ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาทาแก้อักเสบ

ยาทาแก้อักเสบ คือ ยาที่ใช้บนผิวหนังเพื่อลดการอักเสบเฉพาะที่ โดยต้องเลือกตามสาเหตุ เพราะยาแก้ปวดข้อกับยาลดผื่นคันเป็นคนละกลุ่มกัน

ประเด็นสำคัญ

  • ยาทากลุ่ม diclofenac เหมาะกับอาการปวดจากข้ออักเสบบางตำแหน่ง ส่วน hydrocortisone เหมาะกับผื่นคันหรือผิวหนังอักเสบเล็กน้อย จึงใช้แทนกันไม่ได้
  • diclofenac sodium gel 1% ต้องใช้ตามปริมาณ ความถี่ ขนาดสูงสุด และระยะเวลาที่ระบุบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่จริงและตามคำแนะนำของเภสัชกร เพราะแต่ละสูตรและยี่ห้ออาจมีวิธีใช้แตกต่างกัน
  • hydrocortisone 1% ต้องให้เภสัชกรประเมินก่อนใช้ และใช้ตามความถี่และระยะเวลาที่ระบุบนฉลากหรือที่เภสัชกรแนะนำ ไม่ควรใช้กับแผลติดเชื้อ ผื่นที่ยังไม่ทราบสาเหตุ หรือใช้ต่อเนื่องเกินจำเป็น

อาการอักเสบที่พบบ่อยเกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการบวม แดง ร้อน ปวด หรือคันอาจเกิดจากข้อและกล้ามเนื้อ ผิวหนังระคายเคือง ภูมิแพ้ หรือการติดเชื้อ ซึ่งใช้ยาทาไม่เหมือนกัน

  • ข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบ: มักปวดและฝืดบริเวณมือ ข้อมือ ศอก เท้า ข้อเท้า หรือเข่า อาจปวดมากขึ้นเมื่อขยับหรือใช้งาน
  • กล้ามเนื้อหรือเอ็นบาดเจ็บ: เกิดหลังออกแรง ยกของ เล่นกีฬา หรือเคลื่อนไหวผิดท่า มักมีอาการปวดกดเจ็บและอาจบวม
  • ผื่นแพ้หรือผิวหนังระคายเคือง: ทำให้แดง คัน หรือแสบหลังสัมผัสสบู่ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ สารซักล้าง หรือแมลงกัดต่อย
  • โรคผิวหนังอักเสบ: เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง สะเก็ดเงิน หรือผื่นบริเวณที่มีความมัน อาการอาจเป็นๆ หายๆ และต้องเลือกยาตามตำแหน่ง
  • การติดเชื้อ: แบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัสอาจทำให้ผิวแดง คัน เจ็บ มีตุ่มน้ำ หนอง หรือขอบผื่นชัด การทาสเตียรอยด์เองอาจบดบังอาการและทำให้เชื้อลุกลาม

บางครั้งดูจากภายนอกได้ยากว่าเป็นผื่นแพ้หรือเชื้อรา หากผื่นมีขอบเป็นวง ลอกชื้น มีกลิ่น มีหนอง หรือขยายเร็ว อย่ารีบทายาสเตียรอยด์เพียงเพราะเห็นคำว่า “แก้อักเสบ”

เมื่อไหร่ที่ใช้ยาทาเพื่อดูแลตัวเองได้

คุณอาจดูแลเองได้เมื่ออาการไม่มาก อยู่เฉพาะจุด ทราบสาเหตุพอสมควร และไม่มีแผลเปิด ไข้ หนอง หรืออาการแพ้รุนแรง

ลักษณะอาการแนวทางเบื้องต้น
ปวดข้อเล็กน้อยจากข้ออักเสบอาจพิจารณา NSAID ชนิดทา
ผื่นคันเล็กน้อยจากการระคายเคืองหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และปรึกษาเภสัชกรเพื่อประเมินสาเหตุก่อนเลือกสเตียรอยด์อ่อน ไม่ควรซื้อหรือเลือกความแรงใช้เอง โดยเฉพาะผื่นที่หน้า รอบตา ขาหนีบ รอยพับ หรือผื่นที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
กล้ามเนื้อตึงหลังใช้งานพักและประคบตามความเหมาะสม
ผิวมีแผล หนอง หรือตุ่มน้ำไม่ควรเลือกยาทาเอง
ข้อแดงร้อนมากหรือบวมฉับพลันควรตรวจหาสาเหตุ

ก่อนใช้ ให้ดูชื่อตัวยาและความแรงบนฉลาก ไม่ควรเลือกจากคำว่า “แก้อักเสบ” อย่างเดียว ล้างและเช็ดผิวให้แห้งก่อนทา หลีกเลี่ยงดวงตา ปาก จมูก และไม่ทาบนผิวแตก แผลเปิด ผิวติดเชื้อ หรือผื่นที่ไม่ทราบสาเหตุ

ไม่ควรทาหลายชนิดซ้อนกันบนตำแหน่งเดียว เว้นแต่ได้รับคำแนะนำ เพราะอาจระคายเคืองหรือทำให้ได้รับยามากขึ้น การใช้ผ้าพันแน่นหรือแผ่นประคบร้อนทับยาอาจเพิ่มการดูดซึมและผลข้างเคียงได้

ยาทาแต่ละกลุ่มใช้บรรเทาอาการแบบไหน

กลุ่มที่พบบ่อยคือ NSAIDs สำหรับปวดข้อจากการอักเสบ และ corticosteroids สำหรับผื่นคันอักเสบ โดยต้องแยกจากยาฆ่าเชื้อราและยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

กลุ่มยาตัวอย่างชื่อสามัญเหมาะกับอาการ
NSAIDs ชนิดทาdiclofenacปวดข้อจากข้ออักเสบบางตำแหน่ง
Corticosteroids ชนิดทาhydrocortisoneผื่นคันอักเสบเล็กน้อย
ยาต้านเชื้อราขึ้นกับชนิดเชื้อผื่นเชื้อราที่ได้รับการประเมิน
ยาต้านแบคทีเรียขึ้นกับการติดเชื้อแผลติดเชื้อบางกรณีตามแพทย์สั่ง

Diclofenac ชนิดทาใช้อย่างไร

Diclofenac gel อาจเริ่มบรรเทาอาการได้ภายในช่วงแรกของการใช้ แต่ผลแตกต่างกันในแต่ละคน หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงภายใน 7 วัน ควรหยุดใช้และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์

ควรใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่จริงและตามคำแนะนำของเภสัชกร เพราะแต่ละสูตรและยี่ห้ออาจกำหนดปริมาณ ความถี่ ขนาดสูงสุด และระยะเวลาแตกต่างกัน

เจลความแรง 1% แต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีวิธีใช้ต่างกัน จึงไม่ควรนำปริมาณ ความถี่ หรือระยะเวลาจากฉลากของผลิตภัณฑ์หนึ่งไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ให้เภสัชกรแนะนำวิธีใช้ตามผลิตภัณฑ์ที่เลือก

คำแนะนำบนฉลากใช้กับผลิตภัณฑ์และความแรงที่ระบุเท่านั้น สูตรหรือความเข้มข้นอื่นอาจมีวิธีใช้ต่างกัน ข้อบ่งใช้แตกต่างกันตามสูตรและทะเบียนของแต่ละผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์ใช้กับข้อแพลง ฟกช้ำ หรือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเอ็นได้ แต่ควรให้เภสัชกรประเมินก่อน โดยเฉพาะเมื่อปวดหรือบวมมาก ลงน้ำหนักไม่ได้ ข้อผิดรูป หรือเกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง

ทาบนผิวสะอาดและแห้ง อย่าทาบนแผล ผื่น หรือบริเวณติดเชื้อ ไม่ใช้ความร้อนหรือพันผ้าปิดทับ หลังทาควรล้างมือ ยกเว้นกำลังรักษาบริเวณมือ และหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับ NSAIDs อื่น เช่น ibuprofen หรือ piroxicam โดยไม่ตรวจสอบก่อน เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อกระเพาะ ไต หัวใจ และเลือดออก

ขนาด diclofenac ชนิดฉีด 75 มก. และขนาดสูงสุด 150 มก. ต่อวันเป็นข้อมูลของยาฉีดที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้ ไม่ใช่ขนาดสำหรับเจลทาผิว จึงห้ามนำตัวเลขดังกล่าวมาคำนวณปริมาณยาทา

Hydrocortisone ชนิดทาใช้อย่างไร

Hydrocortisone 1% ช่วยลดอาการคัน แดง และอักเสบเล็กน้อยจากผื่นระคายเคือง ผื่นแพ้ แมลงกัดต่อย หรือโรคผิวหนังบางชนิด

Hydrocortisone ต้องให้เภสัชกรประเมินชนิดผื่น ตำแหน่ง อายุ และความเหมาะสมก่อนใช้ ให้ทาบางๆ ตามความถี่และระยะเวลาที่ระบุบนฉลากหรือที่เภสัชกรแนะนำ ห้ามใช้กับผื่นไม่ทราบสาเหตุ ผื่นติดเชื้อ บริเวณหน้า รอบตา ขาหนีบ รอยพับ หรือในเด็กโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

หากใช้แล้วอาการแย่ลง หรือไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน ควรหยุดใช้ การใช้สเตียรอยด์นานเกินไปอาจทำให้ผิวบาง สีผิวเปลี่ยน เส้นเลือดฝอยชัด หรือทำให้อาการติดเชื้อถูกบดบัง โดยเฉพาะบริเวณหน้า รักแร้ ขาหนีบ และรอยพับ

Hydrocortisone ชนิดฉีด 100 มก. และสารละลายฉีดความเข้มข้น 1 มก./มล. เป็นข้อมูลสำหรับการรักษาในสถานพยาบาล ไม่เกี่ยวกับปริมาณครีม 1% ที่ใช้ทาผิว และไม่ควรนำมาเทียบหรือปรับใช้เอง

เมื่อไหร่ควรหยุดใช้และไปพบแพทย์

ควรพบแพทย์เร็วเมื่อมีอาการติดเชื้อ แพ้ยา ปวดหรือบวมรุนแรง หรือมีสัญญาณเลือดออกและปัญหาหัวใจ แม้ยาจะเป็นชนิดทาก็ตาม

  • หากหายใจลำบาก หอบ หน้า ริมฝีปาก หรือลิ้นบวม มีลมพิษ หรือตุ่มพองหลังทายา ให้หยุดใช้ยาและโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีโดยไม่รอดูอาการ และอย่าขับรถไปเองหากหายใจลำบากหรือหน้ามืด
  • ผิวแดงร้อนมาก ปวดมาก บวมลาม มีไข้ มีหนอง หรือมีเส้นแดงพาดจากแผล
  • ข้อบวมฉับพลัน ลงน้ำหนักไม่ได้ ข้อผิดรูป หรืออาการเกิดหลังอุบัติเหตุรุนแรง
  • ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด หน้ามืด หรือปวดท้องไม่หายระหว่างใช้ diclofenac
  • หากมีเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก ขาบวม พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว หรือแขนขาข้างเดียวอ่อนแรง ให้หยุดใช้ยาและโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที โดยเฉพาะเมื่อมีเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว หรือแขนขาข้างเดียวอ่อนแรง และไม่ควรรอดูอาการ
  • ผื่นลามเร็ว เกิดตุ่มน้ำ ผิวลอก มีแผลที่ตา ปาก หรืออวัยวะเพศ
  • อาการปวดไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน หรือยังคงอยู่เกิน 21 วันขณะใช้ diclofenac
  • ผื่นไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน ดีขึ้นแล้วกลับมาใหม่ภายในไม่กี่วัน หรือแย่ลงระหว่างใช้ hydrocortisone

หากคุณมีโรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตับ แผลหรือเลือดออกในกระเพาะ เคยแพ้ aspirin หรือ NSAIDs ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนใช้ โดยเฉพาะ NSAIDs ซึ่งอาจมีผลต่อไต ความดัน หัวใจ และทางเดินอาหาร

คำถามที่พบบ่อย

ยาทาแก้อักเสบใช้กับปวดกล้ามเนื้อได้ไหม

ขึ้นกับตัวยาและสาเหตุของอาการปวด Diclofenac gel บางผลิตภัณฑ์มีข้อบ่งใช้สำหรับข้อแพลง ฟกช้ำ หรือการบาดเจ็บจากกีฬา แต่ต้องตรวจข้อบ่งใช้และวิธีใช้บนฉลากของผลิตภัณฑ์จริงและปรึกษาเภสัชกร หากอาการรุนแรงหรือสงสัยกระดูกหักควรพบแพทย์

Diclofenac gel กับ hydrocortisone ใช้แทนกันได้ไหม

ใช้แทนกันไม่ได้ Diclofenac เป็น NSAID ที่ลดปวดและการอักเสบของข้อ ส่วน hydrocortisone เป็นสเตียรอยด์อ่อนสำหรับลดผื่นคันและผิวหนังอักเสบ การเลือกผิดกลุ่มอาจไม่ได้ผลหรือทำให้อาการบางอย่างแย่ลง

ทา diclofenac แล้วกิน ibuprofen ได้ไหม

ไม่ควรใช้ร่วมกันเองโดยไม่ตรวจสอบก่อน ยาทั้งสองอยู่ในกลุ่ม NSAIDs แม้ชนิดหนึ่งใช้ทา แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกในกระเพาะ ไต หัวใจ และความดัน โดยเฉพาะเมื่อใช้มากหรือนานกว่าที่กำหนด

ยาทาแล้วแสบร้อนถือว่าปกติไหม

อาการระคายเคืองเล็กน้อยอาจเกิดได้ แต่ไม่ควรฝืนใช้หากแสบมาก บวม หรือผื่นลาม ให้ล้างยาออกและหยุดใช้ หากมีลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก หรือตุ่มพอง ต้องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

คนท้องใช้ได้หรือไม่

ไม่ควรเริ่มใช้เองโดยเฉพาะยาทากลุ่ม NSAIDs ยาบางส่วนยังดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ และ diclofenac มีข้อควรระวังสำคัญในช่วงหลังของการตั้งครรภ์ หากกำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรแจ้งอายุครรภ์และตำแหน่งที่จะทาก่อนเลือกยา

ใช้ยาทากับเด็กได้ไหม

ต้องดูตัวยา ความแรง ตำแหน่ง และอายุของเด็กจากฉลากแต่ละผลิตภัณฑ์ ไม่ควรนำยาของผู้ใหญ่มาทาให้เด็กเอง เพราะผิวเด็กดูดซึมยาได้มากกว่า และผื่นติดเชื้อหรือผื่นผ้าอ้อมอาจแย่ลงเมื่อใช้สเตียรอยด์ผิดวิธี

ถ้าลืมทาควรทาเพิ่มเป็นสองเท่าไหม

ไม่ควรทาเพิ่มเป็นสองเท่า หากใกล้เวลาครั้งถัดไป ให้ข้ามครั้งที่ลืมแล้วกลับไปใช้ตามเวลาปกติ การเพิ่มปริมาณไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้นและอาจเพิ่มการระคายเคืองหรือผลข้างเคียง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall