ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาแก้ปวดหัวเม็ดสีชมพู

ยาแก้ปวดหัวเม็ดสีชมพู คือยาเม็ดที่ไม่สามารถระบุตัวยาได้จากสีเพียงอย่างเดียว คุณต้องตรวจชื่อสามัญและความแรงบนแผงหรือซองก่อนกินทุกครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • อย่ากินยาเม็ดที่รู้เพียงว่าเป็นสีชมพู เพราะยา paracetamol, ibuprofen, aspirin หรือยาผสมอาจมีรูปร่างและสีคล้ายกัน แต่ข้อห้ามใช้ต่างกัน
  • ตัวอย่างความแรงที่พบได้คือ ibuprofen 200 มก. ส่วน paracetamol สำหรับผู้ใหญ่ใช้ครั้งละ 500–1,000 มก. เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 4,000 มก.ต่อวัน
  • ปวดศีรษะฉับพลันรุนแรงที่สุดในชีวิต แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด สับสน คอแข็ง ชัก หรือเกิดหลังศีรษะกระแทก ต้องไปฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูอาการ

สาเหตุที่พบบ่อย

อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับความเครียด การพักผ่อนไม่พอ ภาวะขาดน้ำ ไมเกรน หรือการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ลักษณะอาการช่วยแยกความเร่งด่วนได้

  • ปวดศีรษะแบบตึงเครียด: มักปวดตื้อหรือรัดรอบศีรษะ เชื่อมโยงกับความเครียด การนั่งท่าเดิมนาน หรือกล้ามเนื้อคอและบ่าตึง
  • ไมเกรน: มักปวดตุบ อาจปวดข้างเดียว คลื่นไส้ และไวต่อแสงหรือเสียง บางคนมีแสงวาบหรือภาพผิดปกตินำมาก่อน
  • นอนน้อย อดอาหาร หรือดื่มน้ำน้อย: มักดีขึ้นเมื่อพัก กินอาหาร และดื่มน้ำเพียงพอ
  • คาเฟอีน: การดื่มมากเกินไปหรือหยุดกะทันหันอาจกระตุ้นอาการปวดได้
  • หวัดหรือไข้: อาจมีไข้ คัดจมูก ไอ เจ็บคอ หรือปวดเมื่อยร่วมด้วย
  • ใช้ยาแก้ปวดบ่อย: การใช้ยาแก้ปวดซ้ำหลายวันอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินได้
  • ปัญหาสายตาและการใช้หน้าจอ: อาจปวดรอบดวงตา ตาล้า หรือปวดมากขึ้นหลังเพ่งนาน

อาการปวดศีรษะยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อ ความดันโลหิตสูงมาก โรคหลอดเลือดสมอง หรือเลือดออกในสมองได้ จึงควรดูอาการร่วม ไม่ควรตัดสินจากตำแหน่งที่ปวดเพียงอย่างเดียว

เมื่อไหร่ที่ดูแลเองได้

คุณอาจดูแลตัวเองและใช้ยาแก้ปวดที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา เมื่ออาการไม่รุนแรง เคยเป็นลักษณะนี้มาก่อน และไม่มีสัญญาณอันตราย

ลักษณะอาการควรทำอะไร
ปวดเล็กน้อยหลังนอนน้อยพัก ดื่มน้ำ กินอาหารให้ตรงเวลา
ปวดตื้อร่วมกับคอและบ่าตึงพักหน้าจอ ประคบอุ่น ยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ
ไมเกรนแบบเดิมที่เคยได้รับการประเมินพักในห้องมืดและเงียบ ใช้ยาที่เหมาะกับคุณตั้งแต่เริ่มปวด
มีไข้หรือหวัดเล็กน้อยพัก ดื่มน้ำ และติดตามไข้กับอาการร่วม
ไม่ทราบชื่อยาเม็ดสีชมพูยังไม่กิน ตรวจแผงยา ซองยา หรือรหัสบนเม็ดยาก่อน

ก่อนกินยา ให้ดูคำว่า “ตัวยาสำคัญ” หรือ “active ingredient” บนบรรจุภัณฑ์ อย่าอาศัยสี รูปร่าง หรือคำบอกว่าเป็น “ยาแก้ปวด” เพราะยาคนละชนิดอาจหน้าตาเหมือนกัน และยาผสมบางตัวอาจมี paracetamol ซ้ำกับยาที่คุณกินอยู่แล้ว

หากยาไม่มีแผง ไม่มีฉลาก อ่านชื่อไม่ได้ หรือแบ่งมาจากซองของผู้อื่น ไม่ควรกิน การค้นจากสีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันตัวยาและความแรงได้อย่างปลอดภัย

กลุ่มยาที่ใช้บรรเทาอาการ

ยาที่ใช้บรรเทาปวดศีรษะทั่วไป ได้แก่ paracetamol และยากลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen แต่ต้องเลือกจากตัวยาและโรคประจำตัว ไม่ใช่จากสีของเม็ดยา

ตัวยาเหมาะกับอาการแบบใดข้อควรระวังสำคัญ
paracetamolปวดศีรษะทั่วไป มีไข้ห้ามใช้หากเคยแพ้ยา ระวังยาสูตรผสมที่มีตัวยาซ้ำ
ibuprofenปวดที่มีการอักเสบ หรือไมเกรนบางรายเสี่ยงแผลและเลือดออกในทางเดินอาหาร กระทบไตและหัวใจ
aspirinบรรเทาปวดได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับทุกคนเสี่ยงเลือดออก ห้ามใช้ในผู้แพ้ aspirin และเด็กหรือวัยรุ่นที่ติดเชื้อไวรัส

Paracetamol ใช้อย่างไร

ผู้ใหญ่ใช้ paracetamol ครั้งละ 500–1,000 มก. เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 4,000 มก. หรือยาเม็ดขนาด 500 มก. จำนวน 8 เม็ดภายใน 24 ชั่วโมง

ยาอาจใช้เวลาถึงประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเริ่มออกฤทธิ์ กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ ห้ามกินร่วมกับยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดชนิดอื่นที่มี paracetamol เพราะอาจได้รับยาเกินและเกิดพิษต่อตับ

หากน้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. มีโรคตับ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือกินอาหารได้น้อย อาจต้องใช้ขนาดสูงสุดต่ำกว่านี้ หากกินเกินขนาด ต้องไปโรงพยาบาลแม้ยังรู้สึกปกติ เพราะความเสียหายต่อตับอาจยังไม่แสดงอาการทันที

Ibuprofen ใช้อย่างไร

ibuprofen เป็นยาอันตรายในประเทศไทย ควรให้เภสัชกรประเมินความเหมาะสมก่อนใช้

เภสัชกรจะประเมินข้อห้ามใช้ ยาที่ใช้ร่วมกัน และโรคประจำตัว พร้อมแนะนำขนาดและวิธีใช้ตามผลิตภัณฑ์ที่จ่าย ไม่ควรนำวิธีใช้จากฉลากต่างประเทศมาใช้หรือเพิ่มขนาดยาเอง เพราะผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยอาจมีขนาดและคำแนะนำแตกต่างกัน

ห้ามใช้ ibuprofen หากเคยแพ้ ibuprofen, aspirin หรือยา NSAIDs ชนิดอื่น มีแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร โรคไตเรื้อรัง หรือกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ ห้ามกินซ้ำกับ NSAIDs อื่น เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและไตเสียหาย

ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาสเตียรอยด์ aspirin เพื่อป้องกันโรคหัวใจ มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต หรือหอบหืด ควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนใช้ ผู้ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไปห้ามใช้เอง เว้นแต่แพทย์เป็นผู้สั่งโดยตรง

Aspirin ใช้แก้ปวดหัวได้หรือไม่

aspirin บรรเทาปวดได้ แต่มีความเสี่ยงเลือดออกและไม่ควรหยิบใช้เพียงเพราะเม็ดยามีสีหรือรูปร่างคุ้นตา

aspirin มีหลายความแรง เช่น 80 มก., 81 มก. และ 325 มก. ซึ่งผลิตภัณฑ์บางชนิดออกแบบเพื่อใช้ตามข้อบ่งใช้เฉพาะหรือมีการเคลือบให้ยาออกฤทธิ์ช้า จึงไม่ควรสรุปว่าทุกขนาดเหมาะสำหรับบรรเทาปวดศีรษะทันที

ห้ามใช้ในผู้ที่เคยแพ้ aspirin หรือยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเดียวกัน เด็กและวัยรุ่นที่เป็นหรือกำลังฟื้นจากไข้หวัดหรืออีสุกอีใสห้ามใช้ เพราะเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเรย์ซึ่งกระทบสมองและตับ ผู้ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนสุดท้าย และผู้ที่กินยาป้องกันลิ่มเลือด ไม่ควรใช้เอง

สัญญาณที่ควรพบแพทย์

ไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่ออาการปวดศีรษะเกิดฉับพลันและรุนแรงมาก หรือมีความผิดปกติของสมอง การหายใจ และระดับความรู้สึกตัวร่วมด้วย

  • ปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิต หรือปวดพุ่งถึงระดับรุนแรงภายในเวลาไม่นาน
  • หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นผิดปกติ หรือสับสน
  • หมดสติ ชัก ปลุกไม่ตื่น หรือหายใจลำบาก
  • มีไข้ร่วมกับคอแข็ง ผื่นผิดปกติ ซึม หรือแพ้แสงมาก
  • ปวดหลังศีรษะกระแทก โดยเฉพาะเมื่ออาเจียน ง่วงผิดปกติ หรือกินยาป้องกันลิ่มเลือด
  • ปวดร่วมกับเจ็บหน้าอก หอบ หรือความดันโลหิตสูงมาก
  • ปวดขณะตั้งครรภ์หรือหลังคลอด ร่วมกับตามัว บวม หรือปวดใต้ชายโครง
  • ปวดแบบใหม่ในผู้มีโรคมะเร็ง ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ฉุกเฉิน หากอาการปวดเกิดถี่ขึ้น เปลี่ยนรูปแบบ รบกวนการนอน ต้องใช้ยาแก้ปวดซ้ำบ่อย หรือไม่ดีขึ้นภายใน 10 วัน หากใช้ ibuprofen แล้วไข้นานเกิน 3 วัน หรืออาการปวดนานเกิน 10 วัน ให้หยุดใช้และรับการประเมิน

หากกินยาแล้วมีหน้าหรือริมฝีปากบวม หายใจมีเสียงหวีด ผื่นลอก ตุ่มพอง อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระดำ หน้ามืด หรือปวดท้องไม่หาย ให้หยุดยาและไปโรงพยาบาลทันที

คำถามที่พบบ่อย

ดูจากสีชมพูแล้วรู้ได้ไหมว่าเป็นยาอะไร

รู้ไม่ได้อย่างปลอดภัย ผู้ผลิตหลายรายใช้สีและรูปทรงคล้ายกัน ยาอาจเป็น paracetamol, ibuprofen, aspirin ยาแก้แพ้ หรือยาผสมชนิดอื่น ต้องตรวจชื่อสามัญ ความแรง และรหัสบนเม็ดยาควบคู่กับแผงหรือซองเดิม

ถ้าไม่รู้ชื่อยา แต่เคยกินแล้วหาย กินซ้ำได้ไหม

ไม่ควรกินซ้ำจนกว่าจะระบุตัวยาได้ การที่ครั้งก่อนอาการดีขึ้นไม่ได้ยืนยันว่ายานั้นปลอดภัยสำหรับครั้งนี้ โดยเฉพาะหากคุณตั้งครรภ์ มีโรคไต โรคตับ แผลในกระเพาะ หรือกำลังกินยาป้องกันลิ่มเลือด

กิน paracetamol กับ ibuprofen พร้อมกันได้ไหม

ยาทั้งสองชนิดไม่ใช่ตัวยาเดียวกัน แต่ไม่ควรเริ่มกินพร้อมกันโดยไม่จำเป็น เริ่มจากยาชนิดเดียวที่เหมาะกับคุณ ตรวจยาสูตรผสมทั้งหมดเพื่อป้องกันตัวยาซ้ำ และหลีกเลี่ยง ibuprofen หากมีข้อห้ามใช้ของ NSAIDs

กิน ibuprofen แล้วกิน aspirin ต่อได้ไหม

ไม่ควรกินร่วมกันเพื่อแก้ปวดเอง ทั้งคู่เป็นยา NSAIDs จึงเพิ่มความเสี่ยงแผลและเลือดออกในทางเดินอาหาร และ ibuprofen อาจรบกวนผลของ aspirin ที่ใช้ป้องกันหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง

ปวดหัวทุกวันกินยาแก้ปวดทุกวันได้ไหม

ไม่ควรกินต่อเนื่องโดยไม่หาสาเหตุ อาการอาจเกี่ยวกับไมเกรน ปัญหาการนอน สายตา ความดัน หรือการใช้ยาแก้ปวดบ่อยจนกระตุ้นอาการปวดซ้ำ ควรจดวันที่ปวด ลักษณะอาการ และยาที่ใช้เพื่อนำไปประเมิน

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ยาเม็ดนี้มีชื่อสามัญและความแรงเท่าไร?
  • ยานี้ซ้ำกับยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดที่ฉันกินอยู่หรือไม่?
  • โรคประจำตัวและยาป้องกันลิ่มเลือดของฉันทำให้ห้ามใช้ยาชนิดนี้หรือไม่?
  • หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคตับและโรคไต ควรหลีกเลี่ยงตัวยาใด?
  • ถ้าปวดศีรษะซ้ำบ่อย ควรหยุดใช้ยาเมื่อใดและไปตรวจหาสาเหตุอะไรบ้าง?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall