ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยานวด คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้

ยานวด คือยาหรือผลิตภัณฑ์สำหรับทาภายนอกที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเล็กน้อยของกล้ามเนื้อและข้อเป็นการชั่วคราว โดยอาจมี menthol, methyl salicylate, camphor, capsaicin หรือ diclofenac เป็นส่วนประกอบ

ประเด็นสำคัญ

  • ยาทาบรรเทาปวดชนิดนี้ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อชั่วคราวจากปวดหลัง ข้ออักเสบ กล้ามเนื้อตึง ฟกช้ำ หรือเคล็ดขัดยอก ขึ้นอยู่กับตัวยา
  • ผลิตภัณฑ์ menthol บางชนิดทาบริเวณที่ปวดได้ไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง ส่วน capsaicin บางชนิดใช้วันละ 3–4 ครั้งตามฉลาก
  • ห้ามทาบนแผลหรือผิวหนังเสียหาย หลีกเลี่ยงดวงตา ความร้อนและผ้าพันแน่น หากแสบรุนแรง พุพอง หายใจลำบาก หรือหน้าบวมให้หยุดใช้ทันที

สารบัญ

ยาสำหรับนวดคือยาอะไร

เป็นยาทาภายนอกที่ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดหรือระคายเคืองเล็กน้อยเป็นการชั่วคราว ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีตัวยา ความแรง และข้อบ่งใช้ต่างกัน จึงควรอ่านช่อง “ตัวยาสำคัญ” และ “วิธีใช้” ก่อนทาทุกครั้ง

Menthol และ camphor ทำให้ผิวรู้สึกเย็น อุ่น หรือซ่า ซึ่งช่วยเบี่ยงเบนการรับรู้ความปวด ส่วน capsaicin กระตุ้นปลายประสาทและอาจทำให้แสบร้อนในช่วงแรก ขณะที่ methyl salicylate และ diclofenac จัดอยู่ในกลุ่มยาที่เกี่ยวข้องกับการลดปวดและการอักเสบ

ยาทาภายนอกมีรูปแบบและความแรงอย่างไร

ตัวยาที่อาจพบรูปแบบที่พบบ่อยข้อมูลความแรงจากฉลากตัวอย่าง
Mentholครีม เจล โลชัน สเปรย์ แผ่นแปะ1%, 5.3% หรือ 6%
Methyl salicylateครีม เจล หรือน้ำยาทาอาจอยู่ในสูตรผสม
Camphorครีม ขี้ผึ้ง หรือเจล3.1% หรือ 4.8%
Capsaicinครีมหรือเจล0.1%, 0.11% หรือ 0.12%
Diclofenac sodiumเจล1%

ความแรงในตารางเป็นตัวอย่างจากฉลากสากล ไม่ได้หมายความว่าทุกสูตรใช้แทนกันได้ คุณควรยึดฉลากของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่จริง เพราะสูตรผสมและปริมาณตัวยาอาจต่างกัน

ชื่อสามัญและชื่อผลิตภัณฑ์ต่างกันอย่างไร: ชื่อสามัญบอกตัวยา เช่น menthol หรือ diclofenac ส่วนชื่อผลิตภัณฑ์เป็นชื่อที่ผู้ผลิตกำหนด ให้เลือกจากตัวยา ความแรง และข้อบ่งใช้บนฉลาก ไม่ใช่เลือกจากชื่อเพียงอย่างเดียว

ยานวดกล้ามเนื้อใช้บรรเทาอาการอะไร

ใช้บรรเทาอาการปวดเล็กน้อยของกล้ามเนื้อและข้อชั่วคราว เช่น ปวดหลัง กล้ามเนื้อตึง ฟกช้ำ หรือเคล็ดขัดยอก ข้อบ่งใช้จริงขึ้นอยู่กับตัวยา เพราะผลิตภัณฑ์บางสูตรใช้กับอาการปวดข้อจากข้ออักเสบ แต่บางสูตรเหมาะกับการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป

อาการตัวยาที่อาจใช้ตามฉลาก
ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดหลังเล็กน้อยMenthol, methyl salicylate, camphor หรือ capsaicin
เคล็ดขัดยอกหรือกล้ามเนื้อตึงMenthol หรือ capsaicin บางสูตร
ปวดข้อจากข้ออักเสบDiclofenac gel หรือสูตรที่ระบุข้ออักเสบ
คันหรือระคายเคืองเล็กน้อยMenthol หรือ camphor บางสูตร

Diclofenac gel 1% ตามฉลากสากลที่ใช้เป็นข้อมูลนี้ระบุสำหรับอาการปวดข้ออักเสบบริเวณมือ ข้อมือ ศอก เท้า ข้อเท้า หรือเข่า และอาจใช้เวลาถึง 7 วันจึงเห็นผล จึงไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับบรรเทาปวดทันทีทุกกรณี

ยาใช้ภายนอกชนิดนี้ไม่ได้รักษาอะไร

ไม่ใช่ยารักษาสาเหตุของอาการปวดทุกชนิด และไม่ทำให้กระดูกหัก เอ็นฉีก การติดเชื้อ หรือข้อเคลื่อนหายได้ ความรู้สึกเย็นหรือร้อนบนผิวไม่ได้ยืนยันว่าการบาดเจ็บภายในดีขึ้นแล้ว

Diclofenac gel 1% ตามฉลากที่อ้างอิงไม่ได้ระบุให้ใช้กับกล้ามเนื้อเคล็ด ฟกช้ำ หรือการบาดเจ็บจากกีฬา ขณะที่ตัวยาชนิดอื่นอาจมีข้อบ่งใช้เหล่านี้ จึงไม่ควรเหมารวมว่ายาทาทุกสูตรใช้กับอาการเดียวกันได้

ควรพบแพทย์หากปวดรุนแรงหลังอุบัติเหตุ ลงน้ำหนักไม่ได้ ข้อผิดรูป แขนขาอ่อนแรงหรือชา มีไข้ บริเวณที่ปวดแดงร้อนบวมมาก หรืออาการแย่ลง เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

ต้องระวังอะไรบ้างก่อนใช้

ใช้เฉพาะบนผิวหนังปกติและทาเท่าที่ฉลากกำหนด เพราะการทาบนพื้นที่กว้าง ใช้ความร้อนร่วม หรือทาบ่อยเกินไปอาจเพิ่มการดูดซึมและผลข้างเคียง

  • ห้ามทาบนแผล ผิวไหม้ ผื่นติดเชื้อ หรือผิวหนังที่แตกเสียหาย เว้นแต่ฉลากของผลิตภัณฑ์ระบุไว้โดยเฉพาะ
  • อย่าให้เข้าตา ปาก จมูก หรือเยื่อบุ หากเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก
  • อย่าใช้แผ่นประคบร้อนหรือเครื่องทำความร้อนร่วมกัน เพราะอาจทำให้ผิวไหม้และเพิ่มการดูดซึมยา
  • อย่าพันผ้าหรือปิดบริเวณที่ทาแน่น เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้สั่ง
  • อย่าทาผลิตภัณฑ์หลายชนิดซ้อนบริเวณเดียวกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีตัวยาลดปวดซ้ำกัน
  • ล้างมือหลังทา ยกเว้นเมื่อบริเวณที่รักษาคือมือ และระวังอย่าสัมผัสดวงตาก่อนล้างมือ
  • หยุดใช้เมื่อผิวไหม้ แสบรุนแรง พุพอง หรือบวม อาการแสบเล็กน้อยอาจเกิดจาก menthol หรือ capsaicin ได้ แต่ไม่ควรรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
  • ตรวจประวัติแพ้ยา ผู้ที่แพ้ aspirin หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อาจต้องหลีกเลี่ยง diclofenac และระวังผลิตภัณฑ์ที่มี methyl salicylate

ผู้ที่เคยมีแผลหรือเลือดออกในกระเพาะอาหาร มีโรคไต โรคตับ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหืด หรือกำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรตรวจตัวยาก่อนใช้ โดยเฉพาะสูตรที่มี diclofenac หรือ methyl salicylate

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่

ไม่ควรเริ่มใช้เองโดยไม่ตรวจตัวยา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี diclofenac หรือ salicylate แม้เป็นยาทาภายนอก แต่ตัวยาบางส่วนยังสามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้

ฉลาก diclofenac gel ระบุว่าควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ เว้นแต่แพทย์เป็นผู้สั่ง เพราะอาจกระทบต่อทารกหรือการคลอด

สำหรับ menthol, camphor, capsaicin และสูตรผสม ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับความเข้มข้น พื้นที่ที่ทา และส่วนประกอบอื่น ห้ามทาบริเวณเต้านมหรือจุดที่ทารกอาจสัมผัสหรือเลียยาได้ และล้างมือก่อนอุ้มทารก

เด็กใช้ได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับตัวยา ความแรง และอายุที่ฉลากอนุญาต จึงไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ใหญ่กับเด็กโดยอัตโนมัติ ผิวเด็กดูดซึมสารได้มากเมื่อเทียบกับขนาดตัว และเด็กอาจเผลอจับยาเข้าปากหรือตา

ฉลาก menthol บางสูตรระบุให้เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปทาบริเวณที่มีอาการได้ไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรใช้เอง ส่วน capsaicin บางสูตรระบุสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ตัวเลขเหล่านี้เป็นคำแนะนำเฉพาะฉลาก ไม่สามารถใช้แทนกันระหว่างผลิตภัณฑ์ได้

ไม่ควรใช้ camphor กับทารกหรือให้เด็กรับประทาน เพราะการกลืนอาจทำให้เกิดพิษรุนแรง รวมถึงอาเจียน ชัก กดการหายใจ และเสียชีวิตได้ เก็บผลิตภัณฑ์ทั้งหมดให้พ้นมือเด็กเสมอ

มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

อาการที่พบบ่อยคือแสบ เย็น ร้อน ซ่า แดง คัน หรือผิวแห้งบริเวณที่ทา ส่วนอาการแพ้รุนแรง ผิวพุพอง และอาการเลือดออกในทางเดินอาหารพบได้น้อยแต่ต้องหยุดใช้ทันที

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • รู้สึกเย็น ร้อน ซ่า หรือแสบเล็กน้อย
  • ผิวแดง คัน แห้ง หรือระคายเคือง
  • รู้สึกแสบร้อนในช่วงแรกหลังใช้ capsaicin
  • มีกลิ่นฉุนหรือระคายเคืองตาเมื่อมือที่เปื้อนยาไปสัมผัสดวงตา

อาการแสบจาก capsaicin อาจลดลงหลังใช้ต่อเนื่องหลายวัน แต่หากแสบรุนแรง ไม่ทุเลา หรือเกิดตุ่มพอง ควรหยุดใช้ ไม่ควรเพิ่มปริมาณเพื่อหวังให้ยาออกฤทธิ์เร็วขึ้น

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

  • หน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม หรือคอบวม
  • หายใจลำบาก หอบ หรือกลืนลำบาก
  • ลมพิษ หน้ามืด หรือหมดสติ
  • ผิวหนังไหม้ ปวดมาก บวม หรือพุพอง
  • อุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด หรือปวดท้องไม่ดีขึ้น
  • เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หรือพูดไม่ชัด

อาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร หัวใจ และหลอดเลือดต้องระวังเป็นพิเศษในผลิตภัณฑ์ diclofenac รวมถึงเมื่อใช้มากกว่าหรือนานกว่าที่ฉลากกำหนด

อาการแพ้ยารุนแรงเป็นเหตุฉุกเฉิน: หากมีหน้าหรือคอบวม หายใจลำบาก หน้ามืด หรือหมดสติ ให้หยุดใช้และไปห้องฉุกเฉินทันที อย่ารอดูอาการที่บ้าน

อาการเลือดออกในทางเดินอาหาร หัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดสมองเป็นเหตุฉุกเฉิน: หากอาเจียนเป็นเลือด อุจจาระดำ เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หรือพูดไม่ชัด ให้หยุดใช้ยาและไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที ไม่ควรรอดูอาการเอง

ใช้ร่วมกับยาหรือผลิตภัณฑ์ใดต้องระวัง

หลีกเลี่ยงการทายาหลายชนิดซ้อนบริเวณเดียวกัน และตรวจตัวยาซ้ำก่อนใช้ร่วมกับยาแก้ปวดชนิดรับประทาน ผลิตภัณฑ์ต่างชื่ออาจมีตัวยาในกลุ่มเดียวกัน ทำให้ได้รับยามากเกินความจำเป็น

สิ่งที่ใช้อยู่สิ่งที่ต้องระวัง
Aspirin หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDsอาจซ้ำกับ diclofenac หรือ salicylate
ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
Steroidอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหารเมื่อใช้ร่วมกับ NSAIDs
ยาทาหรือแผ่นแปะบริเวณเดียวกันเพิ่มการระคายเคืองหรือการดูดซึม
แผ่นประคบร้อนเพิ่มความเสี่ยงผิวไหม้
ยาขับปัสสาวะควรระวังเมื่อผลิตภัณฑ์มี diclofenac

หากคุณใช้ยาประจำหลายชนิด ให้ดูฉลากว่ามี diclofenac, methyl salicylate หรือ salicylate หรือไม่ การแจ้งชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ช่วยให้เภสัชกรตรวจความซ้ำซ้อนได้ตรงกว่าแจ้งเพียงว่าเป็น “ยาแก้ปวด”

ใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ได้หรือไม่

การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ทำปฏิกิริยากับความเย็นหรือความร้อนบนผิวโดยตรง แต่ควรระวังสูตรที่มี diclofenac หรือ salicylate แอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงระคายเคืองหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มเป็นประจำหรือใช้ยาแก้ปวดชนิดรับประทานร่วมด้วย

ฉลาก diclofenac gel เตือนว่าความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหารสูงขึ้นในผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 3 แก้วต่อวันระหว่างใช้ยา ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคืองดหรือลดแอลกอฮอล์ และไม่เพิ่มปริมาณยาทาเอง

ผู้ใหญ่ควรใช้ปริมาณเท่าไร

ปริมาณขึ้นอยู่กับตัวยาและรูปแบบผลิตภัณฑ์ โดยให้ทาบางๆ เฉพาะบริเวณที่มีอาการและไม่เกินความถี่บนฉลาก ไม่ควรใช้ความถี่ของผลิตภัณฑ์หนึ่งแทนอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง

ตัวยาและรูปแบบวิธีใช้ตามฉลากสากลที่มีข้อมูล
Menthol ชนิดทาผิวบางสูตรทาบริเวณที่มีอาการไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง
Capsaicin cream บางสูตรทาบางๆ วันละ 3–4 ครั้ง แล้วล้างมือ
Diclofenac gel 1% สำหรับข้อส่วนบนครั้งละ 2 กรัม วันละ 4 ครั้ง
Diclofenac gel 1% สำหรับข้อส่วนล่างครั้งละ 4 กรัม วันละ 4 ครั้ง

Diclofenac gel 1% ไม่ควรใช้พร้อมกันเกิน 2 บริเวณ และฉลากสากลระบุให้ใช้ได้ไม่เกิน 21 วัน เว้นแต่แพทย์สั่ง นอกจากนี้ ห้ามใช้ความแรงหรือขนาดของยาฉีด diclofenac มาเทียบกับเจลทาผิว เพราะเป็นคนละรูปแบบและวิธีบริหารยา

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

ทามากขึ้นจะหายเร็วขึ้นไหม?

ไม่ การทาหนา ทาถี่ หรือทาบนพื้นที่กว้างไม่ได้รับประกันว่าจะบรรเทาปวดเร็วขึ้น แต่อาจเพิ่มการระคายเคือง ผิวไหม้ และการดูดซึมยา

ลืมทาต้องทาสองเท่าหรือไม่?

ไม่จำเป็น ยาทาบรรเทาปวดหลายชนิดใช้เมื่อมีอาการ หากถึงเวลาครั้งถัดไปให้ใช้ตามปกติและไม่ทาซ้ำสองเท่า

ใช้ต่อเนื่องได้นานแค่ไหน?

ให้ยึดฉลากของตัวยานั้น หากใช้ menthol แล้วอาการยังอยู่นานเกิน 7 วัน หรือดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นซ้ำภายในไม่กี่วัน ควรหยุดใช้และประเมินสาเหตุของอาการ

เด็กควรใช้ปริมาณเท่าไร

ไม่มีขนาดเดียวที่ใช้ได้กับเด็กทุกคน เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดกำหนดอายุและความถี่ต่างกัน ยาทาภายนอกไม่ได้คำนวณแบบมิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวเหมือนยารับประทานบางชนิด แต่ต้องยึดอายุ ความแรง พื้นที่ผิว และคำสั่งบนฉลาก

Menthol บางสูตรให้ใช้ในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปได้ไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง ขณะที่ capsaicin บางสูตรไม่แนะนำให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้เอง และ diclofenac gel 1% บางฉลากยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิผลในผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

อย่าใช้ปริมาณของผู้ใหญ่ลดครึ่งหนึ่งให้เด็กโดยคาดเดา และอย่าทาบริเวณที่เด็กสามารถเลียหรือจับเข้าตาได้ หากฉลากไม่ระบุการใช้ในเด็ก ให้หลีกเลี่ยงจนกว่าจะตรวจสอบผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง

หากใช้เกินขนาดควรทำอย่างไร

หยุดใช้ เช็ดยาส่วนเกินออก และล้างผิวด้วยน้ำกับสบู่อ่อนเมื่อทามากเกินไปหรือเกิดอาการแสบรุนแรง อย่าทายาชนิดอื่นซ้ำเพื่อแก้ความแสบร้อน และอย่าใช้ความร้อนกับบริเวณนั้น

หากยาสัมผัสดวงตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดต่อเนื่อง หากมีผิวพุพอง ปวดแสบปวดร้อนมาก เวียนศีรษะ หายใจลำบาก หรืออาการผิดปกติทั่วร่างกาย ควรไปโรงพยาบาลทันที พร้อมนำภาชนะหรือฉลากยาไปด้วย

การกลืน camphor, methyl salicylate หรือผลิตภัณฑ์ทาภายนอกอื่นอาจเป็นพิษรุนแรง โดยเฉพาะในเด็ก ห้ามทำให้อาเจียนเอง ให้รีบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน แม้ยังไม่มีอาการ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการเลือกใช้

แบบร้อนกับแบบเย็นต่างกันอย่างไร?

ความรู้สึกร้อนหรือเย็นส่วนใหญ่เกิดจากตัวยาที่กระตุ้นปลายประสาท เช่น menthol หรือ camphor ทั้งสองแบบช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึกปวดได้ แต่ไม่ได้บอกว่าการอักเสบหรือการบาดเจ็บหายแล้ว

อาการปวดข้อควรเลือกตัวยาอะไร?

ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุข้อบ่งใช้สำหรับตำแหน่งและสาเหตุของอาการนั้น ตัวอย่างเช่น diclofenac gel 1% บางฉลากใช้กับปวดข้ออักเสบที่มือ ข้อมือ ศอก เท้า ข้อเท้า หรือเข่า แต่ไม่ได้ระบุสำหรับการบาดเจ็บจากกีฬา

ทาแล้วต้องนวดแรงหรือไม่?

ไม่จำเป็น ทาบางๆ แล้วถูเบาๆ ให้กระจายหรือซึมตามฉลาก การนวดแรงอาจทำให้บริเวณที่บาดเจ็บ ปวด หรือบวมมากขึ้น

คำถามเกี่ยวกับวิธีใช้

ทาก่อนหรือหลังอาบน้ำได้หรือไม่?

ควรทาบนผิวสะอาดและแห้ง หลีกเลี่ยงการทาทันทีหลังอาบน้ำร้อนหรือก่อนใช้ความร้อน เพราะความร้อนอาจเพิ่มการระคายเคืองและการดูดซึมยา

ทาแล้วประคบร้อนได้ไหม?

ไม่ควร ความร้อนร่วมกับผลิตภัณฑ์ menthol, capsaicin, camphor หรือ methyl salicylate อาจทำให้แสบรุนแรงหรือผิวไหม้ได้

ทาแล้วพันผ้าได้หรือไม่?

ไม่ควรพันแน่นหรือปิดทับ เว้นแต่ฉลากระบุหรือบุคลากรทางการแพทย์แนะนำ การปิดทับอาจทำให้ยาดูดซึมมากขึ้น

ใช้ร่วมกับยาแก้ปวดชนิดกินได้ไหม?

อาจใช้ร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจตัวยาซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อเจลมี diclofenac หรือ methyl salicylate และคุณกำลังรับประทาน aspirin หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs

คำถามเกี่ยวกับอาการหลังใช้

ทาแล้วแสบถือว่าปกติไหม?

ความรู้สึกแสบ เย็น ร้อน หรือซ่าเล็กน้อยเกิดได้ โดยเฉพาะ menthol และ capsaicin แต่ถ้าแสบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผิวบวม หรือเกิดตุ่มพอง ให้หยุดใช้และล้างยาออก

ทาแล้วไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไร?

หยุดใช้และประเมินอาการหากปวดแย่ลง มีไข้ บวมแดง หรือใช้แล้วไม่ดีขึ้นตามช่วงเวลาที่ฉลากระบุ สำหรับ menthol บางสูตร หากอาการนานเกิน 7 วันหรือกลับมาเป็นซ้ำ ควรพบแพทย์

ใช้กับแผลฟกช้ำได้ไหม?

ผลิตภัณฑ์บางสูตรระบุใช้กับอาการฟกช้ำได้ แต่ต้องทาบนผิวที่ไม่แตกและไม่มีแผลเปิด หากบวมมาก ปวดรุนแรง ขยับไม่ได้ หรือสงสัยกระดูกหัก ไม่ควรพึ่งยาทาเพียงอย่างเดียว

เก็บยาอย่างไร?

เก็บตามอุณหภูมิบนฉลาก ในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสง ความร้อน เปลวไฟ และเก็บให้พ้นมือเด็ก ผลิตภัณฑ์บางชนิดติดไฟได้ จึงไม่ควรใช้ใกล้บุหรี่หรือเปลวไฟ

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall