ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ใส่สายระบายทรวงอก

ใส่สายระบายทรวงอก (Pleural drainage) คือการสอดท่อผ่านผนังทรวงอกเข้าไปในช่องระหว่างปอดกับผนังทรวงอก เพื่อระบายลม ของเหลว เลือด หรือหนองที่กดปอดอยู่ การทำหัตถการนี้ช่วยให้ปอดมีพื้นที่ขยายตัวและอาจช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น แต่จำเป็นหรือไม่ขึ้นกับสาเหตุ ปริมาณสิ่งที่ค้าง อาการ และผลตรวจของคุณ

ประเด็นสำคัญ

  • สายระบายไม่ได้ใส่เข้าไปในเนื้อปอด แต่ใส่ใน ช่องเยื่อหุ้มปอด ซึ่งเป็นช่องว่างบางๆ ระหว่างผิวปอดกับผนังทรวงอก
  • บางคนต้องเจาะดูดด้วยเข็มเพียงครั้งเดียว บางคนต้องคาสายระบายไว้ และบางคนต้องผ่าตัดเพิ่มเติม การเลือกวิธีขึ้นกับว่าเป็นลม น้ำ เลือด หรือหนอง และมีโอกาสกลับมาอีกหรือไม่
  • ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง ได้แก่ เลือดออก การติดเชื้อ ลมรั่ว ปอดขยายตัวไม่เต็มที่ สายอุดตันหรือเลื่อน และการบาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง การใช้อัลตราซาวนด์ช่วยกำหนดตำแหน่งอาจลดความเสี่ยงบางอย่างได้

ใส่สายระบายทรวงอก คืออะไร

ปอดแต่ละข้างถูกหุ้มด้วยเยื่อบาง 2 ชั้น เรียกว่า เยื่อหุ้มปอด ชั้นหนึ่งแนบกับผิวปอด อีกชั้นแนบกับผนังทรวงอก ช่องระหว่างเยื่อทั้งสองเรียกว่า ช่องเยื่อหุ้มปอด ตามปกติจะมีของเหลวเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ปอดเคลื่อนไหวได้ราบรื่นขณะหายใจ (Cleveland Clinic)

หากมีลม ของเหลว เลือด หรือหนองสะสมในช่องนี้ ปอดอาจถูกกดและขยายตัวได้ไม่เต็มที่ คุณอาจหอบ เหนื่อย เจ็บหน้าอก ไอ หรือมีออกซิเจนในเลือดต่ำ แพทย์จึงอาจเสนอการระบายสิ่งที่ค้างออกเพื่อบรรเทาแรงกด ช่วยรักษาการติดเชื้อ หรือเก็บตัวอย่างไปตรวจหาสาเหตุ

คำว่า “สายระบายทรวงอก” ครอบคลุมท่อหลายขนาดและหลายรูปแบบ เช่น

  • สายระบายชั่วคราว ต่อกับถุงหรือระบบรองรับ ใช้ระบายลมและของเหลวในโรงพยาบาล
  • สายระบายขนาดเล็ก ซึ่งอาจใส่โดยอาศัยเข็มและลวดนำทาง
  • สายระบายขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจใช้ในภาวะเลือดออก หนองข้น หรือหลังผ่าตัดบางชนิด
  • สายระบายชนิดคาไว้นาน ซึ่งลอดใต้ผิวหนังและมีปลายอยู่นอกร่างกาย ใช้ในผู้ที่มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดกลับมาเรื่อยๆ เพื่อระบายเป็นระยะ

การใส่สายระบายต่างจาก การเจาะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด การเจาะน้ำมักใช้เข็มหรือท่อขนาดเล็กดูดของเหลวออกครั้งเดียว แล้วนำอุปกรณ์ออก ส่วนการใส่สายระบายจะคาท่อไว้เพื่อให้ลมหรือของเหลวไหลออกต่อเนื่อง ทั้งสองวิธีอาจใช้ตรวจวินิจฉัยและบรรเทาอาการ แต่เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน

การใส่สายระบายรักษาสิ่งที่สะสมรอบปอด ไม่ได้รักษาสาเหตุทั้งหมดโดยตรง หากเกิดจากหัวใจล้มเหลว โรคตับ โรคไต การติดเชื้อ มะเร็ง หรือโรคอักเสบ คุณยังต้องได้รับการรักษาโรคต้นเหตุควบคู่กันไป ของเหลวหรือลมจึงอาจกลับมาได้แม้ระบายสำเร็จแล้ว

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ใครอาจต้องใส่สายระบาย

แพทย์อาจพิจารณาใส่สายระบายเมื่อสิ่งที่อยู่ในช่องเยื่อหุ้มปอดมีปริมาณมาก ทำให้เกิดอาการ มีแนวโน้มสะสมต่อ หรือไม่เหมาะกับการดูดออกเพียงครั้งเดียว ตัวอย่างสถานการณ์ ได้แก่

  • ภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอด ลมที่รั่วออกจากปอดไปกดปอด โดยเฉพาะเมื่อมีอาการมาก ปอดแฟบมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นด้วยการเฝ้าดู
  • ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ของเหลวสะสมจนกดปอดและทำให้หายใจลำบาก หรือจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างตรวจหาสาเหตุ
  • หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด มักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อและอาจต้องระบายร่วมกับการรักษาอื่น
  • เลือดในช่องเยื่อหุ้มปอด เช่น หลังอุบัติเหตุ การผ่าตัด หรือหัตถการ
  • หลังผ่าตัดทรวงอกหรือหัวใจบางชนิด เพื่อระบายลม เลือด และของเหลวที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัด
  • น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดที่กลับเป็นซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อทำให้เหนื่อยและต้องระบายบ่อย แพทย์อาจเสนอการคาสายชนิดระยะยาว (Penn Medicine)

ในเหตุฉุกเฉิน เช่น ลมสะสมและเพิ่มแรงดันในทรวงอกจนการหายใจหรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ ทีมรักษาอาจต้องระบายลมทันที การตัดสินใจในสถานการณ์นี้ต่างจากการนัดทำหัตถการล่วงหน้า เพราะเป้าหมายแรกคือแก้ภาวะคุกคามชีวิต

ใครอาจยังไม่ต้องใส่สาย

การพบลมหรือของเหลวรอบปอดไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องใส่สายทันที แพทย์อาจเลือกเฝ้าดูหรือรักษาสาเหตุก่อน หากมีปริมาณน้อย อาการไม่มาก และสัญญาณชีพคงที่ ตัวอย่างเช่น ของเหลวที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของหัวใจ ตับ หรือไตทั้งสองข้างอาจดีขึ้นเมื่อรักษาโรคต้นเหตุ

บางกรณีอาจใช้การเจาะดูดเพียงครั้งเดียวแทน โดยเฉพาะเมื่อต้องการตัวอย่างตรวจหรือระบายของเหลวปริมาณจำกัด ส่วนลมในช่องเยื่อหุ้มปอดบางแบบอาจเฝ้าติดตามหรือเจาะดูดลมได้ หากแพทย์ประเมินว่าปลอดภัย

ภาวะที่ต้องประเมินอย่างระมัดระวัง

ข้อห้ามของการใส่สายระบายไม่เหมือนกันในทุกสถานการณ์ เพราะในเหตุฉุกเฉินประโยชน์อาจมากกว่าความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ทีมรักษาต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อมีภาวะต่อไปนี้

  • เลือดแข็งตัวผิดปกติหรือเกล็ดเลือดต่ำ
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
  • มีการติดเชื้อของผิวหนังบริเวณที่จะใส่สาย
  • มีพังผืดหรือความผิดปกติของช่องอก ทำให้หาตำแหน่งที่ปลอดภัยยาก
  • เคยผ่าตัดทรวงอกหรือมีอวัยวะอยู่ผิดตำแหน่งจากปกติ
  • ไม่สามารถอยู่นิ่งหรือจัดท่าที่จำเป็นได้
  • ปริมาณของเหลวน้อยมากหรือไม่มีช่องที่เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย

แพทย์จะพิจารณาภาพถ่ายรังสี อัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลเลือด โรคประจำตัว และความเร่งด่วน ก่อนเลือกว่าจะใส่สาย ใช้วิธีอื่น หรือรักษาสาเหตุก่อน

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวขึ้นกับว่าเป็นหัตถการฉุกเฉินหรือวางแผนไว้ล่วงหน้า รวมถึงชนิดยาชาที่จะใช้ หากเป็นเหตุฉุกเฉิน ทีมรักษาจะเตรียมเท่าที่ทำได้โดยไม่ทำให้การระบายล่าช้า

แจ้งข้อมูลสำคัญให้ทีมรักษา

บอกแพทย์หากคุณมีเรื่องต่อไปนี้

  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน หรืออาหารเสริมและสมุนไพร
  • มีโรคเลือดออกง่าย เกล็ดเลือดต่ำ ลิ่มเลือดอุดตัน หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เคยเปลี่ยนลิ้นหัวใจหรือมีอุปกรณ์ในหัวใจ
  • แพ้ยา ยาชา น้ำยาฆ่าเชื้อ กาวปิดแผล หรือวัสดุทางการแพทย์
  • ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์
  • เคยผ่าตัดทรวงอก เคยมีลมรั่ว หรือเคยใส่สายระบายมาก่อน
  • มีโรคปอดเรื้อรัง ใช้ออกซิเจน หรือใช้เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ โดยเฉพาะยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด แต่ อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้เป็นรายบุคคลตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา ผลเลือด และความเร่งด่วนของหัตถการ (NHS)

งดน้ำและอาหารหรือไม่

หากใช้เพียงยาชาเฉพาะที่และไม่มีแผนให้ยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลบางแห่งอาจอนุญาตให้กินและดื่มตามปกติได้ แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุว่าการเจาะหรือระบายของเหลวแบบยาชาเฉพาะที่อาจไม่ต้องงดอาหาร

แต่หากอาจได้รับยาช่วยผ่อนคลาย ยาระงับความรู้สึก หรืออาจต้องเปลี่ยนเป็นการผ่าตัด คุณอาจต้องงดน้ำและอาหารตามเวลาที่โรงพยาบาลแจ้ง ให้ยึดคำสั่งของทีมรักษา ไม่ควรใช้แนวทางของผู้อื่นแทนคำสั่งสำหรับคุณ

การตรวจก่อนทำ

การประเมินอาจประกอบด้วย

  • ภาพถ่ายรังสีทรวงอก
  • อัลตราซาวนด์ทรวงอกเพื่อดูตำแหน่งและปริมาณของเหลว
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในกรณีซับซ้อน
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เกล็ดเลือด และการแข็งตัวของเลือด
  • วัดออกซิเจน ความดัน ชีพจร และอัตราการหายใจ

การใช้อัลตราซาวนด์ช่วยให้เห็นตำแหน่งของของเหลวและอวัยวะใกล้เคียง งานทบทวนด้านหัตถการเยื่อหุ้มปอดระบุว่าอัลตราซาวนด์ทรวงอกมีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยและการวางแผนตำแหน่ง

สิ่งที่ควรนำมา

  • รายชื่อยาและอาหารเสริมทั้งหมด หรือยาที่ใช้อยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม
  • รายงานผลตรวจและภาพถ่ายเดิม หากโรงพยาบาลยังไม่มีในระบบ
  • บัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และหลักฐานสิทธิการรักษา
  • ข้อมูลการแพ้ยาและโรคประจำตัว
  • เสื้อผ้าที่สวมง่าย หากเป็นหัตถการแบบนัดหมาย
  • ผู้ดูแลหรือผู้รับกลับบ้าน หากได้รับยาที่ทำให้ง่วง หรือโรงพยาบาลกำหนดให้มีผู้ดูแล

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าใส่สายเพื่อระบายอะไร ใช้วิธีใด คาดว่าจะคาสายนานเพียงใด มีโอกาสต้องทำหัตถการอื่นต่อหรือไม่ และแพทย์จะใช้เกณฑ์ใดตัดสินใจถอดสาย

ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดแตกต่างตามชนิดของสิ่งที่ต้องระบาย ขนาดสาย ตำแหน่ง และความเร่งด่วน แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้

1. ตรวจยืนยันตำแหน่ง

ทีมรักษาทบทวนภาพถ่ายทรวงอกและตรวจร่างกาย หากเป็นของเหลว มักใช้อัลตราซาวนด์เพื่อหาจุดที่มีของเหลวและเลือกแนวทางที่หลีกเลี่ยงปอด กะบังลม ตับ และม้าม (PubMed Central)

คุณอาจนั่งโน้มตัวไปข้างหน้า นอนตะแคง หรือนอนหงาย ขึ้นกับตำแหน่งที่ต้องใส่สายและสภาพการหายใจ ทีมจะติดตามความดัน ชีพจร ออกซิเจน และการหายใจระหว่างทำ

2. ทำความสะอาดและให้ยาชา

ผิวหนังจะถูกทำความสะอาดและคลุมด้วยผ้าปลอดเชื้อ แพทย์ฉีดยาชาเฉพาะที่ตั้งแต่ผิวหนังลงไปถึงชั้นเนื้อเยื่อบริเวณซี่โครง คุณอาจรู้สึกแสบหรือตึงตอนฉีด แต่บริเวณนั้นควรชาเมื่อเริ่มใส่สาย

บางคนได้รับยาช่วยผ่อนคลายทางหลอดเลือดดำ โดยเฉพาะเมื่อคาดว่าหัตถการซับซ้อน แต่ยาชาและยาระงับความรู้สึกที่ใช้จริงขึ้นกับอาการ ความร่วมมือ และแนวทางของโรงพยาบาล

3. เปิดแผลขนาดเล็กและใส่สาย

แพทย์เปิดแผลเล็กบนผิวหนัง แล้วสอดสายเข้าในช่องเยื่อหุ้มปอด วิธีหนึ่งใช้เข็มและลวดนำทางก่อนขยายทางเข้าสำหรับสาย อีกวิธีเปิดทางผ่านเนื้อเยื่อแล้วใส่สายโดยตรง การเลือกวิธีขึ้นกับชนิดและขนาดสาย รวมถึงสิ่งที่จะระบาย

ขณะสายผ่านเยื่อหุ้มปอด คุณอาจรู้สึกแรงกด ตึง หรืออยากไอ หากรู้สึกเจ็บแปลบมาก เวียนศีรษะ หรือหายใจแย่ลง ให้บอกทีมรักษาทันที ไม่ควรพยายามฝืนอยู่นิ่งโดยไม่แจ้งอาการ

4. ต่อเข้ากับระบบระบาย

สายจะถูกต่อกับถุง ขวด หรือระบบปิดที่ออกแบบให้ลมหรือของเหลวออกจากทรวงอกโดยไม่ไหลย้อนกลับ บางระบบใช้แรงดูดตามที่แพทย์กำหนด ไม่ควรถอด หนีบ หรือปรับระบบเอง

หากระบายของเหลว ทีมรักษาจะควบคุมการไหลและสังเกตอาการ การระบายเร็วหรือมากเกินไปในบางสถานการณ์อาจทำให้ไอ เจ็บหน้าอก ความดันเปลี่ยน หรือเกิดปัญหาจากการที่ปอดขยายตัวเร็วเกินไป

5. ยึดสายและปิดแผล

แพทย์ใช้ไหมหรืออุปกรณ์ยึดสายไม่ให้เลื่อน แล้วปิดบริเวณทางออกด้วยวัสดุปิดแผลปลอดเชื้อ หากเป็นสายชนิดคาไว้นาน อาจมีการลอดสายใต้ผิวหนังและใช้จุดเปิดมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง

6. ตรวจหลังใส่สาย

ทีมรักษาจะตรวจการทำงานของระบบ ปริมาณและลักษณะสิ่งที่ระบาย รวมถึงอาการหายใจ อาจส่งของเหลวไปตรวจหาเชื้อ เซลล์ผิดปกติ โปรตีน หรือข้อมูลอื่นตามสาเหตุที่สงสัย

หลังทำอาจมีภาพถ่ายรังสีหรือการตรวจภาพอื่น เพื่อดูตำแหน่งสาย ปริมาณที่เหลือ และการขยายตัวของปอด แนวทางจริงขึ้นกับเหตุผลที่ใส่สายและอาการหลังทำ

7. ดูแลระหว่างคาสายและถอดสาย

ระหว่างคาสาย ทีมจะติดตาม

  • ปริมาณ สี และลักษณะของของเหลว
  • มีลมรั่วต่อเนื่องหรือไม่
  • สายพับ อุดตัน หลุด หรือเลื่อนหรือไม่
  • อาการปวด ไข้ หอบ หรือออกซิเจนต่ำ
  • ภาพถ่ายทรวงอกและการขยายตัวของปอด
  • การตอบสนองต่อการรักษาสาเหตุ เช่น ยารักษาการติดเชื้อ

แพทย์ถอดสายเมื่อสิ่งที่ต้องระบายลดลง ปอดขยายตัวได้เหมาะสม ไม่มีลมรั่วที่ต้องระบายต่อ และโรคต้นเหตุควบคุมได้ในระดับหนึ่ง เกณฑ์ไม่เหมือนกันในผู้ที่มีลม น้ำ เลือด หนอง หรือเพิ่งผ่าตัด

ตอนถอดสาย ทีมจะเอาวัสดุยึดออก ให้คุณจัดท่าหรือควบคุมการหายใจตามคำสั่ง ดึงสายออก และปิดแผลทันที คุณอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บช่วงสั้นๆ หลังจากนั้นอาจต้องตรวจภาพทรวงอกอีกครั้งตามความเหมาะสม

ใช้เวลานานแค่ไหน

เวลาทำขึ้นกับว่าเป็นการเจาะดูด การใส่สายชั่วคราว หรือการใส่สายชนิดคาไว้นาน รวมถึงตำแหน่งของลมหรือของเหลวและความซับซ้อนของโรค

แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุว่า การเจาะดูดของเหลวอาจใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที และการใส่สายเพื่อระบายของเหลวอาจอยู่ในช่วงประมาณ 30-60 นาที แต่ตัวเลขนี้มาจากแนวทางของโรงพยาบาลต่างประเทศและไม่ใช่กำหนดเวลาตายตัวสำหรับโรงพยาบาลในไทย (NHS) การเตรียมตัว ตรวจภาพ เฝ้าสังเกต และรอผลตรวจอาจทำให้เวลาที่อยู่ในหน่วยรักษานานกว่าช่วงที่ใส่สายจริง

โดยทั่วไปใช้ยาชาเฉพาะที่ บางคนอาจได้รับยาช่วยผ่อนคลาย หากทำร่วมกับการผ่าตัดทรวงอกหรือผู้ป่วยไม่สามารถร่วมมือได้ อาจต้องใช้การระงับความรู้สึกแบบอื่น วิสัญญีแพทย์และศัลยแพทย์จะเป็นผู้เลือกตามความปลอดภัย

คุณอาจกลับบ้านในวันเดียวได้หากเป็นการเจาะระบายแบบสั้น อาการคงที่ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ผู้ที่คาสายระบายเพื่อรักษาลมรั่ว เลือด หนอง หรืออาการรุนแรงมักต้องอยู่โรงพยาบาล ระยะเวลาขึ้นกับว่าปอดขยายตัวดีเพียงใด ปริมาณที่ระบายลดลงหรือไม่ และโรคต้นเหตุควบคุมได้แค่ไหน จึงไม่สามารถกำหนดเป็นจำนวนวันเดียวสำหรับทุกคนได้

พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นต่างกันมากระหว่างการเจาะระบายครั้งเดียว การคาสายชั่วคราว และการคาสายระยะยาว ผู้ที่ป่วยจากการติดเชื้อ อุบัติเหตุ มะเร็ง หรือเพิ่งผ่าตัดใหญ่ย่อมฟื้นช้ากว่าผู้ที่ทำเพื่อเก็บตัวอย่างเพียงอย่างเดียว

ช่วงเวลาสิ่งที่มักเกิดขึ้นสิ่งที่ควรทำ
หลังทำทันทีเจ็บหรือตึงบริเวณแผล ไอได้เมื่อปอดเริ่มขยายแจ้งทีมรักษาหากเจ็บมาก หอบ หรือเวียนศีรษะ
ระหว่างคาสายเดินและขยับตัวอาจไม่สะดวก ต้องระวังสายพับหรือถูกดึงให้ระบบระบายอยู่ในตำแหน่งที่ทีมรักษากำหนด ไม่ปรับหรือหนีบเอง
หลังถอดสายช่วงแรกแผลอาจระบม มีของเหลวซึมเล็กน้อยได้ดูแลแผลตามคำแนะนำและสังเกตอาการผิดปกติ
กลับไปทำงานงานเบาอาจกลับได้เร็วกว่า งานใช้แรงหรือยกของให้แพทย์ประเมินจากโรคต้นเหตุ การหายใจ และสภาพแผล
ฟื้นเต็มที่ขึ้นกับสาเหตุและว่าต้องรักษาอย่างอื่นต่อหรือไม่ไปตามนัดและติดตามผลตรวจของเหลวหรือภาพทรวงอก

หลังการเจาะหรือระบายของเหลวแบบไม่ซับซ้อน แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุว่าหลายคนกลับทำกิจวัตรตามปกติได้ในวันถัดไป (NHS) แต่ข้อมูลนี้ใช้แทนผู้ที่ต้องคาสายหรือมีโรครุนแรงไม่ได้

หลังใส่สายชนิดคาไว้นาน อาการระบมบริเวณทรวงอกอาจอยู่ได้ประมาณ หลายวันถึงราว 1 สัปดาห์ ขึ้นกับวิธีใส่สาย ความไวต่อความเจ็บปวด และสภาพเนื้อเยื่อ (Penn Medicine) แพทย์จะบอกว่าควรทำแผล ระบายของเหลว และนัดตรวจเมื่อใด

ระหว่างพักฟื้นควรหลีกเลี่ยงการดึงสาย การยกของหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้แผลตึง จนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต หากยังมีสายอยู่ ต้องรักษาระบบให้ปิดและแห้งตามคำสอนของโรงพยาบาล การอาบน้ำ การเดินทาง และการออกกำลังกายมีข้อจำกัดต่างกันตามชนิดสาย จึงควรถามให้ชัดก่อนกลับบ้าน

การหายใจดีขึ้นอาจสังเกตได้หลังระบาย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะดีขึ้นทันที หากปอดขยายไม่ได้เต็มที่ มีพังผืด ลมยังรั่ว หรือโรคต้นเหตุยังดำเนินอยู่ คุณอาจยังเหนื่อยและต้องรักษาต่อ

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การใส่สายระบายเป็นหัตถการที่ใช้บ่อย แต่ไม่ปราศจากความเสี่ยง ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับสิ่งที่ระบาย ตำแหน่งสาย ขนาดสาย โรคประจำตัว การแข็งตัวของเลือด และความเร่งด่วน

ปวดและไม่สบายตัว

ยาชาอาจทำให้แสบตอนฉีด หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจเจ็บแผล เจ็บตามแนวซี่โครง หรือปวดเวลาหายใจและไอ อาการควรได้รับการประเมินและควบคุม เพราะความเจ็บมากอาจทำให้หายใจตื้นและไอไม่เต็มที่ (Cleveland Clinic)

เลือดออก

อาจมีเลือดซึมจากแผลหรือเลือดออกภายในช่องทรวงอก ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อมีความผิดปกติของการแข็งตัว ใช้ยาที่เพิ่มการเลือดออก หรืออวัยวะและหลอดเลือดได้รับบาดเจ็บ แหล่งอ้างอิงระบุว่าเลือดออกรุนแรงพบไม่บ่อย แต่ต้องประเมินก่อนทำและเฝ้าระวังหลังทำ

การติดเชื้อ

เชื้ออาจเข้าสู่แผล ทางเดินของสาย หรือช่องเยื่อหุ้มปอดได้ ความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่คาสายและการดูแลแผล อาการที่ควรสงสัย ได้แก่ ไข้ แผลแดง บวม ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือของเหลวมีกลิ่นผิดปกติ

ลมในช่องเยื่อหุ้มปอดหรือลมรั่วต่อเนื่อง

หากทำเพื่อระบายของเหลว อากาศอาจเข้าไปในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือปอดอาจมีจุดรั่ว หากลมมีน้อยอาจติดตามอาการและภาพถ่าย แต่ถ้ามากหรือทำให้หอบ อาจต้องใส่หรือคาสายระบายต่อ

สายอุดตัน พับ เลื่อน หรือหลุด

ลิ่มเลือด หนองข้น หรือเนื้อเยื่ออาจอุดสาย ทำให้ระบายไม่ได้ สายอาจพับหรือเลื่อนออกจากตำแหน่ง หากระบบหยุดทำงาน สิ่งที่ค้างอาจสะสมอีก ไม่ควรดันสายกลับ ล้างสาย หรือแก้ระบบเอง เว้นแต่เป็นสายระยะยาวและทีมรักษาสอนวิธีเฉพาะไว้แล้ว

ปอดขยายตัวไม่เต็มที่

แม้ระบายสิ่งที่กดปอดออกแล้ว ปอดอาจยังไม่ขยายเต็มที่จากพังผืด การอุดกั้นหลอดลม ลมรั่วต่อเนื่อง หรือโรคของเนื้อปอด ภาวะนี้อาจทำให้ยังเหนื่อยและต้องตรวจเพิ่มเติม

ปัญหาจากปอดขยายตัวเร็ว

ในบางคน การระบายของเหลวหรืออากาศและทำให้ปอดขยายเร็วอาจก่อให้เกิดอาการไอ เจ็บหน้าอก หอบ หรือภาวะน้ำคั่งในปอด ทีมรักษาจึงต้องควบคุมการระบายและเฝ้าดูอาการ ไม่ควรเร่งหรือปรับแรงดูดเอง

การบาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง

เข็มหรือสายอาจกระทบปอด หลอดเลือด กะบังลม ตับ ม้าม หรือหัวใจได้ แม้ไม่พบบ่อย การเลือกตำแหน่งจากภาพและใช้อัลตราซาวนด์ช่วยลดความเสี่ยงบางส่วน

ของเหลวหรือลมกลับมาอีก

การระบายไม่จำเป็นต้องป้องกันการกลับเป็นซ้ำ หากโรคต้นเหตุยังอยู่ คุณอาจต้องระบายซ้ำ คาสายระยะยาว ทำให้เยื่อหุ้มปอดติดกัน หรือผ่าตัดตามสาเหตุ

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

หากยังอยู่โรงพยาบาล ให้เรียกเจ้าหน้าที่ทันที หากกลับบ้านแล้ว ให้ไปห้องฉุกเฉินเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • หายใจลำบากขึ้นอย่างชัดเจน หอบเฉียบพลัน หรือพูดเป็นประโยคไม่ได้
  • เจ็บหน้าอกรุนแรง เจ็บเพิ่มขึ้นรวดเร็ว หรือมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย
  • ริมฝีปากเขียว สับสน ซึม หรือหมดสติ
  • ไอเป็นเลือดมากหรือเลือดออกจากแผลไม่หยุด
  • สายหลุดออกทั้งหมดหรือบางส่วน
  • ระบบระบายแตก หลุดจากกัน หรือมีการรั่วที่แก้ตามคำแนะนำไม่ได้
  • มีบวมใต้ผิวหนังบริเวณคอ หน้าอก หรือใบหน้า โดยเฉพาะเมื่อบวมเพิ่มขึ้น
  • อ่อนเพลียมาก ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม

ควรติดต่อทีมรักษาโดยเร็วหากมีไข้ แผลแดง ร้อน บวม ปวดมากขึ้น มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ ของเหลวเปลี่ยนลักษณะ ปริมาณที่ระบายเปลี่ยนฉับพลัน หรือสายดูเหมือนอุดตัน

หากสายหลุด อย่าพยายามสอดกลับเอง ปิดบริเวณแผลตามวิธีที่ทีมรักษาเคยสอนและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน การจัดการที่ถูกต้องขึ้นกับชนิดสายและภาวะที่กำลังรักษา

ทางเลือกอื่น

ทางเลือกขึ้นกับว่ามีลม น้ำ เลือด หรือหนอง และผู้ป่วยมีอาการมากเพียงใด การใส่สายไม่ใช่คำตอบเดียวในทุกกรณี

เฝ้าดูและรักษาโรคต้นเหตุ

ลมหรือของเหลวปริมาณน้อยที่ไม่ทำให้มีอาการรุนแรงอาจติดตามด้วยการตรวจร่างกายและภาพถ่ายซ้ำ ของเหลวจากโรคหัวใจ ตับ หรือไตอาจดีขึ้นเมื่อรักษาโรคต้นเหตุ (NHS) วิธีนี้ไม่เหมาะหากหายใจแย่ลง มีการติดเชื้อ เลือดออก หรือมีแรงกดต่อปอดมาก

เจาะดูดด้วยเข็มหรือท่อขนาดเล็กครั้งเดียว

การเจาะดูดเหมาะเมื่อจำเป็นต้องเก็บตัวอย่าง หรือระบายของเหลวและลมโดยไม่ต้องคาสาย หากของเหลวกลับเร็ว มีหนองข้น หรือลมรั่วต่อเนื่อง อาจไม่เพียงพอ

สายระบายชนิดคาไว้นาน

ผู้ที่มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดกลับซ้ำและทำให้เหนื่อย อาจพิจารณาสายที่ลอดใต้ผิวหนังเพื่อระบายเป็นระยะ วิธีนี้ลดความจำเป็นต้องเจาะซ้ำ แต่ต้องดูแลสายและเฝ้าระวังการติดเชื้อหรือการอุดตัน

การทำให้เยื่อหุ้มปอดติดกัน

แพทย์อาจใส่สารผ่านสายเพื่อทำให้เยื่อหุ้มปอดสองชั้นติดกัน ลดพื้นที่ที่ของเหลวหรือลมจะกลับมาสะสม วิธีนี้เหมาะกับบางสาเหตุเท่านั้น และต้องประเมินว่าปอดสามารถขยายมาชิดผนังทรวงอกได้หรือไม่

การส่องกล้องหรือผ่าตัดทรวงอก

หากมีหนองเป็นหลายโพรง มีพังผืด เลือดค้าง ลมรั่วไม่หยุด ต้องเก็บชิ้นเนื้อ หรือวิธีระบายทั่วไปไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำการส่องกล้องหรือผ่าตัดทรวงอก แหล่งอ้างอิงระบุว่าการผ่าตัดแบบแผลเล็กอาจเป็นทางเลือกเมื่อการเจาะระบายไม่เหมาะหรือไม่ให้ข้อมูลเพียงพอ

คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ใส่สายหรือไม่” แต่คือสิ่งที่อยู่รอบปอดคืออะไร ต้องการตรวจวินิจฉัยหรือรักษา มีโอกาสกลับมาเพียงใด และวิธีใดสร้างภาระน้อยที่สุดโดยยังปลอดภัย

สิทธิการรักษา

การได้รับความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัดหัตถการหากไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่หากหอบรุนแรงหรือสงสัยภาวะคุกคามชีวิต ให้ไปห้องฉุกเฉินก่อน ไม่ควรรอเอกสารจนการรักษาล่าช้า

ประกันสังคม

โดยทั่วไปควรเริ่มที่สถานพยาบาลตามสิทธิ แพทย์จะประเมินและส่งต่อหากสถานพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพในการดูแลโรคทรวงอก ควรถามว่า

  • ต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
  • การตรวจภาพ ห้องผ่าตัด และการนอนโรงพยาบาลอยู่ในแผนการรักษาเดียวกันหรือไม่
  • หากต้องเปลี่ยนโรงพยาบาล ใครเป็นผู้ออกเอกสารส่งต่อ
  • การดูแลสายและนัดติดตามต้องกลับที่ใด

บัตรทอง

ติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่รับผิดชอบตามระบบส่งต่อ การใส่สายที่มีข้อบ่งชี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรค แต่ขั้นตอนการส่งต่อและสถานพยาบาลที่รับทำต่างกันตามพื้นที่ ควรเตรียมบัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และผลตรวจเดิม

ในภาวะฉุกเฉินให้เข้ารับการประเมินที่ห้องฉุกเฉิน การยืนยันว่าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินและการจัดการสิทธิเป็นหน้าที่ของระบบบริการตามข้อเท็จจริงทางการแพทย์ในขณะนั้น

ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับสัญญา โรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอคอย ข้อบ่งชี้ การนอนโรงพยาบาล และการอนุมัติก่อนรักษา ควรถามบริษัทประกันและโรงพยาบาลว่า

  • ต้องอนุมัติก่อนใส่สายหรือก่อนนอนโรงพยาบาลหรือไม่
  • คุ้มครองเฉพาะการใส่สาย หรือรวมการตรวจหาสาเหตุและรักษาโรคต้นเหตุด้วยหรือไม่
  • สายชนิดคาไว้นาน อุปกรณ์ทำแผล และการระบายภายหลังอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
  • หากต้องผ่าตัดต่อ ต้องขออนุมัติใหม่หรือไม่
  • เอกสารจากแพทย์และผลตรวจใดจำเป็นต่อการพิจารณา

หากต้องสำรองเอกสารเอง ให้ขอใบรับรองแพทย์ รายงานหัตถการ ผลตรวจ และสรุปการรักษาไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ใส่สายระบายทรวงอกเจ็บไหม

มักรู้สึกแสบตอนฉีดยาชาและรู้สึกกดหรือตึงขณะใส่สาย มากกว่าจะเจ็บตลอดเวลา หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจปวดแผลหรือปวดเวลาหายใจและไอ หากปวดมากขึ้นแทนที่จะลดลง ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อตรวจตำแหน่งสายและภาวะแทรกซ้อน (Cleveland Clinic)

สายระบายใส่เข้าไปในปอดหรือไม่

ไม่ใช่ เป้าหมายคือวางสายไว้ในช่องเยื่อหุ้มปอดระหว่างผิวปอดกับผนังทรวงอก สายทำหน้าที่ระบายสิ่งที่กดปอดอยู่ ไม่ควรอยู่ในเนื้อปอด การใช้ภาพถ่ายและอัลตราซาวนด์ช่วยกำหนดตำแหน่งก่อนใส่

ต้องดมยาสลบหรือไม่

ส่วนใหญ่อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่บางคนต้องใช้ยาช่วยผ่อนคลายหรือการระงับความรู้สึกแบบอื่น ขึ้นกับขนาดสาย ความซับซ้อน ความเร่งด่วน ความร่วมมือ และมีการผ่าตัดอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ต้องคาสายไว้นานกี่วัน

ไม่มีจำนวนวันที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะเกณฑ์ถอดสายขึ้นกับลมหรือของเหลวที่ระบายและการขยายตัวของปอด ผู้ที่มีลมรั่วต่อเนื่อง หนอง เลือด หรือโรคต้นเหตุยังไม่ควบคุมอาจต้องคาสายนานกว่า แพทย์จะดูปริมาณระบาย อาการ และภาพทรวงอกประกอบกัน

ระหว่างคาสายเดินได้ไหม

หลายคนเดินได้เมื่ออาการคงที่และทีมรักษาอนุญาต แต่ต้องมีผู้ช่วยจัดระบบระบายและระวังสายถูกดึง อย่ายกขวดหรือถุงสูงกว่าตำแหน่งที่ทีมกำหนด และอย่าหนีบหรือปลดข้อต่อเอง

ใส่สายแล้วหายใจดีขึ้นทันทีหรือไม่

บางคนรู้สึกหายใจสะดวกขึ้นหลังแรงกดลดลง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะดีขึ้นทันที หากปอดมีพังผืด ลมยังรั่ว ปอดอักเสบ หรือมีโรคหัวใจและปอดร่วมด้วย อาการอาจดีขึ้นเพียงบางส่วนและต้องรักษาต่อ

ของเหลวที่ระบายออกจะกลับมาอีกไหม

กลับมาได้หากโรคต้นเหตุยังทำให้เกิดของเหลวต่อเนื่อง แพทย์อาจรักษาสาเหตุ เจาะซ้ำ ใช้สายคาระยะยาว ทำให้เยื่อหุ้มปอดติดกัน หรือพิจารณาผ่าตัดตามสถานการณ์

ใส่สายระบายกับเจาะน้ำในปอดเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกันทั้งหมด การเจาะน้ำมักระบายหรือเก็บตัวอย่างครั้งเดียวแล้วเอาเข็มหรือท่อออก ส่วนสายระบายจะคาไว้เพื่อระบายต่อเนื่อง วิธีที่เหมาะขึ้นกับปริมาณ ลักษณะของเหลว และโอกาสสะสมซ้ำ

ถ้าสายไม่ไหล แปลว่าหายแล้วหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะสายอาจอุดตัน พับ เลื่อน หรือสิ่งที่ระบายหมดแล้วก็ได้ อย่าบีบ ล้าง หรือปรับสายเอง ให้ทีมรักษาตรวจระบบ อาการ และภาพทรวงอกก่อนสรุป

ถ้าสายหลุดต้องทำอย่างไร

อย่าสอดสายกลับเอง และให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ปิดบริเวณแผลตามวิธีที่ทีมรักษาเคยสอน หากหอบ เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือริมฝีปากเขียว ให้ไปห้องฉุกเฉินโดยไม่รออาการดีขึ้นเอง

กลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบาอาจกลับได้เร็วหลังการเจาะระบายที่ไม่ซับซ้อน แต่ผู้ที่คาสาย ป่วยจากการติดเชื้อ หรือเพิ่งผ่าตัดต้องพักนานกว่า กำหนดที่เหมาะสมขึ้นกับการหายใจ สภาพแผล งานที่ต้องยกของ และการรักษาโรคต้นเหตุ แพทย์ผู้ดูแลควรเป็นผู้อนุญาตก่อนกลับไปทำงานหนัก

อาบน้ำได้หรือไม่เมื่อยังมีสาย

ขึ้นกับชนิดสายและวัสดุปิดแผล จึงต้องทำตามคำแนะนำเฉพาะของโรงพยาบาล โดยทั่วไปต้องป้องกันแผลและข้อต่อจากความเปียกชื้น ไม่ควรแช่น้ำ และไม่ควรถอดวัสดุปิดแผลเองหากยังไม่ได้รับคำสอน

ใส่สายแล้วต้องผ่าตัดต่อหรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดต่อเสมอไป แต่บางคนต้องผ่าตัดหากระบายไม่ได้ มีพังผืด เลือดหรือหนองค้าง หรือลมรั่วไม่หยุด แพทย์จะประเมินจากอาการ ภาพถ่าย และการทำงานของสาย ไม่ได้ตัดสินจากปริมาณที่ออกในช่วงเดียว

สามารถปฏิเสธการใส่สายได้ไหม

คุณมีสิทธิขอคำอธิบายเรื่องประโยชน์ ความเสี่ยง ทางเลือก และผลของการไม่ทำก่อนตัดสินใจ หากสถานการณ์ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ถ้ามีลมหรือของเหลวกดปอดมาก การชะลออาจทำให้หายใจล้มเหลว ติดเชื้อรุนแรง หรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ ควรถามแพทย์ให้ชัดว่าการรักษาเร่งด่วนเพียงใดและมีทางเลือกที่ปลอดภัยหรือไม่

หลังถอดสายต้องติดตามอะไร

ควรติดตามอาการหายใจ แผล ผลตรวจของเหลว และภาพทรวงอกตามที่แพทย์นัด ผลตรวจบางชนิดอาจใช้เวลาหลายวัน และผลนั้นอาจกำหนดว่าต้องรักษาการติดเชื้อ ตรวจมะเร็ง หรือประเมินโรคหัวใจ ตับ ไต และโรคอักเสบต่ออย่างไร

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา