ยาเภสัช คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้
ยาเภสัช คือคำเรียกทั่วไปของยาที่ได้รับจากร้านขายยาหรือจัดให้โดยเภสัชกร ไม่ใช่ชื่อสามัญของยาและไม่ได้บอกตัวยา สรรพคุณ หรือขนาดใช้ที่แน่นอน
ประเด็นสำคัญ
- ยาจากร้านขายยาอาจเป็นยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาฆ่าเชื้อ หรือยาอีกหลายกลุ่ม คุณจึงต้องรู้ชื่อตัวยาก่อนใช้ทุกครั้ง
- ก่อนกินควรตรวจชื่อสามัญ ความแรง วิธีใช้ ระยะเวลา และคำเตือนบนฉลาก เพราะยาแต่ละชนิดมีขนาดและข้อห้ามแตกต่างกัน
- หากยาไม่มีฉลาก ไม่ทราบตัวยา หรือจำไม่ได้ว่าได้รับมาเพื่อรักษาอะไร อย่ากินต่อจนกว่าจะตรวจสอบข้อมูลได้ชัดเจน
สารบัญ
- คำนี้หมายถึงยาอะไร
- ใช้รักษาอะไรได้บ้าง
- ไม่ได้ใช้รักษาอะไร
- ข้อควรระวังก่อนใช้
- การตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- การใช้ในเด็ก
- ผลข้างเคียง
- ปฏิกิริยาระหว่างยา
- แอลกอฮอล์
- ขนาดยาในผู้ใหญ่
- ขนาดยาในเด็ก
- การใช้ยาเกินขนาด
- คำถามที่พบบ่อย
ยาเภสัช คือยาอะไร
คำนี้ไม่ใช่ชื่อยาหรือกลุ่มยาทางการแพทย์ จึงระบุสรรพคุณ ขนาดยา หรือผลข้างเคียงจากคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ คนทั่วไปอาจใช้คำนี้หมายถึงยาที่เภสัชกรจัดให้ ยาแบ่งซอง หรือยาที่ซื้อจากร้านขายยา ซึ่งภายในอาจเป็นยาเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดร่วมกัน
ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวยาควรอยู่บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ชื่อสามัญ รูปแบบยา ความแรง วิธีใช้ และคำเตือน สี รูปร่าง หรือข้อความบนเม็ดยาอาจช่วยตรวจสอบเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้ยืนยันตัวยาด้วยตนเอง
| สิ่งที่ควรตรวจ | ตัวอย่างข้อมูลที่ต้องเห็น |
| ชื่อสามัญ | ชื่อสารออกฤทธิ์ |
| รูปแบบยา | เม็ด แคปซูล น้ำ ครีม หรือยาหยอด |
| ความแรง | ปริมาณตัวยาต่อเม็ดหรือต่อหน่วย |
| วิธีใช้ | จำนวนครั้ง เวลา และระยะเวลา |
| คำเตือน | อาการง่วง ข้อห้าม หรือการเก็บรักษา |
ชื่อสามัญสำคัญกว่าลักษณะภายนอก: ยาต่างชนิดอาจมีสีและรูปร่างคล้ายกัน ขณะที่ยาชนิดเดียวกันอาจผลิตออกมาต่างรูปแบบกันได้ อย่าเดาตัวยาจากเม็ดยาอย่างเดียว
หากได้รับยาแบ่งซอง ฉลากควรอ่านได้ชัดเจนและตรงกับอาการที่แจ้งไว้ อย่านำยาของคนอื่นมาใช้ แม้มีอาการคล้ายกัน เพราะโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ของแต่ละคนต่างกัน
ยาเภสัช ใช้รักษาอะไรได้บ้าง
สรรพคุณขึ้นอยู่กับตัวยาที่อยู่ในฉลาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ได้รับยา ยาจากร้านขายยาอาจใช้บรรเทาอาการทั่วไป รักษาโรคบางชนิด หรือใช้ต่อเนื่องตามใบสั่งแพทย์ แต่คำเรียกรวมนี้ไม่สามารถบอกได้ว่ายารักษาอะไร
| กลุ่มวัตถุประสงค์ | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่มเติม |
| บรรเทาปวดหรือมีไข้ | ตัวยา โรคตับ และยาแก้ปวดชนิดอื่น |
| ลดอาการแพ้ | อาการง่วงและยาที่กดประสาท |
| บรรเทาไอหรือหวัด | ชนิดของอาการไอและส่วนผสมซ้ำ |
| บรรเทาอาการทางกระเพาะ | ลักษณะอาการและสัญญาณอันตราย |
| รักษาการติดเชื้อบางชนิด | การประเมินสาเหตุและระยะเวลาที่กำหนด |
| ใช้กับผิวหนัง | ตำแหน่ง แผลเปิด และชนิดของผื่น |
ยาที่ช่วยให้อาการดีขึ้นอาจไม่ได้รักษาสาเหตุ เช่น ยาลดไข้ช่วยลดอุณหภูมิแต่ไม่ได้กำจัดสาเหตุของไข้ ส่วนยาฆ่าเชื้อบางกลุ่มออกฤทธิ์เฉพาะเชื้อบางชนิด จึงไม่ควรเลือกใช้จากชื่อกลุ่มยาเพียงอย่างเดียว
ยาเภสัช ไม่ได้ใช้รักษาอะไร
ไม่ใช่ยาครอบจักรวาล และไม่สามารถใช้แทนกันได้ทุกอาการ การที่ยาเคยช่วยอาการหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายความว่ายาเดิมเหมาะกับอาการครั้งต่อไป เพราะสาเหตุ ความรุนแรง และสุขภาพของคุณอาจเปลี่ยนไป
ยาปฏิชีวนะไม่ได้รักษาโรคจากไวรัส เช่น ไข้หวัดทั่วไป ยาแก้แพ้ไม่ได้กำจัดไวรัส ยาแก้ปวดไม่ได้รักษาการติดเชื้อ และยาทาผื่นแต่ละชนิดก็ใช้แทนกันไม่ได้ การใช้ผิดประเภทอาจทำให้อาการถูกบดบัง เกิดผลข้างเคียง หรือทำให้การรักษาที่จำเป็นล่าช้า
ไม่ควรนำยาเก่าที่เหลือจากครั้งก่อนมาใช้รักษาอาการใหม่โดยไม่ตรวจวันหมดอายุ สภาพยา และข้อบ่งใช้ โดยเฉพาะยาที่ไม่มีฉลากหรือไม่ทราบส่วนประกอบ
ก่อนใช้ยาเภสัชต้องระวังอะไรบ้าง
อย่าใช้ยาที่ยังไม่ทราบชื่อสามัญ ความแรง และวิธีใช้อย่างชัดเจน ข้อห้ามใช้จะแตกต่างตามตัวยา จึงไม่มีคำเตือนชุดเดียวที่ครอบคลุมยาทุกชนิดได้
- ตรวจประวัติแพ้ยา
ห้ามใช้ยาที่คุณเคยแพ้หรือยาที่อยู่ในกลุ่มซึ่งเคยทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรง เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาซ้ำและรุนแรงกว่าเดิม
- แจ้งโรคประจำตัว
โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง แผลในกระเพาะ ต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือโรคทางเดินหายใจ อาจทำให้ยาบางชนิดไม่เหมาะกับคุณ
- ตรวจยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด
รวมยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อเอง สมุนไพร อาหารเสริม ยาคุมกำเนิด ยานอนหลับ และยาทาภายนอก เพราะอาจมีตัวยาซ้ำหรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน
- อ่านคำเตือนเรื่องการขับรถ
ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอบางชนิด ยาคลายกังวล และยาแก้เวียนศีรษะอาจทำให้ง่วง มึนงง หรือตอบสนองช้าลง
- ตรวจวันหมดอายุและสภาพยา
อย่าใช้ยาที่เปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ เม็ดยาแตกร่วน ของเหลวแยกชั้นผิดปกติ หรือบรรจุภัณฑ์เสียหาย แม้ยังไม่ถึงวันหมดอายุ
- อย่าหยุดยาที่ต้องใช้ต่อเนื่องเอง
ยาบางชนิดต้องปรับลดหรือเปลี่ยนอย่างเป็นขั้นตอน การหยุดทันทีอาจทำให้อาการกำเริบหรือเกิดอาการถอนยา
ห้ามใช้ยาที่ไม่มีฉลากหรือระบุตัวยาไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นยาแบ่งซองหลายเม็ด เพราะคุณไม่สามารถตรวจส่วนผสมซ้ำ ข้อห้าม หรือขนาดที่ได้รับได้อย่างปลอดภัย
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาเภสัชได้หรือไม่
ใช้ได้เฉพาะเมื่อทราบตัวยาและได้รับการประเมินว่าเหมาะกับช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ยาบางชนิดผ่านรกหรือผ่านสู่น้ำนมได้ ขณะที่ความเสี่ยงอาจต่างกันตามอายุครรภ์ ขนาดยา ระยะเวลาที่ใช้ และสุขภาพของแม่กับทารก
ห้ามสรุปว่ายาปลอดภัยเพียงเพราะซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ รวมถึงยาสมุนไพรและอาหารเสริม ก่อนใช้ควรแจ้งอายุครรภ์ วันที่ประจำเดือนครั้งสุดท้าย หรืออายุของทารกที่กินนมแม่ พร้อมแสดงฉลากยาทุกตัวที่ใช้อยู่
หากกินยาไปแล้วโดยไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ อย่าเพิ่มยา หยุดยาประจำ หรือพยายามแก้ด้วยยาอื่นเอง ให้เก็บฉลากและบันทึกเวลาที่กินเพื่อใช้ประเมินความเสี่ยง
เด็กใช้ยาเภสัชได้หรือไม่
เด็กใช้ยาได้เฉพาะชนิดที่เหมาะกับเด็กและต้องคำนวณขนาดจากตัวยา น้ำหนัก และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ การแบ่งยาของผู้ใหญ่ให้เด็กโดยคาดเดาอาจทำให้ได้รับยาน้อยเกินไปหรือเกินขนาด
ยากินสำหรับเด็กมักพิจารณาเป็นมิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว ไม่ควรใช้ตารางอายุแทนน้ำหนัก และไม่ควรให้ยาน้ำเป็นจำนวนมิลลิลิตรโดยไม่ทราบความเข้มข้น เพราะยาชนิดเดียวกันอาจมีหลายความแรง
หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนกินข้าวหรือช้อนชาในบ้านตวงยา ใช้อุปกรณ์ตวงที่มากับผลิตภัณฑ์ และจดเวลาที่ให้ยาเพื่อลดความเสี่ยงจากผู้ดูแลหลายคนให้ยาซ้ำกัน
ยาเภสัชมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงระบุได้เมื่อรู้ตัวยาเท่านั้น แต่หากเกิดอาการรุนแรงหลังใช้ยาให้หยุดยาและขอความช่วยเหลือทันที อาการบางอย่างเกิดได้ไม่นานและไม่รุนแรง ขณะที่บางอาการอาจเป็นภาวะแพ้ยาหรือพิษจากยา
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
อาการที่อาจพบจากยาหลายกลุ่ม ได้แก่ คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องผูก ถ่ายเหลว ปากแห้ง ง่วงซึม มึนศีรษะ หรือผื่นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับยาทุกชนิด และอาจมีสาเหตุจากโรคเดิมได้เช่นกัน
หากอาการรบกวนชีวิตประจำวัน เป็นต่อเนื่อง หรือแย่ลง อย่าปรับขนาดยาด้วยตัวเอง ควรตรวจฉลากและนำยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ไปประเมิน
ผลข้างเคียงที่รุนแรง
ให้ไปห้องฉุกเฉินหากมีอาการหายใจลำบาก หน้าหรือลิ้นบวม หมดสติ ชัก สับสนมาก เจ็บหน้าอก อ่อนแรงเฉียบพลัน อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด ตัวหรือตาเหลือง หรือมีผื่นพุพองร่วมกับแผลในปาก
อาการแพ้ยารุนแรงเป็นภาวะฉุกเฉิน: ลมพิษทั่วตัว คอบวม เสียงเปลี่ยน หายใจมีเสียงหวีด หน้ามืด หรือหมดสติ ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน อย่ารอดูอาการเอง
ยาเภสัชมีปฏิกิริยากับยาอื่นหรือไม่
อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้ โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบส่วนประกอบหรือใช้ยาหลายรายการพร้อมกัน ปฏิกิริยาอาจทำให้ยาออกฤทธิ์แรงขึ้น อ่อนลง เพิ่มเลือดออก ทำให้ง่วงมาก หรือเพิ่มภาระต่อตับและไต
ความเสี่ยงที่พบบ่อยในทางปฏิบัติคือการได้รับตัวยาซ้ำ ยาแก้หวัดหลายสูตรอาจมีส่วนผสมที่เหมือนกับยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ หรือยาแก้ไอที่คุณใช้อยู่ การดูเพียงชื่อหน้าซองจึงไม่เพียงพอ ต้องเปรียบเทียบชื่อสามัญทุกตัว
ยาที่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่น ได้แก่ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยานอนหลับ ยากดประสาท ยารักษาโรคหัวใจ ยารักษาความดัน ยารักษาเบาหวาน และยากันชัก ควรเตรียมรายชื่อหรือถ่ายภาพฉลากยาทั้งหมดให้เภสัชกรตรวจพร้อมกัน
กินยาเภสัชร่วมกับแอลกอฮอล์ได้หรือไม่
ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์จนกว่าจะทราบแน่ชัดว่ายาที่ใช้ไม่มีปฏิกิริยาร่วมกัน แอลกอฮอล์อาจเพิ่มอาการง่วง เวียนศีรษะ การทรงตัวผิดปกติ ระคายกระเพาะ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อตับจากยาบางชนิด
ห้ามขับรถ ใช้เครื่องจักร ว่ายน้ำตามลำพัง หรือทำงานบนที่สูง หากรู้สึกง่วงหรือมึนหลังใช้ยา แม้ดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อย ผลร่วมกันก็อาจคาดเดาไม่ได้ในแต่ละคน
ผู้ใหญ่ควรใช้ยาเภสัชขนาดเท่าไร
ไม่มีขนาดมาตรฐานสำหรับคำเรียกนี้ เพราะขนาดยาต้องอิงชื่อตัวยา ความแรง ข้อบ่งใช้ และสุขภาพของผู้ใช้ อย่ากำหนดจำนวนเม็ด จำนวนครั้ง หรือระยะเวลาเองจากยาที่มีลักษณะคล้ายกัน
ก่อนกิน คุณควรตอบให้ได้ครบว่าคือยาอะไร ความแรงเท่าไร ใช้เพื่ออาการใด กินครั้งละเท่าไร ห่างกันเท่าไร และใช้ถึงเมื่อใด หากฉลากไม่ชัดหรือคำสั่งบนซองขัดกับบรรจุภัณฑ์เดิม ให้หยุดตรวจสอบก่อนใช้
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา
คำถามเกี่ยวกับขนาดยา
ลืมกินยาแล้วกินชดเชยสองเท่าได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่ควรเพิ่มเป็นสองเท่าโดยไม่ทราบคำแนะนำเฉพาะของยา วิธีจัดการขึ้นอยู่กับตัวยาและเวลาที่นึกได้
อาการยังไม่ดีขึ้น เพิ่มจำนวนเม็ดได้ไหม?
ไม่ควรเพิ่มเอง เพราะอาจเกินขนาดหรือบดบังอาการสำคัญ ควรประเมินว่ายาตรงกับสาเหตุหรือไม่
แบ่งหรือบดเม็ดยาได้ไหม?
ทำได้เฉพาะเมื่อยาชนิดนั้นอนุญาต ยาเคลือบ ยาออกฤทธิ์นาน และแคปซูลบางชนิดไม่ควรบดหรือแกะ
เด็กควรใช้ยาเภสัชขนาดเท่าไร
ไม่สามารถกำหนดขนาดสำหรับเด็กจากคำเรียกรวมนี้ได้ และห้ามคาดเดาขนาดจากอายุหรือแบ่งจากขนาดผู้ใหญ่ ต้องทราบชื่อตัวยา น้ำหนักเด็ก ความแรงของผลิตภัณฑ์ และข้อบ่งใช้ก่อนทุกครั้ง
หากเป็นยาน้ำ ต้องตรวจจำนวนมิลลิกรัมต่อปริมาตรบนฉลากก่อนแปลงเป็นมิลลิลิตร ยาน้ำต่างความเข้มข้นอาจมีปริมาตรที่ต้องใช้ไม่เท่ากัน แม้เป็นตัวยาเดียวกัน
เด็กที่ซึม หายใจลำบาก ชัก กินหรือดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อย หรือสงสัยว่ากินยาเอง ควรได้รับการประเมินเร่งด่วน อย่ากระตุ้นให้อาเจียนเอง
หากใช้ยาเภสัชเกินขนาดควรทำอย่างไร
หยุดใช้ยา เก็บซองหรือบรรจุภัณฑ์ และติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อสงสัยว่าใช้เกินขนาด อย่ารอให้อาการเกิด เพราะยาบางชนิดทำอันตรายต่อตับ ไต หัวใจ หรือระบบประสาทก่อนแสดงอาการชัดเจน
เตรียมข้อมูลชื่อยา ความแรง จำนวนที่อาจกิน เวลาที่กิน อายุ น้ำหนัก อาการปัจจุบัน และยาอื่นที่ใช้ร่วมกัน หากไม่ทราบจำนวนแน่นอน ให้บอกจำนวนสูงสุดที่อาจหายไปจากบรรจุภัณฑ์
ห้ามทำให้อาเจียน ห้ามให้ยาแก้พิษเอง และห้ามให้เครื่องดื่มหรืออาหารเพื่อ “ล้างยา” เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์แนะนำ หากผู้ใช้หมดสติ ชัก หายใจผิดปกติ หรือปลุกไม่ตื่น ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
คำถามที่พบบ่อย
เกี่ยวกับการระบุตัวยา
มียาเป็นเม็ดแต่ไม่มีซอง จะดูได้ไหมว่าเป็นยาอะไร?
ไม่ควรยืนยันจากสี รูปร่าง หรือรอยพิมพ์เพียงอย่างเดียว เพราะยาอาจคล้ายกันมาก ให้นำเม็ดยาและบรรจุภัณฑ์ที่เหลือไปตรวจสอบก่อนใช้
ยาที่เภสัชกรแบ่งใส่ซองปลอดภัยไหม?
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับว่ามีฉลากชัดเจน ระบุตัวยา ความแรง วิธีใช้ และผู้รับยาถูกต้องหรือไม่ หากข้อมูลไม่ครบ อย่าใช้จนกว่าจะตรวจสอบได้
จำชื่อยาไม่ได้ แต่จำสีเม็ดได้ กินต่อได้ไหม?
ไม่ควรกินต่อโดยอาศัยสีเม็ดเป็นหลัก สีไม่สามารถยืนยันตัวยา ความแรง หรือวันหมดอายุได้
เกี่ยวกับวิธีใช้
กินยาก่อนอาหารหรือหลังอาหาร?
ขึ้นอยู่กับตัวยา ยาบางชนิดต้องกินตอนท้องว่าง บางชนิดกินพร้อมอาหารเพื่อลดการระคายกระเพาะ ให้ทำตามฉลากของยาแต่ละตัว
กินยาหลายเม็ดในซองพร้อมกันได้ไหม?
กินพร้อมกันได้เฉพาะเมื่อฉลากระบุไว้ชัดเจน หากแยกไม่ออกว่าแต่ละเม็ดคืออะไร อย่าเดาวิธีใช้จากจำนวนเม็ดในซอง
อาการดีขึ้นแล้วหยุดยาได้เลยไหม?
ขึ้นอยู่กับชนิดยา ยาบรรเทาอาการบางอย่างอาจหยุดเมื่อไม่จำเป็น แต่ยาบางชนิดต้องใช้ครบระยะหรือปรับลดก่อนหยุด
ลืมกินยาไปหนึ่งครั้งควรทำอย่างไร?
ตรวจคำแนะนำเฉพาะของตัวยานั้น ไม่ควรกินสองเท่าเพื่อชดเชย เว้นแต่มีคำสั่งเฉพาะจากผู้ดูแลการรักษา
เกี่ยวกับความปลอดภัย
ใช้ยาของคนในครอบครัวที่มีอาการเหมือนกันได้ไหม?
ไม่ควรใช้ เพราะอาการคล้ายกันอาจมีสาเหตุต่างกัน และแต่ละคนอาจมีข้อห้าม ประวัติแพ้ยา หรือยาประจำที่ไม่เหมือนกัน
กินยาแล้วง่วงควรทำอย่างไร?
หยุดขับรถและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ ตรวจฉลากว่ามีคำเตือนเรื่องง่วงหรือไม่ และอย่าดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกัน
ยาเหลือเก็บไว้ใช้ครั้งหน้าได้ไหม?
ไม่ควรเก็บไว้ใช้รักษาอาการใหม่โดยอัตโนมัติ ยาต้องมีฉลากครบ เก็บถูกวิธี ไม่หมดอายุ และยังเหมาะกับอาการในครั้งนั้น
ยาไม่มีวันหมดอายุบนซองยังใช้ได้ไหม?
ไม่ควรใช้เมื่อยืนยันวันหมดอายุและสภาพการเก็บไม่ได้ โดยเฉพาะยาแบ่งซอง ยาน้ำ ยาหยอดตา และยาที่สัมผัสความชื้นหรือความร้อน
กินยาแล้วมีผื่นต้องหยุดไหม?
ผื่นหลังเริ่มยาอาจเกี่ยวข้องกับการแพ้ยา ควรหยุดยาที่สงสัยและรับการประเมิน หากมีหน้าบวม หายใจลำบาก ผื่นพุพอง หรือแผลในปาก ให้ไปฉุกเฉินทันที
เมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาลแทนการซื้อยาใช้เอง?
ควรไปเมื่อมีหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หมดสติ ชัก อ่อนแรงเฉียบพลัน เลือดออกผิดปกติ ไข้ร่วมกับซึมมาก ขาดน้ำรุนแรง หรืออาการแย่ลงรวดเร็ว
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์