ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Heart-valve replacement) คือการนำลิ้นหัวใจที่ทำงานผิดปกติออกหรือใส่ลิ้นใหม่ทดแทน เพื่อให้เลือดไหลผ่านหัวใจได้เหมาะสมขึ้น ใช้เมื่อโรคลิ้นหัวใจรุนแรงจนเกิดอาการ กระทบการสูบฉีดเลือด หรือไม่เหมาะกับการซ่อมลิ้นเดิม โดยแพทย์จะเลือกระหว่างการผ่าตัดเปิดหัวใจกับการใส่ลิ้นผ่านสายสวนตามตำแหน่งลิ้นหัวใจ สุขภาพ และความเสี่ยงของแต่ละคน
ประเด็นสำคัญ
- การเปลี่ยนลิ้นหัวใจมักพิจารณาเมื่อโรครุนแรง มีอาการ หรือเริ่มกระทบการทำงานของหัวใจ ไม่ใช่ผู้ที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติทุกคนต้องผ่าตัดทันที
- ลิ้นหัวใจทดแทนมีทั้งชนิดเนื้อเยื่อและชนิดโลหะ ทั้งสองแบบมีข้อแลกเปลี่ยนต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องความทนทาน โอกาสต้องทำหัตถการซ้ำ และการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- เป็นการรักษาขนาดใหญ่ที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ แต่ในผู้ที่โรคลิ้นหัวใจรุนแรง ความเสี่ยงจากการปล่อยโรคไว้อาจสูงกว่าความเสี่ยงของการรักษา แพทย์จะชั่งประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายคน
ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ คืออะไร
ลิ้นหัวใจทำหน้าที่คล้ายประตู เปิดให้เลือดไหลไปข้างหน้าและปิดเพื่อป้องกันเลือดไหลย้อน หัวใจมีลิ้นทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ลิ้นเอออร์ตา ลิ้นไมตรัล ลิ้นไตรคัสปิด และลิ้นพัลโมนารี ตำแหน่งที่เปลี่ยนบ่อยคือลิ้นเอออร์ตาและลิ้นไมตรัล ส่วนอีกสองตำแหน่งพบน้อยกว่า (Cleveland Clinic)
โรคลิ้นหัวใจที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนลิ้นมีสองลักษณะหลัก
- ลิ้นหัวใจตีบ ลิ้นเปิดได้ไม่เต็มที่ เลือดจึงผ่านได้ยาก หัวใจต้องออกแรงสูบฉีดมากขึ้น
- ลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นปิดไม่สนิท ทำให้เลือดไหลย้อนและเพิ่มภาระของหัวใจ
เมื่อโรครุนแรง หัวใจอาจสูบฉีดเลือดได้ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยอาจเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม เจ็บหรือแน่นหน้าอก หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ขาบวม หรือออกแรงได้น้อยลง บางคนยังไม่มีอาการชัด แต่ผลตรวจพบว่าหัวใจเริ่มขยายหรือทำงานลดลง ในกรณีเช่นนี้ แพทย์อาจพิจารณารักษาก่อนเกิดความเสียหายถาวร
การเปลี่ยนลิ้นไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดเปิดหน้าอกเสมอไป วิธีหลักมีดังนี้
| วิธี | สิ่งที่ทำ | มักพิจารณาจาก |
| ผ่าตัดเปิดหัวใจ | เปิดทางเข้าสู่หัวใจ นำลิ้นที่เสียออก แล้วเย็บลิ้นใหม่เข้าแทน | ตำแหน่งและลักษณะโรค อายุ สุขภาพ และการผ่าตัดหัวใจอื่นที่ต้องทำร่วมกัน |
| ผ่าตัดแผลเล็ก | เข้าถึงหัวใจผ่านแผลที่เล็กกว่าการเปิดกลางหน้าอก | กายวิภาคของผู้ป่วย ชนิดลิ้น และความพร้อมของทีมรักษา |
| ใส่ลิ้นผ่านสายสวน | สอดลิ้นใหม่ผ่านสายสวน โดยลิ้นเดิมบางกรณียังคงอยู่และลิ้นใหม่กางอยู่ภายใน | พบมากในการรักษาลิ้นเอออร์ตาตีบ และพิจารณาตามความเสี่ยงผ่าตัดกับโครงสร้างหัวใจ |
การใส่ลิ้นผ่านสายสวนไม่เหมาะกับทุกคน แม้แผลภายนอกเล็กกว่า แต่ยังเป็นหัตถการหัวใจที่มีความเสี่ยง และต้องประเมินขนาดหลอดเลือด รูปร่างลิ้นเดิม ตำแหน่งหลอดเลือดหัวใจ โรคร่วม และความเป็นไปได้ในการทำหัตถการครั้งต่อไป
ลิ้นหัวใจทดแทนมีชนิดใดบ้าง
ลิ้นทดแทนแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่
ลิ้นชนิดโลหะ ทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่ทนทาน ข้อสำคัญคือผู้รับลิ้นชนิดนี้โดยทั่วไปต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดระยะยาวและตรวจเลือดสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันลิ่มเลือดเกาะลิ้น ยาดังกล่าวเพิ่มโอกาสเลือดออก จึงต้องพิจารณาความสามารถในการใช้ยาและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ลิ้นชนิดเนื้อเยื่อ ผลิตจากเนื้อเยื่อชีวภาพ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดตลอดชีวิตเพราะตัวลิ้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจยังต้องใช้หากมีโรคอื่น เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นชนิดนี้เสื่อมตามเวลาและอาจต้องเปลี่ยนอีกในอนาคต แหล่งอ้างอิงระบุอายุการใช้งานโดยประมาณราว 10-20 ปี แต่ระยะจริงขึ้นกับอายุ ตำแหน่งลิ้น สภาพร่างกาย และชนิดของลิ้น (Cleveland Clinic)
การเลือกไม่ได้มีคำตอบเดียว แพทย์จะคุยกับคุณเรื่องอายุ ความเสี่ยงเลือดออก แผนตั้งครรภ์ ความสามารถในการตรวจเลือด ความต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัดซ้ำ โรคร่วม และหัตถการที่อาจทำได้ในอนาคต
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครอาจได้รับการพิจารณาให้เปลี่ยนลิ้นหัวใจ
แพทย์มักพิจารณาการเปลี่ยนลิ้นเมื่อพบอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วระดับรุนแรงและมีอาการ เช่น เหนื่อย เจ็บหน้าอก หน้ามืด เป็นลม หรือมีภาวะหัวใจล้มเหลว
- ผลตรวจแสดงว่าหัวใจสูบฉีดลดลง ห้องหัวใจโต หรือมีความดันในปอดสูง แม้อาการยังไม่มาก
- ลิ้นเสียหายจนซ่อมไม่ได้หรือคาดว่าการซ่อมจะให้ผลไม่มั่นคง
- ต้องผ่าตัดหัวใจด้วยเหตุอื่นอยู่แล้ว และพบโรคลิ้นที่ควรรักษาพร้อมกัน
- โรคลิ้นหัวใจทำให้เลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ และความเสี่ยงจากการไม่รักษาสูงกว่าความเสี่ยงของหัตถการ (Cleveland Clinic)
การตัดสินใจไม่ได้ดูเพียงคำว่า “ตีบรุนแรง” หรือ “รั่วรุนแรง” ในรายงาน แพทย์จะพิจารณาอาการ ภาพอัลตราซาวด์หัวใจ การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ อายุ ความเปราะบาง โรคปอด โรคไต ประวัติโรคหลอดเลือดสมอง และความต้องการของผู้ป่วยร่วมกัน
ใครอาจยังไม่ต้องผ่าตัด
การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบในผู้ที่โรคไม่รุนแรง ไม่มีอาการ และหัวใจยังทำงานดี กลุ่มนี้มักติดตามอาการและตรวจหัวใจตามระยะ พร้อมดูแลความดันโลหิต ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคร่วม ยาอาจช่วยลดอาการหรือภาระของหัวใจ แต่โดยทั่วไปไม่สามารถทำให้ลิ้นที่ตีบมากกลับมาเปิดปกติได้
หากลิ้นยังซ่อมได้ การซ่อมลิ้นอาจเหมาะกว่าการเปลี่ยน เพราะเก็บลิ้นเดิมไว้และอาจลดปัญหาบางอย่างจากลิ้นทดแทน อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งและลักษณะความเสียหาย รวมถึงประสบการณ์ของทีมรักษา
ใครอาจไม่เหมาะกับวิธีใดวิธีหนึ่ง
ไม่มีรายการข้อห้ามที่ใช้ได้กับทุกคน แต่บางภาวะทำให้ต้องเลื่อนการผ่าตัดหรือเลือกวิธีอื่น เช่น
- มีการติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีโรคไต ปอด ตับ หรือโรคทางระบบประสาทรุนแรง ซึ่งทำให้ความเสี่ยงสูง
- มีเลือดออกหรือปัญหาการแข็งตัวของเลือดที่ยังแก้ไขไม่ได้
- โครงสร้างลิ้นหรือหลอดเลือดไม่เหมาะกับการใส่ลิ้นผ่านสายสวน
- มีภาวะอื่นที่คาดว่าจะทำให้ไม่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนลิ้นอย่างมีความหมาย
- ไม่สามารถใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือตรวจติดตามตามที่ลิ้นบางชนิดกำหนด
คำว่า “เสี่ยงสูง” ไม่ได้แปลว่ารักษาไม่ได้เสมอไป บางคนที่เสี่ยงต่อการเปิดหัวใจอาจเหมาะกับการใส่ลิ้นผ่านสายสวน ขณะที่บางคนมีโครงสร้างหัวใจที่การผ่าตัดเปิดให้ผลเหมาะสมกว่า ทีมโรคหัวใจและศัลยแพทย์หัวใจจะร่วมกันประเมินทางเลือก
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวเริ่มจากยืนยันว่าปัญหามาจากลิ้นใด รุนแรงแค่ไหน และควรซ่อมหรือเปลี่ยน การตรวจอาจประกอบด้วยอัลตราซาวด์หัวใจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจเลือด และการตรวจหลอดเลือดหัวใจหรือภาพถ่ายอื่นตามอายุ อาการ และวิธีรักษาที่วางแผนไว้
ก่อนวันรักษา คุณควรทราบคำตอบของเรื่องต่อไปนี้
- จะรักษาลิ้นตำแหน่งใด และเป็นการซ่อมหรือเปลี่ยน
- ใช้วิธีเปิดหัวใจ แผลเล็ก หรือสายสวน
- แนะนำลิ้นชนิดใด เพราะอะไร
- ต้องผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจหรือลิ้นอื่นพร้อมกันหรือไม่
- มีโอกาสเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดในสถานการณ์ใด
- หลังผ่าตัดต้องใช้ยาและตรวจติดตามแบบใด
- ใครจะช่วยดูแลเมื่อกลับบ้าน
อาหารและน้ำ
โรงพยาบาลจะแจ้งเวลาหยุดอาหารและเครื่องดื่มตามชนิดยาระงับความรู้สึกและเวลาทำหัตถการ ให้ทำตามคำสั่งเฉพาะของโรงพยาบาล ไม่ควรคาดเดาเวลาเอง หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง เพราะอาจกระทบความปลอดภัยของการดมยาสลบ (Cleveland Clinic)
ยาที่ใช้อยู่
แจ้งแพทย์ให้ครบทั้งยาตามใบสั่ง ยาซื้อเอง สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม โดยเฉพาะ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาควบคุมความดันและยาขับปัสสาวะ
- ยาที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มเลือดออก
ยาบางชนิดต้องหยุด ปรับ หรือเปลี่ยนชั่วคราว แต่เวลาไม่เหมือนกันในแต่ละคน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าตัวใดควรใช้ต่อ ตัวใดควรหยุด และควรเริ่มใหม่เมื่อใด อย่าหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดเอง เพราะทั้งการหยุดเร็วเกินไปและใช้ต่อโดยไม่ประเมินอาจเป็นอันตรายได้
แจ้งประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้วัสดุ ปฏิกิริยาจากยาสลบ และปัญหาเลือดออกง่าย หากมีฟันผุ เหงือกอักเสบ แผลติดเชื้อ ไข้ ไอ หรือเจ็บป่วยก่อนวันผ่าตัด ให้ติดต่อทีมรักษา เพราะอาจต้องประเมินหรือรักษาก่อน
สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายการยาทั้งหมด พร้อมขนาดและเวลาที่ใช้ตามจริง
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลขอ
- ข้อมูลโรคประจำตัว การแพ้ยา และประวัติการผ่าตัด
- แว่นตา เครื่องช่วยฟัง หรือฟันปลอม พร้อมกล่องเก็บ
- เสื้อผ้าสวมง่ายและรองเท้าที่ไม่ลื่น
- เบอร์ติดต่อผู้ดูแลและแผนเดินทางกลับบ้าน
ควรจัดผู้ดูแลไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงแรกหลังกลับบ้าน ผู้ป่วยอาจยังอ่อนแรง เดินได้ไม่ไกล และไม่ควรขับรถเองจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต
ขั้นตอนการผ่าตัด
ขั้นตอนแตกต่างกันตามลิ้นที่รักษา วิธีเข้าถึงหัวใจ และการผ่าตัดร่วม แต่ภาพรวมแบ่งได้ดังนี้
1. ตรวจยืนยันและเตรียมก่อนเข้าห้องผ่าตัด
ทีมรักษาตรวจชื่อ ตำแหน่งลิ้น แผนการรักษา ประวัติแพ้ยา และยาที่ใช้ จากนั้นใส่สายน้ำเกลือและอุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพ อาจมีการโกนขนและทำความสะอาดบริเวณหน้าอกหรือขาหนีบตามตำแหน่งแผล (Cleveland Clinic)
2. ให้ยาระงับความรู้สึก
การผ่าตัดเปิดหัวใจใช้การดมยาสลบ ผู้ป่วยหลับและไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด การใส่ลิ้นผ่านสายสวนอาจใช้การดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึกร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย ขึ้นกับสุขภาพ วิธีทำ และแนวทางของทีมรักษา
3. เปิดทางเข้าสู่หัวใจ
ในการผ่าตัดเปิด ศัลยแพทย์อาจเปิดกลางหน้าอกหรือทำแผลขนาดเล็กบริเวณทรวงอกตามวิธีที่เลือก หากเป็นการใส่ลิ้นผ่านสายสวน แพทย์จะใส่สายสวนผ่านหลอดเลือด ซึ่งมักเข้าทางขาหนีบ แต่อาจใช้ทางอื่นหากหลอดเลือดไม่เหมาะ
4. ใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมเมื่อจำเป็น
การผ่าตัดเปิดหัวใจโดยทั่วไปต้องใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมเพื่อช่วยหมุนเวียนและเติมออกซิเจนให้เลือดระหว่างที่ศัลยแพทย์ทำงานกับลิ้นหัวใจ ส่วนการใส่ลิ้นผ่านสายสวนโดยทั่วไปไม่ต้องใช้เครื่องนี้
5. นำลิ้นเดิมออกหรือใส่ลิ้นใหม่
ในการผ่าตัดเปิด ศัลยแพทย์นำลิ้นที่เสียหายออก เตรียมวงลิ้น และเย็บลิ้นทดแทนเข้าไป หากเป็นวิธีสายสวน ลิ้นเดิมมักไม่ถูกนำออก ลิ้นใหม่จะถูกส่งผ่านสายสวนและกางภายในตำแหน่งเดิม
หากพบสิ่งที่ต่างจากผลตรวจก่อนผ่าตัด ทีมอาจต้องปรับแผน เช่น ซ่อมโครงสร้างข้างเคียง รักษาลิ้นอื่น หรือทำหัตถการหลอดเลือดหัวใจร่วมกัน ทั้งนี้ควรมีการอธิบายความเป็นไปได้ก่อนขอความยินยอม
6. ตรวจการทำงานของลิ้นและปิดแผล
ทีมตรวจว่าลิ้นเปิดปิดเหมาะสม มีเลือดรั่วรอบลิ้นหรือไม่ และหัวใจทำงานอย่างไร จากนั้นหยุดใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมเมื่อสภาพพร้อม ปิดแผล และย้ายไปหอผู้ป่วยวิกฤตหรือพื้นที่เฝ้าระวัง
หลังผ่าตัดอาจมีท่อช่วยหายใจ สายระบายทรวงอก สายสวนปัสสาวะ สายติดตามความดัน และสายให้ยา อุปกรณ์เหล่านี้จะทยอยนำออกเมื่อการหายใจ การไหลเวียนเลือด และปริมาณสารคัดหลั่งอยู่ในระดับที่ทีมเห็นว่าปลอดภัย
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาทำหัตถการแตกต่างกันมากตามวิธีรักษา ตำแหน่งและจำนวนลิ้น การผ่าตัดร่วม และความซับซ้อนเฉพาะราย ทีมรักษาของโรงพยาบาลจะแจ้งเวลาประมาณการสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน โดยเวลาที่ครอบครัวรออาจนานกว่าเวลาทำหัตถการจริง
เวลาที่ครอบครัวรอจะนานกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมยาสลบ ใส่อุปกรณ์ติดตาม ปลุกจากยาสลบ และย้ายไปพื้นที่เฝ้าระวัง จึงไม่ควรใช้เวลาในห้องผ่าตัดเพียงอย่างเดียวตัดสินว่ามีปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่
การผ่าตัดเปิดหัวใจมักต้องพักรักษาในโรงพยาบาลและเฝ้าระวังในหอผู้ป่วยวิกฤตช่วงแรก การใส่ลิ้นผ่านสายสวนบางรายพักโรงพยาบาลสั้นกว่า แต่ไม่ควรถือว่าเป็นหัตถการแบบกลับบ้านทันทีในทุกแห่ง ระยะนอนโรงพยาบาลขึ้นกับจังหวะหัวใจ การหายใจ การทำงานของไต การเดิน และสภาพแผล โรงพยาบาลในไทยจะกำหนดตามอาการจริงของคุณ
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวมีสองส่วน คือหัวใจปรับตัวต่อการไหลเวียนแบบใหม่ และแผลหรือกระดูกหน้าอกฟื้นตัว ผู้ที่ใส่ลิ้นผ่านสายสวนมักฟื้นด้านแผลเร็วกว่า แต่ยังต้องติดตามลิ้น จังหวะหัวใจ และหลอดเลือดบริเวณที่ใส่สายสวน (Mayo Clinic)
ช่วงแรกหลังผ่าตัด
ในวันแรกๆ ทีมจะช่วยให้คุณลุกนั่ง ยืน เดิน และฝึกหายใจเมื่ออาการคงที่ ความเจ็บแผล อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หรืออารมณ์แปรปรวนอาจเกิดขึ้นได้ อาการควรค่อยๆ ดีขึ้น ไม่ใช่หนักขึ้นต่อเนื่อง
ก่อนกลับบ้าน ทีมควรประเมินว่าคุณหายใจได้เหมาะสม เดินระยะพื้นฐานได้ รับประทานอาหารและยาได้ แผลไม่มีสัญญาณผิดปกติ และมีแผนติดตามชัดเจน
หลังกลับบ้าน
| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักพบหรือทำได้ | สิ่งที่ควรระวัง |
| ช่วงวันแรกๆ | เดินระยะสั้นหลายครั้ง พักเมื่อเหนื่อย ดูแลแผลตามคำสั่ง | ไข้ หอบมากขึ้น แผลแดง บวม มีหนอง หรือเลือดออก |
| ช่วงสัปดาห์แรกๆ | เพิ่มระยะเดินและกิจวัตรเบาๆ ตามกำลัง | อย่าเร่งออกแรงหรือยกของหากแผลหน้าอกยังไม่พร้อม |
| ระยะต่อมา | กลับสู่งานและการออกกำลังกายทีละขั้น อาจเข้าฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ | ต้องได้รับอนุญาตก่อนขับรถ ทำงานหนัก หรือออกกำลังหนัก |
หลังการผ่าตัดเปิดหัวใจ การฟื้นตัวโดยรวมมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ และอาจนานกว่านั้นหากต้องทำหัตถการหลายอย่าง มีโรคร่วม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน วิธีแผลเล็กหรือสายสวนอาจฟื้นเร็วกว่า แต่เวลาเฉพาะสำหรับกลับไปทำงาน ขับรถ ยกของ และออกกำลังกายต้องอิงชนิดงาน ตำแหน่งแผล และผลตรวจของคุณ
งานนั่งโต๊ะมักกลับได้เร็วกว่างานยกของ งานบนที่สูง หรืออาชีพที่ต้องขับรถเป็นเวลานาน หากเปิดกระดูกกลางหน้าอก ศัลยแพทย์จะกำหนดข้อจำกัดการยก ดัน หรือดึงของจนกว่ากระดูกจะมั่นคง อย่าใช้ความเจ็บเพียงอย่างเดียวเป็นเกณฑ์ เพราะกระดูกอาจยังไม่สมานแม้ปวดน้อยลงแล้ว
การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจเป็นโปรแกรมออกกำลังกายและให้ความรู้ภายใต้การดูแล ช่วยให้กลับไปทำกิจกรรมอย่างเป็นขั้นตอน โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแรงหรือมีโรคหัวใจอื่นร่วมด้วย ทีมรักษาจะพิจารณาว่าเริ่มได้เมื่อใด
การติดตามระยะยาว
ผู้ที่มีลิ้นทดแทนต้องติดตามกับแพทย์โรคหัวใจ แม้อาการดีขึ้นแล้ว การติดตามอาจรวมการตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์หัวใจ และตรวจเลือดตามชนิดลิ้นและยาที่ใช้ หากเป็นลิ้นโลหะ การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและการตรวจเลือดตามนัดมีความสำคัญมาก
แจ้งแพทย์และทันตแพทย์ทุกครั้งว่ามีลิ้นหัวใจทดแทน ก่อนทำหัตถการทางทันตกรรมหรือการผ่าตัดอื่น แพทย์จะประเมินว่าต้องจัดการยาและป้องกันการติดเชื้ออย่างไร อย่าซื้อยาหรือหยุดยาเอง
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
ความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นกับอายุ ความรุนแรงของโรค การทำงานของหัวใจ โรคไต โรคปอด ประวัติโรคหลอดเลือดสมอง การผ่าตัดเดิม และวิธีเปลี่ยนลิ้น แพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนขอความยินยอม
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
เลือดออก
อาจเกิดระหว่างหรือหลังผ่าตัด บางรายต้องรับเลือดหรือกลับเข้าห้องผ่าตัดเพื่อห้ามเลือด ความเสี่ยงสัมพันธ์กับชนิดการผ่าตัด ภาวะการแข็งตัวของเลือด และยาที่ใช้ (NHS)
การติดเชื้อ
อาจเป็นการติดเชื้อที่แผล ปอด กระแสเลือด หรือลิ้นหัวใจทดแทน แผลที่ปวด แดง บวม ร้อน มีหนอง หรือมีไข้ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรอดูจนถึงวันนัด
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
หัวใจอาจเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอหลังผ่าตัด บางชนิดดีขึ้นในไม่กี่วัน บางรายต้องใช้ยา ช็อกไฟฟ้าหัวใจ หรือใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหากจังหวะยังผิดปกติ
ลิ่มเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง
ลิ่มเลือดอาจเกิดบนลิ้นหรือในระบบไหลเวียนและเคลื่อนไปอุดหลอดเลือดสมอง ผู้มีลิ้นโลหะต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดระยะยาวเพื่อช่วยลดความเสี่ยง แต่ยาก็เพิ่มโอกาสเลือดออก
ไตทำงานลดลง
การผ่าตัดอาจทำให้ไตทำงานแย่ลงชั่วคราว โดยมีโอกาสมากขึ้นในผู้ที่มีโรคไตเดิม บางรายอาจต้องใช้การบำบัดทดแทนไตหากอาการรุนแรง
ปัญหาจากลิ้นใหม่
ลิ้นอาจรั่วรอบขอบ เกิดลิ่มเลือด ติดเชื้อ เสื่อม หรือทำงานผิดปกติในภายหลัง ลิ้นเนื้อเยื่อมีโอกาสเสื่อมตามเวลาและอาจต้องรักษาซ้ำ ส่วนลิ้นโลหะทนทานกว่าแต่ต้องจัดการเรื่องยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ภาวะแทรกซ้อนอื่น
อาจเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว ปอดอักเสบ น้ำรอบปอด แผลหรือกระดูกหน้าอกสมานช้า เส้นประสาทบาดเจ็บ ความสับสนหลังผ่าตัด หรือเสียชีวิตได้ ความเสี่ยงรุนแรงต้องชั่งกับความเสี่ยงของการไม่รักษา เพราะโรคลิ้นหัวใจรุนแรงเองอาจนำไปสู่หัวใจล้มเหลว เป็นลม หรือภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิต
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อทีมรักษาโดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้
- แผลปวด แดง บวม หรือร้อนมากขึ้น
- มีเลือด หนอง หรือของเหลวไหลจากแผล
- มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกร้อนสลับหนาว
- ใจสั่นหรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดปกติ
- หอบมากขึ้น น้ำหนักเพิ่มเร็ว หรือขาบวมมากขึ้น
- หน้ามืด เป็นลม อ่อนแรงผิดปกติ หรือรับประทานอาหารไม่ได้
- มีเลือดออกง่ายผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไม่หยุด ปัสสาวะหรืออุจจาระมีเลือด โดยเฉพาะผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (NHS)
ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือเรียกรถพยาบาลทันที หากมี
- หายใจลำบากเฉียบพลัน เจ็บหน้าอกรุนแรง ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ
- หน้าเบี้ยว แขนหรือขาอ่อนแรงด้านหนึ่ง พูดไม่ชัด สับสนเฉียบพลัน หรือมองเห็นผิดปกติ
- แขนหรือขาปวด บวม แดง และร้อนอย่างเฉียบพลัน
- เลือดออกมากหรือไม่หยุด
- หัวใจเต้นผิดปกติร่วมกับเจ็บหน้าอก หอบ หน้ามืด หรือเป็นลม
อย่าขับรถไปโรงพยาบาลเองหากมีอาการรุนแรง ให้ผู้ดูแลโทรขอความช่วยเหลือและนำรายการยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับว่าลิ้นหัวใจผิดปกติชนิดใด รุนแรงเพียงใด และกระทบหัวใจแล้วหรือไม่
เฝ้าติดตาม
หากโรคยังไม่รุนแรง ไม่มีอาการ และหัวใจยังทำงานดี แพทย์อาจติดตามด้วยการซักอาการ ตรวจร่างกาย และอัลตราซาวด์หัวใจเป็นระยะ พร้อมดูแลโรคร่วม การติดตามไม่ใช่การละเลย แต่ต้องมาตามนัดและแจ้งเมื่อความสามารถในการออกแรงลดลง (Mayo Clinic)
รักษาด้วยยา
ยาช่วยควบคุมความดัน ลดน้ำคั่ง ควบคุมจังหวะหัวใจ หรือลดความเสี่ยงลิ่มเลือดได้ แต่ยาไม่สามารถแก้โครงสร้างของลิ้นที่ตีบรุนแรงให้กลับเป็นปกติ การใช้ยาอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอเมื่อโรครุนแรง
ซ่อมลิ้นหัวใจ
หากโครงสร้างยังซ่อมได้ แพทย์อาจเย็บ ปรับรูปร่าง เสริมวงลิ้น หรือแก้ส่วนที่ทำให้ปิดไม่สนิท การซ่อมช่วยเก็บลิ้นเดิมไว้และอาจหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของลิ้นทดแทนบางชนิด แต่ใช้ไม่ได้กับทุกลักษณะโรค
ขยายลิ้นด้วยบอลลูน
แพทย์สอดสายสวนที่มีบอลลูนไปยังลิ้นแล้วขยายช่องเปิด วิธีนี้ใช้ได้ในบางสถานการณ์ สำหรับผู้ใหญ่ที่มีลิ้นเอออร์ตาตีบ ผลอาจไม่คงอยู่ จึงมักใช้ในผู้ที่ยังไม่พร้อมรับการรักษาหลักหรือใช้เป็นสะพานไปสู่การเปลี่ยนลิ้น ส่วนข้อบ่งชี้ของลิ้นตำแหน่งอื่นแตกต่างกัน
เลือกระหว่างการผ่าตัดเปิดกับสายสวน
ทั้งสองวิธีเป็นการเปลี่ยนลิ้น ไม่ใช่วิธีหนึ่งดีกว่าอีกวิธีในทุกกรณี การผ่าตัดเปิดอาจเหมาะเมื่ออายุน้อย ต้องทำหลอดเลือดหัวใจหรือลิ้นอื่นร่วมด้วย หรือโครงสร้างไม่เหมาะกับสายสวน ส่วนวิธีสายสวนอาจเหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงจากการเปิดหัวใจหรือมีลักษณะทางกายวิภาคที่รองรับ ทีมรักษาจะเปรียบเทียบความทนทานของลิ้น ความเสี่ยงระยะสั้น และทางเลือกหากต้องรักษาซ้ำ
สิทธิการรักษา
การใช้สิทธิขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการอุปกรณ์ที่สิทธิครอบคลุม ควรตรวจสอบก่อนนัดรักษา เพราะการผ่าตัดเปิดหัวใจกับการใส่ลิ้นผ่านสายสวนอาจมีเงื่อนไขต่างกัน
สิทธิประกันสังคม
เริ่มติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพในการผ่าตัดหัวใจ แพทย์อาจออกเอกสารส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่รับรักษา ควรถามว่า
- ต้องมีใบส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- วิธีรักษาและชนิดลิ้นที่แพทย์แนะนำอยู่ในสิทธิหรือไม่
- การตรวจใดต้องทำที่โรงพยาบาลต้นสังกัด
- ยาและการตรวจเลือดระยะยาวรับได้ที่ใด
สิทธิบัตรทอง
ติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลคุณ เพื่อรับการประเมินและส่งต่อตามระบบ การรักษาฉุกเฉินใช้หลักเกณฑ์ต่างจากการรักษาที่วางแผนล่วงหน้า ควรตรวจสอบเส้นทางส่งต่อ เอกสาร และสถานพยาบาลปลายทางก่อนวันนัด
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน
เงื่อนไขขึ้นกับต้นสังกัด โรงพยาบาล และวิธีเบิก อุปกรณ์ลิ้นบางชนิดหรือวิธีรักษาบางแบบอาจต้องผ่านการอนุมัติ ควรให้เจ้าหน้าที่สิทธิประสานกับแพทย์ผู้รักษาเพื่อยืนยันเอกสาร
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจสอบว่ากรมธรรม์ครอบคลุมโรคลิ้นหัวใจ การผ่าตัดใหญ่ อุปกรณ์ลิ้น หอผู้ป่วยวิกฤต และการรักษาโรคที่มีมาก่อนหรือไม่ ขอให้โรงพยาบาลส่งแผนการรักษาเพื่อพิจารณาอนุมัติล่วงหน้า และถามว่าการติดตาม การตรวจเลือด ยาระยะยาว หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจรวมอยู่ด้วยหรือไม่
ไม่ว่าจะใช้สิทธิใด ควรเก็บรายงานอัลตราซาวด์หัวใจ ผลตรวจ รายการยา ใบส่งตัว และหนังสืออนุมัติไว้ด้วยกัน หากจำเป็นต้องเปลี่ยนโรงพยาบาล เอกสารเหล่านี้ช่วยให้ทีมใหม่ประเมินต่อได้เร็วขึ้น
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจจำเป็นทุกคนที่ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบหรือไม่
ไม่จำเป็น ผู้ที่โรคยังไม่รุนแรง ไม่มีอาการ และหัวใจยังทำงานดีอาจติดตามอาการและผลตรวจไปก่อน ส่วนการผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อโรครุนแรง มีอาการ หรือเริ่มกระทบหัวใจ (Cleveland Clinic)
ควรเลือกลิ้นโลหะหรือลิ้นเนื้อเยื่อ
ไม่มีชนิดใดเหมาะกับทุกคน ลิ้นโลหะทนทานกว่าแต่โดยทั่วไปต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดระยะยาว ส่วนลิ้นเนื้อเยื่ออาจหลีกเลี่ยงยาระยะยาวจากเหตุของตัวลิ้นได้ แต่เสื่อมและอาจต้องรักษาซ้ำในอนาคต
เปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่เปิดหน้าอกได้หรือไม่
ทำได้ในผู้ป่วยบางราย โดยใส่ลิ้นผ่านสายสวน แต่ความเหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งลิ้น โครงสร้างหัวใจและหลอดเลือด อายุ โรคร่วม และการรักษาที่อาจต้องทำพร้อมกัน
การผ่าตัดใช้ยาสลบหรือไม่
การผ่าตัดเปิดหัวใจใช้การดมยาสลบ ส่วนการใส่ลิ้นผ่านสายสวนอาจใช้ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึกร่วมกับยาช่วยผ่อนคลายตามแผนของทีมรักษา
หลังผ่าตัดต้องอยู่หอผู้ป่วยวิกฤตหรือไม่
ผู้ที่ผ่าตัดเปิดหัวใจมักต้องเฝ้าระวังในหอผู้ป่วยวิกฤตช่วงแรก ส่วนผู้ที่ทำผ่านสายสวนอาจอยู่พื้นที่เฝ้าระวังรูปแบบอื่น ระยะเวลาขึ้นกับการหายใจ จังหวะหัวใจ ความดัน และการทำงานของอวัยวะต่างๆ
จะกลับไปทำงานได้เมื่อใด
งานเบามักกลับได้เร็วกว่างานใช้แรง แต่ไม่มีช่วงเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน การเปิดกระดูกหน้าอก การผ่าตัดร่วม โรคร่วม และภาวะแทรกซ้อนมีผลต่อเวลา ศัลยแพทย์จะประเมินจากแผล การเดิน และลักษณะงานก่อนอนุญาต
หลังเปลี่ยนลิ้นต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดตลอดชีวิตหรือไม่
ขึ้นกับชนิดลิ้นและโรคอื่น ผู้มีลิ้นโลหะโดยทั่วไปต้องใช้ยาระยะยาว ส่วนลิ้นเนื้อเยื่ออาจไม่ต้องใช้ตลอดชีวิตเพราะตัวลิ้น แต่ยังอาจจำเป็นหากมีหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือข้อบ่งชี้อื่น
ลิ้นหัวใจทดแทนอยู่ได้นานแค่ไหน
ลิ้นโลหะมีความทนทานสูง ส่วนลิ้นเนื้อเยื่อมักมีอายุใช้งานประมาณ 10-20 ปีตามแหล่งอ้างอิง แต่ระยะจริงขึ้นกับอายุ ตำแหน่งลิ้น สุขภาพ และชนิดอุปกรณ์ จึงไม่ใช่การรับประกันว่าจะอยู่ได้นานเท่ากันทุกคน (Cleveland Clinic)
สามารถตั้งครรภ์หลังเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้หรือไม่
บางคนตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องวางแผนกับแพทย์โรคหัวใจและสูติแพทย์ก่อน เพราะการตั้งครรภ์เพิ่มภาระต่อหัวใจ และยาต้านการแข็งตัวของเลือดบางชนิดต้องจัดการอย่างเฉพาะเจาะจง เรื่องแผนตั้งครรภ์ควรนำมาพิจารณาตั้งแต่ก่อนเลือกลิ้น
หลังผ่าตัดทำฟันได้หรือไม่
ทำได้ แต่ต้องแจ้งทันตแพทย์ว่ามีลิ้นหัวใจทดแทนทุกครั้ง แพทย์จะพิจารณาการป้องกันการติดเชื้อและการจัดการยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามชนิดหัตถการ อย่าหยุดยาเองก่อนทำฟัน
ลิ้นใหม่ทำให้มีเสียงหรือไม่
ลิ้นโลหะอาจมีเสียงคลิกเมื่อเปิดปิด ซึ่งบางคนได้ยินชัดในช่วงที่เงียบ เสียงนี้อาจเป็นลักษณะปกติของลิ้นชนิดนั้น แต่หากเสียงเปลี่ยนไปพร้อมกับเหนื่อย เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือหน้ามืด ควรติดต่อทีมรักษา
ถ้าไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น
หากโรคยังไม่รุนแรง การติดตามอาจเหมาะสม แต่หากลิ้นหัวใจรุนแรงและเริ่มกระทบการสูบฉีด การปล่อยไว้เสี่ยงต่อหัวใจล้มเหลว เป็นลม และภาวะแทรกซ้อนอื่น ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ชัด ความเสี่ยงจากการไม่รักษาอาจสูงกว่าความเสี่ยงของการผ่าตัด
หลังผ่าตัดออกกำลังกายได้หรือไม่
ออกกำลังกายได้เมื่อทีมรักษาประเมินว่าปลอดภัย โดยเริ่มจากการเดินและเพิ่มระดับทีละน้อย ผู้ที่เปิดกระดูกหน้าอกต้องระวังกิจกรรมที่ใช้แรงแขนและทรวงอกจนกว่ากระดูกจะมั่นคง โปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจช่วยกำหนดระดับที่เหมาะสมได้
ต้องติดตามแพทย์ตลอดไปหรือไม่
ควรติดตามระยะยาว เพราะลิ้นทดแทนอาจเสื่อม ติดเชื้อ เกิดลิ่มเลือด หรือทำงานผิดปกติได้ และยาบางชนิดต้องตรวจเลือดสม่ำเสมอ แม้ไม่มีอาการก็ควรมาตามนัด
ควรถามแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าลิ้นใดมีปัญหา รุนแรงเพียงใด ซ่อมได้หรือไม่ เหตุใดจึงแนะนำวิธีนี้ ลิ้นชนิดใดเหมาะกับคุณ ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลคืออะไร ต้องใช้ยาและติดตามอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นหากเลือกติดตามต่อแทนการผ่าตัด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณชั่งประโยชน์ ข้อจำกัด และผลกระทบระยะยาวได้ตรงกับชีวิตของตนเอง
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Heart Valve Replacement: Surgery & Recovery — เกี่ยวกับ Heart valve replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Complications of a heart valve replacement — เกี่ยวกับ Heart valve replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Aortic valve repair and aortic valve replacement — เกี่ยวกับ Heart-valve replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


