ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาขับเสมหะในคอ

ยาขับเสมหะในคอ คือยาที่ช่วยทำให้เสมหะเหนียวน้อยลงหรือขับออกง่ายขึ้น เหมาะกับอาการไอมีเสมหะ แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุทุกชนิดของเสมหะ

ประเด็นสำคัญ

  • เสมหะในคอมักเกิดจากหวัด การระคายเคือง หรือมูกจากจมูกไหลลงคอ หากหายใจปกติและอาการไม่มาก คุณอาจเริ่มจากดื่มน้ำและสังเกตอาการได้
  • ยาที่ใช้มี acetylcysteine, bromhexine, ambroxol และ guaifenesin โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยและใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
  • acetylcysteine ชนิดฉีด 300 มก./3 มล. ใช้แก้พิษพาราเซตามอลเกินขนาด ไม่ควรนำมาฉีดเพื่อละลายเสมหะหรือหวังผลให้ผิวขาว

เสมหะในคอเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อยคือการติดเชื้อทางเดินหายใจ มูกไหลลงคอ และสิ่งที่ทำให้ทางเดินหายใจระคายเคือง สีหรือความข้นของเสมหะเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุได้แน่นอน จึงควรดูอาการอื่นร่วมด้วย

  • หวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ: เยื่อบุสร้างสารคัดหลั่งมากขึ้น มักมีไอ คัดจมูก น้ำมูก หรือเจ็บคอร่วมด้วย
  • มูกไหลลงคอ: พบได้ในคนที่เป็นภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ คุณอาจรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอและต้องกระแอมบ่อย
  • ควัน ฝุ่น และมลพิษ: ทำให้คอและหลอดลมระคายเคือง กระตุ้นให้ไอและสร้างเสมหะ
  • การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า: ทำให้ระบบกำจัดเมือกของทางเดินหายใจทำงานแย่ลง จึงมีเสมหะเรื้อรังได้
  • กรดไหลย้อน: อาจทำให้ไอหรือมีเมือกในคอ โดยเฉพาะหลังอาหารหรือตอนนอน แม้ไม่มีอาการแสบร้อนกลางอกก็ได้
  • โรคของหลอดลมหรือปอด: เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือหลอดลมโป่งพอง มักมีอาการเป็นซ้ำหรือเรื้อรัง และควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ

เสมหะสีเหลืองหรือเขียวพบได้ระหว่างการติดเชื้อ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ยาปฏิชีวนะเสมอไป ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาขับเสมหะและไม่ควรซื้อใช้เองจากสีเสมหะเพียงอย่างเดียว

เมื่อไหร่ที่ดูแลเองด้วยยาขับเสมหะได้

คุณอาจดูแลตนเองได้เมื่อมีไอมีเสมหะระยะสั้น หายใจได้ปกติ ดื่มน้ำได้ และไม่มีสัญญาณอันตราย ยาช่วยบรรเทาอาการ แต่การดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงควัน และพักผ่อนยังเป็นส่วนสำคัญของการดูแล

ลักษณะอาการควรทำอะไร
เสมหะไม่มาก หายใจปกติดื่มน้ำอุ่นและสังเกตอาการ
เสมหะเหนียว ไอออกยากพิจารณายาละลายหรือขับเสมหะ
มูกไหลลงคอล้างจมูกและหลีกเลี่ยงสารกระตุ้น
ไอจากควันหรือฝุ่นหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง
ไอเรื้อรังหรือเป็นซ้ำตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรพึ่งยาอย่างเดียว

ไม่ควรกลั้นไอทุกครั้งหากมีเสมหะ เพราะการไอช่วยนำเสมหะออกจากทางเดินหายใจ การใช้ยากดไอร่วมกับยาละลายเสมหะอาจไม่เหมาะในบางคน โดยเฉพาะเมื่อมีเสมหะมากจนขับออกไม่หมด

หากคุณตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เป็นโรคหอบหืด มีโรคปอดเรื้อรัง หรือใช้ยาหลายชนิด ควรให้เภสัชกรช่วยตรวจความเหมาะสมก่อนเลือกยา รวมถึงตรวจว่าผลิตภัณฑ์เป็นยาเดี่ยวหรือยาผสม

กลุ่มยาที่ใช้บรรเทาอาการมีอะไรบ้าง

ยาที่ใช้แบ่งได้เป็นกลุ่มละลายเสมหะและกลุ่มช่วยขับเสมหะ โดยเลือกตามความเหนียวของเสมหะ รูปแบบยา และโรคประจำตัว ยาเหล่านี้ช่วยให้นำเสมหะออกง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อหรือรักษาภูมิแพ้และกรดไหลย้อนโดยตรง

ตัวยาสามัญออกฤทธิ์อย่างไรสิ่งที่ควรรู้
acetylcysteineทำลายพันธะในเมือกอาจคลื่นไส้ อาเจียน หรือหลอดลมหดตัว
bromhexineทำให้มูกเหลวขึ้นอาจระคายเคืองทางเดินอาหาร
ambroxolช่วยให้เสมหะเหลวและเคลื่อนออกมีฤทธิ์คล้าย bromhexine
guaifenesinทำให้เสมหะหลวมและไอออกง่ายดื่มน้ำเต็มแก้วเมื่อใช้ชนิดออกฤทธิ์นาน

acetylcysteine ใช้ละลายเสมหะอย่างไร

สำหรับเสมหะควรใช้รูปแบบที่ออกแบบให้รับประทานหรือสูดพ่นตามข้อบ่งใช้ ไม่ควรนำยาฉีดมาใช้เอง acetylcysteine ทำให้โครงสร้างของเสมหะแตกตัวและเหนียวน้อยลง แต่อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน น้ำมูกไหล ผื่นแพ้ หรือหลอดลมหดตัวได้

acetylcysteine ชนิดฉีดความเข้มข้น 300 มก./3 มล. มีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาพิษจากพาราเซตามอลเกินขนาด แม้ตัวยาจะมีฤทธิ์ละลายเสมหะ แต่รูปแบบฉีดไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับฉีดแก้เสมหะทั่วไป และไม่มีผลทำให้ผิวขาวขึ้น

bromhexine และ ambroxol ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองชนิดช่วยทำให้เสมหะเหลวและกำจัดออกง่ายขึ้น โดย ambroxol เป็นสารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ bromhexine ในร่างกาย bromhexine อาจระคายเคืองทางเดินอาหาร และอาจทำให้ค่าการทำงานของตับบางชนิดเพิ่มขึ้นได้

คุณไม่จำเป็นต้องใช้ยาละลายเสมหะหลายตัวพร้อมกัน เพราะกลไกและเป้าหมายใกล้เคียงกัน การกินซ้ำซ้อนอาจเพิ่มผลข้างเคียงโดยไม่ได้เพิ่มประโยชน์อย่างชัดเจน

guaifenesin ใช้อย่างไร

guaifenesin ช่วยทำให้สารคัดหลั่งในหลอดลมบางลง จึงไอเอาเสมหะออกได้ง่ายขึ้น ผลิตภัณฑ์ชนิดออกฤทธิ์นานที่อ้างอิงจากต่างประเทศอาจไม่มีจำหน่ายทั่วไปในประเทศไทย จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยและตรวจความแรงกับรูปแบบยาบนฉลากก่อนใช้

ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร และห้ามนำขนาดยาของผลิตภัณฑ์ชนิดออกฤทธิ์นานไปใช้กับยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์ทันที ยาน้ำ หรือยาผสม

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ยาแก้หวัดบางสูตรเป็นยาผสม ตัวอย่างหนึ่งมี พาราเซตามอล 325 มก., guaifenesin 200 มก. และ phenylephrine 5 มก. ต่อเม็ด จึงต้องอ่านส่วนประกอบเพื่อป้องกันการกินพาราเซตามอลหรือยาลดคัดจมูกซ้ำกับยาอื่น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ทันทีหากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับปัญหาทางเดินหายใจหรือปอดที่ไม่ควรรอดูเอง

ควรเข้ารับการตรวจเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ด้วย:

  • หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด หรือพูดไม่เป็นประโยค
  • มีเสมหะปนเลือด หรือไอเลือดสด
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อหายใจเข้า
  • ไข้สูง อ่อนเพลียมาก ซึม หรือดื่มน้ำไม่ได้
  • เสมหะมากผิดปกติ จนรู้สึกอุดกั้นหรือไอออกไม่ได้
  • ไอหลังสำลักอาหาร น้ำ หรือสิ่งแปลกปลอม
  • ไอต่อเนื่องนานกว่า 3 สัปดาห์ หรือเป็นซ้ำบ่อย
  • น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือเบื่ออาหารโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีโรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันต่ำและอาการแย่ลง

คำถามที่พบบ่อย

เสมหะเหนียวติดคอควรทำอย่างไร?

เริ่มจากจิบน้ำบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงควัน และพยายามไอขับเสมหะอย่างเหมาะสม หากยังเหนียวและไอออกยาก อาจพิจารณายาละลายหรือขับเสมหะ โดยเลือกตามตัวยา ความแรง และรูปแบบบนฉลาก

เสมหะสีเขียวต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป เสมหะสีเขียวหรือเหลืองเกิดได้จากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันระหว่างการติดเชื้อหลายชนิด การตัดสินใจใช้ยาปฏิชีวนะต้องดูระยะเวลา ไข้ การหายใจ และผลตรวจร่วมกัน

ยาขับเสมหะกินพร้อมยาแก้ไอได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับชนิดของยาแก้ไอและปริมาณเสมหะ ยากดไออาจทำให้เสมหะที่ถูกทำให้เหลวแล้วค้างอยู่ในทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเมื่อมีเสมหะมาก จึงควรตรวจตัวยาทั้งหมดก่อนใช้ร่วมกัน

ยาขับเสมหะทำให้ง่วงไหม?

acetylcysteine, bromhexine, ambroxol และ guaifenesin ไม่ได้มีอาการง่วงเป็นผลหลักของยา แต่ผลิตภัณฑ์ยาผสมอาจมียาแก้แพ้หรือยากดไอที่ทำให้ง่วง จึงควรอ่านส่วนประกอบก่อนขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร

เด็กใช้ยาขับเสมหะของผู้ใหญ่ได้ไหม?

ไม่ควรแบ่งยาให้เด็กโดยคาดคะเนจากอายุหรือขนาดตัว ยารับประทานสำหรับเด็กต้องเลือกตามตัวยา น้ำหนัก ความเข้มข้น และฉลากของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะยาน้ำที่มีหลายความแรงและไม่ควรบอกปริมาตรเป็นมิลลิลิตรโดยไม่ทราบความเข้มข้น

มีเสมหะแต่ไม่ไอ ต้องใช้ยาหรือไม่?

อาจยังไม่จำเป็น หากเสมหะไม่มาก หายใจปกติ และกลืนได้ตามปกติ ความรู้สึกมีเสมหะในคออาจเกิดจากมูกไหลลงคอหรือกรดไหลย้อน ซึ่งยาละลายเสมหะอาจช่วยได้ไม่ตรงสาเหตุ

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall