ผ่าตัดฝีคัณฑสูตร
ผ่าตัดฝีคัณฑสูตร (Anal fistula surgery) คือการรักษาทางเชื่อมผิดปกติระหว่างรูทวารหนักกับผิวหนังรอบทวาร ซึ่งมักเกิดตามหลังฝีหรือการติดเชื้อ เป้าหมายคือกำจัดหรือปิดทางเชื่อม ระบายการติดเชื้อ และรักษากล้ามเนื้อหูรูดให้มากที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการกลั้นอุจจาระผิดปกติ
ประเด็นสำคัญ
- ฝีคัณฑสูตรมักไม่ปิดหายเอง และการใช้ยาอย่างเดียวโดยทั่วไปไม่สามารถกำจัดทางเชื่อมได้ จึงมักต้องรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด แต่ถ้ามีฝีเฉียบพลันอาจต้องระบายหนองก่อน
- วิธีผ่าตัดไม่ได้เหมือนกันทุกคน ศัลยแพทย์เลือกจากตำแหน่ง ความลึก จำนวนแขนง และสัดส่วนของกล้ามเนื้อหูรูดที่ทางเชื่อมพาดผ่าน
- บางโรงพยาบาลอาจให้กลับในวันเดียวกัน ขณะที่บางแห่งอาจรับไว้สังเกตอาการหรือพักค้างคืน ขึ้นกับเทคนิค การระงับความรู้สึก อาการหลังผ่าตัด โรคประจำตัว ผู้ดูแล และแนวทางของสถานพยาบาลในประเทศไทย แผลมักต้องเปิดไว้ให้หายจากด้านใน อาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดเล็กน้อย และต้องดูแลความสะอาดหลังขับถ่ายตามคำแนะนำของทีมรักษา
ผ่าตัดฝีคัณฑสูตร คืออะไร
ฝีคัณฑสูตรคือทางเชื่อมที่ไม่ควรมีระหว่างด้านในคลองทวารหนักกับผิวหนังรอบทวาร มักเริ่มจากต่อมเล็กๆ ภายในทวารติดเชื้อและกลายเป็นฝี เมื่อหนองระบายออกเองหรือได้รับการกรีดระบาย อาจเหลือทางเดินจากต้นกำเนิดของการติดเชื้อไปยังรูเปิดบนผิวหนัง Cleveland Clinic
อาการที่พบได้ ได้แก่
- ปวด บวม หรือแดงรอบทวารหนัก
- มีหนอง น้ำเหลือง เลือด หรือของเหลวมีกลิ่นออกจากรูเล็กๆ ข้างทวาร
- อาการบวมปวดเป็นๆ หายๆ โดยดีขึ้นเมื่อหนองไหลออก แล้วกลับมาเป็นใหม่
- เจ็บมากขึ้นเวลานั่ง ไอ หรือถ่ายอุจจาระ
- มีไข้หรือรู้สึกไม่สบายเมื่อมีฝีหรือการติดเชื้อกำเริบ
- บางรายรู้สึกควบคุมลมหรืออุจจาระได้ไม่เหมือนเดิม
รูเปิดด้านนอกอาจปิดชั่วคราว แต่ทางเชื่อมด้านในยังอยู่ หนองจึงสะสมและกลับมาเป็นฝีซ้ำได้ ฝีคัณฑสูตรที่เกิดจากการติดเชื้อทั่วไปมักไม่หายถาวรด้วยยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว เพราะยายังไม่ได้กำจัดทางเชื่อมผิดปกติ
การผ่าตัดมีหลายวิธี ไม่ได้หมายถึงการตัดทางเชื่อมออกทั้งหมดเสมอไป วิธีที่ใช้บ่อย ได้แก่
| วิธีรักษา | ทำอย่างไร | มักพิจารณาเมื่อ |
| เปิดทางเชื่อม | กรีดเปิดทางเชื่อมตลอดแนวให้กลายเป็นแผลตื้น แล้วปล่อยให้หายจากฐานแผลขึ้นมา | ทางเชื่อมตื้นและผ่านกล้ามเนื้อหูรูดไม่มาก |
| ใส่ไหมระบาย | ร้อยไหมผ่าตัดผ่านทางเชื่อมเพื่อเปิดทางระบายและควบคุมการติดเชื้อ | ทางเชื่อมลึก ซับซ้อน หรือผ่านกล้ามเนื้อหูรูดมาก |
| ปิดรูด้านในด้วยแผ่นเนื้อเยื่อ | นำเนื้อเยื่อด้านในมาปิดจุดเปิดของทางเชื่อม | ต้องการหลีกเลี่ยงการตัดกล้ามเนื้อหูรูด |
| ผูกและตัดทางเชื่อมระหว่างชั้นกล้ามเนื้อ | เข้าหารอยโรคระหว่างกล้ามเนื้อหูรูด ผูกปิดและตัดทางเชื่อม | ทางเชื่อมพาดผ่านกล้ามเนื้อและการเปิดตลอดแนวมีความเสี่ยงสูง |
| ปิดทางเชื่อมด้วยวัสดุหรือพลังงาน | ใช้วัสดุปิด กล้อง หรือพลังงานช่วยทำลายและปิดทางเชื่อม | ใช้ในผู้ป่วยที่เหมาะสมตามลักษณะทางเชื่อมและประสบการณ์ของสถานพยาบาล |
เป้าหมายสำคัญมีสองด้านที่ต้องสมดุลกัน คือควบคุมโรคและรักษาการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูด วิธีที่กำจัดทางเชื่อมได้ตรงที่สุดอาจไม่เหมาะหากต้องตัดกล้ามเนื้อจำนวนมาก ศัลยแพทย์จึงต้องประเมินแผนที่ของทางเชื่อมก่อนเลือกวิธี
บางครั้งยังระบุแนวทางเชื่อมทั้งหมดไม่ได้จากการตรวจในห้องตรวจ แพทย์อาจต้องตรวจภายใต้ยาระงับความรู้สึก และตัดสินใจขั้นสุดท้ายระหว่างผ่าตัด หากพบว่าทางเชื่อมซับซ้อนกว่าที่คาด อาจใส่ไหมระบายก่อนแทนการเปิดทางเชื่อมทันที
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครมักได้รับการพิจารณาผ่าตัด
การผ่าตัดมักเหมาะกับผู้ที่ได้รับการยืนยันว่ามีฝีคัณฑสูตรและมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- มีหนอง น้ำเหลือง หรือเลือดไหลจากรูข้างทวารเป็นๆ หายๆ
- เกิดฝีรอบทวารซ้ำหลังเคยระบายหนองแล้ว
- มีอาการปวด บวม หรือระคายเคืองเรื้อรัง
- ทางเชื่อมไม่ปิดหลังการติดเชื้อสงบ
- มีหลายรูเปิดหรือสงสัยว่าทางเชื่อมแตกแขนง
- อาการรบกวนการนั่ง การทำงาน การนอน หรือการขับถ่าย
- ต้องควบคุมแหล่งติดเชื้อก่อนเริ่มหรือปรับการรักษาโรคอื่น
การมีรูหรือของเหลวออกข้างทวารไม่ได้แปลว่าเป็นฝีคัณฑสูตรเสมอไป แผลปริขอบทวาร ต่อมผิวหนังอักเสบ ซีสต์ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคติดต่อบางชนิดอาจมีอาการคล้ายกัน แพทย์จึงต้องตรวจให้ชัดก่อนวางแผนผ่าตัด
ใครอาจต้องเลื่อนหรือปรับแผน
การผ่าตัดแบบวางแผนอาจยังไม่ใช่ขั้นตอนแรก หากมีภาวะต่อไปนี้
- มีฝีบวมตึงและการติดเชื้อเฉียบพลัน ซึ่งอาจต้องกรีดระบายหนองก่อน
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี เช่น ระดับน้ำตาลผิดปกติมาก หรือโรคหัวใจและปอดที่เพิ่มความเสี่ยงจากการระงับความรู้สึก
- ใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและยังไม่ได้รับแผนปรับยาจากแพทย์
- กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งต้องชั่งประโยชน์และความเร่งด่วนเป็นรายบุคคล
- มีการอักเสบจากโรคลำไส้ เช่น โรคโครห์น ซึ่งอาจต้องควบคุมโรคด้วยยาร่วมกับการระบายหนอง แทนการเปิดทางเชื่อมทันที
- เคยผ่าตัดบริเวณทวารหรือมีปัญหากลั้นอุจจาระอยู่เดิม ทำให้ต้องเลือกวิธีที่รักษากล้ามเนื้อหูรูดมากขึ้น
ข้อห้ามไม่ได้เหมือนกันทุกเทคนิค คนที่ไม่เหมาะกับการเปิดทางเชื่อมอาจยังเหมาะกับการใส่ไหมระบายหรือวิธีสงวนกล้ามเนื้อหูรูด การตัดสินใจขึ้นกับผลตรวจและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ไม่ควรงดการรักษาเพียงเพราะกังวลเรื่องการกลั้นอุจจาระโดยยังไม่ได้ประเมินตำแหน่งของทางเชื่อม
แพทย์ประเมินอะไรบ้าง
ศัลยแพทย์จะถามเรื่องระยะเวลาที่เป็น จำนวนครั้งที่เคยเกิดฝี การผ่าตัดเดิม โรคลำไส้ การฉายรังสีบริเวณเชิงกราน และความสามารถในการกลั้นลมหรืออุจจาระ จากนั้นตรวจบริเวณทวารและอาจตรวจภายในอย่างระมัดระวัง
รายที่ทางเชื่อมซับซ้อน เป็นซ้ำ มีหลายรู หรือเคยผ่าตัดมาก่อน อาจต้องตรวจภาพเพิ่มเติมเพื่อดูแนวทางเชื่อมและแขนงที่ซ่อนอยู่ การตรวจที่จำเป็นขึ้นกับสิ่งที่พบและทรัพยากรของสถานพยาบาล
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลจะให้คำแนะนำเฉพาะตามชนิดการระงับความรู้สึกและเทคนิคที่จะทำ หากคำแนะนำของโรงพยาบาลต่างจากข้อมูลทั่วไปในหน้านี้ ให้ยึดคำสั่งของทีมผ่าตัด เพราะเวลางดอาหารและการจัดการยาไม่เหมือนกันทุกคน
แจ้งข้อมูลสุขภาพให้ครบ
ควรบอกศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์เกี่ยวกับ
- โรคประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน และโรคเลือด
- ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้ยาง หรือแพ้วัสดุปิดแผล
- ปัญหากลั้นลมหรืออุจจาระก่อนผ่าตัด แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย
- การผ่าตัดบริเวณทวารหนักหรือเชิงกรานที่ผ่านมา
- โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือการฉายรังสี
- การตั้งครรภ์หรือโอกาสตั้งครรภ์
- การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
- ยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้อยู่
การปรับยา
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าใช้ยาตัวใดต่อ หยุดเมื่อใด และเริ่มใหม่เมื่อใดตามโรคประจำตัวและชนิดการผ่าตัด
หากกินยาแล้วอาเจียน ลืมปรับยาตามแผน หรือเผลอรับประทานอาหารในช่วงที่ต้องงด ควรโทรแจ้งโรงพยาบาลก่อนเดินทาง ไม่ควรปิดข้อมูลเพื่อให้ได้ผ่าตัดตามกำหนด เพราะอาจกระทบความปลอดภัยระหว่างดมยาสลบ
การงดอาหารและน้ำ
การผ่าตัดมักใช้ยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจึงจะกำหนดช่วงงดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารในกระเพาะจะย้อนเข้าสู่ปอด เวลางดขึ้นกับชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด และแนวทางของแต่ละโรงพยาบาล ควรทำตามเอกสารนัดอย่างเคร่งครัด
ไม่ควรสวนอุจจาระหรือใช้ยาระบายเพื่อเตรียมลำไส้เอง เว้นแต่ทีมผ่าตัดสั่ง การเตรียมลำไส้ไม่จำเป็นเหมือนกันในทุกเทคนิค
สิ่งที่ควรเตรียม
- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิ และเอกสารส่งตัวถ้ามี
- รายการยาปัจจุบันหรือยาที่ใช้จริงในบรรจุภัณฑ์เดิม
- ผลตรวจและเอกสารการรักษาครั้งก่อน
- เสื้อผ้าหลวม ใส่ง่าย และกางเกงชั้นในสำรอง
- แผ่นซับหรือผ้าอนามัยสำหรับรองน้ำเหลืองหลังผ่าตัด
- ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและช่วยดูแลช่วงแรก หากได้รับยาสลบหรือยากดประสาท
วันผ่าตัดควรงดเครื่องประดับและหลีกเลี่ยงการทาครีมหรือผลิตภัณฑ์มีกลิ่นบริเวณที่จะผ่าตัด หากมีไข้ ไอมาก ผื่น แผลติดเชื้อ หรืออาการฝีบวมปวดขึ้นก่อนวันนัด ให้แจ้งโรงพยาบาลเพื่อประเมินว่าควรดำเนินการตามแผนหรือไม่
ขั้นตอนการผ่าตัด
ขั้นตอนจริงขึ้นกับแนวทางเชื่อม ศัลยแพทย์อาจอธิบายไว้มากกว่าหนึ่งแผน เพราะบางรายละเอียดเห็นได้ชัดเมื่อผู้ป่วยได้รับยาระงับความรู้สึกและตรวจทางเชื่อมอย่างเต็มที่แล้ว
1. ระงับความรู้สึกและจัดท่า
อาจใช้ยาสลบ การระงับความรู้สึกทางไขสันหลัง หรือวิธีอื่นตามเทคนิคผ่าตัด สุขภาพผู้ป่วย และการประเมินของศัลยแพทย์กับวิสัญญีแพทย์ แนวทางแตกต่างกันระหว่างโรงพยาบาลในประเทศไทย
ทีมผ่าตัดจะจัดท่าให้เข้าถึงบริเวณทวารได้โดยรักษาความเป็นส่วนตัว ตรวจยืนยันตัวผู้ป่วย ตำแหน่งผ่าตัด ประวัติแพ้ยา และแผนการรักษาก่อนเริ่ม
2. ตรวจหาทางเชื่อม
ศัลยแพทย์ตรวจรูเปิดด้านนอกและด้านใน ประเมินว่าทางเชื่อมพาดผ่านกล้ามเนื้อหูรูดมากเพียงใด และค้นหาแขนงหรือโพรงหนองที่อาจซ่อนอยู่ ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะการเปิดทางเชื่อมโดยไม่รู้แนวที่แท้จริงอาจทำลายกล้ามเนื้อหรือปล่อยแขนงที่ติดเชื้อไว้
3. เลือกวิธีรักษาตามสิ่งที่พบ
การเปิดทางเชื่อมตลอดแนว
ศัลยแพทย์กรีดหลังคาของทางเชื่อมให้เปิดออก แล้วทำความสะอาดเนื้อเยื่ออักเสบ แผลจะไม่ถูกเย็บปิดทั้งหมด แต่ปล่อยให้ค่อยๆ หายจากฐานขึ้นสู่ผิว วิธีนี้มักใช้กับทางเชื่อมที่ผ่านกล้ามเนื้อหูรูดเพียงเล็กน้อย NHS
การใส่ไหมระบาย
ไหมผ่าตัดถูกคล้องผ่านทางเชื่อมเพื่อให้ของเหลวระบายออก ลดการเกิดฝีซ้ำ และควบคุมการอักเสบโดยไม่ตัดกล้ามเนื้อทันที ไหมชนิดหลวมมักใช้เพื่อระบายและอาจเป็นขั้นแรกของการรักษาหลายระยะ ไม่ได้หมายความว่าทางเชื่อมปิดแล้ว
การปิดรูด้านในด้วยแผ่นเนื้อเยื่อ
ศัลยแพทย์ทำความสะอาดทางเชื่อม แล้วใช้แผ่นเนื้อเยื่อจากด้านในลำไส้ตรงปิดรูเปิดด้านใน วิธีนี้หลีกเลี่ยงการตัดผ่านกล้ามเนื้อหูรูด แต่ยังมีโอกาสที่ทางเชื่อมจะไม่ปิดหรือกลับมาเป็นใหม่
การผูกทางเชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อหูรูด
ศัลยแพทย์เปิดแผลเล็กบริเวณระหว่างชั้นกล้ามเนื้อ ค้นหาและผูกปิดทางเชื่อมทั้งสองด้าน แล้วตัดแยกส่วนที่เป็นโรค วิธีนี้ใช้กับทางเชื่อมบางชนิดที่ผ่านกล้ามเนื้อและต้องการสงวนการทำงานของหูรูด
วิธีปิดทางเชื่อมอื่น
อาจใช้วัสดุอุด กาวทางการแพทย์ กล้อง หรือพลังงานทำลายเยื่อบุของทางเชื่อม วิธีเหล่านี้ไม่ต้องตัดกล้ามเนื้อโดยตรง แต่อาจไม่เหมาะกับทุกลักษณะโรค และหลักฐานระยะยาวของแต่ละวิธีแตกต่างกัน
4. ห้ามเลือดและปิดแผล
หลังรักษาทางเชื่อม ศัลยแพทย์จะห้ามเลือดและอาจวางวัสดุปิดแผลหรือผ้าก๊อซไว้ แผลบางส่วนตั้งใจเปิดไว้เพื่อระบาย ไม่ใช่การเย็บไม่สำเร็จ หากใส่ไหมระบาย ปลายไหมจะยังเห็นหรือคลำได้บริเวณทวาร
5. พักฟื้นหลังยาระงับความรู้สึก
ทีมรักษาจะสังเกตการหายใจ ความดัน อาการปวด เลือดออก และความสามารถในการดื่มน้ำหรือปัสสาวะ ก่อนพิจารณาให้กลับบ้าน ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำเรื่องแผล การขับถ่าย ยาที่แพทย์สั่ง และวันติดตามผล
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามความซับซ้อนของทางเชื่อม เทคนิคที่ใช้ และสิ่งที่พบระหว่างตรวจภายใต้ยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจะแจ้งเวลาประมาณการเป็นรายบุคคล
เวลาที่อยู่โรงพยาบาลจะนานกว่าเวลาผ่าตัด เพราะต้องลงทะเบียน เตรียมตัว พบวิสัญญีแพทย์ และพักฟื้นจากยาระงับความรู้สึก บางโรงพยาบาลอาจให้กลับในวันเดียวกัน ขณะที่บางแห่งอาจรับไว้สังเกตอาการหรือพักค้างคืน ขึ้นกับเทคนิค การระงับความรู้สึก อาการหลังผ่าตัด โรคประจำตัว ผู้ดูแล และแนวทางของสถานพยาบาลในประเทศไทย
อาจต้องพักค้างคืนหากทางเชื่อมซับซ้อน ผ่าตัดหลายตำแหน่ง มีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง ปวดหรือคลื่นไส้มาก ปัสสาวะไม่ได้ หรือมีคนดูแลที่บ้านไม่พร้อม แนวทางรับไว้ในโรงพยาบาลของแต่ละแห่งอาจต่างกัน
หากได้รับยาสลบหรือยากดประสาท ควรมีผู้ใหญ่มารับและอยู่ด้วยในช่วงแรกตามระยะเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด ไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร ดื่มแอลกอฮอล์ หรือเซ็นเอกสารสำคัญจนกว่าผลของยาจะหมดตามคำแนะนำของทีมรักษา
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นแบ่งเป็นสองส่วน คือระยะที่กลับไปทำกิจวัตรได้ และระยะที่แผลหายเต็มที่ คุณอาจเดินและทำงานเบาได้ก่อนที่แผลจะปิดสนิท โดยเฉพาะเมื่อแผลถูกเปิดไว้ให้หายจากด้านใน
| ช่วงเวลาโดยทั่วไป | สิ่งที่อาจพบ | การดูแลและกิจกรรม |
| วันผ่าตัดถึงช่วงแรก | ง่วงจากยา ปวดตึง มีเลือดหรือน้ำเหลืองเล็กน้อย | พัก เดินระยะสั้นตามไหว มีผู้ดูแล และใช้ยาตามใบสั่ง |
| สองสามวันแรก | ปวดชัดขึ้นเวลานั่งหรือถ่าย อาจมีคราบเลือดที่แผ่นซับ | รักษาความสะอาด ดื่มน้ำ รับประทานอาหารที่ช่วยให้อุจจาระไม่แข็ง |
| ระหว่างพักฟื้น | อาการปวดอาจค่อยๆ ลด แต่แผลอาจยังมีน้ำเหลือง | กลับไปทำงานและเพิ่มกิจกรรมตามขนาดแผล เทคนิค อาการเลือดออก ความจำเป็นของงาน และคำสั่งของศัลยแพทย์ผู้รักษา |
| หลังจากนั้น | แผลค่อยๆ ตื้นและมีของเหลวน้อยลง | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อยตามอาการและคำแนะนำของศัลยแพทย์ |
| จนแผลหาย | ระยะเวลาต่างกันมากตามขนาดแผลและวิธีผ่าตัด | ไปตามนัด โดยเฉพาะผู้ที่มีไหมระบายหรือวางแผนผ่าตัดหลายระยะ |
การกลับไปทำงานและการหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักต้องพิจารณาตามขนาดแผล เทคนิค อาการเลือดออก ความจำเป็นของงาน และคำสั่งของศัลยแพทย์ผู้รักษา ผู้ที่ทำงานใช้แรง ยืนนาน ขับรถนาน หรือเข้าห้องน้ำลำบากอาจต้องพักนานกว่า
การดูแลแผล
ล้างบริเวณแผลอย่างอ่อนโยนหลังขับถ่าย แล้วซับให้แห้งตามคำแนะนำของโรงพยาบาล การแช่น้ำอุ่นอาจช่วยให้สบายขึ้น แต่ไม่ควรใส่สบู่ เกลือ น้ำหอม หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่ระคายผิวลงบนแผล เว้นแต่ทีมรักษาสั่ง Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust
ใช้แผ่นซับสะอาดรองน้ำเหลืองและเปลี่ยนเมื่อชื้น เสื้อผ้าหลวมช่วยลดการเสียดสี ไม่ควรบีบแผล ดึงไหมระบาย หรือสอดสิ่งใดเข้าไปเอง หากศัลยแพทย์ต้องการให้ดูแลแผลด้วยวิธีเฉพาะ จะสาธิตและแจ้งความถี่เป็นรายบุคคล
การขับถ่าย
การถ่ายครั้งแรกอาจเจ็บและมีเลือดเล็กน้อย ควรเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวดถ่าย ไม่กลั้นและไม่เบ่งนาน ดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่ช่วยให้อุจจาระนุ่ม หากแพทย์สั่งยาระบายหรือยาทำให้อุจจาระนิ่ม ให้ใช้ตามคำสั่ง ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง
การกลับไปทำงานและกิจกรรม
งานโต๊ะอาจกลับไปทำได้เมื่อเดิน นั่ง และเข้าห้องน้ำได้สบายพอ ส่วนงานยกของ งานภาคสนาม หรือการออกกำลังหนักต้องรอให้อาการปวดและเลือดออกลดลง รวมทั้งได้รับอนุญาตจากศัลยแพทย์
ยังไม่ควรว่ายน้ำจนกว่าแผลจะหายหรือทีมรักษาอนุญาต เพราะแผลเปิดอาจสัมผัสเชื้อโรคได้ หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางเพศที่กดหรือเสียดสีแผล และห้ามสอดใส่ทางทวารหนักจนกว่าแผลจะหายและศัลยแพทย์อนุญาต กิจกรรมทางเพศอื่นควรรอจนไม่เจ็บ ไม่มีเลือดออก และทำตามคำแนะนำเฉพาะของทีมรักษา
ผู้ที่ใส่ไหมระบายอาจมีเมือกหรือน้ำเหลืองออกต่อเนื่อง นี่อาจเป็นผลที่คาดไว้จากการเปิดทางระบาย ไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดล้มเหลว แต่หากของเหลวเปลี่ยนเป็นหนองมาก มีกลิ่นแรงขึ้น ปวดบวม หรือมีไข้ ควรติดต่อทีมรักษา
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดทุกวิธีมีความเสี่ยง ความเสี่ยงสำคัญของการรักษาฝีคัณฑสูตรขึ้นกับตำแหน่งของทางเชื่อม ปริมาณกล้ามเนื้อหูรูดที่เกี่ยวข้อง จำนวนครั้งที่เคยผ่าตัด โรคประจำตัว และเทคนิคที่ใช้ จึงไม่ควรนำตัวเลขของวิธีหนึ่งไปใช้กับผู้ป่วยทุกคน NHS
ปวด เลือดออก และแผลหายช้า
อาการปวด แสบ หรือเลือดติดแผ่นซับเล็กน้อยพบได้ในช่วงแรก โดยเฉพาะหลังถ่ายอุจจาระ แต่เลือดที่ไหลต่อเนื่อง ชุ่มแผ่นซับซ้ำๆ หรือมีลิ่มเลือดไม่ใช่อาการที่ควรรอดูเอง
แผลอาจหายช้าหากมีทางเชื่อมลึก การติดเชื้อคงอยู่ สูบบุหรี่ ควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี หรือมีโรคลำไส้อักเสบ การที่แผลยังเปิดในช่วงแรกอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนรักษา ไม่ควรใช้ความเร็วในการปิดของผิวหนังเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
การติดเชื้อหรือเกิดฝีซ้ำ
อาจมีหนองสะสมหากทางระบายอุดตัน มีแขนงที่ตรวจไม่พบ หรือรูเปิดปิดเร็วเกินไป การติดเชื้อบางรายรักษาด้วยการเปิดระบายและยา แต่หากรุนแรงอาจต้องกลับเข้าโรงพยาบาล
ฝีคัณฑสูตรกลับมาเป็นซ้ำ
ทางเชื่อมอาจไม่ปิดหรือกลับมาใหม่แม้ผ่าตัดแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีหลายแขนง เคยผ่าตัดมาก่อน มีโรคลำไส้อักเสบ หรือเลือกวิธีที่สงวนกล้ามเนื้อหูรูดมาก การกลับเป็นซ้ำไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยดูแลผิดเสมอไป และอาจต้องตรวจภาพหรือวางแผนรักษาเป็นระยะ
การกลั้นลมหรืออุจจาระผิดปกติ
การตัดผ่านกล้ามเนื้อหูรูดอาจทำให้กลั้นลม อุจจาระเหลว หรืออุจจาระแข็งได้ไม่เหมือนเดิม ความเสี่ยงขึ้นกับปริมาณกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง การทำงานก่อนผ่าตัด อายุ ประวัติคลอดบุตร และการผ่าตัดเดิม ศัลยแพทย์จะพยายามเลือกวิธีที่ควบคุมโรคพร้อมลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
ควรแจ้งปัญหาการกลั้นก่อนผ่าตัดอย่างตรงไปตรงมา เพราะข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนวิธีรักษา ไม่ควรรอให้แพทย์ถามถึงอาการรุนแรงเท่านั้น อาการเล็ดของลมหรือคราบอุจจาระเล็กน้อยก็มีความสำคัญต่อการวางแผน
ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก
อาจเกิดคลื่นไส้ เจ็บคอ เวียนศีรษะ ปัสสาวะลำบาก หรือแพ้ยาได้ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบไม่บ่อย แต่ความเสี่ยงสูงขึ้นตามโรคหัวใจ ปอด ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ และสุขภาพโดยรวม วิสัญญีแพทย์จะประเมินและอธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวกับตัวคุณก่อนผ่าตัด
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ไปห้องฉุกเฉินหรือติดต่อโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
- ไข้สูง หนาวสั่น ซึม หรือรู้สึกป่วยลงอย่างรวดเร็ว
- ปวด บวม แดง หรือร้อนรอบแผลเพิ่มขึ้นแทนที่จะค่อยๆ ลด
- มีหนองมากขึ้น กลิ่นเปลี่ยน หรือเกิดก้อนบวมตึงใหม่
- เลือดไหลไม่หยุด เลือดออกมาก หรือแผ่นซับชุ่มซ้ำๆ
- หน้ามืด ใจสั่น อ่อนเพลียมาก หรือเป็นลมร่วมกับเลือดออก
- ปัสสาวะไม่ได้หรือปวดท้องน้อยมากหลังผ่าตัด
- อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำ
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้า ปาก หรือลิ้นบวม
- ปวดน่อง ขาบวมข้างเดียว หรือหอบเหนื่อยเฉียบพลัน
- สูญเสียการควบคุมอุจจาระอย่างชัดเจนและเกิดขึ้นใหม่
- ไหมระบายหลุด ขาด หรือกดรัดจนปวดบวมมาก
- อาการใดก็ตามที่รุนแรงกว่าคำแนะนำหลังผ่าตัดที่ได้รับ
แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ประเมินเร่งด่วนเมื่อมีไข้ และติดต่อหน่วยรักษาหากเลือดออกต่อเนื่องจากแผล Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust หากไม่แน่ใจว่าปริมาณเลือดหรือความปวดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ให้ใช้เบอร์ติดต่อหลังผ่าตัดที่โรงพยาบาลให้ไว้ ไม่จำเป็นต้องรอถึงวันนัด
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกอื่นและการรักษาเป็นขั้น
สำหรับฝีคัณฑสูตรจากการติดเชื้อทั่วไป การใช้ยาอย่างเดียวมักไม่ทำให้ทางเชื่อมหาย เพราะยังมีรูเปิดและเยื่อบุของทางเชื่อมอยู่ การเฝ้าดูอาการจึงมักไม่ใช่คำตอบระยะยาวเมื่อยืนยันการวินิจฉัยแล้ว Cleveland Clinic
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเปิดทางเชื่อมทันทีไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน การรักษาอาจทำเป็นขั้นหรือใช้หัตถการที่ไม่ตัดกล้ามเนื้อโดยตรง ได้แก่
- กรีดระบายหนองก่อนเมื่อมีฝีเฉียบพลัน ซึ่งเป็นหัตถการและอาจต้องทำในห้องผ่าตัดพร้อมยาระงับความรู้สึก
- ใส่ไหมระบายเพื่อควบคุมการติดเชื้อและรอวางแผนขั้นต่อไป ซึ่งเป็นหัตถการและอาจต้องทำในห้องผ่าตัดพร้อมยาระงับความรู้สึก
- ฉีดกาวทางการแพทย์เพื่อปิดทางเชื่อมในผู้ป่วยที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหัตถการและอาจต้องทำในห้องผ่าตัดพร้อมยาระงับความรู้สึก
แนวทางที่ไม่ใช้หัตถการ ได้แก่ การรักษาโรคลำไส้อักเสบ เช่น โรคโครห์น ด้วยยาตามแพทย์เฉพาะทาง และการเฝ้าติดตามเฉพาะรายที่แพทย์คัดเลือก การใช้ยาในโรคโครห์นเป็นการรักษาสาเหตุเฉพาะ ไม่ใช่ทางเลือกแทนหัตถการสำหรับฝีคัณฑสูตรจากการติดเชื้อทั่วไป ส่วนการเฝ้าติดตามอาจพิจารณาในบางราย เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูง โดยต้องยอมรับว่าอาจเกิดฝีซ้ำ
กาวทางการแพทย์เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องเปิดทางเชื่อมหรือตัดกล้ามเนื้อโดยตรง แต่อาจได้ผลไม่คงทนเท่าการเปิดทางเชื่อมในรอยโรคแบบง่าย จึงต้องชั่งกับความเสี่ยงด้านการกลั้นอุจจาระ
ทางเลือกการผ่าตัดอื่น
หากทางเชื่อมผ่านกล้ามเนื้อหูรูดมาก ทางเลือกอาจเป็นการใส่ไหมระบาย การปิดรูด้านในด้วยแผ่นเนื้อเยื่อ การผูกทางเชื่อมระหว่างชั้นกล้ามเนื้อ การอุดด้วยวัสดุ หรือการใช้กล้องและพลังงาน วิธีเหล่านี้มุ่งหลีกเลี่ยงการตัดกล้ามเนื้อ แต่แต่ละวิธีมีโอกาสปิดทางเชื่อมและกลับเป็นซ้ำต่างกัน
คำถามสำคัญก่อนเลือกวิธีคือ
- ทางเชื่อมผ่านกล้ามเนื้อหูรูดมากน้อยเพียงใด
- มีแขนงหรือโพรงหนองซ่อนอยู่หรือไม่
- เป้าหมายของครั้งนี้คือรักษาให้จบหรือควบคุมการติดเชื้อก่อน
- ต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่
- วิธีที่เสนอมีผลต่อการกลั้นลมหรืออุจจาระอย่างไร
- หากวิธีแรกไม่ปิดทางเชื่อม ขั้นต่อไปคืออะไร
ไม่มีวิธีเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน วิธีที่เหมาะกับทางเชื่อมตื้นอาจเสี่ยงเกินไปสำหรับทางเชื่อมที่พาดผ่านกล้ามเนื้อจำนวนมาก
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับการวินิจฉัย ความจำเป็นทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละแผน ก่อนนัดผ่าตัดควรถามให้ชัดว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจ การระงับความรู้สึก การผ่าตัด การพักรักษา และการติดตามแผลหรือไม่
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มจากสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ แพทย์จะประเมินและส่งต่อหากสถานพยาบาลต้นสังกัดไม่มีศักยภาพรักษา ควรตรวจสอบว่าเอกสารส่งตัวยังใช้ได้หรือไม่ และการรักษาหลายระยะ เช่น ใส่ไหมระบายก่อนผ่าตัดครั้งถัดไป ต้องออกเอกสารใหม่หรือไม่
หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น ไข้สูงร่วมกับฝีบวมปวดมาก ไม่ควรรอขั้นตอนนัดปกติ ให้เข้ารับการประเมินเร่งด่วนก่อน แล้วเก็บเอกสารการรักษาไว้ตรวจสอบสิทธิภายหลัง
บัตรทอง
ผู้ใช้สิทธิบัตรทองควรติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิตามสิทธิ เพื่อรับการประเมินและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ หากรักษาต่อเนื่องหลายครั้ง ควรถามว่าใบส่งต่อครอบคลุมเฉพาะครั้งแรกหรือรวมการติดตามและการผ่าตัดขั้นต่อไป
ตรวจสอบข้อมูลหน่วยบริการตามสิทธิให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะหากเพิ่งย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนหน่วยบริการ การไปโรงพยาบาลนอกระบบส่งต่อโดยไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินอาจมีเงื่อนไขต่างจากการรักษาตามสิทธิ
ประกันสุขภาพเอกชน
ติดต่อบริษัทประกันก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อถามเรื่อง
- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- ต้องมีระยะเวลารอคอยหรือข้อยกเว้นโรคเดิมหรือไม่
- คุ้มครองการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียวหรือเฉพาะการนอนโรงพยาบาล
- ครอบคลุมการตรวจภาพ การวางยาสลบ พยาธิวิทยา และการติดตามแผลหรือไม่
- หากต้องผ่าตัดหลายระยะ ต้องขออนุมัติแยกแต่ละครั้งหรือไม่
- ต้องใช้รายงานแพทย์ ผลตรวจ หรือเอกสารใดประกอบการพิจารณา
อย่าใช้คำว่า “ผ่าฝี” แทนการวินิจฉัยโดยไม่ตรวจสอบ เพราะการกรีดระบายฝีกับการรักษาทางเชื่อมเป็นคนละขั้นตอนและอาจถูกพิจารณาสิทธิต่างกัน ขอให้โรงพยาบาลระบุชื่อการวินิจฉัยและแผนการรักษาในเอกสารให้ตรงกับที่แพทย์ประเมิน
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ฝีคัณฑสูตรต้องผ่าตัดทุกคนไหม
ฝีคัณฑสูตรจากการติดเชื้อทั่วไปมักต้องใช้หัตถการหรือการผ่าตัด เพราะทางเชื่อมมักไม่ปิดเอง แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องเปิดทางเชื่อมทันที ผู้ที่มีฝีเฉียบพลันอาจต้องระบายหนองก่อน ส่วนผู้ที่มีโรคลำไส้อักเสบอาจต้องรักษาด้วยยาร่วมกับการใส่ไหมระบาย
ผ่าตัดฝีคัณฑสูตรเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บเมื่อยาระงับความรู้สึกทำงาน หลังผ่าตัดมักปวดหรือแสบชัดในช่วงสองสามวันแรก โดยเฉพาะตอนนั่งและถ่ายอุจจาระ แล้วจึงค่อยๆ ดีขึ้น Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust
ผ่าตัดแล้วกลับบ้านได้เลยหรือไม่
บางโรงพยาบาลอาจให้กลับในวันเดียวกัน ขณะที่บางแห่งอาจรับไว้สังเกตอาการหรือพักค้างคืน ขึ้นกับเทคนิค การระงับความรู้สึก อาการหลังผ่าตัด โรคประจำตัว ผู้ดูแล และแนวทางของสถานพยาบาลในประเทศไทย
หลังผ่าตัดถ่ายอุจจาระได้ตามปกติไหม
ถ่ายได้และไม่ควรกลั้น แต่การถ่ายครั้งแรกๆ อาจเจ็บและมีเลือดเล็กน้อย ควรทำให้อุจจาระนุ่ม ดื่มน้ำ และใช้ยาที่แพทย์สั่งโดยไม่เพิ่มขนาดเอง หากไม่ถ่ายร่วมกับปวดท้อง อาเจียน หรือมีอาการมากขึ้น ควรติดต่อทีมรักษา
แผลต้องเย็บปิดหรือไม่
หลายเทคนิคตั้งใจเปิดแผลไว้ให้ระบายและหายจากฐานขึ้นมา จึงไม่จำเป็นต้องเย็บปิดทั้งหมด การเห็นแผลเปิดหรือน้ำเหลืองเล็กน้อยอาจเป็นสิ่งที่คาดไว้ แต่ถ้ามีหนองมากขึ้น บวมปวด หรือเลือดออกต่อเนื่องต้องให้แพทย์ประเมิน
ไหมที่คล้องอยู่บริเวณทวารคืออะไร
ไหมระบายคือไหมผ่าตัดที่ร้อยผ่านทางเชื่อมเพื่อเปิดทางให้หนองและของเหลวไหลออก ช่วยลดการเกิดฝีโดยไม่ตัดกล้ามเนื้อหูรูดทันที ไหมชนิดหลวมมักเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเป็นระยะและไม่ได้ทำให้ทางเชื่อมหายทันที NHS
ไหมระบายต้องเอาออกเมื่อใด
ศัลยแพทย์เป็นผู้กำหนดตามการอักเสบ ชนิดของไหม และแผนขั้นต่อไป จึงไม่มีระยะเดียวที่ใช้กับทุกคน อย่าตัด ดึง หรือหมุนไหมเอง หากไหมหลุด ขาด หรือทำให้ปวดบวมมาก ให้ติดต่อโรงพยาบาล
กลับไปทำงานได้เมื่อใด
ควรกลับไปทำงานและเพิ่มกิจกรรมตามขนาดแผล เทคนิค อาการเลือดออก ความจำเป็นของงาน และคำสั่งของศัลยแพทย์ผู้รักษา งานใช้แรง งานที่ต้องยืนนาน ขับรถนาน หรือเข้าห้องน้ำลำบากอาจต้องพักนานกว่า
ฝีคัณฑสูตรกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม
กลับมาเป็นซ้ำได้แม้ได้รับการผ่าตัดแล้ว โดยเฉพาะเมื่อทางเชื่อมซับซ้อน มีหลายแขนง หรือมีโรคที่ทำให้การอักเสบดำเนินต่อ การติดตามแผลและแจ้งเมื่อมีรู น้ำเหลือง หรือก้อนบวมใหม่ช่วยให้ประเมินได้เร็ว
การผ่าตัดทำให้กลั้นอุจจาระไม่ได้หรือไม่
มีความเสี่ยงต่อการกลั้นลมหรืออุจจาระผิดปกติ แต่ระดับความเสี่ยงแตกต่างกันมากตามแนวทางเชื่อมและวิธีผ่าตัด ศัลยแพทย์จะประเมินกล้ามเนื้อหูรูดและเลือกวิธีสงวนกล้ามเนื้อมากขึ้นเมื่อการเปิดทางเชื่อมมีความเสี่ยงสูง
ยาปฏิชีวนะรักษาฝีคัณฑสูตรให้หายได้ไหม
ยาปฏิชีวนะอาจช่วยควบคุมการติดเชื้อในบางสถานการณ์ แต่โดยทั่วไปไม่สามารถกำจัดทางเชื่อมที่เกิดขึ้นแล้วได้ การมีฝีอาจต้องระบายหนอง และทางเชื่อมอาจต้องรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด
อาบน้ำและล้างแผลอย่างไร
โดยทั่วไปควรล้างแผลอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำตามคำแนะนำของโรงพยาบาล แล้วซับให้แห้ง หลีกเลี่ยงสบู่ น้ำหอม เกลือ หรือน้ำยาที่อาจระคายแผลจนกว่าจะได้รับอนุญาต Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust
ถ้ามีน้ำเหลืองออกหลังผ่าตัดถือว่าผิดปกติไหม
น้ำเหลือง เมือก หรือเลือดเล็กน้อยอาจพบได้ โดยเฉพาะเมื่อแผลเปิดหรือมีไหมระบาย แต่ควรติดต่อแพทย์หากของเหลวเพิ่มขึ้น มีกลิ่นแรง กลายเป็นหนอง หรือเกิดร่วมกับไข้และปวดบวม
ต้องผ่าตัดกี่ครั้ง
บางคนรักษาได้ในครั้งเดียว แต่ทางเชื่อมที่ผ่านกล้ามเนื้อหูรูดมาก มีหลายแขนง หรือมีการติดเชื้ออาจต้องรักษาหลายระยะ เช่น ใส่ไหมระบายก่อน แล้วจึงทำวิธีปิดทางเชื่อมในภายหลัง ศัลยแพทย์จะอธิบายว่าการผ่าตัดครั้งแรกมีเป้าหมายเพื่อรักษาให้จบหรือเพื่อควบคุมการติดเชื้อก่อน
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไร
ควรถามว่าทางเชื่อมอยู่ตำแหน่งใด ผ่านกล้ามเนื้อหูรูดเท่าใด วิธีที่เสนอมีเป้าหมายอะไร และอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่ รวมถึงถามเรื่องผลต่อการกลั้นอุจจาระ การดูแลแผล วันกลับไปทำงาน และแผนสำรองหากทางเชื่อมไม่ปิดหรือกลับมาเป็นซ้ำ
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Anal Fistula: What It Is, Symptoms, Treatment & Surgery — เกี่ยวกับ Anal fistula surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Anal fistula treatment - Recovery — เกี่ยวกับ Anal fistula surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Anal fistula - Treatment — เกี่ยวกับ Anal fistula surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Medical News Today: Fistula surgery: What to expect, recovery, risks, and more — เกี่ยวกับ Anal fistula surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


