ใส่เลนส์เสริมไอซีแอล
ใส่เลนส์เสริมไอซีแอล คือการผ่าตัดนำเลนส์ขนาดเล็กเข้าไปวางหลังม่านตาและหน้าเลนส์ธรรมชาติ เพื่อแก้สายตาสั้นหรือสายตาเอียงโดยไม่ต้องตัดเนื้อกระจกตา เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า [Implantable contact lens (ICL)] และมักพิจารณาในผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างมาก กระจกตาไม่เหมาะกับเลเซอร์ หรืออยากลดการพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์ แต่ต้องผ่านการตรวจตาอย่างละเอียดก่อน
ประเด็นสำคัญ
- เลนส์เสริมอยู่ภายในลูกตาโดยไม่ได้นำเลนส์ธรรมชาติออก จึงต่างจากการผ่าตัดต้อกระจก และสามารถนำเลนส์เสริมออกหรือเปลี่ยนได้หากมีข้อบ่งชี้
- ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการผ่าตัด ต้องวัดความลึกช่องหน้าม่านตา ขนาดตา จำนวนเซลล์กระจกตา ความดันตา จอประสาทตา และความคงที่ของค่าสายตา
- หลังผ่าตัดมักกลับบ้านได้ในวันเดียวและการมองเห็นอาจเริ่มดีขึ้นเร็ว แต่ยังต้องติดตามความดันตา ตำแหน่งเลนส์ ต้อกระจก และสุขภาพกระจกตาในระยะยาว
ใส่เลนส์เสริมไอซีแอล คืออะไร
การผ่าตัดนี้เป็นวิธีแก้ไขความผิดปกติของการหักเหแสง เช่น สายตาสั้นและสายตาเอียง จักษุแพทย์จะสอดเลนส์บางและพับได้ผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณขอบกระจกตา แล้วจัดให้อยู่หลังม่านตาและหน้าเลนส์ธรรมชาติ เลนส์เสริมทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางของแสงให้ตกใกล้จุดรับภาพบนจอประสาทตามากขึ้น จึงช่วยลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ได้
เลนส์ธรรมชาติยังคงอยู่และยังทำหน้าที่ปรับโฟกัสตามเดิม การผ่าตัดนี้จึงไม่เหมือนการผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งต้องนำเลนส์ธรรมชาติที่ขุ่นออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมแทน นอกจากนี้ยังไม่เหมือนการทำเลเซอร์แก้สายตา เพราะไม่ได้ใช้เลเซอร์ปรับรูปร่างกระจกตา
ข้อดีที่มักนำมาพิจารณาคือไม่มีการตัดเนื้อกระจกตาเพื่อเปลี่ยนความโค้ง จึงอาจเป็นทางเลือกสำหรับบางคนที่กระจกตาบาง มีค่าสายตาสูง หรือไม่เข้าเกณฑ์ทำเลเซอร์ การนำเลนส์ออกหรือเปลี่ยนในภายหลังก็ทำได้หากมีเหตุผลทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การนำออกไม่ได้หมายความว่าตาจะกลับสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ในทุกกรณี เพราะการผ่าตัดภายในลูกตายังมีความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อตา
เป้าหมายคือทำให้การมองเห็นโดยไม่ใส่แว่นดีขึ้น ไม่ใช่รับรองว่าจะไม่ต้องใช้แว่นอีกเลย บางคนอาจยังต้องใช้แว่นสำหรับงานละเอียด การขับรถกลางคืน หรือเมื่อค่าสายตาเปลี่ยนตามอายุ โดยเฉพาะสายตายาวตามวัยซึ่งเกิดจากกำลังการปรับโฟกัสของเลนส์ธรรมชาติลดลง
ก่อนตัดสินใจควรเข้าใจด้วยว่าเลนส์เสริมเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในดวงตาระยะยาว แม้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามกำหนดเวลาในทุกคน แต่ต้องตรวจติดตามความดันตา เลนส์ธรรมชาติ ตำแหน่งเลนส์ จอประสาทตา และเซลล์ชั้นในของกระจกตาตามที่จักษุแพทย์นัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
จักษุแพทย์อาจพิจารณาการใส่เลนส์เสริมในผู้ที่มีลักษณะต่อไปนี้
- มีสายตาสั้น หรือสายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง และต้องการลดการใช้แว่นหรือคอนแทคเลนส์
- มีค่าสายตาค่อนข้างมากจนการทำเลเซอร์อาจต้องตัดเนื้อกระจกตาจำนวนมาก
- กระจกตาบางหรือมีลักษณะที่ทำให้การแก้สายตาด้วยเลเซอร์บางวิธีไม่เหมาะ
- มีอาการตาแห้งหรือมีปัจจัยที่ทำให้ต้องระมัดระวังการทำเลเซอร์บนกระจกตา
- ค่าสายตาคงที่ในช่วงก่อนผ่าตัดตามเกณฑ์ที่จักษุแพทย์กำหนด
- ดวงตามีช่องว่างเพียงพอสำหรับวางเลนส์ และจำนวนเซลล์กระจกตาอยู่ในระดับที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม
- เข้าใจว่าผลการมองเห็นอาจไม่ตรงตามเป้าหมายทั้งหมด และยอมรับการตรวจติดตามระยะยาวได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าต้องตรวจรูปร่างตา มุมช่องหน้าม่านตา และเซลล์กระจกตาก่อน จึงไม่สามารถตัดสินความเหมาะสมจากค่าสายตาเพียงอย่างเดียวได้ (Cleveland Clinic)
ผู้ที่อาจยังไม่เหมาะหรือควรเลื่อนการผ่าตัด
การผ่าตัดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะในขณะนั้น หากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ค่าสายตายังเปลี่ยนต่อเนื่อง
- ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรืออยู่ในช่วงที่ฮอร์โมนอาจทำให้ค่าสายตาไม่คงที่
- ช่องหน้าม่านตาตื้นเกินไป หรือพื้นที่วางเลนส์ไม่เพียงพอ
- จำนวนเซลล์ชั้นในของกระจกตาต่ำกว่าระดับที่ปลอดภัยสำหรับการผ่าตัด
- มีต้อกระจกอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อความขุ่นของเลนส์ธรรมชาติมีผลต่อการมองเห็น
- มีต้อหิน ความดันตาผิดปกติ ม่านตาอักเสบ หรือโรคตาอื่นที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีกระจกตาโป่งหรือความผิดปกติของกระจกตาที่ต้องประเมินเพิ่มเติม
- มีโรคจอประสาทตา โดยเฉพาะความผิดปกติที่สัมพันธ์กับสายตาสั้นมาก
- มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณดวงตา
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดีและอาจกระทบต่อการหายของแผล
- คาดหวังว่าจะมองเห็นสมบูรณ์ทุกระยะและไม่ต้องใช้แว่นอีกอย่างแน่นอน
ผู้ที่เริ่มมีสายตายาวตามวัยควรคุยกับแพทย์เรื่องระยะการมองเห็นที่ต้องการอย่างละเอียด เลนส์เสริมอาจแก้สายตาสั้นได้ แต่ไม่ได้หยุดการเปลี่ยนแปลงของเลนส์ธรรมชาติตามอายุ บางคนจึงยังต้องใช้แว่นอ่านหนังสือหลังผ่าตัด
หากมองเห็นชัดด้วยแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ใช้งานได้สะดวก และไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องเปลี่ยนวิธี การผ่าตัดไม่ใช่สิ่งจำเป็น การตัดสินใจควรเทียบประโยชน์ด้านการใช้ชีวิตกับความเสี่ยงของการผ่าตัดภายในลูกตา
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ตรวจตาและวางแผนเลนส์
การตรวจจะละเอียดกว่าการวัดแว่นทั่วไป เพราะแพทย์ต้องเลือกกำลังและขนาดเลนส์ให้เหมาะกับโครงสร้างตา การตรวจอาจประกอบด้วย
- วัดสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง
- วัดความดันตา
- วัดความโค้งและความหนาของกระจกตา
- วัดความลึกของช่องหน้าม่านตาและขนาดภายในตาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกเลนส์
- ตรวจจำนวนเซลล์ชั้นในของกระจกตา ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้กระจกตาใส
- ตรวจรูม่านตา โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อย
- ขยายม่านตาเพื่อตรวจเลนส์ธรรมชาติ จอประสาทตา และขั้วประสาทตา
- ประเมินตาแห้งและสุขภาพผิวตา
- ทบทวนประวัติโรคตา การผ่าตัดเดิม โรคประจำตัว การแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่
ผู้ใส่คอนแทคเลนส์อาจต้องหยุดใช้ก่อนการวัดตา เพราะคอนแทคเลนส์อาจเปลี่ยนรูปร่างกระจกตาชั่วคราว ระยะเวลาที่ต้องหยุดขึ้นกับชนิดของคอนแทคเลนส์และสภาพตา ให้ใช้กำหนดจากสถานพยาบาลแทนการหยุดเองตามข้อมูลทั่วไป
ยา อาหาร และสุขภาพก่อนผ่าตัด
แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาทุกชนิด รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยารักษาความดัน ยาฮอร์โมน สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บางรายการอาจต้องปรับหรือหยุดชั่วคราว แต่ไม่ควรหยุดยาเอง แพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามโรคประจำตัวและรูปแบบยาระงับความรู้สึก
สถานพยาบาลจะบอกว่าต้องงดอาหารหรือน้ำหรือไม่ การผ่าตัดบางกรณีใช้เพียงยาชาหยอดตาร่วมกับยาช่วยผ่อนคลาย แต่แนวทางการงดอาหารอาจต่างกันตามสถานที่และแผนระงับความรู้สึก จึงควรทำตามคำสั่งเฉพาะที่ได้รับ
หากมีตาแดง ขี้ตามาก ปวดตา ไข้ ไอมาก หรือเจ็บป่วยก่อนวันผ่าตัด ให้แจ้งทีมรักษา อาจต้องประเมินว่าจะดำเนินการตามแผนหรือเลื่อนเพื่อความปลอดภัย
สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด
- บัตรประจำตัว เอกสารนัด และข้อมูลสิทธิการรักษา
- รายชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจเดิมหรือแว่นที่ใช้อยู่ หากสถานพยาบาลขอ
- เสื้อผ้าที่สวมและถอดง่าย ไม่แต่งตา ไม่ติดขนตาปลอม และหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางรอบดวงตา
- ผู้ใหญ่ที่สามารถพากลับบ้านและอยู่ช่วยดูแลในช่วงแรก
ไม่ควรขับรถกลับเอง เพราะอาจตามัว แพ้แสง หรือได้รับยาที่ทำให้ง่วง ควรวางแผนการเดินทางก่อนวันผ่าตัด
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดอาจต่างกันตามโครงสร้างตา ชนิดเลนส์ และแนวทางของจักษุแพทย์ แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ยืนยันตาข้างที่จะผ่าตัดและแผนเลนส์
ทีมรักษาจะทบทวนข้อมูลผู้ป่วย ค่าสายตา กำลังเลนส์ และเอกสารยินยอม หากผ่าตัดแก้สายตาเอียง อาจมีการทำเครื่องหมายแนวแกนบนตาเพื่อช่วยวางเลนส์ให้ตรงตำแหน่ง
- เตรียมดวงตา
เจ้าหน้าที่จะหยอดยาขยายม่านตาและยาชา ทำความสะอาดรอบดวงตา แล้วใช้ผ้าปลอดเชื้อคลุมบริเวณใบหน้า โดยเปิดเฉพาะตาที่ผ่าตัด อาจใช้เครื่องมือเล็กๆ ช่วยเปิดเปลือกตา คุณจึงไม่ต้องพยายามลืมตาเองตลอดเวลา
- ให้ยาชาและยาช่วยผ่อนคลายตามความจำเป็น
ส่วนใหญ่มักใช้ยาชาหยอดตา คุณอาจเห็นแสงหรือการเคลื่อนไหว แต่ไม่ควรเห็นรายละเอียดของเครื่องมือ หากรู้สึกเจ็บมากหรือไม่สบาย ควรบอกทีมรักษาทันที ไม่ควรขยับศีรษะหรือยกมือขึ้นจับตาเอง
- เปิดแผลขนาดเล็กที่ขอบกระจกตา
จักษุแพทย์สร้างทางเข้าขนาดเล็กบริเวณรอยต่อของกระจกตา อาจใส่สารช่วยคงรูปช่องภายในตาเพื่อปกป้องเนื้อเยื่อและช่วยให้วางเลนส์ได้สะดวก
- สอดเลนส์เสริมเข้าไปในตา
เลนส์ถูกพับหรือม้วนอยู่ในอุปกรณ์นำส่ง แล้วสอดผ่านแผลขนาดเล็ก เมื่ออยู่ภายในตา เลนส์จะคลี่ออก
- จัดตำแหน่งเลนส์
แพทย์เลื่อนส่วนรองรับของเลนส์ไปอยู่หลังม่านตาและหน้าเลนส์ธรรมชาติ หากเป็นเลนส์ที่แก้สายตาเอียง ต้องหมุนให้ตรงกับแนวแกนที่วางแผนไว้ ตำแหน่งและขนาดมีความสำคัญ เพราะเลนส์ที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจสัมพันธ์กับความดันตาหรือต้อกระจก
- นำสารที่ใช้ระหว่างผ่าตัดออกและตรวจแผล
แพทย์นำสารช่วยคงรูปออก ตรวจตำแหน่งเลนส์ ความดันภายในตา และการปิดของแผล แผลมักมีขนาดเล็กและอาจปิดได้เองโดยไม่ต้องเย็บ แต่บางกรณีอาจต้องเย็บตามดุลยพินิจของแพทย์
- พักสังเกตอาการ
หลังออกจากห้องผ่าตัด ทีมรักษาอาจตรวจการมองเห็น ความดันตา และสภาพตา หากไม่มีปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังต่อ คุณมักกลับบ้านได้พร้อมผู้ดูแล
อุปกรณ์เลนส์บางแบบออกแบบให้ของเหลวภายในตาไหลผ่านได้ ส่วนเลนส์บางชนิดหรือสภาพตาบางแบบอาจต้องทำช่องเล็กที่ม่านตาด้วยเลเซอร์ก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันการปิดกั้นทางไหลของของเหลว แพทย์จะบอกว่าจำเป็นสำหรับเลนส์และดวงตาของคุณหรือไม่ (Cleveland Clinic)
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันตามจำนวนตาที่ผ่าตัด ความซับซ้อน ชนิดเลนส์ เทคนิคของจักษุแพทย์ และแนวทางของสถานพยาบาล ผู้ป่วยควรถามเวลาที่คาดไว้จากสถานพยาบาลที่รักษาโดยตรง
เวลาที่อยู่ในสถานพยาบาลจะนานกว่าช่วงผ่าตัด เพราะต้องลงทะเบียน หยอดยาขยายม่านตา เตรียมตา รอรับการผ่าตัด และพักสังเกตอาการหลังทำ ควรเผื่อเวลาไว้หลายชั่วโมงตามกำหนดของสถานพยาบาล แทนการวางแผนจากเวลาผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
โดยทั่วไปใช้ยาชาหยอดตา อาจร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย การดมยาสลบไม่ใช่แนวทางปกติสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่อาจพิจารณาเป็นรายกรณีตามความร่วมมือ ความกังวล โรคประจำตัว และดุลยพินิจของทีมรักษา
การผ่าตัดมักเป็นแบบกลับบ้านวันเดียวเมื่ออาการคงที่ ไม่ได้หมายความว่าพร้อมทำกิจกรรมตามปกติทันที คุณต้องมีคนพากลับและควรพักในวันผ่าตัด หากความดันตาผิดปกติ ปวดมาก คลื่นไส้ หรือมีภาวะที่ต้องติดตาม แพทย์อาจให้อยู่สังเกตอาการนานขึ้น
พักฟื้นนานแค่ไหน
หลายคนเริ่มรู้สึกว่ามองเห็นดีขึ้นภายในวันแรก และอาจชัดขึ้นต่อในช่วงประมาณ 2-3 วันแรกตามแหล่งข้อมูลอ้างอิง แต่บางคนใช้เวลานานกว่านั้นจากการอักเสบ กระจกตาบวม รูม่านตายังขยาย ความดันตาเปลี่ยน หรือการปรับตัวของสมองต่อภาพใหม่ (Cleveland Clinic)
| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจพบ | การใช้ชีวิตโดยทั่วไป |
| วันผ่าตัดถึงวันถัดไป | ตามัว แพ้แสง ระคายเหมือนมีทราย น้ำตาไหล หรือเห็นแสงฟุ้ง | พัก ไม่ขับรถ ไม่ขยี้ตา และใช้ยาตามแผน |
| หลายวันแรก | ภาพมักค่อยๆ คงที่ แต่อาจยังมีแสงกระจายหรือวงรอบดวงไฟ | งานเบาอาจเริ่มได้เมื่อมองเห็นพอและแพทย์อนุญาต |
| ช่วงสัปดาห์แรกๆ | การอักเสบลดลง ตาปรับกับเลนส์มากขึ้น | เพิ่มกิจกรรมตามคำแนะนำ เลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงกระแทกหรือสิ่งสกปรกเข้าตา |
| ระยะต่อมา | ค่าสายตาและคุณภาพภาพค่อยๆ นิ่งขึ้น | กลับสู่กิจกรรมเต็มที่เมื่อผลตรวจยืนยันว่าแผลและความดันตาปกติ |
ตารางนี้เป็นภาพรวม ไม่ใช่กำหนดเฉพาะบุคคล งานที่ใช้คอมพิวเตอร์อาจกลับไปทำได้เร็วกว่างานขับรถ งานกลางแจ้ง งานที่มีฝุ่น หรือกิจกรรมที่เสี่ยงกระแทกตา ผู้ที่ผ่าตัดสองข้างพร้อมกันกับผู้ที่แยกผ่าตัดอาจมีแผนพักฟื้นต่างกัน
การดูแลช่วงพักฟื้น
ใช้ยาหยอดตาตามใบสั่งและมาตามนัด ยาหยอดมักมีไว้ลดการอักเสบหรือป้องกันการติดเชื้อ แต่ชนิดและระยะเวลาแตกต่างกัน ห้ามซื้อยาเพิ่ม หยุดยา หรือใช้ยาหยอดของผู้อื่นเอง
อย่าขยี้หรือกดตา และใช้ที่ครอบตาตามที่ทีมรักษาแนะนำ ระวังไม่ให้น้ำ สบู่ เครื่องสำอาง ฝุ่น หรือควันเข้าตาในช่วงแรก วิธีอาบน้ำ สระผม ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ และแต่งหน้าควรยึดคำแนะนำจากจักษุแพทย์ เพราะช่วงเวลาที่กลับไปทำได้ขึ้นกับการหายของแผล
การขับรถควรรอจนมองเห็นชัดเพียงพอ ไม่มีภาพซ้อนหรือแสงฟุ้งที่รบกวน และแพทย์ยืนยันว่าเหมาะสม โดยเฉพาะการขับรถกลางคืน บางคนเห็นวงแสงหรือแสงกระจายได้ในช่วงปรับตัว
การติดตามไม่ได้จบเมื่อมองชัดแล้ว แพทย์ต้องตรวจความดันตา ตำแหน่งและระยะห่างของเลนส์ ความใสของเลนส์ธรรมชาติ และสุขภาพกระจกตา หากมีสายตาสั้นมาก ยังควรตรวจจอประสาทตาตามความเหมาะสม เพราะการแก้ค่าสายตาไม่ได้ทำให้โครงสร้างลูกตาที่ยาวกลับเป็นปกติ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
คนส่วนใหญ่กังวลเรื่องนี้ และควรถามให้ชัดก่อนยินยอมผ่าตัด แม้ปัญหารุนแรงไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่การใส่เลนส์เสริมเป็นการผ่าตัดภายในลูกตา ความเสี่ยงจึงต่างจากการใส่คอนแทคเลนส์ภายนอกหรือการใช้แว่น
ความเสี่ยงในช่วงแรก
- ปวด ระคายเคือง ตาแดง หรือแพ้แสง มักสัมพันธ์กับแผลและการอักเสบหลังผ่าตัด แต่อาการที่รุนแรงขึ้นแทนที่จะดีขึ้นต้องได้รับการตรวจ
- ความดันตาสูง อาจเกิดจากสารที่เหลือในตา การอักเสบ การตอบสนองต่อยา หรือการไหลเวียนของของเหลวถูกกีดขวาง อาจทำให้ปวดตา ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือมองเห็นลดลง
- กระจกตาบวม ทำให้ภาพมัวหรือเห็นแสงฟุ้ง โดยเฉพาะในช่วงแรก
- การอักเสบภายในตา ส่วนใหญ่อาจควบคุมได้ด้วยยา แต่ต้องติดตามเพื่อป้องกันผลกระทบต่อโครงสร้างตา
- เลนส์เคลื่อนหรือหมุน มีความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อเลนส์ใช้แก้สายตาเอียง เพราะการหมุนอาจทำให้ภาพไม่ชัด
- ติดเชื้อภายในลูกตา พบไม่บ่อยแต่เป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะอาจกระทบต่อการมองเห็นอย่างรุนแรง
- เลือดออกหรือบาดเจ็บต่อโครงสร้างตา เป็นความเสี่ยงของการผ่าตัดภายในตา แม้ทีมรักษาจะใช้แผลขนาดเล็กและเทคนิคเพื่อลดความเสี่ยง
ความเสี่ยงระยะกลางและระยะยาว
- ต้อกระจก เลนส์เสริมอยู่ใกล้เลนส์ธรรมชาติ หากขนาดหรือตำแหน่งไม่เหมาะ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงตามเวลา อาจสัมพันธ์กับความขุ่นของเลนส์ธรรมชาติ
- ต้อหินหรือความดันตาสูงเรื้อรัง อาจเกี่ยวข้องกับการไหลของของเหลว การกระจายเม็ดสีจากม่านตา หรือปัจจัยอื่น จึงต้องตรวจความดันตาต่อเนื่อง
- จำนวนเซลล์กระจกตาลดลง เซลล์ชั้นในช่วยรักษาความใสของกระจกตา หากลดลงมากอาจทำให้กระจกตาบวมและตามัว
- ม่านตาเปลี่ยนแปลงหรือรูม่านตาผิดรูป อาจเกิดจากการสัมผัสหรือแรงกดของเลนส์
- เห็นวงแสง แสงฟุ้ง หรือแสงกระจายตอนกลางคืน อาจดีขึ้นเมื่อปรับตัว แต่บางคนอาจยังรบกวนการใช้ชีวิต
- ค่าสายตาเหลือหรือเปลี่ยนไป อาจยังต้องใส่แว่น หรือพิจารณาวิธีแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปลอดภัย
- ต้องจัดตำแหน่ง เปลี่ยน หรือนำเลนส์ออก หากเลนส์มีขนาดไม่เหมาะ เคลื่อน เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือไม่ให้คุณภาพภาพที่ยอมรับได้
- จอประสาทตาฉีกหรือหลุดลอก ผู้มีสายตาสั้นมากมีความเสี่ยงจากโครงสร้างตาเดิมอยู่แล้ว การมองเห็นดีขึ้นหลังผ่าตัดไม่ได้กำจัดความเสี่ยงนี้
รายงานจากฐานข้อมูลเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์พบประเด็นเกี่ยวกับขนาดหรือตำแหน่งเลนส์ รวมถึงปัญหาการมองเห็น ความดันตา และตัวเลนส์ แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นรายงานเหตุการณ์ที่ถูกส่งเข้าสู่ฐานข้อมูล ไม่สามารถใช้คำนวณโอกาสเกิดกับผู้ป่วยทั่วไปได้ (Chen และคณะ, 2025)
ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับอายุ ค่าสายตา รูปร่างตา จำนวนเซลล์กระจกตา ความลึกช่องหน้าม่านตา ขนาดเลนส์ และโรคตาร่วม จักษุแพทย์ควรอธิบายผลตรวจของคุณว่าเพิ่มหรือลดความเสี่ยงด้านใด ไม่ควรตัดสินจากอัตราภาวะแทรกซ้อนของผู้อื่นเพียงอย่างเดียว
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังผ่าตัด ให้ติดต่อสถานพยาบาลหรือไปพบจักษุแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
- ปวดตามาก ปวดเพิ่มขึ้น หรือยาแก้ปวดทั่วไปตามที่แพทย์อนุญาตไม่ช่วย
- การมองเห็นลดลงกะทันหัน หรือมัวลงเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้น
- ตาแดงมากขึ้น หนังตาบวม หรือมีขี้ตาผิดปกติ
- แพ้แสงรุนแรง
- ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมกับปวดตาหรือตามัว
- เห็นรุ้งรอบดวงไฟอย่างชัดเจนร่วมกับอาการปวด
- เห็นแสงวาบ จุดดำหรือหยากไย่เพิ่มขึ้นทันที หรือมีเงาดำเหมือนม่านบังภาพ
- ถูกกระแทกที่ตา มีสารเคมีเข้าตา หรือสงสัยว่าแผลได้รับบาดเจ็บ
- รูม่านตาหรือรูปร่างตาดูผิดไปจากเดิมอย่างชัดเจน
- มีไข้ร่วมกับอาการทางตาที่แย่ลง
อย่ารอถึงวันนัดหากมีอาการเหล่านี้ และอย่าขับรถไปเองเมื่อมองเห็นผิดปกติ หากติดต่อสถานพยาบาลเดิมไม่ได้ ให้ไปห้องฉุกเฉินที่สามารถประสานจักษุแพทย์ได้
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบเดียว ทางเลือกที่เหมาะขึ้นกับค่าสายตา ความหนาและรูปร่างกระจกตา อายุ ตาแห้ง ลักษณะงาน และความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อใด | ข้อควรรู้ |
| แว่นตา | ต้องการวิธีที่ไม่ผ่าตัดและปรับค่าสายตาได้ง่าย | ปลอดภัยที่สุดสำหรับหลายคน แต่อาจไม่สะดวกในบางกิจกรรม |
| คอนแทคเลนส์ | ต้องการมุมมองกว้างขึ้นหรือไม่อยากใส่แว่น | ต้องรักษาความสะอาด และอาจไม่เหมาะเมื่อมีตาแห้งหรือติดเชื้อซ้ำ |
| เลเซอร์ปรับกระจกตา | กระจกตาและค่าสายตาเข้าเกณฑ์ | ไม่มีเลนส์อยู่ในตา แต่เป็นการเปลี่ยนรูปร่างกระจกตาและอาจมีตาแห้ง |
| การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ธรรมชาติ | มีต้อกระจกหรือมีเหตุผลให้จัดการเลนส์ธรรมชาติ | สูญเสียความสามารถปรับโฟกัสตามธรรมชาติ และมีความเสี่ยงเฉพาะของการผ่าตัดเลนส์ |
| ไม่ผ่าตัดและติดตาม | มองเห็นได้ดีด้วยอุปกรณ์เดิมและไม่เดือดร้อน | ไม่มีความจำเป็นต้องรับความเสี่ยงจากการผ่าตัดเพื่อแก้ค่าสายตา |
หากค่าสายตายังไม่นิ่ง มีโรคผิวตา หรือตาแห้ง ควรรักษาและติดตามก่อน ไม่ควรรีบเลือกการผ่าตัดเพียงเพราะต้องการหยุดใช้แว่นเร็วที่สุด
สำหรับผู้มีต้อกระจก การใส่เลนส์เสริมอาจไม่ตอบปัญหาหลัก เพราะเลนส์ธรรมชาติที่ขุ่นยังคงอยู่ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดต้อกระจกแทนตามอายุ อาการ และผลตรวจ ส่วนผู้ที่ยังมองเห็นดีด้วยแว่น การใช้แว่นต่อไปเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและไม่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดภายในลูกตา
สิทธิการรักษา
การผ่าตัดเพื่อแก้ค่าสายตาและลดการพึ่งพาแว่นมักถูกพิจารณาแยกจากการผ่าตัดที่จำเป็นเพื่อรักษาโรคตา การอนุมัติขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เงื่อนไขของแต่ละสิทธิ สถานพยาบาลตามสิทธิ และรายการอุปกรณ์ที่ครอบคลุม ควรตรวจสอบก่อนนัดตรวจเพื่อผ่าตัด
สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สอบถามหน่วยบริการประจำหรือหน่วยงานดูแลสิทธิว่า การผ่าตัดเพื่อแก้สายตาในกรณีของคุณอยู่ในสิทธิหรือไม่ ต้องมีการส่งต่อหรือไม่ และเลนส์เสริมอยู่ในรายการที่เบิกได้หรือไม่ การมีสายตาสั้นมากเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ
ประกันสังคม
ตรวจสอบกับสถานพยาบาลตามสิทธิและหน่วยงานประกันสังคม โดยให้ระบุชื่อหัตถการ ข้อบ่งชี้ และอุปกรณ์เลนส์อย่างชัดเจน ถามว่าต้องผ่านการประเมินหรืออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ และการตรวจใดอยู่ภายใต้สิทธิ
สวัสดิการข้าราชการ
ความครอบคลุมอาจขึ้นกับข้อบ่งชี้ รหัสหัตถการ และหลักเกณฑ์การเบิกอุปกรณ์ ควรให้สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิก่อนดำเนินการ อย่าถือว่าการผ่าตัดและเลนส์ทุกชนิดเบิกได้เพียงเพราะทำในสถานพยาบาลของรัฐ
ประกันสุขภาพเอกชน
กรมธรรม์จำนวนหนึ่งแยกระหว่างการรักษาโรคกับการแก้สายตาเพื่อความสะดวก ควรถามบริษัทประกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า
- คุ้มครองการผ่าตัดเพื่อแก้สายตาหรือไม่
- ต้องมีข้อบ่งชี้แบบใด
- ต้องขออนุมัติก่อนหรือใช้หนังสือรับรองจากจักษุแพทย์หรือไม่
- ครอบคลุมค่าตรวจ เลนส์ ห้องผ่าตัด ยา และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
- มีข้อยกเว้นเรื่องโรคตาเดิมหรือค่าสายตาที่เป็นมาก่อนทำประกันหรือไม่
หากสิทธิไม่ครอบคลุม ให้ขอรายการสิ่งที่รวมอยู่ในแผนการรักษาจากสถานพยาบาล เช่น การตรวจวัดตา เลนส์ การผ่าตัด ยาหลังผ่าตัด และการติดตาม รวมทั้งถามว่าหากต้องเปลี่ยนตำแหน่งหรือนำเลนส์ออกจะจัดการอย่างไร โดยไม่ควรตัดสินใจจากชื่อแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ใส่เลนส์เสริมไอซีแอลเจ็บไหม
ส่วนใหญ่มักไม่รู้สึกเจ็บชัดระหว่างผ่าตัดเพราะใช้ยาชาหยอดตา แต่อาจรู้สึกว่ามีแรงกด เห็นแสง หรือระคายเคืองหลังยาชาหมดฤทธิ์ หากปวดมากหรือปวดเพิ่มขึ้นต้องติดต่อแพทย์ทันที
ใส่แล้วจะไม่ต้องใส่แว่นอีกเลยหรือไม่
ไม่สามารถรับรองว่าจะเลิกใช้แว่นได้ทั้งหมด เพราะอาจมีค่าสายตาเหลือ ค่าสายตาเปลี่ยนในอนาคต หรือเกิดสายตายาวตามวัย บางคนยังต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ ขับรถกลางคืน หรือทำงานละเอียด
เลนส์เสริมต่างจากคอนแทคเลนส์อย่างไร
เลนส์เสริมอยู่ภายในดวงตาหลังม่านตาและต้องใส่ด้วยการผ่าตัด ส่วนคอนแทคเลนส์วางบนผิวกระจกตาและถอดออกได้เอง เลนส์เสริมไม่ต้องทำความสะอาดรายวัน แต่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดและต้องตรวจติดตามระยะยาว
ต่างจากเลเซอร์แก้สายตาอย่างไร
เลนส์เสริมปรับกำลังแสงด้วยเลนส์ที่วางในตาโดยไม่ตัดเนื้อกระจกตาเพื่อเปลี่ยนความโค้ง ส่วนเลเซอร์แก้สายตาใช้พลังงานปรับรูปร่างกระจกตา วิธีใดเหมาะกว่าต้องดูค่าสายตา ความหนาและรูปร่างกระจกตา ตาแห้ง และโครงสร้างภายในตา
ใส่เลนส์เสริมพร้อมกันสองข้างได้ไหม
บางกรณีอาจทำสองข้างในวันเดียว ขณะที่บางสถานพยาบาลหรือบางคนอาจแยกวันผ่าตัด การตัดสินใจขึ้นกับผลตรวจ แนวทางควบคุมการติดเชื้อ ความเสี่ยงเฉพาะบุคคล และแผนของจักษุแพทย์
เลนส์อยู่ได้ตลอดชีวิตไหม
เลนส์ออกแบบให้อยู่ในตาระยะยาวและไม่ได้มีวันหมดอายุที่ต้องเปลี่ยนตามกำหนดในทุกคน แต่คุณยังอาจต้องนำออก เปลี่ยน หรือจัดตำแหน่งใหม่หากเกิดต้อกระจก ความดันตาผิดปกติ เลนส์เคลื่อน ขนาดไม่เหมาะ หรือมีปัญหาอื่น
ถอดเลนส์ออกภายหลังได้หรือไม่
ถอดหรือเปลี่ยนเลนส์ได้เมื่อมีข้อบ่งชี้ แต่ต้องผ่าตัดอีกครั้งและมีความเสี่ยงของตนเอง การถอดเลนส์ไม่ได้รับรองว่าจะย้อนผลกระทบต่อดวงตาหรือทำให้สายตากลับเหมือนก่อนผ่าตัดทุกด้าน
หลังผ่าตัดมองเห็นชัดเมื่อไร
หลายคนเริ่มมองเห็นดีขึ้นภายในวันแรกและภาพอาจดีขึ้นต่อในช่วงประมาณ 2-3 วัน แต่ระยะจริงขึ้นกับการบวม การอักเสบ ความดันตา และการปรับตัว หากภาพแย่ลงหรือมองเห็นลดลงกะทันหันต้องพบแพทย์ทันที
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบาที่ไม่เสี่ยงฝุ่น น้ำ หรือการกระแทกอาจกลับไปทำได้หลังอาการช่วงแรกดีขึ้นและมองเห็นเพียงพอ แต่งานขับรถ งานกลางแจ้ง งานยกของ หรือกิจกรรมที่เสี่ยงบาดเจ็บอาจต้องรอนานกว่า แพทย์จะกำหนดจากผลตรวจหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัดออกกำลังกายได้ไหม
ควรงดกิจกรรมหนักและกิจกรรมที่เสี่ยงกระแทกตาในช่วงแรก แล้วเพิ่มระดับเมื่อแพทย์อนุญาต การเดินเบาๆ มักกลับไปทำได้ก่อนการวิ่ง ยกน้ำหนัก ว่ายน้ำ หรือกีฬาปะทะ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะต้องดูการปิดของแผลและความดันตา
ถ้ามีสายตาเอียงสามารถใส่ได้ไหม
มีเลนส์ที่ออกแบบเพื่อแก้สายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง แต่ต้องวัดแนวแกนและวางตำแหน่งอย่างแม่นยำ หากเลนส์หมุน ภาพอาจไม่ชัดและอาจต้องจัดตำแหน่งใหม่
มีตาแห้งใส่เลนส์เสริมได้หรือไม่
บางคนที่ตาแห้งอาจได้รับการพิจารณาเพราะวิธีนี้ไม่ปรับรูปร่างกระจกตาด้วยเลเซอร์ แต่ต้องรักษาผิวตาและประเมินสาเหตุของตาแห้งก่อน การผ่าตัดไม่ได้รักษาตาแห้งโดยตรง
มีต้อกระจกอยู่แล้วควรใส่เลนส์เสริมหรือไม่
หากต้อกระจกมีผลต่อการมองเห็น การใส่เลนส์เสริมมักไม่แก้ต้นเหตุ เพราะเลนส์ธรรมชาติที่ขุ่นยังอยู่ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดต้อกระจกและเลือกกำลังเลนส์แก้วตาเทียมให้เหมาะแทน
หลังผ่าตัดยังต้องตรวจตาอีกหรือไม่
ต้องตรวจตามนัดทั้งช่วงแรกและระยะยาว แม้มองเห็นดีแล้ว แพทย์ต้องติดตามความดันตา ตำแหน่งเลนส์ ความใสของเลนส์ธรรมชาติ เซลล์กระจกตา และจอประสาทตาตามความเสี่ยงของแต่ละคน
ควรถามอะไรแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าผลตรวจใดทำให้คุณเหมาะหรือไม่เหมาะ เลนส์จะวางห่างจากเลนส์ธรรมชาติเท่าใด คาดหวังการมองเห็นระดับไหน ความเสี่ยงเฉพาะของดวงตาคุณคืออะไร และหากค่าสายตาเหลือ เลนส์หมุน ความดันตาสูง หรือเกิดต้อกระจก จะมีแผนจัดการอย่างไร
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Implantable Collamer Lens (ICL) Surgery — เกี่ยวกับ Implantable contact lens (ICL) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Adverse events associated with Implantable Collamer Lens - PMC — เกี่ยวกับ Implantable contact lens (ICL) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


