สลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก
สลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (Extracorporeal shock-wave lithotripsy (ESWL)) คือการส่งคลื่นพลังงานจากเครื่องภายนอกร่างกายไปทำให้นิ่วในไตหรือท่อไตแตกเป็นชิ้นเล็ก เพื่อให้ชิ้นนิ่วเคลื่อนออกมากับปัสสาวะได้ง่ายขึ้น โดยไม่มีแผลผ่าตัดที่ผิวหนัง อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่เหมาะกับนิ่วทุกก้อน และบางคนอาจต้องทำซ้ำหรือเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นหากนิ่วแตกหรือหลุดออกไม่หมด
ประเด็นสำคัญ
- วิธีนี้ไม่มีแผลผ่าตัด แต่ยังต้องใช้ยาแก้ปวด ยาระงับความรู้สึก หรือการดมยาสลบตามความเหมาะสม และมีความเสี่ยงต่อเลือดออก การติดเชื้อ และการอุดตันจากเศษนิ่ว
- ความเหมาะสมขึ้นกับขนาด ตำแหน่ง ความแข็ง และจำนวนของนิ่ว รวมถึงรูปร่างทางเดินปัสสาวะ ภาวะติดเชื้อ การแข็งตัวของเลือด และสุขภาพโดยรวม
- หลังทำ เศษนิ่วอาจทยอยออกกับปัสสาวะเป็นเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ จึงไม่ได้หมายความว่านิ่วจะหายไปทันทีในวันที่ทำ และต้องตรวจติดตามว่ามีเศษนิ่วค้างหรือไม่
สลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก คืออะไร
การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกจากภายนอกร่างกายเป็นหัตถการรักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะโดยไม่ต้องกรีดแผล เครื่องจะสร้างคลื่นแรงดันพลังงานสูงและส่งผ่านผิวหนังกับเนื้อเยื่อไปยังตำแหน่งของนิ่ว แพทย์ใช้เอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์ช่วยระบุตำแหน่งและเล็งคลื่นให้ตรงกับก้อนนิ่ว คลื่นที่ส่งซ้ำหลายครั้งจะทำให้นิ่วร้าวและแตกเป็นชิ้นเล็กลง จากนั้นร่างกายต้องขับเศษนิ่วผ่านท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และออกมากับปัสสาวะเอง (Cleveland Clinic)
วิธีนี้ใช้กับนิ่วในไตและนิ่วบางตำแหน่งในท่อไตเป็นหลัก จุดประสงค์คือทำให้นิ่วที่ไม่สามารถหลุดออกเอง หรือก่ออาการปวดและการอุดกั้น แตกจนมีโอกาสผ่านทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น การรักษาไม่ได้ดึงนิ่วทุกชิ้นออกจากร่างกายในทันที แตกต่างจากการส่องกล้องที่แพทย์สามารถใช้เครื่องมือเข้าไปทำให้นิ่วแตกและนำบางส่วนออกได้โดยตรง
นิ่วก้อนเล็กจำนวนหนึ่งสามารถหลุดออกเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องสลายทุกก้อน แพทย์จะพิจารณาจากภาพถ่ายรังสี อาการ การอุดกั้น การติดเชื้อ การทำงานของไต และโอกาสที่นิ่วจะหลุดเอง หากนิ่วไม่ทำให้เกิดอาการ ไม่ปิดกั้นทางเดินปัสสาวะ และไม่กระทบต่อไต การติดตามอาจเหมาะกว่าการทำหัตถการทันที
ผลของการสลายนิ่วไม่เท่ากันในแต่ละคน นิ่วที่มีขนาด ตำแหน่ง หรือองค์ประกอบต่างกันตอบสนองต่อคลื่นไม่เหมือนกัน นิ่วที่แข็งมาก นิ่วขนาดใหญ่ หรือนิ่วที่อยู่ในตำแหน่งซึ่งเศษนิ่วระบายออกยาก อาจแตกไม่ละเอียดหรือมีเศษค้างได้ ระยะห่างจากผิวหนังถึงก้อนนิ่วและรูปร่างของทางเดินปัสสาวะก็อาจมีผลต่อการส่งคลื่นและการขับเศษนิ่ว
ดังนั้น คำว่า “ไม่มีแผล” ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง และคำว่า “นิ่วแตก” ก็ไม่เท่ากับ “นิ่วออกหมด” การตรวจติดตามหลังทำจึงเป็นส่วนสำคัญของการรักษา
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ทำ
การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกอาจเหมาะกับผู้ที่มีนิ่วในไตหรือนิ่วในท่อไตบางตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อมีเงื่อนไขต่อไปนี้ร่วมด้วย
- นิ่วทำให้ปวดซ้ำ รบกวนการใช้ชีวิต หรือไม่หลุดออกเองหลังติดตามตามสมควร
- นิ่วกีดขวางการไหลของปัสสาวะ หรือมีแนวโน้มกระทบการทำงานของไต
- ขนาดและตำแหน่งของนิ่วอยู่ในช่วงที่แพทย์คาดว่าคลื่นจะทำให้นิ่วแตกและเศษนิ่วมีทางออกได้
- มองเห็นและกำหนดตำแหน่งนิ่วได้ด้วยระบบสร้างภาพที่ใช้ระหว่างทำ
- ต้องการหลีกเลี่ยงแผลผ่าตัด และไม่มีปัจจัยที่ทำให้วิธีนี้เสี่ยงเกินไป
- สุขภาพโดยรวมรองรับยาระงับความรู้สึกหรือการดมยาสลบตามที่สถานพยาบาลวางแผน
นิ่วบริเวณไตหรือท่อไตส่วนต้นที่เห็นได้ชัดจากภาพถ่ายอาจเป็นตัวเลือกของวิธีนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่านิ่วในตำแหน่งดังกล่าวทุกก้อนจะเหมาะ แพทย์ยังต้องดูขนาด ความหนาแน่น จำนวนก้อน โครงสร้างของไต และระยะทางที่เศษนิ่วต้องเคลื่อนออก (Penn Medicine)
ผู้ที่อาจต้องเลื่อน หลีกเลี่ยง หรือเลือกวิธีอื่น
แพทย์มักไม่เริ่มทำหากมีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่ยังควบคุมไม่ได้ เพราะการอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้ออาจรุนแรงขึ้นได้ ผู้ที่มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด หรือผลตรวจชี้ว่ามีการติดเชื้อ อาจต้องรักษาการติดเชื้อหรือระบายปัสสาวะก่อน
ห้ามทำ ESWL ระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากคลื่นกระแทกและการใช้รังสีอาจเป็นอันตรายต่อทารก หากตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าอาจตั้งครรภ์ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำและเลือกแนวทางอื่น
ภาวะต่อไปนี้อาจทำให้ไม่เหมาะกับการสลายนิ่ว หรือจำเป็นต้องประเมินอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล
- มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและยังปรับยาไม่ได้
- มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ยังไม่ได้รักษา
- มีการอุดกั้นใต้ตำแหน่งนิ่ว ทำให้เศษนิ่วไม่มีทางระบาย
- นิ่วมีขนาดใหญ่ จำนวนมาก แข็งมาก หรืออยู่ในตำแหน่งที่คาดว่าคลื่นเข้าถึงหรือระบายเศษได้ไม่ดี
- โครงสร้างไตหรือท่อไตผิดปกติจนเศษนิ่วผ่านออกยาก
- มีภาวะสุขภาพบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงจากคลื่น การจัดท่านอน หรือยาระงับความรู้สึก
- มีหลอดเลือดแดงโป่งพอง โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงใหญ่หรือหลอดเลือดแดงไตที่อยู่ใกล้แนวส่งคลื่น ต้องหลีกเลี่ยง ESWL หรือให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินอย่างละเอียดก่อน
- ไม่สามารถระบุตำแหน่งนิ่วได้ชัดด้วยเครื่องมือสร้างภาพที่ใช้ระหว่างทำ
ผู้ที่มีเครื่องมือแพทย์ฝังในร่างกาย โรคหัวใจหรือหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ดี หรือมีไตทำงานข้างเดียว ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ก่อนวางแผน ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ทุกกรณี แต่ทีมรักษาต้องประเมินความเสี่ยงและเตรียมวิธีดูแลที่เหมาะสม
ถ้ามีอาการปวดร่วมกับไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะออกน้อยมาก หรือสงสัยว่ามีไตอุดกั้นและติดเชื้อ การสลายนิ่วตามนัดอาจไม่ใช่คำตอบเร่งด่วน ผู้ป่วยบางรายต้องได้รับยาฆ่าเชื้อและระบายปัสสาวะจากไตก่อน แล้วจึงกลับมารักษานิ่วภายหลัง
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ทีมรักษาจะให้คำแนะนำเฉพาะตามชนิดยาระงับความรู้สึก โรคประจำตัว และแนวทางของสถานพยาบาล ควรยึดเอกสารนัดของคุณเป็นหลัก ไม่ควรหยุดยาเองเพราะคำแนะนำทั่วไปจากอินเทอร์เน็ต
การตรวจที่อาจต้องทำ
ก่อนทำ แพทย์ต้องทราบว่านิ่วอยู่ตรงไหน มีขนาดและจำนวนเท่าใด และทางเดินปัสสาวะอุดกั้นหรือไม่ จึงอาจใช้เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตามความเหมาะสม ภาพเหล่านี้ยังช่วยประเมินความหนาแน่นของนิ่วและวางแผนว่าควรใช้การสลายนิ่วหรือวิธีอื่น
การตรวจเพิ่มเติมอาจประกอบด้วย
- ตรวจปัสสาวะหรือเพาะเชื้อ เพื่อค้นหาการติดเชื้อ
- ตรวจเลือด เพื่อดูการทำงานของไต จำนวนเม็ดเลือด และการแข็งตัวของเลือด
- ประเมินหัวใจหรือปอดในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือจะได้รับยาระงับความรู้สึก
- ตรวจการตั้งครรภ์ในผู้ที่มีโอกาสตั้งครรภ์ ตามแนวทางของสถานพยาบาล
หากพบการติดเชื้อ แพทย์อาจรักษาก่อนและเลื่อนวันทำ การเลื่อนไม่ได้หมายความว่าการรักษาล้มเหลว แต่ช่วยลดความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายเมื่อทางเดินปัสสาวะมีการอุดกั้นหรือถูกรบกวน
แจ้งยาและผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ใช้อยู่
นำรายชื่อยา หรือถ่ายภาพฉลากยาที่ใช้อยู่ให้ทีมรักษาดู โดยเฉพาะ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาแก้ปวดบางชนิดที่อาจเพิ่มการเลือดออก
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ
- สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ยาที่เคยทำให้แพ้หรือเกิดผลข้างเคียงรุนแรง
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ แต่เวลาที่ต้องหยุดแตกต่างกันตามตัวยา เหตุผลที่ใช้ยา การทำงานของไต และความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้กำหนดเวลา อย่าหยุดยาละลายลิ่มเลือด ยารักษาหัวใจ หรือยาเบาหวานด้วยตนเอง (Cleveland Clinic)
การงดอาหารและน้ำ
หากต้องได้รับยาระงับความรู้สึกหรือดมยาสลบ คุณจะได้รับคำสั่งให้งดอาหารและเครื่องดื่มก่อนทำ ช่วงเวลาขึ้นกับชนิดของอาหาร เวลาเข้ารับหัตถการ และแผนระงับความรู้สึก ทำตามคำสั่งของสถานพยาบาลอย่างเคร่งครัด หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง เพราะอาจต้องปรับเวลาหรือเลื่อนเพื่อป้องกันการสำลัก
สิ่งที่ควรเตรียมในวันทำ
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา และเอกสารส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยา โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และผลตรวจเดิม
- ภาพถ่ายรังสีหรือแผ่นข้อมูลภาพ หากตรวจจากสถานพยาบาลอื่น
- เสื้อผ้าที่สวมและเปลี่ยนง่าย
- ผู้ดูแลหรือผู้พากลับบ้าน หากได้รับยาที่ทำให้ง่วงหรือดมยาสลบ
- แผนการเดินทางกลับโดยไม่ขับรถเอง
ถ้ามีไข้ ไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะขุ่น หรืออาการป่วยใหม่ก่อนวันนัด ควรแจ้งสถานพยาบาลก่อนเดินทาง แพทย์จะตัดสินใจว่าทำต่อได้หรือควรเลื่อนโดยดูจากอาการและผลตรวจ
ขั้นตอนการผ่าตัด
แม้ชื่อที่ใช้กันทั่วไปจะเรียกว่า “ผ่าตัด” แต่วิธีนี้ไม่มีการกรีดผิวหนัง ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้
1. ตรวจยืนยันและเตรียมร่างกาย
เมื่อมาถึง ทีมรักษาจะยืนยันตัวตน ตำแหน่งนิ่ว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้ และเวลาที่กินหรือดื่มครั้งล่าสุด อาจตรวจสัญญาณชีพ เปิดเส้นให้น้ำเกลือ และทบทวนผลเลือดกับผลปัสสาวะ หากข้อมูลเปลี่ยนไปจากวันที่ประเมิน แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมก่อนเริ่ม
2. ให้ยาระงับความรู้สึก
รูปแบบการระงับความรู้สึกแตกต่างกันตามเครื่องมือ ตำแหน่งนิ่ว ความทนต่อความเจ็บปวด และแนวทางของสถานพยาบาล คุณอาจได้รับยาแก้ปวดร่วมกับยาคลายกังวล ยาที่ทำให้ง่วง การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน หรือการดมยาสลบ ระหว่างทำจะมีการติดตามชีพจร ความดัน การหายใจ และระดับออกซิเจน
3. จัดท่าและระบุตำแหน่งนิ่ว
คุณจะนอนบนเตียงของเครื่อง โดยมีส่วนรองรับหรือถุงน้ำช่วยส่งผ่านคลื่นเข้าสู่ร่างกาย ทีมรักษาจะจัดตำแหน่งลำตัวให้แนวคลื่นตรงกับนิ่ว จากนั้นใช้เอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์ค้นหาและยืนยันตำแหน่ง อาจต้องขยับตัวหรือปรับเตียงระหว่างทำเพื่อให้เล็งได้แม่นขึ้น
4. ส่งคลื่นไปยังก้อนนิ่ว
เครื่องจะส่งคลื่นผ่านผิวหนังไปยังนิ่วอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะ ทีมรักษามักเริ่มจากระดับพลังงานที่เหมาะสมแล้วปรับตามการตอบสนอง หากคุณยังรู้สึกตัว อาจได้ยินเสียงคลิกหรือรู้สึกเหมือนมีอะไรมาต tapping บริเวณสีข้าง แต่ความรู้สึกต่างกันไปตามรูปแบบการระงับความรู้สึก (Cleveland Clinic)
ระหว่างนั้น แพทย์จะตรวจตำแหน่งนิ่วซ้ำและดูการแตกของก้อนจากภาพ หากนิ่วเคลื่อนตามการหายใจหรือเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ต้องปรับแนวเครื่องให้ตรง การส่งคลื่นจะหยุดเมื่อได้ผลตามแผน เมื่อถึงขีดจำกัดที่เหมาะสม หรือเมื่อมีเหตุที่ไม่ควรทำต่อ
5. ใส่ท่อพยุงท่อไตในบางราย
บางคนอาจต้องใส่ท่อเล็กภายในท่อไตเพื่อช่วยให้ปัสสาวะและเศษนิ่วระบายได้ ท่อนี้ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แพทย์อาจพิจารณาเมื่อคาดว่าจะมีเศษนิ่วจำนวนมาก มีการอุดกั้น หรือทางเดินปัสสาวะต้องการการพยุงเพิ่มเติม
ท่ออาจทำให้ปัสสาวะบ่อย ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย ปวดสีข้างขณะปัสสาวะ หรือมีเลือดปนได้ หากใส่ไว้ คุณควรทราบว่าจะนำออกเมื่อใดและต้องติดต่อที่ไหน เพราะไม่ควรปล่อยท่อค้างเกินแผนโดยไม่มีการติดตาม
6. เฝ้าดูอาการหลังทำ
หลังเสร็จ คุณจะพักในพื้นที่ฟื้นตัวจนรู้สึกตัวดี สัญญาณชีพคงที่ ควบคุมอาการปวดได้ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาต่อ ทีมรักษาอาจให้ปัสสาวะก่อนกลับบ้าน และอธิบายเรื่องเลือดในปัสสาวะ อาการปวดจากเศษนิ่ว ยาที่ต้องใช้ และวันตรวจติดตาม
การไม่มีแผลภายนอกไม่ได้หมายความว่าควรกลับบ้านโดยไม่มีผู้ดูแล หากได้รับยาที่ทำให้ง่วง การตัดสินใจและการทรงตัวอาจยังไม่ปกติ ควรให้ผู้อื่นพากลับและอยู่ช่วยในช่วงแรกตามคำแนะนำของสถานพยาบาล
ใช้เวลานานแค่ไหน
ช่วงที่เครื่องส่งคลื่นมักใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที แต่อาจสั้นหรือยาวกว่านี้ตามขนาด จำนวน ตำแหน่ง และการมองเห็นนิ่ว รวมถึงการจัดท่าและการตอบสนองระหว่างทำ (Medical News Today)
เวลาที่อยู่ในสถานพยาบาลจะนานกว่าช่วงทำจริง เพราะต้องลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก และเฝ้าดูอาการหลังทำ ในทางปฏิบัติควรเผื่อเวลาหลายชั่วโมง และไม่ควรวางแผนทำงานหรือขับรถในวันเดียวกัน
ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกันเมื่ออาการคงที่ แต่การรับไว้ดูอาการอาจจำเป็นหากมีอาการปวดมาก คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะไม่ออก มีเลือดออกมาก สงสัยติดเชื้อ มีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง หรือได้รับการรักษาเพิ่มเติม รูปแบบการรับไว้รักษาแตกต่างกันตามผู้ป่วยและแนวทางของสถานพยาบาลในประเทศไทย จึงควรถามล่วงหน้าว่าต้องเตรียมของสำหรับค้างคืนหรือไม่
ยาระงับความรู้สึกมีได้หลายแบบ ตั้งแต่ยาแก้ปวดและยาที่ทำให้ง่วง ไปจนถึงการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนหรือดมยาสลบ การเลือกไม่ได้ขึ้นกับความกังวลเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงตำแหน่งนิ่ว เครื่องมือ ระยะเวลาที่คาดไว้ โรคประจำตัว และการประเมินของวิสัญญีแพทย์
พักฟื้นนานแค่ไหน
คนส่วนใหญ่มักกลับไปทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ภายในไม่กี่วัน แต่ระยะพักฟื้นขึ้นกับยาระงับความรู้สึก อาการปวด ปริมาณเศษนิ่ว ลักษณะงาน และโรคประจำตัว เศษนิ่วอาจทยอยออกนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์ จึงอาจมีอาการเป็นช่วง ๆ แม้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันแล้ว (Penn Medicine)
| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจพบ | การใช้ชีวิต |
| วันทำถึงวันแรก | ง่วงจากยา ปวดหรือระบมสีข้าง ปัสสาวะมีเลือดปน คลื่นไส้เล็กน้อย | พัก ให้ผู้ดูแลพากลับ ไม่ขับรถหรือทำงานที่ต้องตัดสินใจหากยังมีผลจากยา |
| หลายวันแรก | เศษนิ่วเริ่มออก ปวดบีบเป็นพัก ๆ มีรอยช้ำหรือเจ็บบริเวณที่รับคลื่น | เดินเบา ๆ ได้ตามอาการ กลับสู่งานเบาเมื่อควบคุมปวดได้และไม่มีไข้ |
| หลายวันถึงหลายสัปดาห์ | เศษนิ่วยังอาจออกกับปัสสาวะ อาการปวดควรค่อย ๆ ลดลง | เพิ่มกิจกรรมตามคำแนะนำ นัดตรวจเพื่อดูว่ามีนิ่วค้างหรืออุดกั้นหรือไม่ |
| หลังตรวจติดตาม | แพทย์ประเมินนิ่วคงเหลือและการระบายปัสสาวะ | อาจเฝ้าติดตาม ทำซ้ำ หรือเปลี่ยนวิธีรักษาตามผลตรวจ |
เลือดปนในปัสสาวะเล็กน้อยและอาการระบมบริเวณสีข้างพบได้หลังทำ แต่ควรค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่ควรใช้ลักษณะเลือดเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าปลอดภัย หากเลือดออกเพิ่ม มีลิ่มเลือด ปัสสาวะลำบาก หน้ามืด หรืออ่อนเพลียมาก ต้องติดต่อสถานพยาบาล
อาการปวดบีบอาจเกิดเมื่อเศษนิ่วเคลื่อนผ่านท่อไต ความรุนแรงขึ้นกับขนาดและจำนวนเศษนิ่ว ไม่ใช่ทุกคนจะปวดเท่ากัน ใช้ยาตามใบสั่งเท่านั้น หากปวดมากแม้ใช้ยาตามแผน หรือปวดร่วมกับไข้และปัสสาวะออกน้อย ควรกลับไปประเมิน ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง
เรื่องการดื่มน้ำควรทำตามแผนของแพทย์ ผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดมักได้รับคำแนะนำให้รับน้ำเพียงพอเพื่อช่วยการไหลของปัสสาวะ แต่ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคไต หรือมีข้อจำกัดน้ำต้องใช้ปริมาณที่แพทย์กำหนด ไม่ควรฝืนดื่มมากจนผิดปกติ
การกลับไปทำงานขึ้นกับลักษณะงาน งานนั่งโต๊ะหรืองานเบาอาจกลับได้เร็วกว่าเมื่ออาการคงที่ งานขับรถ งานใช้เครื่องจักร งานบนที่สูง หรืองานยกของหนักควรรอจนไม่มีผลจากยาระงับความรู้สึก ไม่มีอาการปวดรบกวน และได้รับอนุญาตตามแผนของทีมรักษา
การตรวจติดตามสำคัญแม้ไม่มีอาการ เพราะเศษนิ่วที่ค้างอาจไม่ทำให้ปวดทันที แพทย์อาจใช้ภาพถ่ายรังสีหรืออัลตราซาวนด์ดูว่านิ่วแตกและออกไปเพียงใด มีการอุดกั้นหรือไม่ และจำเป็นต้องรักษาเพิ่มหรือเปล่า
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกไม่มีแผลกรีด แต่คลื่นผ่านเนื้อเยื่อและเศษนิ่วต้องเคลื่อนผ่านทางเดินปัสสาวะ จึงมีความเสี่ยงที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ
ผลข้างเคียงที่พบได้หลังทำ
- ปัสสาวะมีเลือดปนในช่วงสั้น ๆ
- เจ็บ ระบม หรือมีรอยช้ำบริเวณสีข้าง
- ปวดบีบเมื่อเศษนิ่วผ่านท่อไต
- ปัสสาวะบ่อยหรือปวดหน่วง หากมีท่อพยุงท่อไต
- คลื่นไส้ ง่วง หรือเวียนศีรษะจากยา
- เศษนิ่วออกไม่หมดและยังเห็นนิ่วค้างจากภาพตรวจ
อาการเหล่านี้มักดีขึ้นตามการฟื้นตัว แต่ต้องแยกจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่า โดยเฉพาะเมื่ออาการแย่ลงแทนที่จะค่อย ๆ ลดลง
การอุดตันจากเศษนิ่ว
เมื่อนิ่วแตก เศษหลายชิ้นอาจเรียงตัวและติดในท่อไต ทำให้ปัสสาวะจากไตไหลลงได้ไม่ดี อาจเกิดอาการปวดมาก ปัสสาวะออกน้อย หรือไตบวม บางกรณีต้องใส่ท่อระบาย ส่องกล้อง หรือทำหัตถการเพิ่มเติม
ความเสี่ยงขึ้นกับขนาดก้อนเดิม ปริมาณเศษนิ่ว และความกว้างหรือรูปร่างของทางเดินปัสสาวะ แพทย์อาจเสนอให้ใส่ท่อพยุงในผู้ที่คาดว่ามีโอกาสอุดตันสูง แต่ท่อดังกล่าวก็มีอาการรบกวนของตัวเอง
การติดเชื้อ
เชื้อที่มีอยู่ในปัสสาวะหรือนิ่วอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหลังทำ อาการที่ควรระวังคือไข้ หนาวสั่น ปวดสีข้างมาก อ่อนเพลียผิดปกติ หรือสับสน การติดเชื้อร่วมกับทางเดินปัสสาวะอุดกั้นเป็นภาวะเร่งด่วน เพราะอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดได้
การตรวจปัสสาวะและรักษาการติดเชื้อก่อนทำช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถตัดความเสี่ยงออกทั้งหมดได้ ผู้ป่วยควรรู้ช่องทางติดต่อสถานพยาบาลนอกเวลาทำการก่อนกลับบ้าน
เลือดออกและการบาดเจ็บของไต
คลื่นอาจทำให้เนื้อเยื่อไตหรือบริเวณรอบไตมีเลือดออกได้ ส่วนใหญ่เลือดในปัสสาวะหรือรอยช้ำเป็นเพียงชั่วคราว แต่บางรายอาจมีเลือดคั่ง ปวดมาก ความดันตก หรือซีดจนต้องตรวจและรักษาเพิ่มเติม ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นในผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดหรือใช้ยาที่เพิ่มการเลือดออก (Medical News Today)
นิ่วแตกไม่หมดหรือกลับเป็นซ้ำ
นิ่วบางชนิดแข็งและตอบสนองต่อคลื่นไม่ดี บางก้อนแตกแต่เศษไม่หลุดออกทั้งหมด บางคนจึงต้องทำซ้ำ ส่องกล้อง หรือใช้วิธีเจาะเข้าทางไต การรักษาครั้งนี้ยังไม่ป้องกันการเกิดนิ่วใหม่ หากปัจจัยที่ทำให้เกิดนิ่วยังคงอยู่
หลังผ่านช่วงรักษาเฉียบพลัน แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจองค์ประกอบของนิ่ว ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือประเมินพฤติกรรมการกินและการดื่ม เพื่อวางแผนลดการเกิดซ้ำตามชนิดของนิ่ว
ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก
ยาอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ง่วง เวียนศีรษะ ความดันเปลี่ยน หรือกดการหายใจ ความเสี่ยงที่สำคัญขึ้นกับชนิดยา อายุ โรคหัวใจและปอด ภาวะอ้วน การหยุดหายใจขณะหลับ และประวัติแพ้ยาหรือมีปัญหาจากการดมยาสลบครั้งก่อน จึงควรแจ้งประวัติทั้งหมดกับวิสัญญีแพทย์
ไม่มีตัวเลขเดียวที่บอกโอกาสสำเร็จหรือความเสี่ยงของคุณได้อย่างแม่นยำ เพราะผลขึ้นกับขนาด ตำแหน่ง ความหนาแน่น และองค์ประกอบของนิ่ว รวมถึงกายวิภาคและสุขภาพโดยรวม คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ แพทย์คาดว่านิ่วก้อนนี้จะแตกและออกหมดได้มากน้อยเพียงใด และหากไม่หมด แผนขั้นต่อไปคืออะไร
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อสถานพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินหากมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบประเมิน |
| ไข้ หนาวสั่น ตัวสั่น หรืออ่อนเพลียมาก | อาจเป็นการติดเชื้อ โดยเฉพาะถ้ามีทางเดินปัสสาวะอุดกั้น |
| ปวดสีข้างหรือปวดท้องรุนแรงขึ้น หรือยาในแผนควบคุมไม่ได้ | อาจมีเศษนิ่วอุดท่อไต เลือดออก หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น |
| ปัสสาวะไม่ออก ออกน้อยลงชัดเจน หรือปวดปัสสาวะแต่ถ่ายไม่ได้ | อาจมีการอุดตันจากเศษนิ่ว ลิ่มเลือด หรือปัญหาการระบายปัสสาวะ |
| ปัสสาวะเป็นเลือดมากขึ้น มีลิ่มเลือดจำนวนมาก หน้ามืด หรือใจสั่น | อาจมีเลือดออกที่ต้องตรวจเพิ่มเติม |
| คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำหรือรับยาไม่ได้ | เสี่ยงขาดน้ำและควบคุมอาการไม่ได้ |
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือสับสน | อาจเป็นภาวะฉุกเฉินจากยา การติดเชื้อ หรือโรคอื่น |
| ปวด บวม แดง หรือมีอาการผิดปกติที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว | ต้องตรวจหาการติดเชื้อ เลือดออก หรือการบาดเจ็บ |
อย่ารอถึงวันนัดหากมีไข้ร่วมกับปวดสีข้างหรือปัสสาวะออกน้อย และไม่ควรขับรถเองหากปวดมาก หน้ามืด ง่วงจากยา หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้นำใบสรุปการรักษาและรายชื่อยาติดตัวไปด้วยถ้าเป็นไปได้
ทางเลือกอื่น
การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกไม่ใช่ทางเลือกเดียว วิธีที่เหมาะขึ้นกับอาการ ขนาดและตำแหน่งของนิ่ว การอุดกั้น การติดเชื้อ การทำงานของไต และโอกาสที่นิ่วจะออกเอง
เฝ้าติดตามและรอให้นิ่วหลุดเอง
นิ่วขนาดเล็กบางก้อนสามารถผ่านออกเองได้ แพทย์อาจเลือกติดตามหากอาการควบคุมได้ ไม่มีการติดเชื้อ ไม่มีการอุดกั้นที่เป็นอันตราย และการทำงานของไตยังเหมาะสม ระหว่างนี้อาจให้ยาควบคุมอาการหรือช่วยให้นิ่วผ่านตามข้อบ่งชี้
การรอไม่ใช่การปล่อยไว้โดยไม่มีแผน ควรมีกรอบเวลาติดตาม ภาพตรวจซ้ำ และคำแนะนำชัดเจนว่าอาการใดต้องกลับมาเร็วกว่านัด หากนิ่วไม่เคลื่อน อาการปวดเกิดซ้ำ หรือไตเริ่มได้รับผลกระทบ แพทย์อาจเสนอหัตถการ
ส่องกล้องท่อไตและสลายนิ่วจากภายใน
แพทย์สอดกล้องขนาดเล็กผ่านท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะขึ้นไปยังท่อไตหรือไต แล้วใช้พลังงานทำให้นิ่วแตกและนำชิ้นส่วนออก วิธีนี้เข้าถึงนิ่วบางตำแหน่งได้โดยตรง และอาจเหมาะเมื่อนิ่วแข็ง มองเห็นจากภายนอกไม่ชัด หรือเคยสลายจากภายนอกแล้วไม่สำเร็จ
ข้อแลกเปลี่ยนคือเป็นหัตถการที่รุกล้ำกว่า มักต้องใช้การดมยาสลบ และอาจต้องใส่ท่อพยุงท่อไตภายหลัง จึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เลือดออก และการบาดเจ็บของท่อไตตามลักษณะหัตถการ
เจาะผ่านผิวหนังเข้าถึงไตเพื่อนำนิ่วออก
วิธีนี้ทำทางเข้าขนาดเล็กจากผิวหนังบริเวณหลังเข้าสู่ไต แล้วใช้กล้องและเครื่องมือสลายนิ่วหรือนำชิ้นนิ่วออก มักพิจารณาเมื่อนิ่วมีขนาดใหญ่ ซับซ้อน มีหลายกิ่ง หรือไม่น่าจะรักษาได้เพียงพอด้วยคลื่นจากภายนอก
วิธีนี้สามารถจัดการนิ่วปริมาณมากได้โดยตรง แต่มีแผล ต้องใช้การระงับความรู้สึก และอาจต้องพักรักษาตัวมากกว่าวิธีสลายจากภายนอก ความเสี่ยงต่อเลือดออกและการบาดเจ็บก็มักต้องพิจารณามากขึ้น
การระบายปัสสาวะก่อนรักษานิ่ว
ถ้ามีการอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้อ เป้าหมายเร่งด่วนคือทำให้ปัสสาวะระบายและควบคุมการติดเชื้อ ไม่ใช่รีบทำให้นิ่วแตกเสมอ แพทย์อาจใส่ท่อผ่านท่อไตหรือระบายจากไตผ่านผิวหนัง แล้วรักษานิ่วเมื่ออาการปลอดภัยขึ้น
การรักษาเพื่อลดการเกิดนิ่วใหม่
หลังนิ่วหลุดหรือถูกนำออก การป้องกันขึ้นกับชนิดของนิ่วและสาเหตุ อาจรวมถึงการปรับปริมาณน้ำ อาหาร เกลือ โปรตีน หรือการใช้ยาตามผลตรวจ ไม่ควรใช้สูตรอาหารเดียวกับนิ่วทุกชนิด เพราะข้อแนะนำอาจต่างกัน แพทย์อาจขอให้เก็บชิ้นนิ่วส่งตรวจเพื่อช่วยวางแผน
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อพิจารณา |
| เฝ้าติดตาม | นิ่วมีโอกาสหลุดเอง ไม่มีติดเชื้อหรือการอุดกั้นอันตราย | ต้องมีนัดและเกณฑ์กลับมารักษา |
| สลายด้วยคลื่นจากภายนอก | นิ่วอยู่ในตำแหน่งที่เล็งได้และคาดว่าจะแตก | อาจต้องรอให้เศษออก ทำซ้ำ หรือเปลี่ยนวิธี |
| ส่องกล้อง | ต้องเข้าถึงนิ่วโดยตรง หรือนิ่วไม่เหมาะกับคลื่นภายนอก | รุกล้ำกว่าและอาจต้องใส่ท่อพยุง |
| เจาะเข้าทางไต | นิ่วใหญ่หรือซับซ้อน | มีแผลและต้องเฝ้าระวังมากขึ้น |
| ระบายปัสสาวะฉุกเฉิน | อุดกั้นร่วมกับติดเชื้อหรือไตเสี่ยงเสียหาย | เป็นการแก้ภาวะเร่งด่วนก่อนรักษานิ่ว |
สิทธิการรักษา
การใช้สิทธิขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และบริการที่สถานพยาบาลนั้นมี ไม่ควรถือว่าหัตถการหนึ่งจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติเพียงเพราะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นนิ่ว
ประกันสังคม
เริ่มติดต่อสถานพยาบาลหลักตามสิทธิ แพทย์จะประเมินว่าต้องรักษาด้วยวิธีใดและสถานพยาบาลมีเครื่องมือหรือทีมที่จำเป็นหรือไม่ หากต้องไปรักษาที่อื่น อาจต้องมีการส่งต่อตามระบบ เว้นแต่เป็นภาวะฉุกเฉินตามเกณฑ์
ควรถามให้ชัดว่า
- ต้องใช้ใบส่งตัวหรือเอกสารใด
- การตรวจภาพ การดมยาสลบ และการใส่ท่อพยุงอยู่ในแผนเดียวกันหรือไม่
- ถ้าต้องทำซ้ำหรือเปลี่ยนเป็นการส่องกล้อง ต้องเข้าสู่ขั้นตอนใด
- นัดติดตามและการนำท่อออกทำที่สถานพยาบาลใด
บัตรทอง
ติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่รับผิดชอบตามสิทธิ เพื่อรับการประเมินและส่งต่อตามเครือข่าย หากหน่วยบริการไม่มีเครื่องสลายนิ่ว อาจส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพตามข้อบ่งชี้และระบบพื้นที่
ก่อนเข้ารับบริการ ควรตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตน ใบส่งตัว ผลตรวจ และสถานที่นัดหมาย หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น ไข้ร่วมกับปวดสีข้างรุนแรงและปัสสาวะออกน้อย ให้เข้ารับการประเมินฉุกเฉิน ไม่ควรรอจัดการเอกสารตามนัดปกติ
ประกันสุขภาพเอกชน
ความคุ้มครองขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์ ระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน ข้อบ่งชี้ และการอนุมัติก่อนรักษา บางกรมธรรม์แยกความคุ้มครองผู้ป่วยนอก การรักษาแบบกลับบ้านวันเดียว และการนอนโรงพยาบาลออกจากกัน
ขอให้สถานพยาบาลระบุแผนการรักษาให้ชัด รวมถึงการระงับความรู้สึก การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การใส่หรือนำท่อพยุงออก และความเป็นไปได้ที่จะต้องรักษาเพิ่มเติม จากนั้นสอบถามบริษัทประกันว่าเอกสารใดต้องอนุมัติล่วงหน้า และหากเปลี่ยนวิธีระหว่างรักษาต้องแจ้งใหม่หรือไม่
ไม่ว่าสิทธิใด ควรเก็บใบส่งตัว ผลตรวจ รายงานภาพถ่ายรังสี ใบรับรองแพทย์ และเอกสารอนุมัติไว้จนจบการติดตาม โดยเฉพาะหากมีท่อพยุงที่ต้องกลับมานำออกหรือมีแผนตรวจซ้ำ
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
สลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกเจ็บไหม
ระหว่างทำมักมียาระงับความรู้สึกหรือยาแก้ปวดช่วยลดความเจ็บ แต่คุณอาจรู้สึกเหมือนถูกเคาะหรือกระแทกเป็นจังหวะหากยังรู้สึกตัว รูปแบบยาขึ้นกับเครื่องมือ ตำแหน่งนิ่ว สุขภาพ และแนวทางของสถานพยาบาล หลังทำอาจระบมสีข้างหรือปวดบีบเมื่อเศษนิ่วเคลื่อนออก
ทำแล้วนิ่วออกทันทีหรือไม่
นิ่วมักไม่ได้ออกหมดทันที เพราะคลื่นทำหน้าที่ทำให้นิ่วแตก ส่วนร่างกายต้องขับเศษออกกับปัสสาวะในช่วงหลายวันถึงหลายสัปดาห์ (Cleveland Clinic) บางคนอาจไม่เห็นเศษนิ่วด้วยตา และยังต้องตรวจภาพติดตามเพื่อยืนยันผล
ต้องนอนโรงพยาบาลไหม
ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวกันหากอาการคงที่ แต่บางคนต้องพักดูอาการหรือรับไว้รักษาตามชนิดยาระงับความรู้สึก โรคประจำตัว อาการปวด เลือดออก การติดเชื้อ และการปัสสาวะ ควรเตรียมผู้พากลับและเผื่อความเป็นไปได้ที่จะต้องค้างคืน
หลังทำปัสสาวะเป็นเลือดปกติไหม
เลือดปนเล็กน้อยในปัสสาวะช่วงสั้น ๆ พบได้หลังทำ แต่ควรค่อย ๆ ลดลง หากเลือดมากขึ้น มีลิ่มเลือด ปัสสาวะไม่ออก หน้ามืด ใจสั่น หรือปวดรุนแรง ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที
ต้องทำกี่ครั้งนิ่วจึงหมด
บางคนทำครั้งเดียวแล้วเศษนิ่วระบายได้เพียงพอ ขณะที่บางคนต้องทำซ้ำหรือเปลี่ยนเป็นการส่องกล้อง จำนวนครั้งขึ้นกับขนาด จำนวน ตำแหน่ง ความแข็ง และการแตกของนิ่ว รวมถึงความสามารถของทางเดินปัสสาวะในการขับเศษ แพทย์จะประเมินจากภาพตรวจหลังทำมากกว่าดูจากอาการเพียงอย่างเดียว
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบามักกลับได้ภายในไม่กี่วันเมื่อควบคุมอาการปวดได้ ไม่มีไข้ และไม่มีผลจากยาระงับความรู้สึก งานขับรถ ใช้เครื่องจักร ยกของหนัก หรือทำงานบนที่สูงอาจต้องรอนานกว่า กำหนดจริงขึ้นกับอาการและคำแนะนำของทีมรักษา
หลังทำต้องกรองปัสสาวะหรือไม่
บางกรณีแพทย์อาจให้ตะแกรงหรือภาชนะสำหรับเก็บเศษนิ่วเพื่อนำไปตรวจองค์ประกอบ หากได้รับอุปกรณ์ควรใช้ตามคำแนะนำ แต่การไม่เห็นเศษนิ่วไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีเศษออก และการเห็นเศษออกก็ไม่ได้ยืนยันว่านิ่วหมด ต้องอาศัยภาพตรวจติดตาม
ใส่ท่อพยุงท่อไตทุกคนหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกคน แพทย์พิจารณาจากขนาดและปริมาณนิ่ว ความเสี่ยงที่เศษนิ่วจะอุดตัน และสภาพทางเดินปัสสาวะ หากใส่ไว้ ควรถามวันและสถานที่นำออก รวมถึงอาการที่คาดว่าจะพบระหว่างมีท่อ
นิ่วชนิดใดสลายยาก
นิ่วที่แข็งมาก มีขนาดใหญ่ อยู่ในตำแหน่งที่เล็งหรือระบายเศษได้ยาก หรือมีหลายก้อน อาจตอบสนองไม่ดี แพทย์ใช้ภาพตรวจและข้อมูลสุขภาพช่วยคาดการณ์ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่านิ่วจะแตกและออกหมดทุกกรณี
ถ้ามีไข้หลังทำควรรอดูอาการก่อนได้ไหม
ไม่ควรรอหากมีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียมาก โดยเฉพาะเมื่อปวดสีข้างหรือปัสสาวะออกน้อย เพราะอาจเป็นการติดเชื้อร่วมกับการอุดกั้น ควรติดต่อสถานพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันที
สลายนิ่วแล้วนิ่วจะกลับมาอีกไหม
นิ่วสามารถเกิดใหม่ได้ เพราะการสลายนิ่วจัดการกับก้อนที่มีอยู่แต่ไม่ได้แก้สาเหตุทั้งหมด การป้องกันต้องอาศัยชนิดของนิ่ว ผลเลือด ผลปัสสาวะ อาหาร การรับน้ำ และโรคประจำตัว แพทย์อาจขอตรวจเศษนิ่วเพื่อวางแผนเฉพาะบุคคล
หากนิ่วไม่ปวด จำเป็นต้องทำหรือไม่
นิ่วที่ไม่ปวดไม่จำเป็นต้องทำทันทีทุกก้อน แต่การไม่มีอาการไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีการอุดกั้นหรือผลต่อไต แพทย์จะดูขนาด ตำแหน่ง การโตขึ้น การติดเชื้อ และการทำงานของไต หากความเสี่ยงต่ำ การติดตามด้วยภาพตรวจอาจเหมาะกว่า
สลายนิ่วกับส่องกล้อง แบบไหนดีกว่า
ไม่มีวิธีใดดีกว่าสำหรับทุกคน การสลายจากภายนอกไม่มีแผลและรุกล้ำน้อยกว่า แต่อาจต้องรอให้เศษนิ่วออกหรือทำซ้ำ ส่วนการส่องกล้องเข้าถึงนิ่วโดยตรง แต่อาจต้องดมยาสลบและใส่ท่อพยุง การเลือกควรอิงลักษณะนิ่วและความเสี่ยงของคุณ
ก่อนทำต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดไหม
ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาโดยพิจารณาชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงลิ่มเลือด และการทำงานของไต หากไม่แน่ใจ ให้นำยาทั้งหมดไปให้ทีมรักษาตรวจสอบก่อนวันทำ
หลังทำควรดื่มน้ำมากแค่ไหน
ควรดื่มตามคำแนะนำเฉพาะของแพทย์ ไม่ควรกำหนดปริมาณเองจากคำแนะนำทั่วไป ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคไต หรือจำกัดน้ำอาจต้องควบคุมต่างจากคนทั่วไป หากดื่มไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรือปัสสาวะออกน้อยลงชัดเจน ควรติดต่อสถานพยาบาล
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: What Is Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy (ESWL)? — เกี่ยวกับ Extracorporeal shock wave lithotripsy (ESWL) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Medical News Today: Lithotripsy: Procedure, recovery, and side effects — เกี่ยวกับ Extracorporeal shock wave lithotripsy (ESWL) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy (ESWL) — เกี่ยวกับ Extracorporeal shock-wave lithotripsy (ESWL) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


