ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ครีมทาแก้ปวด

ครีมทาแก้ปวด คือยาหรือผลิตภัณฑ์สำหรับทาผิวหนังเพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อชั่วคราว โดยตัวยาแต่ละกลุ่มให้ความรู้สึกและมีข้อควรระวังต่างกัน

ประเด็นสำคัญ

  • อาการปวดเมื่อยเล็กน้อยจากใช้งานกล้ามเนื้อหรือข้ออาจดูแลเองได้ แต่ปวดหลังอุบัติเหตุรุนแรง ข้อผิดรูป แขนขาอ่อนแรง หรือเจ็บหน้าอกควรพบแพทย์
  • Diclofenac ชนิดทาเป็นยาอันตราย ต้องรับจากเภสัชกรและใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ ส่วน menthol ใช้ได้วันละ 1–4 ครั้ง โดยต้องยึดตามฉลากของสูตรนั้น
  • ห้ามทาบนแผล ผิวติดเชื้อ หรือผิวระคายเคือง และห้ามใช้ความร้อนหรือพันผ้าแน่นทับ เพราะอาจเพิ่มการดูดซึมและทำให้ผิวไหม้รุนแรง

อาการปวดเมื่อยมีสาเหตุอะไรที่พบบ่อย?

สาเหตุที่พบบ่อยคือการใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป ท่าทางไม่เหมาะสม หรือข้อเสื่อม แต่ลักษณะอาการและเหตุการณ์ก่อนปวดช่วยแยกความเร่งด่วนได้

  • กล้ามเนื้อใช้งานหนัก: มักเกิดหลังออกกำลังกาย ยกของ หรือทำงานท่าเดิมนาน ๆ และเจ็บมากขึ้นเมื่อขยับกล้ามเนื้อมัดนั้น
  • กล้ามเนื้อตึงจากท่าทาง: พบได้ที่คอ บ่า หลัง หรือเอว หลังนั่งทำงาน ก้มโทรศัพท์ หรือขับรถเป็นเวลานาน
  • กล้ามเนื้อหรือเอ็นบาดเจ็บเล็กน้อย: อาจเกิดจากการบิดตัวหรือเคลื่อนไหวผิดจังหวะ ทำให้ปวด กดเจ็บ หรือบวมเล็กน้อย
  • ข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบ: มักปวดบริเวณข้อ อาจมีข้อฝืด บวม หรือขยับลำบาก โดยเฉพาะมือ ข้อมือ เข่า หรือข้อเท้า
  • เส้นประสาทถูกกดหรือระคายเคือง: อาจปวดแสบ ปวดร้าว ชา หรือเหมือนไฟช็อต อาการกลุ่มนี้อาจไม่ตอบสนองต่อยาทาทั่วไป
  • โรคหรือการติดเชื้อ: ควรนึกถึงเมื่อปวดร่วมกับไข้ บวมแดงร้อนมาก อ่อนแรง น้ำหนักลด หรือปวดโดยไม่มีเหตุชัดเจน

อาการปวดที่ดูคล้ายกันอาจมีสาเหตุต่างกัน คุณจึงไม่จำเป็นต้องเดาตัวยาจากคำว่า “ปวดเมื่อย” เพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาตำแหน่ง ลักษณะปวด ระยะเวลา และอาการร่วมด้วย

เมื่อไหร่ที่ใช้ยาทาดูแลเองได้?

ดูแลเองได้เมื่อปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง มีสาเหตุชัด เช่น ใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป และยังขยับหรือทำกิจวัตรได้โดยไม่มีสัญญาณอันตราย

การพักบริเวณที่ปวด ปรับท่าทาง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นอาการเป็นส่วนสำคัญ ยาทาช่วยบรรเทาอาการชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้กระดูกหัก เอ็นฉีก การติดเชื้อ หรือเส้นประสาทถูกกดรุนแรง

ลักษณะอาการควรทำอย่างไร
ปวดเมื่อยหลังใช้งาน ไม่มีบวมมากพักและใช้ยาทาตามฉลาก
กล้ามเนื้อตึงจากท่าเดิมปรับท่าและขยับเบา ๆ
ข้อปวดเรื้อรังที่เคยวินิจฉัยแล้วเลือกยาทาตามแผนเดิม
ปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงควรประเมินหาสาเหตุ
ปวดหลังอุบัติเหตุแรงไม่ควรดูแลด้วยยาทาอย่างเดียว

อย่าทาหลายผลิตภัณฑ์ซ้อนบริเวณเดียวกัน เพราะส่วนประกอบอาจซ้ำและเพิ่มการระคายเคือง หากไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เดิมมี menthol, capsaicin หรือ diclofenac หรือไม่ ให้ตรวจส่วนประกอบบนฉลากก่อนใช้ร่วมกัน

ครีมแก้ปวดเมื่อย มีกลุ่มยาอะไรบ้าง?

ตัวยาที่พบบ่อยมีทั้งกลุ่มให้ความเย็นหรืออุ่นที่ผิว กลุ่มลดการอักเสบ และกลุ่ม capsaicin โดยควรเลือกให้ตรงกับลักษณะปวดและข้อห้ามของคุณ

ตัวยาสำคัญเหมาะกับอาการแบบใดจุดที่ต้องระวัง
Mentholปวดกล้ามเนื้อหรือข้อเล็กน้อยแสบ เย็น หรือระคายผิว
Capsaicinปวดกล้ามเนื้อหรือข้อบางชนิดอาจแสบร้อนมากช่วงแรก
Diclofenacปวดจากข้ออักเสบบางตำแหน่งมีความเสี่ยงแบบยา NSAIDs
Camphor ในสูตรผสมปวดเมื่อยเล็กน้อยชั่วคราวห้ามรับประทานหรือใช้เกินฉลาก

Menthol ทำงานอย่างไร?

Menthol กระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิว ทำให้รู้สึกเย็นและเบี่ยงเบนความรู้สึกปวดชั่วคราว ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือแสบ ยิบ ๆ หรือระคายบริเวณที่ทา

ฉลากสากลของผลิตภัณฑ์ menthol บางสูตรระบุให้ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปทาบริเวณที่ปวดวันละ 1–4 ครั้ง ส่วนเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีควรถามแพทย์ก่อน จำนวนครั้งอาจต่างกันตามความเข้มข้นและส่วนประกอบของแต่ละสูตร

Capsaicin เหมาะกับใคร?

Capsaicin ทำให้เส้นประสาทรับความปวดตอบสนองลดลงเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงแรกอาจรู้สึกแสบร้อนชัดเจน ห้ามใช้หากแพ้พริกหรือสารจากพริก และห้ามทาบนแผลหรือผิวหนังเสียหาย

ฉลากสากลบางสูตรระบุให้ผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปทาบาง ๆ วันละ 3–4 ครั้ง แล้วล้างมือด้วยสบู่และน้ำทันที ห้ามสัมผัสดวงตา จมูก ปาก หรือเยื่อบุ และควรหยุดใช้หากแสบร้อนรุนแรงต่อเนื่องหรือเกิดตุ่มพอง

Diclofenac ชนิดทาต่างจากสูตรเย็นอย่างไร?

Diclofenac เป็นยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs จึงลดกระบวนการอักเสบ ไม่ได้เพียงทำให้รู้สึกเย็นหรือร้อนที่ผิว ข้อบ่งใช้แตกต่างกันตามทะเบียนและฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ และอาจใช้เวลาหลายวันจึงเห็นผล

Diclofenac ชนิดทาเป็นยาอันตรายในประเทศไทย ต้องรับจากเภสัชกรและใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ โดยเภสัชกรควรประเมินข้อบ่งใช้ โรคประจำตัว ยาร่วม การแพ้ยา และการตั้งครรภ์ก่อนใช้ ไม่ควรนำขนาดยาจากฉลากต่างประเทศมาใช้กับทุกผลิตภัณฑ์

ห้ามใช้ diclofenac หากเคยแพ้ diclofenac, aspirin หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เพราะอาจเกิดอาการแพ้รุนแรง ห้ามใช้ก่อนหรือหลังผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ ไม่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์โดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป และควรหลีกเลี่ยงในไตรมาสที่ 3 หากจำเป็นต้องใช้ช่วงอายุครรภ์ 20–30 สัปดาห์ ต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ โดยใช้ขนาดต่ำสุดและระยะสั้นที่สุด ผู้ที่มีแผลหรือเลือดออกในกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตับ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดต้องได้รับการประเมินก่อนใช้

เมื่อไหร่ควรหยุดใช้และพบแพทย์?

หยุดใช้ทันทีและไปพบแพทย์ฉุกเฉินเมื่อหายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม เจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด

ควรพบแพทย์โดยไม่รอดูอาการ หากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ปวดหลังอุบัติเหตุรุนแรง ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือเห็นแขนขาผิดรูป
  • ปวดร่วมกับไข้ บริเวณนั้นบวมแดงร้อนมาก หรือมีหนอง
  • ปวดหลังร่วมกับกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชาบริเวณก้น หรือขาอ่อนแรง
  • เจ็บหน้าอก ปวดร้าวไปแขน กราม หรือหลัง ร่วมกับเหงื่อออกหรือหายใจไม่อิ่ม
  • ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องไม่หาย หรือหน้ามืดระหว่างใช้ diclofenac
  • ผิวหนังพุพอง บวมมาก ไหม้ หรือระคายเคืองรุนแรงหลังทา
  • อาการแย่ลง ไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน หรือดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นซ้ำในไม่กี่วัน

คำถามที่พบบ่อย

ทายาแล้วประคบร้อนต่อได้ไหม?

ไม่ควรใช้ความร้อนบนบริเวณที่ทายา แผ่นประคบร้อน กระเป๋าน้ำร้อน หรือผ้าพันแน่นอาจเพิ่มการดูดซึมและทำให้ระคายเคืองหรือผิวไหม้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี menthol หรือ capsaicin

ทาบนแผล ฟกช้ำ หรือผิวถลอกได้ไหม?

ห้ามทาบนแผลเปิด ผิวถลอก ติดเชื้อ หรือมีผื่นระคายเคือง ยาอาจทำให้แสบมากและถูกดูดซึมเพิ่มขึ้น ข้อบ่งใช้แตกต่างกันตามทะเบียนและฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ diclofenac ชนิดทาบางสูตรใช้กับเคล็ด ขัดยอกหรือฟกช้ำได้ แต่ควรให้เภสัชกรประเมินการบาดเจ็บและตรวจฉลากก่อนใช้ และห้ามทาบนแผลเปิดหรือผิวถลอก

ใช้ diclofenac ชนิดทาร่วมกับ ibuprofen หรือ naproxen ได้ไหม?

ไม่ควรใช้ร่วมกันเอง เพราะทั้งหมดอยู่ในกลุ่ม NSAIDs และอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะ ไตผิดปกติ หรือโรคหัวใจ ความเสี่ยงยังเพิ่มขึ้นหากใช้ aspirin ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาสเตียรอยด์ร่วมด้วย

ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาทาได้ไหม?

ควรตรวจตัวยาก่อนใช้ เพราะคำเตือนต่างกันในแต่ละกลุ่ม ไม่ควรใช้ diclofenac ระหว่างตั้งครรภ์โดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป และควรหลีกเลี่ยงในไตรมาสที่ 3 หากจำเป็นต้องใช้ช่วงอายุครรภ์ 20–30 สัปดาห์ ต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ โดยใช้ขนาดต่ำสุดและระยะสั้นที่สุด ส่วน menthol ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ถ้าเด็กปวดเมื่อย ใช้ยาทาของผู้ใหญ่ได้ไหม?

ไม่ควรใช้โดยดูจากปริมาณของผู้ใหญ่แล้วลดลงเอง ฉลาก menthol บางสูตรกำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปีถามแพทย์ก่อน ส่วน capsaicin บางสูตรกำหนดให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีถามแพทย์ก่อน และ diclofenac 1% ยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีตามฉลากที่อ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall