ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า

ตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP procedure) คือการใช้ห่วงลวดขนาดเล็กที่มีกระแสไฟฟ้าตัดเนื้อเยื่อผิดปกติบริเวณผิวปากมดลูกออก เพื่อนำไปตรวจและลดโอกาสที่เซลล์ก่อนมะเร็งจะพัฒนาต่อไป การตรวจพบเซลล์ผิดปกติไม่ได้แปลว่าคุณเป็นมะเร็ง และไม่ใช่ทุกคนที่มีผลคัดกรองผิดปกติจะต้องทำหัตถการนี้ทันที

ประเด็นสำคัญ

  • การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้ามักพิจารณาหลังการตรวจคัดกรอง การส่องกล้องตรวจปากมดลูก หรือการตัดชิ้นเนื้อยืนยันว่ามีเซลล์ผิดปกติที่ควรนำออก ไม่ได้ตัดสินจากผลคัดกรองครั้งเดียวเสมอไป
  • รูปแบบบริการและระยะเวลาทำหัตถการแตกต่างกันตามโรงพยาบาล ลักษณะรอยโรค จำนวนชิ้นเนื้อ วิธีห้ามเลือด และชนิดยาระงับความรู้สึก โดยเวลารวมที่สถานพยาบาลจะนานกว่าช่วงทำหัตถการ ควรถามสถานพยาบาลที่รักษาโดยตรง
  • ปากมดลูกมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการสมาน ระหว่างนี้อาจมีเลือดออกเล็กน้อย ตกขาว หรือของเหลวสีน้ำตาลดำ และต้องติดตามผลชิ้นเนื้อรวมถึงผลตรวจปากมดลูกตามนัด

ตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า คืออะไร

การตัดเนื้อเยื่อปากมดลูกด้วยห่วงลวดไฟฟ้าเป็นทั้งการรักษาและการเก็บชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา แพทย์สอดห่วงลวดเส้นบางผ่านช่องคลอดไปยังปากมดลูก แล้วใช้พลังงานไฟฟ้าทำให้ห่วงสามารถตัดเนื้อเยื่อชั้นบางบริเวณที่มีเซลล์ผิดปกติออกมาได้ (Cleveland Clinic)

ปากมดลูกคือส่วนล่างของมดลูกที่เปิดเข้าสู่ช่องคลอด เซลล์บริเวณนี้อาจเปลี่ยนแปลงหลังติดเชื้อไวรัสเอชพีวีบางสายพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเรียกว่า “เซลล์ปากมดลูกผิดปกติ” หรือ “รอยโรคก่อนมะเร็ง” ซึ่งยังไม่ใช่มะเร็ง แต่บางระดับมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูกหากไม่ได้รับการติดตามหรือรักษา

แพทย์มักพิจารณาหัตถการนี้เมื่อผลตรวจหลายส่วนสอดคล้องกัน เช่น

  • ผลตรวจคัดกรองปากมดลูกพบความผิดปกติ
  • การตรวจหาเชื้อเอชพีวีพบชนิดที่มีความเสี่ยงสูง
  • การส่องกล้องขยายดูปากมดลูกพบรอยโรค
  • ผลตัดชิ้นเนื้อยืนยันว่ามีเซลล์ผิดปกติระดับที่ควรรักษา
  • จำเป็นต้องนำเนื้อเยื่อออกทั้งเพื่อรักษาและตรวจให้แน่ชัดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงกว่าที่คาด

ชิ้นเนื้อที่ตัดออกจะถูกส่งตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ แพทย์พยาธิวิทยาจะประเมินชนิดและระดับของเซลล์ผิดปกติ รวมถึงดูว่าขอบชิ้นเนื้อยังมีความผิดปกติหรือไม่ ผลนี้ช่วยวางแผนว่าจะติดตามอย่างเดียว ตรวจซ้ำ หรือจำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติม

คำว่า “ตัดปากมดลูก” อาจทำให้กังวลว่าจะตัดปากมดลูกออกทั้งหมด แต่หัตถการนี้มักนำออกเฉพาะเนื้อเยื่อส่วนที่ผิดปกติเป็นชั้นบาง ปริมาณและความลึกที่ตัดขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และความลึกของรอยโรค ไม่ใช่การตัดมดลูกออก

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่แพทย์อาจแนะนำให้ทำ

ผู้ที่เหมาะกับหัตถการนี้มักมีผลตรวจยืนยันว่าประโยชน์ของการนำเซลล์ผิดปกติออกมีมากกว่าความเสี่ยง ตัวอย่างสถานการณ์ที่อาจพิจารณา ได้แก่

  • ผลตัดชิ้นเนื้อพบเซลล์ก่อนมะเร็งระดับที่ไม่ควรติดตามอย่างเดียว
  • รอยโรคอยู่ในตำแหน่งที่สามารถนำออกด้วยห่วงลวดได้
  • ผลตรวจคัดกรอง การส่องกล้อง และผลชิ้นเนื้อไม่สอดคล้องกัน จึงต้องเก็บเนื้อเยื่อชิ้นใหญ่ขึ้นเพื่อวินิจฉัย
  • มีเซลล์ผิดปกติคงอยู่หรือกลับมาเป็นซ้ำหลังการติดตาม
  • แพทย์ต้องการชิ้นเนื้อเพื่อประเมินความรุนแรงของรอยโรคหรือค้นหาการลุกลามระยะแรกที่ยังไม่ยืนยัน ทั้งนี้ หากสงสัยมะเร็งปากมดลูกที่ลุกลามชัดเจน ต้องประเมินโดยสูตินรีแพทย์มะเร็งและวางแผนตรวจระยะหรือรักษาด้วยแนวทางที่เหมาะสม ไม่ใช้ LEEP เป็นการรักษาหลัก

การมีผลตรวจเอชพีวีเป็นบวกหรือผลคัดกรองผิดปกติเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าต้องตัดทันที หลายกรณีสามารถตรวจซ้ำ ส่องกล้อง หรือตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กก่อน ขึ้นอยู่กับอายุ ผลตรวจเดิม ระดับความผิดปกติ และแผนการตั้งครรภ์ในอนาคต

ผู้ที่อาจต้องเลื่อนหรือใช้วิธีอื่น

แพทย์อาจเลื่อนหัตถการหรือประเมินเพิ่มเติมหากคุณมีภาวะต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีข้อสงสัยเร่งด่วนเรื่องมะเร็ง
  • มีการอักเสบหรือติดเชื้อเฉียบพลันที่ปากมดลูกหรือในอุ้งเชิงกราน (Cleveland Clinic)
  • มีเลือดออกผิดปกติที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
  • มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
  • รอยโรคอยู่ลึก สูงเข้าไปในคลองปากมดลูก หรือมีขนาดที่ไม่เหมาะกับวิธีนี้
  • สงสัยมะเร็งที่ลุกลาม ซึ่งต้องตรวจระยะและวางแผนรักษาด้วยแนวทางอื่น
  • ไม่สามารถมองเห็นขอบเขตรอยโรคได้ชัดเจนจากการตรวจ

หากกำลังตั้งครรภ์ ควรบอกแพทย์ก่อนเสมอ การดูแลอาจเป็นการติดตามอย่างใกล้ชิดและเลื่อนการรักษาไปหลังคลอด แต่ถ้าผลตรวจทำให้สงสัยมะเร็ง แพทย์จะชั่งน้ำหนักประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

ผู้ที่วางแผนมีบุตรยังอาจทำหัตถการนี้ได้ แต่ควรคุยกับสูตินรีแพทย์ก่อนว่าเนื้อเยื่อที่คาดว่าจะต้องนำออกมีความลึกเพียงใด เพราะการตัดเนื้อเยื่อมากขึ้นหรือทำซ้ำอาจสัมพันธ์กับปัญหาในการตั้งครรภ์บางอย่างในอนาคต

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาระงับความรู้สึก หรือยาสลบ รวมทั้งสถานที่ทำหัตถการ คุณควรทำตามคำแนะนำของสถานพยาบาลเป็นหลัก

ก่อนถึงวันนัด

แจ้งแพทย์เรื่องต่อไปนี้ให้ครบ

  • วันที่มีประจำเดือนครั้งล่าสุดและโอกาสตั้งครรภ์
  • ประวัติแพ้ยา แพ้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแพ้วัสดุทางการแพทย์
  • โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต เบาหวาน และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • ยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ฮอร์โมน สมุนไพร และอาหารเสริม
  • ประวัติเลือดออกง่าย เคยมีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด หรือเคยมีปัญหาจากยาชาและยาสลบ
  • แผนการตั้งครรภ์ในอนาคต และประวัติคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งระยะหลัง

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด อย่าหยุดยาเอง แพทย์ผู้ทำหัตถการหรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาที่เหมาะกับยาและความเสี่ยงของคุณ

หัตถการมักนัดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน เพื่อให้แพทย์มองเห็นปากมดลูกและประเมินเลือดออกได้ชัดขึ้น (Cleveland Clinic) หากประจำเดือนมาตรงกับวันนัด ให้โทรแจ้งสถานพยาบาล ไม่จำเป็นต้องยกเลิกเอง เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดและเหตุผลที่ต้องทำ

แพทย์อาจขอตรวจการตั้งครรภ์ก่อนทำ หากมีโอกาสตั้งครรภ์ ผู้ที่มีตกขาวผิดปกติ กลิ่นแรง ปวดท้องน้อย หรือมีไข้ควรแจ้งก่อน เพราะอาจต้องตรวจหาการติดเชื้อและรักษาก่อน

เรื่องอาหารและน้ำ

หากใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ อาจไม่จำเป็นต้องงดอาหารและน้ำ แต่แนวทางของแต่ละสถานพยาบาลต่างกัน หากมีแผนให้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ จะต้องงดอาหารและน้ำตามเวลาที่ทีมรักษากำหนด อย่าใช้คำแนะนำจากการผ่าตัดครั้งก่อนแทนคำสั่งสำหรับครั้งนี้

สิ่งที่ควรนำไป

  • บัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และเอกสารสิทธิการรักษา
  • ผลตรวจคัดกรอง ผลตรวจเอชพีวี รายงานส่องกล้อง และผลชิ้นเนื้อเดิม
  • รายชื่อยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่
  • ผ้าอนามัยแบบแผ่นสำหรับใช้หลังทำ
  • เสื้อผ้าที่สวมและเปลี่ยนได้สะดวก
  • ผู้ติดตาม หากได้รับยาที่ทำให้ง่วง หรือสถานพยาบาลกำหนดว่าต้องมีผู้พากลับ

ก่อนเซ็นยินยอม คุณควรทราบว่าจะตัดเนื้อเยื่อบริเวณใด ใช้ยาชาแบบไหน ชิ้นเนื้อจะถูกส่งตรวจอย่างไร และจะทราบผลเมื่อใด หากต้องการมีบุตร ควรถามว่าปริมาณเนื้อเยื่อที่คาดว่าจะนำออกอาจมีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร

ขั้นตอนการผ่าตัด

ลำดับจริงอาจต่างกันเล็กน้อยตามรอยโรคและวิธีของทีมรักษา โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

  • จัดท่าและตรวจยืนยันข้อมูล

คุณจะนอนบนเตียงตรวจ วางขาบนที่รองในท่าคล้ายการตรวจภายใน ทีมรักษาจะยืนยันตัวตน หัตถการ ประวัติแพ้ยา และโอกาสตั้งครรภ์

  • ใส่เครื่องมือถ่างช่องคลอด

แพทย์ใส่เครื่องมือถ่างช่องคลอดเพื่อให้มองเห็นปากมดลูก ขั้นตอนนี้อาจรู้สึกตึงหรือกด แต่ไม่ควรเจ็บรุนแรง (acog.org)

  • ทำให้บริเวณผิดปกติเห็นชัดขึ้น

แพทย์อาจทาน้ำยาบางชนิดบนปากมดลูกเพื่อช่วยแยกบริเวณเซลล์ผิดปกติ และอาจใช้กล้องขยายซึ่งวางอยู่นอกช่องคลอดเพื่อดูขอบเขตของรอยโรค

  • ให้ยาชา

แพทย์อาจฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณปากมดลูก หรือใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบตามแผนของสถานพยาบาลและลักษณะการรักษา หากฉีดยาชา คุณอาจรู้สึกจี๊ด แสบ หรือเป็นตะคริวช่วงสั้นๆ บางคนอาจใจสั่นหรือวิงเวียนชั่วคราวจากส่วนประกอบของยาชา หากรู้สึกหน้ามืดให้บอกทีมรักษาทันที

  • ตัดเนื้อเยื่อด้วยห่วงลวด

แพทย์เลือกขนาดห่วงให้เหมาะกับรอยโรค แล้วเคลื่อนห่วงผ่านบริเวณผิดปกติเพื่อนำเนื้อเยื่อออก อาจใช้ห่วงมากกว่าหนึ่งครั้งหากต้องเก็บเนื้อเยื่อจากตำแหน่งหรือความลึกต่างกัน คุณอาจรู้สึกกด อุ่น สั่นเล็กน้อย หรือปวดเกร็งคล้ายปวดประจำเดือน

  • ห้ามเลือด

หลังนำชิ้นเนื้อออก แพทย์อาจใช้กระแสไฟฟ้าห้ามเลือดหรือทาสารช่วยห้ามเลือด สารดังกล่าวอาจทำให้มีตกขาวสีน้ำตาลเข้มหรือดำหลังทำ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่พบได้

  • ส่งชิ้นเนื้อตรวจ

เนื้อเยื่อจะถูกส่งให้แพทย์พยาธิวิทยาตรวจระดับความผิดปกติและขอบชิ้นเนื้อ ผลตรวจเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดการติดตามหรือการรักษาครั้งต่อไป

  • สังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

ทีมรักษาจะตรวจเลือดออก ความดัน ชีพจร อาการปวดและวิงเวียน การกลับบ้านหรือรับไว้สังเกตอาการจะเป็นไปตามอาการ ชนิดยาระงับความรู้สึก โรคประจำตัว และแผนของสถานพยาบาลที่รักษา

ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาทำหัตถการแตกต่างกันตามขนาดและตำแหน่งรอยโรค จำนวนชิ้นเนื้อ วิธีห้ามเลือด และรูปแบบยาชาหรือยาระงับความรู้สึก โดยเวลาที่อยู่สถานพยาบาลจะนานกว่าช่วงทำหัตถการ ควรถามสถานพยาบาลที่รักษาโดยตรง

รูปแบบยาชาหรือยาระงับความรู้สึกแตกต่างกันตามสถานพยาบาลและลักษณะการรักษา บางกรณีอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาระงับความรู้สึก หรือยาสลบ เช่น ผู้ที่กังวลมาก ไม่สามารถอยู่นิ่ง มีรอยโรคที่ต้องทำซับซ้อน หรือจำเป็นต้องทำหัตถการอื่นร่วมกัน แพทย์จะเลือกวิธีตามความปลอดภัยและลักษณะการรักษา

ในประเทศไทย รูปแบบบริการแตกต่างกันตามโรงพยาบาล ลักษณะรอยโรค โรคประจำตัว และชนิดยาระงับความรู้สึก บางแห่งทำแบบผู้ป่วยนอกและกลับได้เมื่ออาการคงที่ ขณะที่บางกรณีอาจทำในห้องผ่าตัดหรือรับไว้สังเกตอาการ ให้ยึดแผนของสถานพยาบาลที่รักษา

หากใช้ยาที่ทำให้ง่วง คุณไม่ควรขับรถกลับเอง ควรจัดผู้ติดตามและการเดินทางตามข้อกำหนดของสถานพยาบาล

พักฟื้นนานแค่ไหน

คุณมักลุกเดินและกลับบ้านได้ในวันทำหัตถการ แต่อาการตกขาว เลือดออกเล็กน้อย หรือปวดเกร็งอาจเกิดขึ้นเป็นระยะ ปากมดลูกต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการสมาน และแหล่งอ้างอิงระบุว่าการฟื้นตัวเต็มที่มักอยู่ที่ประมาณ หลายสัปดาห์ถึงราว 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณและความลึกของเนื้อเยื่อที่ตัดออก (Cleveland Clinic)

ช่วงเวลาสิ่งที่อาจพบการใช้ชีวิตโดยทั่วไป
วันแรกถึงช่วงไม่กี่วันแรกปวดเกร็งเล็กน้อย เลือดออกกะปริดกะปรอย วิงเวียนชั่วคราวพักเมื่อเหนื่อย เดินเบาๆ ได้ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก
ระหว่างแผลสมานตกขาวเป็นน้ำ สีน้ำตาลหรือดำ และอาจมีเลือดเล็กน้อยหลายคนกลับไปทำงานเบาๆ ได้เมื่อรู้สึกพร้อม แต่ควรเลี่ยงยกของหนักและออกแรงมากตามคำสั่งแพทย์
หลายสัปดาห์หลังทำตกขาวและเลือดควรค่อยๆ ลดลงงดสอดสิ่งใดเข้าช่องคลอดจนกว่าแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย
หลังปากมดลูกสมานอาการควรกลับใกล้ปกติกลับทำกิจกรรมและมีเพศสัมพันธ์ตามที่แพทย์อนุญาต พร้อมมาติดตามผลตามนัด

ระหว่างที่แผลกำลังสมาน ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด สวนล้างช่องคลอด หรือใส่สิ่งของ เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด จนกว่าแพทย์จะอนุญาต ระยะงดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดแผล เลือดออก และผลตรวจติดตาม จึงควรใช้คำแนะนำที่ได้รับหลังหัตถการเป็นหลัก

ตกขาวสีน้ำตาลเข้มหรือดำอาจเกิดจากสารที่ใช้ห้ามเลือด ไม่ได้หมายถึงการติดเชื้อเสมอไป แต่หากมีกลิ่นเหม็นชัด ไข้ ปวดท้องน้อยมากขึ้น หรือรู้สึกไม่สบายมาก ควรติดต่อสถานพยาบาล

การกลับไปทำงานขึ้นกับลักษณะงาน ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่าผู้ที่ต้องยกของ เดินมาก หรือออกแรงหนัก หากยังมีเลือดออกหรือปวด ไม่ควรเร่งกลับไปทำกิจกรรมหนัก

การฟื้นตัวของแผลไม่ได้หมายความว่าการดูแลสิ้นสุดลง คุณยังต้องฟังผลชิ้นเนื้อและเข้ารับการตรวจติดตามตามกำหนด แม้ผลชิ้นเนื้อแสดงว่าได้นำรอยโรคออกแล้ว ก็ยังต้องตรวจปากมดลูกในอนาคต เพราะเซลล์ผิดปกติสามารถคงอยู่หรือเกิดขึ้นใหม่ได้

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

หัตถการนี้ทำโดยไม่ต้องเปิดหน้าท้อง แต่ยังมีความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามขนาดและความลึกของเนื้อเยื่อที่ตัด การใช้ยาที่มีผลต่อเลือดออก โรคประจำตัว การติดเชื้อ และการเคยทำหัตถการที่ปากมดลูกมาก่อน

เลือดออก

เลือดออกกะปริดกะปรอยอาจพบได้ แต่เลือดออกมากกว่าประจำเดือนปกติ เลือดไหลต่อเนื่อง หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมากไม่ถือเป็นอาการที่ควรรอดูเอง เลือดออกมากเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่อาจพบในช่วงหลายสัปดาห์แรก และบางคนต้องกลับไปห้ามเลือดเพิ่มเติม (acog.org)

การติดเชื้อ

แผลที่ปากมดลูกอาจติดเชื้อได้ สัญญาณที่ควรระวังคือไข้ หนาวสั่น ตกขาวมีกลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อยมากขึ้น หรือรู้สึกป่วยผิดปกติ การงดสอดสิ่งใดเข้าช่องคลอดระหว่างแผลสมานช่วยลดการรบกวนบริเวณแผล

ปวดหรือเป็นตะคริว

อาการปวดเกร็งคล้ายประจำเดือนมักเกิดช่วงทำหรือหลังทำไม่นาน หากปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดร่วมกับไข้ หรือปวดจนทำกิจวัตรไม่ได้ ควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรเพิ่มหรือผสมยาแก้ปวดเองโดยไม่ตรวจสอบความเหมาะสม

ปากมดลูกตีบ

ในบางรายแผลเป็นอาจทำให้ช่องปากมดลูกแคบลง ภาวะนี้พบไม่บ่อย แต่อาจทำให้ประจำเดือนระบายออกยาก ปวดประจำเดือน หรือมีผลต่อการตั้งครรภ์

ผลต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต

การทำหัตถการอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยของการคลอดก่อนกำหนดหรือทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำ โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องตัดเนื้อเยื่อลึก ทำซ้ำ หรือสูญเสียเนื้อเยื่อปากมดลูกมาก ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากันทุกคน และผู้ที่เคยทำจำนวนมากยังตั้งครรภ์ได้ตามปกติ

หากตั้งครรภ์ในอนาคต ควรแจ้งทีมฝากครรภ์ว่าเคยรับการตัดเนื้อเยื่อปากมดลูก พร้อมนำรายงานผลหัตถการไปด้วย แพทย์จะพิจารณาว่าต้องติดตามความยาวปากมดลูกหรือดูแลเพิ่มเติมหรือไม่

นำเนื้อเยื่อผิดปกติออกไม่หมด

ผลชิ้นเนื้ออาจพบเซลล์ผิดปกติที่ขอบชิ้นเนื้อ แปลว่าอาจยังมีรอยโรคเหลืออยู่ ไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดใหญ่ทันที ทางเลือกอาจเป็นการติดตามอย่างใกล้ชิด ตรวจซ้ำ หรือทำหัตถการเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับระดับความผิดปกติ อายุ แผนมีบุตร และความน่าเชื่อถือของการมาติดตาม

พบความผิดปกติรุนแรงกว่าที่คาด

บางครั้งผลชิ้นเนื้ออาจพบเซลล์ที่รุนแรงกว่าผลตรวจเดิม หรือพบมะเร็งระยะเริ่มต้น หากเกิดกรณีนี้ แพทย์จะอธิบายผล ตรวจเพิ่มเติม และวางแผนรักษาตามระยะโรค การทำหัตถการครั้งนี้จึงมีบทบาทด้านการวินิจฉัยด้วย

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

ติดต่อสถานพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินหากมีอาการต่อไปนี้

  • เลือดออกมากกว่าประจำเดือนปกติ เลือดไหลไม่ลดลง หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมาก (acog.org)
  • หน้ามืด เป็นลม ใจสั่นมาก อ่อนเพลียผิดปกติ หรือหายใจลำบาก
  • ไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยลงอย่างชัดเจน
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง ปวดมากขึ้น หรือไม่ทุเลาตามแผนที่แพทย์ให้ไว้
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นชัด ร่วมกับปวดหรือมีไข้
  • ปัสสาวะลำบาก ปวดมากขณะปัสสาวะ หรือปัสสาวะไม่ได้
  • มีอาการแพ้ เช่น ผื่นทั่วตัว หน้าหรือคอบวม หายใจติดขัด

หากไม่แน่ใจว่าปริมาณเลือดผิดปกติหรือไม่ ให้เทียบกับประจำเดือนตามปกติของคุณ เลือดที่ชุ่มผ้าอนามัยอย่างรวดเร็วหรือทำให้วิงเวียนควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรอถึงวันนัดครั้งถัดไป

ทางเลือกอื่น

การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้าไม่ใช่คำตอบสำหรับผลตรวจผิดปกติทุกแบบ ทางเลือกขึ้นอยู่กับระดับและตำแหน่งของเซลล์ผิดปกติ อายุ ความต้องการมีบุตร ผลตรวจครั้งก่อน และความสามารถในการมาติดตามอย่างต่อเนื่อง

เฝ้าติดตามและตรวจซ้ำ

เซลล์ผิดปกติระดับต่ำบางชนิดอาจกลับเป็นปกติได้เอง แพทย์อาจแนะนำตรวจหาเชื้อเอชพีวี ตรวจเซลล์ปากมดลูก หรือส่องกล้องติดตาม แทนการตัดเนื้อเยื่อทันที วิธีนี้เหมาะเมื่อความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นมะเร็งยังต่ำและผู้ป่วยสามารถมาตรวจตามกำหนด

การเฝ้าติดตามไม่ใช่การปล่อยทิ้งไว้ แต่เป็นแผนที่มีช่วงเวลาตรวจชัดเจน หากผลตรวจแย่ลงหรือความผิดปกติคงอยู่ แพทย์อาจเปลี่ยนไปใช้การรักษา

ตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กเพื่อวินิจฉัย

หากยังไม่มีผลยืนยัน แพทย์อาจส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อเฉพาะจุดก่อน เพื่อระบุระดับความผิดปกติ วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการนำเนื้อเยื่อออกมากเกินจำเป็น

การตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย

วิธีนี้นำเนื้อเยื่อรูปกรวยจากปากมดลูกออก มักพิจารณาเมื่อรอยโรคอยู่ลึกในคลองปากมดลูก ต้องการชิ้นเนื้อที่ลึกหรือคงรูปมากขึ้น หรือสงสัยความผิดปกติที่วิธีห่วงลวดอาจประเมินได้ไม่ครบ วิธีให้ยาระงับความรู้สึกและการพักฟื้นอาจต่างออกไป

การทำลายเนื้อเยื่อผิดปกติ

บางกรณีอาจใช้ความเย็น ความร้อน หรือพลังงานชนิดอื่นทำลายบริเวณผิดปกติ ข้อจำกัดสำคัญคืออาจไม่ได้ชิ้นเนื้อครบสำหรับตรวจพยาธิวิทยา จึงไม่เหมาะเมื่อยังต้องยืนยันว่าไม่มีมะเร็งหรือจำเป็นต้องประเมินขอบรอยโรค

การผ่าตัดใหญ่กว่า

การตัดมดลูกไม่ใช่การรักษามาตรฐานสำหรับเซลล์ผิดปกติทุกคน แต่อาจพิจารณาในบางกรณี เช่น มีโรคอื่นของมดลูกร่วมด้วย รอยโรคระดับสูงกลับเป็นซ้ำ ไม่สามารถใช้วิธีเฉพาะที่ได้ หรือพบมะเร็งที่ต้องรักษาตามระยะ การตัดสินใจต้องคำนึงถึงความต้องการมีบุตรและความเสี่ยงของการผ่าตัดใหญ่

ไม่มีอาหารเสริม สมุนไพร หรือยาที่ใช้เองซึ่งทดแทนการติดตามและการรักษารอยโรคก่อนมะเร็งที่ยืนยันแล้วได้ การหยุดสูบบุหรี่ การใช้ถุงยางอนามัย และการรับวัคซีนตามความเหมาะสมช่วยดูแลสุขภาพปากมดลูกในระยะยาว แต่ไม่ได้นำเซลล์ผิดปกติที่มีอยู่แล้วออก (acog.org)

สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นอยู่กับผลวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ และขั้นตอนการส่งต่อ ควรตรวจสอบก่อนวันทำหัตถการว่าครอบคลุมเฉพาะค่าหัตถการหรือรวมค่าตรวจชิ้นเนื้อ ยาระงับความรู้สึก และการติดตามผลด้วย

ประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรเริ่มที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีบริการ อาจต้องออกเอกสารส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่รับทำ ควรถามให้ชัดเจนว่าใช้ผลตรวจจากที่อื่นได้หรือจำเป็นต้องตรวจยืนยันใหม่ และต้องนำใบส่งตัวในวันนัดหรือไม่

บัตรทอง

โดยทั่วไปควรติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิตามสิทธิก่อน หากต้องรักษาโดยสูตินรีแพทย์หรือสถานพยาบาลระดับสูงขึ้น จะเข้าสู่ระบบส่งต่อ เอกสารที่มักมีประโยชน์ ได้แก่ ผลตรวจคัดกรอง รายงานส่องกล้อง ผลชิ้นเนื้อ และประวัติการรักษาเดิม

กรณีมีเลือดออกมาก เป็นลม ไข้สูง หรืออาการฉุกเฉินหลังทำ ควรไปสถานพยาบาลที่ให้ความช่วยเหลือได้ทันที ไม่ควรรอจัดการเอกสารตามนัดปกติ

ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองต่างกันตามกรมธรรม์ บางแผนครอบคลุมเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แต่อาจต้องขออนุมัติล่วงหน้า หรือแยกเงื่อนไขระหว่างหัตถการผู้ป่วยนอกกับการนอนโรงพยาบาล ควรถามบริษัทประกันหรือโรงพยาบาลว่า

  • ต้องมีผลชิ้นเนื้อหรือหนังสือรับรองจากแพทย์หรือไม่
  • ต้องขออนุมัติก่อนทำหรือไม่
  • คุ้มครองค่าตรวจพยาธิวิทยาและการติดตามผลหรือไม่
  • มีระยะรอคอยหรือข้อยกเว้นเกี่ยวกับโรคที่เป็นมาก่อนหรือไม่
  • หากผลชิ้นเนื้อต้องรักษาเพิ่มเติม ต้องยื่นเอกสารใหม่หรือไม่

หากใช้สิทธิไม่ได้หรือเลือกชำระเอง ควรถามสถานพยาบาลว่ารายการบริการรวมการตรวจชิ้นเนื้อ ค่ายาชา การเฝ้าสังเกต และการนัดฟังผลหรือไม่ โดยไม่ควรตัดสินใจจากชื่อหัตถการเพียงอย่างเดียว เพราะแผนการรักษาอาจต่างกันตามรอยโรค

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้าเจ็บไหม

ส่วนใหญ่อาจรู้สึกจี๊ดตอนฉีดยาชา และปวดเกร็งหรือกดตึงคล้ายปวดประจำเดือนระหว่างทำ มากกว่าจะเป็นอาการเจ็บรุนแรง (Cleveland Clinic) หากเจ็บมาก หน้ามืด หรือคลื่นไส้ ควรบอกแพทย์ทันทีเพื่อหยุดประเมินและช่วยลดอาการ

ผลตรวจผิดปกติแปลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่

ไม่เสมอไป เพราะเซลล์ปากมดลูกผิดปกติจำนวนมากเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง ไม่ใช่มะเร็ง การตรวจชิ้นเนื้อมีหน้าที่ระบุระดับความผิดปกติและช่วยดูว่าต้องติดตามหรือรักษาอย่างไร

มีผลเอชพีวีเป็นบวกต้องตัดปากมดลูกทุกคนไหม

ไม่ต้องทุกคน เพราะการตัดสินใจไม่ได้อาศัยผลเอชพีวีเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาผลเซลล์ปากมดลูก การส่องกล้อง ผลชิ้นเนื้อ อายุ และประวัติผลตรวจเดิมร่วมกัน ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำอาจเหมาะกับการตรวจติดตามก่อน

ทำแล้วกลับบ้านได้เลยไหม

ในประเทศไทย รูปแบบบริการแตกต่างกันตามโรงพยาบาล ลักษณะรอยโรค โรคประจำตัว และชนิดยาระงับความรู้สึก บางแห่งทำแบบผู้ป่วยนอกและกลับได้เมื่ออาการคงที่ ขณะที่บางกรณีอาจทำในห้องผ่าตัดหรือรับไว้สังเกตอาการ ให้ยึดแผนของสถานพยาบาลที่รักษา

หลังทำมีเลือดและตกขาวนานแค่ไหน

อาจมีเลือดออกเล็กน้อยหรือตกขาวต่อเนื่องเป็นระยะระหว่างแผลสมาน โดยระยะเวลาแตกต่างกันตามขนาดแผลและวิธีห้ามเลือด อาการควรค่อย ๆ ลดลง หากเลือดออกมาก ไหลไม่ลดลง มีกลิ่นเหม็น ไข้ หน้ามืด หรือปวดมากขึ้น ให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที

ตกขาวสีน้ำตาลหรือดำเป็นอันตรายไหม

ตกขาวสีน้ำตาลเข้มหรือดำอาจเกิดจากสารที่ใช้ห้ามเลือดและพบได้หลังทำ แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็น ปวดท้องมาก มีไข้ หรือเลือดออกเพิ่มขึ้น ควรติดต่อสถานพยาบาล

หลังทำมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร

ควรรอจนปากมดลูกสมานและแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย เพราะการมีเพศสัมพันธ์เร็วเกินไปอาจรบกวนแผลและทำให้เลือดออก ระยะเวลาที่เหมาะสมต่างกันตามขนาดแผลและอาการหลังทำ จึงควรยึดคำแนะนำที่ได้รับในวันกลับบ้าน

หลังทำจะมีลูกได้ไหม

คนส่วนใหญ่ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่การนำเนื้อเยื่อปากมดลูกออกอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของการคลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะเมื่อทำซ้ำหรือตัดลึก ควรแจ้งแพทย์ฝากครรภ์เกี่ยวกับประวัติหัตถการนี้ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์

ประจำเดือนจะเปลี่ยนไปหรือไม่

ประจำเดือนอาจคลาดเคลื่อนชั่วคราวจากความเครียดหรือช่วงเวลาของหัตถการ แต่ไม่ควรหายไปอย่างต่อเนื่อง หากปากมดลูกตีบซึ่งพบไม่บ่อย อาจทำให้เลือดประจำเดือนระบายออกยากและปวดมากขึ้น หากไม่มีประจำเดือนร่วมกับปวดท้อง หรือมีโอกาสตั้งครรภ์ ควรตรวจประเมิน

ถ้าขอบชิ้นเนื้อยังพบเซลล์ผิดปกติ ต้องทำซ้ำไหม

ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำทุกคน เพราะแผนต่อไปขึ้นอยู่กับระดับของเซลล์ผิดปกติ ตำแหน่งขอบชิ้นเนื้อ ผลตรวจหลังทำ อายุ และแผนมีบุตร บางคนติดตามอย่างใกล้ชิดได้ ขณะที่บางคนอาจต้องนำเนื้อเยื่อออกเพิ่มเติม

ทำครั้งเดียวแล้วไม่ต้องตรวจปากมดลูกอีกใช่ไหม

ยังต้องตรวจติดตาม เพราะเซลล์ผิดปกติอาจคงอยู่หรือเกิดขึ้นใหม่ได้ แพทย์จะกำหนดชนิดและช่วงเวลาของการตรวจจากผลชิ้นเนื้อและประวัติของคุณ ไม่ควรกลับไปใช้ตารางตรวจทั่วไปเองจนกว่าจะได้รับคำแนะนำ

ระหว่างรอฟังผลชิ้นเนื้อต้องกังวลเรื่องอะไร

ควรเฝ้าดูเลือดออก การติดเชื้อ และอาการปวดเป็นหลัก ส่วนผลชิ้นเนื้อจะบอกระดับความผิดปกติและสถานะขอบชิ้นเนื้อ ควรไปฟังผลตามนัดแม้อาการหลังทำเป็นปกติ เพราะอาการภายนอกไม่สามารถบอกได้ว่านำเซลล์ผิดปกติออกครบหรือไม่

ถ้ากำลังมีประจำเดือนยังทำได้ไหม

แพทย์มักนัดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนเพื่อให้เห็นปากมดลูกและประเมินเลือดออกได้ชัด หากประจำเดือนมาตรงวันนัด ให้ติดต่อสถานพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำแทนการยกเลิกเอง

ต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดก่อนหรือไม่

ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอาจต้องปรับ แต่ห้ามหยุดเอง เพราะการหยุดยาอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดอุดตันหรือโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์ผู้ทำหัตถการและแพทย์ผู้สั่งยาจะกำหนดแผนตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา และความเสี่ยงเลือดออกของคุณ

สูบบุหรี่มีผลต่อการรักษาหรือไม่

การหยุดสูบบุหรี่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อความผิดปกติของปากมดลูกในระยะยาว แต่ไม่สามารถแทนการรักษาหรือการตรวจติดตามได้ หากยังเลิกไม่ได้ ควรบอกแพทย์เพื่อวางแผนช่วยเลิกบุหรี่ควบคู่กับการดูแลปากมดลูก

(Cleveland Clinic): https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/4711-loop-electrosurgical-excision-procedure-leep: https://www.acog.org/womens-health/faqs/loop-electrosurgical-excision-procedure: https://www.pennmedicine.org/treatments/loop-electrosurgical-excision-procedure

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา