ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ วิธีรักษา

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ คือการติดเชื้อในส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ หรือไต โดยมักต้องใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อแพทย์ประเมินว่าเกิดจากแบคทีเรีย

ประเด็นสำคัญ

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอาจทำให้ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย หรือปัสสาวะขุ่น แต่ต้องแยกจากนิ่ว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสาเหตุอื่น
  • วิธีรักษาหลักเมื่อเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียคือยาปฏิชีวนะที่เหมาะกับผู้ป่วยและเชื้อ ส่วนการดื่มน้ำหรือยาแก้ปวดช่วยบรรเทาอาการแต่กำจัดเชื้อไม่ได้
  • ควรพบแพทย์โดยเร็วหากมีไข้ หนาวสั่น ปวดเอว อาเจียน ตั้งครรภ์ เป็นผู้ชาย เป็นเด็ก หรืออาการไม่ดีขึ้น เพราะอาจเป็นการติดเชื้อที่ซับซ้อน

สารบัญ

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะคืออะไร
  • ใช้อะไรรักษาได้บ้าง
  • อะไรไม่ได้รักษาการติดเชื้อ
  • ข้อควรระวังก่อนใช้ยา
  • การรักษาระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • การรักษาในเด็ก
  • ผลข้างเคียงของยา
  • ปฏิกิริยาระหว่างยา
  • แอลกอฮอล์
  • ขนาดยาในผู้ใหญ่และเด็ก
  • การใช้ยาเกินขนาด
  • คำถามที่พบบ่อย

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะคืออะไร

เป็นการติดเชื้อที่อาจเกิดได้ตั้งแต่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ไปจนถึงไต โดยตำแหน่งและความรุนแรงเป็นตัวกำหนดวิธีรักษา การติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะมักทำให้ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย หรือรู้สึกปวดปัสสาวะเร่งด่วน

หากการติดเชื้อลามขึ้นไปถึงไต อาจมีไข้ หนาวสั่น ปวดหลังหรือปวดสีข้าง คลื่นไส้ และอาเจียน อาการเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว เพราะมีโอกาสรุนแรงกว่าการติดเชื้อเฉพาะกระเพาะปัสสาวะ

อาการแสบขัดไม่ได้แปลว่าเป็นการติดเชื้อเสมอไป นิ่ว การระคายเคือง ช่องคลอดอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ การตรวจปัสสาวะหรือเพาะเชื้อจึงอาจจำเป็น โดยเฉพาะเมื่ออาการรุนแรง เป็นซ้ำ หรือมีปัจจัยเสี่ยง

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะใช้รักษาด้วยอะไรได้บ้าง

หากเกิดจากแบคทีเรีย การรักษาหลักคือยาปฏิชีวนะที่เลือกตามตำแหน่งการติดเชื้อ ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์ การทำงานของไต และแนวโน้มการดื้อยา ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องตรวจปัสสาวะก่อนเริ่มยา ขณะที่บางรายอาจเริ่มรักษาจากอาการและปรับยาภายหลังตามผลเพาะเชื้อ

ลักษณะอาการหรือสถานการณ์สิ่งที่ควรทำ
แสบขัด ปัสสาวะบ่อย ไม่มีไข้รับการประเมินและใช้ยาตามที่สั่ง
ไข้ หนาวสั่น หรือปวดสีข้างพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน
อาเจียน กินยาไม่ได้ หรือซึมลงไปโรงพยาบาลทันที
อาการกลับเป็นซ้ำบ่อยตรวจหาปัจจัยเสี่ยงและเพาะเชื้อ
มีตกขาว แผล หรือเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ตรวจแยกโรคอื่นร่วมด้วย

คุณควรกินยาปฏิชีวนะให้ครบตามแผน แม้อาการแสบขัดจะดีขึ้นแล้ว อย่าเก็บยาที่เหลือไว้ใช้ครั้งหน้า และไม่ควรนำยาของผู้อื่นมากิน เพราะเชื้อ ตำแหน่งการติดเชื้อ และข้อห้ามใช้ต่างกัน

ระหว่างรักษา ให้ดื่มน้ำตามปกติอย่างเพียงพอและอย่ากลั้นปัสสาวะ แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะถ้าคุณมีโรคหัวใจ โรคไต หรือถูกจำกัดปริมาณน้ำ

อะไรไม่ได้ใช้รักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ยาแก้ปวด ยาลดไข้ เครื่องดื่มสมุนไพร และยาที่ทำให้ปัสสาวะเป็นด่างไม่สามารถกำจัดแบคทีเรียแทนยาปฏิชีวนะได้ สิ่งเหล่านี้อาจช่วยให้อาการบางอย่างดีขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ควรทำให้เลื่อนการตรวจเมื่อมีอาการอันตราย

Paracetamol ช่วยลดไข้หรือบรรเทาปวดได้ แต่ไม่ได้รักษาต้นเหตุของการติดเชื้อ ส่วน potassium citrate ใช้จัดการภาวะปัสสาวะบางชนิดและนิ่วบางประเภท ไม่ใช่ยารักษาการติดเชื้อ นอกจากนี้ potassium citrate ชนิดออกฤทธิ์นานมีข้อห้ามใช้เมื่อมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่กำลังเป็นอยู่ จึงไม่ควรซื้อมาใช้แก้แสบขัดเอง

Sodium citrate ร่วมกับ citric acid อาจใช้ทำให้เลือดและปัสสาวะเป็นกรดน้อยลงในบางภาวะ แต่ไม่ได้เป็นยาปฏิชีวนะ ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีส่วนประกอบและความแรงต่างกัน จึงไม่ควรใช้แทนการประเมินสาเหตุ

ก่อนใช้ยารักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะต้องระวังอะไรบ้าง

ต้องตรวจสอบประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์ โรคไต ยาที่ใช้อยู่ และสัญญาณว่าการติดเชื้ออาจลามถึงไต ข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนทั้งชนิดยา ขนาดยา และสถานที่ที่ควรรักษา

  • ประวัติแพ้ยา: แจ้งชื่อยาและอาการที่เคยเกิด เช่น ผื่น ลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก หรือผิวหนังพุพอง ไม่ควรเรียกอาการคลื่นไส้ทุกชนิดว่าแพ้ยา เพราะอาจทำให้เสียทางเลือกในการรักษา
  • โรคไตหรือปัสสาวะผิดปกติ: ไตมีผลต่อการกำจัดยาหลายชนิด ผู้ที่มีไตทำงานลดลงอาจต้องปรับขนาดหรือหลีกเลี่ยงยาบางตัว
  • ไข้หรือปวดสีข้าง: อาการเหล่านี้พบได้เมื่อการติดเชื้อเกี่ยวข้องกับไต ยาสำหรับการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อนอาจไม่เหมาะ
  • นิ่ว สายสวนปัสสาวะ หรือต่อมลูกหมากโต: ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้เชื้อค้างอยู่หรือกลับเป็นซ้ำ การรักษาเฉพาะด้วยยาอาจไม่เพียงพอ
  • โรคประจำตัว: เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และภาวะขาดน้ำเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ควรแจ้งผู้รักษาก่อนเริ่มยา

หากมีหน้าหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก แน่นคอ หน้ามืด หรือผื่นร่วมกับแผลพุพองหลังใช้ยา ให้หยุดยาและไปห้องฉุกเฉินทันที

หากตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรรักษาอย่างไร

ผู้ที่ตั้งครรภ์และสงสัยว่าติดเชื้อควรได้รับการตรวจ ไม่ควรเลือกยาปฏิชีวนะหรือยาทำให้ปัสสาวะเป็นด่างด้วยตนเอง การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์มีโอกาสลามถึงไตและสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อน จึงอาจต้องตรวจปัสสาวะและติดตามผลหลังรักษา

ยาปฏิชีวนะบางชนิดใช้ได้ในบางช่วงของการตั้งครรภ์ ขณะที่บางชนิดต้องหลีกเลี่ยง การเลือกยาจึงขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ผลตรวจ เชื้อที่พบ และประวัติแพ้ยา

ระหว่างให้นมบุตร ยาบางชนิดผ่านเข้าสู่น้ำนมได้ ควรแจ้งอายุและสุขภาพของทารก โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนดหรือมีภาวะตัวเหลือง อย่าหยุดให้นมเองจนกว่าจะได้รับคำแนะนำที่ตรงกับยาที่ใช้

เด็กที่ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะควรรักษาอย่างไร

เด็กควรได้รับการตรวจเพื่อยืนยันการติดเชื้อและเลือกยาตามน้ำหนักตัว ไม่ควรใช้ขนาดยาของผู้ใหญ่หรือคำนวณจากอายุเพียงอย่างเดียว เด็กเล็กอาจไม่มีอาการแสบขัดชัดเจน แต่อาจมีไข้ ไม่กินนม อาเจียน งอแง หรือซึมลง

การเก็บตัวอย่างปัสสาวะอย่างถูกวิธีสำคัญ เพราะตัวอย่างที่ปนเปื้อนอาจทำให้ผลคลาดเคลื่อน เด็กที่มีไข้สูง ดูป่วยมาก ดื่มไม่ได้ หรือปัสสาวะน้อยควรได้รับการดูแลเร่งด่วน

ยาน้ำต้องดูทั้งจำนวนมิลลิกรัมต่อกิโลกรัมและความเข้มข้นบนขวด ห้ามให้ยาเป็นจำนวนมิลลิลิตรโดยไม่ทราบความเข้มข้น เพราะผลิตภัณฑ์คนละความแรงให้ปริมาณตัวยาไม่เท่ากัน

ยารักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับยาที่ใช้ โดยอาการทางกระเพาะอาหารพบได้บ่อยกว่าอาการรุนแรง หากอาการเล็กน้อย คุณไม่ควรหยุดยาปฏิชีวนะเอง แต่ควรตรวจคำแนะนำของยานั้นและแจ้งผู้รักษาหากอาการรบกวนมาก

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

อาการควรทำอย่างไร
คลื่นไส้หรือแน่นท้องกินยาตามคำแนะนำเรื่องอาหาร
ถ่ายเหลวเล็กน้อยดื่มน้ำและเฝ้าดูอาการ
ปวดศีรษะพักผ่อนและประเมินอาการร่วม
ผื่นเล็กน้อยหยุดรอดูเองไม่ได้ ควรประเมินว่าแพ้ยาหรือไม่

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

ท้องเสียมาก ถ่ายเป็นเลือด ตัวหรือตาเหลือง ปัสสาวะลดลง ใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือผื่นรุนแรงต้องได้รับการประเมินทันที อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับลำไส้อักเสบจากยา ตับหรือไตผิดปกติ ความผิดปกติของเกลือแร่ หรือการแพ้ยารุนแรง

Potassium citrate อาจทำให้ไม่สบายท้อง อาเจียน ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ และอาจเพิ่มโพแทสเซียมในเลือด ผู้ที่มีโรคไตหรือใช้ยาที่เพิ่มโพแทสเซียมจึงมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ยานี้ไม่ใช่ยารักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ยารักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะตีกับยาอะไรได้บ้าง

ปฏิกิริยาระหว่างยาขึ้นอยู่กับยาปฏิชีวนะที่ได้รับ จึงควรตรวจรายการยาประจำ ยาที่ซื้อเอง วิตามิน และสมุนไพรทุกครั้ง ยาบางชนิดอาจเปลี่ยนระดับยาปฏิชีวนะ เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก หรือเพิ่มผลต่อไตและเกลือแร่

หากคุณใช้ warfarin ต้องแจ้งผู้รักษา เพราะยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจเปลี่ยนฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่ใช้ยากลุ่มยับยั้งระบบ renin-angiotensin-aldosterone ยาขับปัสสาวะที่เก็บโพแทสเซียม หรือยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ต้องระวังภาวะโพแทสเซียมสูงเมื่อใช้ potassium citrate ร่วมด้วย

ยาลดกรดและแร่ธาตุบางชนิดอาจลดการดูดซึมยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม อย่าแยกเวลากินยาเองโดยเดา เพราะระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับคู่ยาที่ใช้

ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างรักษาได้หรือไม่

ทางที่ปลอดภัยคือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์จนกว่าจะหายและกินยาครบ เพราะอาจทำให้คลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรือขาดน้ำมากขึ้น ยาปฏิชีวนะบางชนิดมีปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์โดยตรง ส่วนบางชนิดไม่มีปฏิกิริยาชัดเจน แต่ความเจ็บป่วยเองอาจทำให้ทนแอลกอฮอล์ได้น้อยลง

หากมีไข้ อาเจียน ปัสสาวะน้อย หรือกินอาหารไม่ได้ ไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง ผู้ที่มีโรคตับหรือใช้ paracetamol ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะการดื่มหนักเพิ่มความเสี่ยงต่อตับ

ผู้ใหญ่ควรใช้ยาขนาดเท่าไร

ไม่มีขนาดยาปฏิชีวนะชุดเดียวที่ใช้ได้กับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะทุกคน ขนาดและระยะเวลารักษาขึ้นอยู่กับตัวยา ตำแหน่งการติดเชื้อ เพศ การตั้งครรภ์ การทำงานของไต ผลเพาะเชื้อ และประวัติการรักษาก่อนหน้า

อย่านำขนาดยาของการติดเชื้อชนิดอื่นมาใช้กับอาการปัสสาวะแสบขัด และอย่าเพิ่มจำนวนเม็ดเมื่ออาการไม่ดีขึ้น หากเริ่มยาปฏิชีวนะแล้วอาการแย่ลง มีไข้ หรือปวดสีข้าง ควรกลับไปประเมินโดยไม่รอให้ยาหมด

ขนาดของ potassium citrate สำหรับนิ่วหรือภาวะ citrate ในปัสสาวะต่ำไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาการติดเชื้อ และยานี้มีข้อห้ามใช้ขณะมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จึงไม่ควรนำขนาดยาสำหรับนิ่วมาปรับใช้เอง

เด็กควรใช้ยาขนาดเท่าไร

ขนาดยาสำหรับเด็กต้องคำนวณจากน้ำหนักตัว ชนิดยา ความรุนแรง และการทำงานของไต ไม่ควรกำหนดจากช่วงอายุอย่างเดียว ต้องตรวจความเข้มข้นของยาน้ำก่อนแปลงเป็นมิลลิลิตรทุกครั้ง

หากเด็กอาเจียนยาหลังรับประทาน อย่าให้ซ้ำทันทีโดยไม่ตรวจว่าอาเจียนเมื่อใดและเห็นยาออกมาหรือไม่ การให้ซ้ำโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด

ความปลอดภัยและประสิทธิผลของ potassium citrate ชนิดออกฤทธิ์นานในเด็กยังไม่ชัดเจน และยานี้ไม่ใช่การรักษาการติดเชื้อ จึงไม่ควรนำมาให้เด็กเพื่อแก้ปัสสาวะแสบขัด

หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

อย่ารอให้อาการเกิด หากกินยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด หรือยาเกลือแร่เกินขนาด ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือศูนย์พิษวิทยาทันที เตรียมชื่อยา ความแรง จำนวนที่กิน เวลาที่กิน อายุ น้ำหนัก และโรคประจำตัวไปด้วย

ห้ามทำให้อาเจียนเอง และอย่ากินยาหรืออาหารเพื่อแก้ฤทธิ์โดยไม่ได้รับคำแนะนำ หากมีซึม ชัก หายใจลำบาก ใจสั่น เป็นลม หรืออาเจียนต่อเนื่อง ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

การกิน paracetamol เกินขนาดอาจทำลายตับ แม้ช่วงแรกยังรู้สึกปกติ ส่วน potassium citrate เกินขนาดอาจทำให้โพแทสเซียมสูงและหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ จึงไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ปัสสาวะแสบขัดต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งไหม

ไม่จำเป็นทุกครั้ง เพราะอาการแสบขัดมีได้จากหลายสาเหตุ หากมีตกขาว แผลบริเวณอวัยวะเพศ ปวดบั้นเอว หรือมีความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจต้องตรวจเพิ่มเติมก่อนเลือกยา

ดื่มน้ำมาก ๆ แล้วหายเองได้ไหม

การดื่มน้ำช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและอาจช่วยลดความระคายเคือง แต่ไม่สามารถกำจัดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะได้ ไม่ควรฝืนดื่มมากหากมีโรคหัวใจ โรคไต หรือถูกจำกัดน้ำ

กินยาปฏิชีวนะเหลือจากครั้งก่อนได้ไหม

ไม่ควรกิน เพราะยาเดิมอาจไม่ตรงกับเชื้อ ตำแหน่งการติดเชื้อ หรือการทำงานของไตในปัจจุบัน ปริมาณยาที่เหลือมักไม่ครบแผนการรักษาและอาจเพิ่มโอกาสรักษาไม่สำเร็จ

อาการดีขึ้นแล้วหยุดยาได้ไหม

ไม่ควรหยุดเอง ให้ใช้ตามระยะเวลาที่ได้รับคำสั่ง อาการที่ดีขึ้นไม่ได้ยืนยันว่าเชื้อหมดแล้ว และการหยุดก่อนกำหนดอาจทำให้อาการกลับมาเป็นซ้ำ

ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นแรงแปลว่าติดเชื้อหรือไม่

ยังสรุปไม่ได้ เพราะอาหาร ภาวะขาดน้ำ ยา และสารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนอาจเปลี่ยนกลิ่นหรือลักษณะปัสสาวะได้ ควรพิจารณาร่วมกับอาการแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ไข้ และผลตรวจ

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไหม

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะทั่วไปไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่กิจกรรมทางเพศอาจกระตุ้นให้เกิดอาการในบางคน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดทำให้แสบขัดคล้ายกัน จึงอาจต้องตรวจแยกโรค

เมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ควรไปทันทีเมื่อมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดสีข้าง อาเจียน ซึม สับสน ปัสสาวะน้อย หรืออาการทรุดเร็ว ผู้ตั้งครรภ์ เด็ก ผู้ชาย และผู้มีโรคไตหรือภูมิคุ้มกันต่ำควรรับการประเมินเร็วขึ้น

เป็นซ้ำบ่อยควรทำอย่างไร

ควรยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อจริงและตรวจหาปัจจัยที่ทำให้เกิดซ้ำ อาจต้องเพาะเชื้อ ประเมินนิ่ว ปัสสาวะค้าง พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

Potassium citrate ใช้แก้ปัสสาวะแสบขัดได้ไหม

ไม่ควรใช้รักษาอาการแสบขัดจากการติดเชื้อ เพราะ potassium citrate ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ ยานี้ใช้กับนิ่วหรือความผิดปกติของปัสสาวะบางประเภท และมีข้อห้ามใช้เมื่อมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่กำลังเป็นอยู่

ใช้ paracetamol ลดปวดหรือไข้ได้ไหม

Paracetamol อาจช่วยบรรเทาปวดและลดไข้ แต่ไม่กำจัดเชื้อ ต้องระวังยาหวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสมที่มี paracetamol อยู่แล้ว เพราะการกินซ้ำซ้อนอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดและเกิดอันตรายต่อตับ

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall