ผ่าตัดตับ
ผ่าตัดตับ (Liver resection) คือการตัดเนื้อตับบางส่วนที่มีเนื้องอก มะเร็ง หรือความผิดปกติออก โดยเก็บเนื้อตับที่ยังทำงานได้ไว้ให้เพียงพอ เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องวางแผนจากภาพถ่ายตับ การทำงานของตับ ตำแหน่งโรค และสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่ผู้ที่มีก้อนในตับทุกคนจะต้องผ่าตัด
ประเด็นสำคัญ
- การตัดก้อนออกได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับขนาดก้อนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับตำแหน่ง จำนวนก้อน ความสัมพันธ์กับหลอดเลือดและท่อน้ำดี รวมถึงปริมาณและคุณภาพของตับที่จะเหลือหลังผ่าตัด
- ผ่าตัดได้ทั้งแบบเปิดหน้าท้องและแบบแผลเล็ก วิธีที่เหมาะสมขึ้นกับความซับซ้อนและขอบเขตการตัด ไม่ควรเลือกจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว
- ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ ได้แก่ เลือดออก น้ำดีรั่ว การติดเชื้อ ลิ่มเลือด และตับทำงานไม่เพียงพอหลังผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ แม้ความเสี่ยงจะแตกต่างกันมากตามขอบเขตการตัด สภาพตับ โรคร่วม และประสบการณ์ของศูนย์รักษา ควรถามทีมผ่าตัดถึงความเสี่ยงเฉพาะบุคคลโดยไม่ใช้อัตราจากต่างประเทศเป็นค่ารับประกัน
ผ่าตัดตับ คืออะไร
การผ่าตัดตัดตับบางส่วนเป็นการนำส่วนของตับที่มีโรคออก พร้อมเหลือเนื้อตับที่มีเลือดมาเลี้ยง ระบายน้ำดี และทำงานได้อย่างเพียงพอ ศัลยแพทย์อาจตัดเพียงก้อนและเนื้อตับรอบก้อน ตัดตับเป็นส่วนย่อย หรือตัดตับหนึ่งกลีบ ขึ้นกับตำแหน่งและลักษณะของโรค
กรณีตัดตับทั้งหมดแตกต่างออกไป เพราะร่างกายไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีตับ จึงทำเฉพาะเมื่อมีการปลูกถ่ายตับทดแทน การผ่าตัดที่กล่าวถึงในหน้านี้จึงเน้นการตัดตับบางส่วน
ตับมีความสามารถสร้างเนื้อเยื่อเพิ่มหลังถูกตัด แต่ความสามารถนี้ไม่ได้หมายความว่าตับของทุกคนจะกลับมาทำงานได้เท่ากัน ผู้ที่มีตับแข็ง ไขมันพอกตับรุนแรง ตับอักเสบเรื้อรัง หรือเคยรับยาและการรักษาบางชนิด อาจมีตับสำรองน้อยกว่าผู้ที่ตับเดิมแข็งแรง ศัลยแพทย์จึงให้ความสำคัญกับ “ตับที่เหลือ” มากพอๆ กับส่วนที่จะตัดออก Cleveland Clinic
เหตุที่อาจนำไปสู่การผ่าตัด ได้แก่
- มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ตับ
- มะเร็งท่อน้ำดีภายในตับ
- มะเร็งจากอวัยวะอื่นที่กระจายมาที่ตับ โดยพบบ่อยจากลำไส้ใหญ่
- เนื้องอกตับที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่มีอาการ โตขึ้น เสี่ยงแตก หรือยังแยกจากมะเร็งไม่ได้ชัดเจน
- นิ่วในท่อน้ำดีภายในตับที่เป็นซ้ำหรือทำลายตับเฉพาะส่วน
- ถุงน้ำ ฝี หรือเนื้อตับเสียหายเฉพาะบริเวณ ซึ่งรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้
- การนำตับบางส่วนจากผู้บริจาคที่มีชีวิตไปปลูกถ่ายให้ผู้รับ
สำหรับโรคมะเร็ง เป้าหมายมักเป็นการนำก้อนที่เห็นออกพร้อมขอบเนื้อเยื่อที่เหมาะสม แต่การผ่าตัดไม่ได้รับประกันว่ามะเร็งจะไม่กลับมา ผลระยะยาวยังขึ้นกับชนิด ระยะ และชีววิทยาของมะเร็ง ตลอดจนการตอบสนองต่อการรักษาอื่น
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด
การผ่าตัดอาจเหมาะเมื่อทีมรักษาประเมินว่าสามารถนำบริเวณที่เป็นโรคออกได้ และตับส่วนที่เหลือจะทำงานได้เพียงพอ โดยดูองค์ประกอบร่วมกัน เช่น
- โรคอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงและตัดออกได้
- สามารถรักษาหลอดเลือดสำคัญและทางระบายน้ำดีของตับส่วนที่เหลือไว้ได้
- ปริมาณตับที่คาดว่าจะเหลือเพียงพอกับคุณภาพของตับเดิม
- ไม่มีโรคกระจายที่ทำให้การผ่าตัดตับไม่เกิดประโยชน์ตามเป้าหมายการรักษา หรือโรคที่อื่นยังควบคุมได้
- หัวใจ ปอด ไต และภาวะโภชนาการเอื้อต่อการผ่าตัดใหญ่
- ผู้ป่วยเข้าใจทั้งประโยชน์ ความเสี่ยง ทางเลือก และการรักษาที่อาจต้องทำต่อ
ผู้บริจาคตับมีเกณฑ์ประเมินต่างจากผู้ป่วย เพราะเป็นคนสุขภาพดีที่ไม่ได้รับประโยชน์ทางการแพทย์โดยตรงจากการผ่าตัด จึงต้องผ่านการตรวจสุขภาพกาย สุขภาพจิต กายวิภาคของตับ และความสมัครใจอย่างละเอียด
กรณีที่อาจยังไม่เหมาะกับการผ่าตัด
การมีก้อนในตับไม่ได้แปลว่าต้องตัดตับเสมอไป การผ่าตัดอาจไม่เหมาะหรือควรเลื่อนออกไปเมื่อ
- ตับแข็งหรือการทำงานของตับบกพร่องมาก จนตับที่เหลืออาจไม่เพียงพอ
- ก้อนเกี่ยวพันกับหลอดเลือดหรือท่อน้ำดีในลักษณะที่ตัดออกโดยปลอดภัยไม่ได้
- ต้องตัดเนื้อตับมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้
- มะเร็งกระจายกว้าง และการผ่าตัดเฉพาะตับไม่น่าบรรลุเป้าหมายการรักษา
- มีการติดเชื้อ โรคหัวใจหรือปอดที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือร่างกายอ่อนแอมาก
- ภาวะโภชนาการไม่ดีจนเพิ่มความเสี่ยงต่อแผลหายช้าและภาวะแทรกซ้อน
- มีวิธีไม่ผ่าตัดที่เหมาะกับชนิด ขนาด และตำแหน่งของโรคมากกว่า
บางคนที่ยังผ่าตัดไม่ได้ในตอนแรกอาจได้รับยา การรักษาผ่านหลอดเลือด หรือการฉายรังสีเพื่อควบคุมหรือลดขนาดโรคก่อน แล้วจึงประเมินใหม่ การตัดสินใจควรทำโดยทีมที่เกี่ยวข้องกับโรคตับ รังสีวินิจฉัย มะเร็ง และการผ่าตัด ไม่ใช่อาศัยผลตรวจชิ้นเดียว Cleveland Clinic
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวมีสองเป้าหมาย คือยืนยันว่าการผ่าตัดเป็นทางเลือกที่เหมาะ และลดความเสี่ยงระหว่างกับหลังผ่าตัด
การตรวจเพื่อวางแผน
แพทย์มักทบทวนผลตรวจต่อไปนี้ตามความจำเป็น
- ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อดูจำนวนและตำแหน่งก้อน หลอดเลือด ท่อน้ำดี และประเมินตับที่จะเหลือ
- ผลเลือดดูการทำงานของตับ การแข็งตัวของเลือด เม็ดเลือด ไต และเกลือแร่
- การตรวจหาสาเหตุของโรคตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบ เมื่อเกี่ยวข้อง
- การประเมินหัวใจและปอดตามอายุ อาการ และโรคประจำตัว
- การประเมินการกระจายของมะเร็ง หากผ่าตัดเพื่อรักษามะเร็ง
- การทบทวนผลชิ้นเนื้อ หากเคยตรวจ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจไม่จำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อก่อนผ่าตัด
ในผู้ที่คาดว่าตับส่วนที่เหลืออาจมีขนาดน้อย ทีมรักษาอาจพิจารณาหัตถการผ่านหลอดเลือดเพื่อกระตุ้นให้ตับด้านที่จะเก็บไว้โตขึ้นก่อนผ่าตัด วิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกคนและต้องประเมินเป็นรายกรณี
ยาและอาหารเสริม
แจ้งรายการยาทุกชนิด รวมถึงยาที่ซื้อเอง สมุนไพร และอาหารเสริม ยาที่ต้องได้รับคำแนะนำเป็นพิเศษ ได้แก่
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาแก้ปวดบางกลุ่ม
- ฮอร์โมนหรือยาที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
- สมุนไพรและอาหารเสริมที่อาจกระทบการแข็งตัวของเลือดหรือตับ
อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่ายาใดต้องหยุด ปรับ หรือใช้ต่อ และแจ้งเวลาให้เหมาะกับโรคประจำตัวของคุณ การหยุดยาบางชนิดโดยไม่ได้วางแผนอาจทำให้เกิดเลือดออก ลิ่มเลือด หรือระดับน้ำตาลผิดปกติได้
การงดอาหารและพฤติกรรมก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลจะระบุช่วงเวลางดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาเข้าผ่าตัดและแนวทางของวิสัญญีแพทย์ ให้ทำตามคำสั่งนั้นโดยตรง หากเผลอกินหรือดื่ม ควรแจ้งทีมรักษา ไม่ควรปิดบัง เพราะอาหารในกระเพาะเพิ่มความเสี่ยงระหว่างดมยาสลบ
หากสูบบุหรี่ ควรหยุดให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะช่วยลดปัญหาปอดและแผล ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรแจ้งปริมาณที่ดื่มตามจริง โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มเป็นประจำ เพราะการหยุดทันทีในบางคนอาจเกิดอาการถอนและต้องมีแผนดูแล
ควรรับประทานอาหารให้เพียงพอก่อนผ่าตัดตามคำแนะนำ หากน้ำหนักลด กินไม่ได้ หรือมีกล้ามเนื้อน้อย ให้แจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินโภชนาการ ไม่ควรซื้ออาหารเสริมมากินเองโดยไม่ตรวจสอบผลต่อตับและการแข็งตัวของเลือด
สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- ผลตรวจและแผ่นภาพถ่ายที่โรงพยาบาลยังไม่มี
- รายการยา ขนาดและเวลาที่ใช้จริง
- ข้อมูลการแพ้ยาและโรคประจำตัว
- อุปกรณ์ที่ใช้ประจำ เช่น เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ
- เบอร์ติดต่อญาติหรือผู้ดูแลที่รับข้อมูลและช่วยช่วงกลับบ้าน
ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าจะตัดตับส่วนใด มีโอกาสเปลี่ยนจากแผลเล็กเป็นแผลเปิดหรือไม่ อาจต้องให้เลือดหรือทำหัตถการเพิ่มเติมหรือไม่ และหากพบโรคมากกว่าที่คาด ทีมผ่าตัดวางขอบเขตการรักษาไว้อย่างไร
ขั้นตอนการผ่าตัด
ลำดับจริงอาจต่างกันตามโรคและวิธีผ่าตัด แต่โดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
1. ดมยาสลบและเตรียมเฝ้าระวัง
วิสัญญีแพทย์ให้ยาสลบเพื่อให้หลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด มีการติดตามความดัน ชีพจร ออกซิเจน และปริมาณปัสสาวะ การผ่าตัดใหญ่บางกรณีต้องมีสายติดตามความดันหรือสายให้สารน้ำเพิ่มเติม
2. เข้าถึงตับ
การผ่าตัดทำได้หลายแบบ
| วิธี | ลักษณะ | มักพิจารณาเมื่อ |
| ผ่าตัดเปิด | เปิดแผลหน้าท้องเพื่อมองและเข้าถึงตับโดยตรง | ก้อนใหญ่ ตำแหน่งซับซ้อน ต้องตัดกว้าง หรือเคยผ่าตัดมาก่อน |
| ผ่าตัดผ่านกล้อง | ใช้กล้องและเครื่องมือผ่านแผลขนาดเล็กหลายตำแหน่ง | ตำแหน่งและขอบเขตโรคเหมาะสม ทีมมีประสบการณ์ |
| ผ่าตัดผ่านระบบช่วยควบคุมเครื่องมือ | ศัลยแพทย์ควบคุมเครื่องมือผ่านระบบผ่าตัด | บางกรณีที่กายวิภาคและทรัพยากรเอื้อ |
แผลเล็กมักช่วยลดความเจ็บและทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นในผู้ที่เหมาะสม แต่ไม่ได้ดีกว่าเสมอไป หากการมองเห็นหรือควบคุมเลือดออกไม่เพียงพอ ศัลยแพทย์อาจเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิดเพื่อความปลอดภัย Cleveland Clinic
3. ตรวจตับและบริเวณใกล้เคียง
ศัลยแพทย์ตรวจพื้นผิวตับ ช่องท้อง และตำแหน่งโรค บางกรณีใช้คลื่นเสียงความถี่สูงระหว่างผ่าตัดเพื่อมองก้อนและหลอดเลือดที่อยู่ลึก หากพบโรคต่างจากภาพก่อนผ่าตัด อาจต้องปรับแผน ตัดน้อยลง ตัดมากขึ้นภายในขอบเขตที่ยินยอม หรือหยุดการตัดหากทำต่อแล้วอันตรายเกินไป
4. ควบคุมหลอดเลือดและท่อน้ำดี
ตับมีเลือดมาเลี้ยงมาก การแยกและควบคุมหลอดเลือดอย่างระมัดระวังจึงเป็นส่วนสำคัญ ศัลยแพทย์กำหนดแนวตัด รักษาเลือดที่ไปเลี้ยงตับส่วนคงเหลือ และป้องกันการบาดเจ็บต่อท่อน้ำดีที่จำเป็น
5. แยกเนื้อตับและนำส่วนที่เป็นโรคออก
ศัลยแพทย์แยกเนื้อตับตามแนวที่วางไว้ พร้อมห้ามเลือดและปิดทางน้ำดีขนาดเล็ก ชิ้นเนื้อจะถูกส่งตรวจพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันชนิดโรคและประเมินขอบการตัด สำหรับมะเร็ง ผลพยาธิวิทยามีผลต่อแผนติดตามและการรักษาต่อไป
6. ตรวจเลือดออกและน้ำดีรั่ว
ก่อนปิดแผล ทีมผ่าตัดตรวจพื้นผิวตับ ห้ามเลือด และดูจุดที่อาจมีน้ำดีรั่ว บางรายอาจใส่สายระบายไว้ชั่วคราว แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน งานทบทวนเรื่องภาวะแทรกซ้อนระบุว่าการใส่สายระบายเป็นประจำไม่ได้ป้องกันน้ำดีรั่วหรือเลือดออก จึงต้องพิจารณาตามสถานการณ์ PMC
7. เฝ้าระวังหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัด คุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้น และบางรายต้องสังเกตอาการในหอผู้ป่วยที่ติดตามใกล้ชิด ทีมรักษาจะประเมินความเจ็บ การหายใจ เลือดออก ปริมาณปัสสาวะ การทำงานของตับ และผลเลือด เมื่ออาการคงที่จึงเริ่มขยับตัว ดื่มน้ำ และรับประทานอาหารตามลำดับที่เหมาะสม
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดมักใช้เวลาหลายชั่วโมง แหล่งข้อมูลโรงพยาบาลต่างประเทศระบุช่วงประมาณ 2-6 ชั่วโมง แต่เวลาในประเทศไทยและเวลาเฉพาะของคุณอาจต่างออกไปตามส่วนของตับที่ตัด จำนวนก้อน ความใกล้กับหลอดเลือด วิธีผ่าตัด พังผืดจากการรักษาเดิม และเหตุการณ์ที่พบระหว่างผ่าตัด Penn Medicine
เวลานี้ไม่รวมการเตรียมก่อนดมยาสลบและการเฝ้าระวังในห้องพักฟื้น ญาติอาจจึงรอนานกว่าระยะผ่าตัดจริง การใช้เวลานานไม่ได้แปลว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอไป เพราะบางช่วงเป็นการแยกหลอดเลือดและห้ามเลือดอย่างละเอียด
การผ่าตัดใช้การดมยาสลบ และโดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่หัตถการที่กลับบ้านในวันเดียว แหล่งอ้างอิงต่างประเทศรายงานการนอนโรงพยาบาลประมาณ 3-6 วัน แต่การดูแลจริงขึ้นกับขนาดการตัด วิธีผ่าตัด การทำงานของตับ อาการปวด การกินอาหาร การเดิน และแนวทางของแต่ละโรงพยาบาล Penn Medicine
ผู้ที่ตัดตับส่วนใหญ่ ผ่าตัดเปิด มีโรคตับเดิม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจต้องอยู่โรงพยาบาลนานกว่านี้ ศัลยแพทย์จะประเมินให้กลับบ้านเมื่ออาการคงที่ กินและเดินได้เหมาะสม ควบคุมความเจ็บได้ และไม่มีสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังในโรงพยาบาลต่อ
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวเกิดเป็นระยะ ไม่ได้จบเมื่อออกจากโรงพยาบาล หลายคนทำกิจวัตรพื้นฐานได้ก่อนกลับบ้าน แต่ยังเหนื่อยง่ายและต้องพักต่ออีกหลายสัปดาห์ ช่วงเวลาขึ้นกับปริมาณตับที่ตัด วิธีผ่าตัด สุขภาพตับเดิม อายุ ภาวะโภชนาการ และภาวะแทรกซ้อน
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรเน้น |
| วันแรกๆ หลังผ่าตัด | เจ็บแผล ง่วง เหนื่อย มีสายให้น้ำเกลือหรือสายระบายบางชนิด | ฝึกหายใจ ลุกนั่งและเดินเมื่อทีมรักษาอนุญาต |
| ก่อนกลับบ้าน | เริ่มกินอาหาร เดิน และทำกิจวัตรพื้นฐานได้ | เรียนรู้การดูแลแผลและสัญญาณอันตราย |
| 1-2 สัปดาห์แรกที่บ้าน | ยังอ่อนเพลีย ความอยากอาหารอาจลดลง | เดินระยะสั้น พักเป็นช่วง และมาตามนัด |
| หลายสัปดาห์ถัดมา | กำลังและความอยากอาหารค่อยๆ ดีขึ้น | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อยตามอาการ |
| ระยะกลับสู่กิจกรรมเต็มที่ | ต่างกันมากตามวิธีและขอบเขตผ่าตัด | ให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อนยกของหนักหรือออกแรงมาก |
ช่วง 1-2 สัปดาห์หลังออกจากโรงพยาบาล มักมีการนัดประเมินแผล อาการ และผลพยาธิวิทยา แต่ตารางนัดในไทยอาจต่างกันตามโรงพยาบาลและความเสี่ยงของผู้ป่วย Penn Medicine
การกลับไปทำงาน
งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยืน เดิน ขับรถนาน หรือยกของหนัก แต่ไม่ควรกำหนดวันจากค่าเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว ผู้ที่ผ่าตัดผ่านแผลเล็กและไม่มีภาวะแทรกซ้อนมักฟื้นเร็วกว่าผู้ที่ผ่าตัดเปิดหรือตัดตับขนาดใหญ่
ก่อนกลับไปทำงาน ควรพิจารณาว่าคุณกินอาหารได้ นอนหลับได้ เดินโดยไม่หน้ามืด ควบคุมความเจ็บได้ และไม่ต้องใช้ยาที่ทำให้ง่วง หากงานเกี่ยวข้องกับเครื่องจักร การขับรถ หรือการยกของ ควรให้ศัลยแพทย์ระบุข้อจำกัดอย่างชัดเจน
อาหารและกิจกรรม
หลังกลับบ้านควรกินอาหารให้ได้พลังงานและโปรตีนเพียงพอ แบ่งเป็นมื้อเล็กได้หากอิ่มเร็ว ไม่จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์ล้างพิษหรือสมุนไพรบำรุงตับ เพราะบางชนิดทำให้ตับอักเสบหรือรบกวนยาได้
การเดินเบาๆ ช่วยให้ปอดขยายและลดการนอนนิ่งนาน แต่ควรเพิ่มระยะอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือเกร็งหน้าท้องจนกว่าศัลยแพทย์จะอนุญาต โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลเปิดขนาดใหญ่
การขับรถควรรอจนขยับตัวและเบรกฉุกเฉินได้โดยไม่เจ็บมาก ไม่มีอาการเวียนศีรษะ และไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง ระยะเวลาที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากแผลและการฟื้นตัวของแต่ละคน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การตัดตับเป็นการผ่าตัดใหญ่ เพราะตับมีหลอดเลือดจำนวนมากและทำหน้าที่สำคัญหลายด้าน ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อจำเป็นต้องตัดตับมาก ตับเดิมไม่แข็งแรง โรคอยู่ใกล้หลอดเลือดสำคัญ หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหลายอย่าง
เลือดออก
เลือดออกอาจเกิดระหว่างหรือหลังผ่าตัด บางรายต้องได้รับเลือด ทำหัตถการอุดหลอดเลือด หรือกลับเข้าห้องผ่าตัด ความเสี่ยงขึ้นกับขนาดการตัด กายวิภาคของหลอดเลือด การแข็งตัวของเลือด และคุณภาพตับ
น้ำดีรั่ว
น้ำดีอาจรั่วจากท่อเล็กๆ บนผิวตับที่ถูกตัด ทำให้มีน้ำดีออกทางสายระบาย ปวดท้อง มีไข้ หรือเกิดแหล่งสะสมของน้ำดี บางกรณีหายได้ด้วยการระบายและติดตาม แต่บางรายต้องส่องกล้องใส่ท่อระบายหรือผ่าตัดเพิ่มเติม น้ำดีรั่วเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนสำคัญหลังตัดตับ PMC
ตับทำงานไม่เพียงพอหลังผ่าตัด
ภาวะนี้เกิดเมื่อตับส่วนที่เหลือไม่สามารถทำหน้าที่ได้เพียงพอ อาจมีตัวเหลือง เลือดแข็งตัวช้า ท้องมาน สับสน หรืออวัยวะอื่นทำงานผิดปกติ เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ป้องกันเป็นหลักด้วยการคัดเลือกผู้ป่วย ประเมินคุณภาพตับ และวางแผนปริมาณตับที่ต้องเหลือ PMC
การติดเชื้อและแหล่งหนอง
อาจเกิดที่แผล ปอด ทางเดินปัสสาวะ หรือบริเวณตับที่ผ่าตัด หากมีของเหลวสะสมอาจต้องให้ยาฆ่าเชื้อและใส่สายระบาย การมีไข้หลังผ่าตัดไม่ได้แปลว่าติดเชื้อทุกครั้ง แต่ต้องประเมินร่วมกับอาการและผลตรวจ
ลิ่มเลือด
การผ่าตัดใหญ่และการเคลื่อนไหวน้อยเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดที่ขา ซึ่งอาจหลุดไปปอดได้ การลุกเดินตามคำแนะนำ อุปกรณ์รัดขา และยาป้องกันลิ่มเลือดในผู้ที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยง
ภาวะแทรกซ้อนอื่น
- ปอดแฟบ ปอดอักเสบ หรือหายใจลำบาก
- หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือปัญหาหัวใจในผู้มีความเสี่ยง
- ไตทำงานลดลง
- แผลแยก ไส้เลื่อนที่แผล หรือแผลเป็น
- การบาดเจ็บต่อท่อน้ำดี หลอดเลือด หรืออวัยวะข้างเคียง
- ผลจากยาสลบ รวมถึงคลื่นไส้และอาการแพ้
- โรคเดิมยังเหลืออยู่หรือกลับมา โดยเฉพาะโรคมะเร็ง
ภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง โดยเฉพาะเลือดออกรุนแรง ตับวาย การติดเชื้อรุนแรง หรือลิ่มเลือดอุดตัน อาจทำให้เสียชีวิตได้ แม้จะพบไม่บ่อย ความเสี่ยงแตกต่างกันมากตามขอบเขตการตัด สภาพตับ โรคร่วม และประสบการณ์ของศูนย์รักษา ควรถามทีมผ่าตัดถึงความเสี่ยงเฉพาะบุคคลโดยไม่ใช้อัตราจากต่างประเทศเป็นค่ารับประกัน
ไม่ควรนำอัตราภาวะแทรกซ้อนจากงานวิจัยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาทำนายความเสี่ยงของคุณโดยตรง เพราะงานวิจัยอาจรวมผู้ป่วยมะเร็งต่างชนิด ขนาดการตัดต่างกัน และระบบดูแลต่างประเทศ การประเมินที่มีประโยชน์กว่าคือให้ศัลยแพทย์อธิบายความเสี่ยงเฉพาะจากสภาพตับ ขอบเขตการผ่าตัด และโรคร่วมของคุณ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ต้องประเมิน |
| หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ | อาจเกี่ยวกับลิ่มเลือด ปอด หรือหัวใจ |
| เลือดออกจากแผลไม่หยุด หน้ามืด ใจสั่น หรืออ่อนแรงลงรวดเร็ว | อาจมีเลือดออกหรือเสียเลือด |
| ไข้ร่วมกับหนาวสั่น ปวดท้องเพิ่ม หรือซึมลง | อาจมีการติดเชื้อหรือน้ำดีรั่ว |
| ท้องบวมตึงมาก ปวดรุนแรง หรืออาเจียนต่อเนื่อง | อาจมีของเหลวสะสม ลำไส้ผิดปกติ หรือภาวะแทรกซ้อนในช่องท้อง |
| ตาเหลืองหรือตัวเหลืองมากขึ้น ปัสสาวะเข้ม อุจจาระสีซีด | อาจเกี่ยวกับการระบายน้ำดีหรือการทำงานของตับ |
| สับสน ง่วงผิดปกติ พูดไม่รู้เรื่อง | อาจเป็นสัญญาณตับทำงานผิดปกติหรือภาวะฉุกเฉินอื่น |
| แผลแดงลาม บวม ร้อน มีหนอง หรือแผลแยก | อาจเป็นแผลติดเชื้อ |
| ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บน่อง | อาจมีลิ่มเลือดที่ขา |
| กินหรือดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อยลงมาก | เสี่ยงขาดน้ำ ไตผิดปกติ หรือมีภาวะแทรกซ้อน |
หากมีสายระบาย ให้ติดต่อโรงพยาบาลเมื่อสายหลุด หยุดไหลกะทันหัน มีเลือดสดมากขึ้น หรือของเหลวเปลี่ยนไปพร้อมไข้และปวดท้อง อย่าดันสายกลับเข้าไปเอง
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับก้อนตับทุกชนิด ทางเลือกขึ้นกับการวินิจฉัย จำนวนและตำแหน่งก้อน การทำงานของตับ โรคที่อยู่นอกตับ และเป้าหมายของผู้ป่วย
เฝ้าติดตาม
ก้อนที่มีลักษณะไม่ร้าย ขนาดคงที่ และไม่ก่ออาการบางชนิดอาจติดตามด้วยภาพถ่ายและผลเลือดแทนการผ่าตัด การเลือกเฝ้าดูควรมีแผนชัดเจนว่าจะตรวจอะไร เมื่อใด และลักษณะใดทำให้ต้องเปลี่ยนการรักษา
การทำลายก้อนเฉพาะจุด
แพทย์อาจใช้ความร้อน ความเย็น หรือพลังงานรูปแบบอื่นทำลายก้อนผ่านเข็ม เหมาะกับก้อนบางขนาดและบางตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อการผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง ข้อจำกัดคือก้อนใกล้หลอดเลือดหรืออวัยวะสำคัญอาจรักษาได้ไม่ทั่วถึงหรือเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง
การรักษาผ่านหลอดเลือด
แพทย์รังสีร่วมรักษาสามารถนำสายสวนเข้าไปยังหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อน เพื่อให้ยา อุดหลอดเลือด หรือส่งสารที่ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณ วิธีที่ใช้ขึ้นกับชนิดของมะเร็ง การทำงานของตับ และรูปแบบการกระจายของโรค
ยารักษามะเร็งและการฉายรังสี
ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกัน และการฉายรังสีอาจใช้แทนการผ่าตัด ใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดโรค หรือใช้หลังผ่าตัดตามผลพยาธิวิทยา การเลือกยาและลำดับการรักษาต้องอิงชนิดมะเร็งและสภาพร่างกาย
การปลูกถ่ายตับ
ผู้ป่วยบางรายที่มีมะเร็งตับร่วมกับตับแข็งหรือโรคตับระยะท้ายอาจเหมาะกับการปลูกถ่ายตับมากกว่าการตัดเฉพาะส่วน เพราะเป็นการนำทั้งก้อนและตับที่เป็นโรคออก แต่มีเกณฑ์คัดเลือก การรออวัยวะ และความจำเป็นต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันระยะยาว
การผ่าตัดรูปแบบอื่น
บางรายอาจต้องผ่าตัดอวัยวะอื่นร่วมกับตับ หรือตัดตับเป็นหลายระยะเพื่อให้ส่วนที่เก็บไว้มีเวลาเพิ่มขนาด การวางแผนลักษณะนี้ซับซ้อนและเหมาะเฉพาะผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว
หากโรคไม่สามารถรักษาให้หมดได้ การดูแลประคับประคองยังมีบทบาทในการลดปวด คลื่นไส้ ท้องมาน อ่อนเพลีย และช่วยวางเป้าหมายการรักษา การดูแลแบบนี้ทำร่วมกับการรักษามะเร็งได้ ไม่ได้หมายถึงการหยุดรักษาทุกอย่าง
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการตรวจหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด เพราะการอนุมัติการผ่าตัดไม่ได้แปลว่าทุกรายการจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลอยู่ หากต้องใช้ศัลยแพทย์เฉพาะทาง อาจต้องมีใบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อม ถามให้ชัดว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจภาพถ่าย การผ่าตัด พยาธิวิทยา การนอนโรงพยาบาล และการรักษามะเร็งต่อเนื่องที่ใด
กรณีฉุกเฉินให้ไปสถานพยาบาลที่สามารถดูแลภาวะฉุกเฉินได้ก่อน ส่วนการผ่าตัดตามแผนต้องดำเนินตามเครือข่ายและขั้นตอนส่งต่อ
สิทธิประกันสังคม
ติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิและขอประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง หากโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพผ่าตัดตับ อาจต้องส่งต่อภายในเครือข่าย ควรถามว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการตรวจและการรักษาช่วงใด และต้องกลับมาติดตามที่โรงพยาบาลต้นสังกัดหรือไม่
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน
ตรวจสอบกับโรงพยาบาลและหน่วยงานต้นสังกัดว่าต้องมีการส่งตัวหรือขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเลือกสถานพยาบาลนอกระบบหรือมีรายการที่ต้องใช้เกณฑ์เฉพาะ
ประกันสุขภาพเอกชน
ขอให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลเพื่อพิจารณาความคุ้มครองก่อนผ่าตัด และถามบริษัทประกันเกี่ยวกับ
- โรคเดิมและระยะเวลารอคอย
- ความคุ้มครองการรักษามะเร็งและการผ่าตัดใหญ่
- การอนุมัติล่วงหน้าและเอกสารที่ต้องใช้
- ขอบเขตความคุ้มครองห้องพัก วิสัญญี พยาธิวิทยา และการรักษาเพิ่มเติม
- เงื่อนไขกรณีต้องเปลี่ยนวิธีผ่าตัดหรือรักษาภาวะแทรกซ้อน
- การติดตามหลังผ่าตัดและการรักษาต่อเนื่อง
ควรเก็บหนังสืออนุมัติและตรวจว่าระบุการรักษาใดบ้าง หากข้อมูลการผ่าตัดเปลี่ยน เช่น จากแผลเล็กเป็นแผลเปิดหรือมีการตัดอวัยวะร่วม โรงพยาบาลอาจต้องแจ้งผู้ให้สิทธิอีกครั้ง
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดตับเป็นการผ่าตัดใหญ่ไหม
เป็นการผ่าตัดใหญ่ เพราะตับมีหลอดเลือดจำนวนมากและมีหน้าที่สำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด การเผาผลาญ และการกำจัดสารต่างๆ ความซับซ้อนขึ้นกับตำแหน่งโรคและปริมาณตับที่ต้องตัด
ตัดตับแล้วตับงอกกลับมาได้ไหม
ตับส่วนที่เหลือสามารถเพิ่มปริมาตรได้หากมีสุขภาพดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างรูปร่างเดิมทุกส่วนหรือฟื้นได้เท่ากันทุกคน ผู้มีตับแข็งหรือตับเสียหายเดิมอาจฟื้นตัวได้น้อยกว่า Cleveland Clinic
ต้องตัดตับออกมากแค่ไหน
ต้องตัดเท่าที่จำเป็นเพื่อเอาบริเวณโรคออก พร้อมเหลือตับที่ทำงานได้อย่างเพียงพอ ปริมาณจริงขึ้นกับตำแหน่งก้อน หลอดเลือด ท่อน้ำดี และคุณภาพตับ ไม่สามารถตัดสินจากขนาดก้อนเพียงอย่างเดียว
ผ่าตัดตับแบบแผลเล็กได้ทุกคนไหม
ไม่ได้ทุกคน วิธีแผลเล็กเหมาะเมื่อขนาดและตำแหน่งโรคเอื้อ และทีมผ่าตัดสามารถควบคุมหลอดเลือดได้อย่างปลอดภัย ก้อนขนาดใหญ่หรือการตัดที่ซับซ้อนอาจเหมาะกับการผ่าตัดเปิดมากกว่า
ถ้าเริ่มผ่าตัดแบบแผลเล็ก จะเปลี่ยนเป็นแผลเปิดได้ไหม
เปลี่ยนได้หากพบเลือดออก พังผืด กายวิภาคไม่ชัด หรือโรคซับซ้อนกว่าที่คาด การเปลี่ยนวิธีเป็นมาตรการเพื่อให้ควบคุมการผ่าตัดได้ดีขึ้น ไม่ได้แปลว่าการรักษาล้มเหลว
ผ่าตัดแล้วมะเร็งจะหายไหม
การผ่าตัดมีเป้าหมายนำโรคที่มองเห็นและตัดออกได้ออกไป แต่ไม่รับประกันว่ามะเร็งจะไม่เหลือหรือไม่กลับมา ผลขึ้นกับชนิดและระยะมะเร็ง ขอบการตัด และโรคที่อาจอยู่ในระดับที่ภาพตรวจยังไม่เห็น
จำเป็นต้องให้เคมีบำบัดก่อนหรือหลังผ่าตัดหรือไม่
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน การให้ยาก่อนหรือหลังผ่าตัดขึ้นกับชนิดมะเร็ง ระยะโรค การตอบสนองต่อการรักษา และผลพยาธิวิทยา ทีมมะเร็งจะวางลำดับร่วมกับศัลยแพทย์
ต้องเจาะชิ้นเนื้อก่อนผ่าตัดทุกคนไหม
ไม่ต้องทุกคน บางกรณีภาพถ่ายและข้อมูลทางคลินิกชัดเจนพอให้วางแผนรักษา ขณะที่บางกรณีต้องทราบชนิดเซลล์ก่อนเลือกยา การเจาะชิ้นเนื้อมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง จึงพิจารณาเฉพาะราย
หลังผ่าตัดต้องนอนหอผู้ป่วยวิกฤตไหม
ไม่ใช่ทุกคน ผู้ที่ตัดตับมาก มีโรคร่วม หรือจำเป็นต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดอาจเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตหรือหอเฝ้าระวัง ส่วนผู้ที่อาการคงที่อาจไปหอผู้ป่วยศัลยกรรมตามปกติ
หลังผ่าตัดกินอาหารตามปกติได้เมื่อไร
ทีมรักษาจะให้เริ่มดื่มและรับประทานเมื่อการฟื้นจากยาสลบและระบบทางเดินอาหารเหมาะสม หลังกลับบ้านมักกินอาหารทั่วไปที่มีโปรตีนและพลังงานเพียงพอได้ แต่ควรแบ่งมื้อหากอิ่มง่ายและหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำของแพทย์
ต้องกินอาหารเสริมหรือสมุนไพรบำรุงตับไหม
โดยทั่วไปไม่ควรเริ่มเอง เพราะสมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดทำให้ตับอักเสบ เพิ่มเลือดออก หรือรบกวนยารักษา หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ใดให้นำฉลากไปให้ทีมรักษาตรวจสอบก่อน
หลังผ่าตัดจะกลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบามักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของหรือใช้แรง แต่กำหนดเวลาต้องอิงวิธีผ่าตัด ขนาดแผล ความเหนื่อย และภาวะแทรกซ้อน ศัลยแพทย์จะประเมินจากการฟื้นตัวจริง ไม่ควรใช้ตารางของผู้ป่วยคนอื่นแทน
ผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดบอกอะไร
ผลชิ้นเนื้อช่วยยืนยันชนิดโรค ลักษณะของเซลล์ และขอบการตัด สำหรับมะเร็ง ข้อมูลนี้ใช้ร่วมกับภาพตรวจและระยะโรคเพื่อวางแผนติดตามหรือการรักษาต่อ ไม่ควรแปลผลเฉพาะคำใดคำหนึ่งโดยไม่ดูรายงานทั้งหมด
ถ้าไม่ผ่าตัดได้ไหม
ได้ในผู้ป่วยบางราย หากก้อนเหมาะกับการติดตาม การทำลายเฉพาะจุด การรักษาผ่านหลอดเลือด ยา หรือการฉายรังสี แต่บางโรคการผ่าตัดอาจเป็นวิธีหลักที่มีโอกาสควบคุมโรคระยะยาว การตัดสินใจควรเปรียบเทียบประโยชน์และความเสี่ยงของทุกทางเลือกในสถานการณ์ของคุณ
ควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าการวินิจฉัยคืออะไร เป้าหมายของการผ่าตัดคืออะไร ต้องตัดส่วนใด ตับจะเหลือเท่าใด เหตุใดจึงเลือกแผลเปิดหรือแผลเล็ก ความเสี่ยงเฉพาะของคุณมีอะไร และมีทางเลือกที่ไม่ผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงถามว่าจะทำอย่างไรหากพบโรคมากกว่าที่คาดระหว่างผ่าตัด
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Hepatectomy (Liver Resection) Surgery: Procedure & Recovery — เกี่ยวกับ Liver resection — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): COMPLICATIONS AFTER HEPATECTOMY - PMC - NIH — เกี่ยวกับ Liver resection — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Hepatectomy (Liver Resection) Surgery — เกี่ยวกับ Liver resection — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


