ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาแก้ปัสสาวะขัด กินยาอะไร วิธีดูแล เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ยาแก้ปัสสาวะขัด คือยาที่ใช้บรรเทาอาการปวด แสบ หรือถ่ายปัสสาวะลำบาก โดยต้องเลือกตามสาเหตุ เพราะยาบรรเทาอาการไม่สามารถรักษาการติดเชื้อได้

ประเด็นสำคัญ

  • ปัสสาวะขัดหรือแสบอาจเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว การระคายเคือง หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง
  • Phenazopyridine เป็นยาบรรเทาอาการที่ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ ใช้ตามความแรงและฉลากของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทย และไม่ใช้ต่อเนื่องเกิน 2 วันโดยไม่ได้รับการประเมินสาเหตุ
  • หากมีไข้ หนาวสั่น ปวดเอว ปัสสาวะเป็นเลือด ตั้งครรภ์ ปัสสาวะไม่ออก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ควรพบแพทย์

สาเหตุที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

สาเหตุที่พบบ่อยคือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แต่ยังมีภาวะอื่นที่ให้ความรู้สึกคล้ายกันได้ ตำแหน่งที่ปวด อาการร่วม และประวัติทางเพศช่วยแยกสาเหตุได้ แต่ไม่ควรวินิจฉัยจากอาการเดียว

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง มักทำให้แสบตอนปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปวดปวดอยากเข้าห้องน้ำ และอาจปวดท้องน้อย
  • ดื่มน้ำน้อยหรือปัสสาวะเข้มข้น อาจทำให้แสบหรือระคายเคืองชั่วคราว โดยเฉพาะหลังเสียเหงื่อมาก
  • การระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ อาจเกิดหลังใช้สบู่ น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ช่องคลอดหรืออวัยวะเพศอักเสบ อาจมีตกขาวผิดปกติ คัน มีกลิ่น แผล หรือตุ่มร่วมด้วย
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจทำให้แสบขัด มีหนอง แผล หรือปวดอุ้งเชิงกราน บางคนอาจไม่มีอาการอื่นชัดเจน
  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ อาจทำให้ปวดบีบที่เอวหรือสีข้าง ปัสสาวะเป็นเลือด คลื่นไส้ หรือปวดร้าวลงขาหนีบ
  • ต่อมลูกหมากอักเสบหรือโต อาจทำให้ปัสสาวะเริ่มยาก สายปัสสาวะอ่อน ปัสสาวะไม่สุด หรือปวดบริเวณฝีเย็บ
  • ผลจากหัตถการหรืออุปกรณ์ทางเดินปัสสาวะ เช่น การใส่สายสวน อาจทำให้ระคายเคืองและแสบได้

เมื่อไหร่ที่ดูแลเองหรือใช้ยาบรรเทาอาการได้

ดูแลตัวเองชั่วคราวได้เมื่ออาการเพิ่งเริ่มและไม่รุนแรง โดยไม่มีไข้ ปวดเอว เลือดปน หรือปัสสาวะไม่ออก ดื่มน้ำตามปกติ ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มครั้งละมาก ๆ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการ เช่น แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีน้ำหอม

ลักษณะอาการควรทำอะไร
แสบเล็กน้อยหลังดื่มน้ำน้อยดื่มน้ำสม่ำเสมอและสังเกตอาการ
ระคายเคืองหลังใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่หยุดใช้และล้างด้วยน้ำสะอาด
ปวดแสบแต่ไม่มีสัญญาณอันตรายใช้ยาบรรเทาอาการช่วงสั้นได้
ปัสสาวะบ่อยหรือเร่งด่วนต่อเนื่องตรวจหาการติดเชื้อหรือสาเหตุอื่น
มีตกขาว หนอง แผล หรือตุ่มตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์หรือการอักเสบ
อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

ยาแก้ปวดหรือยาลดความแสบช่วยให้สบายขึ้น แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อแบคทีเรีย หากตรวจพบการติดเชื้อ แพทย์อาจพิจารณายาปฏิชีวนะตามชนิดเชื้อ ตำแหน่งการติดเชื้อ การตั้งครรภ์ และการทำงานของไต ไม่ควรใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนหรือแบ่งยาของผู้อื่นมากิน

มีกลุ่มยาใดใช้บรรเทาอาการปัสสาวะขัดได้บ้าง

ยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายคือบรรเทาความแสบ ลดปวด หรือรักษาสาเหตุ ยาแต่ละกลุ่มทดแทนกันไม่ได้ และบางชนิดมีข้อห้ามสำคัญ

กลุ่มยาช่วยเรื่องใดข้อควรรู้
Phenazopyridineลดปวด แสบ ปัสสาวะเร่งด่วนบรรเทาอาการเท่านั้น ไม่ฆ่าเชื้อ
Sodium citrate/citric acidทำให้ปัสสาวะเป็นกรดน้อยลงมีโซเดียมและไม่เหมาะกับบางโรค
Paracetamolบรรเทาปวดทั่วไประวังยาหลายชนิดที่มีตัวยาซ้ำ
Ibuprofenลดปวดและการอักเสบเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะและกระทบไต
ยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียบางกรณีต้องเลือกตามการประเมิน ไม่ควรซื้อกินเอง

Phenazopyridine ใช้อย่างไร

Phenazopyridine ช่วยลดอาการปวด แสบ ปัสสาวะบ่อย และปวดปัสสาวะเร่งด่วน แต่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ เพื่อประเมินสาเหตุ อาการอันตราย การทำงานของไต ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD การตั้งครรภ์ และยาที่ใช้ร่วม ใช้ตามความแรงและฉลากของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทย และไม่ใช้ต่อเนื่องเกิน 2 วันโดยไม่ได้รับการประเมินสาเหตุ

ยานี้ทำให้ปัสสาวะเป็นสีส้มแดงหรือน้ำตาลได้ ซึ่งมักไม่เป็นอันตราย แต่อาจเปื้อนเสื้อผ้าและคอนแทคเลนส์ กลืนเม็ดยาทั้งเม็ด ไม่บดหรือเคี้ยว เพราะอาจทำให้ฟันมีสีติด

ห้ามใช้หากเคยแพ้ phenazopyridine และผู้มีโรคไตต้องให้แพทย์ประเมินก่อนใช้ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้ให้นมบุตร และผู้มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ไม่ควรใช้เอง หากผิวหรือริมฝีปากเขียวคล้ำ ปัสสาวะลดลง หรือใบหน้า มือ หรือเท้าบวม ให้หยุดยาและพบแพทย์ทันที

Sodium citrate/citric acid ช่วยได้อย่างไร

Sodium citrate/citric acid ทำให้ปัสสาวะเป็นกรดน้อยลง จึงอาจลดความแสบในบางคน แต่ไม่ได้รักษาการติดเชื้อ มีผลิตภัณฑ์ชนิดผงที่ระบุ sodium citrate dihydrate 460 มก. ต่อซอง แต่ส่วนประกอบและความแรงของแต่ละสูตรต่างกัน จึงต้องตรวจฉลากก่อนใช้และไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปใช้แทนขนาดรับประทาน

ข้อควรระวังขึ้นอยู่กับส่วนประกอบจริงของผลิตภัณฑ์ สูตรที่มีโซเดียมต้องระวังในผู้มีโรคไต โรคหัวใจ ภาวะบวมน้ำ หรือผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียม ส่วนสูตรที่มีโพแทสเซียมต้องระวังในผู้มีภาวะโพแทสเซียมสูง โรคแอดดิสัน หรือใช้ยาที่เพิ่มโพแทสเซียม จึงควรตรวจฉลากและปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ ยาน้ำควรผสมน้ำและกินหลังอาหารตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์

ยาแก้ปวดทั่วไปใช้ได้หรือไม่

Paracetamol อาจช่วยลดปวดได้ แต่ไม่รักษาสาเหตุของอาการปัสสาวะขัด หากเคยแพ้ paracetamol ห้ามใช้ และควรตรวจฉลากยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดชนิดอื่นเพื่อป้องกันการกินตัวยาซ้ำ

Ibuprofen ขนาดเม็ดละ 200 มก. เป็นอีกความแรงหนึ่งที่พบได้ในฉลากสากลและอาจบรรเทาปวดได้ แต่ไม่ได้รักษาการติดเชื้อ ห้ามใช้หากเคยแพ้ aspirin หรือยา NSAIDs อื่น มีแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร โรคไตเรื้อรัง หรืออยู่ก่อนและหลังผ่าตัดหัวใจ ห้ามกินร่วมกับ NSAIDs ตัวอื่น และผู้ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไปไม่ควรใช้ เว้นแต่แพทย์สั่งโดยตรง

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ทันทีหากมีไข้ หนาวสั่น ปวดเอว ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะไม่ออก อาการเหล่านี้อาจพบได้ในการติดเชื้อที่ลุกลามขึ้นไต นิ่วอุดกั้น หรือภาวะอื่นที่ต้องตรวจและรักษาเร็ว

  • มีไข้ร่วมกับหนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนเพลียมาก
  • ปวดเอวหรือสีข้าง โดยเฉพาะเมื่อปวดร้าวลงขาหนีบ
  • ปัสสาวะเป็นเลือด มีลิ่มเลือด หรือปัสสาวะขุ่นและมีกลิ่นผิดปกติชัดเจน
  • ปวดท้องน้อยมาก ปัสสาวะไม่ออก หรือออกเพียงเล็กน้อยทั้งที่ปวดมาก
  • ตั้งครรภ์ หรืออาจตั้งครรภ์ และมีอาการแสบขัด
  • เป็นผู้ชาย เด็ก ผู้สูงอายุ หรือมีโรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้สายสวนปัสสาวะ
  • มีหนอง ตกขาวผิดปกติ แผล ตุ่ม หรือเพิ่งมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย
  • มีผื่น หน้าบวม หายใจลำบาก หน้ามืด หรือริมฝีปากเขียวหลังใช้ยา

คำถามที่พบบ่อย

ปัสสาวะแสบขัดต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งไหม

ไม่จำเป็นทุกครั้ง อาการอาจเกิดจากการระคายเคือง นิ่ว หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ หากสงสัยการติดเชื้อ ควรตรวจและเลือกยาตามตำแหน่งการติดเชื้อและปัจจัยของคุณ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง

Phenazopyridine ทำให้ปัสสาวะสีส้มอันตรายไหม

สีส้มหรือแดงจากยามักเป็นผลที่คาดได้และไม่อันตราย สีอาจเปื้อนเสื้อผ้าหรือคอนแทคเลนส์ แต่ถ้ามีเลือดเป็นลิ่ม ปัสสาวะลดลง ผิวเขียวคล้ำ หรือบวมร่วมด้วย ควรหยุดยาและพบแพทย์

อาการดีขึ้นหลังใช้ยาแล้วต้องตรวจอีกไหม

ถ้าอาการหายและไม่กลับมา อาจสังเกตต่อได้ แต่ยาบรรเทาอาการไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อ หากอาการกลับมา มีปัสสาวะบ่อยต่อเนื่อง หรือมีความเสี่ยงจากเพศสัมพันธ์ ควรตรวจหาสาเหตุ

ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยรักษาปัสสาวะขัดได้ไหม

การดื่มน้ำให้เพียงพออาจช่วยลดความเข้มข้นของปัสสาวะ แต่ไม่สามารถรักษานิ่วอุดกั้นหรือการติดเชื้อได้ ดื่มสม่ำเสมอตามความกระหาย ไม่ต้องฝืนดื่มปริมาณมาก โดยเฉพาะหากมีโรคหัวใจหรือโรคไต

ปัสสาวะขัดหลังมีเพศสัมพันธ์ควรทำอย่างไร

ควรสังเกตว่ามีตกขาว หนอง แผล ตุ่ม ปวดอุ้งเชิงกราน หรือเลือดออกผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่ หากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันหรือมีคู่นอนใหม่ ควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และงดเพศสัมพันธ์จนทราบสาเหตุหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอย่างถูกต้อง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall