ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาบ้านหมุน คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้

ยาบ้านหมุน คือยาที่ใช้บรรเทาอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือเสียการทรงตัว โดยต้องเลือกตัวยาให้ตรงกับสาเหตุและลักษณะอาการของคุณ

ประเด็นสำคัญ

  • Dimenhydrinate, betahistine และ cinnarizine ใช้กับอาการเวียนศีรษะบางรูปแบบ แต่กลไก ผลข้างเคียง และความเหมาะสมของแต่ละคนแตกต่างกัน
  • Dimenhydrinate มีเม็ดขนาด 25 และ 50 มก. ส่วน betahistine mesilate 6 มก. ใช้ครั้งละ 1–2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง
  • Dimenhydrinate และ cinnarizine อาจทำให้ง่วง ควรงดแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการขับรถ ส่วนผู้มีโรคลมชักหรือพาร์กินสันต้องระวังเป็นพิเศษ

สารบัญ

ยาที่ใช้แก้อาการบ้านหมุนคือยาอะไร

ตัวยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ dimenhydrinate, betahistine และ cinnarizine แต่ไม่ควรเลือกจากคำว่า “เวียนหัว” เพียงอย่างเดียว อาการอาจเกิดจากเมารถเมาเรือ ความผิดปกติของหูชั้นใน ความดันโลหิต หรือสาเหตุทางระบบประสาท ซึ่งใช้ยาไม่เหมือนกัน

ตัวยาใช้กับอาการใดจุดที่ควรรู้
Dimenhydrinateคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะจากการเคลื่อนไหวอาจง่วง ปากแห้ง ตาพร่า
Betahistineเวียนศีรษะจากความผิดปกติของหูชั้นในอาจระคายกระเพาะ
Cinnarizineเวียนศีรษะ เสียการทรงตัว เมารถเมาเรืออาจง่วง น้ำหนักเพิ่ม หรือสั่น

ยามีรูปแบบและความแรงใดบ้าง

ความแรงบนฉลากต้องตรงกับจำนวนเม็ดที่ใช้ เพราะตัวยาเดียวกันอาจมีหลายความแรง

ตัวยารูปแบบหรือความแรงที่มีข้อมูล
Dimenhydrinateยาเม็ด 25 มก. และ 50 มก.; อาจพบแคปซูล ยาน้ำ ยาเคี้ยว และยาฉีด
Betahistine mesilateยาเม็ด 6 มก.
Cinnarizineยาเม็ด 25 มก.

ชื่อยาสามัญสำคัญกว่ารูปลักษณ์ของยา: ตรวจชื่อตัวยาและความแรงบนฉลากทุกครั้ง ยาที่ใช้แก้อาการคล้ายกันอาจมีข้อควรระวังต่างกันมาก

ยากลุ่มนี้ใช้รักษาอะไรได้บ้าง

ยาแต่ละชนิดเหมาะกับอาการคนละแบบ และช่วยควบคุมอาการมากกว่ากำจัดสาเหตุทั้งหมด

  • Dimenhydrinate ใช้ป้องกันหรือบรรเทาคลื่นไส้ อาเจียน และเวียนศีรษะที่สัมพันธ์กับเมารถเมาเรือ
  • Betahistine ใช้บรรเทาเวียนศีรษะบ้านหมุนจากความผิดปกติของหูส่วนใน รวมถึงอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเมเนียร์
  • Cinnarizine ใช้รักษาเวียนศีรษะ ความผิดปกติของการทรงตัว และใช้ป้องกันเมารถเมาเรือหรือไมเกรนในบางกรณี

หากมีบ้านหมุนเฉพาะตอนพลิกตัว ก้มหน้า หรือเงยหน้า ยาอาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ชั่วคราว แต่บางสาเหตุต้องรักษาด้วยการจัดท่าศีรษะโดยบุคลากรทางการแพทย์

ยากลุ่มนี้ไม่ได้ใช้รักษาอะไร

ไม่ใช่ยาที่รักษาอาการเวียนศีรษะได้ทุกสาเหตุ ยาเหล่านี้ไม่รักษาโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะน้ำตาลต่ำ โลหิตจาง หรือการติดเชื้อโดยตรง

ไม่ควรใช้ยากลบอาการแล้วรอดูเอง หากเวียนศีรษะร่วมกับหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินไม่ได้ ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก หมดสติ หรืออาเจียนต่อเนื่อง เพราะอาจเป็นภาวะฉุกเฉิน

ใครควรระวังก่อนใช้ยา

คุณควรตรวจโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และลักษณะอาการก่อนเลือกตัวยา ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

  • ผู้มีประวัติโรคลมชัก: Dimenhydrinate อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการชัก โดยเฉพาะเมื่อใช้เกินขนาดหรือใช้ต่อเนื่องโดยไม่ได้ติดตามอาการ
  • ผู้เป็นต้อหิน: Dimenhydrinate อาจทำให้อาการแย่ลง โดยเฉพาะต้อหินมุมปิด
  • ผู้ปัสสาวะลำบากหรือต่อมลูกหมากโต: Dimenhydrinate อาจทำให้ปัสสาวะคั่ง
  • ผู้มีโรคปอดหรือปัญหาการหายใจ: ควรระวัง dimenhydrinate ในผู้มีถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือโรคทางเดินหายใจ
  • ผู้เป็นเนื้องอกต่อมหมวกไตชนิดฟีโอโครโมไซโตมา หอบหืด หรือมีแผลในกระเพาะอาหาร: ห้ามใช้ betahistine ในผู้ที่เป็น pheochromocytoma และผู้มีประวัติหอบหืดหรือแผลในกระเพาะควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อนใช้
  • ผู้เป็นพาร์กินสันหรือเคยมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติควรหลีกเลี่ยง cinnarizine และให้แพทย์หรือเภสัชกรเลือกยาอื่นที่เหมาะสม
  • ผู้สูงอายุ: ยาที่ทำให้ง่วงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสับสน หน้ามืด และหกล้ม โดยเฉพาะเมื่อใช้หลายชนิดร่วมกัน
  • ผู้มีตับหรือไตทำงานบกพร่อง: Cinnarizine อาจต้องพิจารณาปรับขนาดยาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • ผู้เคยแพ้ยาโครงสร้างใกล้เคียง: ผู้ที่แพ้ orphenadrine ควรหลีกเลี่ยง dimenhydrinate และ diphenhydramine เนื่องจากมีความใกล้เคียงทางโครงสร้าง

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาได้หรือไม่

ไม่ควรเริ่มยาเองระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับตัวยา อายุครรภ์ ขนาดยา ระยะเวลาที่ใช้ และความรุนแรงของอาการ

แจ้งรายการยา วิตามิน และสมุนไพรทั้งหมดก่อนใช้ เพราะอาการเวียนศีรษะหรืออาเจียนระหว่างตั้งครรภ์อาจต้องประเมินภาวะขาดน้ำและสาเหตุอื่นร่วมด้วย

เด็กใช้ยาได้หรือไม่

เด็กไม่ควรได้รับขนาดยาที่คำนวณจากอายุอย่างเดียว โดยเฉพาะยารับประทาน ขนาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ตัวยา ความแรงของผลิตภัณฑ์ และสาเหตุของอาการ

Dimenhydrinate ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังในเด็ก และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรใช้เองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์ ห้ามให้ยาน้ำเป็นจำนวนมิลลิลิตรโดยไม่ตรวจความเข้มข้นบนฉลาก เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอาจมีความเข้มข้นต่างกัน

ยามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

อาการง่วงและอาการทางกระเพาะเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ แต่ตัวยาแต่ละชนิดมีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

ตัวยาผลข้างเคียงที่พบได้
Dimenhydrinateง่วงซึม ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่า ปวดศีรษะ ใจสั่น ไม่สบายท้อง
Betahistineคลื่นไส้ อาเจียน อาหารไม่ย่อย ไม่สบายท้อง ปวดศีรษะ
Cinnarizineง่วงซึม น้ำหนักเพิ่ม อาการสั่นหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ

หากง่วง ให้หลีกเลี่ยงการขับรถ ทำงานบนที่สูง หรือใช้เครื่องจักร ส่วนอาการปากแห้งอาจบรรเทาด้วยการจิบน้ำหรือเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาล

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

หยุดยาและรับความช่วยเหลือทันทีหากหายใจลำบาก หน้าหรือลิ้นบวม หมดสติ ชัก หรือมีการเคลื่อนไหวผิดปกติรุนแรง อาการปัสสาวะไม่ออก ปวดตาเฉียบพลัน หรือมองเห็นวงแสงรอบดวงไฟก็ควรได้รับการประเมินเร่งด่วน

อาการแพ้ยารุนแรง: ผื่นหรือลมพิษร่วมกับหน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม คอตีบ หรือหายใจลำบาก เป็นเหตุให้ต้องไปห้องฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูอาการเอง

ยามีปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง

ยาที่กดประสาทหรือทำให้ง่วงอาจเสริมฤทธิ์ dimenhydrinate และ cinnarizine ผลที่ตามมาอาจเป็นง่วงมาก การตอบสนองช้า เดินเซ หรือหายใจช้าลงในบางคน

กลุ่มที่ต้องระวัง ได้แก่ ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยากล่อมประสาท ยาแก้แพ้บางชนิด และยาแก้หวัดที่มีส่วนประกอบทำให้ง่วง Dimenhydrinate อาจมีปฏิกิริยากับยายับยั้งเอนไซม์ monoamine oxidase จึงควรตรวจรายการยาก่อนใช้ร่วมกัน

ยาที่มีฤทธิ์ต้านฮิสตามีนหรือยาลดคลื่นไส้หลายตัวอาจมีผลข้างเคียงซ้ำกัน อย่าเพิ่มยาอีกชนิดเพียงเพราะอาการยังไม่ดีขึ้นโดยไม่ตรวจตัวยาสำคัญก่อน

ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้หรือไม่

ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับ dimenhydrinate หรือ cinnarizine เพราะอาจทำให้ง่วง มึนงง และการทรงตัวแย่ลง ความเสี่ยงต่อการหกล้ม อุบัติเหตุ และการตัดสินใจผิดพลาดจะเพิ่มขึ้น

แม้คุณไม่รู้สึกง่วงทันที ฤทธิ์ของยาและแอลกอฮอล์อาจเด่นขึ้นภายหลัง ควรงดการขับรถและงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำจนกว่าจะทราบว่ายามีผลต่อคุณอย่างไร

ขนาดและวิธีใช้ยาเป็นอย่างไร

ขนาดยาต้องอิงตัวยา ความแรง และสาเหตุที่ใช้ ไม่ควรใช้จำนวนเม็ดของยาชนิดหนึ่งแทนอีกชนิดหนึ่ง

ขนาดยาในผู้ใหญ่

Betahistine และ cinnarizine ต้องรับจากร้านยาโดยเภสัชกรเป็นผู้ประเมินอาการ โรคประจำตัว ยาร่วม การตั้งครรภ์ และกำหนดขนาดยา ไม่ควรซื้อหรือปรับขนาดเอง

ตัวยาและข้อบ่งใช้ขนาดที่มีข้อมูล
Dimenhydrinate เพื่อป้องกันเมารถเมาเรือรับประทานครั้งแรกก่อนเดินทาง 30–60 นาที
Betahistine mesilate 6 มก. สำหรับเวียนศีรษะจากหูส่วนในครั้งละ 1–2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง
Cinnarizine 25 มก. สำหรับข้อบ่งใช้ที่ได้รับการประเมินแล้วโดยทั่วไปครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร โดยให้ยึดขนาดตามฉลากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายจริงและการประเมินของเภสัชกร และไม่ควรเพิ่มขนาดเอง

Dimenhydrinate มีทั้งเม็ด 25 มก. และ 50 มก. จึงต้องตรวจความแรงก่อนนับจำนวนเม็ด ไม่ควรเพิ่มขนาดหรือกินถี่ขึ้นเมื่อยังเวียนศีรษะ เพราะอาจเพิ่มอาการง่วง ตาพร่า ใจสั่น ปัสสาวะลำบาก หรือชัก

ระยะเวลาที่ใช้ betahistine หรือ cinnarizine ขึ้นอยู่กับสาเหตุ บางคนอาจต้องใช้ต่อเนื่อง แต่ไม่ควรกำหนดช่วงหยุดยาเอง หากอาการเปลี่ยนไปหรือใช้แล้วไม่ดีขึ้น ควรประเมินสาเหตุใหม่

ขนาดยาในเด็ก

ขนาดยาเด็กรับประทานควรคำนวณตามน้ำหนักและความแรงของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรใช้ตารางอายุเป็นหลัก ห้ามแบ่งยาเม็ดของผู้ใหญ่หรือใช้ช้อนกินข้าวตวงยาน้ำเอง

เด็กอาจตอบสนองต่อ dimenhydrinate ต่างจากผู้ใหญ่ เช่น กระสับกระส่าย ตื่นเต้นผิดปกติ หรือนอนไม่หลับแทนที่จะง่วง เด็กเล็กมีความไวต่อยาและผลจากการใช้เกินขนาดมากกว่า จึงควรยืนยันขนาดกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนให้ยา

คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

ลืมกินยาควรทำอย่างไร?

กินเมื่อจำได้หากยังไม่ใกล้มื้อต่อไป แต่ถ้าใกล้เวลาแล้วให้ข้ามมื้อนั้น ห้ามเพิ่มเป็นสองเท่า

แบ่งเม็ดยาได้หรือไม่?

แบ่งได้เฉพาะเมื่อฉลากหรือผู้สั่งใช้ยาระบุว่าสามารถแบ่งได้ ยาบางรูปแบบไม่ควรหัก บด หรือเคี้ยว

ควรกินพร้อมอาหารหรือไม่?

Betahistine อาจกินพร้อมหรือหลังอาหารเพื่อลดการระคายกระเพาะ ส่วนยาอื่นให้ยึดตามฉลากและคำสั่งที่ได้รับ

หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

หากสงสัยว่าใช้เกินขนาด ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที โดยเฉพาะเมื่อมีง่วงมาก สับสน ใจสั่น ตาพร่า ชัก หรือหายใจผิดปกติ นำแผงยา ขวด หรือฉลากไปด้วยเพื่อระบุตัวยาและความแรง

มีรายงานอาการชักจาก dimenhydrinate ในผู้ใหญ่เมื่อรับประทานสูงกว่า 1 กรัม และในเด็กเมื่อได้รับ 10–15 มก./กก. ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลการเกิดพิษ ไม่ใช่ขนาดยาสำหรับใช้รักษา

อย่าทำให้อาเจียนเอง และอย่ารอให้อาการเกิดก่อนขอความช่วยเหลือ เพราะอาการจากการใช้ยาเกินขนาดอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไปฉุกเฉินทันที: หากผู้ใช้ยาปลุกไม่ตื่น หายใจช้าหรือหายใจลำบาก ชัก หมดสติ เดินไม่ได้ หรือมีพฤติกรรมสับสนรุนแรง ให้วางผู้ป่วยตะแคงและอย่าป้อนอาหารหรือน้ำ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการเลือกยา

เวียนหัวกับบ้านหมุนเหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกันทั้งหมด บ้านหมุนมักรู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งรอบตัวกำลังหมุน ส่วนเวียนหัวอาจหมายถึงหน้ามืด โคลงเคลง หรือจะเป็นลม สาเหตุและยาที่เหมาะสมจึงต่างกัน

Dimenhydrinate เหมาะกับอาการแบบไหน?

เหมาะกับการป้องกันหรือบรรเทาคลื่นไส้ อาเจียน และเวียนศีรษะจากเมารถเมาเรือ ยาอาจทำให้ง่วง จึงควรกินก่อนเดินทาง 30–60 นาทีและหลีกเลี่ยงการขับรถ

Betahistine กับ dimenhydrinate ต่างกันอย่างไร?

Betahistine มักใช้กับเวียนศีรษะจากความผิดปกติของหูส่วนใน ส่วน dimenhydrinate ใช้เด่นกับอาการจากการเคลื่อนไหวและช่วยลดคลื่นไส้อาเจียน ทั้งสองชนิดมีข้อควรระวังต่างกัน

Cinnarizine ทำให้ง่วงหรือไม่?

ทำให้ง่วงได้ รวมถึงอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มหรือเกิดอาการสั่น โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสูงหรือต่อเนื่องในผู้สูงอายุ ผู้เป็นพาร์กินสันควรระวังเป็นพิเศษ

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยา

กินยาแล้วขับรถได้หรือไม่?

ไม่ควรขับรถจนกว่าจะทราบว่ายามีผลต่อความตื่นตัวและการทรงตัวของคุณอย่างไร Dimenhydrinate และ cinnarizine อาจทำให้ง่วง ตาพร่า หรือการตอบสนองช้าลง

ยาออกฤทธิ์แล้วแต่ยังบ้านหมุน ควรกินเพิ่มหรือไม่?

ไม่ควรเพิ่มจำนวนเม็ดหรือความถี่เอง ตรวจตัวยา ความแรง และเวลาที่กินก่อน เพราะการเพิ่มยาอาจทำให้ผลข้างเคียงรุนแรงโดยไม่ได้แก้สาเหตุ

กินยาเหล่านี้ต่อเนื่องได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุและตัวยา Betahistine อาจใช้ต่อเนื่องในบางโรคของหูชั้นใน ส่วน cinnarizine ต้องระวังอาการสั่นหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติเมื่อใช้ระยะยาว

อาการดีขึ้นแล้วหยุดยาเองได้หรือไม่?

ยาที่ใช้เป็นครั้งคราวสำหรับเมารถเมาเรือมักไม่จำเป็นต้องกินต่อเมื่อหมดเหตุ แต่ยาที่ใช้รักษาโรคหูชั้นในควรยึดตามแผนรักษา ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง

คำถามเกี่ยวกับอาการอันตราย

บ้านหมุนแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที?

ไปทันทีหากมีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินไม่ได้ หมดสติ ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก หรือมองเห็นภาพซ้อน อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับภาวะฉุกเฉิน

กินยาแล้วง่วงมากผิดปกติควรทำอย่างไร?

หยุดกิจกรรมที่เสี่ยงและอย่าขับรถ หากปลุกยาก สับสน หายใจผิดปกติ หรือสงสัยว่าใช้ยาเกินขนาด ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

อาการบ้านหมุนร่วมกับหูอื้อควรใช้ยาอะไร?

อาการดังกล่าวพบได้ในความผิดปกติของหูชั้นในหลายชนิด แต่เลือกยาไม่ได้จากอาการสองอย่างนี้เพียงอย่างเดียว หากมีการได้ยินลดลงทันที ควรพบแพทย์โดยเร็ว

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ตัวยานี้เหมาะกับอาการหมุน หน้ามืด หรือโคลงเคลงแบบที่ฉันเป็นหรือไม่
  • ยานี้ทำให้ง่วงและกระทบการขับรถนานแค่ไหน
  • ยาที่ฉันกินอยู่มีฤทธิ์กดประสาทหรือซ้ำกับยาแก้แพ้หรือไม่
  • โรคลมชัก ต้อหิน พาร์กินสัน หอบหืด หรือแผลในกระเพาะมีผลต่อการเลือกยาหรือไม่
  • หากอาการไม่ดีขึ้น ควรหยุดยาเมื่อใดและต้องไปตรวจเพิ่มเติมเมื่อใด

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall