ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ฉี่แล้วแสบ กินยาอะไร

อาการฉี่แล้วแสบ คือความเจ็บ แสบ หรือขัดขณะปัสสาวะ ซึ่งบรรเทาปวดชั่วคราวด้วย paracetamol ได้ แต่ยารักษาสาเหตุต้องเลือกตามอาการและผลตรวจ

ประเด็นสำคัญ

  • อาการปัสสาวะแสบขัดอาจเกิดจากทางเดินปัสสาวะอักเสบ นิ่ว การระคายเคือง หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ผู้ใหญ่ใช้ paracetamol 500–1,000 มก. ต่อครั้ง เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 4,000 มก. ใน 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาปวดชั่วคราว
  • หากมีไข้สูง ปวดเอวหรือสีข้าง อาเจียน ปัสสาวะเป็นเลือด ตั้งครรภ์ ปัสสาวะไม่ออก หรืออาการทรุดลง ควรพบแพทย์โดยเร็ว

สารบัญ

  • อาการฉี่แล้วแสบเกิดจากอะไร
  • ปัสสาวะ แสบ ขัด กินยา อะไร
  • ยาบรรเทาอาการไม่ได้รักษาอะไร
  • ต้องระวังอะไรเมื่อเลือกยา
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรทำอย่างไร
  • เด็กปัสสาวะแสบขัดใช้ยาอะไรได้
  • ยาบรรเทาปวดมีผลข้างเคียงอะไร
  • ยาเหล่านี้ตีกับยาอะไรบ้าง
  • ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้ไหม
  • ผู้ใหญ่ใช้ยาบรรเทาปวดขนาดเท่าไร
  • หากกินยาเกินขนาดควรทำอย่างไร
  • คำถามที่พบบ่อย

อาการฉี่แล้วแสบเกิดจากอะไร

อาการนี้มีได้หลายสาเหตุ และชนิดยาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสาเหตุ ไม่ใช่ระดับความแสบเพียงอย่างเดียว สาเหตุที่พบได้ ได้แก่ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ นิ่ว การระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะอักเสบ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สังเกตอาการร่วมเพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรดูแลอย่างไร

อาการร่วมสิ่งที่ควรทำ
แสบเล็กน้อย ไม่มีไข้ดื่มน้ำตามปกติและเฝ้าดูอาการ
ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อยควรตรวจหาสาเหตุก่อนใช้ยาฆ่าเชื้อ
มีตกขาว แผล หรือหนองควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ปวดบีบสีข้างหรือปัสสาวะเป็นเลือดควรประเมินเรื่องนิ่วหรือเลือดออก
ไข้สูง หนาวสั่น ปวดเอว อาเจียนพบแพทย์โดยเร็ว
ปัสสาวะไม่ออกหรือปวดรุนแรงไปห้องฉุกเฉิน

ระหว่างรอตรวจ คุณควรดื่มน้ำให้พอเหมาะ ไม่ต้องฝืนดื่มปริมาณมากในครั้งเดียว งดผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ และไม่ควรใช้ยาที่เหลือจากการรักษาครั้งก่อน

ปัสสาวะ แสบ ขัด กินยา อะไร

ถ้าต้องการลดปวดชั่วคราว ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เลือก paracetamol ได้ ส่วนยาปฏิชีวนะต้องใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้และเลือกให้ตรงกับสาเหตุ ยาบรรเทาปวดช่วยให้สบายขึ้น แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อ รักษานิ่ว หรือรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Ibuprofen 200 มก. เป็นอีกทางเลือกสำหรับลดปวด แต่มีความเสี่ยงต่อแผลและเลือดออกในทางเดินอาหาร รวมถึงอาจไม่เหมาะกับผู้มีโรคไต โรคหัวใจ ประวัติแผลในกระเพาะ หรือผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากท้องไส้ระคายเคืองควรกินพร้อมอาหารหรือนม

ยากลุ่ม citrate บางชนิดใช้ในภาวะเฉพาะ ไม่ควรเลือกจากคำว่า “ปัสสาวะแสบ” เพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น potassium citrate ชนิดออกฤทธิ์นานใช้จัดการนิ่วบางประเภทและภาวะ citrate ในปัสสาวะต่ำ ต้องกำหนดขนาดจากผลตรวจ รวมถึงติดตามโพแทสเซียมและการทำงานของไต

ผลิตภัณฑ์ sodium citrate บางสูตรมี sodium citrate dihydrate 460 มก. ต่อซอง แต่ตัวเลขนี้บอกเพียงปริมาณตัวยาในผลิตภัณฑ์ ไม่ได้ยืนยันว่าเหมาะกับสาเหตุของอาการหรือบอกจำนวนซองที่คุณควรกิน

ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาแก้แสบทั่วไป การเลือกผิดชนิดหรือกินไม่ครบอาจรักษาไม่ตรงโรค ทำให้เกิดผลข้างเคียง และเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา

ยาบรรเทาอาการไม่ได้รักษาอะไร

ไม่ใช่การรักษาต้นเหตุของการติดเชื้อ นิ่ว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือการอักเสบจากสาเหตุอื่น Paracetamol และ ibuprofen ลดความเจ็บปวดหรือไข้ได้ชั่วคราว แต่อาการดีขึ้นหลังรับประทานยาไม่ได้แปลว่าสาเหตุหายแล้ว

Potassium citrate ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อทางเดินปัสสาวะ ยานี้ใช้กับนิ่วหรือความผิดปกติของสาร citrate ในปัสสาวะบางภาวะ และอาจเป็นอันตรายในผู้ที่มีโพแทสเซียมสูง ไตทำงานบกพร่อง หรือใช้ยาที่ทำให้โพแทสเซียมคั่ง

หากอาการสัมพันธ์กับเพศสัมพันธ์ครั้งใหม่ มีหนอง แผล ตกขาวผิดปกติ หรือคู่นอนมีอาการ ควรงดเพศสัมพันธ์หรือใช้ถุงยางจนได้รับการตรวจ เพราะยาบรรเทาปวดไม่สามารถรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

ต้องระวังอะไรเมื่อเลือกยา

อย่าเลือกยาจากอาการแสบอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณอันตรายหรือโรคประจำตัว ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

  • มีไข้สูง หนาวสั่น หรือปวดเอวและสีข้าง: อาจพบได้เมื่อการอักเสบเกี่ยวข้องกับทางเดินปัสสาวะส่วนบน ควรพบแพทย์โดยเร็ว
  • มีเลือดปน ปัสสาวะไม่ออก หรือปวดรุนแรง: อาจเกี่ยวข้องกับนิ่ว การอุดกั้น หรือเลือดออก ควรรับการประเมินเร่งด่วน
  • เป็นผู้ชาย ตั้งครรภ์ เด็ก หรือมีอาการซ้ำบ่อย: มีปัจจัยที่ต้องประเมินเพิ่มเติม ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อกินเอง
  • มีโรคไต โรคตับ โรคหัวใจ หรือแผลในกระเพาะ: การเลือกยาแก้ปวดและยากลุ่ม citrate ต้องระวังเป็นพิเศษ
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาหลายชนิด: Ibuprofen เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ส่วน paracetamol ที่ใช้ต่อเนื่องอาจต้องติดตามผลของยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • อาการไม่ดีขึ้นหรือกลับเป็นซ้ำ: ควรตรวจปัสสาวะหรือรับการตรวจอื่นตามอาการ แทนการเปลี่ยนยากินเองหลายรอบ

หากมีหน้าหรือคอบวม หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หน้ามืด หรือผื่นพุพองหลังกินยา ให้หยุดยาและไปห้องฉุกเฉินทันที

ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรทำอย่างไร

หากตั้งครรภ์และปัสสาวะแสบขัด ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรอดูอาการหรือซื้อยาฆ่าเชื้อกินเอง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะระหว่างตั้งครรภ์อาจต้องรักษาด้วยยาที่เลือกตามอายุครรภ์และภาวะของคุณ

Paracetamol มักเป็นตัวเลือกบรรเทาปวดที่ใช้ได้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรเมื่อใช้ถูกขนาด ส่วน ibuprofen ต้องระวัง โดยเฉพาะตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป ไม่ควรใช้เว้นแต่แพทย์เป็นผู้สั่ง

Sodium citrate และ potassium citrate ไม่ควรเริ่มใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรโดยตัดสินใจเอง เพราะต้องพิจารณาสาเหตุของอาการ โรคประจำตัว และยาอื่นที่ใช้อยู่

เด็กปัสสาวะแสบขัดใช้ยาอะไรได้

เด็กควรได้รับการประเมินสาเหตุ และขนาดยากินต้องคำนวณจากน้ำหนัก ไม่ใช่อายุอย่างเดียว อาการแสบขัดในเด็กอาจมาพร้อมไข้ ปัสสาวะบ่อย ปวดท้อง ปัสสาวะรดที่นอนผิดปกติ หรือกินได้น้อย

ไม่ควรนำขนาดยาผู้ใหญ่มาแบ่งเอง และไม่ควรให้ยาน้ำเป็นมิลลิลิตรโดยไม่ตรวจความเข้มข้นบนฉลาก ยาน้ำชนิดเดียวกันอาจมีปริมาณตัวยาต่อ 5 มล. ต่างกัน ทำให้ปริมาณที่เด็กได้รับไม่เท่ากัน

หากเด็กมีไข้ ซึม อาเจียน ปวดหลังหรือสีข้าง ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะน้อย หรือดื่มไม่ได้ ควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว เด็กเล็กที่บอกตำแหน่งอาการไม่ได้อาจแสดงเพียงงอแงหรือกินน้อยลง

ยาบรรเทาปวดมีผลข้างเคียงอะไร

Paracetamol มักมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อใช้ถูกขนาด ส่วน ibuprofen ระคายกระเพาะและเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกได้ ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อใช้เกินขนาด ใช้นาน หรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด

ยาอาการที่พบบ่อยหรือควรสังเกตอาการรุนแรง
Paracetamolโดยทั่วไปพบไม่บ่อยเมื่อใช้ถูกต้องตัวหรือตาเหลือง ผื่นรุนแรง หายใจลำบาก
Ibuprofenปวดท้อง คลื่นไส้ แสบท้องถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก
Potassium citrateไม่สบายท้อง อาเจียน ท้องเสียกล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะจากโพแทสเซียมสูง

การแพ้ paracetamol พบได้น้อย แต่อาจเกิดผื่น หน้าบวม หลอดลมตีบ ความดันต่ำ หรือปฏิกิริยาทางผิวหนังรุนแรง ความรุนแรงไม่สัมพันธ์กับปริมาณยาที่กิน จึงไม่ควรลองกินซ้ำเมื่อสงสัยว่าเคยแพ้

ยาเหล่านี้ตีกับยาอะไรบ้าง

ตรวจส่วนประกอบของยาแก้หวัดและยาแก้ปวดทุกตัวก่อนกินร่วมกัน เพราะอาจมีตัวยาซ้ำโดยไม่รู้ตัว การกินผลิตภัณฑ์หลายตัวที่มี paracetamol เป็นส่วนประกอบอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดและเกิดพิษต่อตับ

Ibuprofen ควรระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด สเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ตัวอื่น และ aspirin ที่ใช้ป้องกันหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง เพราะอาจเพิ่มเลือดออก กระทบไต หรือรบกวนผลของ aspirin

Potassium citrate ไม่ควรใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะชนิดเก็บโพแทสเซียม และต้องติดตามโพแทสเซียมเมื่อใช้กับยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบ renin-angiotensin-aldosterone หรือ NSAIDs ยาที่ทำให้ทางเดินอาหารเคลื่อนไหวช้าลงอาจเพิ่มการระคายเคืองจากเกลือโพแทสเซียม

ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้ไหม

ควรงดแอลกอฮอล์ระหว่างมีอาการและระหว่างใช้ยาบรรเทาปวด แอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ กระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ และทำให้อาการแสบหรือปัสสาวะบ่อยเด่นขึ้น

การดื่มหนักร่วมกับ paracetamol อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อตับ ส่วนการดื่มร่วมกับ ibuprofen เพิ่มการระคายเคือง แผล และเลือดออกในทางเดินอาหาร น้ำเปล่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า แต่ไม่ต้องบังคับตัวเองดื่มมากผิดปกติหากมีโรคหัวใจหรือโรคไตที่จำกัดน้ำ

ผู้ใหญ่ใช้ยาบรรเทาปวดขนาดเท่าไร

ผู้ใหญ่ใช้ paracetamol 500–1,000 มก. ต่อครั้ง เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 4,000 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง อย่าใช้เกิน 3 วันโดยไม่ได้รับคำแนะนำ และต้องรวม paracetamol จากยาแก้หวัดหรือยาสูตรผสมทุกชนิดด้วย

สำหรับยาเม็ด paracetamol ขนาด 500 มก. เท่ากับครั้งละ 1–2 เม็ด สูงสุด 8 เม็ดใน 24 ชั่วโมง หากเป็นเม็ด 1,000 มก. ให้ใช้ครั้งละ 1 เม็ด และไม่เกิน 4 เม็ดใน 24 ชั่วโมง ผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. มีโรคตับ โรคไต หรือดื่มแอลกอฮอล์หนักอาจต้องใช้ขนาดต่ำกว่านี้

Ibuprofen ชนิดเม็ด 200 มก. สำหรับผู้ใหญ่และผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ใช้ครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4–6 ชั่วโมงขณะยังมีอาการ หาก 1 เม็ดไม่ได้ผล อาจใช้ 2 เม็ด และไม่เกิน 6 เม็ดใน 24 ชั่วโมงตามฉลากสากล ควรใช้ขนาดต่ำสุดที่ได้ผลและระยะสั้นที่สุด

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

ขนาดยาในเด็กควรเป็นเท่าไร

ขนาดยากินของเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรใช้ตารางแบ่งตามอายุหรือคาดคะเนจำนวนช้อน เพราะอาจทำให้เด็กได้รับยาน้อยหรือมากเกินไป

ถ้าลืมกินยาบรรเทาปวดต้องกินชดเชยไหม

ไม่ต้องกินชดเชยเป็นสองเท่า ยาเหล่านี้ใช้เมื่อมีอาการ ให้เว้นช่วงตามกำหนดและต้องไม่เกินปริมาณสูงสุดใน 24 ชั่วโมง

กิน paracetamol กับ ibuprofen พร้อมกันได้ไหม

ไม่ควรเริ่มกินพร้อมกันเองเพื่อหวังให้หายเร็วขึ้น การเพิ่มยาไม่ได้รักษาสาเหตุของอาการแสบขัด และทำให้ติดตามผลข้างเคียงหรือปริมาณยาที่กินยากขึ้น

หากกินยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

หากกิน paracetamol, ibuprofen หรือ potassium citrate เกินขนาด ให้ติดต่อสถานพยาบาลทันทีแม้ยังไม่มีอาการ อย่ารอให้คลื่นไส้ ปวดท้อง ตัวเหลือง ซึม หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ เพราะพิษบางชนิดอาจเริ่มทำลายอวัยวะก่อนมีอาการชัดเจน

นำแผงยา ขวด ฉลาก และยาที่เหลือไปด้วย แจ้งชื่อยา ความแรง จำนวนที่กิน และเวลาที่กินให้ครบ ไม่ควรทำให้อาเจียนเองหรือกินยาอื่นเพื่อแก้พิษ

สำหรับ potassium citrate ชนิดออกฤทธิ์นาน ขนาดมากกว่า 100 mEq ต่อวันยังไม่มีการศึกษาและควรหลีกเลี่ยง ยานี้ต้องปรับตาม citrate และค่า pH ในปัสสาวะ พร้อมติดตามอิเล็กโทรไลต์และการทำงานของไต จึงไม่เหมาะสำหรับใช้แก้ปัสสาวะแสบด้วยตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

ปัสสาวะแสบขัด กินยาอะไร

ผู้ใหญ่ใช้ paracetamol เพื่อบรรเทาปวดชั่วคราวได้ แต่ยารักษาต้นเหตุต้องเลือกตามผลประเมิน หากมีไข้ ปวดเอว ปัสสาวะเป็นเลือด ตั้งครรภ์ หรือเป็นผู้ชาย ควรพบแพทย์แทนการซื้อยาฆ่าเชื้อกินเอง

ปัสสาวะแสบขัดต้องกินยาปฏิชีวนะทุกคนไหม

ไม่จำเป็น อาการนี้อาจเกิดจากนิ่ว การระคายเคือง หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ยาปฏิชีวนะใช้กับการติดเชื้อแบคทีเรียที่เข้าได้กับอาการและควรเลือกชนิดให้เหมาะสม

ดื่มน้ำเยอะแล้วจะหายไหม

น้ำช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและอาจลดความเข้มข้นของปัสสาวะ แต่ไม่รับประกันว่าจะรักษาสาเหตุได้ ดื่มตามความกระหายและข้อจำกัดของโรคประจำตัว ไม่ต้องฝืนดื่มปริมาณมากในคราวเดียว

ฉี่แสบหลังมีเพศสัมพันธ์เกิดจากอะไร

อาจเกิดจากการระคายเคือง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากมีแผล หนอง ตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรือคู่นอนมีอาการ ควรเข้ารับการตรวจ

ปัสสาวะแสบแต่ไม่มีไข้ รอดูได้ไหม

อาจเฝ้าดูช่วงสั้นได้หากอาการเล็กน้อยและไม่มีสัญญาณอันตราย แต่ไม่ควรปล่อยไว้นานเมื่ออาการไม่ดีขึ้น หากปวดมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยมาก มีเลือด หรือเริ่มมีไข้ ควรพบแพทย์

ปัสสาวะเป็นเลือดร่วมกับแสบขัดอันตรายไหม

ควรได้รับการประเมิน เพราะเลือดอาจสัมพันธ์กับการอักเสบ นิ่ว หรือสาเหตุอื่นในทางเดินปัสสาวะ หากเลือดมาก มีลิ่มเลือด ปัสสาวะไม่ออก หน้ามืด หรือปวดรุนแรง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนรักษาได้ไหม

ไม่ควร อาการคล้ายเดิมอาจมีสาเหตุต่างกัน ยาที่เหลืออาจไม่ครบระยะ หมดอายุ หรือไม่ตรงกับเชื้อและโรคในครั้งนี้

อาการดีขึ้นหลังใช้ยาแก้ปวดแปลว่าหายแล้วไหม

ไม่เสมอไป ยาแก้ปวดลดอาการได้ชั่วคราวโดยไม่ได้รักษาเชื้อ นิ่ว หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากอาการกลับมา มีไข้ หรือมีสัญญาณอันตราย ควรรับการตรวจ

เมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ไปทันทีเมื่อปัสสาวะไม่ออก ปวดรุนแรง มีไข้สูงร่วมกับหนาวสั่น ปวดเอว อาเจียนมาก ซึม หรือมีเลือดออกมาก ผู้ตั้งครรภ์ เด็ก ผู้ชาย และผู้มีโรคไตหรือภูมิคุ้มกันต่ำควรรับการประเมินเร็วขึ้น

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ยาบรรเทาปวดชนิดใดเหมาะกับโรคประจำตัวและยาที่ฉันใช้อยู่?
  • ยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดที่ใช้อยู่มี paracetamol ซ้ำกันหรือไม่?
  • อาการแบบนี้ควรตรวจปัสสาวะหรือคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่?
  • หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคไต ควรหลีกเลี่ยงยาตัวใด?
  • ต้องเฝ้าดูอาการนานแค่ไหน และมีอาการใดที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall