ผ่าตัดตับอ่อน
ผ่าตัดตับอ่อน (Pancreatic surgery) คือการนำตับอ่อนส่วนที่เป็นโรคออกบางส่วนหรือทั้งหมด บางครั้งต้องนำอวัยวะใกล้เคียงออกด้วย เพื่อรักษาเนื้องอก มะเร็ง ถุงน้ำบางชนิด หรือภาวะตับอ่อนอักเสบรุนแรงที่รักษาวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล การผ่าตัดนี้มีหลายแบบและเป็นการผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะเลือกวิธีตามตำแหน่งของโรค การลุกลาม และสุขภาพโดยรวมของคุณ
ประเด็นสำคัญ
- ตับอ่อนช่วยย่อยอาหารและควบคุมน้ำตาลในเลือด การนำออกมากอาจทำให้ต้องใช้เอนไซม์ช่วยย่อยอาหารหรืออินซูลินในระยะยาว
- วิธีผ่าตัดขึ้นกับตำแหน่งของโรค อาจนำออกเฉพาะส่วนหัว ส่วนกลาง ส่วนลำตัวและหาง หรือทั้งตับอ่อน พร้อมอวัยวะข้างเคียงบางส่วน
- ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายที่ควรผ่าตัด หากโรคลุกลามไปยังตำแหน่งที่นำออกไม่ได้ หรือความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูง แพทย์อาจแนะนำยาเคมีบำบัด รังสีรักษา การส่องกล้อง หรือการดูแลอาการแทน
ผ่าตัดตับอ่อน คืออะไร
ตับอ่อนอยู่ลึกบริเวณช่องท้องส่วนบนด้านหลังกระเพาะอาหาร มีหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง ได้แก่ ผลิตเอนไซม์สำหรับย่อยอาหาร และผลิตฮอร์โมน เช่น อินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การผ่าตัดจึงอาจกระทบทั้งการย่อยอาหารและการควบคุมน้ำตาล โดยผลกระทบขึ้นกับว่าต้องนำเนื้อตับอ่อนออกมากเพียงใด (Cleveland Clinic)
คำว่า “ผ่าตัดตับอ่อน” ไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดแบบเดียว แพทย์อาจเลือกวิธีต่อไปนี้
| วิธีผ่าตัด | ส่วนที่นำออก | มักใช้เมื่อโรคอยู่ที่ใด |
| ตัดตับอ่อนส่วนปลาย | ลำตัวและหางของตับอ่อน และอาจรวมม้าม | ลำตัวหรือหางของตับอ่อน |
| ตัดตับอ่อนส่วนกลาง | ส่วนกลางของตับอ่อน โดยเก็บส่วนหัวและหางไว้ | รอยโรคขนาดจำกัดในตำแหน่งที่เหมาะสม |
| ผ่าตัดวิปเปิล | หัวตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น ถุงน้ำดี และท่อน้ำดีบางส่วน ก่อนต่อทางเดินอาหารใหม่ | หัวตับอ่อน บริเวณปลายท่อน้ำดี หรือลำไส้เล็กส่วนต้น |
| ตัดตับอ่อนทั้งหมด | ตับอ่อนทั้งหมด และอวัยวะข้างเคียงบางส่วน | โรคกระจายทั่วตับอ่อนหรือไม่เหลือเนื้อเยื่อที่ควรเก็บไว้ |
| เลาะเฉพาะก้อน | นำก้อนออกโดยเก็บเนื้อตับอ่อนให้มากที่สุด | เนื้องอกบางชนิดที่มีขอบเขตชัดและตำแหน่งเหมาะสม |
ในการผ่าตัดวิปเปิล ศัลยแพทย์จะต่อส่วนที่เหลือของตับอ่อน ท่อน้ำดี และกระเพาะอาหารเข้ากับลำไส้เล็ก เพื่อให้อาหาร น้ำดี และน้ำย่อยยังผ่านเข้าสู่ลำไส้ได้
การผ่าตัดอาจทำผ่านแผลเปิดหน้าท้อง หรือใช้วิธีแผลเล็กผ่านกล้อง ในบางสถานพยาบาลอาจมีระบบเครื่องมือช่วยผ่าตัด วิธีแผลเล็กไม่ได้เหมาะกับทุกคน และบางครั้งอาจต้องเปลี่ยนเป็นแผลเปิดระหว่างผ่าตัด หากพบว่ารอยโรคซับซ้อน มีเลือดออก หรือไม่สามารถดำเนินการอย่างปลอดภัยด้วยวิธีเดิมได้
เป้าหมายของการผ่าตัดขึ้นกับโรคที่เป็นอยู่ สำหรับก้อนมะเร็ง เป้าหมายคือพยายามนำก้อนพร้อมขอบเนื้อเยื่อที่เหมาะสมออก และอาจตัดต่อมน้ำเหลืองเพื่อประเมินระยะโรค แต่การผ่าตัดไม่ใช่คำรับรองว่าจะกำจัดโรคได้ทั้งหมด ผู้ป่วยบางรายยังต้องรับยาเคมีบำบัดหรือการรักษาอื่นก่อนหรือหลังผ่าตัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมากกว่าความเสี่ยง และสามารถนำส่วนที่เป็นโรคออกได้ในขอบเขตที่เหมาะสม ภาวะที่อาจรักษาด้วยการผ่าตัด ได้แก่
- มะเร็งตับอ่อนที่ประเมินแล้วว่าสามารถผ่าตัดออกได้
- เนื้องอกของเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนในตับอ่อน
- เนื้องอกชนิดไม่ใช่มะเร็งที่ก่ออาการหรือมีแนวโน้มสร้างปัญหา
- ถุงน้ำในตับอ่อนบางชนิดที่มีลักษณะเสี่ยง เป็นเหตุให้เกิดอาการ หรือเปลี่ยนแปลงจากการติดตาม
- มะเร็งหรือเนื้องอกของท่อน้ำดีส่วนปลาย ลำไส้เล็กส่วนต้น หรือบริเวณรอยต่อใกล้หัวตับอ่อน
- ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังรุนแรง ซึ่งมีอาการปวดหรือภาวะแทรกซ้อนต่อเนื่องและการรักษาอื่นไม่ได้ผล
- การบาดเจ็บของตับอ่อนบางลักษณะ
เนื้องอก ถุงน้ำ และตับอ่อนอักเสบไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดเสมอไป ถุงน้ำบางชนิดติดตามด้วยภาพถ่ายรังสีได้ ส่วนตับอ่อนอักเสบมักเริ่มจากการรักษาสาเหตุ การงดแอลกอฮอล์ การปรับอาหาร ยาควบคุมอาการ หรือหัตถการผ่านกล้องก่อน การผ่าตัดมักสงวนไว้สำหรับผู้ที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน
แพทย์อาจไม่แนะนำให้ผ่าตัดทันที หาก
- มะเร็งกระจายไปอวัยวะอื่นจนการนำก้อนออกไม่ให้ประโยชน์ตามที่คาด
- ก้อนเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดสำคัญในลักษณะที่ไม่สามารถตัดออกหรือต่อหลอดเลือดได้อย่างเหมาะสม
- สุขภาพหัวใจ ปอด ตับ ไต หรือภาวะโภชนาการทำให้ความเสี่ยงของการผ่าตัดสูงเกินไป
- มีการติดเชื้อหรือโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้
- รอยโรคมีโอกาสก่อปัญหาต่ำและสามารถติดตามได้
- อาการน่าจะดีขึ้นด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด
หากก้อนยังไม่เหมาะกับการผ่าตัดทันที ทีมรักษาอาจให้ยาเคมีบำบัด รังสีรักษา หรือทั้งสองอย่างก่อน แล้วตรวจภาพซ้ำเพื่อประเมินว่าสามารถผ่าตัดได้หรือไม่ (Penn Medicine)
การตัดสินใจมักอาศัยภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ผลตรวจเลือด ผลชิ้นเนื้อในกรณีที่จำเป็น ตำแหน่งก้อน ความสัมพันธ์กับหลอดเลือด และสภาพร่างกายโดยรวม หากเป็นการผ่าตัดซับซ้อน คุณสามารถขอความเห็นเพิ่มเติมจากศัลยแพทย์ที่ดูแลโรคตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดีได้
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อกำหนดชนิดการผ่าตัด ประเมินว่าร่างกายรับการผ่าตัดใหญ่ได้หรือไม่ และลดปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
การตรวจประเมิน
การตรวจที่ใช้จะแตกต่างกันตามโรคและสุขภาพของแต่ละคน อาจประกอบด้วย
- การตรวจเลือด รวมถึงความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การทำงานของตับ ไต การแข็งตัวของเลือด และระดับน้ำตาล
- ภาพถ่ายช่องท้องเพื่อดูขนาด ตำแหน่ง และความสัมพันธ์ของก้อนกับหลอดเลือด
- การตรวจหัวใจหรือปอดเมื่อมีโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยง
- การส่องกล้องอัลตราซาวนด์หรือเก็บชิ้นเนื้อในผู้ป่วยบางราย
- การประเมินภาวะโภชนาการ น้ำหนักที่ลดลง และความสามารถในการรับประทานอาหาร
- การประเมินโดยวิสัญญีแพทย์เพื่อวางแผนยาสลบและการควบคุมความปวด
แจ้งทีมรักษาหากน้ำหนักลดเร็ว รับประทานอาหารได้น้อย อุจจาระมันหรือลอย มีตัวเหลืองตาเหลือง ไข้ หรือระดับน้ำตาลผิดปกติ เพราะปัญหาเหล่านี้อาจต้องได้รับการดูแลก่อนผ่าตัด
ยาและอาหารเสริม
นำรายชื่อยาทั้งหมดไปให้แพทย์ รวมถึงยาที่ซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับ เช่น
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาบางชนิดที่มีผลต่อไตหรือความดันโลหิต
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
อย่าหยุดยาเหล่านี้ด้วยตนเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาหยุด ปรับ หรือเริ่มยาใหม่ตามเหตุผลที่คุณใช้ยาและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีลิ่มเลือด หลอดเลือดสมองอุดตัน หรือใส่อุปกรณ์ในหลอดเลือดหัวใจ
การงดอาหารและน้ำ
โรงพยาบาลจะแจ้งว่าต้องหยุดอาหารและเครื่องดื่มเมื่อใด คำแนะนำอาจต่างกันตามเวลาผ่าตัด โรคประจำตัว และยาที่ใช้ ให้ทำตามคำสั่งที่ได้รับโดยตรง หากเผลอรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษา ไม่ควรปกปิดเพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงระหว่างดมยาสลบ
เตรียมร่างกายและการกลับบ้าน
หากสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ควรบอกทีมรักษาตามจริง การลดหรือหยุดอย่างเหมาะสมช่วยให้วางแผนดูแลได้ดีขึ้น ผู้ที่ดื่มหนักไม่ควรหยุดทันทีโดยไม่มีคำแนะนำ เพราะอาจเกิดอาการถอนแอลกอฮอล์ได้
วางแผนให้ครอบครัวหรือผู้ดูแลช่วยในช่วงแรกหลังกลับบ้าน โดยเฉพาะการเดินทาง การเตรียมอาหาร งานบ้าน และการมาพบแพทย์ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งยังเหนื่อยง่าย รับประทานได้น้อย และไม่พร้อมยกของหรือขับรถทันทีหลังออกจากโรงพยาบาล
ของที่ควรนำไป ได้แก่ บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา รายชื่อยา ผลตรวจจากสถานพยาบาลอื่น ข้อมูลการแพ้ยา และอุปกรณ์ส่วนตัวที่จำเป็น ไม่ควรนำของมีค่าที่ไม่จำเป็นไปโรงพยาบาล
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดจริงขึ้นกับชนิดของโรคและส่วนที่จะนำออก แต่ลำดับโดยทั่วไปเป็นดังนี้
- ยืนยันข้อมูลและแผนผ่าตัด
ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ขั้นตอน ตำแหน่งผ่าตัด ประวัติแพ้ยา และเอกสารยินยอม คุณยังสามารถถามเรื่องส่วนที่จะนำออก โอกาสต้องนำม้ามออก หรือความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดได้
- ให้ยาสลบและติดตามสัญญาณชีพ
การผ่าตัดตับอ่อนทำภายใต้การดมยาสลบ คุณจะหลับตลอดการผ่าตัด มีการติดตามการหายใจ ความดันโลหิต ชีพจร และระดับออกซิเจน อาจมีสายสวนปัสสาวะ สายให้น้ำเกลือ และสายติดตามอื่นตามความจำเป็น
- เปิดทางเข้าสู่ช่องท้อง
ศัลยแพทย์อาจเปิดแผลหน้าท้อง หรือทำแผลขนาดเล็กหลายตำแหน่งสำหรับกล้องและเครื่องมือ การเลือกวิธีขึ้นกับตำแหน่งก้อน ความซับซ้อน ประวัติการผ่าตัดเดิม และความพร้อมของทีม
- สำรวจรอยโรคและอวัยวะรอบข้าง
ทีมผ่าตัดจะประเมินว่ารอยโรคยังสามารถนำออกได้ตามแผนหรือไม่ หากพบการกระจายหรือการเกี่ยวข้องกับโครงสร้างสำคัญที่ภาพก่อนผ่าตัดไม่แสดงชัด อาจต้องปรับหรือยุติการตัดก้อนเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่มากเกินไป
- นำตับอ่อนส่วนที่เป็นโรคออก
หากโรคอยู่ส่วนลำตัวหรือหาง อาจตัดตับอ่อนส่วนปลายและอาจนำม้ามออกด้วย หากอยู่ส่วนหัว อาจทำการผ่าตัดวิปเปิล ส่วนโรคที่กินพื้นที่กว้างอาจต้องตัดตับอ่อนทั้งหมด การนำอวัยวะใกล้เคียงออกไม่ได้หมายความว่าโรคลุกลามเสมอไป แต่อาจจำเป็นเพราะอวัยวะเหล่านั้นอยู่ชิดกันหรือใช้หลอดเลือดร่วมกัน
- ต่อระบบทางเดินอาหารกลับเข้าด้วยกัน
ในการผ่าตัดบางแบบ ศัลยแพทย์ต้องต่อส่วนที่เหลือของตับอ่อนหรือท่อน้ำดีเข้ากับลำไส้ และต่อกระเพาะอาหารหรือลำไส้เพื่อให้อาหารผ่านได้ตามปกติ การต่อเหล่านี้เป็นจุดที่ต้องติดตามการรั่วหลังผ่าตัด
- ห้ามเลือด ใส่สายระบายเมื่อจำเป็น และปิดแผล
อาจมีสายระบายของเหลวออกจากช่องท้อง เพื่อช่วยสังเกตการรั่วของน้ำย่อย เลือด หรือน้ำดี ไม่ใช่ทุกคนต้องมีสายระบาย และเวลาถอดขึ้นกับปริมาณกับลักษณะของของเหลว
ชิ้นเนื้อที่นำออกจะถูกส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ผลตรวจช่วยบอกชนิดของโรค ขอบเขตของก้อน ขอบตัด และต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมีผลต่อแผนรักษาหลังผ่าตัด ผลขั้นสุดท้ายมักไม่ได้ทราบในห้องผ่าตัดทันที
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดตับอ่อนมักใช้เวลาหลายชั่วโมง เพราะตับอ่อนอยู่ใกล้หลอดเลือดและอวัยวะสำคัญ แหล่งอ้างอิงระบุช่วงเวลาประมาณ 2–6 ชั่วโมงสำหรับการตัดตับอ่อนหลายรูปแบบ ขณะที่การผ่าตัดวิปเปิลอาจใช้ประมาณ 4–12 ชั่วโมง ขึ้นกับวิธีผ่าตัด ความซับซ้อน การเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด (Mayo Clinic)
ตัวเลขนี้เป็นเวลาผ่าตัดโดยประมาณ ไม่รวมการเตรียมยาสลบ การจัดท่า และช่วงเฝ้าดูอาการหลังผ่าตัด ทีมของคุณจะให้ช่วงเวลาที่สอดคล้องกับแผนจริงมากกว่า
การผ่าตัดทำภายใต้การดมยาสลบและโดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่การผ่าตัดที่กลับบ้านได้ในวันเดียว ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตเพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผ่านการผ่าตัดที่ซับซ้อน
แหล่งอ้างอิงต่างประเทศระบุว่าการนอนโรงพยาบาลมักอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ระยะจริงในประเทศไทยขึ้นกับชนิดการผ่าตัด การฟื้นของลำไส้ ความสามารถในการรับประทานอาหาร การควบคุมความปวด และภาวะแทรกซ้อน จึงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ได้
พักฟื้นนานแค่ไหน
ช่วงพักฟื้นไม่เหมือนกันในทุกคน การตัดก้อนขนาดเล็กกับการผ่าตัดวิปเปิลหรือตัดตับอ่อนทั้งหมดมีผลต่อร่างกายต่างกัน อายุ ภาวะโภชนาการ การรักษามะเร็งร่วม และภาวะแทรกซ้อนก็มีผลเช่นกัน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักเกิดขึ้น |
| วันแรกหลังผ่าตัด | เฝ้าดูสัญญาณชีพ ควบคุมความปวด ให้สารน้ำ และเริ่มขยับตัวเมื่อเหมาะสม |
| หลายวันแรก | ค่อยๆ ลุกเดิน เริ่มจิบน้ำและเพิ่มอาหารตามการฟื้นของทางเดินอาหาร ติดตามแผลและสายระบาย |
| ก่อนกลับบ้าน | ต้องควบคุมความปวดได้ รับอาหารหรือสารอาหารได้พอ เดินได้ในระดับที่เหมาะสม และไม่มีภาวะที่ต้องดูแลในโรงพยาบาล |
| หลายสัปดาห์แรก | เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือรับประทานได้ครั้งละน้อย อาจต้องแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก |
| ระยะต่อมา | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ติดตามผลชิ้นเนื้อ น้ำหนัก น้ำตาลในเลือด และการย่อยอาหาร |
หลังการผ่าตัดวิปเปิล แหล่งอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยจำนวนมากกลับไปทำกิจวัตรทั่วไปได้ราว 4–6 สัปดาห์ แต่ขึ้นกับสุขภาพก่อนผ่าตัดและความยากของการผ่าตัด (Mayo Clinic) การฟื้นกำลังและการรับประทานอาหารอาจใช้เวลานานกว่านั้น แหล่งข้อมูลอีกแห่งอธิบายว่าการฟื้นโดยรวมหลังผ่าตัดตับอ่อนอาจกินเวลาประมาณ 3 เดือน
ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะอาจกลับไปทำงานได้เร็วกว่าผู้ที่ต้องยกของ ขับรถระยะไกล หรือใช้แรงมาก อย่ากำหนดวันกลับไปทำงานจากตัวเลขทั่วไปเพียงอย่างเดียว ศัลยแพทย์จะประเมินจากแผล กำลังร่างกาย อาหารที่รับได้ และชนิดงานของคุณ
ควรเดินระยะสั้นและเพิ่มกิจกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามคำแนะนำ หลีกเลี่ยงการยกของหนักจนกว่าทีมผ่าตัดจะอนุญาต การขับรถควรรอจนควบคุมรถและเบรกฉุกเฉินได้ ไม่ง่วงจากยา และขยับตัวโดยไม่เจ็บจนรบกวนการตอบสนอง
การกินอาหารหลังผ่าตัด
ในช่วงแรกอาจอิ่มเร็ว คลื่นไส้ หรือรับประทานได้น้อย การแบ่งเป็นมื้อเล็กและติดตามกับนักกำหนดอาหารอาจช่วยได้ หากมีอุจจาระมัน ซีด ลอย มีกลิ่นแรง ท้องอืดมาก หรือน้ำหนักลดต่อเนื่อง อาจหมายถึงเอนไซม์ย่อยอาหารไม่เพียงพอ แพทย์จะประเมินว่าต้องใช้เอนไซม์ทดแทนหรือปรับโภชนาการหรือไม่
น้ำตาลในเลือดหลังผ่าตัด
การตัดตับอ่อนบางส่วนอาจลดจำนวนเซลล์ที่สร้างอินซูลิน บางคนจึงมีระดับน้ำตาลสูงหรือเกิดเบาหวาน ส่วนผู้ที่ตัดตับอ่อนทั้งหมดจะสูญเสียแหล่งสร้างอินซูลินตามธรรมชาติและต้องได้รับการดูแลทดแทนในระยะยาว
หากผ่าตัดร่วมกับการนำม้ามออก แพทย์จะประเมินการป้องกันการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการไม่มีม้าม รวมถึงการให้วัคซีนตามความเหมาะสม กำหนดการขึ้นกับประวัติเดิมและช่วงเวลาของการรักษา
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดตับอ่อนเป็นการผ่าตัดใหญ่ ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับชนิดการผ่าตัด อายุ โภชนาการ โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ ตำแหน่งก้อน และความซับซ้อนของการต่ออวัยวะ ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวกับแผนของคุณโดยตรง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจรุนแรงจนต้องทำหัตถการหรือผ่าตัดซ้ำ เข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต และอาจเสียชีวิตได้ ความเสี่ยงจริงแตกต่างกันมากตามชนิดการผ่าตัด โรคประจำตัว ระยะโรค และประสบการณ์ของสถานพยาบาล ควรถามทีมผ่าตัดถึงความเสี่ยงเฉพาะของตนเอง
- เลือดออก อาจเกิดระหว่างหรือหลังผ่าตัด และบางกรณีต้องให้เลือด ทำหัตถการ หรือผ่าตัดซ้ำ
- การติดเชื้อ อาจเกิดที่แผล ในช่องท้อง ปอด หรือระบบทางเดินปัสสาวะ
- น้ำย่อยตับอ่อนรั่ว เกิดจากรอยต่อหรือหน้าตัดของตับอ่อน อาจต้องคาสายระบายนานขึ้น ให้การรักษาเพิ่มเติม หรือทำหัตถการ
- น้ำดีหรือของเหลวจากทางเดินอาหารรั่ว พบได้จากจุดต่อหลังการผ่าตัดบางแบบ
- กระเพาะอาหารระบายช้า ทำให้อิ่มเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน หรือยังรับประทานอาหารไม่ได้ชั่วคราว เป็นความเสี่ยงที่ระบุไว้หลังการผ่าตัดวิปเปิล (Mayo Clinic)
- ลำไส้ทำงานช้าหรืออุดตัน อาจทำให้ท้องอืด อาเจียน และไม่ผายลม
- ลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด ความเสี่ยงเพิ่มจากการผ่าตัดใหญ่ มะเร็ง และการนอนนาน
- ปัญหาปอดหรือหัวใจ เช่น ปอดแฟบ ปอดอักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนในผู้มีโรคหัวใจเดิม
- น้ำตาลในเลือดผิดปกติหรือเบาหวาน ความเสี่ยงเพิ่มเมื่อเหลือเนื้อตับอ่อนน้อยลง
- ย่อยอาหารไม่ดีและน้ำหนักลด เกิดจากเอนไซม์ตับอ่อนไม่เพียงพอหรือรับประทานได้น้อย
- ผลจากการนำม้ามออก ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อบางชนิดมากขึ้น
- แผลเป็น ไส้เลื่อนบริเวณแผล หรือพังผืดในช่องท้อง อาจเกิดในระยะยาว
- ต้องเปลี่ยนแผนผ่าตัด เช่น เปลี่ยนจากแผลเล็กเป็นแผลเปิด หรือนำอวัยวะออกมากกว่าที่คาดเมื่อจำเป็นต่อความปลอดภัย
หากตัดตับอ่อนทั้งหมด ผู้ป่วยต้องได้รับการทดแทนหน้าที่ของตับอ่อน ทั้งการควบคุมน้ำตาลและเอนไซม์ย่อยอาหารในระยะยาว การดูแลจึงมักเกี่ยวข้องกับทีมเบาหวานและโภชนาการ ไม่ใช่เฉพาะการติดตามแผลผ่าตัด
ก่อนลงนามยินยอม คุณควรถามให้ชัดว่าแพทย์คาดว่าจะนำตับอ่อนส่วนใดออก อาจต้องนำม้ามหรืออวัยวะใดออกด้วยหรือไม่ มีโอกาสต้องตัดตับอ่อนทั้งหมดหรือไม่ และหากพบว่าโรคนำออกไม่ได้จะดำเนินการอย่างไร
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หมดสติ หรือสับสน
- ปวดท้องมากขึ้นอย่างชัดเจน ท้องแข็ง หรือปวดที่ควบคุมไม่ได้
- ไข้ร่วมกับหนาวสั่น อ่อนเพลียมาก หรือสงสัยติดเชื้อ
- แผลแดง บวม ร้อน แยกออก มีหนอง เลือด หรือของเหลวไหลมาก
- อาเจียนซ้ำ ดื่มน้ำไม่ได้ หรือท้องอืดมากขึ้น
- ไม่ถ่ายอุจจาระ ไม่ผายลม และมีอาการปวดหรืออาเจียนร่วมด้วย
- ตัวเหลืองหรือตาเหลืองเพิ่มขึ้น ปัสสาวะเข้ม หรืออุจจาระสีซีด
- สายระบายหลุด ของเหลวเปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ หรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือด
- ใจสั่น เหงื่อออกมาก มือสั่น ง่วงผิดปกติ หรือมีอาการที่สงสัยว่าน้ำตาลต่ำหรือสูง
- รับประทานอาหารไม่ได้ น้ำหนักลดต่อเนื่อง หรือมีอาการขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยและเวียนศีรษะ
หากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หมดสติ หรือมีเลือดออกมาก ไม่ควรรอวันนัด ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับชนิดและระยะของโรค การไม่ผ่าตัดไม่ได้แปลว่าไม่รักษา และการผ่าตัดก็ไม่ได้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
การเฝ้าติดตาม
ถุงน้ำหรือเนื้องอกบางชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำอาจติดตามด้วยภาพถ่ายรังสีและการประเมินตามระยะ แพทย์จะพิจารณาขนาด การเปลี่ยนแปลง ลักษณะภายใน และอาการ ไม่ควรเลือกผ่าตัดเพียงเพราะพบก้อนโดยยังไม่ทราบชนิดและความเสี่ยง
ยาเคมีบำบัดและรังสีรักษา
สำหรับมะเร็งบางระยะ อาจให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัดเพื่อควบคุมโรคหรือประเมินการตอบสนอง บางคนต้องรับยาหลังผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงจากเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลือ ส่วนผู้ที่ผ่าตัดไม่ได้อาจใช้ยา รังสีรักษา หรือทั้งสองอย่างเป็นการรักษาหลัก
หัตถการผ่านกล้องหรือระบายการอุดตัน
หากมีท่อน้ำดีอุดตัน ตัวเหลือง หรือทางเดินอาหารตีบ แพทย์อาจใช้การส่องกล้องใส่ท่อค้ำหรือทำทางระบาย วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการหรือเตรียมร่างกายสำหรับการรักษาต่อไป แต่ไม่ได้แทนการนำก้อนออกในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ผ่าตัดเสมอไป
การรักษาตับอ่อนอักเสบโดยไม่ผ่าตัด
แนวทางอาจรวมถึงการรักษาสาเหตุ งดแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ ปรับอาหาร ดูแลโภชนาการ ควบคุมความปวด ใช้เอนไซม์ช่วยย่อย หรือทำหัตถการระบายท่อที่อุดตัน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่ออาการรุนแรงต่อเนื่อง มีภาวะแทรกซ้อน หรือวิธีอื่นไม่เพียงพอ
การผ่าตัดแบบอื่น
บางก้อนอาจเลาะเฉพาะก้อนหรือตัดเฉพาะส่วน เพื่อรักษาเนื้อตับอ่อนให้มากที่สุด แต่การเก็บเนื้อเยื่อมากขึ้นต้องไม่ลดความเหมาะสมในการรักษาโรค ศัลยแพทย์จะพิจารณาตำแหน่ง ขนาด ชนิดของก้อน และระยะห่างจากท่อตับอ่อนหลัก
ในโรคที่ซับซ้อน การขอความเห็นที่สองช่วยให้เข้าใจว่าก้อนผ่าตัดได้หรือไม่ ต้องรักษาก่อนผ่าตัดหรือไม่ และมีวิธีที่เก็บเนื้อตับอ่อนได้มากกว่าหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกแผนเดิมทันที
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ การส่งต่อ และรายการการรักษาที่อนุมัติ ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด เพราะการตรวจภาพ ยาเคมีบำบัด การผ่าตัด และการติดตามอาจอยู่คนละขั้นตอนของการอนุมัติ
ประกันสังคม
เริ่มติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ หากต้องใช้ศัลยแพทย์เฉพาะทางหรือสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า อาจต้องมีใบส่งต่อ ถามให้ชัดว่าการตรวจชิ้นเนื้อ ภาพถ่ายเพิ่มเติม การรักษาก่อนผ่าตัด และการติดตามหลังผ่าตัดต้องดำเนินการที่ใด
บัตรทอง
โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่กำหนด หากเกินศักยภาพจะเข้าสู่ระบบส่งต่อ ผู้ป่วยมะเร็งหรือโรคซับซ้อนควรถามผู้ประสานงานสิทธิเรื่องเอกสาร การส่งต่อ และสถานพยาบาลปลายทางก่อนเดินทาง
สิทธิข้าราชการ
ตรวจสอบว่าสถานพยาบาลและขั้นตอนรักษาอยู่ภายใต้ระบบเบิกจ่ายหรือไม่ การรักษาบางประเภทอาจต้องมีการลงทะเบียนหรืออนุมัติตามเกณฑ์ของสิทธิ ควรนำเอกสารยืนยันสิทธิและใบส่งต่อถ้ามีไปทุกครั้ง
ประกันสุขภาพเอกชน
ติดต่อบริษัทประกันก่อนนอนโรงพยาบาลเพื่อขออนุมัติล่วงหน้า ส่งรายงานแพทย์ ผลตรวจ และแผนการรักษาตามที่ร้องขอ ควรถามว่าคุ้มครองการผ่าตัด อุปกรณ์ ห้องผู้ป่วย การดูแลวิกฤต พยาธิวิทยา และภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ รวมถึงมีข้อยกเว้นเรื่องโรคเดิมหรือระยะรอคอยหรือไม่
ไม่ว่าสิทธิใด ควรเก็บสำเนาผลตรวจ ภาพถ่ายรังสี รายงานชิ้นเนื้อ รายชื่อยา ใบส่งต่อ และเอกสารอนุมัติไว้ด้วยกัน หากแผนเปลี่ยนจากการผ่าตัดแบบหนึ่งเป็นอีกแบบ ให้ตรวจสอบสิทธิใหม่ก่อนเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดตับอ่อนแล้วอยู่ได้ไหม
อยู่ได้ แต่ผลต่อชีวิตประจำวันขึ้นกับว่าตัดออกมากเพียงใด ผู้ที่ยังเหลือตับอ่อนอาจมีการสร้างอินซูลินและเอนไซม์เพียงพอ หรืออาจต้องใช้การทดแทนบางส่วน ส่วนผู้ที่ตัดออกทั้งหมดต้องดูแลระดับน้ำตาลและใช้เอนไซม์ช่วยย่อยอาหารในระยะยาว
ผ่าตัดตับอ่อนต้องตัดทั้งอวัยวะหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป ศัลยแพทย์อาจตัดเฉพาะหัว ส่วนกลาง หรือลำตัวและหางตามตำแหน่งของโรค การตัดทั้งหมดใช้เมื่อโรคกระจายทั่วอวัยวะหรือไม่สามารถเก็บเนื้อตับอ่อนที่เหมาะสมไว้ได้
ผ่าตัดตับอ่อนต้องตัดม้ามด้วยหรือไม่
บางกรณีต้องตัดม้าม โดยเฉพาะการตัดตับอ่อนส่วนลำตัวและหาง เพราะหลอดเลือดและตำแหน่งของม้ามอยู่ใกล้กัน แต่ไม่ใช่ทุกคน ศัลยแพทย์จะประเมินว่าสามารถเก็บม้ามไว้โดยไม่กระทบความปลอดภัยและเป้าหมายการรักษาหรือไม่
การผ่าตัดวิปเปิลต่างจากการตัดตับอ่อนอย่างไร
การผ่าตัดวิปเปิลเป็นการตัดหัวตับอ่อนพร้อมลำไส้เล็กส่วนต้น ถุงน้ำดี และท่อน้ำดีบางส่วน แล้วต่อทางเดินอาหารใหม่ ส่วนการตัดตับอ่อนเป็นคำรวมที่ครอบคลุมการผ่าตัดหลายแบบ รวมถึงการตัดส่วนปลายและการตัดทั้งหมด
หลังผ่าตัดจะเป็นเบาหวานทุกคนไหม
ไม่ทุกคน ความเสี่ยงขึ้นกับปริมาณและการทำงานของตับอ่อนที่เหลือ รวมถึงระดับน้ำตาลก่อนผ่าตัด ผู้ที่ตัดตับอ่อนทั้งหมดจะไม่มีแหล่งสร้างอินซูลินตามธรรมชาติ จึงต้องได้รับการดูแลทดแทน
หลังผ่าตัดต้องกินเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารหรือไม่
บางคนต้องใช้ โดยเฉพาะผู้ที่เหลือเนื้อตับอ่อนน้อยหรือมีอาการดูดซึมอาหารไม่ดี แพทย์จะพิจารณาจากอาการ อุจจาระ น้ำหนัก และภาวะโภชนาการ ไม่ควรปรับการใช้เองโดยไม่ประเมินสาเหตุ
ผ่าตัดแล้วกินอาหารได้ตามปกติเมื่อไร
ทีมรักษาจะเริ่มน้ำและอาหารทีละขั้นตามการฟื้นของกระเพาะกับลำไส้ หลังกลับบ้านหลายคนยังต้องแบ่งเป็นมื้อเล็กและเพิ่มปริมาณอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระยะเวลาขึ้นกับชนิดการผ่าตัดและว่ามีกระเพาะระบายช้าหรือภาวะแทรกซ้อนหรือไม่
ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน
โดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาลหลายวันและมักอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ตามข้อมูลอ้างอิงต่างประเทศ แต่ระยะจริงในประเทศไทยอาจสั้นหรือยาวกว่า ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด การกินอาหาร การควบคุมความปวด และภาวะแทรกซ้อน
ใช้เวลาพักฟื้นกี่สัปดาห์
ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มกลับไปทำกิจวัตรทั่วไปได้ในราว 4–6 สัปดาห์หลังการผ่าตัดวิปเปิล แต่การฟื้นเต็มที่อาจใช้เวลาหลายเดือน ระยะของคุณขึ้นกับสุขภาพเดิม ชนิดงาน โภชนาการ และความซับซ้อนของการผ่าตัด
ผ่าตัดแบบแผลเล็กดีกว่าแผลเปิดหรือไม่
แผลเล็กอาจช่วยลดการเสียเลือดและทำให้ฟื้นเร็วขึ้นเมื่อไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกรอยโรค แผลเปิดอาจให้การเข้าถึงที่เหมาะสมกว่าเมื่อก้อนซับซ้อน อยู่ใกล้หลอดเลือด หรือจำเป็นต้องตัดต่ออวัยวะหลายส่วน
ถ้าพบว่าก้อนผ่าตัดไม่ได้ระหว่างการผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น
ศัลยแพทย์อาจหยุดการตัดก้อนหรือทำเฉพาะหัตถการที่ช่วยลดการอุดตัน หากการฝืนตัดทำให้เกิดอันตรายมากเกินไป หลังจากนั้นทีมรักษาจะใช้ข้อมูลที่พบวางแผนยา รังสีรักษา การระบายท่อน้ำดี หรือการดูแลอาการต่อไป
หลังผ่าตัดยังต้องให้ยาเคมีบำบัดหรือไม่
ผู้ป่วยมะเร็งบางรายยังต้องรับยาเคมีบำบัดหลังผ่าตัด การตัดสินใจขึ้นกับชนิดมะเร็ง ระยะโรค ผลขอบตัด ต่อมน้ำเหลือง สุขภาพ และการฟื้นตัว ควรรอผลพยาธิวิทยาฉบับสมบูรณ์ก่อนสรุปแผน
ควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าก้อนผ่าตัดได้หรือไม่ จะนำส่วนใดและอวัยวะใดออก มีทางเลือกที่ไม่ผ่าตัดหรือควรรักษาก่อนผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงผลต่อเบาหวาน การย่อยอาหาร ระยะพักฟื้น และแผนหากพบโรคมากกว่าที่ภาพตรวจแสดงไว้
จำเป็นต้องขอความเห็นที่สองหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกกรณี แต่มีประโยชน์เมื่อเป็นการผ่าตัดซับซ้อน แผนต้องตัดตับอ่อนทั้งหมด ก้อนเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด หรือได้รับความเห็นว่าผ่าตัดไม่ได้ ความเห็นที่สองช่วยตรวจสอบทางเลือกโดยไม่ถือว่าเป็นการปฏิเสธทีมรักษาเดิม
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Pancreatectomy Surgery: Procedure, Types & Definition — เกี่ยวกับ Pancreatic surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Pancreatectomy (Pancreas Removal) Surgery — เกี่ยวกับ Pancreatic surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Whipple procedure — เกี่ยวกับ Pancreatic surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


