ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะหย่อน
ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะหย่อน (Cystocele repair) คือการซ่อมผนังด้านหน้าของช่องคลอดที่อ่อนแรงจนกระเพาะปัสสาวะเคลื่อนลงมา มักพิจารณาเมื่อมีก้อนนูนหรือความถ่วงในช่องคลอด ปัสสาวะลำบาก หรืออาการรบกวนชีวิตมาก และการรักษาโดยไม่ผ่าตัดช่วยได้ไม่เพียงพอ
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากอาการน้อย อาจเฝ้าดูอาการ ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือใช้ห่วงพยุงช่องคลอดก่อนได้
- การซ่อมผ่านช่องคลอดมักใช้ไหมเย็บเนื้อเยื่อเดิมให้แข็งแรงขึ้น โดยอาจทำร่วมกับการแก้ภาวะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อนตำแหน่งอื่น
- หลังผ่าตัดต้องหลีกเลี่ยงการเบ่ง ยกของหนัก และสอดสิ่งใดเข้าช่องคลอดจนกว่าแผลจะหาย หากปัสสาวะไม่ได้ มีไข้ เลือดออกมาก หรือปวดรุนแรงขึ้น ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที
ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะหย่อน คืออะไร
กระเพาะปัสสาวะหย่อน หรือภาวะผนังช่องคลอดด้านหน้าหย่อน เกิดเมื่อกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่อพยุงระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับช่องคลอดอ่อนแรง กระเพาะปัสสาวะจึงโป่งลงมาทางผนังช่องคลอด บางคนคลำหรือมองเห็นก้อนบริเวณปากช่องคลอด ขณะที่บางคนมีเพียงความรู้สึกหนักหรือแน่นในอุ้งเชิงกราน
อาการที่อาจพบ ได้แก่
- รู้สึกมีก้อนหรือเนื้อโป่งในช่องคลอด
- หนัก ถ่วง หรือแน่นบริเวณอุ้งเชิงกราน
- อาการเด่นขึ้นเมื่อยืนนาน ไอ เบ่ง หรือยกของ
- ปัสสาวะเริ่มยาก ปัสสาวะไม่สุด หรือต้องเปลี่ยนท่าเพื่อให้ปัสสาวะออก
- ปัสสาวะเล็ด หรือปวดปัสสาวะบ่อย
- ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ
- ไม่สบายหรือมีข้อจำกัดขณะมีเพศสัมพันธ์
อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากกระเพาะปัสสาวะหย่อนเพียงอย่างเดียว แพทย์จึงต้องซักประวัติ ตรวจภายใน และประเมินการทำงานของกระเพาะปัสสาวะก่อนวางแผนรักษา บางรายมีมดลูก ไส้ตรง หรือตำแหน่งยอดช่องคลอดหย่อนร่วมด้วย ซึ่งอาจเปลี่ยนชนิดของการผ่าตัดที่เหมาะสม
การผ่าตัดมาตรฐานแบบหนึ่งคือการซ่อมผนังช่องคลอดด้านหน้า แพทย์เปิดแผลด้านในช่องคลอด แยกกระเพาะปัสสาวะออกจากผนังช่องคลอด แล้วเย็บรวบเนื้อเยื่อพยุงที่ยังแข็งแรงเข้าหากัน เพื่อให้ผนังช่องคลอดรองรับกระเพาะปัสสาวะได้ดีขึ้น จากนั้นปิดแผลด้วยไหมละลาย กระบวนการนี้เรียกว่าการซ่อมผนังช่องคลอดด้านหน้า และจัดเป็นการผ่าตัดสร้างโครงสร้างกลับคืน ไม่ใช่การตัดกระเพาะปัสสาวะออก Cleveland Clinic
เป้าหมายหลักคือบรรเทาอาการที่รบกวนชีวิต ไม่ใช่ทำให้ผลตรวจภายใน “สมบูรณ์แบบ” การผ่าตัดอาจช่วยลดก้อนนูนและความถ่วง แต่อาการทางปัสสาวะบางอย่างอาจยังอยู่ หรืออาจมีอาการใหม่หลังผ่าตัดได้ จึงควรตกลงกับแพทย์ให้ชัดว่าอาการใดเป็นปัญหาหลักและการผ่าตัดมีแนวโน้มช่วยเรื่องใด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัด
การผ่าตัดมักได้รับการพิจารณาเมื่อมีอาการจากกระเพาะปัสสาวะหย่อนที่กระทบชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน เช่น เดินหรือออกกำลังกายไม่สะดวก รู้สึกก้อนเสียดสี ปัสสาวะไม่สุด หรือต้องใช้มือดันก้อนเพื่อช่วยปัสสาวะ และวิธีรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่เหมาะสมหรือช่วยได้ไม่เพียงพอ
แพทย์จะพิจารณาร่วมกับปัจจัยต่อไปนี้
- ระดับความรบกวนของอาการ ไม่ใช่ดูระดับความหย่อนเพียงอย่างเดียว
- ตำแหน่งอื่นในอุ้งเชิงกรานหย่อนร่วมด้วยหรือไม่
- มีปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะค้าง หรือติดเชื้อซ้ำหรือไม่
- สุขภาพโดยรวมและความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก
- เคยผ่าตัดอุ้งเชิงกรานมาก่อนหรือไม่
- แผนการตั้งครรภ์ในอนาคต
- ความสำคัญของการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
- ความพร้อมที่จะหลีกเลี่ยงการยกของหนักและการเบ่งระหว่างพักฟื้น
- ความคาดหวังต่ออาการหลังผ่าตัด
หากยังวางแผนตั้งครรภ์ แพทย์มักหารือเรื่องการชะลอการผ่าตัด เพราะการตั้งครรภ์และการคลอดภายหลังอาจเพิ่มแรงกดต่อเนื้อเยื่อที่ซ่อมแล้วและทำให้หย่อนซ้ำได้ ACOG
ใครอาจยังไม่ควรผ่าตัด
การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบ หากตรวจพบความหย่อนแต่ไม่มีอาการ หรืออาการเพียงเล็กน้อยและไม่รบกวนกิจวัตร การเฝ้าดูอาการไม่ได้ทำให้ทุกคนเข้าสู่ภาวะอันตรายทันที แพทย์อาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรม ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือทดลองใช้ห่วงพยุงช่องคลอดก่อน
เหตุที่อาจต้องเลื่อนหรือทบทวนการผ่าตัด ได้แก่
- มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือการติดเชื้ออื่นที่ยังไม่ได้รักษา
- โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน หรือโรคประจำตัวยังควบคุมไม่เหมาะสม
- มีเลือดออกผิดปกติที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
- กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ในอนาคตอันใกล้
- อาการหลักน่าจะมาจากโรคอื่น ไม่ใช่ความหย่อน
- ยังไม่ได้ลองวิธีไม่ผ่าตัด ทั้งที่วิธีเหล่านั้นเหมาะกับเป้าหมายของผู้ป่วย
- ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อจำกัดช่วงพักฟื้นได้ในขณะนั้น
ผู้สูงอายุไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์จากการผ่าตัดเพราะอายุเพียงอย่างเดียว แพทย์จะดูความแข็งแรง การเดิน การช่วยเหลือตัวเอง โรคประจำตัว และเป้าหมายการรักษาร่วมกัน ในทางกลับกัน ผู้ที่อายุน้อยและสุขภาพดีอาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หากอาการไม่รบกวนชีวิต
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนกำหนดวันผ่าตัด แพทย์จะยืนยันว่าอาการสัมพันธ์กับกระเพาะปัสสาวะหย่อน และตรวจว่ามีอวัยวะส่วนอื่นหย่อนร่วมด้วยหรือไม่ การประเมินมักรวมถึงประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด การผ่าตัดเดิม อาการปัสสาวะและอุจจาระ การตรวจภายใน และการประเมินโรคประจำตัว
หากมีปัญหาปัสสาวะ แพทย์อาจตรวจปัสสาวะ วัดปัสสาวะค้างหลังถ่าย หรือพิจารณาการตรวจการทำงานของกระเพาะปัสสาวะเพิ่มเติมตามอาการ ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจทุกอย่าง
แจ้งยาและอาหารเสริมทั้งหมด
นำรายชื่อหรือรูปถ่ายฉลากยาทุกชนิดไปให้ทีมรักษาดู รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและยาฉีดควบคุมน้ำตาล
- ยาความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ
- ฮอร์โมน
- ยาแก้ปวดที่ซื้อใช้เอง
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้เป็นรายบุคคลตามชนิดยา เหตุที่ใช้ยา การทำงานของไต และความเสี่ยงเลือดออก การหยุดยาผิดเวลาอาจทำให้เกิดลิ่มเลือด เลือดออก หรือระดับน้ำตาลผิดปกติได้
แจ้งทีมรักษาด้วยหากเคยแพ้ยา แพ้วัสดุทางการแพทย์ มีปัญหาจากยาระงับความรู้สึก เคยเกิดลิ่มเลือด หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การงดอาหารและน้ำ
โรงพยาบาลจะบอกเวลางดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มให้ชัดเจนตามเวลาผ่าตัดและชนิดของยาระงับความรู้สึก ทำตามคำแนะนำนั้นโดยตรง หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษา ไม่ควรปิดบัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงที่สิ่งในกระเพาะไหลเข้าปอดระหว่างระงับความรู้สึก
จัดการปัจจัยที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง
หากมีท้องผูก ไอเรื้อรัง หรือสูบบุหรี่ ควรแจ้งแพทย์ การเบ่งและการไอเพิ่มแรงดันต่ออุ้งเชิงกรานและอาจกระทบแผลหลังผ่าตัด การจัดการปัญหาเหล่านี้ก่อนผ่าตัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนรักษา ไม่ใช่เพียงคำแนะนำทั่วไป
เตรียมกลับบ้าน
ควรวางแผนเรื่องต่อไปนี้ล่วงหน้า
- ผู้พากลับบ้าน หากได้รับยาระงับความรู้สึก
- คนช่วยงานบ้าน ดูแลเด็ก หรือยกของในช่วงแรก
- เสื้อผ้าหลวมและผ้าอนามัยสำหรับตกขาวหรือเลือดซึม
- รายชื่อยา เอกสารสิทธิ ผลตรวจ และเอกสารที่โรงพยาบาลแจ้ง
- วิธีติดต่อโรงพยาบาลนอกเวลาทำการ
- การจัดบ้านให้ไม่ต้องยกของหรือเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น
ถามแพทย์ก่อนผ่าตัดว่าจะซ่อมตำแหน่งใดบ้าง จะตัดมดลูกหรือทำหัตถการแก้ปัสสาวะเล็ดร่วมด้วยหรือไม่ และวางแผนใช้วัสดุเสริมหรือไม่ เพราะคำว่า “ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะหย่อน” อาจครอบคลุมแผนผ่าตัดที่ต่างกันในแต่ละคน
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดจริงขึ้นกับตำแหน่งความหย่อน การผ่าตัดเดิม และหัตถการที่ทำร่วมกัน แต่การซ่อมผ่านช่องคลอดโดยใช้เนื้อเยื่อเดิมมักดำเนินไปตามลำดับดังนี้
- ตรวจยืนยันแผนผ่าตัด
ทีมรักษาทบทวนโรคประจำตัว ยา การแพ้ยา ผลตรวจ และตำแหน่งที่จะซ่อม คุณมีโอกาสถามข้อสงสัยก่อนให้ยาระงับความรู้สึก
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจเป็นการดมยาสลบ หรือการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนที่ทำให้ช่วงล่างชา วิธีที่เหมาะขึ้นกับแผนผ่าตัด สุขภาพ และการประเมินของวิสัญญีแพทย์
- จัดท่าผ่าตัดและใส่สายสวนปัสสาวะ
ผู้ป่วยนอนหงายและวางขาบนอุปกรณ์รองรับ ทีมรักษาอาจใส่สายสวนเพื่อระบายปัสสาวะและช่วยดูแลกระเพาะปัสสาวะระหว่างผ่าตัด
- เปิดแผลด้านในช่องคลอด
ศัลยแพทย์เปิดแผลบริเวณผนังช่องคลอดด้านหน้า จึงมักไม่มีแผลผ่าตัดใหญ่ให้เห็นจากภายนอกเมื่อใช้วิธีนี้
- แยกกระเพาะปัสสาวะออกจากผนังช่องคลอด
แพทย์แยกชั้นเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวัง เพื่อเข้าถึงพังผืดและเนื้อเยื่อพยุงที่อ่อนแรง
- ซ่อมชั้นพยุง
เนื้อเยื่อที่แข็งแรงถูกเย็บเข้าหากัน เพื่อเสริมแนวรองรับใต้กระเพาะปัสสาวะ ขั้นตอนนี้ใช้ไหมเย็บและเนื้อเยื่อของผู้ป่วยในการซ่อมแบบทั่วไป Cleveland Clinic
- ตัดแต่งและปิดผนังช่องคลอด
แพทย์ประเมินความตึงของเนื้อเยื่อ แล้วปิดแผลด้วยไหมละลาย เป้าหมายคือพยุงอวัยวะโดยไม่ทำให้ช่องคลอดตึงหรือแคบเกินไป
- ตรวจความเรียบร้อย
แพทย์ตรวจเลือดออกและอาจตรวจระบบทางเดินปัสสาวะตามความจำเป็น หากมีการหย่อนหลายตำแหน่ง อาจซ่อมส่วนอื่นในคราวเดียวกัน
หลังผ่าตัดอาจมีผ้าก๊อซอยู่ในช่องคลอดชั่วคราวเพื่อช่วยกดห้ามเลือด และอาจคาสายสวนปัสสาวะไว้ระยะหนึ่ง ทีมรักษาจะประเมินว่าคุณปัสสาวะเองและถ่ายปัสสาวะได้หมดเพียงพอก่อนนำสายสวนออกหรือให้กลับบ้าน
เรื่องวัสดุตาข่ายที่ควรถามให้ชัด
การซ่อมผนังช่องคลอดด้านหน้าแบบทั่วไปสามารถใช้ไหมเย็บเนื้อเยื่อเดิมโดยไม่ใส่ตาข่าย อย่างไรก็ตาม วัสดุตาข่ายอาจเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดอุ้งเชิงกรานบางชนิด โดยเฉพาะการซ่อมผ่านช่องท้องหรือการรักษาปัสสาวะเล็ด
การใช้ตาข่ายผ่านแผลในช่องคลอดเพื่อรักษาอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนมีข้อกังวลเรื่องตาข่ายโผล่ผ่านผนังช่องคลอด ปวดอุ้งเชิงกราน และเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ แนวทางและสถานะการใช้วัสดุนี้แตกต่างกันตามประเทศ
ก่อนลงนามยินยอม ควรถามว่าแผนของคุณใช้เนื้อเยื่อเดิมหรือมีวัสดุเสริม หากใช้ วัสดุนั้นวางผ่านทางใด มีประโยชน์ต่อกรณีของคุณอย่างไร และมีทางเลือกที่ไม่ใช้วัสดุดังกล่าวหรือไม่
ใช้เวลานานแค่ไหน
การซ่อมเฉพาะผนังช่องคลอดด้านหน้ามักเป็นการผ่าตัดระยะสั้น แต่จะนานขึ้นหากต้องซ่อมหลายตำแหน่ง ตัดมดลูก แก้ปัสสาวะเล็ด ตรวจทางเดินปัสสาวะเพิ่มเติม หรือพบพังผืดจากการผ่าตัดเดิม แพทย์ผู้ผ่าตัดจะประเมินช่วงเวลาจากแผนของคุณได้แม่นยำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป
วิธีระงับความรู้สึกอาจเป็นการดมยาสลบหรือการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน ทั้งสองวิธีต้องมีการเฝ้าระวังหลังผ่าตัดจนความดัน ชีพจร การหายใจ อาการคลื่นไส้ และความปวดอยู่ในระดับที่ดูแลต่อได้
บางคนกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ขณะที่บางคนต้องพักสังเกตอาการหรือค้างโรงพยาบาล ปัจจัยสำคัญคือ
- ปัสสาวะเองได้หรือไม่
- มีปัสสาวะค้างมากหรือไม่
- เลือดออกและความปวดควบคุมได้หรือไม่
- ฟื้นจากยาระงับความรู้สึกดีเพียงใด
- มีโรคประจำตัวหรือผ่าตัดหลายอย่างร่วมกันหรือไม่
- ที่บ้านมีผู้ช่วยและเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
หากยังปัสสาวะเองไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดล้มเหลว เนื้อเยื่อบวมและผลจากยาระงับความรู้สึกอาจทำให้ปัสสาวะลำบากชั่วคราว บางรายจึงกลับบ้านพร้อมสายสวนและนัดประเมินการถอดในภายหลัง
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวเกิดเป็นลำดับ แผลด้านนอกอาจมองไม่เห็น แต่ชั้นเนื้อเยื่อภายในยังต้องใช้เวลาสร้างความแข็งแรง โดยทั่วไปอาการระยะแรกดีขึ้นภายในหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ส่วนการฟื้นของเนื้อเยื่อโดยรวมอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงราวสามเดือน ขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด อายุ สุขภาพ และหัตถการที่ทำร่วมกัน Cleveland Clinic
| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่อาจพบ | สิ่งที่ควรเน้น |
| วันแรกถึงช่วงต้น | ปวดตึง แสบช่องคลอด อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปัสสาวะลำบาก มีเลือดหรือตกขาวเล็กน้อย | ลุกเดินระยะสั้นตามที่ทีมรักษาอนุญาต ดูแลสายสวนถ้ามี และสังเกตเลือดออก |
| ช่วงสัปดาห์แรก | ปวดและบวมค่อยๆ ลดลง แต่อาจเหนื่อยง่าย ตกขาวหรือเลือดซึมยังพบได้ | พักสลับเดิน หลีกเลี่ยงการเบ่งและยกของ ใช้ยาตามแผน |
| หลายสัปดาห์ต่อมา | ทำกิจวัตรเบาๆ ได้มากขึ้น แผลภายในยังไม่แข็งแรงเต็มที่ | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย และไปตามนัดเพื่อตรวจแผล |
| ระยะฟื้นเต็มที่ | อาการเจ็บและตกขาวควรลดลงต่อเนื่อง เนื้อเยื่อยังปรับตัว | กลับสู่งานหนัก การออกกำลัง และเพศสัมพันธ์เมื่อศัลยแพทย์ยืนยันว่าแผลพร้อม |
กลับไปทำงานเมื่อไร
งานนั่งโต๊ะหรืองานเบาอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยืนนาน เดินมาก ผลัก ดึง หรือยกของ หากยังปวด เหนื่อย ต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง หรือมีสายสวน ก็อาจต้องพักนานขึ้น
อย่าใช้ความรู้สึกว่า “ไม่ค่อยเจ็บแล้ว” เป็นเกณฑ์เดียว เพราะแผลชั้นลึกอาจยังไม่แข็งแรง ควรบอกแพทย์ว่างานจริงต้องทำอะไรและยกน้ำหนักลักษณะใด เพื่อให้กำหนดวันกลับงานและข้อจำกัดได้เหมาะสม
การขับรถ
กลับมาขับรถเมื่อเคลื่อนไหวขาและลำตัวได้คล่อง สามารถเบรกฉุกเฉินได้ ไม่เวียนศีรษะ และไม่ได้ใช้ยาที่ทำให้ง่วง ควรทำตามข้อกำหนดของทีมผ่าตัดและเงื่อนไขของประกันรถด้วย
การขับถ่าย
การเบ่งเพิ่มแรงกดต่อบริเวณที่ซ่อม ควรดื่มน้ำและรับประทานใยอาหารตามที่เหมาะกับโรคประจำตัว หากแพทย์ให้ยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม ให้ใช้ตามคำสั่ง ไม่ควรสวนอุจจาระหรือใช้ยาระบายเพิ่มเติมเองโดยไม่ถามทีมรักษา
การมีเพศสัมพันธ์
ควรงดการสอดใส่ทางช่องคลอดจนกว่าแผลจะหายและแพทย์ตรวจยืนยันว่าปลอดภัย การกลับเร็วเกินไปอาจทำให้เลือดออก แผลแยก หรือติดเชื้อ เมื่อเริ่มอีกครั้งอาจรู้สึกตึงหรือไม่สบาย หากเจ็บต่อเนื่อง มีเลือดออก หรือคู่สัมผัสสิ่งผิดปกติในช่องคลอด ควรแจ้งแพทย์
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดอาจช่วยให้อาการก้อนนูนและความถ่วงดีขึ้น แต่ไม่มีการรักษาใดรับประกันว่าจะลดทุกอาการได้ทั้งหมด ภาวะหย่อนอาจกลับมาในตำแหน่งเดิม หรือเกิดที่ตำแหน่งอื่นในอนาคต โดยเฉพาะหากเนื้อเยื่ออ่อนแรงต่อเนื่อง มีอาการไอเรื้อรัง ท้องผูก หรือต้องยกของหนักเป็นประจำ ACOG
ความเสี่ยงที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ ได้แก่
เลือดออกและก้อนเลือดคั่ง
อาจมีเลือดซึมเล็กน้อยหลังผ่าตัด แต่เลือดออกมากหรือเกิดก้อนเลือดคั่งอาจต้องเฝ้าระวัง ให้เลือด หรือทำหัตถการเพิ่มเติม ความเสี่ยงขึ้นกับขอบเขตผ่าตัด โรคประจำตัว และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
การติดเชื้อ
อาจเกิดการติดเชื้อที่แผล ช่องคลอด หรือทางเดินปัสสาวะ ความเสี่ยงทางเดินปัสสาวะสัมพันธ์กับการใส่สายสวนและการปัสสาวะค้าง อาการที่ควรสังเกตคือไข้ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ ตกขาวเหม็น และปวดมากขึ้น
ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะค้าง
อาการบวม ความเจ็บ และผลจากยาระงับความรู้สึกอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะทำงานไม่เต็มที่ชั่วคราว ทีมรักษามักประเมินการปัสสาวะก่อนกลับบ้าน บางคนต้องใช้สายสวนต่อระยะหนึ่ง หากอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องตรวจเพิ่มเติม
ปัสสาวะเล็ดหรืออาการทางปัสสาวะเปลี่ยนไป
การยกกระเพาะปัสสาวะกลับสู่ตำแหน่งอาจทำให้รูปแบบการปัสสาวะเปลี่ยน บางคนยังมีปัสสาวะเล็ดอยู่ ขณะที่บางคนเพิ่งสังเกตอาการปัสสาวะเล็ดหลังแก้ความหย่อนแล้ว จึงต้องประเมินอาการนี้แยกจากก้อนหย่อน
บาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง
กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต ท่อปัสสาวะ ลำไส้ เส้นเลือด หรือเส้นประสาทอยู่ใกล้บริเวณผ่าตัด แม้การบาดเจ็บไม่ใช่สิ่งที่เกิดกับทุกคน แต่หากเกิดขึ้นอาจต้องซ่อมแซม ใส่สายสวนให้นานขึ้น หรือผ่าตัดเพิ่มเติม นอกจากนี้ แม้พบไม่บ่อย การบาดเจ็บหรือแผลที่หายผิดปกติอาจทำให้เกิดรูรั่วระหว่างกระเพาะปัสสาวะหรือท่อไตกับช่องคลอด และทำให้มีปัสสาวะหรือน้ำใสไหลจากช่องคลอดอย่างต่อเนื่องได้
ปวดอุ้งเชิงกรานและเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
แผลเป็น ความตึงของเนื้อเยื่อ หรือการเปลี่ยนรูปของช่องคลอดอาจทำให้เจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ บางรายมีอาการชั่วคราวระหว่างที่แผลกำลังหาย แต่หากเจ็บต่อเนื่องควรได้รับการตรวจ ไม่ควรฝืนเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติหลังผ่าตัดเสมอไป
ลิ่มเลือดและภาวะแทรกซ้อนจากยาระงับความรู้สึก
การผ่าตัดและการอยู่นิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดที่ขา ซึ่งอาจเคลื่อนไปปอดได้ ทีมรักษาอาจใช้การเดินเร็วหลังผ่าตัด ถุงรัดขา หรือมาตรการอื่นตามระดับความเสี่ยง ส่วนยาระงับความรู้สึกอาจทำให้คลื่นไส้ แพ้ยา หายใจลำบาก หรือเกิดปัญหาหัวใจและปอดได้ โดยวิสัญญีแพทย์จะประเมินล่วงหน้า
ภาวะหย่อนกลับเป็นซ้ำ
การผ่าตัดซ่อมเนื้อเยื่อที่อ่อนแรง แต่ไม่สามารถหยุดอายุที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงหลังหมดประจำเดือน หรือแรงดันจากการไอและเบ่งได้ทั้งหมด การกลับเป็นซ้ำไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหม่ทุกครั้ง หากอาการน้อยอาจใช้วิธีไม่ผ่าตัดได้
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินตามความรุนแรง หากพบอาการต่อไปนี้
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ
- ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือปวดน่องผิดปกติ
- เลือดออกทางช่องคลอดมากขึ้นอย่างชัดเจน เลือดไหลต่อเนื่อง หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่
- ปัสสาวะไม่ออก ปวดท้องน้อยมาก หรือรู้สึกว่ากระเพาะปัสสาวะเต็มตลอด
- มีปัสสาวะหรือน้ำใสไหลจากช่องคลอดอย่างต่อเนื่อง กลั้นไม่ได้ หรือผ้าอนามัยเปียกตลอดผิดปกติ ควรหยุดรอดูอาการและกลับไปตรวจ
- มีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- ปวดแผลหรือปวดท้องมากขึ้นแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น มีหนอง หรือมีเลือดออกกลับมามากหลังจากลดลงแล้ว
- อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ หรือท้องอืดมาก
- แพ้ยา เช่น ใบหน้าหรือลิ้นบวม หายใจมีเสียงหวีด หรือมีผื่นทั่วตัว
- หากมีวัสดุเสริม รู้สึกว่ามีสิ่งแข็งหรือวัสดุโผล่ในช่องคลอด หรือคู่รู้สึกสัมผัสสิ่งผิดปกติระหว่างมีเพศสัมพันธ์
หากไม่แน่ใจว่าเลือดออกหรือความปวดอยู่ในระดับปกติหรือไม่ ให้ติดต่อหมายเลขที่ทีมผ่าตัดให้ไว้ เพราะคำแนะนำขึ้นกับวันหลังผ่าตัดและสิ่งที่ทำจริง
ทางเลือกอื่น
การพบว่ากระเพาะปัสสาวะหย่อนไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดทันที หากอาการน้อยหรือยังไม่พร้อมผ่าตัด มีทางเลือกหลายแบบ
เฝ้าดูอาการ
หากไม่มีอาการหรืออาการไม่รบกวนชีวิต อาจติดตามอาการเป็นระยะ พร้อมจัดการท้องผูก ไอเรื้อรัง และพฤติกรรมยกของ การตัดสินใจรักษาควรอิงความเดือดร้อนของผู้ป่วย ไม่ใช่ผลตรวจเพียงอย่างเดียว
ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
การฝึกที่ถูกวิธีอาจช่วยเรื่องการควบคุมปัสสาวะและอาการหย่อนบางส่วน โดยเฉพาะระยะไม่รุนแรง นักกายภาพบำบัดด้านอุ้งเชิงกรานสามารถประเมินว่ากำลังเกร็งกล้ามเนื้อถูกส่วนหรือไม่ การฝึกไม่ได้ดันความหย่อนทุกระดับกลับถาวร แต่ช่วยควบคุมอาการและการใช้แรงได้
ห่วงพยุงช่องคลอด
ห่วงพยุงเป็นอุปกรณ์ใส่ในช่องคลอดเพื่อรองรับอวัยวะอุ้งเชิงกราน มีหลายรูปแบบและขนาด ต้องเลือกให้พอดีโดยบุคลากรทางการแพทย์ อาจใช้เป็นการรักษาระยะยาว ใช้ระหว่างรอผ่าตัด หรือใช้เมื่อความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูง ACOG
ผู้ใช้ต้องเข้าใจวิธีทำความสะอาด การติดตาม และสัญญาณของแผลกดทับหรือติดเชื้อ หากใส่แล้วปัสสาวะไม่ออก ปวด เลือดออก หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรกลับไปตรวจ
ปรับพฤติกรรมและรักษาปัจจัยร่วม
การลดการเบ่ง รักษาท้องผูก ดูแลอาการไอ เลิกสูบบุหรี่ และปรับกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้องอาจช่วยลดอาการและปกป้องเนื้อเยื่อ ทั้งยังสำคัญหลังผ่าตัดเพื่อลดแรงกดซ้ำ
การผ่าตัดแบบอื่น
หากหย่อนหลายตำแหน่งหรือเคยผ่าตัดมาก่อน แพทย์อาจเสนอการซ่อมผ่านช่องท้อง การผ่าตัดผ่านกล้อง หรือการยึดยอดช่องคลอดกับโครงสร้างที่แข็งแรง วิธีเหล่านี้มีแผล วิธีระงับความรู้สึก การใช้วัสดุ และระยะพักฟื้นต่างจากการซ่อมผนังช่องคลอดด้านหน้า
อีกทางเลือกคือการผ่าตัดปิดหรือทำให้ช่องคลอดแคบลงเพื่อพยุงอวัยวะ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ทางช่องคลอดในอนาคต เพราะหลังผ่าตัดจะไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ลักษณะนั้นได้ ACOG
ก่อนเลือกวิธีใด ควรถามว่าการผ่าตัดนั้นรักษาตำแหน่งใด ต้องตัดมดลูกหรือไม่ ใช้วัสดุเสริมหรือไม่ และจะมีผลต่อการปัสสาวะ การขับถ่าย และเพศสัมพันธ์อย่างไร
สิทธิการรักษา
ความครอบคลุมขึ้นกับการวินิจฉัย ความจำเป็นทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด โดยใช้ชื่อการวินิจฉัยและรายการหัตถการตามที่แพทย์วางแผน ไม่ควรถามจากคำว่า “ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะหย่อน” เพียงอย่างเดียว เพราะอาจมีการซ่อมตำแหน่งอื่นร่วมด้วย
ประกันสังคม
โดยทั่วไปต้องเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลตามสิทธิหรือผ่านระบบส่งต่อ เว้นแต่เป็นกรณีฉุกเฉินตามเกณฑ์ ควรถามสถานพยาบาลว่า
- การตรวจและผ่าตัดอยู่ในระบบส่งต่อหรือไม่
- ต้องใช้หนังสือส่งตัวหรือเอกสารใด
- หัตถการร่วม เช่น การแก้ปัสสาวะเล็ด ครอบคลุมในครั้งเดียวกันหรือไม่
- ต้องตรวจประเมินใดก่อนขึ้นทะเบียนรอผ่าตัด
บัตรทอง
ควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลสิทธิ เพื่อรับการประเมินและส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีสูตินรีแพทย์หรือทีมอุ้งเชิงกราน เงื่อนไขอาจต่างกันตามเขตบริการและศักยภาพของโรงพยาบาล
ถามให้ชัดว่าต้องมีใบส่งตัวหรือไม่ ต้องกลับไปต่อเอกสารเมื่อใด และการตรวจเฉพาะทางก่อนผ่าตัดรวมอยู่ในเส้นทางส่งต่ออย่างไร
ประกันสุขภาพเอกชน
บริษัทประกันพิจารณาตามกรมธรรม์ ระยะเวลารอคอย โรคที่เป็นมาก่อน ข้อยกเว้น และความจำเป็นทางการแพทย์ ควรขอให้โรงพยาบาลส่งรายละเอียดเพื่อพิจารณาล่วงหน้า โดยระบุ
- การวินิจฉัยและระดับอาการ
- วิธีผ่าตัดและหัตถการร่วม
- การใช้วัสดุเสริมหากมี
- การนอนโรงพยาบาลที่คาดไว้
- เอกสารผลตรวจที่บริษัทต้องการ
คำว่าอนุมัติการรักษาไม่ได้หมายความว่าทุกรายการจะได้รับความคุ้มครองเหมือนกัน ควรขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร และถามว่ามีรายการใดต้องอนุมัติแยก
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
กระเพาะปัสสาวะหย่อนต้องผ่าตัดทุกคนไหม
ไม่ต้องผ่าตัดทุกคน หากไม่มีอาการหรืออาการไม่รบกวนชีวิต อาจเฝ้าดูอาการ ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ปรับพฤติกรรม หรือใช้ห่วงพยุงช่องคลอดได้ การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่ออาการกระทบชีวิตและทางเลือกเหล่านี้ไม่เหมาะหรือช่วยไม่เพียงพอ
การผ่าตัดนี้ตัดกระเพาะปัสสาวะออกหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ได้ตัดกระเพาะปัสสาวะออก แต่เป็นการซ่อมเนื้อเยื่อพยุงใต้กระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรงขึ้น หากมีโรคของกระเพาะปัสสาวะอย่างอื่น แผนรักษาอาจต่างออกไปและต้องอธิบายแยกกัน
ผ่าตัดผ่านหน้าท้องหรือผ่านช่องคลอด
การซ่อมผนังด้านหน้ามักทำผ่านช่องคลอด แต่บางรายต้องใช้วิธีผ่านหน้าท้องหรือผ่าตัดผ่านกล้อง เพราะมีความหย่อนหลายตำแหน่ง เคยผ่าตัดมาก่อน หรือจำเป็นต้องยึดยอดช่องคลอด วิธีที่เหมาะขึ้นกับผลตรวจและเป้าหมายของคุณ
ต้องตัดมดลูกด้วยไหม
ไม่จำเป็นต้องตัดมดลูกในทุกคน หากมดลูกไม่ได้หย่อนหรือไม่มีโรคที่ต้องรักษา อาจเก็บมดลูกไว้ได้ หากแพทย์เสนอให้ตัดมดลูก ควรถามว่าเหตุผลคืออะไร มีทางเลือกเก็บมดลูกหรือไม่ และการทำเพิ่มเปลี่ยนความเสี่ยงกับการพักฟื้นอย่างไร
ผ่าตัดแล้วปัสสาวะเล็ดจะหายด้วยหรือไม่
ไม่แน่เสมอไป เพราะปัสสาวะเล็ดมีหลายสาเหตุและการซ่อมความหย่อนไม่ใช่การรักษาปัสสาวะเล็ดทุกชนิด บางคนต้องประเมินเพิ่มเติมหรือทำหัตถการเฉพาะร่วมกัน ขณะที่บางคนอาจเห็นอาการปัสสาวะเล็ดชัดขึ้นหลังแก้ก้อนหย่อนแล้ว
หลังผ่าตัดทำไมยังปัสสาวะไม่ออก
อาการบวม ความปวด และผลจากยาระงับความรู้สึกอาจทำให้ปัสสาวะไม่ออกชั่วคราว ทีมรักษาจะวัดปัสสาวะค้างและตัดสินใจว่าต้องใส่สายสวนต่อหรือไม่ หากกลับบ้านแล้วปัสสาวะไม่ได้หรือปวดท้องน้อยมาก ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที
หลังผ่าตัดมีเลือดหรือตกขาวได้ไหม
เลือดซึมหรือตกขาวเล็กน้อยอาจเกิดได้ในช่วงพักฟื้นและควรค่อยๆ ลดลง แต่เลือดออกมากขึ้น มีก้อนเลือดใหญ่ ตกขาวเหม็น มีไข้ หรือปวดรุนแรงขึ้นไม่ควรรอดูเอง ให้ติดต่อทีมผ่าตัด
จะกลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบามักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยก ดัน ดึง หรือยืนนาน กำหนดจริงขึ้นกับขอบเขตผ่าตัด อาการปวด การปัสสาวะ และลักษณะงาน ควรให้ศัลยแพทย์ระบุข้อจำกัดในใบรับรองตามหน้าที่งานจริง
หลังผ่าตัดยกของได้เมื่อไร
ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าแผลภายในแข็งแรงพอ เพราะแม้ภายนอกไม่เจ็บ ชั้นเนื้อเยื่อที่เย็บอาจยังฟื้นไม่เต็มที่ ให้ถามโดยอธิบายน้ำหนักและลักษณะการยกที่ต้องทำจริง แทนการถามเพียงว่า “ทำงานได้หรือยัง”
มีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร
ควรรอจนแผลหายและแพทย์ตรวจยืนยันก่อนเริ่มการสอดใส่ทางช่องคลอด ระยะเวลาขึ้นกับชนิดและขอบเขตการผ่าตัด หากเริ่มแล้วเจ็บมาก เลือดออก หรือรู้สึกมีสิ่งผิดปกติ ควรหยุดและกลับไปตรวจ
ผ่าตัดแล้วกระเพาะปัสสาวะหย่อนซ้ำได้ไหม
หย่อนซ้ำได้ เพราะการผ่าตัดซ่อมตำแหน่งที่อ่อนแรงในขณะนั้น แต่ไม่หยุดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือแรงกดจากการไอ ท้องผูก และยกของ การกลับเป็นซ้ำไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดใหม่เสมอไป การรักษาขึ้นกับอาการและผลตรวจ
การผ่าตัดจำเป็นต้องใช้ตาข่ายไหม
ไม่จำเป็นสำหรับการซ่อมทุกแบบ การซ่อมผ่านช่องคลอดแบบทั่วไปมักใช้ไหมและเนื้อเยื่อเดิม ส่วนตาข่ายอาจใช้ในการผ่าตัดบางชนิดผ่านช่องท้องหรือหัตถการรักษาปัสสาวะเล็ด ควรถามศัลยแพทย์โดยตรงว่าจะใช้หรือไม่ วางผ่านทางใด และมีทางเลือกอะไร
ถ้าไม่ผ่าตัดจะอันตรายไหม
หลายคนที่อาการน้อยสามารถติดตามและรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้ แต่ไม่ควรละเลยหากปัสสาวะไม่ออก มีปัสสาวะค้าง ติดเชื้อซ้ำ เลือดออก หรือก้อนเป็นแผล การตรวจจะช่วยแยกว่าควรเฝ้าดูหรือจำเป็นต้องรักษาเร็วขึ้น
ควรถามอะไรกับศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าอาการหลักของคุณมาจากความหย่อนตำแหน่งใด การผ่าตัดมีเป้าหมายช่วยอาการอะไร มีทางเลือกไม่ผ่าตัดหรือไม่ ต้องซ่อมส่วนอื่น ตัดมดลูก หรือแก้ปัสสาวะเล็ดร่วมด้วยหรือไม่ รวมถึงถามเรื่องวัสดุที่ใช้ ความเสี่ยงเฉพาะตัว การพักฟื้น และโอกาสต้องใช้สายสวนหลังผ่าตัด.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Colporrhaphy: Purpose, Procedure, Results & Recovery — เกี่ยวกับ Cystocele repair — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- acog.org: Surgery for Pelvic Organ Prolapse - ACOG — เกี่ยวกับ Cystocele repair — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Mesh in female pelvic reconstructive surgery — เกี่ยวกับ Cystocele repair — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


