ผ่าตัดต้อเนื้อ
ผ่าตัดต้อเนื้อ (Pterygium removal) คือการลอกเนื้อเยื่อรูปสามเหลี่ยมที่งอกจากเยื่อบุตาขาวเข้าหากระจกตา โดยมักปิดบริเวณแผลด้วยเยื่อบุตาของผู้ป่วยเอง การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อต้อเนื้อโตขึ้น กระทบการมองเห็น ระคายเคืองมาก หรือรบกวนการใช้ชีวิต แต่ต้อเนื้อขนาดเล็กที่อาการไม่มากอาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
ประเด็นสำคัญ
- ต้อเนื้อไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถค่อยๆ ลามบนกระจกตา ทำให้สายตาเอียง ตามัว หรือบดบังแนวการมองเห็นได้ จักษุแพทย์จะดูขนาด ตำแหน่ง การโต และผลต่อสายตาก่อนแนะนำการรักษา
- การลอกต้อเนื้อร่วมกับนำเยื่อบุตาของผู้ป่วยมาปิดแผลเป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไป เพราะช่วยให้พื้นผิวตาสมานและลดโอกาสกลับเป็นซ้ำเมื่อเทียบกับการปล่อยบริเวณแผลไว้เปล่า อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใดรับประกันว่าจะไม่กลับเป็นอีก
- หลังผ่าตัดอาจมีอาการแสบ เคือง น้ำตาไหล ตาแดง หรือมองไม่ชัดชั่วคราวได้ แต่ถ้าปวดตามากขึ้น การมองเห็นลดลงอย่างชัดเจน มีหนอง หรือบวมแดงรุนแรง ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที
ผ่าตัดต้อเนื้อ คืออะไร
ต้อเนื้อคือเยื่อบุตาที่หนาตัวและมีหลอดเลือดแทรก ลักษณะคล้ายปีกหรือสามเหลี่ยม มักเริ่มจากหัวตาด้านใกล้จมูกแล้วค่อยๆ งอกข้ามขอบกระจกตา บางคนอาจเกิดจากหางตาหรือมีมากกว่าหนึ่งตำแหน่งได้ ต้อเนื้อสัมพันธ์กับการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานาน รวมถึงลม ฝุ่น และสภาพอากาศที่ร้อนหรือแห้งซึ่งระคายเคืองผิวตา (Cleveland Clinic)
ต้อเนื้อไม่ใช่เนื้อร้ายและไม่แพร่กระจายแบบมะเร็ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยไว้ได้ทุกกรณี เมื่อเนื้อเยื่อรุกเข้ากระจกตามากขึ้น อาจดึงรั้งผิวกระจกตาจนเกิดสายตาเอียง ทำให้ภาพไม่ชัด หรือโตเข้าใกล้รูม่านตาจนบดบังการมองเห็นได้
การผ่าตัดลอกต้อเนื้อมีเป้าหมายเพื่อเอาเนื้อเยื่อผิดปกติออกจากกระจกตาและตาขาว จากนั้นจักษุแพทย์จะจัดการบริเวณที่ลอกออก วิธีที่ใช้บ่อยคือการนำเยื่อบุตาบางส่วนจากบริเวณอื่นของตาข้างเดียวกันมาปิดแผล เรียกว่า “เยื่อบุตาปลูกถ่ายจากตัวผู้ป่วย” แผ่นเยื่อบุตาอาจยึดด้วยไหม วัสดุยึดเนื้อเยื่อ หรือวิธีอื่นตามลักษณะตาและแนวทางของโรงพยาบาล
ในบางกรณีอาจใช้เยื่อหุ้มรกที่ผ่านการเตรียมสำหรับใช้ทางการแพทย์มาปิดบริเวณแผล เช่น เมื่อเยื่อบุตาของผู้ป่วยไม่เหมาะสำหรับนำมาปลูกถ่ายหรือจำเป็นต้องเก็บเยื่อบุตาไว้ใช้รักษาโรคตาอื่น วิธีผ่าตัดจึงไม่เหมือนกันทุกคน
การผ่าตัดเอาต้อเนื้อออกไม่ได้กำจัดปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคทั้งหมด ต้อเนื้อจึงกลับขึ้นมาใหม่ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เคยเป็นซ้ำ มีเนื้อเยื่อหนาและอักเสบมาก หรือยังสัมผัสแดด ลม และฝุ่นเป็นประจำ งานวิจัยย้อนหลังในผู้ป่วยจากศูนย์รักษาแห่งหนึ่งพบทั้งภาวะแทรกซ้อนระยะแรกและการกลับเป็นซ้ำ แม้ใช้เทคนิคปลูกถ่ายเยื่อบุตา แต่ผลดังกล่าวไม่ควรใช้ทำนายความเสี่ยงของผู้ป่วยไทยเป็นรายบุคคล เพราะเทคนิค ผู้ป่วย และการติดตามผลแตกต่างกัน
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ไม่ใช่ทุกคนที่มีต้อเนื้อต้องผ่าตัด การตัดสินใจควรดูผลกระทบต่อการมองเห็นและชีวิตประจำวัน มากกว่าดูเพียงว่ามีเนื้อเยื่ออยู่บนตา
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
จักษุแพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อพบข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ต้อเนื้อกำลังโตเข้าหากึ่งกลางกระจกตาหรือเข้าใกล้แนวรูม่านตา
- การดึงรั้งกระจกตาทำให้เกิดสายตาเอียงหรือการมองเห็นเปลี่ยนไป
- มีอาการแดง แสบ เคือง หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเรื้อรัง แม้รักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้ว
- ใส่คอนแทคเลนส์ได้ลำบากหรือรู้สึกไม่สบายตาจากตำแหน่งของต้อเนื้อ
- ต้อเนื้อจำกัดการเคลื่อนไหวของลูกตาหรือทำให้มองเห็นภาพซ้อน ซึ่งพบได้น้อยกว่า
- จักษุแพทย์ต้องตรวจหรือรักษาบริเวณกระจกตาที่ต้อเนื้อบดบัง
- ลักษณะของก้อนผิดไปจากต้อเนื้อทั่วไป จนควรนำออกและส่งตรวจเนื้อเยื่อ
- รูปลักษณ์ของต้อเนื้อรบกวนคุณมาก หลังจากเข้าใจแล้วว่าการผ่าตัดมีแผล มีช่วงพักฟื้น และมีโอกาสกลับเป็นซ้ำ
แหล่งอ้างอิงระบุว่าต้อเนื้อที่ระคายเคืองมาก โตเร็ว หรือเริ่มกระทบการมองเห็นเป็นเหตุผลสำคัญที่อาจนำไปสู่การผ่าตัด (Cleveland Clinic) อย่างไรก็ตาม จักษุแพทย์ต้องตรวจตาด้วยกล้องตรวจตา วัดการมองเห็น และประเมินกระจกตาก่อนตัดสินใจ
ผู้ที่อาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
หากต้อเนื้อมีขนาดเล็ก คงที่ ไม่กระทบสายตา และแทบไม่มีอาการ มักติดตามอาการได้ก่อน การใช้น้ำตาเทียมหรือการลดสิ่งระคายเคืองอาจเพียงพอ การผ่าตัดในช่วงที่ยังไม่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนทำให้คุณต้องรับความเสี่ยงจากแผลผ่าตัดโดยอาจไม่ได้ประโยชน์ด้านการมองเห็นเพิ่มขึ้นมากนัก
กรณีที่อาจต้องเลื่อนหรือวางแผนเป็นพิเศษ
การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนหรือปรับแผนหากมี
- การติดเชื้อที่ตาหรือเปลือกตาที่ยังควบคุมไม่ได้
- ตาแห้งหรือผิวตาอักเสบรุนแรง ซึ่งควรรักษาให้สงบก่อน
- โรคของกระจกตาหรือเยื่อบุตาชนิดอื่นที่ทำให้แผลหายยาก
- โรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี หรือมีความเสี่ยงต่อการผ่าตัดและยาระงับความรู้สึก
- ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและยังไม่ได้รับแผนปรับยาจากแพทย์
- ไม่สามารถมาตรวจติดตามหรือใช้ยาหยอดตาหลังผ่าตัดตามแผนได้
คำว่า “ยังไม่เหมาะ” ไม่ได้แปลว่าจะผ่าตัดไม่ได้เสมอไป บางคนเพียงต้องรักษาผิวตา ควบคุมโรคประจำตัว หรือจัดผู้ช่วยดูแลหลังผ่าตัดก่อน จักษุแพทย์และแพทย์ผู้ดูแลโรคประจำตัวจะเป็นผู้ประเมินร่วมกัน
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนผ่าตัด จักษุแพทย์จะตรวจเพื่อยืนยันว่าเนื้อเยื่อเป็นต้อเนื้อ ประเมินว่าลามบนกระจกตามากเพียงใด และดูว่ามีโรคตาอื่นที่อธิบายอาการตามัวหรือไม่ การตรวจอาจประกอบด้วยการวัดระดับการมองเห็น ตรวจด้วยกล้องขยายสำหรับดวงตา และประเมินค่าสายตาหรือรูปร่างกระจกตาเมื่อจำเป็น (Cleveland Clinic)
แจ้งแพทย์ให้ครบหากคุณมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ภาวะเลือดออกง่าย ภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือเคยมีปัญหาจากการผ่าตัดและยาชา ควรแจ้งด้วยว่าเคยผ่าตัดตา เป็นต้อหิน มีตาแห้งรุนแรง หรือเคยผ่าตัดต้อเนื้อข้างเดิมหรือไม่ เพราะต้อเนื้อที่กลับเป็นซ้ำอาจวางแผนยากกว่าครั้งแรก
ยาที่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
นำรายชื่อยา ยาหยอดตา วิตามิน สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดไปให้ทีมรักษาดู โดยเฉพาะ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยากดภูมิคุ้มกัน
- ยาหยอดตาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจมีผลต่อเลือดออกหรือยาระงับความรู้สึก
อย่าหยุดยาเอง แพทย์ผู้ผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์จะบอกว่ายาใดควรใช้ต่อ ปรับ หรือหยุด และจะกำหนดเวลาให้เหมาะกับความเสี่ยงของคุณ การหยุดยาป้องกันลิ่มเลือดโดยไม่มีคำแนะนำอาจเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน ขณะที่การใช้ต่อในบางคนอาจเพิ่มเลือดออก จึงต้องตัดสินใจเป็นรายบุคคล
ต้องงดน้ำและอาหารหรือไม่
คำตอบขึ้นกับชนิดของยาชา ยาคลายกังวล และแนวทางของสถานพยาบาล หากใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ข้อกำหนดอาจต่างจากกรณีที่ให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดหรือดมยาสลบ ให้ทำตามเวลางดน้ำและอาหารที่โรงพยาบาลแจ้งโดยตรง หากไม่แน่ใจควรถามก่อนวันผ่าตัด ไม่ควรคาดเดาเอง
สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา และเอกสารส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือเอกสารทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลขอ
- แว่นสายตาและกล่องเก็บ ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์มา
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่ต้องดึงผ่านศีรษะแรงๆ
- ผู้ดูแลพากลับบ้าน เพราะตาข้างที่ผ่าตัดอาจถูกปิดหรือมองไม่ชัด และยาบางชนิดทำให้ง่วง
ในวันผ่าตัดควรงดแต่งหน้ารอบดวงตา ไม่ติดขนตาปลอม และหลีกเลี่ยงครีมหรือน้ำหอมบริเวณใกล้ตา หากมีไข้ ไอมาก ตาอักเสบ มีขี้ตาผิดปกติ หรือสุขภาพเปลี่ยนไป ให้แจ้งทีมรักษาก่อนเดินทาง
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดแตกต่างตามขนาดและตำแหน่งของต้อเนื้อ รวมถึงว่าเป็นการผ่าตัดครั้งแรกหรือเป็นซ้ำ โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ตรวจยืนยันข้างที่จะผ่าตัด
ทีมรักษาจะทบทวนประวัติ ยา การแพ้ยา และข้างของดวงตา คุณควรถามทันทีหากข้อมูลใดไม่ตรงกับที่เข้าใจ
- เตรียมและทำความสะอาดรอบดวงตา
เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวรอบตา ปูผ้าสะอาด และใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดเปลือกตา เพื่อให้บริเวณผ่าตัดนิ่งและสะอาด
- ให้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึก
การผ่าตัดส่วนใหญ่อาจทำโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ บางคนอาจได้รับยาช่วยผ่อนคลาย ส่วนเด็ก ผู้ที่ร่วมมือได้ยาก หรือผู้ที่มีความจำเป็นเฉพาะอาจใช้วิธีระงับความรู้สึกแบบอื่น คุณอาจรู้สึกว่ามีการแตะหรือกดบริเวณตา แต่ไม่ควรมีอาการเจ็บแหลมรุนแรง หากเจ็บให้บอกทีมผ่าตัดได้
- ลอกส่วนของต้อเนื้อออกจากกระจกตา
จักษุแพทย์จะแยกเนื้อเยื่อที่เกาะบนกระจกตาและตัดส่วนที่หนาตัวบนเยื่อบุตาออก โดยพยายามทำให้พื้นผิวกระจกตาเรียบและเก็บเนื้อเยื่อปกติไว้เท่าที่เหมาะสม
- ปิดบริเวณแผล
วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือย้ายเยื่อบุตาบางส่วนจากบริเวณใต้เปลือกตาบนมาปิดตำแหน่งที่ลอกต้อเนื้อออก แผ่นเยื่ออาจยึดด้วยไหมหรือวัสดุยึดเนื้อเยื่อ เทคนิคปลูกถ่ายเยื่อบุตามีการใช้แพร่หลายในการผ่าตัดต้อเนื้อ และมีเป้าหมายลดการกลับเป็นซ้ำ (PubMed Central)
- ใช้วิธีเสริมเมื่อมีข้อบ่งชี้
ผู้ป่วยบางรายอาจใช้เยื่อหุ้มรกสำหรับปิดแผล หรือใช้ยาประกอบการผ่าตัดเพื่อลดการเพิ่มจำนวนของเนื้อเยื่อ วิธีเสริมเหล่านี้มีประโยชน์และความเสี่ยงต่างกัน จักษุแพทย์ควรอธิบายเหตุผลก่อนใช้ โดยเฉพาะในต้อเนื้อที่เคยกลับเป็นซ้ำ ยาต้านการเพิ่มจำนวนของเนื้อเยื่อ เช่น mitomycin C ใช้เฉพาะเมื่อจักษุแพทย์เห็นว่ามีข้อบ่งชี้ เพราะอาจทำให้แผลหายช้า ตาขาวหรือกระจกตาบาง เนื้อตายหรือละลาย และในรายรุนแรงอาจทะลุหรือติดเชื้อภายในลูกตาได้ ผู้ป่วยควรได้รับคำอธิบายก่อนใช้และติดตามแผลตามนัด
- ปิดตาหรือใส่อุปกรณ์ป้องกัน
เมื่อเสร็จแล้วอาจปิดตาด้วยผ้าปิดตา ใส่ที่ครอบตา หรือใช้ทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับวิธีผ่าตัดและแนวทางของโรงพยาบาล
บางกรณีแพทย์อาจส่งเนื้อเยื่อให้พยาธิแพทย์ตรวจ โดยเฉพาะเมื่อรูปร่าง สี การโต หรือหลอดเลือดไม่เหมือนต้อเนื้อทั่วไป การส่งตรวจไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นการยืนยันชนิดของเนื้อเยื่อเมื่อมีเหตุให้สงสัย
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดต้อเนื้อมักเป็นการผ่าตัดขนาดเล็กและกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่เวลาจริงขึ้นกับขนาดของต้อเนื้อ จำนวนตำแหน่งที่ต้องลอก การผ่าตัดครั้งแรกหรือผ่าตัดซ้ำ เทคนิคปิดแผล และชนิดของยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจะให้เวลานัดที่รวมการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการสังเกตอาการหลังผ่าตัด ซึ่งนานกว่าเวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดจริง
ยาชาเฉพาะที่มักเพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ที่สามารถนอนนิ่งและทำตามคำแนะนำได้ หากกังวลมาก ควรบอกแพทย์ล่วงหน้า ไม่ควรพยายามอดทนโดยไม่แจ้ง เพราะทีมรักษาสามารถอธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือพิจารณาวิธีช่วยลดความกังวลที่เหมาะสมได้
การนอนโรงพยาบาลอาจจำเป็นในบางกรณี เช่น มีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง ใช้วิธีระงับความรู้สึกที่ต้องสังเกตอาการนานขึ้น หรือไม่มีผู้ดูแลหลังผ่าตัด แนวทางของแต่ละโรงพยาบาลในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน จึงควรถามตั้งแต่วันนัดหมายว่ากลับบ้านวันเดียวกันได้หรือไม่และต้องมีผู้ติดตามหรือไม่
พักฟื้นนานแค่ไหน
อาการแสบ เคือง น้ำตาไหล รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายในตา ตาแดง และมองมัวในช่วงแรกพบได้ โดยเฉพาะหากมีไหม อาการควรค่อยๆ ดีขึ้น ไม่ใช่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตาขาวอาจยังแดงอยู่แม้ความเจ็บลดลงแล้ว เพราะหลอดเลือดและเนื้อเยื่อผิวตาต้องใช้เวลาฟื้นตัว
ระยะพักฟื้นขึ้นกับขนาดแผล เทคนิคยึดเยื่อบุตา การใช้ไหม ภาวะตาแห้ง งานที่ทำ และว่าผ่าตัดครั้งแรกหรือผ่าตัดซ้ำ ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่มักพบ | สิ่งที่ควรทำ |
| วันผ่าตัดและช่วงแรก | เคืองตา น้ำตาไหล มองมัว ตาอาจถูกปิด | พักสายตา ใช้ที่ครอบตาตามคำแนะนำ และให้ผู้อื่นพากลับ |
| หลายวันแรก | ตาแดง แสบ หรือระคายจากแผลและไหม | ใช้ยาหยอดตามแผน ไม่ขยี้ตา และหลีกเลี่ยงฝุ่นควัน |
| ช่วงสัปดาห์แรกๆ | อาการค่อยๆ ลดลง แต่ตาอาจยังแดงและไวต่อแสง | สวมแว่นกันแดดเมื่อออกนอกอาคาร และมาตรวจตามนัด |
| ระยะต่อมา | ผิวตาและเยื่อบุตาค่อยๆ เข้าที่ การมองเห็นอาจนิ่งขึ้น | ให้แพทย์ประเมินแผล ค่าสายตา และสัญญาณการกลับเป็นซ้ำ |
ผู้ที่ทำงานหน้าจอหรืองานเบาอาจกลับไปทำงานได้เร็วกว่าผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง สัมผัสฝุ่น ลม ควัน สารเคมี หรือต้องออกแรงมาก หากงานมีสิ่งเหล่านี้ แพทย์อาจให้พักนานขึ้นหรือกำหนดอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติม
ระหว่างพักฟื้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของทีมผ่าตัด ซึ่งโดยทั่วไปมักรวมถึง
- ไม่ขยี้ กด หรือถูดวงตา
- ระวังไม่ให้น้ำสกปรก สบู่ หรือแชมพูเข้าตา
- งดว่ายน้ำและกิจกรรมที่เพิ่มโอกาสให้น้ำไม่สะอาดเข้าตาจนกว่าแพทย์อนุญาต
- หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน ลมแรง และแสงแดดจัด
- ไม่แต่งตาหรือใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าแผลจะพร้อม
- ใช้ยาหยอดตาตามฉลากและคำสั่งของจักษุแพทย์ ไม่หยุดหรือเพิ่มยาเอง
- มาตรวจตามนัด แม้อาการดีขึ้นแล้ว
หากมีไหม แพทย์จะประเมินว่าปล่อยให้ละลายเองหรือต้องนำออก การนำไหมออกและเวลาที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดไหมและสภาพแผล ไม่ควรดึงหรือตัดไหมเอง
การป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตยังมีความสำคัญหลังแผลหาย ควรเลือกแว่นกันแดดที่ป้องกันรังสีและมีรูปทรงช่วยบังด้านข้าง ร่วมกับหมวกปีกกว้างเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง แหล่งอ้างอิงแนะนำการลดแสงแดด ลม และสิ่งระคายเคืองเพื่อชะลอการโตของต้อเนื้อและลดการสัมผัสปัจจัยกระตุ้นต่อเนื่อง (Cleveland Clinic)
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดต้อเนื้อมีทั้งอาการหลังผ่าตัดที่พบได้และภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษา การรู้ล่วงหน้าช่วยให้คุณแยกได้ว่าอะไรควรเฝ้าดูและอะไรต้องติดต่อแพทย์
อาการที่พบได้ในช่วงแรก
- ตาแดงหรือมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา
- เยื่อบุตาที่ปลูกถ่ายบวม
- แสบ เคือง น้ำตาไหล หรือไวต่อแสง
- มองไม่ชัดชั่วคราวจากน้ำตา แผล หรือยาหยอดตา
- ระคายเคืองจากไหม
- เปลือกตาบวมเล็กน้อย
งานวิจัยย้อนหลังจากศูนย์รักษาแห่งหนึ่งรายงานว่าเลือดออกใต้เยื่อบุตา เยื่อปลูกถ่ายบวม และขอบเยื่อปลูกถ่ายร่นเป็นเหตุการณ์หลังผ่าตัดที่พบได้ ขณะที่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงกว่าพบน้อยกว่าในกลุ่มที่ศึกษา อย่างไรก็ตาม งานนี้ทำในประเทศอื่น ใช้เทคนิคเฉพาะ และไม่สามารถใช้เป็นอัตราความเสี่ยงส่วนตัวของคุณได้ (PubMed Central)
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ต้อเนื้อกลับเป็นซ้ำ อาจมีลักษณะหนา แดง หรือโตเร็วกว่าครั้งแรก ความเสี่ยงขึ้นกับลักษณะต้อเนื้อ เทคนิคผ่าตัด อายุ การอักเสบ และการสัมผัสสิ่งกระตุ้น
- เยื่อบุตาที่ปลูกถ่ายเคลื่อน ร่น หลุด หรือสมานไม่ดี อาจต้องติดตามใกล้ชิดหรือแก้ไขเพิ่มเติม
- ก้อนเนื้ออักเสบบริเวณแผล อาจเกิดจากปฏิกิริยาต่อไหมหรือการสมานของเนื้อเยื่อ
- การติดเชื้อ พบได้แต่ต้องรักษาเร็ว เพราะการติดเชื้อที่กระจกตาหรือภายในตาอาจกระทบการมองเห็น
- แผลหายช้า ตาขาวหรือกระจกตาบาง เนื้อตายหรือละลาย เป็นภาวะที่พบไม่บ่อยแต่รุนแรง โดยอาจสัมพันธ์กับโรคผิวตา การผ่าตัดซ้ำ ยาต้านการเพิ่มจำนวนของเนื้อเยื่อ หรือวิธีเสริมบางชนิด และในรายรุนแรงอาจทำให้ตาขาวหรือกระจกตาทะลุหรือติดเชื้อภายในลูกตาได้
- แผลเป็นหรือผิวกระจกตาไม่เรียบ อาจทำให้ตามัวหรือสายตาเอียงคงอยู่
- การมองเห็นไม่ดีขึ้นตามที่คาด หากอาการมัวเกิดจากต้อกระจก โรคจอประสาทตา ต้อหิน หรือโรคกระจกตาอื่นร่วมด้วย
- มองเห็นภาพซ้อนหรือการเคลื่อนไหวตาผิดปกติ พบได้น้อย แต่อาจเกิดจากพังผืดหรือการดึงรั้ง
- แพ้ยาหรือมีผลข้างเคียงจากยา เช่น ผื่น บวม หรือการอักเสบของผิวตา
- ความดันตาเปลี่ยนแปลงจากยาหยอดบางชนิด จึงต้องใช้ยาตามระยะที่แพทย์กำหนดและมาตรวจติดตาม
หากเคยผ่าตัดต้อเนื้อแล้วกลับเป็นซ้ำ ควรถามจักษุแพทย์ว่าครั้งนี้จะใช้วิธีใด เหตุใดจึงเลือกวิธีนั้น และต้องติดตามนานเพียงใด งานวิจัยพบว่าภาวะแทรกซ้อนบางชนิดเกิดมากกว่าในกลุ่มต้อเนื้อกลับเป็นซ้ำเมื่อเทียบกับต้อเนื้อที่ผ่าตัดครั้งแรก
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ไม่ควรรอดูเอง |
| ปวดตามาก หรือปวดเพิ่มขึ้นแม้พักและใช้ยาตามแผน | อาจมีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือปัญหาอื่นที่ต้องตรวจ |
| การมองเห็นลดลงทันทีหรือแย่ลงชัดเจน | ต้องตรวจหาสาเหตุที่กระทบกระจกตาหรือส่วนอื่นของตา |
| ตาแดง บวม หรือร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ | อาจเป็นการติดเชื้อหรืออักเสบรุนแรง |
| มีขี้ตาเป็นหนองหรือสารคัดหลั่งผิดปกติ | อาจบ่งถึงการติดเชื้อ |
| ไวต่อแสงมากร่วมกับปวดตาหรือตามัว | ต้องแยกภาวะอักเสบภายในตาหรือกระจกตา |
| เยื่อที่ปิดแผลดูเลื่อน พับ หลุด หรือมีสิ่งนูนผิดปกติ | เยื่อปลูกถ่ายอาจเคลื่อนและต้องประเมิน |
| ถูกกระแทกหรือขยี้ตาแรง | แผลอาจเปิดหรือผิวตาเสียหาย |
| สารเคมีเข้าตา | ให้ล้างตาทันทีด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปริมาณมากอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 20–30 นาที ถอดคอนแทคเลนส์หากถอดได้ง่าย ห้ามขยี้ตาหรือพยายามทำให้สารเป็นกลาง แล้วไปห้องฉุกเฉินทันที โดยล้างต่อระหว่างเดินทางหากทำได้ |
| คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะมากร่วมกับปวดตา | อาจสัมพันธ์กับความดันตาหรือภาวะอื่นที่ต้องตรวจเร่งด่วน |
| หายใจลำบาก หน้าหรือริมฝีปากบวม มีผื่นทั่วตัว | อาจเป็นอาการแพ้รุนแรง ต้องรับการช่วยเหลือฉุกเฉิน |
อย่ารอถึงวันนัดหากการมองเห็นลดลงหรือปวดมาก และอย่านำยาหยอดตาของผู้อื่นมาใช้ เพราะยาบางชนิดอาจกดอาการชั่วคราวแต่ทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้นได้
ทางเลือกอื่น
ต้อเนื้อขนาดเล็กที่ไม่โตและไม่กระทบสายตาไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป ทางเลือกขึ้นกับอาการและผลตรวจ
เฝ้าติดตาม
หากไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย จักษุแพทย์อาจนัดตรวจเป็นระยะเพื่อดูว่าต้อเนื้อโตขึ้นหรือเปลี่ยนค่าสายตาหรือไม่ การถ่ายภาพไว้เปรียบเทียบอาจช่วยติดตามการโตได้ ต้อเนื้อไม่หายไปเอง แต่หลายรายอาจคงที่และไม่ต้องผ่าตัด (Cleveland Clinic)
ลดความแห้งและการระคายเคือง
น้ำตาเทียมหรือยาหยอดที่แพทย์เลือกสามารถช่วยลดแสบ เคือง และความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม ยาหยอดช่วยอาการแต่ไม่ได้ทำให้เนื้อเยื่อที่ลามเข้ากระจกตาหายไป หากมีการอักเสบมาก แพทย์อาจใช้ยาหยอดควบคุมการอักเสบเป็นช่วงสั้นๆ พร้อมติดตามผล
ไม่ควรซื้อยาหยอดที่มีส่วนผสมลดตาแดงหรือยากดการอักเสบมาใช้ต่อเนื่องเอง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงหรือบดบังโรคอื่น
ป้องกันแสงแดด ลม และฝุ่น
แว่นกันแดดที่ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตและบังด้านข้างได้ ร่วมกับหมวกปีกกว้าง ช่วยลดการสัมผัสปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับต้อเนื้อ การใส่แว่นป้องกันเมื่อทำงานในบริเวณที่มีฝุ่น ลม หรือเศษวัสดุก็มีประโยชน์
มาตรการเหล่านี้อาจช่วยลดการระคายเคืองและชะลอการโต แต่ไม่สามารถลอกเนื้อเยื่อที่มีอยู่แล้วออกได้
วิธีผ่าตัดแบบอื่น
เมื่อจำเป็นต้องผ่าตัด วิธีปิดแผลมีหลายแบบ เช่น ปลูกถ่ายเยื่อบุตาของผู้ป่วย ใช้เยื่อหุ้มรก หรือเทคนิคเคลื่อนเยื่อบุตาจากบริเวณใกล้เคียง วิธีปล่อยตาขาวไว้โดยไม่ปิดแผลก็มีการอธิบายในทางการแพทย์ แต่การเลือกเทคนิคต้องคำนึงถึงการกลับเป็นซ้ำและภาวะแทรกซ้อน
ไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ควรถามจักษุแพทย์ว่าแนะนำวิธีใดสำหรับต้อเนื้อของคุณ จะปิดแผลด้วยอะไร มีไหมหรือไม่ และวางแผนลดโอกาสกลับเป็นซ้ำอย่างไร
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมการผ่าตัดมักขึ้นกับว่าจักษุแพทย์เห็นว่ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือไม่ เช่น ต้อเนื้อกระทบการมองเห็น โตต่อเนื่อง หรือมีอาการที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเพื่อเหตุผลด้านรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวอาจมีเงื่อนไขต่างออกไป
สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ผู้ใช้สิทธิบัตรทองควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการตามระบบส่งต่อ แพทย์จะตรวจและส่งต่อไปยังจักษุแพทย์เมื่อมีข้อบ่งชี้ ก่อนนัดควรถามว่า
- ต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
- โรงพยาบาลใดอยู่ในเครือข่ายของสิทธิ
- การตรวจ ยา และการติดตามหลังผ่าตัดรวมอยู่ในแผนรักษาหรือไม่
- หากเลือกวัสดุหรือบริการนอกเกณฑ์สิทธิ ต้องดำเนินการอย่างไร
สิทธิประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิเป็นจุดแรก การตรวจโดยจักษุแพทย์และอนุมัติการรักษาจะเป็นไปตามระบบของโรงพยาบาลและเงื่อนไขสิทธิ ควรถามว่าต้องใช้หนังสือส่งตัวหรือเอกสารใด โดยเฉพาะหากโรงพยาบาลตามสิทธิส่งต่อไปยังสถานพยาบาลอื่น
สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
การใช้สิทธิขึ้นกับสถานพยาบาล ขั้นตอนเบิกจ่าย และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ควรตรวจสอบเรื่องการส่งตัว การยืนยันสิทธิ และรายการที่ต้องอนุมัติก่อนรับบริการ
ประกันสุขภาพเอกชน
ความคุ้มครองต่างกันตามกรมธรรม์ ควรส่งข้อมูลการวินิจฉัย แผนผ่าตัด และเอกสารที่บริษัทต้องการก่อนนัดผ่าตัด คำถามสำคัญ ได้แก่
- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- คุ้มครองการผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอกหรือเฉพาะกรณีรับไว้ในโรงพยาบาล
- มีระยะรอหรือข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนหรือไม่
- ครอบคลุมค่าตรวจ พยาธิวิทยา ยา และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
- ต้องใช้รายงานจากจักษุแพทย์หรือภาพถ่ายต้อเนื้อประกอบหรือไม่
ก่อนยืนยันการผ่าตัด ให้ขอรายการว่าแผนรักษารวมการตรวจใด วิธีปิดแผลแบบใด ยาหลังผ่าตัด และการติดตามกี่ครั้ง การตรวจสอบนี้ช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างสิทธิที่คาดไว้กับบริการที่ได้รับ โดยไม่ควรเลือกเทคนิคผ่าตัดจากเรื่องสิทธิเพียงอย่างเดียวหากไม่เหมาะกับสภาพตา
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ต้อเนื้อจำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม
ไม่จำเป็น ต้อเนื้อขนาดเล็กที่ไม่โต ไม่กระทบสายตา และมีอาการน้อยมักติดตามและรักษาอาการก่อนได้ (Cleveland Clinic) การผ่าตัดเหมาะขึ้นเมื่อต้อเนื้อโตเข้าหากึ่งกลางกระจกตา ทำให้สายตาเอียง ตามัว หรือระคายเคืองต่อเนื่อง
ถ้าไม่ผ่าตัด ต้อเนื้อจะหายเองไหม
ต้อเนื้อไม่หายไปเอง แต่บางรายคงที่และไม่สร้างปัญหามาก ยาหยอดช่วยลดแห้ง แสบ และอักเสบได้ แต่ไม่ทำให้เนื้อเยื่อที่งอกบนกระจกตาหายไป
ผ่าตัดต้อเนื้อเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดไม่ควรเจ็บแหลมรุนแรง เพราะมีการใช้ยาชาหรือวิธีระงับความรู้สึกที่เหมาะสม คุณอาจรับรู้แรงแตะหรือแรงกดได้ หลังผ่าตัดมักแสบ เคือง และน้ำตาไหล โดยเฉพาะช่วงแรกหรือเมื่อมีไหม หากปวดมากขึ้นแทนที่จะดีขึ้นต้องติดต่อโรงพยาบาล
ผ่าตัดแล้วมองเห็นชัดขึ้นทันทีไหม
ไม่ควรคาดว่าจะชัดขึ้นทันที เพราะช่วงแรกตาอาจมัวจากแผล น้ำตา การบวม หรือยาหยอด หากต้อเนื้อทำให้กระจกตาเสียรูป การมองเห็นอาจค่อยๆ เปลี่ยนเมื่อผิวตาสงบ แต่หากมีต้อกระจก โรคจอประสาทตา หรือต้อหินร่วมด้วย การลอกต้อเนื้ออาจไม่แก้สาเหตุเหล่านั้น
หลังผ่าตัดต้อเนื้อ ตาแดงนานไหม
ตาแดงอาจอยู่นานกว่าอาการปวดหรือเคือง เพราะหลอดเลือดและเยื่อบุตาต้องใช้เวลาสมาน ระยะเวลาขึ้นกับขนาดแผล เทคนิคผ่าตัด และการตอบสนองของแต่ละคน หากแดงมากขึ้นร่วมกับปวด ตามัว หรือมีหนอง ไม่ควรรอดูเอง
ต้อเนื้อกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม
กลับเป็นซ้ำได้แม้ผ่าตัดอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงสัมพันธ์กับลักษณะต้อเนื้อ การอักเสบ การเป็นซ้ำมาก่อน เทคนิคผ่าตัด และการสัมผัสแสงแดด ลม หรือฝุ่นต่อเนื่อง การปลูกถ่ายเยื่อบุตาและการติดตามแผลเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดความเสี่ยง แต่ไม่ใช่การรับประกัน
หลังผ่าตัดใช้โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ได้เมื่อไร
เริ่มใช้ได้เมื่อมองแล้วไม่ปวดหรือระคายมาก แต่ควรเริ่มช่วงสั้นๆ พักสายตา และลดความสว่างให้สบาย การใช้หน้าจอไม่ได้ทำให้แผลหลุดโดยตรง แต่การจ้องนานทำให้กะพริบตาน้อยและตาแห้งขึ้น ระยะกลับไปทำงานเต็มเวลาขึ้นกับอาการและประเภทงาน
หลังผ่าตัดขับรถได้เมื่อไร
ควรรอจนมองเห็นชัดเพียงพอ ไม่มีอาการปวดหรือแพ้แสงที่รบกวน และจักษุแพทย์เห็นว่าปลอดภัย วันผ่าตัดไม่ควรขับรถกลับเอง เพราะตาอาจถูกปิด มองมัว หรือได้รับยาที่ทำให้ง่วง
อาบน้ำและสระผมได้หรือไม่
อาบน้ำได้โดยระวังไม่ให้น้ำ สบู่ หรือแชมพูเข้าตาข้างที่ผ่าตัด การสระผมควรทำตามวิธีและช่วงเวลาที่ทีมผ่าตัดแนะนำ เพราะเทคนิคปิดแผลต่างกัน หากน้ำเข้าตา ไม่ควรขยี้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำที่โรงพยาบาลให้ไว้
ใส่คอนแทคเลนส์หลังผ่าตัดได้เมื่อไร
ยังไม่ควรใส่จนกว่าเยื่อบุตาและกระจกตาจะสมาน และจักษุแพทย์ตรวจแล้วว่าเหมาะสม คอนแทคเลนส์อาจเสียดสีแผล เพิ่มความแห้ง และเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อในช่วงพักฟื้น
ผ่าตัดต้อเนื้อสองข้างพร้อมกันได้ไหม
โดยทั่วไปแพทย์มักพิจารณาความจำเป็นและความปลอดภัยของแต่ละข้างแยกกัน การทำคนละช่วงช่วยให้ยังมีตาอีกข้างใช้งานระหว่างพักฟื้น แต่บางสถานการณ์อาจวางแผนต่างออกไป จักษุแพทย์จะตัดสินจากขนาดต้อเนื้อ สุขภาพตา และความสามารถในการดูแลหลังผ่าตัด
ต้อเนื้อกับต้อลมต่างกันอย่างไร
ต้อลมเป็นก้อนนูนสีเหลืองขาวบนเยื่อบุตาและโดยทั่วไปไม่งอกข้ามเข้ากระจกตา ส่วนต้อเนื้อมีลักษณะคล้ายปีก มีหลอดเลือด และสามารถลามบนกระจกตาได้ จักษุแพทย์แยกสองภาวะนี้ได้จากการตรวจด้วยกล้องสำหรับดวงตา
ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดไหม
อย่าหยุดยาเอง จักษุแพทย์หรือแพทย์ผู้สั่งยาจะประเมินความเสี่ยงเลือดออกเทียบกับความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน แล้วแจ้งว่าควรใช้ต่อ ปรับ หรือหยุดเมื่อใด คำสั่งของคนอื่นอาจไม่เหมาะกับโรคและชนิดยาของคุณ
ทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสต้อเนื้อกลับเป็นซ้ำ
ใช้ยาหยอดและมาตรวจตามนัด ไม่ขยี้ตา และป้องกันแสงแดด ลม ฝุ่น และควันอย่างสม่ำเสมอ แว่นกันแดดที่ป้องกันรังสีและบังด้านข้างร่วมกับหมวกปีกกว้างมีประโยชน์เมื่ออยู่กลางแจ้ง หากเห็นเนื้อเยื่อใหม่ ตาแดงเรื้อรัง หรือการมองเห็นเปลี่ยน ควรกลับไปตรวจตั้งแต่ระยะแรก
ควรถามอะไรจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจผ่าตัด
ควรถามว่าต้อเนื้อกระทบสายตาของคุณอย่างไร หากยังไม่ผ่าตัดจะติดตามอย่างไร และแพทย์จะใช้วิธีปิดแผลแบบใด ถามเพิ่มเติมว่าจะมีไหมหรือไม่ ต้องพักงานลักษณะของคุณนานเพียงใด มีปัจจัยใดทำให้เสี่ยงกลับเป็นซ้ำ และอาการใดต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจจากสภาพตาของคุณแทนการอาศัยประสบการณ์ของผู้อื่นเพียงอย่างเดียว
แหล่งอ้างอิง
- บทความข้อมูลโรคต้อเนื้อและแนวทางรักษาสำหรับผู้ป่วย ปรับปรุงปี 2024: https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22497-pterygium-surfers-eye
- งานวิจัยย้อนหลังเรื่องภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดต้อเนื้อ ตีพิมพ์ปี 2021: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8374796/
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Pterygium (Surfer's Eye): Causes, Symptoms & Treatment — เกี่ยวกับ Pterygium removal — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Profile of complications in pterygium surgery - A retrospective… — เกี่ยวกับ Pterygium removal — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


