สั่งยา ข้อมูล วิธีใช้ ข้อควรระวัง คำถามพบบ่อย
การขอรับยาคือการแจ้งอาการหรือรายการยาที่ต้องการ เพื่อให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนจ่ายยา โดยยาบางชนิดต้องมีใบสั่งแพทย์
ประเด็นสำคัญ
- การขอรับยาอย่างปลอดภัยต้องตรวจชื่อสามัญ ตัวยาสำคัญ ความแรง รูปแบบยา โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาทุกชนิดที่คุณใช้อยู่
- ขนาดยาไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน เพราะต้องอิงข้อบ่งใช้ อายุ น้ำหนัก การทำงานของไตหรือตับ และความแรงที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
- ห้ามใช้ยาของผู้อื่นหรือเริ่มยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ด้วยตนเอง เพราะอาจเกิดการแพ้ยา ปฏิกิริยาระหว่างยา หรือทำให้การรักษาล่าช้า
สารบัญ
- การขอรับยาหมายถึงอะไร
- ยาที่ขอรับได้ใช้รักษาอะไร
- ยาไม่ได้ใช้รักษาอะไร
- ต้องระวังอะไรบ้าง
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาได้หรือไม่
- เด็กใช้ยาได้หรือไม่
- ผลข้างเคียงแบบใดต้องกังวล
- ยาเกิดปฏิกิริยากับอะไรได้บ้าง
- ดื่มแอลกอฮอล์พร้อมยาได้หรือไม่
- ผู้ใหญ่ควรใช้ยาเท่าไร
- เด็กควรใช้ยาเท่าไร
- หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อย
การขอรับยาหมายถึงอะไร
หมายถึงการขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพประเมินและจ่ายยาที่เหมาะกับอาการ ไม่ใช่การเลือกยาจากชื่อหรือภาพเพียงอย่างเดียว ยาที่ดูคล้ายกันอาจมีตัวยาสำคัญ ความแรง และข้อห้ามใช้ต่างกัน จึงควรตรวจข้อมูลบนฉลากทุกครั้ง
ยาแบ่งได้คร่าว ๆ เป็นยาที่ประชาชนเลือกใช้ได้ตามฉลาก ยาที่ต้องจ่ายโดยเภสัชกร และยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ การจัดประเภทขึ้นกับความเสี่ยงของยา ไม่ได้ขึ้นกับความรุนแรงของอาการเพียงอย่างเดียว
| ข้อมูลที่ควรเตรียม | เหตุผลที่ต้องแจ้ง |
| อาการและระยะเวลาที่เป็น | ช่วยคัดกรองสาเหตุและความเร่งด่วน |
| อายุและน้ำหนัก | ใช้พิจารณารูปแบบและขนาดยา |
| โรคประจำตัว | บางโรคเป็นข้อห้ามหรือจำเป็นต้องปรับยา |
| ประวัติแพ้ยา | ลดความเสี่ยงแพ้ยาซ้ำ |
| ยาและอาหารเสริมที่ใช้ | ตรวจปฏิกิริยาระหว่างยา |
| การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร | ประเมินความเสี่ยงต่อทารก |
ชื่อการค้าและชื่อสามัญไม่เหมือนกัน: ผลิตภัณฑ์ต่างชื่ออาจมีตัวยาสำคัญชนิดเดียวกัน การใช้พร้อมกันจึงอาจทำให้ได้รับยาซ้ำโดยไม่รู้ตัว ควรตรวจช่อง “ตัวยาสำคัญ” บนฉลากเสมอ
ยาที่ขอรับได้ใช้รักษาอะไร
ยาจะใช้ได้เฉพาะข้อบ่งใช้ของตัวยานั้น และต้องตรงกับอาการหรือโรคที่ได้รับการประเมิน ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาฆ่าเชื้อ ยาลดกรด และยาแก้ปวดทำงานต่างกัน แม้อาการบางอย่างจะเกิดพร้อมกันก็ตาม
การบอกเพียงว่า “เอายาตัวเดิม” อาจไม่เพียงพอ หากไม่มีฉลากหรือประวัติการรักษา ควรแจ้งชื่อสามัญ ความแรง รูปแบบยา เหตุผลที่เคยได้รับ และเวลาที่ใช้ครั้งล่าสุด อย่าอาศัยสี เม็ด หรือรูปร่างของยาเป็นหลัก เพราะผลิตภัณฑ์หลายชนิดมีลักษณะคล้ายกัน
อาการใหม่ไม่ควรใช้ยาเดิมโดยอัตโนมัติ แม้จะรู้สึกคล้ายครั้งก่อน สาเหตุอาจต่างกัน และยาบางชนิดทำให้อาการสำคัญถูกบดบังก่อนตรวจพบโรคที่ต้องรักษาเฉพาะทาง
ยาไม่ได้ใช้รักษาอะไร
ไม่ใช่ยาทุกชนิดจะรักษาสาเหตุของอาการ และยาไม่มีชนิดใดใช้แทนกันได้ทั้งหมด ยาบรรเทาอาการอาจช่วยให้สบายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคต้นเหตุหายแล้ว
ตัวอย่างเช่น ยาปฏิชีวนะใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ไม่ได้รักษาไวรัสทั่วไป ยาแก้ปวดลดอาการปวดแต่ไม่ได้กำจัดสาเหตุทุกแบบ และยาแก้แพ้อาจลดน้ำมูกจากภูมิแพ้แต่ไม่กำจัดเชื้อที่ทำให้เจ็บป่วย
ไม่ควรขอใช้ยาตามคำแนะนำของคนที่มีอาการคล้ายกัน เพราะโรคประจำตัว การแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่แตกต่างกัน ยาที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจเป็นข้อห้ามของอีกคน
ต้องระวังอะไรก่อนใช้ยา
ต้องตรวจว่าเป็นยาถูกคน ถูกตัวยา ถูกความแรง ถูกวิธี และยังไม่หมดอายุก่อนใช้ทุกครั้ง หากชื่อผู้ใช้ ฉลาก หรือลักษณะยาไม่ตรงกับที่คาดไว้ ให้หยุดและตรวจสอบก่อนรับประทาน
- ห้ามใช้ยาที่เคยทำให้แพ้ โดยเฉพาะเมื่อเคยมีหน้าบวม ปากบวม หายใจลำบาก หรือผื่นรุนแรง เพราะการแพ้ซ้ำอาจรุนแรงกว่าเดิม
- ห้ามใช้ยาของผู้อื่น แม้มีอาการคล้ายกัน เพราะขนาดยา ข้อห้าม และสาเหตุของอาการอาจไม่เหมือนกัน
- อย่าเพิ่มขนาดหรือเพิ่มความถี่เอง การที่อาการยังไม่ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าควรรับประทานมากขึ้น
- ตรวจตัวยาสำคัญของยาผสม ยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดหลายสูตรอาจมีตัวยาซ้ำกับยาที่คุณใช้อยู่
- แจ้งโรคไต โรคตับ แผลในทางเดินอาหาร โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ต้อหิน หรือปัญหาการปัสสาวะ เพราะยาบางกลุ่มอาจทำให้อาการแย่ลง
- อย่าหยุดยาประจำทันทีโดยพลการ ยาบางชนิดต้องลดขนาดอย่างเป็นขั้นตอน หรือการหยุดทันทีอาจทำให้โรคกำเริบ
- ตรวจวันหมดอายุและสภาพยา อย่าใช้ยาที่เปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ แตก รั่ว ชื้น หรือเก็บผิดเงื่อนไข
- อ่านคำเตือนเรื่องการขับรถและใช้เครื่องจักร ยาบางชนิดทำให้ง่วง เวียนศีรษะ หรือตอบสนองช้าลง
หากได้รับยาไม่ตรงชื่อ มีฉลากอ่านไม่ได้ บรรจุภัณฑ์เสียหาย หรือจำนวนยาไม่ตรงกับคำแนะนำ อย่าเริ่มใช้จนกว่าจะตรวจสอบได้ชัดเจน
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาได้หรือไม่
ใช้ได้เฉพาะยาที่ผ่านการประเมินว่าประโยชน์เหมาะสมกับความเสี่ยงในช่วงนั้นของการตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร ไม่ควรสรุปว่ายาปลอดภัยเพียงเพราะซื้อได้ทั่วไป เป็นสมุนไพร หรือใช้ทาภายนอก
ความเสี่ยงอาจต่างกันตามอายุครรภ์ ขนาดยา ระยะเวลาที่ใช้ และโรคของมารดา ยาบางชนิดผ่านรกหรือออกทางน้ำนมได้ ขณะที่บางชนิดใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ
หากใช้ยาไปแล้วก่อนทราบว่าตั้งครรภ์ อย่าหยุดยาประจำทันทีโดยไม่ประเมิน โดยเฉพาะยาควบคุมโรคเรื้อรัง ให้จดชื่อสามัญ ความแรง จำนวนที่ใช้ และวันที่ใช้เพื่อประกอบการตรวจสอบ
เด็กใช้ยาได้หรือไม่
เด็กควรได้รับยาตามน้ำหนัก ตัวยาสำคัญ ความเข้มข้น และข้อบ่งใช้ ไม่ควรลดจากขนาดผู้ใหญ่ด้วยการกะประมาณ อายุอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับยารับประทานหลายชนิด เพราะเด็กวัยเดียวกันอาจมีน้ำหนักต่างกันมาก
ห้ามแบ่งเม็ด บดแคปซูล หรือผสมยากับอาหารจนหมดมื้อเอง เว้นแต่ยานั้นทำได้ ยาบางชนิดออกแบบให้ค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยา หรือมีสารเคลือบเพื่อป้องกันการระคายเคือง การบดอาจทำให้ได้รับยาเร็วเกินไป
ยาน้ำต้องตรวจความเข้มข้นก่อนวัดทุกครั้ง ปริมาตรเท่ากันไม่ได้หมายถึงขนาดยาเท่ากัน ควรใช้กระบอกตวงหรืออุปกรณ์ที่มากับยา ไม่ใช้ช้อนกินข้าวในบ้าน
ห้ามให้เด็กใช้ยาสำหรับผู้ใหญ่เพียงเพราะแบ่งเป็นชิ้นเล็กลง และห้ามเรียกยาเป็น “ขนม” เพราะเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กจะหยิบกินเอง เก็บยาให้พ้นมือและสายตาเด็ก
ผลข้างเคียงแบบใดต้องกังวล
อาการคลื่นไส้ ง่วง เวียนศีรษะ ปากแห้ง หรือระคายท้องอาจพบได้กับยาบางชนิด แต่ต้องเทียบกับข้อมูลของตัวยาที่ใช้จริง ผลข้างเคียงไม่เหมือนกันทุกยา และความรุนแรงอาจขึ้นกับขนาดยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้ร่วมกัน
| ระดับอาการ | ควรทำอย่างไร |
| อาการเล็กน้อยและคงที่ | อ่านฉลากและเฝ้าดูอาการ |
| อาการรบกวนชีวิตประจำวัน | ตรวจสอบก่อนใช้ครั้งถัดไป |
| ผื่นลาม ตุ่มพอง หรือผิวลอก | หยุดยาและพบแพทย์ทันที |
| หน้าบวม ลิ้นบวม หายใจลำบาก | โทรฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาล |
| หมดสติ ชัก หรือสับสนมาก | ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน |
| อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ | พบแพทย์ทันที |
อาการแพ้ยารุนแรงเป็นภาวะฉุกเฉิน: หากหายใจลำบาก แน่นคอ เสียงเปลี่ยน หน้าหรือลิ้นบวม หน้ามืด หรือหมดสติ อย่ารอดูอาการและอย่าขับรถไปเอง
หากสงสัยว่าเกิดผลข้างเคียง ให้เก็บฉลากและบรรจุภัณฑ์ไว้ พร้อมจดเวลาที่ใช้ยาและเวลาที่เริ่มมีอาการ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกผลข้างเคียง การแพ้ยา และอาการจากโรคเดิม
ยาเกิดปฏิกิริยากับอะไรได้บ้าง
ยาอาจเกิดปฏิกิริยากับยาประจำ ยาที่ซื้อใช้เอง สมุนไพร อาหารเสริม อาหารบางชนิด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลที่เกิดขึ้นอาจทำให้ยาแรงขึ้น อ่อนลง เพิ่มเลือดออก เพิ่มความง่วง หรือกระทบหัวใจ ไต และตับ
ควรแจ้งรายการทุกอย่างที่ใช้อยู่ รวมถึงยาทา ยาหยอด ยาพ่น ยาคุมกำเนิด ยานอนหลับ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร อย่าตัดรายการที่คิดว่า “ไม่ใช่ยา” ออก เพราะสารออกฤทธิ์บางชนิดมีผลต่อกันได้
คำว่า “รับประทานห่างกัน” ไม่ได้แก้ปฏิกิริยาระหว่างยาทุกแบบ บางคู่มีผลต่อกันนานหลายชั่วโมงหรือหลายวัน จึงต้องทราบชื่อสารก่อนจึงจะตัดสินได้ว่าควรแยกเวลา ปรับยา หรือห้ามใช้ร่วมกัน
ดื่มแอลกอฮอล์พร้อมยาได้หรือไม่
ทางเลือกที่ปลอดภัยคือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์จนกว่าจะทราบว่ายาที่ใช้ไม่มีปฏิกิริยากัน แอลกอฮอล์อาจเพิ่มอาการง่วง เวียนศีรษะ การทรงตัวผิดปกติ การระคายกระเพาะ และภาระต่อตับ
ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อใช้ยาที่กดประสาท ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วง หรือยาแก้ปวดบางกลุ่ม แม้ดื่มไม่มากก็อาจกระทบการขับรถและการตัดสินใจได้
หากดื่มไปแล้วและไม่แน่ใจ อย่าเพิ่มยาเอง หากมีอาการง่วงผิดปกติ ปลุกไม่ตื่น หายใจช้า เดินเซมาก อาเจียนต่อเนื่อง หรือหมดสติ ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
ผู้ใหญ่ควรใช้ยาเท่าไร
ไม่มีขนาดยามาตรฐานเดียวสำหรับคำขอทั่วไป เพราะตัวเลขต้องผูกกับตัวยา ข้อบ่งใช้ ความแรง รูปแบบยา และข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ อย่านำขนาดของยาชนิดหนึ่งไปใช้กับอีกชนิด แม้ชื่อหรือสรรพคุณบนฉลากจะคล้ายกัน
ก่อนใช้ควรตรวจให้ครบว่าแต่ละครั้งใช้เท่าไร ห่างกันนานเท่าไร ใช้ก่อนหรือหลังอาหาร ใช้ได้นานเพียงใด และขนาดสูงสุดตามคำแนะนำคือเท่าไร หากฉลากไม่ชัดหรือคำแนะนำขัดกัน ให้หยุดตรวจสอบแทนการคาดเดา
ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคไตหรือโรคตับ และผู้ใช้ยาหลายชนิดอาจต้องปรับขนาดหรือเลือกยาอื่น การเคยใช้ขนาดเดิมได้ในอดีตไม่ได้ยืนยันว่าปัจจุบันยังเหมาะสม
คำถามเกี่ยวกับขนาดยา
ลืมใช้ยาควรเพิ่มเป็นสองเท่าหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ควรเพิ่มเป็นสองเท่า แต่แนวทางเมื่อพลาดยาต่างกันตามชนิดยา ตรวจฉลากหรือคำแนะนำเฉพาะของตัวยานั้น
อาการไม่ดีขึ้นเพิ่มขนาดยาได้ไหม?
ไม่ได้ เว้นแต่มีคำสั่งเฉพาะ การเพิ่มขนาดอาจเพิ่มพิษโดยไม่เพิ่มประโยชน์ และอาการที่ไม่ดีขึ้นอาจต้องประเมินสาเหตุใหม่
แบ่งเม็ดยาได้ทุกชนิดหรือไม่?
ไม่ได้ ยาออกฤทธิ์นาน ยาเคลือบพิเศษ และแคปซูลบางชนิดห้ามบดหรือแบ่ง ตรวจสัญลักษณ์และคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ก่อน
เด็กควรใช้ยาเท่าไร
ขนาดยารับประทานสำหรับเด็กต้องคำนวณจากน้ำหนักเมื่อยานั้นกำหนดเป็นน้ำหนัก และต้องแปลงตามความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์จริง จึงไม่ควรกำหนดจำนวนเม็ดหรือปริมาตรโดยไม่มีชื่อยา น้ำหนักเด็ก และความเข้มข้นบนฉลาก
อย่าใช้ตารางอายุทั่วไปแทนการคำนวณตามน้ำหนัก เว้นแต่เป็นคำแนะนำบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง และยังต้องตรวจว่ารูปแบบยาตรงกัน ยาน้ำคนละความเข้มข้นอาจใช้ปริมาตรต่างกัน
ทารก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่ขาดน้ำ หรือเด็กที่มีโรคไต ตับ หัวใจ และระบบประสาทต้องได้รับการพิจารณาเฉพาะ ห้ามใช้ยาที่ฉลากไม่อนุญาตสำหรับช่วงอายุของเด็ก
คำถามเกี่ยวกับขนาดยาเด็ก
ใช้ช้อนชาในครัวตวงยาได้ไหม?
ไม่ควร เพราะขนาดช้อนไม่แน่นอน ควรใช้อุปกรณ์ตวงยาที่มีหน่วยชัดเจนและตรวจความเข้มข้นบนขวดก่อนทุกครั้ง
เด็กอาเจียนหลังกินยาต้องให้ซ้ำไหม?
ขึ้นกับชนิดยาและเวลาที่อาเจียน ไม่ควรให้ซ้ำทันทีโดยอัตโนมัติ เพราะอาจได้รับยาเกินขนาดหากยาถูกดูดซึมไปแล้ว
แบ่งยาของผู้ใหญ่ให้เด็กได้ไหม?
ไม่ควร เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเฉพาะว่ายาแบ่งได้และคำนวณขนาดแล้ว การแบ่งด้วยสายตาอาจทำให้ตัวยาไม่เท่ากัน
หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร
หยุดใช้ยา เก็บบรรจุภัณฑ์ไว้ และขอความช่วยเหลือทันทีโดยไม่รอให้อาการเกิดขึ้น พิษจากยาบางชนิดเริ่มช้า แม้ช่วงแรกผู้ใช้ยังรู้สึกปกติ
อย่าทำให้อาเจียน อย่าให้ยาอื่นแก้เอง และอย่าให้อาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อ “ล้างยา” เว้นแต่ได้รับคำสั่งจากบุคลากรทางการแพทย์ เตรียมชื่อยา ความแรง จำนวนโดยประมาณ เวลาที่ใช้ อายุ น้ำหนัก และอาการที่เกิดขึ้น
หากผู้ใช้หมดสติ ชัก หายใจลำบาก หายใจช้า สับสนรุนแรง หรือปลุกไม่ตื่น ให้โทรบริการฉุกเฉินทันที จัดให้นอนตะแคงหากยังหายใจ และอย่าป้อนสิ่งใดทางปาก
คำถามที่พบบ่อย
ก่อนขอรับยา
ต้องรู้ชื่อยาก่อนไหม?
ไม่จำเป็น หากต้องการบรรเทาอาการ คุณสามารถเตรียมรายละเอียดอาการ ระยะเวลาที่เป็น โรคประจำตัว และรายการยาที่ใช้อยู่ การระบุชื่อยาที่ต้องการโดยไม่มีข้อมูลเหล่านี้อาจทำให้เลือกยาไม่ตรงปัญหา
ใช้รูปถ่ายยาเดิมแทนฉลากได้ไหม?
ใช้ช่วยระบุยาได้เมื่อภาพเห็นชื่อสามัญ ความแรง และคำแนะนำชัดเจน แต่ไม่ควรอาศัยสีหรือรูปร่างเม็ดเพียงอย่างเดียว ควรนำฉลากหรือบรรจุภัณฑ์เดิมมาด้วยถ้าทำได้
ซื้อยาให้คนอื่นต้องแจ้งอะไร?
ควรทราบอายุ น้ำหนักเมื่อเป็นเด็ก อาการ ระยะเวลาที่เป็น โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์ และยาที่ใช้อยู่ หากตอบข้อมูลสำคัญไม่ได้ อาจประเมินความปลอดภัยไม่ได้ครบ
ระหว่างใช้ยา
ยี่ห้อต่างกันแต่ตัวยาเหมือนกันใช้แทนกันได้ไหม?
อาจใช้แทนกันได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจตัวยาสำคัญ ความแรง รูปแบบการปลดปล่อย และวิธีใช้ให้ตรงกัน อย่าดูเฉพาะชื่อหรือขนาดเม็ด
กินยาก่อนอาหารผิดเป็นหลังอาหารอันตรายไหม?
ผลขึ้นกับชนิดยา บางชนิดกำหนดเวลาเพื่อเพิ่มการดูดซึมหรือลดการระคายกระเพาะ ตรวจคำแนะนำเฉพาะและอย่ารับประทานเพิ่มเพื่อชดเชย
อาการดีขึ้นแล้วหยุดยาได้ไหม?
ขึ้นกับยา ยาบรรเทาอาการบางชนิดหยุดได้เมื่อไม่จำเป็น แต่ยาควบคุมโรคและยาบางหลักสูตรไม่ควรหยุดเอง ให้ทำตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
บดผสมยาในอาหารได้ไหม?
ทำได้เฉพาะยาที่อนุญาตให้บด การบดอาจทำลายระบบออกฤทธิ์นานหรือสารเคลือบ และหากกินอาหารไม่หมดก็จะได้รับยาไม่ครบ
หลังใช้ยา
ง่วงหลังใช้ยายังขับรถได้ไหม?
ไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำงานบนที่สูงจนกว่าจะรู้ว่ายามีผลต่อคุณอย่างไร ความง่วงและการตอบสนองช้าอาจเกิดขึ้นแม้คุณยังรู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้
เก็บยาไว้ใช้ครั้งหน้าได้ไหม?
ควรเก็บเฉพาะเมื่อยายังไม่หมดอายุ เก็บถูกวิธี และเป็นยาที่ใช้เมื่อมีอาการตามฉลาก ยาที่เหลือจากการรักษาเฉพาะครั้งไม่ควรนำมาใช้กับอาการใหม่โดยอัตโนมัติ
แบ่งยาให้คนในครอบครัวได้ไหม?
ไม่ควร เพราะประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ปฏิกิริยาระหว่างยา และขนาดที่เหมาะสมอาจต่างกัน การใช้ยาร่วมกันยังทำให้ติดตามว่าใครได้รับยาเท่าไรได้ยาก
อาการแบบใดไม่ควรรอ?
หายใจลำบาก หน้าหรือลิ้นบวม หมดสติ ชัก เจ็บหน้าอกรุนแรง อ่อนแรงครึ่งซีก ผื่นพุพอง อาเจียนเป็นเลือด หรือสงสัยใช้ยาเกินขนาด ควรรับความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์