ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยา steroid nasal spray คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้

Steroid nasal spray คือยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกที่ช่วยลดการอักเสบ บวม และน้ำมูกในโพรงจมูก ใช้บรรเทาอาการภูมิแพ้ เช่น คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล และคันจมูก

ประเด็นสำคัญ

  • ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกลดการอักเสบจากภูมิแพ้ จึงช่วยบรรเทาคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม และคันจมูก แต่ไม่ได้รักษาเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
  • ยาส่วนใหญ่ใช้วันละครั้งและได้ผลดีเมื่อพ่นสม่ำเสมอ โดยต้องหันหัวพ่นออกจากผนังกั้นจมูกเพื่อลดการระคายเคืองและเลือดกำเดา
  • ห้ามใช้หากแพ้ส่วนประกอบหรืออายุต่ำกว่าเกณฑ์ของตัวยา และควรหยุดใช้หากเลือดกำเดารุนแรง การมองเห็นเปลี่ยน หรือเกิดอาการแพ้ยา

สารบัญ

ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกใช้รักษาอะไรได้บ้าง

ยากลุ่มนี้ใช้บรรเทาอาการภูมิแพ้ทางจมูก โดยเด่นเรื่องลดคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม และคันจมูก ตัวยาที่พบได้ ได้แก่ fluticasone propionate, triamcinolone acetonide, budesonide และ mometasone furoate

ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่โดยลดการอักเสบและการบวมภายในโพรงจมูก ไม่ได้ทำให้จมูกโล่งทันทีเหมือนยาลดคัดจมูกบางชนิด บางคนอาจเริ่มดีขึ้นในวันแรก แต่ต้องใช้ต่อเนื่องหลายวันจึงเห็นผลเต็มที่ โดยระยะเวลาแตกต่างกันตามตัวยา

อาการยาช่วยได้หรือไม่
คัดจมูกจากภูมิแพ้ช่วยลดอาการ
น้ำมูกใส จาม คันจมูกช่วยลดอาการ
คันตาหรือน้ำตาไหลจากภูมิแพ้fluticasone อาจช่วยได้
ปวดหน้ารุนแรงหรือน้ำมูกข้นต้องประเมินสาเหตุอื่น
หอบหรือแน่นหน้าอกไม่ใช้แทนยารักษาโรคหืด

ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกไม่ได้ใช้รักษาอะไร

ไม่ใช่ยารักษาไข้หวัดจากไวรัส การติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาการหอบหืด แม้อาการคัดจมูกจากไข้หวัดและภูมิแพ้อาจคล้ายกัน แต่ยานี้มีหน้าที่ลดการอักเสบจากภูมิแพ้ ไม่ได้กำจัดเชื้อโรค

ไม่ควรใช้ยานี้เพื่อหวังให้หายจากหวัดเร็วขึ้น หากมีไข้ต่อเนื่อง ปวดใบหน้ารุนแรง หรือน้ำมูกข้นร่วมกับอาการใหม่ อาการดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อหรือภาวะอื่นที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

ยาพ่นจมูกกลุ่มนี้ยังไม่ใช่ยาสำหรับบรรเทาอาการฉุกเฉิน หากหายใจลำบาก หน้าหรือลิ้นบวม หรือแน่นหน้าอกรุนแรง ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

ต้องระวังอะไรก่อนใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก

ห้ามใช้เมื่อแพ้ตัวยาหรือส่วนประกอบ และต้องตรวจชื่อยา อายุ รวมถึงสภาพภายในจมูกก่อนเริ่มใช้ ข้อห้ามและเกณฑ์อายุไม่เหมือนกันในแต่ละตัวยา จึงไม่ควรนำขนาดของผลิตภัณฑ์หนึ่งไปใช้กับอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง

  • ห้ามใช้หากเคยแพ้ตัวยาหรือส่วนประกอบ เพราะอาจเกิดลมพิษ หน้าบวม คอบวม หรือหายใจลำบากอย่างรุนแรง
  • ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ของตัวยา ได้แก่ fluticasone propionate ต่ำกว่า 4 ปี, budesonide ต่ำกว่า 6 ปี และ triamcinolone acetonide หรือ mometasone furoate ต่ำกว่า 2 ปี ตามฉลากสากลที่ใช้อ้างอิง
  • ห้ามใช้ fluticasone propionate หรือ mometasone furoate หากมีแผลหรือเพิ่งผ่าตัดจมูกและแผลยังไม่หาย เพราะอาจรบกวนการสมานแผล
  • อย่าพ่นเข้าตาหรือปาก ยานี้ผลิตสำหรับใช้ในจมูกเท่านั้น
  • ควรได้รับการประเมินก่อนใช้หากมีต้อหิน ต้อกระจก การติดเชื้อที่ตา แผลในจมูก วัณโรค หรือเพิ่งบาดเจ็บหรือผ่าตัดจมูก
  • อย่าใช้ขวดร่วมกับผู้อื่น เพราะหัวพ่นอาจแพร่เชื้อระหว่างกัน
  • หากใช้สเตียรอยด์ชนิดอื่นอยู่ ต้องแจ้งผู้ดูแลการรักษา การได้รับสเตียรอยด์หลายรูปแบบพร้อมกันอาจเพิ่มผลต่อร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสูงหรือใช้ต่อเนื่องนาน

ใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรได้หรือไม่

ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเลือกตัวยาและขนาดก่อนใช้ ยาพ่นจมูกออกฤทธิ์เฉพาะที่และมีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายไม่มาก แต่ยังต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

อย่าเริ่ม เปลี่ยน หรือหยุดยาที่แพทย์สั่งเองเพียงเพราะทราบว่าตั้งครรภ์ หากอาการภูมิแพ้รบกวนการนอนหรือการหายใจ ควรแจ้งอาการและรายชื่อยาทั้งหมดเพื่อเลือกทางที่เหมาะสม

เด็กใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกได้หรือไม่

เด็กใช้ได้เฉพาะตัวยาที่อนุญาตตามอายุ และควรมีผู้ใหญ่ดูแลทุกครั้ง การพ่นเป็นจำนวนครั้งจึงอ้างอิงอายุและฉลากของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้คำนวณเป็นมิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเหมือนยารับประทาน

สเตียรอยด์พ่นจมูกอาจทำให้อัตราการเจริญเติบโตของเด็กบางคนช้าลง ควรใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ควบคุมอาการได้และใช้สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น หากเด็กต้องใช้ fluticasone, triamcinolone, budesonide หรือ mometasone นานเกิน 2 เดือนต่อปี ควรให้แพทย์ประเมินการใช้ต่อ

ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่อยู่บริเวณจมูกและลำคอ เช่น แสบจมูก จมูกแห้ง ระคายคอ จาม หรือเลือดกำเดา การหันหัวพ่นออกจากผนังกั้นจมูกช่วยลดการกระแทกบริเวณที่เลือดออกง่าย

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • จมูกแห้ง แสบ หรือระคายเคือง
  • จามชั่วครู่หลังพ่น
  • เจ็บคอ คอแห้ง หรือเสียงแหบ
  • ปวดศีรษะ
  • เลือดกำเดาเล็กน้อย

หากจมูกหรือคอแห้ง คุณอาจจิบน้ำหรือบ้วนปากหลังพ่นได้ ถ้าเลือดกำเดาเกิดซ้ำ ควรตรวจท่าพ่นและหยุดใช้ชั่วคราวจนได้รับคำแนะนำ

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

หยุดใช้และพบแพทย์หากเลือดกำเดารุนแรงหรือเกิดบ่อย การมองเห็นเปลี่ยน มีแผลในจมูก หรือได้ยินเสียงหวีดจากจมูกตลอดเวลา อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับความเสียหายภายในจมูก ความดันตาสูง หรือต้อกระจก

การใช้ขนาดสูงนานหลายเดือน หรือใช้ร่วมกับสเตียรอยด์รูปแบบอื่น อาจเพิ่มโอกาสเกิดผลต่อการทำงานของต่อมหมวกไต แม้ภาวะนี้พบไม่บ่อยก็ตาม

อาการแพ้ยารุนแรง: หากริมฝีปาก ลิ้น ใบหน้า หรือคอบวม หายใจติดขัด กลืนลำบาก หน้ามืด หรือหมดสติ ให้หยุดใช้และไปห้องฉุกเฉินทันที

ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกมีปฏิกิริยากับยาอะไร

ยาบางชนิดอาจเพิ่มระดับสเตียรอยด์ในร่างกายหรือทำให้ได้รับสเตียรอยด์รวมมากเกินไป คุณควรแจ้งยาประจำ ยาที่ซื้อใช้เอง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดก่อนเริ่มใช้

ยาที่ต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ ได้แก่ ยารักษาการติดเชื้อเอชไอวีที่มี ritonavir, ยาต้านเชื้อรา ketoconazole ชนิดรับประทาน และสเตียรอยด์ที่ใช้รักษาโรคหืด ภูมิแพ้ หรือผื่นผิวหนัง

อย่าเพิ่มยาพ่นหรือยาหยอดจมูกชนิดอื่นเอง โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบตัวยาสำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์อาจมีฤทธิ์ซ้ำกันหรือทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองมากขึ้น

ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยาได้หรือไม่

ไม่มีข้อมูลในฉลากที่ระบุปฏิกิริยาโดยตรงระหว่างยาสเตียรอยด์พ่นจมูกกับแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม แอลกอฮอล์อาจทำให้ปวดศีรษะ คอแห้ง หรือระคายเยื่อบุเพิ่มขึ้นในบางคน

หากดื่มแล้วอาการภูมิแพ้หรือผลข้างเคียงชัดขึ้น ควรงดหรือลดปริมาณ และอย่าใช้แอลกอฮอล์เพื่อช่วยให้นอนหลับเมื่อคัดจมูก

ขนาดและวิธีใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นอย่างไร

ยาส่วนใหญ่พ่นวันละครั้ง แต่จำนวนครั้งต่อรูจมูกขึ้นอยู่กับตัวยา อายุ และระยะการรักษา ตรวจตัวยาสำคัญและความแรงบนฉลากก่อนใช้เสมอ เพราะหนึ่งสเปรย์ของแต่ละผลิตภัณฑ์มีปริมาณยาไม่เท่ากัน

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ขนาดยาในผู้ใหญ่เป็นอย่างไร

ตัวยาและความแรงขนาดสำหรับอายุ 12 ปีขึ้นไป
Fluticasone propionate 50 ไมโครกรัม/สเปรย์เริ่ม 2 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง; เมื่อตอบสนองหรือควบคุมอาการได้แล้วจึงลดเหลือ 1 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง โดยใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของเภสัชกร
Triamcinolone acetonide 55 ไมโครกรัม/สเปรย์2 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง; เมื่อดีขึ้นลดเหลือ 1 สเปรย์
Budesonide 32 ไมโครกรัม/สเปรย์2 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง; เมื่อดีขึ้นลดเหลือ 1 สเปรย์
Mometasone furoate 50 ไมโครกรัม/สเปรย์2 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง

สำหรับ fluticasone propionate หากใช้ทุกวันครบ 6 เดือน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนใช้ต่อ อย่าเพิ่มจำนวนครั้งเพื่อเร่งให้อาการหาย เพราะอาจเพิ่มเลือดกำเดาและผลข้างเคียงโดยไม่ได้ทำให้ยาออกฤทธิ์ทันที

ขนาดยาในเด็กเป็นอย่างไร

ตัวยาขนาดตามฉลากสากล
Fluticasone propionate อายุ 4–11 ปี1 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง
Triamcinolone acetonide อายุ 2–ต่ำกว่า 6 ปี1 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง
Triamcinolone acetonide อายุ 6–ต่ำกว่า 12 ปี1 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง; หากอาการไม่ดีขึ้นห้ามเพิ่มขนาดเอง ให้เภสัชกรหรือแพทย์ประเมินอาการ เทคนิคการพ่น และผลิตภัณฑ์ที่ใช้
Budesonide อายุ 6–ต่ำกว่า 12 ปีเริ่ม 1 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง; หากไม่ดีขึ้นเพิ่มเป็น 2 สเปรย์ และลดเมื่ออาการดีขึ้น
Mometasone furoate อายุ 2–11 ปี1 สเปรย์ต่อรูจมูก วันละครั้ง

ห้ามใช้ fluticasone propionate ในเด็กต่ำกว่า 4 ปี, budesonide ในเด็กต่ำกว่า 6 ปี และ triamcinolone acetonide หรือ mometasone furoate ในเด็กต่ำกว่า 2 ปี ตามฉลากที่อ้างอิง

ควรพ่นยาอย่างไรให้ถูกวิธี

สั่งน้ำมูกเบา ๆ เขย่าขวด ตั้งศีรษะตรง และหันหัวพ่นออกด้านข้างแทนการเล็งเข้าผนังกั้นจมูก ปิดรูจมูกอีกข้าง สูดเข้าช้า ๆ พร้อมกดพ่น แล้วหายใจออกตามปกติ

อย่าเงยศีรษะมาก อย่าสูดแรงจนยาลงคอ และหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกทันทีหลังพ่น เตรียมหัวพ่นก่อนใช้ครั้งแรกหรือหลังไม่ได้ใช้นานตามคู่มือของผลิตภัณฑ์ และทำความสะอาดหัวพ่นสม่ำเสมอ

ถ้าลืมพ่นยาควรทำอย่างไร

พ่นเมื่อนึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลาครั้งถัดไปให้ข้ามครั้งที่ลืม ห้ามพ่นเพิ่มเป็นสองเท่าเพื่อชดเชย เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองและเลือดกำเดา

หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

หยุดเพิ่มยาและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์หากพ่นเกินมาก กลืนยาโดยไม่ตั้งใจ หรือเด็กนำยาไปใช้เอง การพ่นเกินเพียงครั้งเดียวอาจไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรงเสมอไป แต่ไม่ควรรอดูอาการหากไม่ทราบปริมาณที่ได้รับ

นำขวด ฉลาก และรายชื่อยาอื่นไปด้วย หากมีหายใจลำบาก หน้าบวม หมดสติ การมองเห็นเปลี่ยน หรือเลือดกำเดาไม่หยุด ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเรื่องการออกฤทธิ์

ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ออกฤทธิ์ทันทีไหม

ไม่ทันทีในทุกคน บางตัวยาอาจเริ่มช่วยในวันแรกหรือภายในประมาณ 12 ชั่วโมง แต่ผลเต็มที่อาจต้องใช้สม่ำเสมอหลายวัน และ budesonide อาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์

ใช้เฉพาะวันที่มีอาการได้ไหม

อาจใช้ตามความจำเป็นได้ในบางผลิตภัณฑ์ แต่การใช้สม่ำเสมอมักควบคุมอาการได้ดีกว่า ให้ทำตามฉลากหรือแผนการรักษา และอย่าเพิ่มจำนวนสเปรย์เองในวันที่อาการมาก

ใช้ครบหนึ่งสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไร

ควรทบทวนวิธีพ่นและประเมินสาเหตุอื่น ฉลาก triamcinolone และ mometasone แนะนำให้หยุดและพบแพทย์หากไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ ส่วน budesonide ใช้เกณฑ์ 2 สัปดาห์

คำถามเรื่องความปลอดภัย

ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ทำให้ติดยาไหม

ยาไม่ได้ทำให้เสพติด แต่อาการภูมิแพ้อาจกลับมาเมื่อหยุดยาเพราะสิ่งกระตุ้นยังคงอยู่ การกลับมาคัดจมูกจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการติดยา

เลือดกำเดาเล็กน้อยต้องหยุดยาหรือไม่

ควรหยุดชั่วคราวหากเลือดออกซ้ำและตรวจท่าพ่นก่อนใช้ต่อ หากเลือดออกมาก เกิดบ่อย หรือหยุดยาก ต้องพบแพทย์ เพราะอาจมีแผลหรือความเสียหายภายในจมูก

ใช้ร่วมกับยาพ่นโรคหืดได้ไหม

อาจใช้ร่วมกันได้เมื่อผู้รักษาทราบยาทั้งหมด แต่ไม่ควรตัดสินใจเอง ยาทั้งสองอาจเป็นสเตียรอยด์ ทำให้ปริมาณสเตียรอยด์รวมสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสูงหรือต่อเนื่องนาน

ใช้ขวดเดียวกันหลายคนได้ไหม

ห้ามใช้ขวดร่วมกัน หัวพ่นสัมผัสบริเวณจมูกและอาจแพร่เชื้อจากคนหนึ่งสู่อีกคน แม้จะเช็ดหัวพ่นหลังใช้แล้วก็ตาม

คำถามเรื่องเด็กและการใช้ต่อเนื่อง

เด็กใช้ต่อเนื่องได้นานแค่ไหน

ควรใช้ช่วงสั้นที่สุดที่ควบคุมอาการได้ หากเด็กต้องใช้ต่อเนื่องเกิน 2 เดือนต่อปี ควรให้แพทย์ประเมิน เพราะยาอาจมีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตในเด็กบางคน

หยุดยาได้ทันทีไหม

โดยทั่วไปยาพ่นจมูกตามขนาดปกติสามารถหยุดได้ แต่ควรทำตามแผนหากแพทย์สั่งใช้ขนาดสูงหรือใช้มานาน อาการภูมิแพ้อาจกลับมาเมื่อหยุด จึงควรแยกให้ออกจากอาการถอนยา

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ตัวยาที่ฉันมีเหมาะกับอายุและอาการหรือไม่?
  • จำนวนสเปรย์ต่อรูจมูกและระยะเวลาที่ควรใช้คือเท่าไร?
  • ท่าพ่นของฉันถูกต้องและหัวพ่นควรเล็งไปทางใด?
  • ยานี้ใช้ร่วมกับสเตียรอยด์ ยารักษาเอชไอวี หรือยาต้านเชื้อราที่ใช้อยู่ได้หรือไม่?
  • เลือดกำเดาหรืออาการระคายจมูกแบบใดที่ต้องหยุดยาและพบแพทย์?

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall