผ่าตัด ทีมรักษาจะแจ้งลำดับที่ใช้ในโรงพยาบาลนั้น
2. ให้ยาระงับความรู้สึก
การตรวจมักทำภายใต้ยาสลบ โดยเฉพาะเมื่อทำพร้อมการผ่าตัดมะเร็ง แต่การระงับความรู้สึกอาจต่างกันตามตำแหน่งที่ตรวจ การผ่าตัดร่วม และสุขภาพของผู้ป่วย
วิสัญญีแพทย์จะติดตามชีพจร ความดันโลหิต การหายใจ และระดับออกซิเจนตลอดการผ่าตัด คุณไม่ควรรู้สึกเจ็บระหว่างที่ยาสลบออกฤทธิ์
3. ค้นหาและนำต่อมน้ำเหลืองออก
ศัลยแพทย์เปิดแผลบริเวณที่คาดว่ามีต่อมน้ำเหลืองด่านแรก หากใช้สารติดตามรังสี จะใช้อุปกรณ์ตรวจหาบริเวณที่มีสัญญาณสูง หากใช้สีย้อม จะมองหาท่อน้ำเหลืองหรือต่อมที่ติดสี
อาจพบต่อมน้ำเหลืองด่านแรกมากกว่าหนึ่งต่อม จำนวนที่นำออกจึงไม่เท่ากันในแต่ละคน ศัลยแพทย์จะนำต่อมที่สัมพันธ์กับการระบายน้ำเหลืองของก้อนออกเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ได้ตั้งเป้านำต่อมน้ำเหลืองรักแร้ทั้งหมดออก
4. ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
ต่อมน้ำเหลืองที่นำออกจะถูกส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจหาเซลล์มะเร็งด้วยกล้องจุลทรรศน์ โรงพยาบาลบางแห่งอาจตรวจเบื้องต้นระหว่างผ่าตัด หากพบมะเร็งและมีการตกลงแผนไว้แล้ว ศัลยแพทย์อาจทำหัตถการเพิ่มเติมในครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม การตรวจระหว่างผ่าตัดอาจไม่ตอบได้ทุกกรณี ผลฉบับสมบูรณ์ภายหลังมักให้รายละเอียดมากกว่า หากผลภายหลังต่างจากผลเบื้องต้น ทีมมะเร็งจะทบทวนว่าต้องรักษาเพิ่มหรือไม่
5. ปิดแผลและเฝ้าดูอาการ
เมื่อเก็บต่อมน้ำเหลืองครบ ศัลยแพทย์จะห้ามเลือดและปิดแผลด้วยไหม วัสดุเย็บแผล หรือกาวปิดผิวหนัง การตรวจเฉพาะต่อมน้ำเหลืองด่านแรกมักไม่ต้องใส่สายระบาย แต่หากมีการผ่าตัดอื่นร่วมด้วยหรือมีพื้นที่ผ่าตัดกว้าง อาจต้องใช้สายระบายตามดุลยพินิจของศัลยแพทย์
จากนั้นคุณจะไปห้องพักฟื้น ทีมรักษาจะติดตามการหายใจ ความดัน อาการปวด คลื่นไส้ เลือดออก และอาการแพ้สารที่ใช้
ใช้เวลานานแค่ไหน
ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะการตรวจอาจทำเป็นหัตถการเดี่ยวหรือทำพร้อมการผ่าตัดก้อนมะเร็ง ผ่าตัดเต้านม หรือหัตถการอื่น ระยะเวลายังขึ้นกับตำแหน่งของต่อม จำนวนต่อมที่พบ วิธีทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง และการตรวจระหว่างผ่าตัด
คุณอาจต้องใช้เวลาที่โรงพยาบาลนานกว่าช่วงผ่าตัดจริง เนื่องจากมีขั้นตอนฉีดสารติดตาม การถ่ายภาพ การเตรียมยาสลบ และการสังเกตอาการในห้องพักฟื้น ควรถามโรงพยาบาลว่าต้องมาถึงเมื่อใด และคาดว่าจะกลับได้ช่วงใด แทนการประเมินจากเวลาผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
การระงับความรู้สึกที่ใช้บ่อยคือยาสลบ โดยเฉพาะเมื่อทำพร้อมการผ่าตัดมะเร็ง (Cleveland Clinic) หลังตื่นอาจง่วง มึน คลื่นไส้ เจ็บคอจากอุปกรณ์ช่วยหายใจ หรือจำเหตุการณ์บางช่วงไม่ได้ชั่วคราว
หากทำเฉพาะการตรวจและอาการคงที่ หลายคนสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่บางคนอาจต้องพักค้างคืน ขึ้นกับการผ่าตัดร่วม สุขภาพ อาการหลังยาสลบ และแนวทางของโรงพยาบาล หากทำพร้อมการผ่าตัดเต้านม ระยะนอนโรงพยาบาลจะกำหนดจากการผ่าตัดหลักมากกว่าการตรวจต่อมน้ำเหลือง
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวขึ้นกับว่าตรวจต่อมน้ำเหลืองอย่างเดียวหรือทำพร้อมการผ่าตัดอื่น จำนวนต่อมที่นำออก ตำแหน่งแผล ลักษณะงาน และสุขภาพโดยรวม ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคน
| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่อาจพบ | สิ่งที่ควรทำ |
| วันแรกหลังผ่าตัด | ปวดตึง ช้ำ ง่วงจากยาสลบ หรือคลื่นไส้ | พักและให้ผู้ดูแลช่วยเดินทาง ทำตามคำแนะนำเรื่องแผลและยา |
| ช่วงหลายวันแรก | แผลระบม ตึงรักแร้ ขยับแขนไม่คล่อง | เคลื่อนไหวเบาๆ ตามที่ทีมรักษาอนุญาต หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ดึงรั้งแผล |
| ช่วงหลายสัปดาห์ | อาการปวดมักค่อยๆ ลด แต่อาการชา เสียว หรือแข็งตึงอาจยังอยู่ | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย และทำท่าบริหารที่ได้รับคำแนะนำ |
| ระยะต่อมา | แผลเป็นค่อยๆ นิ่มและจางลง บางคนยังมีชาหรือไวต่อการสัมผัส | สังเกตแขนบวมและการเคลื่อนไหวของไหล่ แจ้งแพทย์หากอาการรบกวนชีวิตประจำวัน |
หลังตรวจบริเวณรักแร้ อาการที่พบได้คือเจ็บ กดแล้วระบม ชา เสียวซ่า หรือรู้สึกตึง อาการชาหรือเสียวอาจอยู่ตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ขึ้นกับเส้นประสาทขนาดเล็กบริเวณแผลและการผ่าตัดร่วม (American Cancer Society)
หากใช้สีย้อม ปัสสาวะหรืออุจจาระอาจเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหรือเขียวชั่วคราว และผิวบริเวณฉีดอาจมีสีติดอยู่ระยะหนึ่ง ทีมรักษาควรแจ้งล่วงหน้าว่าอาการใดเป็นผลที่คาดได้จากสารที่ใช้
กลับไปทำงานเมื่อใด
ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่าผู้ที่ต้องยกของ ดัน ดึง หรือยกแขนซ้ำๆ เหนือศีรษะ หากตรวจพร้อมผ่าตัดมะเร็งเต้านม การกลับไปทำงานจะขึ้นกับการผ่าตัดเต้านมเป็นหลัก
ไม่ควรใช้ความเจ็บเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะบางกิจกรรมอาจดึงแผลแม้ไม่ปวดมาก ศัลยแพทย์จะกำหนดช่วงกลับไปขับรถ ทำงาน ยกของ และออกกำลังกาย โดยดูการสมานแผล การเคลื่อนไหวแขน และชนิดงานของคุณ
การเคลื่อนไหวแขนและไหล่
การขยับแขนเบาๆ ช่วยลดความตึงและป้องกันข้อไหล่ติด แต่ต้องทำตามช่วงที่ทีมรักษาอนุญาต หากมีการผ่าตัดเต้านมหรือใส่สายระบาย คำแนะนำอาจต่างจากการตรวจต่อมน้ำเหลืองเพียงอย่างเดียว
หากไหล่ติด แขนอ่อนแรง หรือยกแขนได้ลดลงต่อเนื่อง แพทย์อาจส่งต่อกายภาพบำบัด การฝืนบริหารหนักทันทีไม่ทำให้หายเร็วขึ้นและอาจทำให้แผลระคายเคือง
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกนำต่อมออกน้อยกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ จึงมักมีผลกระทบต่อระบบน้ำเหลืองน้อยกว่า แต่ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง (American Cancer Society)
ปวด ช้ำ และเลือดออก
บริเวณแผลอาจปวด กดเจ็บ หรือมีรอยช้ำได้ หากมีเลือดออกมาก เลือดคั่งใต้แผล หรือแผลบวมตึงอย่างรวดเร็ว อาจต้องให้แพทย์ตรวจ บางรายอาจต้องระบายเลือดหรือทำหัตถการเพิ่มเติม
แผลติดเชื้อ
สัญญาณประกอบด้วยแผลแดงร้อนมากขึ้น ปวดเพิ่ม มีหนอง มีกลิ่น หรือมีไข้ การติดเชื้อเป็นความเสี่ยงที่พบได้ในการผ่าตัด แม้แผลจะมีขนาดเล็ก การรักษาขึ้นกับความรุนแรง อาจใช้การดูแลแผลหรือยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง
น้ำเหลืองหรือของเหลวคั่ง
หลังนำต่อมน้ำเหลืองออก อาจมีของเหลวสะสมใต้ผิวหนัง เรียกว่าเซโรมา ทำให้รู้สึกนุ่ม บวม หรือตึงบริเวณรักแร้ ก้อนเล็กอาจยุบเอง แต่ถ้าใหญ่ เจ็บ หรือรบกวนการขยับแขน แพทย์อาจพิจารณาดูดของเหลวออก
ชา เสียวซ่า หรือความรู้สึกเปลี่ยน
เส้นประสาทรับความรู้สึกขนาดเล็กอยู่ใกล้บริเวณผ่าตัด จึงอาจเกิดอาการชา เสียว แสบร้อน หรือไวต่อการสัมผัสบริเวณรักแร้ ต้นแขนด้านใน หรือรอบแผล อาการอาจค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางคนอาจมีความรู้สึกเปลี่ยนอยู่นาน
ข้อไหล่ตึงและแขนเคลื่อนไหวลดลง
ความเจ็บและการหลีกเลี่ยงใช้แขนอาจทำให้ไหล่ตึง หากมีการผ่าตัดอื่นร่วมด้วย ความตึงอาจมากขึ้น การบริหารที่เหมาะสมและกายภาพบำบัดช่วยฟื้นการเคลื่อนไหวและกำลังแขนได้
ภาวะแขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง
ภาวะน้ำเหลืองคั่งเกิดเมื่อการระบายของน้ำเหลืองถูกรบกวน ทำให้แขน มือ เต้านม หน้าอก หรือบริเวณใกล้เคียงบวม หนัก ตึง หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก ความเสี่ยงหลังตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกต่ำกว่าการนำต่อมน้ำเหลืองหลายต่อมออก แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้ และความเสี่ยงเพิ่มตามจำนวนต่อมที่นำออก
อาการอาจเกิดไม่นานหลังผ่าตัดหรือเกิดภายหลัง หากสังเกตว่าแขนหรือมือข้างผ่าตัดบวมขึ้น แหวนหรือนาฬิกาคับผิดปกติ หรือรู้สึกหนักตึงต่อเนื่อง ควรแจ้งทีมรักษา การประเมินและดูแลเร็วช่วยควบคุมอาการได้
ปฏิกิริยาแพ้สารติดตามหรือสีย้อม
อาจเกิดผื่น คัน บวม หายใจลำบาก หรือความดันโลหิตเปลี่ยนจากสารที่ใช้ทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง ปฏิกิริยารุนแรงพบไม่บ่อย แต่ทีมผ่าตัดต้องพร้อมรักษา ผู้ที่เคยแพ้สารหรือเคยมีอาการแพ้รุนแรงควรแจ้งก่อนผ่าตัด
หาไม่พบต่อมน้ำเหลืองด่านแรกหรือผลคลาดเคลื่อน
บางครั้งสารติดตามไม่สามารถระบุต่อมได้ชัด หรือเส้นทางน้ำเหลืองเปลี่ยนจากการรักษาก่อนหน้า ศัลยแพทย์อาจต้องเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัด นอกจากนี้ ผลลบไม่ได้ตัดโอกาสมะเร็งกระจายออกทั้งหมด แพทย์จึงต้องตีความร่วมกับผลตรวจอื่น
ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก
อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ ความดันเปลี่ยน หรือปฏิกิริยาต่อยา ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้นกับสุขภาพ อายุ และชนิดของการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัดและเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินตามความรุนแรง หากมีอาการต่อไปนี้
- หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้ามืด หมดสติ หรือใบหน้าและลำคอบวม
- เลือดออกจากแผลไม่หยุด หรือแผลบวมตึงและโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีกลิ่น
- แขนหรือมือบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนสี เย็น หรือปวดผิดปกติ
- ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ดีขึ้นตามแผนที่แพทย์ให้
- แผลแยก หรือมีของเหลวไหลออกจำนวนมาก
- หายใจหอบ เจ็บหน้าอก หรือขาบวมเจ็บข้างเดียว ซึ่งอาจสัมพันธ์กับลิ่มเลือด
- ผื่นลาม คันทั้งตัว หายใจมีเสียงหวีด หรืออาการแพ้หลังกลับบ้าน
- แขนอ่อนแรงใหม่ ยกไม่ได้ หรือมีอาการทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นทันที
อาการปวดเล็กน้อย รอยช้ำ ชา หรือตึงอาจพบได้หลังผ่าตัด แต่หากอาการรุนแรงขึ้นแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น ควรติดต่อทีมรักษา ไม่ต้องรอถึงวันนัด
ทางเลือกอื่น
ไม่มีทางเลือกเดียวที่ใช้แทนการตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกได้ทุกกรณี วิธีที่เหมาะขึ้นกับชนิดมะเร็ง ระยะโรค ผลภาพถ่าย และผลที่ต้องการจากการตรวจ
การตรวจร่างกายและภาพถ่าย
อัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือภาพถ่ายชนิดอื่นช่วยดูรูปร่างและขนาดของต่อมน้ำเหลืองได้ แต่ไม่สามารถยืนยันระดับเซลล์ได้เสมอ หากต่อมน้ำเหลืองดูผิดปกติ แพทย์อาจใช้เข็มเจาะเก็บเซลล์หรือชิ้นเนื้อก่อนผ่าตัด
หากผลเจาะยืนยันว่ามีมะเร็งแล้ว การตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกอาจไม่ให้ข้อมูลเพิ่มในบางคน แต่แผนต่อจากนั้นแตกต่างกันตามโรคและการรักษาที่ได้รับ
การเฝ้าติดตามโดยไม่ผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง
ผู้ป่วยบางกลุ่มอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง หากโอกาสที่ผลจะเปลี่ยนการรักษาต่ำ หรือความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงกว่า Nutzen ที่คาดหวัง การเลือกเฝ้าติดตามไม่ได้หมายถึงละเลยโรค แต่เป็นการหลีกเลี่ยงหัตถการที่อาจไม่เพิ่มประโยชน์
การเลาะต่อมน้ำเหลือง
การเลาะต่อมน้ำเหลืองคือการนำต่อมน้ำเหลืองหลายต่อมออกจากบริเวณหนึ่ง ใช้เมื่อจำเป็นต้องทราบหรือควบคุมโรคในต่อมน้ำเหลืองมากกว่าที่การตรวจด่านแรกทำได้ แต่เป็นการผ่าตัดกว้างกว่า และมีความเสี่ยงต่อชา ข้อไหล่ตึง ของเหลวคั่ง และภาวะน้ำเหลืองคั่งมากกว่า (American Cancer Society)
การฉายรังสีและการรักษาด้วยยา
ในบางสถานการณ์ การฉายรังสีบริเวณต่อมน้ำเหลืองหรือการรักษาด้วยยาอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนแทนหรือร่วมกับการผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง การตัดสินใจขึ้นกับผลพยาธิวิทยา ลักษณะทางชีววิทยาของมะเร็ง การผ่าตัดก้อน และสุขภาพของผู้ป่วย
คำถามสำคัญที่ควรถามศัลยแพทย์คือ “หากไม่ตรวจ ผลที่ขาดไปจะเปลี่ยนการรักษาของฉันหรือไม่” และ “หากพบมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง จะต้องทำอะไรต่อ” คำตอบจะช่วยให้ชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงได้ตรงกับสถานการณ์จริง
สิทธิการรักษา
การใช้สิทธิขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรให้โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิก่อนกำหนดวันผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อการฉีดสารติดตามและการผ่าตัดทำคนละหน่วยบริการ
สิทธิประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มจากโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ หากโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพทำหัตถการ อาจต้องมีใบส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม
ควรถามว่าใบส่งต่อครอบคลุมการประเมินก่อนผ่าตัด การทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง การผ่าตัด การตรวจพยาธิวิทยา และการติดตามผลหรือไม่ รวมถึงต้องกลับไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลใด
สิทธิบัตรทอง
โดยทั่วไปต้องเข้ารับบริการผ่านหน่วยบริการประจำหรือระบบส่งต่อตามพื้นที่ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินตามเกณฑ์ การผ่าตัดมะเร็งและการตรวจต่อมน้ำเหลืองต้องมีข้อบ่งชี้จากแพทย์และดำเนินการในหน่วยบริการที่รองรับ
ก่อนนัดผ่าตัด ให้ตรวจสอบว่าเอกสารส่งต่อยังใช้ได้หรือไม่ ต้องนำผลชิ้นเนื้อและภาพถ่ายฉบับใดไป และการตรวจพยาธิวิทยาจะทำที่โรงพยาบาลเดียวกันหรือส่งไปที่อื่น
สวัสดิการข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงานอื่น
เงื่อนไขการใช้สิทธิอาจขึ้นกับสถานพยาบาลต้นสังกัด ระบบเบิกจ่าย และการส่งต่อ ควรให้ฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลตรวจสอบรายการที่ต้องอนุมัติล่วงหน้า โดยไม่ควรอาศัยข้อมูลของผู้ป่วยรายอื่น เพราะข้อบ่งชี้และสิทธิอาจไม่เหมือนกัน
ประกันสุขภาพเอกชน
ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ ระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงิน และเงื่อนไขการอนุมัติ บริษัทประกันอาจขอผลชิ้นเนื้อ แผนการรักษา หรือหนังสือรับรองจากแพทย์
ควรถามให้ชัดว่าครอบคลุมการฉีดสารติดตาม เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ค่าวิสัญญี การผ่าตัดร่วม การตรวจพยาธิวิทยา และการรักษาภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ หากต้องขออนุมัติก่อน ให้ดำเนินการก่อนวันผ่าตัดเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บเมื่อยาระงับความรู้สึกออกฤทธิ์ แต่การฉีดสารติดตามอาจแสบหรือเจ็บชั่วคราว และหลังผ่าตัดอาจปวดตึงหรือระบมบริเวณแผล ระดับความเจ็บขึ้นกับตำแหน่ง จำนวนต่อม และการผ่าตัดที่ทำร่วมกัน
ตรวจแล้วแปลว่าเป็นมะเร็งระยะลุกลามหรือไม่
ไม่เสมอไป การตรวจมีไว้เพื่อดูว่ามะเร็งไปถึงต่อมน้ำเหลืองหรือยังและช่วยกำหนดระยะโรค ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ได้รับการตรวจทุกคนมีมะเร็งกระจาย (Cleveland Clinic)
ถ้าผลไม่พบเซลล์มะเร็ง ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองเพิ่มไหม
โดยทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องนำต่อมน้ำเหลืองเพิ่ม หากผลด่านแรกไม่พบมะเร็งและข้อมูลอื่นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม แพทย์ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของการระบุต่อม ชนิดมะเร็ง และผลตรวจทั้งหมดก่อนสรุป
ถ้าผลพบเซลล์มะเร็ง ต้องผ่าตัดเพิ่มทุกคนไหม
ไม่ทุกคน ผลบวกจะถูกพิจารณาร่วมกับปริมาณเซลล์มะเร็ง จำนวนต่อมที่พบ ชนิดการผ่าตัดเต้านม แผนฉายรังสี และการรักษาด้วยยา บางคนอาจต้องผ่าตัดเพิ่ม ขณะที่บางคนอาจใช้วิธีอื่น
ผลตรวจออกเมื่อไร
เวลารอผลต่างกันตามวิธีตรวจและระบบห้องปฏิบัติการ บางแห่งมีผลเบื้องต้นระหว่างผ่าตัด แต่ผลฉบับสมบูรณ์มักต้องตรวจรายละเอียดเพิ่มเติม โรงพยาบาลจะนัดแจ้งผลและอธิบายว่าผลนั้นเปลี่ยนแผนรักษาหรือไม่
ต้องนอนโรงพยาบาลไหม
หากทำเฉพาะการตรวจและอาการหลังยาสลบคงที่ อาจกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่บางคนต้องพักค้างคืน หากทำพร้อมผ่าตัดเต้านมหรือผ่าตัดอื่น ระยะพักโรงพยาบาลจะขึ้นกับการผ่าตัดหลักและสุขภาพของคุณ
ต้องมีคนพากลับบ้านหรือไม่
ควรมีผู้ใหญ่พากลับเมื่อใช้ยาสลบ เพราะหลังตื่นอาจยังง่วง มึน หรือมีการตอบสนองช้าลง ไม่ควรขับรถเองจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาตและคุณสามารถควบคุมรถได้โดยไม่เจ็บหรือจำกัดการเคลื่อนไหว
หลังผ่าตัดแขนจะบวมหรือไม่
แขนบวมจากน้ำเหลืองคั่งเกิดได้ แต่ความเสี่ยงโดยทั่วไปต่ำกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองหลายต่อม หากมือหรือแขนโตขึ้น รู้สึกหนักตึง หรือเครื่องประดับคับผิดปกติ ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินเร็ว
ทำไมปัสสาวะหรือผิวหนังเปลี่ยนสีหลังตรวจ
หากใช้สีย้อม สีอาจถูกขับออกทางปัสสาวะหรืออุจจาระ ทำให้เห็นสีฟ้าหรือเขียวชั่วคราว และผิวบริเวณฉีดอาจติดสีได้นานกว่า หากมีผื่น หายใจลำบาก หรือบวมร่วมด้วย ต้องรีบขอความช่วยเหลือเพราะอาจเป็นอาการแพ้
ต้องงดใช้แขนข้างที่ผ่าตัดหรือไม่
ไม่ควรงดขยับแขนทั้งหมด เว้นแต่ทีมรักษาสั่งเป็นกรณีเฉพาะ การเคลื่อนไหวเบาๆ ตามคำแนะนำช่วยลดความตึงและข้อไหล่ติด แต่ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือกิจกรรมที่ดึงแผลจนกว่าศัลยแพทย์จะอนุญาต
สามารถตรวจด้วยอัลตราซาวนด์แทนการผ่าตัดได้ไหม
อัลตราซาวนด์ช่วยค้นหาต่อมน้ำเหลืองที่ดูผิดปกติและนำทางการเจาะชิ้นเนื้อได้ แต่ไม่สามารถแทนการตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกได้ทุกกรณี เพราะต่อมที่ดูปกติในภาพอาจยังต้องตรวจระดับเซลล์ การเลือกวิธีขึ้นกับคำถามทางการแพทย์ที่ต้องการตอบ
สารติดตามรังสีอันตรายไหม
สารที่ใช้เป็นสารติดตามปริมาณต่ำเพื่อช่วยหาต่อมน้ำเหลือง แหล่งอ้างอิงระบุว่าการได้รับรังสีจากการตรวจนี้อยู่ในระดับต่ำสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ต้องแจ้งแพทย์ก่อน ทีมรักษาจะพิจารณาความจำเป็นและชนิดสารเป็นรายบุคคล
ตรวจพร้อมผ่าตัดมะเร็งเต้านมได้ไหม
ได้ และมักทำพร้อมการผ่าตัดเอาก้อนหรือเต้านมออก เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัดแยกอีกครั้ง แต่บางสถานการณ์อาจทำคนละเวลา ขึ้นกับการรักษาก่อนผ่าตัดและแผนของทีมมะเร็ง
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง
ควรถามว่าผลตรวจจะเปลี่ยนการรักษาของคุณอย่างไร จะใช้สารชนิดใด ตรวจต่อมระหว่างผ่าตัดหรือไม่ และหากพบมะเร็งจะทำหัตถการเพิ่มทันทีหรือรอผลฉบับสมบูรณ์ นอกจากนี้ควรถามเรื่องการระงับความรู้สึก การพักฟื้น การกลับไปทำงาน และผู้ติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Sentinel Node Biopsy (SLNB): Procedure and Recovery — เกี่ยวกับ Sentinel lymph node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- American Cancer Society: Lymph Node Removal: Recovery and Side Effects - Breast Cancer.org — เกี่ยวกับ Sentinel lymph node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Sentinel Lymph Node Biopsy: MedlinePlus Medical Test — เกี่ยวกับ Sentinel lymph node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Sentinel node biopsy — เกี่ยวกับ Sentinel lymph-node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


