ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

วิธีรักษาเชื้อราในช่องคลอดคนท้อง

เชื้อราในช่องคลอดขณะตั้งครรภ์ คือภาวะที่เชื้อราแคนดิดาเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติ ทำให้คัน แสบ บวมแดง และมีตกขาวข้น โดยควรยืนยันสาเหตุก่อนเลือกยา

ประเด็นสำคัญ

  • คนท้องที่สงสัยเชื้อราในช่องคลอดควรได้รับการประเมินก่อนใช้ยา เพราะตกขาวผิดปกติอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือน้ำคร่ำรั่วได้
  • ข้อมูลการรักษาพบว่า clotrimazole 100 มิลลิกรัม ชนิดเหน็บช่องคลอด ใช้วันละ 1 เม็ดนาน 7 วันได้ แต่ระหว่างตั้งครรภ์ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรยืนยันก่อน
  • ควรพบแพทย์เร็วหากมีไข้ ปวดท้องน้อย เลือดออก กลิ่นคาวแรง เจ็บขณะปัสสาวะ หรือมีน้ำใสไหลต่อเนื่อง เพราะอาจไม่ใช่เชื้อราเพียงอย่างเดียว

เชื้อราในช่องคลอดขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุหลักคือเชื้อราแคนดิดาที่มีอยู่ตามธรรมชาติเพิ่มจำนวนจนเสียสมดุล การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์อาจเอื้อต่อการเจริญของเชื้อรา จึงพบอาการนี้ได้บ่อยขึ้น

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องหรือเพิ่มโอกาสเกิดอาการ ได้แก่

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ทำให้สภาพภายในช่องคลอดเปลี่ยนไปและเชื้อราเพิ่มจำนวนได้ง่าย
  • การใช้ยาปฏิชีวนะ: ยาอาจลดแบคทีเรียปกติที่ช่วยควบคุมเชื้อรา ทำให้สมดุลเปลี่ยนไป
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง: ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดีอาจติดเชื้อราได้ง่ายและเป็นซ้ำบ่อย
  • ความอับชื้น: เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือเปียกชื้นนานอาจทำให้ระคายเคืองและเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อรา
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: ทำให้ร่างกายควบคุมการเพิ่มจำนวนของเชื้อราได้ลดลง

อาการที่พบได้บ่อยคือคันหรือแสบบริเวณปากช่องคลอด บวมแดง และมีตกขาวขาวข้นซึ่งมักไม่มีกลิ่นแรง บางคนอาจเจ็บเมื่อปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ แต่อาการเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันเชื้อราได้ด้วยตัวเอง เพราะการติดเชื้อชนิดอื่นอาจมีอาการคล้ายกัน

เมื่อไหร่ที่คนท้องอาจดูแลอาการเบื้องต้นได้

คุณอาจเริ่มดูแลเบื้องต้นได้เมื่ออาการไม่รุนแรง ไม่มีสัญญาณอันตราย และเคยได้รับการยืนยันว่าเป็นเชื้อราในช่องคลอดมาก่อน อย่างไรก็ตาม การตั้งครรภ์ทำให้การเลือกยาต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะหากเป็นครั้งแรกหรือไม่แน่ใจว่าอาการเกิดจากอะไร

ลักษณะอาการควรทำอย่างไร
คันเล็กน้อย ตกขาวขาวข้น ไม่มีกลิ่นแรงรักษาความแห้งและนัดประเมินยา
เป็นครั้งแรกหรือไม่แน่ใจว่าใช่เชื้อราตรวจเพื่อแยกสาเหตุก่อน
เคยเป็นเชื้อรา แต่อาการครั้งนี้ต่างออกไปไม่ควรใช้ยาเดิมเอง
มีกลิ่นแรง ตกขาวเขียว เหลือง หรือเทาพบแพทย์เพื่อตรวจการติดเชื้ออื่น
ปวดท้อง เลือดออก หรือมีน้ำใสไหลติดต่อสถานพยาบาลทันที

ระหว่างรอรับการประเมิน คุณควรล้างเฉพาะภายนอกด้วยน้ำสะอาดและซับให้แห้ง เลือกกางเกงชั้นในที่ระบายอากาศได้ และเปลี่ยนเมื่อชื้น หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด สบู่ที่มีกลิ่นหอม และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองและรบกวนสมดุลตามธรรมชาติ

ไม่ควรนำโยเกิร์ต สมุนไพร น้ำส้มสายชู หรือสารฆ่าเชื้อสอดเข้าไปในช่องคลอด วิธีเหล่านี้ไม่มีข้อมูลขนาดและความปลอดภัยที่ชัดเจนสำหรับการตั้งครรภ์ อีกทั้งอาจทำให้เยื่อบุระคายเคืองหรือตรวจหาสาเหตุได้ยากขึ้น

มียากลุ่มใดใช้บรรเทาเชื้อราในช่องคลอดได้บ้าง

ยาต้านเชื้อราเฉพาะที่เป็นกลุ่มยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อราในช่องคลอด แต่คนท้องควรเลือกชนิดยาและระยะเวลารักษาหลังประเมินอาการแล้ว ยาชนิดเหน็บหรือครีมภายในช่องคลอดออกฤทธิ์บริเวณที่ติดเชื้อ ส่วนยาทาภายนอกช่วยลดอาการบริเวณปากช่องคลอด แต่ไม่ควรใช้แทนยาเหน็บเมื่อมีการติดเชื้อภายใน

กลุ่มยาใช้ในลักษณะใดเรื่องที่ควรรู้
clotrimazole ชนิดเหน็บรักษาเชื้อราภายในช่องคลอดต้องใช้ให้ครบตามแผน
clotrimazole ชนิดครีมทาผิวภายนอกที่คันหรือแดงห้ามสอดหากฉลากระบุใช้ภายนอก
miconazole ชนิดใช้ทางช่องคลอดยับยั้งการเจริญของเชื้อรารูปแบบและความแรงต่างกันได้
nystatin ชนิดใช้เฉพาะที่เป็นทางเลือกในบางกรณีต้องใช้รูปแบบที่ตรงตำแหน่งติดเชื้อ

ในหญิงตั้งครรภ์ควรใช้ยากลุ่ม azole ทางช่องคลอดเป็นเวลา 7 วันตามชนิดและความแรงของผลิตภัณฑ์ โดยให้แพทย์หรือเภสัชกรยืนยันการวินิจฉัยและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ก่อนเหน็บยาให้ล้างมือ จากนั้นสอดยาตามคำแนะนำและนอนนิ่งประมาณ 15–30 นาทีเพื่อให้ยาละลาย ไม่ต้องสวนล้างยาออกในตอนเช้า อาจใช้แผ่นรองกางเกงในเพื่อรองรับส่วนของยาที่ละลายไหลออกมา ซึ่งไม่ได้หมายความว่ายาไม่ได้ผล

ห้ามใช้ยาที่เคยทำให้คุณเกิดอาการแพ้ หากหลังใช้มีผื่นลมพิษ หน้าหรือริมฝีปากบวม แน่นคอ หายใจลำบาก หรือเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม ให้หยุดใช้และรับความช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ควรนำยาทาผิวหนังมาใช้ภายในช่องคลอด เว้นแต่ฉลากระบุชัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับช่องคลอด

ยารับประทานและยาใช้เฉพาะที่มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายต่างกัน คุณจึงไม่ควรซื้อยารับประทานมาใช้เองระหว่างตั้งครรภ์ แม้เคยได้รับยาชนิดนั้นก่อนตั้งครรภ์ก็ตาม

เมื่อไหร่ที่คนท้องควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์หากเป็นครั้งแรก อาการไม่ชัดเจน เป็นซ้ำ หรือใช้ยาตามคำแนะนำแล้วอาการไม่ดีขึ้น การตรวจอาจช่วยแยกเชื้อราออกจากภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์

ควรติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลโดยเร็วเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยมาก
  • ปวดท้องน้อย ปวดเชิงกราน หรือมดลูกบีบตัวผิดปกติ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด
  • มีน้ำใสไหลต่อเนื่องหรือสงสัยว่าน้ำคร่ำรั่ว
  • ตกขาวมีกลิ่นคาวแรง เป็นสีเขียว เหลือง หรือเทา
  • มีแผล ตุ่มน้ำ หรือผื่นเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ
  • ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือปวดหลังร่วมด้วย
  • อาการรุนแรงขึ้นหลังเริ่มใช้ยา หรือเกิดการระคายเคืองมาก
  • มีอาการกลับมาอีกไม่นานหลังรักษาครบ
  • มีเบาหวาน ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

คู่ของคุณไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านเชื้อราทุกกรณี แต่ควรได้รับการประเมินหากมีคัน ผื่นแดง หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ ระหว่างที่คุณยังเจ็บหรือระคายเคือง ควรงดเพศสัมพันธ์เพื่อไม่ให้อาการกำเริบและเพื่อความสบายของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

คนท้องเป็นเชื้อราในช่องคลอดอันตรายต่อลูกไหม

การติดเชื้อที่จำกัดอยู่บริเวณช่องคลอดมักรักษาได้ แต่ควรยืนยันว่าเป็นเชื้อราจริง อาการตกขาว คัน หรือแสบอาจเกิดจากการติดเชื้อชนิดอื่นหรือภาวะเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ซึ่งต้องใช้วิธีรักษาต่างกัน

คนท้องใช้ clotrimazole ได้ไหม

clotrimazole ชนิดใช้ทางช่องคลอดเป็นยาต้านเชื้อราที่ใช้รักษาเชื้อราเฉพาะที่ได้ แต่ควรให้ผู้ดูแลครรภ์หรือเภสัชกรยืนยันก่อนใช้ อย่านำครีมทาผิวหนังมาสอดช่องคลอด และห้ามใช้หากเคยแพ้ clotrimazole หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

เหน็บยาแล้วตอนเช้าต้องล้างออกหรือไม่

ไม่ต้องล้างยาออกจากช่องคลอด หลังเหน็บควรนอนนิ่งประมาณ 15–30 นาที และอาจใส่แผ่นรองกางเกงในเพื่อรองรับยาบางส่วนที่ละลายไหลออกมา หลีกเลี่ยงการสวนล้างเพราะอาจเพิ่มการระคายเคือง

เหน็บยาแล้วมีตัวยาไหลออกมา แปลว่ายาไม่ได้ผลหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะสารประกอบของเม็ดยาบางส่วนอาจละลายและไหลออกมาได้ตามปกติ ใช้ยาให้ครบตามแผนและอย่าเพิ่มจำนวนเม็ดเอง หากเม็ดยาหลุดออกมาทั้งเม็ดหรือไม่แน่ใจว่าได้รับยาครบหรือไม่ ให้สอบถามเภสัชกรก่อนใช้ซ้ำ

เชื้อราในช่องคลอดหายเองได้ไหม

อาการเล็กน้อยอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ควรรอดูเองนานระหว่างตั้งครรภ์ หากวินิจฉัยผิด คุณอาจพลาดการรักษาการติดเชื้อชนิดอื่น จึงควรตรวจเมื่อเป็นครั้งแรก อาการผิดไปจากเดิม หรือมีสัญญาณอันตราย

ควรงดอาหารหวานเพื่อรักษาเชื้อราหรือไม่

การลดอาหารหวานไม่สามารถใช้แทนยาต้านเชื้อราได้ หากคุณเป็นเบาหวาน การควบคุมระดับน้ำตาลตามแผนรักษามีความสำคัญ เพราะน้ำตาลที่สูงอาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อราซ้ำ แต่ไม่ควรงดอาหารจนกระทบโภชนาการระหว่างตั้งครรภ์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall