ผ่าตัดพังผืดรอบซิลิโคน
ผ่าตัดพังผืดรอบซิลิโคน (Capsulectomy) คือการเลาะเนื้อเยื่อพังผืดที่ร่างกายสร้างหุ้มเต้านมเทียมออกบางส่วนหรือทั้งหมด มักพิจารณาเมื่อพังผืดหดรัดจนเต้านมแข็ง เจ็บ หรือผิดรูป รวมถึงเมื่อสงสัยว่าถุงเต้านมเทียมแตก ติดเชื้อ หรือมีความผิดปกติอื่นที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
ประเด็นสำคัญ
- การมีเยื่อพังผืดบางๆ รอบเต้านมเทียมเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติ ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกคน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อพังผืดแข็งและหดรัดจนมีอาการหรือทำให้รูปทรงเปลี่ยนชัดเจน
- ศัลยแพทย์อาจเลาะพังผืดออกบางส่วนหรือทั้งหมด และอาจเอาเต้านมเทียมออก เปลี่ยนใหม่ หรือไม่ใส่กลับ ขึ้นกับอาการ ผลตรวจ และความต้องการของคุณ
- การผ่าตัดมีความเสี่ยง เช่น เลือดออก ติดเชื้อ ของเหลวคั่ง แผลหายช้า รูปทรงไม่เท่ากัน และบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อใกล้เคียง อีกทั้งพังผืดหดรัดอาจเกิดซ้ำได้หากยังมีเต้านมเทียมอยู่
ผ่าตัดพังผืดรอบซิลิโคน คืออะไร
หลังใส่เต้านมเทียม ร่างกายจะสร้างเยื่อแผลเป็นบางๆ ล้อมรอบสิ่งแปลกปลอม เยื่อนี้เรียกว่า “แคปซูล” หรือถุงพังผืด โดยทั่วไปแคปซูลจะนิ่มหรือแน่นเพียงเล็กน้อย และช่วยพยุงเต้านมเทียมให้อยู่ในตำแหน่ง จึงไม่จำเป็นต้องเอาออกเพียงเพราะตรวจพบว่ามีพังผืด
ในบางคน แคปซูลจะหนา แข็ง และหดรัดเต้านมเทียม ภาวะนี้เรียกว่า “พังผืดหดรัดรอบเต้านมเทียม” ทำให้เต้านมแน่นขึ้น เจ็บ รูปร่างบิดเบี้ยว อยู่สูงผิดตำแหน่ง หรือสองข้างไม่เท่ากัน อาการอาจเริ่มหลังผ่าตัดหลายเดือนหรือเกิดขึ้นในอีกหลายปีต่อมา และอาจเป็นเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ Breastcancer.org
การผ่าตัดเลาะพังผืดมีหลายแบบ ได้แก่
| วิธีผ่าตัด | สิ่งที่ศัลยแพทย์ทำ | มักพิจารณาเมื่อ |
| เลาะออกบางส่วน | เอาพังผืดเฉพาะบริเวณที่หนาหรือหดรัดออก | การเอาออกทั้งหมดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อใกล้เคียง หรือไม่จำเป็นต่อปัญหาที่พบ |
| เลาะออกทั้งหมด | เอาแคปซูลออกทั้งหมดเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย | พังผืดรุนแรง ถุงเต้านมเทียมมีปัญหา หรือจำเป็นต้องตรวจเนื้อเยื่อมากขึ้น |
| เอาเต้านมเทียมและแคปซูลออกเป็นชิ้นเดียว | พยายามไม่เปิดแคปซูลระหว่างนำออก | ใช้เฉพาะข้อบ่งชี้ที่เหมาะสมและเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคน |
คำว่า “เอาออกทั้งหมด” ไม่ได้หมายความว่าศัลยแพทย์ควรฝืนเลาะทุกจุดเสมอไป หากแคปซูลติดแน่นกับผนังทรวงอกหรืออยู่ใกล้อวัยวะสำคัญ การเลาะต่ออาจทำให้เลือดออกหรือบาดเจ็บมากกว่าประโยชน์ ศัลยแพทย์จึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความสมบูรณ์ของการนำออกกับความปลอดภัยระหว่างผ่าตัด
หลังเลาะพังผืด คุณอาจเลือกเอาเต้านมเทียมออกโดยไม่ใส่กลับ เปลี่ยนเป็นอันใหม่ หรือผ่าตัดปรับรูปทรงเต้านมร่วมด้วย การตัดสินใจนี้ควรทำก่อนผ่าตัด แต่แผนอาจต้องเปลี่ยนหากพบการติดเชื้อ เนื้อเยื่อบาง หรือความผิดปกติที่ไม่คาดไว้
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
การตรวจพบพังผืดไม่ได้แปลว่าคุณจำเป็นต้องผ่าตัด ศัลยแพทย์จะพิจารณาอาการ ความรุนแรง รูปทรงเต้านม ผลตรวจภาพ และสภาพของเต้านมเทียมร่วมกัน
ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาผ่าตัด
- เต้านมแข็ง แน่น หรือเจ็บมากขึ้นจนรบกวนชีวิตประจำวัน
- เต้านมผิดรูป อยู่สูง หรือสองข้างไม่เท่ากันอย่างชัดเจนจากพังผืดหดรัด
- เคลื่อนไหวหน้าอกหรือแขนได้ลำบากเพราะความตึง
- สงสัยว่าเต้านมเทียมแตกหรือรั่วจากอาการและผลตรวจภาพ
- มีการติดเชื้อเรื้อรัง ของเหลวคั่ง หรือก้อนรอบเต้านมเทียมที่ต้องหาสาเหตุ
- มีปัญหาหลังการเสริมเต้านมหรือการสร้างเต้านมใหม่ ซึ่งแก้ด้วยวิธีที่ไม่ผ่าตัดไม่ได้
- จำเป็นต้องเอาเต้านมเทียมและเนื้อเยื่อรอบข้างออกเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา
แพทย์อาจใช้ระดับความรุนแรงของ Baker ช่วยอธิบายพังผืดหดรัด ระดับต้นๆ เต้านมอาจดูปกติและนิ่มหรือแน่นเพียงเล็กน้อย ส่วนระดับที่มากขึ้นจะมีความแข็ง รูปทรงผิดปกติ หรืออาการเจ็บชัดเจน พังผืดระดับที่ไม่ทำให้เกิดอาการสำคัญมักไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ขณะที่ระดับรุนแรงมีโอกาสได้รับการพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดมากกว่า Healthline
ผู้ที่อาจยังไม่ควรผ่าตัดหรือควรเลื่อนผ่าตัด
- มีพังผืดบางๆ แต่เต้านมนิ่ม รูปทรงยอมรับได้ และไม่มีอาการ
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น ความดันโลหิตหรือระดับน้ำตาลไม่คงที่
- มีการติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อแผลผ่าตัด
- สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินและยังไม่สามารถหยุดตามแผนที่แพทย์แนะนำ เพราะนิโคตินลดเลือดที่ไปเลี้ยงแผลและทำให้แผลหายช้า
- ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงที่การเปลี่ยนแปลงของเต้านมยังไม่คงที่
- ต้องการผ่าตัดเพียงเพราะกังวลว่ามีแคปซูล ทั้งที่ไม่มีอาการและผลตรวจไม่พบความผิดปกติ
- คาดหวังว่าการผ่าตัดจะรับประกันว่าพังผืดไม่กลับมาอีก
หากมีเต้านมบวมที่เกิดขึ้นช้าหลังใส่เต้านมเทียม ของเหลวคั่ง ก้อน แคปซูลหนาผิดปกติ หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต ต้องตรวจแยกมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สัมพันธ์กับเต้านมเทียม (BIA-ALCL) และความผิดปกติร้ายแรงอื่นที่เกิดในแคปซูล เช่น มะเร็งเซลล์สความัสที่สัมพันธ์กับเต้านมเทียม (BIA-SCC) ไม่ควรสรุปว่าเป็นพังผืดธรรมดาโดยไม่หาสาเหตุอื่น ควรประเมินร่วมกับศัลยแพทย์และพยาธิแพทย์ก่อนผ่าตัด โดยแพทย์อาจต้องตรวจภาพ ดูดของเหลว หรือตัดชิ้นเนื้อ และส่งตรวจเฉพาะตามข้อบ่งชี้ เช่น การตรวจเซลล์วิทยา (cytology), การทำ cell block และการตรวจ CD30 ในกรณีสงสัย BIA-ALCL เพราะแนวทางผ่าตัดและการส่งตรวจแตกต่างจากการรักษาพังผืดทั่วไป
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวเริ่มจากการยืนยันว่าปัญหามาจากพังผืดจริง ศัลยแพทย์จะถามประวัติการใส่เต้านมเทียม ตำแหน่งแผล ชนิดและตำแหน่งของเต้านมเทียม การฉายรังสี การติดเชื้อเดิม และการผ่าตัดแก้ไขที่ผ่านมา หากมีบัตรหรือเอกสารเกี่ยวกับเต้านมเทียม ให้นำไปด้วย แม้ไม่มีเอกสารก็ยังตรวจประเมินได้
แพทย์จะตรวจความแข็ง รูปทรง ตำแหน่ง อาการเจ็บ ผิวหนัง แผลเดิม และต่อมน้ำเหลือง อาจส่งอัลตราซาวด์ แมมโมแกรม หรือการตรวจภาพชนิดอื่นตามอายุ อาการ และข้อสงสัย การตรวจภาพช่วยดูของเหลว ก้อน และความสมบูรณ์ของเต้านมเทียม แต่ไม่ได้ตอบทุกคำถามแทนการผ่าตัดหรือการตรวจชิ้นเนื้อ
ยาและอาหารเสริม
แจ้งทีมผ่าตัดเกี่ยวกับยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบบางชนิด
- ฮอร์โมน
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ยาที่แพ้ และปฏิกิริยาที่เคยเกิดขึ้น
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือดและยารักษาเบาหวาน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาที่เหมาะกับเหตุผลที่คุณใช้ยาและความเสี่ยงเฉพาะตัว
การงดอาหารและเครื่องดื่ม
การผ่าตัดมักใช้ยาระงับความรู้สึกแบบทั่วไป จึงต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามคำสั่งของโรงพยาบาล เวลางดขึ้นกับชนิดอาหาร เวลาผ่าตัด และแนวทางของสถานพยาบาล หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมผ่าตัดตามจริง เพราะอาจต้องปรับเวลาเพื่อป้องกันการสำลัก
สิ่งที่ควรเตรียม
- ผลตรวจและเอกสารเกี่ยวกับการผ่าตัดเต้านมเดิม
- รายชื่อยาและอาหารเสริมทั้งหมด
- เสื้อที่ติดกระดุมหรือรูดซิปด้านหน้า เพื่อไม่ต้องยกแขนสูง
- ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและอยู่ช่วยในช่วงแรก
- แผนลางานและหลีกเลี่ยงการยกของ
- คำถามเรื่องการเอาเต้านมเทียมออก เปลี่ยนใหม่ หรือไม่ใส่กลับ
- ความยินยอมว่าหากพบการติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อไม่เหมาะสม อาจต้องเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัด
ก่อนวันผ่าตัดควรถามให้ชัดว่าจะส่งพังผืด ของเหลว หรือเต้านมเทียมตรวจหรือไม่ จะมีสายระบายหรือไม่ และถ้าไม่สามารถเลาะพังผืดทั้งหมดอย่างปลอดภัย ศัลยแพทย์จะดำเนินการอย่างไร
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดต่างกันตามความหนาของพังผืด ตำแหน่งเต้านมเทียม แผลเดิม และว่าจะใส่เต้านมเทียมกลับหรือไม่ โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ยืนยันแผนและทำเครื่องหมายตำแหน่งผ่าตัด
ศัลยแพทย์ทบทวนว่าจะผ่าข้างใดหรือทั้งสองข้าง และแผนเกี่ยวกับเต้านมเทียม หากคุณยอมรับแผนสำรองหลายทาง ควรระบุไว้ในใบยินยอมอย่างชัดเจน
- ให้ยาระงับความรู้สึก
ส่วนใหญ่มักใช้การดมยาสลบเพื่อให้ไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด ทีมวิสัญญีติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และออกซิเจนตลอดการผ่าตัด
- เปิดแผลเข้าสู่ช่องเต้านมเทียม
ศัลยแพทย์มักเลือกแนวแผลเดิมหากเข้าถึงตำแหน่งได้เหมาะสม แต่บางกรณีอาจต้องขยายหรือใช้แนวแผลอื่นเพื่อให้เห็นเนื้อเยื่อชัดและควบคุมเลือดออกได้
- นำเต้านมเทียมออก
อาจนำออกก่อนเลาะพังผืด หรือเอาออกพร้อมแคปซูลตามข้อบ่งชี้และความปลอดภัย หากเต้านมเทียมแตก ขั้นตอนจะซับซ้อนขึ้นเพราะต้องนำวัสดุที่รั่วออกเท่าที่ทำได้
- เลาะพังผืดออกบางส่วนหรือทั้งหมด
ศัลยแพทย์แยกแคปซูลออกจากเนื้อเต้านม กล้ามเนื้อ และผนังทรวงอกอย่างระมัดระวัง บริเวณที่บางหรือติดแน่นอาจไม่เหมาะกับการฝืนเลาะทั้งหมด เพราะเพิ่มโอกาสเลือดออกหรือบาดเจ็บต่อทรวงอก
- เก็บตัวอย่างตรวจเมื่อจำเป็น
หากพบของเหลว ก้อน แคปซูลหนาผิดปกติ หรือเนื้อเยื่อที่น่าสงสัย อาจส่งตรวจหาเชื้อ ตรวจเซลล์ หรือตรวจพยาธิวิทยา หากสงสัย BIA-ALCL หรือความผิดปกติร้ายแรงอื่นที่เกิดในแคปซูล เช่น BIA-SCC ต้องวางแผนการเก็บและส่งของเหลวหรือชิ้นเนื้อร่วมกับพยาธิแพทย์ตามข้อบ่งชี้ โดยกรณีสงสัย BIA-ALCL อาจต้องตรวจ cytology, cell block และ CD30 ไม่ใช่เพียงการตรวจพยาธิวิทยาทั่วไป การส่งตรวจขึ้นกับสิ่งที่พบและเหตุผลของการผ่าตัด
- จัดการช่องว่างและเต้านมเทียม
ศัลยแพทย์อาจล้างช่องผ่าตัด ห้ามเลือด ปรับช่องว่าง ใส่เต้านมเทียมใหม่ หรือไม่ใส่กลับ หากเนื้อเยื่อหย่อนหรือผิดรูป อาจพิจารณาผ่าตัดยกกระชับหรือปรับรูปทรงร่วมด้วย แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน
- ใส่สายระบายเมื่อเหมาะสม
สายระบายช่วยนำเลือดและของเหลวออกจากแผล การต้องใส่และระยะเวลาที่ใช้ขึ้นกับขอบเขตการเลาะพังผืด เลือดออก และดุลยพินิจของศัลยแพทย์
- ปิดแผลและเฝ้าดูอาการหลังยาสลบ
หลังเย็บแผลและปิดผ้าปิดแผล คุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้น ทีมรักษาจะประเมินอาการปวด คลื่นไส้ เลือดออก และการหายใจก่อนตัดสินใจให้กลับบ้านหรือพักรักษาต่อ
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดอาจใช้เวลาตั้งแต่ช่วงสั้นกว่าสำหรับการแก้ไขข้างเดียวที่ไม่ซับซ้อน ไปจนถึงหลายชั่วโมงเมื่อผ่าทั้งสองข้าง พังผืดติดแน่น เต้านมเทียมแตก หรือต้องปรับรูปทรงร่วมด้วย แหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่มีช่วงเวลาผ่าตัดที่เชื่อถือได้สำหรับใช้เป็นมาตรฐานเดียว ศัลยแพทย์จึงควรประเมินจากภาพตรวจและแผนผ่าตัดของคุณโดยตรง
ส่วนใหญ่มักทำภายใต้การดมยาสลบ หลังผ่าตัด บางคนกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่ออาการคงที่ ขณะที่บางคนต้องพักดูอาการอย่างน้อยหนึ่งคืน โดยเฉพาะเมื่อการผ่าตัดกว้าง มีโรคประจำตัว มีเลือดออกมากกว่าคาด หรือไม่มีผู้ดูแลที่บ้าน Healthline
อย่าวางแผนขับรถกลับเอง แม้รู้สึกตื่นดี เพราะยาสลบและยาแก้ปวดอาจกระทบการตัดสินใจและการตอบสนอง ควรมีผู้ใหญ่พากลับและช่วยดูอาการในช่วงแรก
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นขึ้นกับว่าผ่าข้างเดียวหรือสองข้าง เลาะพังผืดมากเพียงใด ใส่เต้านมเทียมใหม่หรือไม่ และมีการยกกระชับหรือสร้างเต้านมร่วมด้วย แผลที่เคยฉายรังสี สูบบุหรี่ หรือผ่านการผ่าตัดหลายครั้งอาจหายช้ากว่า
| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่มักพบ | สิ่งที่ควรระวัง |
| ช่วงวันแรกๆ | ตึง บวม ช้ำ ปวดแผล และลุกนั่งไม่คล่อง อาจมีสายระบาย | รับประทานยาตามแผน ดูแผลและปริมาณของเหลว ไม่ขับรถ |
| ช่วงสัปดาห์แรก | อาการปวดมักค่อยๆ ลด แต่หน้าอกยังบวมและรู้สึกตึง | เดินเบาๆ หลีกเลี่ยงยกของ ดัน ดึง หรือยกแขนเกินที่ศัลยแพทย์อนุญาต |
| ช่วงหลายสัปดาห์ถัดมา | แผลเริ่มแข็งแรงขึ้นและกลับทำกิจวัตรได้มากขึ้น | ยังไม่ควรออกแรงหน้าอกหรือออกกำลังหนักจนได้รับอนุญาต |
| ช่วงหลายเดือน | รูปทรงและความนิ่มค่อยๆ เข้าที่ รอยแผลเป็นยังเปลี่ยนแปลงได้ | ติดตามผลหากแข็งขึ้น เจ็บ บวม หรือรูปทรงเปลี่ยนใหม่ |
ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อาจกลับไปทำงานได้เร็วกว่าผู้ที่ต้องยกของ ขับรถนาน หรือใช้แขนและกล้ามเนื้อหน้าอกมาก ไม่ควรกำหนดวันกลับงานจากประสบการณ์ของคนอื่น ศัลยแพทย์จะประเมินจากแผล การเคลื่อนไหว และลักษณะงานของคุณ
การบวมและรูปทรงไม่เท่ากันในช่วงแรกไม่ได้บอกผลสุดท้ายทันที เนื้อเยื่อต้องใช้เวลายุบและปรับตัว โดยเฉพาะหากเอาเต้านมเทียมออกโดยไม่ใส่กลับ รูปร่างอาจดูยุบ หย่อน หรือมีรอยเว้า ซึ่งขึ้นกับขนาดเต้านมเทียมเดิม คุณภาพผิว และปริมาณเนื้อเต้านม
หากมีสายระบาย ทีมผ่าตัดจะสอนวิธีดูแลและบันทึกของเหลว เกณฑ์ถอดสายขึ้นกับปริมาณและลักษณะของของเหลว ไม่ควรถอดหรือปรับสายเอง การนวดเต้านม การใส่เสื้อพยุง หรือการกดแผลควรทำเฉพาะตามคำแนะนำ เพราะแผนหลังผ่าตัดแตกต่างกันตามวิธีที่ทำ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดนี้เป็นการผ่าตัดเปิดและอาจต้องเลาะใกล้กล้ามเนื้อ ซี่โครง และเยื่อหุ้มทรวงอก ความเสี่ยงจึงขึ้นกับความหนาและตำแหน่งของแคปซูล รวมถึงประวัติผ่าตัดเดิม
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- เลือดออกหรือเลือดคั่ง ซึ่งอาจต้องกลับเข้าห้องผ่าตัด
- ติดเชื้อที่แผลหรือรอบเต้านมเทียม
- ของเหลวคั่งใต้แผล
- แผลแยก แผลหายช้า หรือผิวหนังบางส่วนขาดเลือด
- ปวดเรื้อรัง ชา หรือความรู้สึกที่เต้านมและหัวนมเปลี่ยนไป
- รูปทรงไม่เท่ากัน รอยบุ๋ม ผิวเป็นคลื่น หรือเต้านมหย่อน
- แผลเป็นกว้าง นูน หรือสีเข้ม
- เต้านมเทียมเคลื่อน ผิดตำแหน่ง หรือเสียหาย หากยังคงใส่ไว้
- พังผืดหดรัดกลับมาอีกหลังใส่เต้านมเทียมใหม่
- บาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อ เส้นเลือด หรือผนังทรวงอก
- อากาศรั่วเข้าช่องเยื่อหุ้มปอด ซึ่งพบไม่บ่อยแต่ต้องรักษา
- ลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด และภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบ
- ต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อแก้เลือดออก ติดเชื้อ แผล หรือรูปทรง
การศึกษาในฐานข้อมูลการผ่าตัดของสหรัฐอเมริกาพบภาวะแทรกซ้อนหลายชนิดหลังการเลาะแคปซูล แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นการทบทวนย้อนหลัง มีข้อจำกัดด้านรายละเอียดของเหตุผลและเทคนิคผ่าตัด และไม่ควรนำอัตราจากระบบสหรัฐฯ มาใช้ทำนายความเสี่ยงของผู้ป่วยในไทยโดยตรง Aesthetic Surgery Journal Open Forum
ความเสี่ยงส่วนตัวอาจสูงขึ้นหากเคยฉายรังสี มีแผลผ่าตัดหลายครั้ง สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน ควบคุมโรคประจำตัวไม่ได้ หรือมีแคปซูลติดแน่นกับผนังทรวงอก ประวัติฉายรังสี เลือดคั่ง ของเหลวคั่ง การติดเชื้อ และเต้านมเทียมแตกสัมพันธ์กับโอกาสเกิดพังผืดหดรัด แต่บางคนเกิดภาวะนี้โดยไม่พบสาเหตุชัดเจน Breastcancer.org
การเอาพังผืดออกและเปลี่ยนเต้านมเทียมไม่รับประกันว่าจะไม่เกิดซ้ำ เพราะร่างกายจะสร้างแคปซูลใหม่รอบสิ่งแปลกปลอมอีกครั้ง เป้าหมายคือแก้อาการและความผิดปกติที่มีอยู่ พร้อมลดปัจจัยเสี่ยงที่จัดการได้
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
- เต้านมข้างหนึ่งบวมโต ตึง หรือช้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- เลือดออกมากจนผ้าปิดแผลชุ่ม หรือมีเลือดสดออกจากสายระบายต่อเนื่อง
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด เป็นลม หรือหัวใจเต้นผิดปกติ
- มีไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน ปวดมากขึ้น หรือมีหนองและกลิ่นผิดปกติ
- ปวดมากขึ้นอย่างชัดเจนแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น
- ผิวเต้านมซีดมาก คล้ำ เป็นม่วง หรือเย็นผิดปกติ
- แผลแยก เห็นเนื้อเยื่อด้านใน หรือเต้านมเทียม
- สายระบายหลุด หยุดไหลกะทันหันพร้อมกับเต้านมบวม หรือของเหลวเปลี่ยนผิดปกติ
- ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหอบร่วมด้วย
- มีผื่น บวมหน้า หายใจมีเสียง หรือสงสัยอาการแพ้ยา
หากเต้านมบวมช้าๆ หลังจากหายดีไปแล้วหลายเดือนหรือหลายปี หรือคลำได้ก้อนใหม่ ควรนัดตรวจโดยไม่รอดูเอง แม้ไม่เจ็บ อาการเหล่านี้อาจมาจากของเหลว พังผืด เต้านมเทียม หรือสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจแยก
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดเลาะพังผืดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ทางเลือกขึ้นกับระดับอาการ ผลตรวจ และความต้องการว่าจะเก็บเต้านมเทียมไว้หรือไม่
เฝ้าติดตามอาการ
หากเต้านมยังนิ่มหรือแน่นเพียงเล็กน้อย ไม่มีอาการเจ็บ และรูปทรงไม่ผิดปกติชัดเจน แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามแทนการผ่าตัด ควรกลับมาตรวจเมื่อมีความแข็ง ปวด หรือรูปทรงเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องเอาแคปซูลปกติออกเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
ผ่าตัดเปิดพังผืด
ศัลยแพทย์กรีดหรือคลายแคปซูลเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เต้านมเทียม แทนการเลาะออกทั้งหมด วิธีนี้อาจใช้เวลาผ่าตัดและมีการเลาะเนื้อเยื่อน้อยกว่า แต่ไม่เหมาะกับทุกสาเหตุ และพังผืดอาจกลับมาหดรัดได้ Breastcancer.org
เอาเต้านมเทียมออกโดยไม่ใส่กลับ
วิธีนี้หลีกเลี่ยงการสร้างแคปซูลรอบเต้านมเทียมชิ้นใหม่ แต่อาจทำให้เต้านมยุบ หย่อน หรือไม่เท่ากัน การเอาเต้านมเทียมออกไม่ได้หมายความว่าต้องเลาะพังผืดทั้งหมดเสมอ ศัลยแพทย์จะพิจารณาว่าแคปซูลส่วนใดควรเอาออกตามอาการและความปลอดภัย
เปลี่ยนหรือปรับตำแหน่งเต้านมเทียม
บางกรณีอาจเปลี่ยนเต้านมเทียม ปรับช่องว่าง หรือย้ายตำแหน่งเหนือหรือใต้กล้ามเนื้อ วิธีที่เหมาะขึ้นกับความหนาของเนื้อเยื่อ ประวัติฉายรังสี และสภาพช่องเดิม แต่ไม่มีวิธีใดรับประกันว่าจะไม่เกิดพังผืดซ้ำ
ยกกระชับหรือปรับรูปทรงโดยไม่ใส่เต้านมเทียม
หากเอาเต้านมเทียมออกแล้วมีผิวส่วนเกิน อาจพิจารณายกกระชับเต้านมหรือใช้เนื้อเยื่อของตนเองปรับรูปทรง การผ่าตัดร่วมกันทำให้แผลและการพักฟื้นมากขึ้น จึงอาจทำพร้อมกันหรือแบ่งเป็นหลายระยะตามสภาพเนื้อเยื่อ
ไม่ควรนวดแรง บีบให้พังผืดแตก หรือซื้อยามารักษาเอง วิธีดังกล่าวอาจทำให้เจ็บ เลือดออก หรือทำให้เต้านมเทียมเสียหาย และยังไม่ทดแทนการตรวจหาสาเหตุของเต้านมแข็งหรือผิดรูป
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับเหตุผลที่ใส่เต้านมเทียมเดิม เหตุผลทางการแพทย์ของการผ่าตัดครั้งนี้ โรงพยาบาลตามสิทธิ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน การผ่าตัดเพื่อรักษาการติดเชื้อ เต้านมเทียมแตก หรือภาวะแทรกซ้อนหลังการสร้างเต้านมจากโรค อาจถูกพิจารณาต่างจากการแก้รูปทรงหลังเสริมเพื่อความงาม
บัตรทอง
เริ่มติดต่อหน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลที่รักษาเดิม แพทย์จะประเมินว่ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือไม่ และจำเป็นต้องส่งต่อไปยังหน่วยที่มีศัลยแพทย์เฉพาะทางหรือไม่ ถ้าเป็นการแก้ไขด้านความงามเพียงอย่างเดียว อาจไม่อยู่ในขอบเขตสิทธิ ควรถามให้ชัดว่าครอบคลุมการตรวจภาพ การผ่าตัด การตรวจชิ้นเนื้อ และการนอนโรงพยาบาลหรือไม่
ประกันสังคม
ติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิก่อนรับบริการ แพทย์ของโรงพยาบาลจะเป็นผู้ประเมินและออกเอกสารส่งต่อตามระบบเมื่อจำเป็น ควรเตรียมประวัติการผ่าตัดเดิมและผลตรวจทั้งหมด เหตุผลทางการแพทย์และความสัมพันธ์กับการรักษาเดิมมีผลต่อการพิจารณา
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจเงื่อนไขเรื่องการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับการเสริมความงาม ภาวะที่เป็นมาก่อนเริ่มกรมธรรม์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการสร้างเต้านมหลังรักษาโรค ขอให้โรงพยาบาลส่งแผนผ่าตัดและข้อบ่งชี้เพื่อขออนุมัติล่วงหน้า อย่าคิดว่าการอนุมัติค่าผ่าตัดหมายถึงครอบคลุมเต้านมเทียมใหม่ การตรวจพยาธิวิทยา หรือการแก้ไขรูปทรงทั้งหมด
คำถามสำคัญที่ควรถามหน่วยสิทธิหรือบริษัทประกันคือ ต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ ต้องขออนุมัติก่อนหรือไม่ ครอบคลุมการรักษาภาวะแทรกซ้อนและการตรวจเนื้อเยื่อหรือไม่ และหากแผนเปลี่ยนระหว่างผ่าตัดต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมอย่างไร
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
พังผืดรอบซิลิโคนทุกคนต้องผ่าตัดหรือไม่
ไม่ต้องผ่าตัดทุกคน เพราะแคปซูลบางๆ รอบเต้านมเทียมเป็นการตอบสนองปกติของร่างกาย การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อแข็ง เจ็บ ผิดรูป หรือมีความผิดปกติอื่นที่ต้องรักษา
ผ่าตัดแล้วต้องเอาเต้านมเทียมออกหรือไม่
ระหว่างเลาะพังผืดมักต้องนำเต้านมเทียมเดิมออกจากช่อง แต่จะใส่อันใหม่หรือไม่ขึ้นกับสภาพเนื้อเยื่อ การติดเชื้อ ผลตรวจ และความต้องการของคุณ บางคนเลือกไม่ใส่กลับ
ต้องเลาะพังผืดออกทั้งหมดหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องเลาะออกทั้งหมดในทุกกรณี หากพังผืดติดแน่นกับผนังทรวงอก การฝืนเอาออกอาจเพิ่มความเสี่ยง ศัลยแพทย์จะเลือกระหว่างการเลาะบางส่วนกับทั้งหมดตามข้อบ่งชี้และความปลอดภัย
การเอาพังผืดและเต้านมเทียมออกพร้อมกันเป็นชิ้นเดียวดีกว่าเสมอหรือไม่
ไม่ดีกว่าเสมอไปและไม่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคน วิธีนี้เหมาะเฉพาะบางข้อบ่งชี้ และอาจทำไม่ได้อย่างปลอดภัยเมื่อแคปซูลบาง แตก หรือติดกับผนังทรวงอก
ผ่าตัดแล้วพังผืดกลับมาได้หรือไม่
กลับมาได้ โดยเฉพาะเมื่อใส่เต้านมเทียมใหม่ เพราะร่างกายจะสร้างแคปซูลรอบสิ่งแปลกปลอมอีกครั้ง ไม่มีเทคนิคใดรับประกันว่าจะไม่เกิดซ้ำ
ถุงเต้านมเทียมแตกจำเป็นต้องเลาะพังผืดทั้งหมดหรือไม่
ไม่จำเป็นในทุกกรณี แผนขึ้นกับชนิดของเต้านมเทียม ตำแหน่งวัสดุที่รั่ว อาการ และสภาพแคปซูล ศัลยแพทย์จะใช้ผลตรวจภาพและสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัดประกอบกัน
หลังผ่าตัดกลับบ้านวันเดียวได้ไหม
บางคนกลับได้ในวันเดียวเมื่ออาการคงที่ แต่บางคนต้องพักดูอาการ โดยเฉพาะเมื่อผ่าตัดกว้าง มีโรคประจำตัว หรือมีเลือดออกมากกว่าคาด ต้องมีผู้ใหญ่พากลับและไม่ควรขับรถเอง
หลังผ่าตัดกลับไปทำงานเมื่อไร
งานเบามักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยก ดัน หรือใช้กล้ามเนื้อหน้าอกมาก ระยะเวลาจริงขึ้นกับขอบเขตผ่าตัด อาการปวด แผล และหน้าที่งาน จึงควรให้ศัลยแพทย์ประเมินในการนัดติดตาม
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นพังผืดหรือเต้านมเทียมแตก
อาการอย่างความแข็ง เจ็บ หรือรูปทรงเปลี่ยนแยกสาเหตุไม่ได้แน่นอน แพทย์ต้องตรวจร่างกายและอาจใช้การตรวจภาพ หากมีของเหลวหรือก้อนอาจต้องเก็บตัวอย่างตรวจเพิ่มเติม
จำเป็นต้องส่งพังผืดตรวจหรือไม่
โดยทั่วไปแคปซูลที่ตัดออกควรส่งตรวจพยาธิวิทยา แม้ระหว่างผ่าตัดจะไม่เห็นความผิดปกติชัดเจน หากมีของเหลว ก้อน แคปซูลผิดปกติ หรือสงสัยมะเร็งที่สัมพันธ์กับเต้านมเทียม ต้องแจ้งพยาธิแพทย์ล่วงหน้าและส่งตัวอย่างอย่างเหมาะสม โดยกรณีสงสัย BIA-ALCL ควรตรวจของเหลวด้วย cytology, cell block และ CD30 ตามข้อบ่งชี้
เอาเต้านมเทียมออกแล้วเต้านมจะเป็นอย่างไร
เต้านมอาจดูเล็กลง ยุบ หย่อน หรือมีรอยเว้า โดยขึ้นกับขนาดเต้านมเทียมเดิม ระยะเวลาที่ใส่ คุณภาพผิว และปริมาณเนื้อเต้านม ศัลยแพทย์ควรอธิบายทางเลือกปรับรูปทรงก่อนตัดสินใจ
การนวดช่วยรักษาพังผืดหดรัดได้ไหม
การนวดไม่ใช่คำตอบสำหรับพังผืดรุนแรง และไม่ควรบีบหรือนวดแรงโดยไม่ได้รับคำแนะนำ เพราะอาจทำให้ปวด เลือดออก หรือเต้านมเทียมเสียหาย หากเต้านมแข็งขึ้นควรตรวจหาสาเหตุก่อน
ถ้ามีก้อนหรือเต้านมบวมหลังใส่เต้านมเทียมควรรอดูไหม
ไม่ควรรอดูนาน โดยเฉพาะเมื่อบวมขึ้นหลังจากเคยปกติมาหลายเดือนหรือหลายปี ควรตรวจเพื่อแยกของเหลว การติดเชื้อ เต้านมเทียมแตก พังผืด BIA-ALCL, BIA-SCC และความผิดปกติอื่น
ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือยาเบาหวานหรือไม่
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามเปลี่ยนเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ และความเสี่ยงเลือดออกหรือลิ่มเลือดของคุณ
ควรเลือกเอาเต้านมเทียมออกหรือเปลี่ยนใหม่
ไม่มีคำตอบเดียว หากต้องการคงขนาดและรูปทรงเดิมอาจพิจารณาใส่ใหม่ แต่ยังมีโอกาสเกิดพังผืดซ้ำ หากไม่ต้องการสิ่งแปลกปลอมอาจเอาออกและพิจารณาปรับรูปทรงด้วยเนื้อเยื่อของตนเอง ศัลยแพทย์จะช่วยเทียบผลที่คาดได้กับความเสี่ยงของแต่ละทางเลือก
ข้อมูลอ้างอิง
- Healthline: Capsulectomy Procedure, Who Needs One, Recovery, and Aftercare — เกี่ยวกับ Capsulectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of Capsulectomies: An Analysis of the American ... — เกี่ยวกับ Capsulectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- American Cancer Society: What Is Capsular Contracture and How Is It Treated? — เกี่ยวกับ Capsulectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


