ผ่าตัดกระดูกใบหน้าหัก
ผ่าตัดกระดูกใบหน้าหัก (Facial-fracture reconstruction) คือการจัดกระดูกที่แตกหรือเคลื่อนให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แล้วตรึงไว้เพื่อช่วยฟื้นการมองเห็น การหายใจ การสบฟัน การเคี้ยว และรูปทรงของใบหน้า ไม่ใช่กระดูกใบหน้าหักทุกกรณีต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งและความรุนแรงของรอยหัก รวมถึงผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อกระดูกเคลื่อนผิดตำแหน่ง ใบหน้าผิดรูป สบฟันเปลี่ยน หรือการมองเห็น หายใจ เคี้ยว และอ้าปากได้รับผลกระทบ
- วิธีรักษามีตั้งแต่เฝ้าดูอาการ จัดกระดูกโดยไม่เปิดแผล ไปจนถึงเปิดแผลเพื่อจัดกระดูกและยึดด้วยแผ่นหรือสกรู บางรายต้องซ่อมเนื้อเยื่อ เส้นประสาท หรือเบ้าตาร่วมด้วย
- ระยะพักฟื้นแตกต่างกันมากตามกระดูกที่หัก จำนวนตำแหน่ง ความเสียหายร่วม และชนิดงาน คุณอาจทำกิจวัตรเบาๆ ได้ก่อนที่กระดูกจะเชื่อมแข็งแรงเต็มที่
ผ่าตัดกระดูกใบหน้าหัก คืออะไร
การผ่าตัดบูรณะกระดูกใบหน้าหักเป็นการซ่อมกระดูกบริเวณหน้าผาก เบ้าตา โหนกแก้ม จมูก ขากรรไกรบน ขากรรไกรล่าง หรือกระดูกหลายส่วนพร้อมกัน การบาดเจ็บอาจเกิดจากอุบัติเหตุทางถนน การหกล้ม กีฬา การถูกกระแทก หรือเหตุรุนแรงอื่นๆ
ใบหน้าประกอบด้วยกระดูกหลายชิ้นที่อยู่ใกล้ตา เส้นประสาท ทางเดินหายใจ ช่องปาก และฟัน กระดูกหักจึงอาจไม่ได้ทำให้เกิดเพียงอาการบวมช้ำ แต่ยังทำให้เกิดปัญหา เช่น
- มองเห็นภาพซ้อน ตามัว หรือลูกตาอยู่ผิดตำแหน่ง
- จมูกอุดตัน หายใจทางจมูกลำบาก
- ฟันบนและฟันล่างสบกันไม่เหมือนเดิม
- อ้าปาก เคี้ยว กลืน หรือพูดลำบาก
- ใบหน้าแบน ยุบ เบี้ยว หรือไม่สมมาตร
- ชาบริเวณแก้ม ริมฝีปาก คาง หรือฟัน
- มีแผลเปิด เนื้อเยื่อฉีกขาด หรือกระดูกสัมผัสช่องปากและโพรงอากาศ
เป้าหมายของการรักษาคือทำให้โครงสร้างกลับมาใกล้ตำแหน่งเดิม ปกป้องการทำงานของตาและทางเดินหายใจ ทำให้การสบฟันเหมาะสม และลดความผิดรูปที่อาจคงอยู่ ไม่สามารถรับประกันได้ว่ารูปหน้า ความรู้สึก หรือการทำงานทุกอย่างจะกลับมาเหมือนก่อนบาดเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อมีการทำลายเส้นประสาท กล้ามเนื้อ ดวงตา ฟัน หรือเนื้อเยื่ออย่างรุนแรง
วิธีผ่าตัดที่ใช้บ่อยคือการเปิดแผลเพื่อจัดกระดูกและยึดตรึงภายใน ศัลยแพทย์เข้าถึงกระดูกที่หัก จัดชิ้นกระดูกให้เข้าที่ แล้วใช้แผ่นและสกรูขนาดเหมาะสมยึดไว้ แผลอาจซ่อนอยู่ในช่องปาก แนวเปลือกตา คิ้ว หนังศีรษะ หรือรอยพับตามธรรมชาติ ทั้งนี้ขึ้นกับตำแหน่งที่ต้องซ่อม (Cleveland Clinic)
ถ้ามีเนื้อเยื่อสูญเสียมาก การบูรณะอาจต้องใช้กระดูก ผิวหนัง ไขมัน กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อพร้อมหลอดเลือดจากส่วนอื่นของร่างกาย ขั้นตอนลักษณะนี้ซับซ้อนกว่าการจัดและยึดกระดูกทั่วไป และอาจต้องรักษาเป็นหลายระยะ
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครบ้างที่อาจต้องผ่าตัด
แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเมื่อประโยชน์จากการจัดกระดูกและซ่อมโครงสร้างมีมากกว่าความเสี่ยง โดยเฉพาะกรณีต่อไปนี้
- กระดูกหักเคลื่อนหรือยุบจนรูปหน้าเปลี่ยนชัดเจน
- ฟันสบกันผิดไปจากก่อนบาดเจ็บ หรือขากรรไกรไม่มั่นคง
- กระดูกหักรบกวนการอ้าปาก การเคี้ยว การกลืน หรือการพูด
- มีภาพซ้อน การเคลื่อนไหวของตาผิดปกติ หรือลูกตาอยู่ผิดตำแหน่ง
- กระดูกบริเวณเบ้าตาหักและมีเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อตาติดอยู่
- ทางเดินหายใจหรือทางจมูกอุดกั้นจากโครงสร้างที่เคลื่อน
- แผลเปิดปนเปื้อน มีชิ้นกระดูกไม่มั่นคง หรือเนื้อเยื่อใบหน้าฉีกขาดมาก
- กระดูกหักหลายตำแหน่ง หรือใบหน้าส่วนกลางไม่มั่นคง
- การจัดกระดูกโดยไม่เปิดแผลไม่สามารถคืนตำแหน่งที่เหมาะสมได้
อาการปวด บวม หรือช้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด แพทย์จะตรวจการมองเห็น การเคลื่อนไหวของตา การสบฟัน ความรู้สึกบนใบหน้า การหายใจ และความสมมาตร ร่วมกับภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อวางแผนรักษา ภาพสามมิติอาจช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของกระดูก เนื้อเยื่อ เส้นประสาท และหลอดเลือดในกรณีซับซ้อน (Cleveland Clinic)
กรณีที่อาจไม่ต้องผ่าตัด
การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบ หากรอยหักไม่เคลื่อน โครงหน้าและการสบฟันยังเหมาะสม ไม่มีอวัยวะสำคัญถูกกดหรือขัง และคาดว่ากระดูกจะสมานได้โดยไม่เกิดความผิดปกติที่มีนัยสำคัญ ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจได้รับการเฝ้าดูอาการ ปรับอาหาร ดูแลแผล และนัดตรวจติดตาม
บางกรณีแพทย์อาจเลื่อนการผ่าตัดชั่วคราว เพราะต้องจัดการภาวะที่อันตรายกว่าก่อน เช่น การบาดเจ็บสมอง เลือดออกมาก การบาดเจ็บคอหรือทรวงอก ภาวะติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือสุขภาพโดยรวมยังไม่พร้อมต่อการดมยาสลบ
หากบาดเจ็บมานานจนกระดูกเชื่อมผิดตำแหน่งแล้ว การรักษาอาจไม่ใช่การจัดกระดูกแบบระยะเฉียบพลัน แต่อาจเป็นการผ่าตัดแก้ไขกระดูกที่เชื่อมผิด ซึ่งต้องวางแผนต่างออกไป
ผู้ที่สูบบุหรี่ เบาหวานควบคุมไม่ดี มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ไม่ได้หมายความว่าผ่าตัดไม่ได้เสมอไป แต่ทีมรักษาต้องประเมินและลดความเสี่ยงก่อน
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวขึ้นกับว่าผ่าตัดแบบเร่งด่วนหรือวางแผนล่วงหน้า ผู้บาดเจ็บรุนแรงอาจได้รับการดูแลทางเดินหายใจ ห้ามเลือด ประเมินสมองและกระดูกคอก่อน ส่วนผู้ที่อาการคงที่มักมีเวลาตรวจรายละเอียดและอธิบายทางเลือก
การตรวจที่อาจต้องทำ
แพทย์อาจตรวจหรือสั่งการประเมินต่อไปนี้ตามลักษณะการบาดเจ็บ
- ตรวจการมองเห็น รูม่านตา และการเคลื่อนไหวของลูกตา
- ตรวจจมูก ช่องปาก ฟัน และการสบฟัน
- ตรวจความรู้สึกและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า
- ถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของกระดูกใบหน้า
- ตรวจเลือดและประเมินความพร้อมต่อยาระงับความรู้สึก
- ตรวจฟันหรือภาพรังสีทางทันตกรรมในกรณีขากรรไกรหัก
- ปรึกษาแพทย์สาขาอื่น หากมีการบาดเจ็บของตา สมอง เส้นประสาท หรือทางเดินหายใจ
การซ่อมกระดูกใบหน้าหลายตำแหน่งอาจต้องทำงานร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์เสริมสร้าง ศัลยแพทย์ช่องปากและขากรรไกร จักษุแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบประสาท หรือทันตแพทย์ ขึ้นกับอวัยวะที่เสียหาย (Cleveland Clinic)
การงดน้ำและอาหาร
หากต้องใช้ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก ทีมวิสัญญีจะบอกเวลาที่ต้องหยุดอาหาร น้ำ นม และเครื่องดื่มแต่ละชนิดอย่างชัดเจน อย่าคาดเดาเวลาเอง เพราะความเร่งด่วนของการผ่าตัดและภาวะทางเดินหายใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
หากเพิ่งรับประทานอาหารก่อนเกิดอุบัติเหตุ ให้บอกทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดฉุกเฉินบางกรณียังต้องดำเนินต่อ แต่ทีมวิสัญญีจำเป็นต้องรู้เพื่อป้องกันการสำลัก
ยาและอาหารเสริม
แจ้งรายการยาทั้งหมด รวมถึงยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยาความดัน ยาสมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง เพราะการหยุดยาบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน หลอดเลือดสมอง หรือโรคประจำตัวกำเริบ
ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าให้ใช้ หยุด หรือปรับยาเมื่อใด โดยพิจารณาชนิดยา เหตุผลที่ใช้ ความเร่งด่วนของการผ่าตัด และความเสี่ยงเลือดออกของคุณ
สิ่งที่ควรแจ้งและนำไปโรงพยาบาล
- ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้วัสดุ
- โรคประจำตัวและประวัติแพ้ยาสลบ
- รายการยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางรังสีจากสถานพยาบาลเดิม
- ข้อมูลเกี่ยวกับฟันปลอม ฟันโยก เครื่องมือจัดฟัน หรือรากฟันเทียม
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- ผู้ดูแลสำหรับรับกลับและช่วยดูแลช่วงแรก หากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน
ก่อนลงนามยินยอม ควรถามให้เข้าใจว่าต้องซ่อมกระดูกส่วนใด แผลจะอยู่ตรงไหน จะใช้วัสดุตรึงหรือไม่ มีโอกาสต้องถอนหรือซ่อมฟันหรือไม่ และอาจต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้งหรือเปล่า
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดแตกต่างกันตามกระดูกที่หัก แต่โดยทั่วไปมีลำดับสำคัญดังนี้
1. ระงับความรู้สึกและดูแลทางเดินหายใจ
กรณีบาดเจ็บเล็กและซ่อมเฉพาะแผลอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่การซ่อมกระดูกที่เคลื่อนหรือหักหลายตำแหน่งมักทำภายใต้การดมยาสลบ (Penn Medicine) วิสัญญีแพทย์จะเลือกวิธีดูแลทางเดินหายใจโดยคำนึงถึงการบาดเจ็บของจมูก ช่องปาก และขากรรไกร
2. ตรวจตำแหน่งและวางแนวอ้างอิง
ศัลยแพทย์ตรวจภาพถ่ายทางรังสี ตำแหน่งฟัน และรูปทรงใบหน้าอีกครั้ง หากขากรรไกรหัก การสบฟันเดิมมักเป็นแนวอ้างอิงสำคัญในการจัดกระดูก
3. เปิดทางเข้าถึงกระดูก
แผลผ่าตัดอาจอยู่ภายในช่องปาก ใต้หรือด้านในเปลือกตา บริเวณคิ้ว แนวไรผม หรือจุดอื่นที่เข้าถึงรอยหักได้ ศัลยแพทย์พยายามเลือกทางเข้าที่ซ่อมกระดูกได้เหมาะสมพร้อมลดผลต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง แต่บางตำแหน่งหลีกเลี่ยงแผลภายนอกไม่ได้
4. จัดกระดูกกลับเข้าตำแหน่ง
ศัลยแพทย์แยกและขยับชิ้นกระดูกกลับมาอยู่ในแนวที่เหมาะสม ขั้นตอนนี้เรียกว่าการจัดกระดูก หากเป็นกระดูกที่เริ่มติดผิดตำแหน่ง อาจต้องแยกรอยเชื่อมก่อนจึงจะจัดใหม่ได้
กรณีขากรรไกร ทีมรักษาอาจจัดฟันบนและล่างให้สบกันก่อน แล้วจึงซ่อมกระดูก หากมีฟันแตก ฟันหลุด หรือฟันอยู่ในแนวรอยหัก แพทย์จะประเมินเป็นรายซี่ว่าจะเก็บหรือเอาออก
5. ยึดกระดูกให้มั่นคง
เมื่อกระดูกอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ศัลยแพทย์อาจใช้แผ่น สกรู หรือลวดเพื่อคงแนวกระดูกไว้ วัสดุเหล่านี้มักอยู่ใต้เนื้อเยื่อและไม่เห็นจากภายนอก ไม่จำเป็นต้องนำออกทุกคน แต่บางรายอาจต้องนำออกภายหลังหากติดเชื้อ ระคายเคือง โผล่ หรือมีเหตุทางการรักษาอื่น
ขากรรไกรบางกรณีอาจต้องใช้เครื่องมือช่วยตรึงฟันบนกับฟันล่างชั่วคราว หรือใช้ยางช่วยประคองการสบฟัน ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความมั่นคงของกระดูกและแผนรักษา
6. ซ่อมอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เสียหายร่วม
หากเบ้าตาสูญเสียผนังกระดูก อาจต้องใช้วัสดุหรือกระดูกสร้างฐานรองรับเนื้อเยื่อรอบตา หากมีเนื้อเยื่อขาดหายมาก อาจต้องปลูกถ่ายกระดูกหรือย้ายเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นของร่างกาย กรณีซับซ้อนอาจต้องเชื่อมหลอดเลือดขนาดเล็กเพื่อเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ย้ายมา
แผลฉีกขาดของผิวหนัง กล้ามเนื้อ ท่อน้ำตา เส้นประสาท หรือเยื่อบุช่องปากอาจได้รับการซ่อมในครั้งเดียวกัน แต่ความเสียหายบางอย่างต้องรักษาเป็นขั้นตอน
7. ตรวจความมั่นคงและปิดแผล
ศัลยแพทย์ตรวจแนวกระดูก การสบฟัน การเคลื่อนไหวของขากรรไกร และความสมมาตร ก่อนล้างแผลและเย็บปิด อาจใส่สายระบายหากคาดว่าจะมีเลือดหรือของเหลวสะสม
หลังผ่าตัด คุณจะได้รับการเฝ้าดูการหายใจ เลือดออก การมองเห็น ระดับความรู้สึกตัว และอาการบวมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อซ่อมบริเวณจมูก ขากรรไกร หรือเบ้าตา
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดไม่มีระยะเวลามาตรฐานเดียว รอยหักเฉพาะตำแหน่งที่จัดและยึดได้ตรงไปตรงมาใช้เวลาน้อยกว่าการบาดเจ็บหลายส่วนที่ต้องซ่อมเบ้าตา ขากรรไกร เนื้อเยื่อ และหลอดเลือดร่วมกัน ศัลยแพทย์จะประเมินช่วงเวลาได้ดีขึ้นหลังดูภาพถ่ายทางรังสีและกำหนดแผนผ่าตัด
ปัจจัยที่ทำให้การผ่าตัดนานขึ้น ได้แก่
- กระดูกหักหลายตำแหน่งหรือแตกเป็นชิ้นเล็ก
- กระดูกสูญหายหรือต้องปลูกถ่ายกระดูก
- มีแผลปนเปื้อนหรือเนื้อเยื่อเสียหายมาก
- ต้องซ่อมตา เส้นประสาท หลอดเลือด หรือท่อน้ำตาร่วมด้วย
- กระดูกเริ่มเชื่อมผิดตำแหน่งแล้ว
- ต้องจัดการฟันและการสบฟันที่ซับซ้อน
- ต้องย้ายเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นมาบูรณะ
การผ่าตัดซ่อมกระดูกที่เคลื่อนหรือหลายตำแหน่งมักใช้การดมยาสลบ ส่วนแผลตื้นหรือการบาดเจ็บขนาดเล็กบางชนิดอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ (Penn Medicine)
บางรายกลับบ้านได้หลังเฝ้าดูอาการ แต่การผ่าตัดใหญ่ การบาดเจ็บหลายระบบ อาการบวมมาก หรือมีความเสี่ยงต่อทางเดินหายใจอาจต้องพักรักษาในโรงพยาบาล ระยะพักขึ้นอยู่กับความมั่นคงของอาการ ไม่ควรใช้แนวทางของต่างประเทศเป็นกำหนดตายตัวสำหรับการรักษาในประเทศไทย
พักฟื้นนานแค่ไหน
การหายบวม การกลับไปทำงาน และการเชื่อมของกระดูกเป็นคนละช่วงกัน คุณอาจรู้สึกดีขึ้นและทำกิจวัตรเบาๆ ได้ก่อนที่กระดูกจะรับแรงกระแทกได้เต็มที่ จึงต้องทำตามข้อจำกัดของศัลยแพทย์แม้อาการปวดจะลดลงแล้ว
| ช่วงการพักฟื้น | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรระวัง |
| ช่วงแรกหลังผ่าตัด | บวม ช้ำ ปวด ตึง ชา และรับประทานลำบาก | เลือดออก หายใจลำบาก ตามัวลง หรือบวมเร็วผิดปกติ |
| หลายวันแรก | อาการบวมอาจยังชัดก่อนค่อยๆ ลดลง | อย่ากด นวด หรือกระแทกบริเวณผ่าตัด |
| ช่วงหลายสัปดาห์ | แผลและการทำงานค่อยๆ ดีขึ้น อาจยังชาและเคี้ยวไม่ถนัด | หลีกเลี่ยงกีฬาและงานเสี่ยงกระแทกจนแพทย์อนุญาต |
| ช่วงหลายเดือน | กระดูก เส้นประสาท รอยแผล และรูปหน้าปรับตัวต่อเนื่อง | มาตรวจติดตามเพื่อประเมินการสบฟัน การมองเห็น และการเชื่อมของกระดูก |
อาการบวมและช้ำมักเห็นชัดในช่วงแรกและค่อยๆ ดีขึ้นภายในหลายวันถึงประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่การผ่าตัดหลายตำแหน่งอาจบวมนานกว่า (Penn Medicine) อาการชาบริเวณแก้ม ริมฝีปาก หรือคางอาจฟื้นช้ากว่าอาการบวม เพราะเส้นประสาทต้องใช้เวลาฟื้น และบางรายอาจมีความรู้สึกผิดปกติคงเหลือ
งานศึกษาย้อนหลังในผู้ป่วยกระดูกใบหน้าหักที่ได้รับการผ่าตัดพบว่าครึ่งหนึ่งกลับมามีการทำงานของการเคี้ยว ตา หรือจมูกภายในประมาณ 20 วัน แต่ผลดังกล่าวมาจากผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งในต่างประเทศและติดตามหลายชนิดการบาดเจ็บ จึงใช้ทำนายระยะพักฟื้นของแต่ละคนไม่ได้ (PubMed Central)
การกลับไปทำงาน
งานนั่งโต๊ะหรือทำจากบ้านมักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ ก้มมาก ขับรถเป็นเวลานาน ทำงานกับเครื่องจักร หรือเสี่ยงถูกกระแทก ผู้ที่ยังใช้ยาแก้ปวดซึ่งทำให้ง่วง มองเห็นภาพซ้อน หรืออ้าปากและรับประทานอาหารลำบาก อาจยังไม่พร้อมกลับไปทำงาน
ศัลยแพทย์จะกำหนดเวลาตามตำแหน่งกระดูก ความมั่นคงหลังผ่าตัด อาการ และชนิดงาน ไม่ควรกลับไปเล่นกีฬาปะทะหรือกิจกรรมเสี่ยงต่อใบหน้าก่อนกระดูกแข็งแรงและได้รับอนุญาต
อาหารและการดูแลช่องปาก
หากซ่อมขากรรไกรหรือมีแผลในช่องปาก คุณอาจต้องรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารนิ่มเป็นเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นกับความมั่นคงของกระดูกและวิธีตรึง ทีมรักษาจะบอกว่าเคี้ยวได้มากเพียงใด และควรทำความสะอาดช่องปากอย่างไรโดยไม่รบกวนแผล
อย่าฝืนเคี้ยวอาหารแข็งเพราะรู้สึกว่าไม่ปวดแล้ว หากมีการตรึงขากรรไกร ให้เรียนรู้วิธีดูแลเครื่องมือและวิธีขอความช่วยเหลือฉุกเฉินตามคำแนะนำของทีมรักษา
การลดบวม
การยกศีรษะสูงและการประคบเย็นอาจช่วยลดอาการบวมในช่วงแรกได้ แต่ต้องทำตามวิธีที่ทีมผ่าตัดแนะนำ โดยเฉพาะเมื่อมีบาดแผลผิวหนังหรือการซ่อมเบ้าตา หลีกเลี่ยงการกดแรงลงบนกระดูกที่เพิ่งจัดตำแหน่ง
ผู้ที่ผ่าตัดบริเวณจมูกหรือเบ้าตาอาจได้รับคำสั่งให้หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก เพราะแรงดันอาจดันอากาศเข้าเนื้อเยื่อหรือรบกวนบริเวณซ่อม ระยะเวลาที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ยึดตามศัลยแพทย์
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อฟื้นการทำงานและแนวกระดูก แต่ไม่สามารถขจัดความเสี่ยงทั้งหมดได้ ความเสี่ยงขึ้นกับตำแหน่งรอยหัก ความรุนแรงของอุบัติเหตุ ระยะเวลาที่ผ่านไป โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ และชนิดการบูรณะ
ความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัด
- เลือดออกหรือมีเลือดคั่ง
- แผลติดเชื้อหรือกระดูกติดเชื้อ
- แผลแยกหรือหายช้า
- ปฏิกิริยาต่อยาสลบ
- ลิ่มเลือดอุดตันจากการนอนพักและปัจจัยเสี่ยงอื่น
- รอยแผลเป็นนูน กว้าง หรือสีต่างจากผิวรอบข้าง
ความเสี่ยงเฉพาะของกระดูกใบหน้า
- กระดูกเชื่อมช้า ไม่เชื่อม หรือเชื่อมผิดตำแหน่ง
- ใบหน้ายังไม่สมมาตร หรือรูปหน้าเปลี่ยนจากก่อนบาดเจ็บ
- ฟันสบไม่พอดี อ้าปากจำกัด หรือปวดข้อต่อขากรรไกร
- ฟันเสียหาย ฟันตาย ฟันโยก หรือจำเป็นต้องรักษาทางทันตกรรมเพิ่มเติม
- ชา เสียว หรือปวดจากเส้นประสาท ซึ่งอาจเป็นชั่วคราวหรือคงอยู่
- กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หากเส้นประสาทควบคุมกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ
- มองเห็นภาพซ้อน การเคลื่อนไหวตาผิดปกติ หรือลูกตาอยู่ไม่เท่ากัน
- การมองเห็นลดลง ซึ่งพบได้จากตัวอุบัติเหตุหรือภาวะแทรกซ้อนรอบดวงตา
- จมูกอุดตัน หายใจไม่สะดวก หรือรูปทรงจมูกเปลี่ยน
- วัสดุยึดตรึงระคายเคือง ติดเชื้อ คลำได้ หรือโผล่
- ต้องผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อแก้การติดเชื้อ แนวกระดูก การสบฟัน รอยแผล หรือเอาวัสดุออก
อาการชาใกล้บริเวณผ่าตัดพบได้และอาจค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้น (Penn Medicine) อย่างไรก็ตาม หากเส้นประสาทขาดหรือถูกทำลายรุนแรง ความรู้สึกอาจไม่กลับมาเต็มที่
รอยหักใกล้เบ้าตาต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะเลือดออกหรือแรงดันที่เพิ่มขึ้นหลังตาอาจคุกคามการมองเห็นได้ แม้เป็นภาวะที่ไม่เกิดกับทุกคน แต่ต้องรีบประเมินหากตามัวลง ปวดตารุนแรง หรือดวงตาโปนผิดปกติ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือทันที หากมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบประเมิน |
| หายใจลำบาก เสียงหายใจเปลี่ยน หรือรู้สึกว่าคอบวม | อาจมีทางเดินหายใจอุดกั้น |
| ตามัวลงทันที มองไม่เห็น ภาพซ้อนแย่ลง หรือปวดตารุนแรง | อาจมีภาวะแทรกซ้อนต่อดวงตาหรือเบ้าตา |
| ใบหน้าหรือรอบตาบวมขึ้นรวดเร็วผิดปกติ | อาจมีเลือดออกหรือแรงดันในเนื้อเยื่อ |
| เลือดออกมากหรือไม่หยุด | อาจต้องห้ามเลือดและตรวจแผล |
| ซึมลง สับสน ชัก อาเจียนซ้ำ หรือปวดศีรษะรุนแรงขึ้น | อาจเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บสมอง |
| ไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวม ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือกลิ่นผิดปกติ | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| กลืนไม่ได้ สำลัก หรือรับประทานน้ำไม่ได้ | เสี่ยงขาดน้ำและทางเดินหายใจมีปัญหา |
| ฟันสบเปลี่ยนทันที กระดูกหรือเครื่องมือตรึงดูเคลื่อน | อาจสูญเสียความมั่นคงของแนวกระดูก |
| มีน้ำใสไหลจากจมูกหรือหูหลังอุบัติเหตุ | ต้องแยกการรั่วของของเหลวรอบสมอง |
| เจ็บหน้าอก หอบ หรือขาบวมข้างเดียว | อาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดอุดตัน |
หากขากรรไกรถูกตรึงและเกิดอาเจียน หายใจติดขัด หรือสำลัก ให้ทำตามแผนฉุกเฉินที่ทีมรักษาสอนไว้และเรียกความช่วยเหลือทันที
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับว่ากระดูกเคลื่อนหรือไม่ และมีผลต่อการทำงานเพียงใด การไม่ผ่าตัดไม่ได้หมายถึงไม่รักษา แต่ต้องติดตามอย่างเหมาะสมเพื่อดูว่ากระดูกยังอยู่ในแนวและไม่มีปัญหาเกิดภายหลัง
เฝ้าดูอาการและรักษาตามอาการ
เหมาะกับรอยหักที่มั่นคง ไม่เคลื่อน หรือเคลื่อนเพียงเล็กน้อยโดยไม่กระทบการมองเห็น การหายใจ การสบฟัน และรูปหน้า การดูแลอาจรวมถึงการปรับอาหาร หลีกเลี่ยงแรงกระแทก ดูแลแผล และนัดตรวจซ้ำ
ข้อจำกัดคืออาการบวมช่วงแรกอาจบังความผิดรูปหรือความผิดปกติของตาและการสบฟัน จึงไม่ควรขาดนัด หากแนวกระดูกเปลี่ยนหรือการทำงานแย่ลง แผนรักษาอาจต้องเปลี่ยน
จัดกระดูกโดยไม่เปิดแผล
รอยหักบางชนิดสามารถจัดกระดูกด้วยมือหรือเครื่องมือโดยไม่เปิดแผลถึงกระดูก วิธีนี้อาจเหมาะกับการบาดเจ็บที่รูปแบบไม่ซับซ้อนและสามารถรักษาแนวหลังจัดได้ (Penn Medicine)
ข้อดีคือแผลผ่าตัดน้อยกว่า แต่ไม่เหมาะเมื่อกระดูกแตกหลายชิ้น เคลื่อนมาก ไม่มั่นคง หรือจำเป็นต้องเห็นโครงสร้างโดยตรงเพื่อป้องกันอวัยวะสำคัญ
ตรึงขากรรไกรหรือใช้เครื่องมือช่วยการสบฟัน
ขากรรไกรหักบางแบบอาจรักษาด้วยการประคองฟันและควบคุมการสบฟันโดยไม่เปิดแผลยึดกระดูกทุกตำแหน่ง วิธีนี้มีข้อจำกัดเรื่องการรับประทานอาหาร สุขอนามัยช่องปาก และความปลอดภัยของทางเดินหายใจ จึงต้องเลือกผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง
ผ่าตัดแก้ไขภายหลัง
หากรอยหักเก่าจนกระดูกเชื่อมผิดตำแหน่ง หรือมีความผิดรูปและการทำงานผิดปกติคงอยู่ อาจพิจารณาผ่าตัดตัดและจัดกระดูกใหม่ ปลูกถ่ายกระดูก หรือแก้การสบฟันภายหลัง การผ่าตัดลักษณะนี้มักซับซ้อนกว่าการซ่อมในระยะแรก และผลลัพธ์ขึ้นกับความเสียหายเดิม
การฟื้นฟูร่วม
บางคนต้องการการรักษาเพิ่มเติมแม้กระดูกอยู่ในตำแหน่งดีแล้ว เช่น กายภาพขากรรไกร การฝึกพูดและกลืน การรักษาฟัน การดูแลรอยแผล หรือการฟื้นฟูด้านจิตใจ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แทนการจัดกระดูกที่จำเป็น แต่ช่วยให้กลับมาใช้งานได้ดีขึ้น
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับสาเหตุของการบาดเจ็บ สถานพยาบาลตามสิทธิ ความเร่งด่วน การส่งต่อ และรายการวัสดุหรือบริการที่จำเป็น ควรตรวจสอบก่อนผ่าตัดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย แต่หากมีภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต ทางเดินหายใจ สมอง หรือการมองเห็น ควรเข้ารับการประเมินฉุกเฉินก่อน
บัตรทอง
ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลที่รับผิดชอบตามระบบส่งต่อ หากเป็นอุบัติเหตุฉุกเฉิน ให้เข้ารับการรักษาที่หน่วยฉุกเฉินก่อน แล้วสอบถามเจ้าหน้าที่สิทธิเมื่ออาการคงที่
ควรถามว่าโรงพยาบาลมีทีมที่ดูแลกระดูกใบหน้าและการบูรณะซับซ้อนหรือไม่ หากต้องส่งต่อ ใครเป็นผู้ออกเอกสาร และภาพถ่ายทางรังสีจะถูกส่งไปพร้อมกันอย่างไร
ประกันสังคม
โดยทั่วไปควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม หากโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพสำหรับการซ่อมกระดูกหลายตำแหน่ง อาจต้องเข้าสู่กระบวนการส่งต่อ กรณีเกิดจากการทำงานควรแจ้งนายจ้างและเจ้าหน้าที่สิทธิ เพราะช่องทางเอกสารอาจต่างจากอุบัติเหตุทั่วไป
ถามให้ชัดว่าการตรวจตา การรักษาฟัน การบูรณะเนื้อเยื่อ และการติดตามหลังผ่าตัดอยู่ในแผนเดียวกันหรือจำเป็นต้องส่งต่อแยกสาขา
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจสอบเงื่อนไขอุบัติเหตุ ระยะเวลาคุ้มครอง โรงพยาบาลในเครือ การอนุมัติก่อนผ่าตัด วัสดุยึดกระดูก และการรักษาที่เกี่ยวข้องกับฟันหรือความสวยงาม บริษัทประกันอาจพิจารณาแยกระหว่างการบูรณะเพื่อคืนการทำงานกับหัตถการที่ทำเพื่อรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
เอกสารที่มักมีประโยชน์ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ รายงานอุบัติเหตุ รายงานภาพถ่ายทางรังสี แผนผ่าตัด และเหตุผลทางการแพทย์ของวัสดุหรือการบูรณะแต่ละส่วน ให้โรงพยาบาลช่วยตรวจสอบเงื่อนไขกับบริษัทประกันก่อนหากไม่ใช่การผ่าตัดฉุกเฉิน
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
กระดูกใบหน้าหักทุกกรณีต้องผ่าตัดหรือไม่
ไม่ต้องผ่าตัดทุกกรณี รอยหักที่ไม่เคลื่อนและไม่กระทบการมองเห็น การหายใจ การสบฟัน หรือรูปหน้าอาจรักษาด้วยการเฝ้าดูอาการและติดตามภาพถ่ายทางรังสีได้
ถ้ายังบวมมาก แพทย์ผ่าตัดได้หรือไม่
ผ่าตัดได้ในบางกรณี แต่จังหวะเวลาขึ้นกับความเร่งด่วนและสภาพเนื้อเยื่อ หากตา ทางเดินหายใจ หรือแผลเปิดมีความเสี่ยง แพทย์อาจต้องรักษาเร็ว ขณะที่บางกรณีอาจรอให้อาการบวมลดลงเพื่อประเมินและวางแผนได้แม่นยำขึ้น
ผ่าตัดกระดูกใบหน้าหักต้องดมยาสลบไหม
การซ่อมกระดูกที่เคลื่อนหรือหักหลายตำแหน่งมักใช้การดมยาสลบ ส่วนการบาดเจ็บขนาดเล็กหรือการซ่อมแผลตื้นบางชนิดอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ วิธีที่เหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งผ่าตัดและความปลอดภัยของทางเดินหายใจ
แผ่นและสกรูต้องเอาออกภายหลังหรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเอาออกหากไม่มีปัญหา แต่แพทย์อาจพิจารณานำออกเมื่อมีการติดเชื้อ ระคายเคือง วัสดุโผล่ รบกวนการเจริญเติบโต หรือมีเหตุทางการรักษาอื่น
หลังผ่าตัดใบหน้าจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่
เป้าหมายคือคืนแนวกระดูก การทำงาน และความสมมาตรให้ใกล้เคียงเดิมที่สุด แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะเหมือนก่อนบาดเจ็บทั้งหมด ผลขึ้นกับความรุนแรง การสูญเสียกระดูกและเนื้อเยื่อ รวมถึงการบาดเจ็บของเส้นประสาท ตา และฟัน
อาการชาหลังผ่าตัดจะหายไหม
อาการชาอาจค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้น แต่ใช้เวลานานกว่าอาการบวมและอาจไม่กลับมาเต็มที่หากเส้นประสาทเสียหายมาก แจ้งแพทย์หากอาการชาเพิ่มขึ้น มีอาการปวดแสบปวดร้อนรุนแรง หรือกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง
หลังผ่าตัดกินอาหารได้ตามปกติเมื่อไร
เวลาขึ้นกับว่ามีการซ่อมขากรรไกร แผลในช่องปาก หรือการตรึงฟันหรือไม่ คุณอาจต้องเริ่มด้วยอาหารเหลวหรืออาหารนิ่ม แล้วเพิ่มความแข็งตามที่ศัลยแพทย์อนุญาต ไม่ควรทดลองเคี้ยวอาหารแข็งเองเพียงเพราะอาการปวดลดลง
หลังผ่าตัดสั่งน้ำมูกได้หรือไม่
ผู้ที่ซ่อมกระดูกจมูก เบ้าตา หรือโพรงอากาศมักต้องหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกในช่วงหนึ่ง เพราะแรงดันอาจรบกวนบริเวณผ่าตัด ให้ยึดระยะเวลาจากศัลยแพทย์และจามโดยไม่ปิดปากแน่นหากได้รับคำแนะนำเช่นนั้น
จะกลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบามักกลับได้เร็วกว่างานใช้แรงหรือเสี่ยงกระแทก โดยต้องดูอาการบวม การมองเห็น การใช้ยา และความมั่นคงของกระดูกประกอบ ศัลยแพทย์จะกำหนดตามชนิดงานและผลตรวจติดตาม ไม่ควรใช้ระยะพักของผู้อื่นเป็นเกณฑ์ของคุณ
หลังผ่าตัดยังมองเห็นภาพซ้อนได้หรือไม่
ภาพซ้อนอาจยังมีในช่วงบวมและค่อยๆ ดีขึ้น แต่ภาพซ้อนที่แย่ลง ตามัวลง หรือปวดตารุนแรงต้องได้รับการประเมินทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อตา เส้นประสาท หรือแรงดันในเบ้าตา
ถ้าฟันสบไม่เหมือนเดิมหลังผ่าตัดควรทำอย่างไร
ติดต่อทีมผ่าตัดโดยเร็ว โดยเฉพาะหากการสบฟันเปลี่ยนฉับพลันหรือรู้สึกว่าขากรรไกรเคลื่อน แพทย์ต้องตรวจว่าเกิดจากอาการบวม เครื่องมือช่วยสบฟัน หรือแนวกระดูกเปลี่ยนไป
สูบบุหรี่หลังผ่าตัดได้หรือไม่
ควรงดสูบบุหรี่และผลิตภัณฑ์นิโคติน เพราะอาจลดเลือดไปเลี้ยงแผล เพิ่มความเสี่ยงแผลหายช้า ติดเชื้อ และกระดูกเชื่อมผิดปกติ หากหยุดยาก ให้แจ้งทีมรักษาเพื่อวางแผนช่วยเหลือที่เหมาะสม
ต้องผ่าตัดซ้ำหรือไม่
ผู้ป่วยบางรายต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะเมื่อกระดูกหักหลายส่วน เนื้อเยื่อสูญเสีย มีการติดเชื้อ หรือจำเป็นต้องแก้การสบฟัน รอยแผล และความผิดรูปภายหลัง ศัลยแพทย์ควรอธิบายตั้งแต่ก่อนผ่าตัดว่าขั้นตอนใดทำได้ในครั้งเดียวและส่วนใดอาจต้องรอ
ถ้าไม่ผ่าตัดทันทีจะเป็นอะไรไหม
บางรอยหักสามารถรอประเมินและติดตามได้ แต่รอยหักที่กระทบตา ทางเดินหายใจ การสบฟัน หรือมีแผลเปิดไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ประเมิน หากกระดูกเริ่มเชื่อมผิดตำแหน่ง การแก้ไขภายหลังอาจซับซ้อนขึ้น จึงควรให้ทีมที่ดูแลกระดูกใบหน้าตรวจโดยเร็วตามระดับความเร่งด่วน
ก่อนตัดสินใจผ่าตัดควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง
ควรถามว่ากระดูกส่วนใดหัก เหตุผลที่แนะนำให้ผ่าตัด ทางเลือกหากไม่ผ่าตัด ตำแหน่งแผล วัสดุที่จะใช้ ผลต่อการมองเห็นและการสบฟัน ระยะจำกัดอาหารและกิจกรรม รวมถึงโอกาสต้องรักษาฟันหรือผ่าตัดเพิ่มเติม คำตอบเหล่านี้ช่วยให้คุณชั่งประโยชน์และความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของตนเองได้ชัดเจนขึ้น
แหล่งอ้างอิง
- Cleveland Clinic. Facial Trauma Reconstruction.
- Muller VA และคณะ. Functional recovery time after facial fractures: characteristics and associated factors in a sample of patients from southern Brazil.
- Penn Medicine. Facial Trauma and Fracture Repair.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Get Facial Trauma Reconstruction — เกี่ยวกับ Facial fracture reconstruction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Functional recovery time after facial fractures - PMC — เกี่ยวกับ Facial fracture reconstruction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Facial Trauma and Fracture Repair — เกี่ยวกับ Facial-fracture reconstruction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


