เจาะชิ้นเนื้อปอด
เจาะชิ้นเนื้อปอด (Lung biopsy) คือการนำเนื้อเยื่อปอดชิ้นเล็กๆ ไปตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุของก้อน จุด หรือรอยผิดปกติที่พบจากเอกซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ช่วยแยกมะเร็ง การติดเชื้อ และโรคปอดชนิดอื่น เพื่อให้แพทย์วางแผนรักษาได้เหมาะสมขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- การเก็บชิ้นเนื้อทำได้หลายทาง เช่น ใช้เข็มผ่านผนังทรวงอก ใช้กล้องผ่านทางเดินหายใจ หรือผ่าตัดผ่านทรวงอก แพทย์เลือกวิธีตามตำแหน่งและขนาดของรอยโรค รวมถึงสภาพปอดของคุณ
- วิธีใช้เข็มมักทำด้วยยาชาเฉพาะที่และกลับบ้านได้หลังเฝ้าดูอาการ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ส่วนการเก็บผ่านกล้องหรือการผ่าตัดอาจต้องใช้ยาระงับความรู้สึกและพักโรงพยาบาล
- ภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด เลือดออก การติดเชื้อ และปัญหาจากยาระงับความรู้สึก ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นกับวิธีตรวจ ตำแหน่งรอยโรค และสุขภาพของปอด
เจาะชิ้นเนื้อปอด คืออะไร
การเจาะชิ้นเนื้อปอดมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “การเก็บชิ้นเนื้อปอดเพื่อตรวจวินิจฉัย” แพทย์นำเซลล์หรือเนื้อเยื่อปริมาณเล็กน้อยจากบริเวณที่ผิดปกติ ส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ และอาจตรวจเพิ่มเติมตามสิ่งที่สงสัย
การตรวจภาพ เช่น เอกซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ บอกได้ว่าปอดมีจุด ก้อน หรือเงาผิดปกติ แต่ภาพเพียงอย่างเดียวอาจยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร การตรวจชิ้นเนื้อจึงมีบทบาทในการแยกสาเหตุ เช่น
- เนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง
- มะเร็งปอดหรือมะเร็งจากอวัยวะอื่นที่กระจายมาปอด
- การติดเชื้อบางชนิด
- การอักเสบหรือโรคปอดชนิดอื่น
- ความผิดปกติของเยื่อหุ้มปอดหรือเนื้อเยื่อใกล้เคียง
ผลตรวจอาจช่วยยืนยันชนิดของโรค ประเมินลักษณะของเซลล์ และเลือกการตรวจหรือการรักษาขั้นต่อไป อย่างไรก็ตาม บางครั้งตัวอย่างที่ได้มีปริมาณไม่พอหรือไม่ตรงกับบริเวณผิดปกติ แพทย์อาจต้องติดตามด้วยภาพถ่าย ตรวจซ้ำ หรือเลือกวิธีเก็บตัวอย่างแบบอื่น
วิธีเก็บชิ้นเนื้อที่ใช้บ่อยมีดังนี้
| วิธีเก็บตัวอย่าง | ทำอย่างไร | มักเหมาะกับกรณีใด |
| ใช้เข็มผ่านผนังทรวงอก | สอดเข็มระหว่างซี่โครง โดยใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรืออัลตราซาวด์นำทาง | รอยโรคอยู่ใกล้ผนังทรวงอกหรือเข้าถึงจากภายนอกได้ |
| เก็บผ่านกล้องหลอดลม | สอดกล้องขนาดเล็กผ่านปากหรือจมูกเข้าสู่ทางเดินหายใจ แล้วใช้เครื่องมือเก็บตัวอย่าง | รอยโรคอยู่ใกล้หลอดลมหรือสามารถเข้าถึงผ่านทางเดินหายใจ |
| ผ่าตัดส่องกล้องทรวงอก | ใส่กล้องและเครื่องมือผ่านแผลเล็กบริเวณทรวงอก | ต้องการชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ขึ้น หรือวิธีอื่นให้คำตอบไม่ได้ |
| ผ่าตัดเปิดทรวงอก | เปิดแผลที่ทรวงอกเพื่อนำชิ้นเนื้อออก | ใช้ไม่บ่อย มักพิจารณาเมื่อวิธีที่รุกล้ำน้อยกว่าไม่เหมาะสม |
ไม่มีวิธีใดเหมาะกับทุกคน แพทย์จะพิจารณาภาพถ่ายรังสี ขนาดและตำแหน่งของรอยโรค ความสามารถในการหายใจ โรคประจำตัว และโอกาสที่แต่ละวิธีจะได้ตัวอย่างเพียงพอ แหล่งข้อมูลทางคลินิกระบุว่าการเก็บชิ้นเนื้ออาจทำได้ด้วยเข็ม กล้องหลอดลม หรือการผ่าตัด และการผ่าตัดเปิดมักสงวนไว้เมื่อวิธีอื่นไม่สามารถเก็บตัวอย่างที่ต้องการได้ (Cleveland Clinic)
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครอาจได้รับคำแนะนำให้เก็บชิ้นเนื้อ
แพทย์อาจเสนอการตรวจนี้เมื่อพบความผิดปกติในปอดจากเอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือการตรวจภาพชนิดอื่น และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้จากข้อมูลที่มี ตัวอย่างสถานการณ์ ได้แก่
- พบก้อนหรือจุดในปอดที่มีลักษณะน่าสงสัย
- รอยผิดปกติมีขนาดหรือลักษณะเปลี่ยนไปเมื่อติดตาม
- ต้องแยกระหว่างมะเร็ง การติดเชื้อ และการอักเสบ
- ต้องทราบชนิดของเซลล์เพื่อวางแผนรักษา
- ผลตรวจเสมหะ เลือด หรือภาพถ่ายยังให้คำตอบไม่เพียงพอ
- ต้องการเนื้อเยื่อเพิ่มเติมหลังการตรวจครั้งก่อนเก็บตัวอย่างได้น้อยเกินไป
การพบก้อนในปอดไม่ได้แปลว่าต้องเจาะทุกกรณี ก้อนขนาดเล็กมาก ก้อนที่มีลักษณะเสี่ยงต่ำ หรือรอยที่น่าจะเกิดจากการติดเชื้อ อาจติดตามด้วยภาพถ่ายหรือรักษาสาเหตุนั้นก่อน ทั้งนี้ต้องชั่งระหว่างประโยชน์ของการทราบผลกับความเสี่ยงจากหัตถการ
ใครอาจยังไม่เหมาะกับการตรวจในขณะนั้น
ข้อจำกัดไม่ได้เหมือนกันทุกวิธี และบางอย่างแก้ไขก่อนได้ แพทย์อาจเลื่อน เปลี่ยนวิธี หรือหลีกเลี่ยงการเก็บชิ้นเนื้อหากพบว่า
- มีปัญหาเลือดแข็งตัวผิดปกติหรือเกล็ดเลือดต่ำ
- ใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและยังปรับยาไม่ได้อย่างเหมาะสม
- มีภาวะหายใจล้มเหลวหรือออกซิเจนต่ำที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีโรคปอดรุนแรงจนรับภาวะลมรั่วหรือการดมยาสลบได้ยาก
- มีความดันหลอดเลือดปอดสูงหรือโรคหัวใจบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยง
- มีการติดเชื้อเฉียบพลันหรือภาวะทางการแพทย์ที่ควรรักษาให้คงที่ก่อน
- รอยโรคอยู่ในตำแหน่งที่เข็มหรือกล้องเข้าถึงได้ยาก หรืออยู่ใกล้หลอดเลือดสำคัญ
- ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเมื่อวิธีที่วางแผนต้องใช้รังสี
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อห้ามถาวรเสมอไป เช่น แพทย์อาจเปลี่ยนจากการใช้เข็มเป็นกล้องหลอดลม หรือเลือกติดตามด้วยภาพถ่ายแทน สิ่งสำคัญคือถามให้ชัดว่า “ผลตรวจจะเปลี่ยนแผนรักษาหรือไม่” หากผลไม่ว่าจะออกมาแบบใดก็ไม่เปลี่ยนการดูแล ประโยชน์ของการเจาะอาจมีน้อยลง
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลจะให้คำแนะนำตามวิธีเก็บชิ้นเนื้อและชนิดของยาระงับความรู้สึก อย่าใช้คำแนะนำของผู้ป่วยรายอื่นแทน เพราะเวลาอดอาหารและการปรับยาอาจไม่เหมือนกัน
แจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้ทั้งหมด
บอกแพทย์เกี่ยวกับโรคปอด โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ เบาหวาน ภาวะเลือดออกง่าย การตั้งครรภ์ และประวัติแพ้ยา รวมถึงการแพ้สารที่ใช้ทำความสะอาดผิว วัสดุทางการแพทย์ หรือยาระงับความรู้สึก
เตรียมรายชื่อยาทั้งหมด ได้แก่
- ยาตามใบสั่งแพทย์
- ยาซื้อใช้เอง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวานและอินซูลิน
- วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด แต่ห้ามหยุดเอง แพทย์ผู้ทำหัตถการหรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาที่เหมาะกับยาและความเสี่ยงของคุณ การหยุดยาผิดเวลาอาจเพิ่มทั้งความเสี่ยงเลือดออกและความเสี่ยงลิ่มเลือด
การตรวจประเมินก่อนทำ
คุณอาจได้รับการตรวจเลือดเพื่อดูการแข็งตัวของเลือดและความพร้อมด้านสุขภาพ แพทย์จะทบทวนภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อเลือกเส้นทางที่เข้าถึงรอยโรคได้โดยหลีกเลี่ยงหลอดเลือดและโครงสร้างสำคัญ ผู้ที่ต้องใช้ยาระงับความรู้สึกระดับลึกหรือผ่าตัดอาจต้องประเมินหัวใจและปอดเพิ่มเติม
การอดอาหารและน้ำ
หากต้องได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยานอนหลับ โรงพยาบาลอาจให้งดอาหารและเครื่องดื่มก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารหรือน้ำจะไหลย้อนเข้าสู่ปอด ข้อกำหนดขึ้นกับชนิดของการระงับความรู้สึกและเวลานัด ให้ทำตามเวลาที่โรงพยาบาลระบุโดยตรง (Cleveland Clinic)
สิ่งที่ควรเตรียม
- บัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือแผ่นภาพจากสถานพยาบาลอื่น หากทีมรักษาขอ
- เสื้อผ้าที่ใส่และถอดง่าย
- ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้มารับกลับบ้าน หากได้รับยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึก
- แผนให้คนอยู่ด้วยในคืนแรก หากทีมรักษาแนะนำ
หากมีไข้ ไอหรือหอบมากขึ้น เจ็บหน้าอกผิดปกติ หรือมีการติดเชื้อก่อนวันนัด ให้แจ้งโรงพยาบาล ไม่ควรตัดสินใจยกเลิกหรือมาทำต่อเองโดยไม่แจ้งทีมรักษา
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดขึ้นกับเส้นทางที่ใช้เก็บตัวอย่าง ก่อนเริ่ม ทีมรักษาจะยืนยันตัวตน ตำแหน่งรอยโรค วิธีทำ ประวัติแพ้ยา และเอกสารยินยอม คุณสามารถถามได้ว่ามีแผนรับมืออย่างไรหากได้ตัวอย่างไม่พอหรือเกิดลมรั่ว
การใช้เข็มผ่านผนังทรวงอก
วิธีนี้มักดำเนินการโดยแพทย์ที่ใช้ภาพรังสีนำทาง ขั้นตอนทั่วไปคือ
- คุณนอนในท่าที่ทำให้เข้าถึงรอยโรคได้ง่าย อาจเป็นท่านอนหงาย คว่ำ หรือตะแคง
- ทีมรักษาติดเครื่องวัดชีพจร ความดัน อัตราการเต้นหัวใจ และระดับออกซิเจน
- แพทย์ใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรืออัลตราซาวด์กำหนดตำแหน่งและเส้นทางของเข็ม
- ทำความสะอาดผิวหนังและฉีดยาชาเฉพาะที่ บางคนอาจได้รับยาช่วยผ่อนคลาย
- แพทย์ทำแผลเปิดขนาดเล็ก แล้วสอดเข็มผ่านช่องระหว่างซี่โครงไปยังรอยโรค
- คุณอาจถูกขอให้กลั้นหายใจช่วงสั้นๆ เพื่อให้ตำแหน่งปอดนิ่ง
- แพทย์เก็บตัวอย่างหนึ่งชิ้นหรือหลายชิ้นตามความจำเป็น
- ถอนเข็ม ปิดแผล และส่งตัวอย่างให้ห้องปฏิบัติการ
- หลังทำ คุณจะถูกเฝ้าดูอาการ และมักมีการถ่ายภาพทรวงอกเพื่อตรวจหาลมรั่ว
ขั้นตอนดังกล่าวสอดคล้องกับคำอธิบายของแหล่งข้อมูลที่ระบุว่าการใช้เข็มอาศัยภาพถ่ายนำทาง ใช้ยาชาเฉพาะที่ และมีการประเมินปอดหลังเก็บตัวอย่าง (Cleveland Clinic, Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust)
การเก็บผ่านกล้องหลอดลม
แพทย์สอดกล้องผ่านปากหรือจมูก ลงสู่หลอดลมและแขนงทางเดินหายใจ อาจใช้ภาพนำทางหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อไปยังตำแหน่งเป้าหมาย จากนั้นใช้คีม แปรง หรือเข็มขนาดเล็กเก็บเซลล์และเนื้อเยื่อ
คุณอาจได้รับยาชาบริเวณคอ ยาช่วยผ่อนคลาย หรือยาระงับความรู้สึก ขึ้นกับเทคนิคและแนวทางของสถานพยาบาล หลังทำอาจเจ็บคอ เสียงแหบ หรือไอเล็กน้อยชั่วคราว
การผ่าตัดส่องกล้องหรือเปิดทรวงอก
กรณีที่ต้องการชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ หรือการใช้เข็มและกล้องหลอดลมไม่เหมาะสม ศัลยแพทย์อาจเก็บตัวอย่างผ่านแผลที่ทรวงอก วิธีนี้มักใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย ใส่ท่อช่วยหายใจ และต้องเฝ้าดูอาการในโรงพยาบาล
การส่องกล้องใช้แผลขนาดเล็กหลายตำแหน่งเพื่อใส่กล้องและเครื่องมือ ส่วนการผ่าตัดเปิดใช้แผลใหญ่กว่าและเลือกใช้ไม่บ่อย แพทย์อาจใส่สายระบายทรวงอกหลังผ่าตัดเพื่อระบายลมหรือของเหลว ระยะพักฟื้นจึงนานกว่าวิธีใช้เข็ม
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาขึ้นกับวิธีทำ ความยากของตำแหน่ง จำนวนตัวอย่าง และชนิดของยาระงับความรู้สึก การใช้เข็มผ่านผนังทรวงอกมักใช้เวลาทำหัตถการไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่เวลาอยู่ในโรงพยาบาลนานกว่านั้น เพราะต้องเตรียมตัวและเฝ้าระวังหลังทำ แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุว่าการใช้เข็มโดยทั่วไปใช้เวลาน้อยกว่า 45 นาที แต่เวลาจริงของแต่ละโรงพยาบาลอาจต่างกัน (Healthdirect Australia)
การเก็บผ่านกล้องหลอดลมหรือการผ่าตัดอาจใช้เวลานานกว่า โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องดมยาสลบหรือเก็บตัวอย่างหลายตำแหน่ง ทีมรักษาจะบอกช่วงเวลาที่คาดไว้หลังทบทวนภาพปอดและแผนการทำ
| วิธี | การระงับความรู้สึกที่อาจใช้ | การกลับบ้าน |
| ใช้เข็มผ่านผนังทรวงอก | ยาชาเฉพาะที่ อาจมียาช่วยผ่อนคลาย | มักกลับวันเดียวกันหากอาการคงที่และไม่พบภาวะแทรกซ้อน |
| ผ่านกล้องหลอดลม | ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาช่วยผ่อนคลาย หรือยาระงับความรู้สึก | อาจกลับวันเดียวกันหรือพักเฝ้าดูอาการ |
| ผ่าตัดส่องกล้องทรวงอก | ยาระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย | มักต้องพักโรงพยาบาล |
| ผ่าตัดเปิดทรวงอก | ยาระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย | ต้องพักโรงพยาบาลและใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า |
หลังใช้เข็ม ทีมรักษามักติดตามชีพจร ความดัน ออกซิเจน และอาการเจ็บหน้าอก พร้อมประเมินว่ามีลมรั่วหรือไม่ บางแนวทางให้พักบนเตียงและสังเกตอาการหลายชั่วโมงก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน (Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust)
พักฟื้นนานแค่ไหน
วิธีใช้เข็มมักฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัด คุณอาจกลับบ้านได้หลังเฝ้าดูอาการไม่กี่ชั่วโมง หากระดับออกซิเจนคงที่ ไม่มีลมรั่วที่ต้องรักษา และไม่มีเลือดออกผิดปกติ ควรให้ผู้ใหญ่พากลับ โดยเฉพาะหากได้รับยาช่วยผ่อนคลาย
ช่วงพักฟื้นโดยทั่วไปเป็นดังนี้
| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจพบและการดูแลทั่วไป |
| วันทำหัตถการ | เจ็บตึงบริเวณแผล ไอเล็กน้อย หรือรู้สึกอ่อนเพลีย ควรพักและทำตามคำแนะนำเรื่องอาหาร น้ำ และยา |
| 1-2 วันแรก | อาการปวดเล็กน้อยควรค่อยๆ ดีขึ้น หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงตามระยะเวลาที่ทีมรักษาระบุ |
| หลังจากนั้น | ผู้ที่ใช้เข็มมักกลับไปทำกิจวัตรเบาๆ ได้ค่อนข้างเร็ว หากไม่มีอาการผิดปกติ |
| หลังผ่าตัดทรวงอก | ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า และอาจมีสายระบายทรวงอก แผลผ่าตัด หรือข้อจำกัดด้านการยกของและการขับรถ |
แหล่งข้อมูลต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้เข็มระบุว่าผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน และบางคนกลับทำงานเบาๆ ได้ในวันถัดไป แต่แนวทางของโรงพยาบาลในไทยและความเสี่ยงของแต่ละคนอาจต่างกัน (Healthdirect Australia, Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust)
อย่ารีบกลับไปยกของหนัก ออกกำลังหนัก เดินทางไกล หรือขึ้นเครื่องบินจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต โดยเฉพาะหากตรวจพบลมรั่วเล็กน้อย เพราะการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศอาจมีความสำคัญในบางราย
แผลจากเข็มมักมีขนาดเล็ก ดูแลให้สะอาดและแห้งตามคำแนะนำของโรงพยาบาล หากได้รับยาระงับความรู้สึก ไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำเรื่องสำคัญจนกว่าฤทธิ์ยาจะหมดตามระยะเวลาที่ทีมรักษากำหนด
ผลชิ้นเนื้อไม่ออกทันที เพราะต้องผ่านการเตรียมตัวอย่างและตรวจโดยพยาธิแพทย์ บางกรณีต้องย้อมพิเศษ ตรวจเชื้อ หรือตรวจลักษณะเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุช่วงรับผลประมาณ 7-10 วันทำการ แต่เวลาในไทยขึ้นกับชนิดการตรวจและห้องปฏิบัติการ (Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust)
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่การเก็บตัวอย่างจากปอดมีความเสี่ยงเฉพาะที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ ระดับความเสี่ยงขึ้นกับวิธีเก็บ ขนาดและความลึกของรอยโรค จำนวนครั้งที่สอดเข็ม สภาพเนื้อปอด โรคประจำตัว และการสูบบุหรี่
ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
ภาวะนี้เกิดเมื่ออากาศรั่วออกจากปอดเข้าไปอยู่ระหว่างปอดกับผนังทรวงอก ปอดจึงขยายตัวได้ไม่เต็มที่ เป็นความเสี่ยงสำคัญของการใช้เข็มผ่านทรวงอก (Healthdirect Australia)
ลมรั่วขนาดเล็กอาจไม่มีอาการและค่อยๆ หายโดยการเฝ้าดู แต่หากลมรั่วมาก คุณอาจเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือระดับออกซิเจนลดลง และอาจต้องใส่สายระบายทรวงอกเพื่อระบายอากาศ
เลือดออก
อาจมีเลือดออกบริเวณที่เก็บตัวอย่าง หรือมีเลือดปนเสมหะเล็กน้อยหลังทำในบางคน เลือดออกมากพบได้น้อยกว่า แต่ต้องรักษาเร่งด่วน ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด ใช้ยาที่มีผลต่อเลือด หรือรอยโรคอยู่ใกล้หลอดเลือด
การติดเชื้อ
การติดเชื้อที่แผลหรือภายในทรวงอกเกิดขึ้นได้ แม้ทีมรักษาจะใช้เทคนิคปลอดเชื้อ อาการที่ควรระวังคือไข้ แผลแดงบวม มีหนอง อาการไอหรือหายใจแย่ลง
ปัญหาจากยาชา ยานอนหลับ หรือยาระงับความรู้สึก
อาจเกิดอาการแพ้ยา ความดันเปลี่ยน หัวใจเต้นผิดจังหวะ ออกซิเจนลดลง หรือสำลัก ความเสี่ยงขึ้นกับชนิดยา โรคหัวใจและปอด อายุ และสุขภาพโดยรวม
ภาวะฟองอากาศเข้าสู่หลอดเลือด
การใช้เข็มผ่านผนังทรวงอกอาจทำให้อากาศเข้าสู่หลอดเลือดได้ แม้พบได้น้อยมากแต่เป็นภาวะฉุกเฉิน และอาจทำให้หลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หมดสติ ชัก อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ ความเสี่ยงแตกต่างกันตามเทคนิคที่ใช้และสภาพของผู้ป่วย
อาการที่ต้องระวัง ได้แก่ เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หายใจลำบาก สับสน หมดสติ ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด หากเกิดอาการเหล่านี้ให้เรียกรถพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอดูอาการและไม่ควรขับรถเอง
เก็บตัวอย่างไม่ได้หรือผลไม่ชัด
ชิ้นเนื้ออาจเล็กเกินไป มีแต่เนื้อเยื่อปกติ หรือไม่เพียงพอสำหรับการตรวจที่ต้องการ ผลที่ “ไม่พบมะเร็ง” จึงไม่ได้ตัดมะเร็งออกเสมอไป หากภาพถ่ายยังน่าสงสัย แพทย์อาจแนะนำให้ติดตาม ตรวจซ้ำ หรือผ่าตัดเก็บชิ้นเนื้อ
ความเสี่ยงจากการผ่าตัดทรวงอก
นอกจากเลือดออกและติดเชื้อ อาจเกิดปอดแฟบ ลมรั่วต่อเนื่อง ปอดอักเสบ ลิ่มเลือด ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ หรือเจ็บแผลนาน ความเสี่ยงโดยรวมมักมากกว่าวิธีใช้เข็ม แต่การผ่าตัดอาจได้ชิ้นเนื้อขนาดใหญ่และให้คำตอบเมื่อวิธีอื่นไม่เพียงพอ
แหล่งอ้างอิงทางคลินิกสรุปความเสี่ยงหลักของการเก็บชิ้นเนื้อปอดไว้ ได้แก่ ลมรั่ว เลือดออก การติดเชื้อ และปัญหาจากยาระงับความรู้สึก (Cleveland Clinic)
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- หายใจลำบาก หอบมากขึ้น หรือรู้สึกว่าอากาศไม่พอ
- เจ็บหน้าอกรุนแรง เจ็บมากขึ้น หรือเจ็บร่วมกับหน้ามืด
- ไอเป็นเลือดมากขึ้น เลือดออกต่อเนื่อง หรือมีลิ่มเลือด
- ริมฝีปากหรือปลายมือเขียว สับสน หมดสติ หรืออ่อนแรงผิดปกติ
- ใจสั่นมาก เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือรู้สึกจะเป็นลม
- เลือดออกจากแผลไม่หยุดหลังใช้ผ้าสะอาดกดตามคำแนะนำ
- ไข้ร่วมกับหนาวสั่น หายใจแย่ลง หรือแผลบวมแดงและมีหนอง
อย่าขับรถเองหากหอบ หน้ามืด หรือเจ็บหน้าอกรุนแรง หากอาการไม่ถึงขั้นฉุกเฉินแต่ปวดมากขึ้น มีไข้ หรือกังวลว่าแผลผิดปกติ ให้ติดต่อหน่วยงานที่ทำหัตถการตามช่องทางที่ระบุในเอกสารกลับบ้าน
อาการหอบหรือเจ็บหน้าอกอาจเกิดหลังออกจากโรงพยาบาลได้ แม้การตรวจภาพก่อนกลับจะไม่พบปัญหาชัดเจน จึงไม่ควรรอดูอาการเองเมื่ออาการกำลังรุนแรงขึ้น
ทางเลือกอื่น
การเจาะชิ้นเนื้อไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับรอยผิดปกติในปอด ทางเลือกขึ้นกับความน่าจะเป็นของโรค ลักษณะภาพถ่าย สุขภาพของคุณ และผลที่จะมีต่อการรักษา
ติดตามด้วยภาพถ่าย
ก้อนที่มีลักษณะเสี่ยงต่ำหรือมีขนาดเล็กมากอาจติดตามด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เป็นระยะ เพื่อดูว่าขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนหรือไม่ วิธีนี้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากหัตถการ แต่ต้องกลับมาตรวจตามนัด และอาจทำให้การวินิจฉัยล่าช้าหากรอยโรคเปลี่ยนแปลง
ตรวจเสมหะ เลือด หรือเชื้อ
หากสงสัยการติดเชื้อ แพทย์อาจตรวจเสมหะ เลือด หรือเก็บตัวอย่างจากทางเดินหายใจก่อน การตรวจเหล่านี้รุกล้ำน้อยกว่า แต่อาจไม่สามารถระบุสาเหตุของก้อนหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับชนิดเซลล์ได้
ตรวจภาพเพิ่มเติม
การตรวจภาพชนิดอื่นช่วยประเมินลักษณะ การกระจาย หรือการทำงานของรอยโรคได้ แต่ภาพถ่ายไม่สามารถแทนการตรวจเนื้อเยื่อในทุกกรณี แหล่งข้อมูลระบุว่าภาพถ่ายช่วยติดตามความเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนการตรวจชิ้นเนื้อช่วยระบุสาเหตุได้ชัดเจนขึ้น (Healthdirect Australia)
เปลี่ยนเส้นทางเก็บชิ้นเนื้อ
หากการใช้เข็มเสี่ยงสูง อาจเลือกกล้องหลอดลม หรือเก็บจากต่อมน้ำเหลืองและตำแหน่งอื่นที่เข้าถึงง่ายกว่า ในทางกลับกัน หากกล้องหลอดลมเข้าไม่ถึงรอยโรค อาจใช้เข็มผ่านผนังทรวงอกหรือผ่าตัด
ผ่าตัดนำก้อนออก
บางกรณีที่ก้อนมีความน่าสงสัยสูงและผู้ป่วยพร้อมรับการผ่าตัด ทีมรักษาอาจพิจารณาผ่าตัดเพื่อวินิจฉัยและรักษาในคราวเดียว แต่แนวทางนี้รุกล้ำมากกว่า หากก้อนเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงหรือรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้ ผู้ป่วยอาจได้รับความเสี่ยงจากการผ่าตัดโดยไม่จำเป็น (Healthdirect Australia)
ก่อนตัดสินใจ คุณควรทราบว่าแพทย์สงสัยโรคใดมากที่สุด การไม่เจาะตอนนี้มีผลอย่างไร และผลแต่ละแบบจะเปลี่ยนแผนรักษาอย่างไร
สิทธิการรักษา
ความครอบคลุมขึ้นกับเหตุผลทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ขั้นตอนการส่งตัว และรายการตรวจเพิ่มเติม ไม่ควรนัดทำก่อนตรวจสอบเอกสาร เพราะการตรวจชิ้นเนื้อเกี่ยวข้องกับทั้งค่าหัตถการ ภาพนำทาง ห้องปฏิบัติการ และการรักษาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
สิทธิประกันสังคม
โดยทั่วไปควรเริ่มที่สถานพยาบาลตามสิทธิ แพทย์จะประเมินความจำเป็นและส่งต่อหากโรงพยาบาลเดิมไม่มีความพร้อม ถามฝ่ายสิทธิว่าเอกสารส่งตัวครอบคลุมการเก็บชิ้นเนื้อ การตรวจทางพยาธิวิทยา การตรวจเพิ่มเติมของตัวอย่าง และการนอนโรงพยาบาลหรือไม่
สิทธิบัตรทอง
เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลคุณ หากจำเป็นต้องทำในโรงพยาบาลที่มีแพทย์และอุปกรณ์เฉพาะทาง มักต้องดำเนินการตามระบบส่งต่อ กรณีฉุกเฉินหลังทำควรไปสถานพยาบาลใกล้ที่สุดก่อน แล้วนำเอกสารการรักษามาประสานสิทธิภายหลังตามขั้นตอน
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิรัฐอื่น
ตรวจสอบว่าสถานพยาบาลและวิธีเก็บชิ้นเนื้ออยู่ภายใต้เงื่อนไขของสิทธิหรือไม่ การตรวจพิเศษของตัวอย่างบางชนิดอาจต้องมีข้อบ่งชี้หรือเอกสารประกอบเพิ่มเติม ควรถามทั้งแพทย์ผู้ส่งตรวจและฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาล
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจเงื่อนไขเรื่องโรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอ ความคุ้มครองผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน การขออนุมัติล่วงหน้า และข้อกำหนดกรณีตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง ถามบริษัทประกันว่าครอบคลุมส่วนใดบ้าง ได้แก่
- ค่าห้องและแพทย์
- ค่าภาพนำทาง
- ค่ายาระงับความรู้สึก
- ค่าตรวจทางพยาธิวิทยาและการตรวจเพิ่มเติม
- การพักเฝ้าดูอาการหรือนอนโรงพยาบาล
- การรักษาภาวะแทรกซ้อน
- การเก็บตัวอย่างซ้ำหากครั้งแรกไม่เพียงพอ
ขอให้โรงพยาบาลระบุแผนหัตถการและรหัสที่เกี่ยวข้องก่อนส่งเรื่องอนุมัติ เพราะคำว่า “เจาะชิ้นเนื้อปอด” อาจครอบคลุมหลายวิธีซึ่งมีเงื่อนไขความคุ้มครองต่างกัน
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
เจาะชิ้นเนื้อปอดเจ็บไหม
ระหว่างใช้เข็ม คุณมักรู้สึกเจ็บตอนฉีดยาชาและรู้สึกกดหรือตึงขณะเก็บตัวอย่าง แต่ไม่ควรเจ็บรุนแรง หากเจ็บมาก หายใจลำบาก หรือเวียนศีรษะ ให้บอกทีมรักษาทันที
เจาะชิ้นเนื้อปอดหมายความว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
ไม่หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะก้อนหรือรอยผิดปกติอาจเกิดจากการติดเชื้อ การอักเสบ แผลเป็น หรือเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง การตรวจชิ้นเนื้อมีไว้เพื่อแยกสาเหตุเหล่านี้
เจาะผ่านผนังทรวงอกกับส่องกล้องหลอดลมต่างกันอย่างไร
การเจาะผ่านผนังทรวงอกเข้าถึงรอยโรคจากด้านนอก ส่วนกล้องหลอดลมเข้าจากทางเดินหายใจ แพทย์เลือกตามตำแหน่งของรอยโรค โอกาสได้ตัวอย่าง และความเสี่ยงของแต่ละเส้นทาง
ต้องดมยาสลบหรือไม่
การใช้เข็มมักใช้ยาชาเฉพาะที่และอาจมียาช่วยผ่อนคลาย ส่วนการผ่าตัดทรวงอกมักต้องใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย การเก็บผ่านกล้องหลอดลมอาจใช้ได้หลายระดับตามเทคนิคและโรงพยาบาล
ทำแล้วกลับบ้านได้เลยไหม
วิธีใช้เข็มมักกลับบ้านได้ในวันเดียวกันหลังเฝ้าดูอาการหลายชั่วโมง หากชีพจรและออกซิเจนคงที่และไม่พบภาวะแทรกซ้อน ส่วนการผ่าตัดมักต้องพักโรงพยาบาล
ผลตรวจใช้เวลานานเท่าไร
ผลพื้นฐานมักใช้เวลาหลายวันถึงประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นกับการเตรียมตัวอย่าง ชนิดโรคที่สงสัย และการตรวจเพิ่มเติม บางการตรวจใช้เวลานานกว่านี้ โรงพยาบาลจะนัดอธิบายผลและขั้นตอนถัดไป
ถ้าผลชิ้นเนื้อไม่พบมะเร็ง แปลว่าไม่มีมะเร็งแน่นอนหรือไม่
ยังสรุปไม่ได้เสมอไป เพราะตัวอย่างอาจไม่ตรงตำแหน่งหรือมีปริมาณไม่พอ แพทย์ต้องพิจารณาผลชิ้นเนื้อร่วมกับภาพถ่ายและความน่าจะเป็นของโรค หากข้อมูลไม่สอดคล้องกันอาจต้องติดตามหรือตรวจซ้ำ
ภาวะลมรั่วอันตรายแค่ไหน
ลมรั่วขนาดเล็กอาจหายได้เองภายใต้การเฝ้าดู แต่ลมรั่วมากอาจทำให้หอบ เจ็บหน้าอก และต้องใส่สายระบายทรวงอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหากหายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอกมากขึ้นหลังกลับบ้าน
หลังเจาะมีเลือดปนเสมหะได้หรือไม่
อาจพบเลือดเป็นริ้วเล็กน้อยช่วงสั้นๆ ในบางคน แต่หากเลือดมากขึ้น ออกต่อเนื่อง มีลิ่มเลือด หอบ หรือหน้ามืด ต้องรับการประเมินฉุกเฉิน
เจาะชิ้นเนื้อทำให้มะเร็งกระจายหรือไม่
การเลือกวิธีเก็บตัวอย่างคำนึงถึงตำแหน่งรอยโรคและความเสี่ยงอยู่แล้ว ความกังวลเรื่องการกระจายตามแนวเข็มควรถามแพทย์ตามชนิดของก้อนที่สงสัย แต่ไม่ควรปฏิเสธการตรวจจากความกังวลนี้เพียงอย่างเดียวโดยไม่ชั่งกับประโยชน์ของการได้คำวินิจฉัย
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
หลังใช้เข็ม ผู้ที่อาการคงที่มักกลับไปทำงานเบาๆ ได้ค่อนข้างเร็ว แต่ควรเผื่อพักอย่างน้อยในวันทำและทำตามข้อจำกัดของโรงพยาบาล งานยกของ งานบนที่สูง และงานใช้แรงอาจต้องรอนานกว่า ส่วนการผ่าตัดทรวงอกใช้เวลาฟื้นตัวมากกว่าอย่างชัดเจน
ขึ้นเครื่องบินหลังเจาะได้หรือไม่
ไม่ควรขึ้นเครื่องบินจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าไม่มีลมค้างในช่องเยื่อหุ้มปอด เพราะความดันอากาศที่เปลี่ยนไปอาจทำให้ลมขยายตัว ระยะเวลาที่ต้องรอขึ้นกับผลภาพถ่ายและภาวะแทรกซ้อนของคุณ
ถ้าไม่ยอมเจาะจะเกิดอะไรขึ้น
แพทย์อาจยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุของรอยผิดปกติหรือเลือกการรักษาที่จำเพาะได้ แต่บางกรณีสามารถติดตามด้วยภาพถ่ายหรือใช้วิธีตรวจอื่นก่อน ควรถามว่าการรอมีความเสี่ยงเพียงใดและมีแผนติดตามที่ชัดเจนหรือไม่
ควรถามแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ถามให้ชัดว่ารอยโรคอยู่ตรงไหน แพทย์สงสัยโรคใด เหตุใดจึงเลือกวิธีนี้ โอกาสได้ตัวอย่างเพียงพอเป็นอย่างไร ความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร และจะทำอย่างไรหากผลไม่ชัดหรือเกิดลมรั่ว คำตอบเหล่านี้ช่วยให้คุณเปรียบเทียบประโยชน์กับความเสี่ยงได้ตรงกับสถานการณ์ของตนเอง
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Lung Biopsy: Purpose, Procedure, Risk & Recovery — เกี่ยวกับ Lung biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: After having a lung biopsy — เกี่ยวกับ Lung biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- healthdirect.gov.au: Lung biopsy | healthdirect — เกี่ยวกับ Lung biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


