ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ทอนซิลอักเสบ เป็นหนอง กี่วันหาย วิธีดูแลและใช้ยาอย่างไร

ทอนซิลอักเสบเป็นหนอง คือภาวะที่ต่อมทอนซิลอักเสบและมีคราบขาวหรือหนอง ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย และระยะเวลาหายแตกต่างกันตามสาเหตุและความรุนแรง

ประเด็นสำคัญ

  • ทอนซิลอักเสบที่มีหนองอาจเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย จึงระบุวันหายตายตัวจากลักษณะหนองเพียงอย่างเดียวไม่ได้ และบางรายต้องตรวจหาเชื้อก่อนรักษา
  • หากต้องการลดไข้หรือบรรเทาเจ็บคอ ผู้ใหญ่อาจใช้ paracetamol ตามฉลาก หรือ ibuprofen ชนิดเม็ดขนาด 200 มก. โดยไม่ใช้เกินขนาดที่กำหนด
  • หากหายใจลำบาก กลืนน้ำลายไม่ได้ น้ำลายไหล เสียงเปลี่ยน อ้าปากลำบาก คอบวม หรืออาการทรุดเร็ว ควรไปห้องฉุกเฉินโดยไม่รอดูอาการ

สารบัญ

ทอนซิลอักเสบเป็นหนองคืออะไร และใช้ยาอะไรบรรเทาอาการได้

ระยะเวลาหายขึ้นกับว่าเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือมีภาวะแทรกซ้อน จึงบอกจำนวนวันที่แน่นอนจากคราบหนองเพียงอย่างเดียวไม่ได้ โดยทอนซิลอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่มักเริ่มดีขึ้นภายในประมาณ 3–4 วันและอาจใช้เวลาราว 1 สัปดาห์จึงหาย หากไม่เริ่มดีขึ้นภายใน 3–4 วัน ไข้ต่อเนื่อง อาการแย่ลง หรือมีสัญญาณอันตราย ควรพบแพทย์โดยไม่รอต่อ คราบขาวบนทอนซิลไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียเสมอไป แพทย์อาจพิจารณาจากอาการร่วม การตรวจคอ และการตรวจหาเชื้อเมื่อจำเป็น

ยาที่ใช้เองอย่าง paracetamol หรือ ibuprofen ช่วยลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บคอ แต่ไม่ได้กำจัดสาเหตุของการติดเชื้อ หากสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ควรเลือกซื้อหรือใช้ยาที่เหลือเอง และผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนควรพบแพทย์

อาการหรือสถานการณ์ควรทำอย่างไร
เจ็บคอแต่ยังกินน้ำได้จิบน้ำ พักผ่อน ใช้ยาลดไข้ตามฉลาก
มีไข้หรือปวดมากใช้ paracetamol หรือ ibuprofen หากไม่มีข้อห้าม
มีหนองและอาการไม่ดีขึ้นพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
กลืนน้ำลายไม่ได้หรือหายใจลำบากไปห้องฉุกเฉินทันที

รูปแบบยาที่พบได้มีดังนี้ โดยความแรงอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์

ตัวยารูปแบบที่เกี่ยวข้อง
Paracetamolเม็ด แคปซูล ยาน้ำ ยาเหน็บ
Ibuprofenเม็ด แคปซูล ยาน้ำ
Ibuprofen ชนิดเม็ดทั่วไป200 มก. ต่อเม็ด

ยาสามัญและชื่อการค้า: ให้ดูชื่อสามัญบนฉลากเสมอ เพราะยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสมอาจมี paracetamol หรือ ibuprofen อยู่แล้ว การกินซ้ำทำให้ได้รับยาเกินขนาดได้

ยาลดไข้และยาแก้ปวดไม่ได้รักษาอะไร

ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ และไม่ทำให้หนองหายโดยตรง Paracetamol ช่วยลดไข้และบรรเทาปวด ส่วน ibuprofen ช่วยลดไข้ ปวด และการอักเสบ แต่ทั้งสองชนิดไม่สามารถกำจัดไวรัสหรือแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุได้

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองเพียงเพราะเห็นคราบขาวหรือหนอง การใช้โดยไม่จำเป็นเสี่ยงผลข้างเคียงและเชื้อดื้อยา หากได้รับยาปฏิชีวนะจากแพทย์ ควรใช้ตามแผนการรักษาและไม่แบ่งยาให้ผู้อื่น

ควรระวังอะไรเมื่อมีทอนซิลอักเสบเป็นหนอง

ควรสังเกตความสามารถในการหายใจ กลืนน้ำ และอ้าปาก มากกว่าดูขนาดของคราบหนองเพียงอย่างเดียว อาการบางอย่างอาจสัมพันธ์กับการบวมรุนแรง ภาวะขาดน้ำ หรือหนองลุกลามรอบต่อมทอนซิล

  • ไปห้องฉุกเฉินเมื่อหายใจลำบาก รวมถึงมีเสียงหายใจผิดปกติ ริมฝีปากเขียว ซึมลง หรือคอบวมเร็ว
  • รีบพบแพทย์เมื่อกลืนน้ำลายไม่ได้ น้ำลายไหล อ้าปากลำบาก เสียงอู้อี้ หรือเจ็บและบวมเด่นข้างเดียว
  • พบแพทย์หากกินน้ำได้น้อย ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียมาก เพราะอาจเกิดภาวะขาดน้ำ
  • อย่าบีบหรือขูดหนองออกเอง เพราะอาจทำให้เลือดออก ระคายเคือง และไม่ช่วยรักษาการติดเชื้อ
  • อย่าใช้ยาหลายสูตรโดยไม่ตรวจตัวยา ยาแก้หวัดบางชนิดมียาลดไข้ผสมอยู่ ทำให้กินซ้ำโดยไม่รู้ตัว
  • ผู้มีโรคประจำตัวต้องเลือกยาอย่างระวัง โดยเฉพาะโรคตับ โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง แผลในกระเพาะอาหาร หรือประวัติเลือดออกทางเดินอาหาร

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาได้หรือไม่

Paracetamol มักเป็นตัวเลือกสำหรับลดไข้หรือบรรเทาปวดระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรเมื่อใช้ถูกขนาด อย่างไรก็ตาม ควรตรวจส่วนประกอบของยาสูตรผสมและใช้เท่าที่จำเป็น

Ibuprofen ต้องระวังมากกว่า โดยเฉพาะระหว่างตั้งครรภ์ ช่วงอายุครรภ์ 20–29 สัปดาห์ไม่ควรใช้เอง และควรใช้เฉพาะเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็นในขนาดต่ำสุดและระยะสั้นที่สุด ส่วนตั้งแต่อายุครรภ์ 30 สัปดาห์ขึ้นไปควรหลีกเลี่ยง ibuprofen และยากลุ่ม NSAIDs เนื่องจากเสี่ยงต่อการที่หลอดเลือด ductus arteriosus ของทารกปิดก่อนกำหนด ไตทารกผิดปกติ และน้ำคร่ำน้อย ผู้ที่กำลังให้นมบุตรควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนใช้ โดยเฉพาะเมื่อมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอื่นร่วมด้วย

เด็กที่ทอนซิลอักเสบเป็นหนองควรดูแลอย่างไร

เด็กควรได้รับการประเมินตามน้ำหนัก อาการ และความสามารถในการกินน้ำ ไม่ควรย่อขนาดยาผู้ใหญ่ด้วยการคาดเดา ขนาดยาชนิดรับประทานในเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์

อย่าให้ยาน้ำเป็นจำนวนมิลลิลิตรโดยไม่ดูความเข้มข้น เพราะยาชนิดเดียวกันอาจมีปริมาณตัวยาต่อมิลลิลิตรไม่เท่ากัน ใช้กระบอกตวงยาหรืออุปกรณ์ที่ให้มากับผลิตภัณฑ์ ไม่ใช้ช้อนกินข้าว

เด็กที่ไม่ยอมดื่มน้ำ น้ำลายไหล หายใจลำบาก ซึม ปัสสาวะน้อย หรืออ้าปากลำบาก ควรได้รับการตรวจโดยเร็ว หากเด็กมีประวัติแพ้ paracetamol อาการที่อาจพบได้ ได้แก่ หน้าบวม ตาอักเสบ หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงหวีด

ยาบรรเทาอาการมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

Paracetamol มักมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อใช้ถูกขนาด ส่วน ibuprofen อาจระคายกระเพาะและเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกทางเดินอาหาร ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อใช้เกินขนาด ใช้นาน หรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

ตัวยาอาการที่อาจพบ
Paracetamolโดยทั่วไปพบน้อยเมื่อใช้ถูกต้อง
Ibuprofenปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย

หาก ibuprofen ทำให้ไม่สบายท้อง อาจรับประทานพร้อมอาหารหรือนม แต่การกินพร้อมอาหารไม่ได้ตัดความเสี่ยงแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหารทั้งหมด

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

Paracetamol อาจทำให้ตับเสียหายหากใช้เกินขนาดหรือกินซ้ำกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีตัวยาเดียวกัน อาการผิดปกติอาจรวมถึงคลื่นไส้มาก ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือช้ำและเลือดออกง่าย

Ibuprofen อาจทำให้แผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร ไตทำงานผิดปกติ ความดันสูงขึ้น บวม รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะเมื่อใช้มากหรือใช้นาน

หยุดยาและขอความช่วยเหลือทันที หากมีหน้าหรือลิ้นบวม หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก ลมพิษ ผิวหนังพุพอง อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ เจ็บหน้าอก หรือแขนขาข้างหนึ่งอ่อนแรง

ยาบรรเทาอาการมีปฏิกิริยากับยาอื่นหรือแอลกอฮอล์หรือไม่

ควรตรวจสอบยาที่ใช้อยู่ก่อน โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด สเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ และยาแก้ปวดกลุ่มเดียวกัน Ibuprofen อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก และอาจรบกวนประโยชน์ของ aspirin ที่ใช้ป้องกันหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมอง

หากใช้ warfarin อยู่ ไม่ควรเพิ่มยาแก้ปวดเองโดยไม่ประเมินความเสี่ยง การใช้ paracetamol ติดต่อกันหรือในปริมาณมากอาจต้องติดตามผลของยา ส่วน ibuprofen เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหารได้โดยตรง

ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้หรือไม่

ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ขณะป่วยและใช้ยาแก้ปวด การดื่มหนักเพิ่มความเสี่ยงตับเสียหายจาก paracetamol และเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหารจาก ibuprofen ทั้งยังทำให้ร่างกายขาดน้ำและพักฟื้นได้ไม่ดี

ขนาดและวิธีใช้ยาบรรเทาอาการเป็นอย่างไร

ใช้ยาขนาดต่ำที่สุดที่ควบคุมอาการได้ และตรวจตัวยาทุกผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันการกินซ้ำ ยาเหล่านี้มีหน้าที่ลดไข้และบรรเทาปวด ไม่ใช่รักษาสาเหตุของทอนซิลอักเสบ

ขนาดยาในผู้ใหญ่

สำหรับ paracetamol ชนิดเม็ดหรือแคปซูลขนาด 500 มก. ผู้ใหญ่ใช้ครั้งละ 1–2 เม็ด เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 8 เม็ดใน 24 ชั่วโมง ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 3 วัน เว้นแต่แพทย์แนะนำ ผู้ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. โรคตับ โรคไต หรือดื่มแอลกอฮอล์หนักอาจต้องปรับขนาด

สำหรับ ibuprofen ชนิดเม็ด 200 มก. ฉลากสากลระบุให้ใช้ครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4–6 ชั่วโมงขณะยังมีอาการ ไม่ควรใช้ ibuprofen หากเคยแพ้ aspirin หรือยากลุ่ม NSAIDs เคยมีหอบหืดกำเริบจากยา มีแผลหรือเลือดออกทางเดินอาหาร โรคไตรุนแรง ภาวะขาดน้ำมาก หรืออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ที่ควรหลีกเลี่ยง และผู้มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ หาก 1 เม็ดไม่เพียงพออาจใช้ 2 เม็ด และไม่เกิน 6 เม็ดใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่แพทย์สั่ง ควรใช้ระยะสั้นที่สุด และไม่ใช้ร่วมกับยากลุ่ม NSAIDs ชนิดอื่น

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ขนาดยาในเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักและความเข้มข้นของยา ไม่ควรใช้ตารางตามช่วงอายุหรือแบ่งเม็ดยาผู้ใหญ่เอง และไม่ควรระบุจำนวนมิลลิลิตรจนกว่าจะทราบความเข้มข้นบนขวด

คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

กิน paracetamol แล้วใช้ ibuprofen ต่อได้ไหม?

อาจใช้ได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจข้อห้าม โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ก่อน อย่าสลับยาโดยไม่มีตารางเวลาชัดเจน เพราะเสี่ยงจำเวลาผิดหรือกินซ้ำ

ไข้ลงแล้วต้องกินยาต่อหรือไม่?

ยาลดไข้และยาแก้ปวดใช้เมื่อมีอาการ หากไม่มีไข้หรือไม่ปวด โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องกินตามเวลาเหมือนยาปฏิชีวนะ

เจ็บคอมากขึ้นเพิ่มยาเองได้ไหม?

ไม่ควรใช้เกินขนาดสูงสุดบนฉลาก อาการที่มากขึ้นแม้ใช้ยาถูกต้องควรได้รับการประเมินหาสาเหตุหรือภาวะแทรกซ้อน

หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

อย่ารอดูอาการ โดยเฉพาะเมื่อกิน paracetamol เกินขนาด เพราะตับอาจเสียหายได้แม้ช่วงแรกยังรู้สึกปกติ ติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปโรงพยาบาลทันที พร้อมนำซองยา ขวดยา และรายการยาทั้งหมดไปด้วย

หากใช้ ibuprofen เกินขนาด อาจเกิดคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ง่วงซึม เลือดออกทางเดินอาหาร หรือไตผิดปกติ ไม่ควรทำให้อาเจียนเอง หากผู้ป่วยหมดสติ ชัก หรือหายใจผิดปกติ ให้โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

คำถามที่พบบ่อย

ทอนซิลมีหนองแปลว่าต้องกินยาปฏิชีวนะไหม

ไม่เสมอไป เพราะทั้งไวรัสและแบคทีเรียอาจทำให้ทอนซิลมีคราบขาวหรือหนองได้ แพทย์จะประเมินอาการร่วมและอาจตรวจหาเชื้อก่อนตัดสินใจใช้ยาปฏิชีวนะ

หนองที่ทอนซิลเอาออกเองได้ไหม

ไม่ควรบีบ แคะ หรือขูดออกเอง เพราะอาจทำให้ระคายเคือง เลือดออก หรือบาดเจ็บ การเอาคราบออกไม่ได้กำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุ

ทอนซิลอักเสบเป็นหนองติดต่อไหม

อาจติดต่อได้หากเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ควรหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ ช้อน หรือของใช้ที่สัมผัสน้ำลายร่วมกัน และล้างมือสม่ำเสมอ

กินอะไรได้เมื่อกลืนแล้วเจ็บ

เลือกอาหารอ่อน กลืนง่าย และดื่มน้ำบ่อย ๆ อาหารอุ่นหรือเย็นอาจช่วยให้สบายคอได้ต่างกันในแต่ละคน ควรหลีกเลี่ยงของแข็งคม อาหารเผ็ด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หากยิ่งระคายคอ

กลั้วคอช่วยให้หายเร็วขึ้นไหม

การกลั้วคออาจช่วยลดความระคายเคืองและทำให้รู้สึกสบายขึ้น แต่ไม่ใช่การกำจัดสาเหตุของการติดเชื้อ เด็กเล็กที่ยังบ้วนทิ้งไม่ได้ไม่ควรใช้วิธีนี้

กินยาลดไข้แล้วหนองจะหายไหม

ไม่หายโดยตรง Paracetamol และ ibuprofen ช่วยลดไข้หรือเจ็บคอเท่านั้น ส่วนหนองจะดีขึ้นเมื่อสาเหตุของการอักเสบได้รับการควบคุม

เมื่อไรควรตรวจซ้ำ

ควรตรวจซ้ำหากอาการไม่ดีขึ้น อาการกลับแย่ลงหลังเคยทุเลา มีไข้ต่อเนื่อง ดื่มน้ำได้น้อย หรือปวดบวมเด่นข้างเดียว หากได้รับยาปฏิชีวนะแล้วอาการไม่เป็นไปตามที่แพทย์คาด ควรกลับไปประเมินใหม่

ทอนซิลอักเสบเป็นหนองกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม

เป็นซ้ำได้จากการติดเชื้อครั้งใหม่หรือปัญหาทอนซิลอักเสบเรื้อรัง หากเกิดบ่อย ควรจดความถี่ อาการร่วม ผลตรวจ และยาที่เคยได้รับ เพื่อนำไปประกอบการประเมิน

อยู่ใกล้คนอื่นได้ไหม

ควรลดการสัมผัสใกล้ชิดขณะที่มีไข้ ไอ จาม หรือเจ็บคอมาก ไม่ใช้ภาชนะร่วมกัน และปิดปากจมูกเมื่อไอหรือจาม ระยะที่แพร่เชื้อขึ้นกับสาเหตุและการรักษาที่ได้รับ

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดที่ใช้อยู่มี paracetamol หรือ ibuprofen ซ้ำกันหรือไม่
  • โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ แผลในกระเพาะ หรือยาประจำของคุณทำให้ต้องหลีกเลี่ยงยาใด
  • หากใช้ warfarin, aspirin หรือยาต้านเกล็ดเลือด ควรเลือกยาลดไข้ชนิดใด
  • สำหรับเด็ก ต้องใช้ขนาดเท่าใดตามน้ำหนักและความเข้มข้นที่ระบุบนขวด
  • อาการแบบใดควรหยุดดูแลเองและไปพบแพทย์ทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall