ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อชนิดทา กับ ชนิดกิน ต่างกันอย่างไร

ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อชนิดทาออกฤทธิ์บริเวณที่ทาและเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่า ส่วนชนิดกินออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย จึงเหมาะกับอาการหลายตำแหน่งแต่มีความเสี่ยงต่อกระเพาะ ไต และหัวใจมากกว่า

ประเด็นสำคัญ

  • ชนิดทาเหมาะกับอาการปวดเฉพาะจุดและมักมีผลต่อร่างกายน้อยกว่า ส่วนชนิดกินเหมาะกับอาการหลายตำแหน่งหรือปวดร่วมกับการอักเสบ
  • ibuprofen ชนิดเม็ดที่จำหน่ายโดยทั่วไปอาจมีตัวยา 200 มก. แต่ต้องตรวจฉลากและใช้ขนาดต่ำสุดในเวลาสั้นที่สุด
  • ห้ามกินยากลุ่ม NSAIDs ซ้ำกัน และควรพบแพทย์ทันทีหากปวดร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปัสสาวะสีเข้ม หายใจลำบาก หรืออุบัติเหตุรุนแรง

อาการปวดกล้ามเนื้อมีสาเหตุอะไรได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อยคือการใช้งานมากเกินไป ท่าทางไม่เหมาะสม หรือกล้ามเนื้อยืดและเกร็งผิดจังหวะ อาการมักสัมพันธ์กับกิจกรรม เช่น ออกกำลังกาย ยกของหนัก นั่งทำงานนาน หรือเปลี่ยนกิจกรรมกะทันหัน

  • ใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป: มักปวดตึงหลังออกกำลังกาย ทำงานบ้าน หรือยกของ
  • กล้ามเนื้อยืดหรือเคล็ด: ปวดหลังบิดตัว วิ่ง กระโดด หรือเคลื่อนไหวผิดจังหวะ
  • ท่าทางค้างนาน: พบได้ที่คอ บ่า หลัง และสะบัก โดยเฉพาะเมื่อนั่งหรือก้มหน้าต่อเนื่อง
  • การกระแทกหรือฟกช้ำ: อาจมีบวม กดเจ็บ หรือรอยช้ำร่วมด้วย
  • การติดเชื้อหรือมีไข้: อาจทำให้ปวดเมื่อยหลายตำแหน่ง ไม่ควรดูแลเหมือนอาการกล้ามเนื้อใช้งานทั่วไป
  • ผลจากยา: ยาบางชนิด เช่น simvastatin อาจทำให้ปวดกล้ามเนื้อผิดปกติ ยาแก้ปวดไม่ได้แก้สาเหตุและไม่ควรใช้เพื่อกลบอาการ

อาการปวดร้าวร่วมกับชา แขนขาอ่อนแรง หรือเสียการควบคุมการขับถ่าย อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท ไม่ใช่อาการกล้ามเนื้อธรรมดา

เมื่อไหร่ที่สามารถใช้ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อเองได้

ดูแลเองระยะสั้นได้เมื่อปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง รู้สาเหตุชัด เช่น ใช้งานมากเกินไป และยังเคลื่อนไหวได้โดยไม่มีอาการอันตราย เริ่มจากพักกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ประคบเย็นในช่วงที่บวมหรือเพิ่งบาดเจ็บ และค่อยเปลี่ยนเป็นความอุ่นเมื่อเหลืออาการตึง

ลักษณะอาการทางเลือกเบื้องต้น
ปวดเฉพาะจุดเล็ก ๆยาทาหรือการประคบ
ปวดหลายตำแหน่งอาจพิจารณายากิน
ปวดบวมจากการอักเสบNSAIDs อาจช่วยได้ถ้าไม่มีข้อห้าม
ปวดแต่ไม่บวมparacetamol อาจใช้บรรเทาปวด
มีแผลหรือผื่นบริเวณปวดหลีกเลี่ยงยาทาบริเวณนั้น
ปวดหลังเริ่มยาใหม่อย่ากลบอาการ ควรตรวจหาสาเหตุ

ชนิดทามักเหมาะเมื่อคุณต้องการบรรเทาอาการเฉพาะจุดและต้องการลดการได้รับยาทั่วร่างกาย แต่ห้ามทาบนแผล ผิวหนังติดเชื้อ หรือผิวที่มีผื่น และไม่ควรใช้ความร้อนหรือพันผ้าแน่นทับบริเวณที่ทา

ชนิดกินอาจสะดวกกว่าเมื่อปวดหลายแห่ง แต่ต้องพิจารณาโรคประจำตัวและยาอื่นที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะโรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง แผลหรือเลือดออกในกระเพาะ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด

มียากลุ่มใดใช้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้บ้าง

กลุ่มที่ใช้บ่อยคือ paracetamol, NSAIDs ชนิดกิน, NSAIDs ชนิดทา และยาทาที่ให้ความรู้สึกเย็นหรืออุ่น แต่ละกลุ่มลดอาการต่างกัน และไม่ได้เร่งให้กล้ามเนื้อที่บาดเจ็บหายทันที

กลุ่มยาเหมาะกับอะไรข้อควรรู้
paracetamol ชนิดกินปวดโดยไม่มีการอักเสบเด่นลดปวด แต่ไม่ลดการอักเสบ
ibuprofen ชนิดกินปวดร่วมกับบวมหรืออักเสบเสี่ยงระคายกระเพาะ เลือดออก ไตและหัวใจ
diclofenac ชนิดทาปวดข้ออักเสบบางตำแหน่งไม่ใช่ทุกสูตรที่มีข้อบ่งใช้สำหรับกล้ามเนื้อเคล็ด
menthol ชนิดทาปวดเมื่อยหรือเคล็ดเล็กน้อยให้ความรู้สึกเย็นและบรรเทาชั่วคราว
methyl salicylate ชนิดทาปวดเฉพาะจุดในบางสูตรต้องตรวจส่วนประกอบและคำเตือนบนฉลาก

ยากินต่างจากยาทาอย่างไร

ยากินกระจายทั่วร่างกาย จึงบรรเทาอาการได้หลายตำแหน่ง แต่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายในมากกว่า ตัวอย่างเช่น ibuprofen เป็น NSAID ที่ลดปวด ไข้ และการอักเสบ ยาเม็ดตามฉลากสากลมีขนาด 200 มก. ต่อเม็ด แต่ความแรงของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

NSAIDs ชนิดกินอาจทำให้เกิดแผลและเลือดออกในทางเดินอาหาร การบดหรือให้ยาผ่านสายให้อาหารไม่ได้ตัดความเสี่ยงนี้ หากปวดท้องไม่หาย อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือหน้ามืด ต้องหยุดยาและพบแพทย์

ห้ามกิน ibuprofen ร่วมกับ diclofenac, naproxen หรือ NSAIDs ตัวอื่น เพราะเป็นยากลุ่มเดียวกันและเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ห้ามใช้หากเคยแพ้ aspirin หรือ NSAIDs และห้ามใช้ก่อนหรือหลังผ่าตัดหัวใจ

หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไปไม่ควรใช้ ibuprofen เว้นแต่แพทย์สั่ง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกหรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด ผู้มีโรคไต โรคหัวใจ ความดันสูง โรคตับ แผลในกระเพาะ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ควรเริ่มใช้เอง

ibuprofen และ diclofenac เป็นยาอันตราย ควรให้เภสัชกรประเมินข้อบ่งใช้ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ร่วมกัน ประวัติการแพ้ยา และการตั้งครรภ์ก่อนจ่ายยา และใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับในประเทศไทย ไม่ควรนำขนาดใช้จากฉลากต่างประเทศไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นโดยตรง

ยาทาต่างจากยากินอย่างไร

ยาทาเน้นบริเวณที่ปวดและมักทำให้ร่างกายได้รับยาน้อยกว่ายากิน แต่ยังเกิดการแพ้ ระคายผิว หรือผลข้างเคียงจาก NSAIDs ได้ ล้างมือหลังทาและระวังไม่ให้เข้าตา จมูก หรือปาก

diclofenac gel 1% บางผลิตภัณฑ์ใช้สำหรับอาการปวดข้ออักเสบ แต่ข้อบ่งใช้และขนาดใช้อาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ จึงควรให้เภสัชกรประเมินก่อนจ่ายยาและใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับในประเทศไทย ไม่ควรนำขนาดใช้จากฉลากต่างประเทศไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นโดยตรง ทั้งนี้ บางผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้สำหรับกล้ามเนื้อเคล็ด ฟกช้ำ หรือการบาดเจ็บจากกีฬา จึงต้องดูข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดก่อนใช้

menthol สำหรับปวดกล้ามเนื้อและข้อเล็กน้อย บางฉลากให้ทาได้ไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ห้ามทาบนแผลหรือผิวหนังเสียหาย และควรหยุดใช้หากระคายเคืองหรืออาการเกิน 7 วัน

อาการแบบไหนควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เมื่อปวดมากขึ้น เคลื่อนไหวไม่ได้ หรือมีอาการที่ไม่เข้ากับกล้ามเนื้อเมื่อยทั่วไป หากเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงครึ่งซีก หรือพูดไม่ชัด ให้ไปฉุกเฉินทันที

  • ปวดหลังอุบัติเหตุรุนแรง แขนขาผิดรูป หรือสงสัยกระดูกหัก
  • ปวดร่วมกับชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินเซ หรือควบคุมปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้
  • กล้ามเนื้อบวมมาก แดง ร้อน มีไข้ หรือปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ปวดผิดปกติหลังเริ่ม simvastatin หรือยาใหม่ โดยเฉพาะเมื่ออ่อนแรงหรือปัสสาวะสีเข้ม
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน หรือกลับเป็นซ้ำหลังดีขึ้นไม่นาน
  • ใช้ยากินแล้วถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด หน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก
  • ใช้ยาทาแล้วเกิดผื่นลาม ตุ่มพอง หน้าบวม หายใจมีเสียงหวีด หรือเป็นลม
  • ปวดนานหลายสัปดาห์ หรือเกิดซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ

คำถามที่พบบ่อย

ยาทากับยากิน ใช้พร้อมกันได้ไหม

อาจใช้ร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจว่าเป็นยากลุ่มเดียวกันหรือไม่ diclofenac ชนิดทายังเป็น NSAID จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงเมื่อใช้พร้อม ibuprofen, naproxen หรือ NSAIDs ชนิดกิน โดยเฉพาะหากใช้เกินขนาดหรือใช้นานกว่าฉลาก

ปวดกล้ามเนื้อควรเลือกยาทาหรือยากิน

ถ้าปวดเฉพาะจุดและไม่มีแผลบริเวณนั้น มักเริ่มจากการพัก ประคบ หรือยาทาได้ หากปวดหลายตำแหน่ง ยากินอาจสะดวกกว่า แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีข้อห้าม โดยเฉพาะโรคไต โรคหัวใจ แผลในกระเพาะ และการตั้งครรภ์

paracetamol ลดกล้ามเนื้ออักเสบได้ไหม

ไม่ได้ลดการอักเสบ แต่ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้ จึงอาจเหมาะเมื่อปวดโดยไม่มีอาการบวมหรืออักเสบเด่น แต่หากอาการปวดเกิดจากผลข้างเคียงของยา การกิน paracetamol ไม่ได้แก้สาเหตุ

ทายาแล้วประคบร้อนได้ไหม

ไม่ควรใช้แผ่นความร้อนหรือประคบร้อนทับยาทา เว้นแต่ฉลากระบุว่าสามารถทำได้ ความร้อนอาจเพิ่มการดูดซึมหรือทำให้ผิวหนังระคายเคืองมากขึ้น และไม่ควรพันผ้าแน่นทับบริเวณที่ทา

ยาทาทำให้เลือดออกในกระเพาะได้หรือไม่

มีโอกาสน้อยกว่ายากิน แต่ไม่ใช่ศูนย์ โดยเฉพาะยาทากลุ่ม NSAIDs ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อทาปริมาณมาก ใช้นาน ใช้พร้อม NSAIDs ชนิดกิน หรือมีประวัติแผลและเลือดออกในกระเพาะ

ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายต้องกินยาทุกครั้งไหม

ไม่จำเป็น หากยังเคลื่อนไหวได้และไม่มีบวมมากหรืออาการอันตราย การพัก ลดกิจกรรม ประคบ และกลับไปเคลื่อนไหวเบา ๆ มักเพียงพอ ยาใช้เพื่อลดอาการชั่วคราว ไม่ได้ทำให้เนื้อเยื่อหายเร็วขึ้นเสมอไป

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall