ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

เจาะไตเอานิ่วออก

เจาะไตเอานิ่วออก หรือการผ่าตัดนำนิ่วออกจากไตผ่านทางผิวหนัง [Percutaneous nephrolithotomy (PCNL)] คือการทำทางผ่านขนาดเล็กจากผิวหนังบริเวณหลังเข้าสู่ไต แล้วใช้กล้องและเครื่องมือเอานิ่วออก เหมาะกับนิ่วในไตที่มีขนาดใหญ่ รูปร่างซับซ้อน อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ หรือรักษาด้วยวิธีที่รุกล้ำน้อยกว่าไม่ได้ผล การได้ยินว่าต้อง “เจาะไต” อาจทำให้กังวล แต่แผลไม่ได้เป็นการเปิดหลังขนาดใหญ่ และศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจะประเมินจากภาพถ่ายรังสี ตำแหน่งนิ่ว การติดเชื้อ และสุขภาพโดยรวมก่อนแนะนำวิธีนี้

ประเด็นสำคัญ

  • เป็นการผ่าตัดผ่านแผลเล็กบริเวณหลังเพื่อเข้าถึงไตโดยตรง นิ่วมักถูกทำให้แตกเป็นชิ้นเล็กก่อนคีบหรือดูดออก และอาจต้องใส่ท่อระบายปัสสาวะชั่วคราว
  • มักใช้กับนิ่วขนาดใหญ่ นิ่วเขากวาง นิ่วหลายก้อน หรือนิ่วที่การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกและการส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะไม่น่าจะได้ผลหรือเคยรักษาแล้วไม่สำเร็จ
  • เป็นการผ่าตัดใหญ่แม้ใช้แผลเล็ก ความเสี่ยงสำคัญคือเลือดออก การติดเชื้อ การบาดเจ็บต่อไตหรืออวัยวะใกล้เคียง และอาจมีเศษนิ่วเหลือจนต้องรักษาเพิ่มเติม

เจาะไตเอานิ่วออก คืออะไร

การเจาะไตเอานิ่วออกเป็นการสร้างช่องทางจากผิวหนังบริเวณด้านหลังหรือสีข้างเข้าสู่ระบบกรวยไต แพทย์สอดปลอกนำทางและกล้องขนาดเล็กผ่านช่องทางนี้เพื่อมองเห็นนิ่วโดยตรง จากนั้นจึงคีบ ดูด หรือทำให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กแล้วนำออก วิธีนี้ต่างจากการผ่าตัดเปิด เพราะไม่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่เพื่อเข้าถึงไต

คำว่า “ผ่านทางผิวหนัง” หมายถึงการเข้าถึงไตจากด้านนอกผ่านแผลเล็ก ไม่ได้หมายความว่าใช้เข็มดูดนิ่วออกเพียงอย่างเดียว ภายในแผลจะมีช่องทางสำหรับกล้องและเครื่องมือผ่าตัด ขนาดและจำนวนช่องทางขึ้นอยู่กับตำแหน่ง จำนวน และความซับซ้อนของนิ่ว

วิธีนี้มักใช้เมื่อนิ่วมีขนาดใหญ่ประมาณ 2 เซนติเมตรขึ้นไป แต่ขนาดไม่ใช่เกณฑ์เดียว นิ่วที่แตกแขนงอยู่ในกรวยไตหลายส่วน หรือที่เรียกว่า “นิ่วเขากวาง” อาจเหมาะกับวิธีนี้เช่นกัน นิ่วที่แข็ง อยู่ในตำแหน่งเข้าถึงยาก หรือทำให้เกิดการอุดกั้นก็อาจเป็นเหตุให้แพทย์พิจารณา แม้ขนาดจะไม่ตรงตามเกณฑ์ทั่วไปก็ตาม (Mayo Clinic)

แม้เป็นการผ่าตัดผ่านแผลเล็ก แต่นับเป็นการผ่าตัดใหญ่และรุกล้ำมากกว่าการสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกหรือการส่องกล้องผ่านทางเดินปัสสาวะ ข้อได้เปรียบคือแพทย์เข้าถึงนิ่วก้อนใหญ่ได้โดยตรง และสามารถนำชิ้นนิ่วออกแทนการรอให้เศษนิ่วทั้งหมดไหลออกเอง อย่างไรก็ตาม บางคนยังมีเศษนิ่วเหลือหรือต้องรักษามากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะเมื่อนิ่วกระจายอยู่หลายตำแหน่ง

นิ่วที่นำออกอาจถูกส่งตรวจส่วนประกอบ เช่น นิ่วแคลเซียม นิ่วกรดยูริก หรือนิ่วที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ ผลตรวจช่วยวางแผนป้องกันการเกิดซ้ำร่วมกับการตรวจเลือด ปัสสาวะ และการประเมินพฤติกรรมการกิน การผ่าตัดเอานิ่วออกจึงแก้ปัญหานิ่วที่มีอยู่ แต่ไม่ได้กำจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วตลอดไป

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่มีนิ่วในไตไม่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดวิธีนี้ทุกคน นิ่วก้อนเล็กบางก้อนสามารถหลุดออกเองได้ และบางก้อนเหมาะกับการสลายนิ่วหรือการส่องกล้องมากกว่า ศัลยแพทย์จะพิจารณาภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือภาพตรวจชนิดอื่นร่วมกับอาการ การทำงานของไต และความเสี่ยงของแต่ละวิธี

ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด

แพทย์อาจเสนอวิธีนี้เมื่อพบสถานการณ์ต่อไปนี้

  • นิ่วในไตมีขนาดใหญ่ โดยแหล่งข้อมูลอ้างอิงมักกล่าวถึงขนาดประมาณ 2 เซนติเมตรขึ้นไป
  • เป็นนิ่วเขากวางหรือนิ่วรูปร่างซับซ้อนที่กินพื้นที่หลายแขนงของระบบกรวยไต
  • มีนิ่วหลายก้อนหรือก้อนอยู่ในตำแหน่งที่นำออกด้วยวิธีอื่นได้ยาก
  • นิ่วทำให้ปัสสาวะระบายจากไตไม่สะดวกหรืออุดกั้น
  • การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกหรือการส่องกล้องเคยไม่ได้ผล
  • ลักษณะนิ่วทำให้แพทย์คาดว่าวิธีที่รุกล้ำน้อยกว่าจะกำจัดนิ่วได้ไม่เพียงพอ
  • จำเป็นต้องนำก้อนหรือชิ้นนิ่วออกโดยตรง แทนการรอให้เศษนิ่วเคลื่อนผ่านท่อไตเอง

เกณฑ์ขนาดเป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่คำตัดสินอัตโนมัติ นิ่วก้อนเดียวกันอาจรักษาต่างกันในคนแต่ละคน เพราะโครงสร้างไต ตำแหน่งนิ่ว ความแข็งของนิ่ว โรคประจำตัว และประสบการณ์ของทีมรักษามีผลต่อการเลือกวิธี (Penn Medicine)

ผู้ที่อาจยังไม่ควรผ่าตัดทันที

การเจาะไตเอานิ่วออกอาจต้องเลื่อนหรือไม่ใช่ทางเลือกแรกในกรณีต่อไปนี้

  • มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ยังควบคุมไม่ได้ เพราะการทำหัตถการขณะมีเชื้ออาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด
  • มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและยังปรับยาอย่างปลอดภัยไม่ได้
  • สุขภาพโดยรวมยังไม่พร้อมต่อการดมยาสลบ
  • ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ เพราะการใช้รังสีและการจัดท่าต้องได้รับการวางแผนเป็นพิเศษ
  • นิ่วมีขนาดและตำแหน่งที่เหมาะกับวิธีรุกล้ำน้อยกว่า
  • มีความผิดปกติของโครงสร้างไตหรืออวัยวะใกล้เคียงที่ทำให้เส้นทางเจาะมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจต้องเปลี่ยนเทคนิคหรือเลือกวิธีอื่น

หากมีไข้ร่วมกับปวดสีข้างและสงสัยว่าทางเดินปัสสาวะอุดกั้น เป้าหมายแรกอาจไม่ใช่การเอานิ่วออกทั้งหมด แพทย์อาจต้องระบายปัสสาวะที่ติดเชื้อออกก่อนด้วยท่อระบายจากไตหรือสายค้ำท่อไต แล้วจึงรักษานิ่วเมื่อการติดเชื้อสงบลง

ในผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคไตเรื้อรัง เบาหวาน หรือมีภาวะอ้วน ไม่ได้หมายความว่าจะผ่าตัดไม่ได้เสมอไป แต่ต้องประเมินและควบคุมโรคให้เหมาะสม แพทย์ผู้ผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์จะร่วมกันพิจารณาว่าประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงหรือไม่

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อยืนยันตำแหน่งนิ่ว ตรวจหาการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงเลือดออก และประเมินความพร้อมต่อการดมยาสลบ โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจจัดลำดับการตรวจต่างกัน คุณควรยึดคำสั่งจากทีมผ่าตัดเป็นหลัก

การตรวจที่อาจต้องทำ

แพทย์มักใช้ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ อัลตราซาวด์ หรือเอกซเรย์ เพื่อดูขนาด รูปร่าง ตำแหน่ง และจำนวนของนิ่ว ภาพตรวจยังช่วยวางเส้นทางเข้าสู่ไตและดูตำแหน่งอวัยวะใกล้เคียง

การตรวจเลือดใช้ประเมินภาวะซีด การแข็งตัวของเลือด การทำงานของไต เกลือแร่ และความพร้อมก่อนผ่าตัด ส่วนการตรวจปัสสาวะหรือเพาะเชื้อใช้ค้นหาการติดเชื้อ หากพบเชื้อ แพทย์อาจรักษาก่อนและตรวจซ้ำตามความจำเป็น (Mayo Clinic)

บางคนต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือเอกซเรย์ทรวงอกตามอายุ อาการ และโรคประจำตัว ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจเหมือนกันทั้งหมด

อาหารและน้ำ

การผ่าตัดมักทำภายใต้การดมยาสลบ จึงต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่วิสัญญีแพทย์กำหนด เพื่อป้องกันอาหารหรือของเหลวไหลย้อนเข้าสู่ปอดระหว่างดมยา เวลางดอาจต่างกันตามชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด และแนวทางของโรงพยาบาล

อย่าเดาเวลาเริ่มงดเอง หากคำสั่งไม่ชัด ให้สอบถามทีมผ่าตัดล่วงหน้า ในวันผ่าตัดไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง อมลูกอม หรือดื่มน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจกระทบแผนการดมยา

ยาและอาหารเสริม

แจ้งแพทย์เรื่องยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึงยาที่ซื้อเอง สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม โดยเฉพาะ

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยาเบาหวานและอินซูลิน
  • ยาลดความดันโลหิตบางชนิด
  • ยาแก้ปวดต้านการอักเสบบางชนิด
  • สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน ส่วนการใช้ต่ออาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามเหตุผลที่ใช้ยา การทำงานของไต และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล

หากได้รับยารักษาการติดเชื้อก่อนผ่าตัด ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์กำหนด ไม่ควรแบ่งยาของผู้อื่นหรือใช้ยาที่เหลืออยู่เอง

สิ่งที่ควรแจ้งและนำไปโรงพยาบาล

แจ้งทีมรักษาหากมีไข้ หนาวสั่น ไอมาก เจ็บหน้าอก แสบขัดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่น หรือสุขภาพเปลี่ยนไปก่อนวันผ่าตัด การปกปิดอาการเพราะกลัวถูกเลื่อนผ่าตัดอาจทำให้เกิดอันตรายมากกว่า

ควรนำรายการยา ประวัติแพ้ยา ผลตรวจเดิม และเอกสารสิทธิการรักษาไปด้วย ถ้ามีฟิล์มหรือแผ่นบันทึกภาพตรวจจากสถานพยาบาลอื่น ให้สอบถามว่าต้องนำไปหรือไม่ เตรียมผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้มารับหรือช่วยดูแลหลังกลับบ้าน เพราะหลังดมยาคุณไม่ควรขับรถเอง

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าแพทย์วางแผนเจาะไตข้างใด คาดว่าจะใส่ท่อระบายหรือสายค้ำท่อไตหรือไม่ และหากเอานิ่วออกไม่หมดจะดำเนินการอย่างไร

ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดอาจต่างกันตามตำแหน่งนิ่ว โครงสร้างไต และวิธีของทีมผ่าตัด แต่ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้

  • ยืนยันตัวตนและข้างที่จะผ่าตัด

ทีมรักษาตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ผลตรวจ และตำแหน่งนิ่ว อาจให้ยาป้องกันการติดเชื้อตามความเหมาะสม

  • ดมยาสลบ

โดยทั่วไปผู้ป่วยจะหลับ ไม่รู้สึกตัว และไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และออกซิเจนตลอดหัตถการ

  • ใส่สายผ่านทางเดินปัสสาวะตามความจำเป็น

แพทย์อาจสอดสายผ่านท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และท่อไต เพื่อฉีดสารช่วยให้เห็นระบบกรวยไตหรือใช้กล้องช่วยระบุตำแหน่ง ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือก

  • จัดท่าเพื่อเข้าถึงไต

ผู้ป่วยอาจอยู่ในท่านอนคว่ำ นอนหงาย หรือท่าดัดแปลงที่ยกด้านข้างขึ้น ท่านอนคว่ำเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป แต่ไม่ใช่ท่าเดียว แพทย์เลือกตามรูปร่างผู้ป่วย ตำแหน่งนิ่ว และความปลอดภัยด้านการดมยา (Cleveland Clinic)

  • สร้างทางเข้าสู่ไต

แพทย์ใช้เข็มเข้าสู่ส่วนเก็บปัสสาวะของไต โดยอาศัยอัลตราซาวด์ เอกซเรย์ หรือภาพนำทางชนิดอื่น จากนั้นขยายทางผ่านทีละขั้นและใส่ปลอกนำทางเพื่อให้สอดกล้องและเครื่องมือได้

  • มองหาและนำนิ่วออก

แพทย์สอดกล้องผ่านปลอกนำทาง เมื่อนิ่วมีขนาดใหญ่ อาจใช้พลังงานจากเลเซอร์ อัลตราซาวด์ หรือเครื่องมือสลายนิ่วชนิดอื่นทำให้แตก ก่อนคีบหรือดูดชิ้นนิ่วออก วิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และลักษณะนิ่ว

  • ตรวจหานิ่วที่เหลือและการระบายปัสสาวะ

แพทย์ตรวจบริเวณที่เข้าถึงได้และอาจใช้ภาพถ่ายรังสีช่วยประเมิน อย่างไรก็ตาม นิ่วที่อยู่คนละแขนงหรืออยู่ในตำแหน่งเข้าถึงยากอาจไม่สามารถนำออกได้ทั้งหมดในการผ่าตัดครั้งเดียว

  • ใส่ท่อระบายหรือสายค้ำตามความจำเป็น

บางคนได้รับท่อระบายไตออกทางผิวหนังเพื่อระบายปัสสาวะและเลือดลงถุงด้านนอก ท่อนี้ยังคงช่องทางไว้หากต้องทำหัตถการซ้ำ บางคนได้รับสายค้ำท่อไตภายในเพื่อช่วยให้ปัสสาวะไหลลงกระเพาะปัสสาวะ และบางกรณีอาจไม่ต้องใช้ท่อภายนอก

  • ส่งนิ่วตรวจและเฝ้าระวังหลังผ่าตัด

ชิ้นนิ่วอาจถูกส่งวิเคราะห์ส่วนประกอบ หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้นเพื่อติดตามการหายใจ ความดัน อาการปวด ปริมาณปัสสาวะ และเลือดออก

หากเส้นทางเข้าสู่ไตไม่ปลอดภัย เลือดออกมาก หรือพบสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด แพทย์อาจหยุดหัตถการ เปลี่ยนวิธี หรือวางท่อระบายไว้ก่อน ความเป็นไปได้เหล่านี้ควรอยู่ในการสนทนาก่อนผ่าตัด

ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวหัตถการมักใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ตามข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงสากล ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับจำนวน ขนาด ความแข็ง และตำแหน่งของนิ่ว จำนวนช่องทางที่ต้องสร้าง โครงสร้างไต และความยากในการควบคุมเลือดออก (Cleveland Clinic)

เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดอาจนานกว่าระยะทำหัตถการ เพราะรวมการเตรียมดมยา จัดท่า ทำความสะอาดผิวหนัง และปลุกจากยาสลบ หากต้องสร้างทางเข้าในห้องรังสีหรือทำขั้นตอนอื่นร่วมด้วย เวลารวมอาจเปลี่ยนไป

โดยทั่วไปใช้การดมยาสลบ คุณจึงไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด ในบางระบบการรักษา ขั้นตอนสร้างทางเข้าสู่ไตอาจเริ่มในห้องรังสีโดยใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับความรู้สึก แล้วจึงดมยาสลบในห้องผ่าตัด แต่แนวทางของแต่ละโรงพยาบาลไม่เหมือนกัน

หลังผ่าตัดมักต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ แหล่งอ้างอิงระบุช่วงประมาณ 1-2 วัน ในผู้ที่ฟื้นตัวตามคาด แต่การปฏิบัติในไทยอาจแตกต่างตามความซับซ้อน เลือดออก การติดเชื้อ การทำงานของไต การมีท่อระบาย และนโยบายของสถานพยาบาล บางคนต้องอยู่ต่อเพื่อรับการดูแลหรือทำหัตถการเพิ่มเติม (Penn Medicine)

พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นไม่ได้จบในวันที่ออกจากโรงพยาบาล ร่างกายต้องฟื้นจากทั้งการดมยา ช่องทางที่เข้าสู่ไต และการระคายเคืองของทางเดินปัสสาวะ ระยะต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปจากแหล่งอ้างอิงสากล ไม่ใช่กำหนดเฉพาะสำหรับทุกคน

ช่วงเวลาโดยประมาณสิ่งที่มักเกิดขึ้นการดูแลกิจกรรม
วันแรกหลังผ่าตัดเจ็บแผลหรือสีข้าง มีเลือดปนปัสสาวะ อาจมีสายสวนหรือท่อระบายลุกเดินเมื่อทีมรักษาอนุญาต เฝ้าระวังปัสสาวะและเลือดออก
1-2 วันแรกประเมินไข้ อาการปวด การทำงานของไต และการระบายปัสสาวะอาจกลับบ้านได้หากอาการคงที่ แต่บางคนต้องพักนานกว่า
สัปดาห์แรกอ่อนเพลีย ปวดตึงแผล และมีปัสสาวะอมชมพูได้เดินและทำกิจวัตรเบาๆ เพิ่มทีละน้อย หลีกเลี่ยงการเบ่งและออกแรงมาก
ประมาณ 1 สัปดาห์ขึ้นไปบางคนเริ่มกลับไปทำงานเบาได้ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน อาการปวด ท่อที่ยังค้าง และคำแนะนำของศัลยแพทย์
ประมาณ 2-4 สัปดาห์แผลและเนื้อเยื่อภายในฟื้นตัวมากขึ้นมักยังต้องเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังหนักจนกว่าแพทย์อนุญาต
หลังจากนั้นอาจมีการตรวจภาพและวางแผนป้องกันนิ่วซ้ำตรวจดูเศษนิ่ว การระบายปัสสาวะ และผลวิเคราะห์ก้อนนิ่ว

ภาพรวมการฟื้นตัวมักอยู่ในช่วง 2-4 สัปดาห์ แต่ผู้ที่มีการติดเชื้อ เสียเลือดมาก ต้องทำหลายช่องทาง มีท่อระบายค้าง หรือมีโรคประจำตัวอาจใช้เวลานานกว่า (Cleveland Clinic)

บางคนกลับไปทำงานเบาได้หลังประมาณหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่งานยกของ งานภาคสนาม งานขับรถระยะไกล หรือกิจกรรมที่เสี่ยงกระแทกต้องรอนานกว่า แหล่งอ้างอิงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการออกแรงมากราว 2-4 สัปดาห์ แต่ศัลยแพทย์ควรเป็นผู้กำหนดตามผลผ่าตัดและลักษณะงานของคุณ (Mayo Clinic)

ปัสสาวะมีเลือดปนเล็กน้อยอาจพบได้ในช่วงพักฟื้นและควรค่อยๆ จางลง การเดินมากขึ้นหรือมีสายค้ำท่อไตอาจทำให้สีปัสสาวะเข้มขึ้นชั่วคราว แต่ถ้าเลือดสดมากขึ้น มีลิ่มเลือดหนา ปัสสาวะไม่ออก เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีท่อระบายไตออกสู่ถุงภายนอก ทีมรักษาจะอธิบายวิธีสังเกตการไหล สีของปัสสาวะ และการยึดท่อไม่ให้ดึงรั้ง ระยะเวลาที่ต้องใส่ขึ้นอยู่กับการระบายปัสสาวะ เลือดออก และแผนรักษา ไม่ควรหนีบ ดึง หรือล้างท่อเองนอกเหนือจากคำสั่งที่ได้รับ

การนัดติดตามอาจมีการตรวจอัลตราซาวด์ เอกซเรย์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูว่ามีเศษนิ่วเหลือหรือไม่และไตระบายปัสสาวะได้ตามปกติหรือไม่ หากมีสายค้ำหรือท่อระบาย แพทย์จะแจ้งกำหนดนำออก อย่าขาดนัด เพราะท่อบางชนิดไม่ควรปล่อยค้างโดยไม่มีการติดตาม

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่การเข้าใจความเสี่ยงช่วยให้ตัดสินใจและสังเกตอาการหลังผ่าตัดได้ดีขึ้น ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของนิ่ว จำนวนช่องทางที่เจาะ การติดเชื้อเดิม การใช้ยาที่มีผลต่อเลือด และโรคประจำตัว

เลือดออก

เนื้อไตมีหลอดเลือดจำนวนมาก จึงมีเลือดปนปัสสาวะได้หลังผ่าตัด ส่วนใหญ่อาการจะลดลง แต่บางคนอาจเสียเลือดมากจนต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ให้เลือด ทำหัตถการอุดหลอดเลือด หรือผ่าตัดเพิ่มเติม ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นหากนิ่วซับซ้อน ต้องสร้างหลายช่องทาง หรือมีปัญหาการแข็งตัวของเลือด

การติดเชื้อ

นิ่วบางก้อนมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ภายใน แม้ผลตรวจปัสสาวะก่อนผ่าตัดไม่พบเชื้อ การทำให้นิ่วแตกอาจปล่อยเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะและกระแสเลือด ภาวะติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้ไข้สูง หนาวสั่น ความดันต่ำ หายใจเร็ว หรือสับสน จึงต้องตรวจและรักษาการติดเชื้อก่อนผ่าตัดเท่าที่ทำได้

นิ่วหรือเศษนิ่วเหลือ

แพทย์อาจไม่สามารถเข้าถึงนิ่วทุกก้อนได้จากช่องทางเดียว โดยเฉพาะนิ่วเขากวางหรือนิ่วที่อยู่หลายแขนง เศษนิ่วที่เหลืออาจไม่ก่ออาการ อาจหลุดออกเอง หรืออาจต้องติดตามและรักษาเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้อง การสลายนิ่ว หรือการเจาะไตอีกครั้ง

การบาดเจ็บต่อไตหรืออวัยวะใกล้เคียง

เข็มและเครื่องมือผ่านบริเวณหลังเข้าสู่ไต จึงมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อไต หลอดเลือด เยื่อหุ้มปอด ปอด ลำไส้ ตับ หรือม้าม ขึ้นอยู่กับข้างและเส้นทางที่ใช้ ภาวะเหล่านี้พบไม่บ่อยแต่มีความสำคัญ และอาจต้องใส่ท่อระบายหรือรักษาเพิ่มเติม (Mayo Clinic)

ปัสสาวะรั่วหรือระบายไม่สะดวก

เนื้อเยื่อบวม เลือดก้อน เศษนิ่ว หรือการอุดตันของท่ออาจทำให้ปัสสาวะไหลไม่สะดวก บางคนมีปัสสาวะรั่วจากแผลหลังถอดท่อระบายช่วงหนึ่ง แพทย์อาจเฝ้าดูอาการ ใส่สายค้ำท่อไต หรือวางท่อระบายใหม่ตามสาเหตุ

ผลข้างเคียงจากท่อหรือสายค้ำ

สายค้ำท่อไตอาจทำให้ปัสสาวะบ่อย ปวดหน่วงท้องน้อย ปวดสีข้างเวลาปัสสาวะ หรือมีเลือดปน ท่อระบายภายนอกอาจอุดตัน เลื่อนหลุด หรือระคายผิวหนัง หากอาการมากขึ้นหรือท่อหยุดไหล ไม่ควรแก้ไขด้วยตนเอง

ลิ่มเลือดและภาวะแทรกซ้อนจากการดมยา

การนอนนิ่งและการผ่าตัดเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดที่ขา ซึ่งอาจเคลื่อนไปปอดได้ การลุกเดินเมื่อปลอดภัยและมาตรการป้องกันที่ทีมรักษาเลือกช่วยลดความเสี่ยง การดมยาสลบอาจทำให้คลื่นไส้ เจ็บคอ ปฏิกิริยาแพ้ยา หรือปัญหาหัวใจและการหายใจ โดยความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสุขภาพเดิม

การทำงานของไตเปลี่ยนแปลง

ไตส่วนใหญ่ยังทำงานได้หลังผ่าตัด แต่การอุดกั้นเดิม การติดเชื้อ เลือดออก หรือการบาดเจ็บอาจทำให้ค่าการทำงานของไตเปลี่ยนชั่วคราวหรือรุนแรงขึ้น ผู้ที่มีไตข้างเดียวหรือโรคไตเรื้อรังต้องวางแผนและติดตามอย่างใกล้ชิด

ก่อนตัดสินใจ ควรถามศัลยแพทย์ว่าความเสี่ยงใดสำคัญเป็นพิเศษในกรณีของคุณ มีโอกาสต้องใช้มากกว่าหนึ่งช่องทางหรือมากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่ และแผนสำรองคืออะไรหากเอานิ่วออกไม่ได้ตามที่คาด

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

  • ไข้ หนาวสั่น ตัวสั่น หรือรู้สึกทรุดลงอย่างรวดเร็ว
  • หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม
  • ปวดสีข้างหรือปวดแผลรุนแรงขึ้น และไม่ดีขึ้นตามแผนควบคุมอาการปวด
  • ปัสสาวะเป็นเลือดสดมากขึ้น หรือมีลิ่มเลือดหนาและจำนวนมาก
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะลดลงชัดเจน หรือปวดท้องน้อยร่วมกับปัสสาวะไม่ออก
  • ท่อระบายหยุดไหล เลื่อนหลุด แตก รั่ว หรือมีเลือดออกมากรอบท่อ
  • มีหนอง กลิ่นผิดปกติ บวม แดง ร้อน หรือปวดเพิ่มขึ้นบริเวณแผล
  • คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่องจนดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้
  • ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับหอบเหนื่อย
  • สับสน ง่วงผิดปกติ ผิวเย็นชื้น หรืออ่อนแรงมาก

เลือดปนปัสสาวะเล็กน้อยอาจพบได้ แต่เลือดที่ข้นคล้ายซอสมะเขือเทศหรือมีลิ่มเลือดหนาถือเป็นสัญญาณที่ควรไปฉุกเฉิน (Mayo Clinic)

หากไม่แน่ใจว่าอาการอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ให้ใช้ข้อมูลติดต่อที่โรงพยาบาลให้ไว้ อย่ารอถึงวันนัดเมื่อมีไข้ เลือดออกมาก หายใจลำบาก หรือปัสสาวะไม่ออก

ทางเลือกอื่น

การเจาะไตเอานิ่วออกไม่ใช่คำตอบสำหรับนิ่วทุกก้อน ทางเลือกขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง ความแข็ง อาการ การอุดกั้น การติดเชื้อ และสุขภาพของผู้ป่วย

ทางเลือกเหมาะกับสถานการณ์ใดโดยทั่วไปข้อจำกัดสำคัญ
เฝ้าดูอาการนิ่วก้อนเล็ก ไม่มีการติดเชื้อหรืออุดกั้นรุนแรง และมีโอกาสหลุดเองต้องติดตาม อาจเกิดปวดหรืออุดกั้นภายหลัง
การรักษาด้วยยาและการดูแลประคับประคองช่วยควบคุมอาการหรือช่วยให้นิ่วบางชนิดเคลื่อนออกไม่เหมาะกับนิ่วก้อนใหญ่หรืออุดกั้นร่วมกับการติดเชื้อ
สลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกจากภายนอกนิ่วบางขนาดและบางตำแหน่งที่คลื่นเข้าถึงได้อาจต้องทำซ้ำ เศษนิ่วต้องไหลออกเอง และอาจไม่เหมาะกับนิ่วใหญ่หรือแข็ง
ส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะและท่อไตเข้าถึงนิ่วโดยไม่มีแผลเจาะที่หลังนิ่วใหญ่หรือซับซ้อนอาจต้องทำหลายครั้ง
การเจาะไตด้วยช่องทางขนาดเล็กลงอาจลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อในผู้ป่วยที่เหมาะสมไม่เหมาะกับนิ่วทุกขนาด และอาจใช้เวลานานหรือทำหลายช่องทาง
ผ่าตัดผ่านกล้องทางช่องท้องหรือผ่าตัดเปิดใช้ในกรณีคัดเลือกที่มีโครงสร้างซับซ้อนหรือวิธีอื่นไม่เหมาะรุกล้ำมากกว่าและใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าโดยทั่วไป
ระบายปัสสาวะก่อนใช้เมื่อมีการอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้อหรือยังไม่พร้อมเอานิ่วออกเป็นการแก้ภาวะเร่งด่วน ยังต้องวางแผนรักษานิ่วภายหลัง

การเฝ้าดูอาการเหมาะเฉพาะเมื่อแพทย์เห็นว่าปลอดภัย ไม่ใช่การปล่อยนิ่วไว้โดยไม่มีการติดตาม นิ่วที่อุดกั้นแต่ไม่ปวดอาจยังทำลายการทำงานของไตได้ ส่วนการดื่มน้ำมากไม่ได้ดันนิ่วขนาดใหญ่ออกจากไต และอาจทำให้ปวดมากขึ้นในช่วงที่มีการอุดกั้น

การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกใช้พลังงานจากภายนอกทำให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็ก จากนั้นร่างกายต้องขับเศษออกทางปัสสาวะ วิธีนี้ไม่ต้องสร้างช่องทางเข้าสู่ไต แต่ประสิทธิผลลดลงในนิ่วบางชนิด โดยเฉพาะนิ่วขนาดใหญ่ แข็ง หรืออยู่ในตำแหน่งที่เศษออกยาก

การส่องกล้องผ่านทางเดินปัสสาวะเป็นการสอดกล้องผ่านท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และท่อไตขึ้นไปยังไต จึงไม่มีแผลที่หลัง แต่นิ่วขนาดใหญ่อาจต้องแบ่งรักษาหลายครั้ง การเลือกวิธีควรพิจารณาทั้งโอกาสนำนิ่วออกได้เพียงพอ ความเสี่ยง และจำนวนครั้งที่อาจต้องรักษา

หลังรักษา ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด การป้องกันนิ่วซ้ำยังสำคัญ แพทย์อาจวิเคราะห์ก้อนนิ่ว ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และแนะนำปริมาณน้ำหรือการปรับอาหารตามชนิดนิ่ว ไม่ควรงดแคลเซียม เกลือ หรืออาหารบางกลุ่มอย่างเข้มงวดเอง เพราะคำแนะนำขึ้นอยู่กับชนิดและสาเหตุของนิ่ว

สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัดว่าเอกสารใดจำเป็น และขั้นตอนใดต้องได้รับอนุมัติ

สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง

หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น การตรวจและรักษานิ่วอาจอยู่ในสิทธิเมื่อรับบริการตามหน่วยบริการประจำและระบบส่งต่อ โรงพยาบาลต้นสังกัดอาจรักษาเองหรือส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศัลยแพทย์และอุปกรณ์สำหรับผ่าตัดชนิดนี้

ควรถามหน่วยบริการว่าใบส่งตัวครอบคลุมการตรวจ ภาพรังสี การผ่าตัด การนอนโรงพยาบาล การนำท่อออก และการติดตามผลหรือไม่ หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น ไข้ร่วมกับทางเดินปัสสาวะอุดกั้น ให้ไปสถานพยาบาลโดยเร็ว ไม่ควรรอจัดการเอกสารตามนัดปกติ

สิทธิประกันสังคม

โดยทั่วไปผู้ประกันตนใช้สิทธิที่สถานพยาบาลตามที่ลงทะเบียนไว้ โรงพยาบาลนั้นจะประเมินข้อบ่งชี้และจัดการส่งต่อหากต้องใช้ความเชี่ยวชาญหรือเครื่องมือที่ไม่มีในสถานพยาบาลต้นสิทธิ

ก่อนผ่าตัดควรสอบถามเรื่องใบส่งตัว ความครอบคลุมของการตรวจเฉพาะทาง การรักษาหลายระยะ และการกลับไปนำสายค้ำหรือท่อระบายออก หากต้องไปรับบริการต่างโรงพยาบาล ต้องทราบว่าต้องใช้เอกสารฉบับใหม่หรือไม่

สิทธิข้าราชการและสวัสดิการหน่วยงาน

ความครอบคลุมขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลที่เข้าร่วม เงื่อนไขการเบิก และสถานะของผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัว ควรตรวจสอบขั้นตอนยืนยันตัวตน การส่งต่อ และเอกสารสำหรับอุปกรณ์หรือหัตถการที่เกี่ยวข้องก่อนวันรับไว้รักษา

ประกันสุขภาพเอกชน

บริษัทประกันพิจารณาจากความจำเป็นทางการแพทย์ ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้นโรคเดิม วงเงิน และเงื่อนไขของกรมธรรม์ โรงพยาบาลอาจต้องส่งผลตรวจและแผนผ่าตัดเพื่อขออนุมัติล่วงหน้า

ควรถามให้ชัดว่ากรมธรรม์ครอบคลุมค่าศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ ห้องผ่าตัด การนอนโรงพยาบาล ภาพรังสี การวิเคราะห์นิ่ว ท่อระบาย สายค้ำท่อไต การรักษาภาวะแทรกซ้อน และหัตถการครั้งถัดไปหรือไม่ การอนุมัติผ่าตัดครั้งแรกไม่ได้แปลว่าการรักษาต่อเนื่องทุกอย่างได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

เจาะไตเอานิ่วออกเจ็บไหม

ระหว่างผ่าตัดคุณมักไม่รู้สึกเจ็บเพราะใช้การดมยาสลบ แต่หลังผ่าตัดอาจปวดตึงบริเวณหลังหรือสีข้างได้ อาการปวดขึ้นอยู่กับขนาดช่องทาง จำนวนช่องทาง และการมีท่อระบาย ทีมรักษาจะประเมินและวางแผนควบคุมอาการปวดให้เหมาะกับคุณ

แผลใหญ่แค่ไหน

เป็นแผลขนาดเล็กสำหรับใส่ปลอกนำทางและเครื่องมือ ไม่ใช่แผลเปิดหลังขนาดใหญ่ แหล่งอ้างอิงหนึ่งอธิบายว่าช่องเปิดอาจมีขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร แต่ขนาดจริงขึ้นอยู่กับเทคนิคและอุปกรณ์ที่ใช้ (Cleveland Clinic)

ต้องดมยาสลบหรือไม่

โดยทั่วไปการผ่าตัดนี้ทำภายใต้การดมยาสลบ เพื่อให้คุณไม่รู้สึกตัว ไม่เจ็บ และอยู่นิ่งระหว่างสร้างทางเข้าสู่ไต บางขั้นตอนก่อนเข้าห้องผ่าตัดอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ตามระบบของโรงพยาบาลและแผนของทีมรักษา

เอานิ่วออกหมดในการผ่าตัดครั้งเดียวหรือไม่

ไม่สามารถรับประกันว่าจะเอาออกหมดในครั้งเดียว โดยเฉพาะนิ่วเขากวาง นิ่วหลายก้อน หรือนิ่วที่กระจายอยู่หลายแขนงของไต แพทย์อาจวางแผนผ่าตัดเป็นระยะ หรือใช้การส่องกล้องและการสลายนิ่วร่วมภายหลัง

ต้องใส่ท่อระบายไตทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคนต้องมีท่อระบายออกทางหลัง การตัดสินใจขึ้นอยู่กับเลือดออก การระบายปัสสาวะ เศษนิ่ว ความเสี่ยงติดเชื้อ และความเป็นไปได้ที่จะต้องเข้าทางเดิมอีกครั้ง บางคนอาจมีเพียงสายค้ำท่อไตภายในหรือไม่มีท่อภายนอก

ท่อระบายกับสายค้ำท่อไตต่างกันอย่างไร

ท่อระบายไตนำปัสสาวะจากไตออกสู่ถุงภายนอกผ่านผิวหนัง ส่วนสายค้ำท่อไตอยู่ภายในและช่วยให้ปัสสาวะไหลจากไตลงกระเพาะปัสสาวะ ทั้งสองชนิดอาจทำให้ไม่สบายตัวต่างกัน และต้องมีแผนนำออกหรือติดตามที่ชัดเจน

ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

หลายคนพักประมาณ 1-2 วันตามข้อมูลอ้างอิงสากล แต่ระยะจริงในไทยขึ้นอยู่กับความซับซ้อน เลือดออก ไข้ การทำงานของไต และท่อระบายที่ใส่ไว้ ผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือต้องทำหัตถการเพิ่มอาจนอนนานกว่า

กลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบาอาจกลับไปทำได้หลังประมาณหนึ่งสัปดาห์ในผู้ที่ฟื้นตัวตามคาด แต่งานยกของหรือใช้แรงมักต้องรอราว 2-4 สัปดาห์ ช่วงเวลานี้ขึ้นอยู่กับผลผ่าตัด อาการปวด ท่อที่ยังค้าง และลักษณะงาน ศัลยแพทย์จะกำหนดวันที่เหมาะกับคุณ

ปัสสาวะเป็นเลือดหลังผ่าตัดปกติไหม

เลือดปนเล็กน้อยที่ค่อยๆ จางลงพบได้หลังผ่าตัด แต่เลือดสดมากขึ้น ลิ่มเลือดหนา ปัสสาวะไม่ออก หน้ามืด หรืออ่อนเพลียผิดปกติไม่ควรรอดูเอง หากเลือดข้นหรือมีลิ่มมาก ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังผ่าตัดนิ่วจะกลับมาอีกไหม

นิ่วสามารถเกิดซ้ำได้ เพราะการผ่าตัดนำก้อนปัจจุบันออกแต่ไม่ได้แก้สาเหตุทุกอย่าง การวิเคราะห์ก้อนนิ่ว การตรวจเลือดหรือปัสสาวะ และการปรับอาหารหรือน้ำตามคำแนะนำช่วยวางแผนลดความเสี่ยงในอนาคต

ถ้ามีการติดเชื้ออยู่สามารถผ่าตัดได้เลยไหม

หากมีการติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้ มักต้องรักษาและระบายปัสสาวะที่อุดกั้นก่อนแทนการเอานิ่วออกทั้งหมดทันที การผ่าตัดผ่านนิ่วที่มีเชื้ออาจทำให้เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ศัลยแพทย์จะกำหนดลำดับการรักษาตามความเร่งด่วน

นิ่วขนาดใหญ่ต้องใช้วิธีนี้เสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป แม้นิ่วประมาณ 2 เซนติเมตรขึ้นไปมักเป็นเหตุให้พิจารณาวิธีนี้ แต่ตำแหน่ง รูปร่าง ความแข็ง โครงสร้างไต และสุขภาพของผู้ป่วยมีผลต่อการเลือก การส่องกล้องหรือวิธีอื่นอาจเหมาะกว่าในบางกรณี

หากมีไตข้างเดียวทำได้ไหม

อาจทำได้ แต่ต้องวางแผนอย่างระมัดระวังเพราะการระบายปัสสาวะและการทำงานของไตข้างนั้นมีความสำคัญมาก แพทย์จะประเมินการติดเชื้อ การอุดกั้น การทำงานของไต และแผนสำรองหากเกิดเลือดออกหรือบวมหลังผ่าตัด

ควรถามแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าเหตุใดวิธีนี้จึงเหมาะกว่าวิธีอื่น มีโอกาสต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่ และคาดว่าจะใส่ท่อชนิดใด นอกจากนี้ควรถามเรื่องความเสี่ยงเฉพาะของคุณ แผนเมื่อมีนิ่วเหลือ วันกลับไปทำงาน และกำหนดติดตามหรือนำท่อออกให้ชัดเจน

ถ้ายังไม่พร้อมผ่าตัดสามารถรอได้ไหม

การรออาจทำได้เฉพาะเมื่อแพทย์ประเมินว่าไม่มีการติดเชื้อ การอุดกั้นที่เป็นอันตราย หรือการทำงานของไตลดลงอย่างต่อเนื่อง หากมีไข้ร่วมกับปวดสีข้าง ปัสสาวะลดลง หรือไตอุดกั้น การเลื่อนรักษาเองอาจไม่ปลอดภัย ควรถามแพทย์ตรงๆ ว่าการรอมีผลต่อไตอย่างไรและต้องติดตามด้วยวิธีใด

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา