ยาแก้อาเจียน
ยาแก้อาเจียน คือยาที่ช่วยลดอาการคลื่นไส้หรือการอาเจียน โดยต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุ เช่น เมารถ ความผิดปกติของหูชั้นใน หรือกระเพาะอาหารระคายเคือง
ประเด็นสำคัญ
- ถ้าอาเจียนไม่มากและยังจิบน้ำได้ ให้เริ่มด้วยสารละลายเกลือแร่ จิบทีละน้อยบ่อยๆ เพราะการป้องกันภาวะขาดน้ำสำคัญกว่าการรีบหยุดอาเจียน
- หากสงสัยเมารถให้ปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือก dimenhydrinate หรือ meclizine และกำหนดขนาดตามความแรงของผลิตภัณฑ์ โดยไม่ควรซื้อหรือเลือกขนาดใช้เองจากข้อมูลในบทความ
- ไปโรงพยาบาลทันทีถ้าอาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องหรือปวดศีรษะรุนแรง ซึม สับสน หายใจลำบาก หรือมีอาการขาดน้ำจนปัสสาวะน้อยมาก
อาเจียนเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ กระเพาะและลำไส้อักเสบ อาหารไม่เหมาะกับร่างกาย เมารถ ยาบางชนิด และไมเกรน การเลือกวิธีดูแลจึงต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย ไม่ใช่ใช้ยาชนิดเดียวกับทุกกรณี
- กระเพาะและลำไส้อักเสบ มักมีถ่ายเหลว ปวดบิด หรือมีไข้ร่วมด้วย เกิดได้จากเชื้อโรคหรืออาหารปนเปื้อน
- อาหารมากเกินไปหรือกระเพาะระคายเคือง อาจมีแน่นท้อง เรอ แสบร้อนกลางอก หรือคลื่นไส้หลังอาหาร
- เมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน มักเกิดระหว่างเดินทาง พร้อมเวียนศีรษะ เหงื่อออก หรือหน้าซีด
- ไมเกรน อาจทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสงหรือเสียง
- ผลจากยาและแอลกอฮอล์ ยาบางชนิดระคายกระเพาะ ส่วนแอลกอฮอล์ทำให้อาการคลื่นไส้และการขาดน้ำแย่ลง
- การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงแรก อาจทำให้คลื่นไส้อาเจียน แต่ถ้ากินหรือดื่มไม่ได้ควรได้รับการประเมิน
- ความผิดปกติที่ต้องรีบรักษา เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อุดตัน เยื่อหุ้มสมองอักเสบ บาดเจ็บศีรษะ หรือสารพิษ อาจเริ่มด้วยการอาเจียนได้
เมื่อไหร่ที่ดูแลอาการอาเจียนเองได้
ดูแลเองได้ชั่วคราวเมื่ออาการไม่รุนแรง ยังรู้สึกตัวดี จิบน้ำได้ และไม่มีเลือด ไข้สูง ปวดรุนแรง หรือสัญญาณขาดน้ำ พักกระเพาะช่วงสั้นๆ แล้วเริ่มจิบของเหลวทีละน้อย อย่าดื่มปริมาณมากรวดเดียว เพราะอาจกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ
สารละลายเกลือแร่ชนิดรับประทานช่วยทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียจากอาเจียนหรือท้องเสีย ผสมตามปริมาณน้ำบนซองอย่างเคร่งครัด ไม่ควรทำให้เข้มข้นหรือเจือจางกว่าที่กำหนด หากไม่มีเกลือแร่ ให้จิบน้ำสะอาดหรือน้ำซุปใสไปก่อน และหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม น้ำผลไม้หวานจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เมื่อหยุดอาเจียนและเริ่มหิว ให้ลองอาหารอ่อน ปริมาณน้อย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรืออาหารไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารมัน รสจัด และมื้อใหญ่ในช่วงแรก
| อาการตอนนี้ | ควรทำอะไร |
| อาเจียนเล็กน้อย ยังจิบน้ำได้ | จิบเกลือแร่ทีละน้อยบ่อยๆ |
| เมารถและไม่มีสัญญาณอันตราย | พิจารณายาสำหรับเมารถตามฉลาก |
| ถ่ายเหลวร่วมด้วย | เน้นเกลือแร่และติดตามภาวะขาดน้ำ |
| อาเจียนหลังเริ่มยาใหม่ | ตรวจชื่อยาและติดต่อผู้สั่งยา |
| ดื่มแล้วอาเจียนทุกครั้ง | ควรพบแพทย์โดยเร็ว |
| มีเลือด ซึม หรือปวดรุนแรง | ไปโรงพยาบาลทันที |
มียากลุ่มใดใช้บรรเทาอาการอาเจียนได้บ้าง
ยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดย dimenhydrinate และ meclizine เหมาะกับอาการจากการเคลื่อนไหวมากกว่าการอาเจียนทุกชนิด ไม่ควรเลือกยาเพียงเพราะระบุว่าลดคลื่นไส้ เพราะอาการจากการติดเชื้อ ไมเกรน การตั้งครรภ์ หรือโรครุนแรงอาจต้องรักษาต่างกัน
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
| กลุ่มยา | เหมาะกับอาการแบบใด | ข้อควรระวังสำคัญ |
| Dimenhydrinate | เมารถ คลื่นไส้ เวียนศีรษะจากการเดินทาง | ง่วง ปากแห้ง ตาพร่า |
| Meclizine | เมารถ คลื่นไส้หรือเวียนศีรษะจากการเดินทาง | ง่วง ห้ามขับรถหลังใช้ |
| Bismuth subsalicylate | คลื่นไส้ร่วมกับท้องเสียหรืออาหารไม่ย่อยบางกรณี | มี salicylate และอาจทำให้อุจจาระดำ |
| สารละลายเกลือแร่ | สูญเสียน้ำจากอาเจียนหรือท้องเสีย | ต้องผสมน้ำตามฉลาก |
Dimenhydrinate ใช้อย่างไร
สำหรับป้องกันเมารถ ให้กินครั้งแรกก่อนเริ่มเดินทาง 30–60 นาที ยามีจำหน่ายหลายความแรง รวมถึงเม็ดละ 25 มก. และ 50 มก. จึงต้องตรวจความแรงบนแผงยาก่อนนับจำนวนเม็ด และไม่ควรนำจำนวนเม็ดจากผลิตภัณฑ์หนึ่งไปใช้กับอีกความแรงหนึ่ง
ฉลากสากลบางผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่และผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ระบุให้กิน 50–100 มก. ทุก 4–6 ชั่วโมง และไม่เกิน 400 มก. ใน 24 ชั่วโมง โดยต้องตรวจฉลากไทยหรือปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ เด็กที่ต้องกินยาทางปากควรกำหนดขนาดตามน้ำหนัก ไม่ควรคำนวณจากอายุเพียงอย่างเดียว และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรใช้เอง
ผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่ ง่วงซึม ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่า ปวดศีรษะ ใจสั่น วิงเวียน และไม่สบายท้อง หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ และยากล่อมประสาท รวมถึงไม่ขับรถหรือใช้เครื่องจักรหลังรับประทาน ผู้ที่เป็นต้อหิน ปัสสาวะขัดหรือต่อมลูกหมากโต ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้ยาอื่นที่ทำให้ง่วงหรือมีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก ต้องปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ หากปวดตารุนแรง ตามัวเฉียบพลัน ปัสสาวะไม่ออก หรือสับสน ให้หยุดยาและไปโรงพยาบาล
ผู้มีประวัติโรคลมชักต้องระวังเป็นพิเศษ การได้รับยาเกินขนาดสัมพันธ์กับอาการชัก โดยมีรายงานในผู้ใหญ่เมื่อกินมากกว่า 1 กรัม และในเด็กเมื่อได้รับ 10–15 มก./กก. ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลการได้รับยาเกินขนาด ไม่ใช่ขนาดรักษา หากกินเกินฉลากหรือเริ่มชัก ให้ไปโรงพยาบาลทันที
Meclizine ใช้อย่างไร
Meclizine ใช้ป้องกันและบรรเทาคลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะจากเมารถ โดยฉลากระบุให้กินก่อนเดินทาง 1 ชั่วโมง มีความแรงที่พบในข้อมูลฉลาก ได้แก่ 12.5 มก. และ 25 มก. ต่อเม็ด จึงต้องอ่านความแรงก่อนใช้ทุกครั้ง
ฉลากผลิตภัณฑ์ขนาด 12.5 มก. บางชนิดระบุสำหรับผู้ใหญ่และผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไปครั้งละ 2 หรือ 4 เม็ด วันละครั้ง ส่วนผู้ที่อายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ควรใช้เอง ยานี้ทำให้ง่วงได้ และแอลกอฮอล์หรือยากดประสาทจะเพิ่มอาการง่วง
Bismuth subsalicylate เหมาะกับใคร
ยานี้อาจช่วยเมื่อคลื่นไส้เกิดร่วมกับท้องเสีย อาหารไม่ย่อย แน่นท้อง หรือแสบร้อนกลางอก แต่ไม่ใช่ยาหลักสำหรับหยุดอาเจียนทุกสาเหตุ Bismuth subsalicylate สูตรตามฉลากต่างประเทศอาจไม่มีจำหน่ายทั่วไปในประเทศไทย ควรให้เภสัชกรตรวจชื่อสารสำคัญและความแรงก่อนใช้ และห้ามนำขนาดยาของ bismuth subsalicylate ไปใช้กับ bismuth subcitrate หรือผลิตภัณฑ์บิสมัทสูตรอื่น
ควรปรึกษาเภสัชกรเรื่องขนาดยาตามผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อและใช้ ห้ามใช้เมื่ออุจจาระมีเลือดหรือดำ มีแผลในกระเพาะ มีภาวะเลือดออก แพ้ salicylate หรือกำลังกินผลิตภัณฑ์ที่มี salicylate อื่น ไม่ควรใช้เองหากตั้งครรภ์ มีโรคไต หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น warfarin, apixaban, rivaroxaban, aspirin หรือ clopidogrel และควรให้เภสัชกรตรวจยาที่ใช้อยู่ก่อนจ่าย
เด็กและวัยรุ่นที่เป็นหรือเพิ่งหายจากอีสุกอีใสหรืออาการคล้ายไข้หวัดไม่ควรใช้ เพราะเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเรย์ ยาอาจทำให้ลิ้นหรืออุจจาระคล้ำชั่วคราวได้ แต่หากอุจจาระดำอยู่ก่อนใช้ยา หรือมีลักษณะเหนียวคล้ายยางมะตอย ควรพบแพทย์
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่ออาเจียนร่วมกับอาการที่บ่งถึงเลือดออก สมองหรือระบบประสาทผิดปกติ ช่องท้องฉุกเฉิน หรือขาดน้ำรุนแรง อย่าพยายามกดอาการด้วยยาแล้วรอดูเองหากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- อาเจียนเป็นเลือด สีคล้ายกากกาแฟ หรือมีอุจจาระดำก่อนกินยา
- ปวดท้องรุนแรง ท้องแข็ง ท้องบวมมาก หรือไม่ผายลม
- ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน ซึม ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด
- อาเจียนหลังศีรษะกระแทก หรือสงสัยกินยา สารเคมี หรือของมีพิษเกินขนาด
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือใจสั่นมาก
- ปากแห้งมาก กระหายน้ำมาก หน้ามืด ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม
- ดื่มน้ำไม่ได้ หรือดื่มแล้วอาเจียนออกทุกครั้ง
- มีไข้ร่วมกับถ่ายเป็นเลือดหรือมีมูก
- ตั้งครรภ์แล้วอาเจียนมากจนกินและดื่มไม่ได้
- เป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคเรื้อรังที่เริ่มซึมหรืออ่อนแรงเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
อาเจียนแล้วควรกินอะไรทันที
เริ่มจากจิบสารละลายเกลือแร่ทีละน้อยและบ่อย แทนการดื่มรวดเดียวมากๆ เมื่ออาการสงบจึงค่อยเริ่มอาหารอ่อนปริมาณน้อย และหลีกเลี่ยงอาหารมัน รสจัด แอลกอฮอล์ รวมถึงเครื่องดื่มหวานจัด
อาเจียนกินยาแก้เมารถได้ไหม
หากอาการสัมพันธ์กับการเดินทางและไม่มีสัญญาณอันตราย ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อประเมินว่าใช้ยาแก้เมารถได้หรือไม่ รวมถึงตรวจโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และความเสี่ยงต่ออาการง่วงก่อนจ่ายยา Dimenhydrinate และ meclizine ไม่ได้รักษาอาหารเป็นพิษ ไส้ติ่งอักเสบ หรือสาเหตุรุนแรงอื่น อีกทั้งทำให้ง่วง จึงไม่ควรขับรถหลังใช้
กินยาแล้วอาเจียน ต้องกินซ้ำไหม
อย่ากินซ้ำทันทีโดยไม่ดูว่าอาเจียนหลังรับประทานนานเท่าใด และเห็นเม็ดยาออกมาหรือไม่ การดูดซึมต่างกันตามชนิดยาและรูปแบบผลิตภัณฑ์ การกินซ้ำอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด โดยเฉพาะยาที่ทำให้ง่วงหรือกดระบบประสาท
อาเจียนร่วมกับท้องเสียควรใช้ยาหยุดถ่ายไหม
สิ่งสำคัญก่อนคือทดแทนน้ำและเกลือแร่ ไม่ใช่รีบหยุดถ่ายทุกกรณี ถ้ามีไข้ อุจจาระเป็นเลือดหรือมีมูก ปวดท้องมาก หรืออาการเกิน 2 วัน ควรพบแพทย์และไม่ควรใช้ยาหยุดถ่ายเอง
คนท้องกินยาลดอาเจียนได้ไหม
ไม่ควรเลือกยาเอง เพราะต้องพิจารณาอายุครรภ์ ความรุนแรง และยาอื่นที่ใช้อยู่ หากอาเจียนจนดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อย น้ำหนักลด หน้ามืด หรืออ่อนเพลียมาก ควรเข้ารับการประเมินโดยเร็ว
เด็กอาเจียนใช้ยาขนาดเท่าไร
ขนาดยากินสำหรับเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักและความแรงของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรกำหนดจากอายุอย่างเดียว อย่าให้ยาเป็นมิลลิลิตรโดยไม่ตรวจความเข้มข้นบนฉลาก และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรได้รับ dimenhydrinate เอง
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 3159) — เกี่ยวกับ dimenhydrinate — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 8780) — เกี่ยวกับ dimenhydrinate — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 3744) — เกี่ยวกับ bismuth subsalicylate — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- pmc.ncbi.nlm.nih.gov: Understanding the use of oral rehydration therapy - PMC - NIH — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- World Health Organization: Oral rehydration salts - World Health Organization (WHO) — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- U.S. Centers for Disease Control and Prevention: Treating Cholera - CDC — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- Healthline: Oral Rehydration Solution Uses, Benefits, Precautions, Recipe — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- NHS: Oral rehydration salts - Overview — เกี่ยวกับ oral rehydration salts — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- WebMD: Dimenhydrinate (Dramamine, Driminate, and others) - Uses, Side ... — เกี่ยวกับ dimenhydrinate — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Cleveland Clinic: Dramamine (dimenhydrinate): Motion Sickness Medication — เกี่ยวกับ dimenhydrinate — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์