ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาลดเสมหะ

ยาลดเสมหะ คือยาที่ทำให้เสมหะเหนียวข้นน้อยลงหรือช่วยให้เสมหะเคลื่อนออกจากทางเดินหายใจง่ายขึ้น จึงช่วยให้ไอขับเสมหะได้สะดวกกว่าเดิม

ประเด็นสำคัญ

  • ยากลุ่มนี้เหมาะกับอาการไอมีเสมหะเหนียวข้น โดยช่วยให้เสมหะเหลวหรือขับออกง่ายขึ้น แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุทุกชนิดของอาการไอ
  • ผลิตภัณฑ์ guaifenesin มีทั้งยาเดี่ยวและสูตรผสม โดยรูปแบบและความแรงอาจแตกต่างกัน ควรตรวจตัวยาสำคัญและความแรงบนฉลากกับเภสัชกร โดยเฉพาะพาราเซตามอล (acetaminophen) เพื่อป้องกันการใช้ยาซ้ำ
  • acetylcysteine ชนิดฉีดมีข้อบ่งใช้แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และทะเบียนยา บางผลิตภัณฑ์ใช้เป็นยาละลายเสมหะภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ และ acetylcysteine ยังใช้รักษาพิษจากพาราเซตามอลตามแนวทางของสถานพยาบาล ห้ามซื้อหรือฉีดเอง และไม่ควรใช้เพื่อทำให้ผิวขาว

สาเหตุที่พบบ่อยของเสมหะมีอะไรบ้าง

เสมหะมักเกิดจากการระคายเคืองหรือการอักเสบของทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายสร้างมูกเพิ่มขึ้นเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอม สีและความข้นของเสมหะเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุสาเหตุได้แน่นอน

  • หวัดหรือการติดเชื้อไวรัส มักมีน้ำมูก เจ็บคอ ไอ และอาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย น้ำมูกที่ไหลลงคอก็ทำให้รู้สึกเหมือนมีเสมหะติดคอได้
  • หลอดลมอักเสบ ทำให้ไอมีเสมหะ แน่นหรือระคายหน้าอก โดยอาการไออาจอยู่นานกว่าอาการหวัดส่วนอื่น
  • ภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง เช่น ฝุ่น ควัน และมลพิษ อาจกระตุ้นให้มีมูก ไอ จาม หรือคัดจมูก
  • การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้ทางเดินหายใจระคายเคืองและมีเสมหะเรื้อรัง โดยเฉพาะช่วงเช้า
  • โรคของปอดหรือทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น หอบหืด หลอดลมโป่งพอง หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง อาจทำให้มีเสมหะมากหรือเหนียวผิดปกติ

เสมหะสีเหลืองหรือเขียวพบได้ทั้งจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย จึงไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มยาปฏิชีวนะเอง ต้องพิจารณาไข้ ระยะเวลาที่เป็น การหายใจ และผลตรวจร่วมกัน

เมื่อไหร่ที่ดูแลอาการไอมีเสมหะเองได้

คุณดูแลตัวเองได้เมื่อยังหายใจสะดวก ดื่มน้ำและทำกิจวัตรได้ ไม่มีเลือดปน และอาการโดยรวมค่อย ๆ ดีขึ้น การดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อน และหลีกเลี่ยงควันช่วยให้เสมหะไม่ข้นขึ้น

ลักษณะอาการสิ่งที่ควรทำ
ไอมีเสมหะเล็กน้อย ไม่มีหอบดื่มน้ำ พักผ่อน สังเกตอาการ
เสมหะเหนียว ไอออกยากพิจารณายาละลายหรือขับเสมหะ
มีน้ำมูกไหลลงคอล้างจมูกและดูแลสาเหตุทางจมูก
ไอหลังสัมผัสฝุ่นหรือควันหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
ไอเรื้อรังจากการสูบบุหรี่ควรประเมินโรคทางเดินหายใจ

ไม่ควรใช้ยากดไอเพื่อหยุดอาการไอมีเสมหะทุกกรณี เพราะการไอเป็นกลไกที่ช่วยนำเสมหะออก หากเสมหะมากหรือมีโรคปอดเดิม การกดไออาจทำให้เสมหะค้างได้ การเลือกยาควรดูว่าเป็นไอแห้งหรือไอมีเสมหะ และมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่

เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ให้นมบุตร ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคหอบหืดหรือโรคปอดเรื้อรัง ไม่ควรคำนวณขนาดยารับประทานจากอายุเอง ขนาดยาสำหรับเด็กต้องอาศัยน้ำหนัก ความแรงของผลิตภัณฑ์ และตัวยาที่ใช้

กลุ่มยาใดใช้บรรเทาอาการไอมีเสมหะ

ยาที่ใช้แบ่งได้เป็นกลุ่มทำให้เสมหะเหลวและกลุ่มช่วยขับเสมหะ โดยแต่ละตัวยามีกลไกและข้อควรระวังต่างกัน ไม่จำเป็นต้องใช้หลายตัวพร้อมกัน โดยเฉพาะยาสูตรผสมที่อาจมีตัวยาซ้ำกับยาแก้ปวดหรือลดคัดจมูกที่คุณใช้อยู่

กลุ่มหรือตัวยาช่วยอย่างไรข้อควรรู้
bromhexineลดความเหนียวของมูกอาจระคายทางเดินอาหาร
ambroxolทำให้เสมหะข้นน้อยลงมีฤทธิ์ใกล้เคียง bromhexine
acetylcysteineสลายโครงสร้างที่ทำให้เสมหะเหนียวอาจคลื่นไส้ ผื่น หรือหลอดลมหดตัว
carbocisteineทำให้มูกเหลวและขับง่ายอาจคลื่นไส้ ท้องเสีย หรือผื่น
guaifenesinทำให้สารคัดหลั่งในหลอดลมเหลวขึ้นดื่มน้ำตามและตรวจสูตรผสม

bromhexine และ ambroxol ช่วยอย่างไร

ทั้งสองชนิดช่วยลดความเหนียวของมูก ทำให้เสมหะเคลื่อนและไอออกง่ายขึ้น ambroxol เป็นสารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ bromhexine ในร่างกาย จึงมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาคล้ายกัน

bromhexine อาจทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร และอาจทำให้ค่าการทำงานของตับบางรายการสูงขึ้น ไม่ควรเพิ่มขนาดหรือใช้ทั้งสองตัวร่วมกันเองเพียงเพราะเสมหะยังไม่หายทันที

acetylcysteine และ carbocisteine ต่างกันอย่างไร

ทั้งคู่ทำให้เสมหะเหลวลง แต่ใช้กลไกต่างกันและมีผลข้างเคียงไม่เหมือนกันทั้งหมด acetylcysteine อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน น้ำมูกไหล ปฏิกิริยาแพ้ หรือหลอดลมหดตัว ส่วน carbocisteine อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผื่น และมีรายงานเลือดออกในทางเดินอาหาร

acetylcysteine สำหรับละลายเสมหะมีรูปแบบรับประทานหรือสูดพ่นตามข้อบ่งใช้ ส่วน acetylcysteine ชนิดฉีดมีข้อบ่งใช้แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และทะเบียนยา บางผลิตภัณฑ์ใช้เป็นยาละลายเสมหะภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ และ acetylcysteine ยังใช้รักษาพิษจากพาราเซตามอลตามแนวทางของสถานพยาบาล ห้ามซื้อหรือฉีดเอง และไม่ควรใช้เพื่อทำให้ผิวขาว

guaifenesin ต้องดูอะไรบนฉลาก

ควรตรวจว่าเป็นยาเดี่ยวหรือสูตรผสม และเป็นเม็ดออกฤทธิ์ทันทีหรือออกฤทธิ์นานก่อนใช้ ฉลากผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศบางชนิดมี guaifenesin ชนิดเม็ดออกฤทธิ์นานความแรง 600 มก. และ 1,200 มก. ซึ่งอาจไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย จึงควรตรวจรูปแบบและความแรงบนฉลากกับเภสัชกร และไม่ควรหัก บด หรือเคี้ยวเม็ดที่ระบุว่าออกฤทธิ์นาน

สูตรผสมจากต่างประเทศบางผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย พาราเซตามอล (acetaminophen) 325 มก., guaifenesin 200 มก. และ phenylephrine 5 มก. ในหนึ่งเม็ด ซึ่งอาจไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย หากใช้ร่วมกับยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดชนิดอื่น อาจได้รับพาราเซตามอล (acetaminophen) หรือยาลดคัดจมูกซ้ำโดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรตรวจตัวยาสำคัญและความแรงบนฉลาก และใช้ตามคำแนะนำของเภสัชกร

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ทันทีหากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ปากเขียว ซึม หรือมีอาการแพ้ยารุนแรง อาการเหล่านี้ไม่เหมาะกับการลองเปลี่ยนยาลดอาการเอง

สัญญาณที่ควรได้รับการประเมิน ได้แก่

  • หายใจเร็ว หอบ มีเสียงหวีด หรือพูดเป็นประโยคยาวไม่ได้
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับเหงื่อออก หน้ามืด หรือหายใจไม่อิ่ม
  • ไอมีเลือดสดหรือเสมหะปนเลือดมาก
  • ไข้สูง หนาวสั่น ซึม สับสน หรืออ่อนแรงมาก
  • ดื่มน้ำไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีอาการขาดน้ำ
  • เสมหะมากขึ้นชัดเจน มีกลิ่นเหม็น หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง
  • ไอต่อเนื่องหลายสัปดาห์ น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือเบื่ออาหาร
  • มีโรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ และอาการผิดจากภาวะปกติ
  • หลังใช้ยามีหน้าบวม ปากบวม ผื่นทั่วตัว หายใจหรือกลืนลำบาก

คำถามที่พบบ่อย

เสมหะเขียวต้องกินยาปฏิชีวนะไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป เสมหะเขียวหรือเหลืองเกิดได้ระหว่างการติดเชื้อไวรัส เพราะมีเซลล์ภูมิคุ้มกันปะปนอยู่ สีเสมหะอย่างเดียวจึงบอกไม่ได้ว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ควรประเมินร่วมกับไข้ การหายใจ ระยะเวลาที่เป็น และอาการโดยรวม

ยาละลายเสมหะกับยาแก้ไอเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน ยาละลายหรือขับเสมหะช่วยให้เสมหะเหลวและไอออกง่าย ส่วนยากดไอลดการตอบสนองของอาการไอ ยากดไอจึงอาจไม่เหมาะเมื่อมีเสมหะมาก เพราะร่างกายยังต้องไอเพื่อนำเสมหะออก

กินยาหลายตัวพร้อมกันจะทำให้เสมหะหายเร็วขึ้นไหม

ไม่ควรใช้หลายตัวโดยไม่ตรวจตัวยาสำคัญก่อน ยาแก้ไอและยาแก้หวัดสูตรผสมอาจมีตัวยาซ้ำกัน ทำให้ได้รับยาแก้ปวด ยาลดคัดจมูก หรือยาต้านฮิสตามีนเกินความจำเป็น การเพิ่มจำนวนยาไม่ได้แปลว่าเสมหะจะหายเร็วขึ้น

ดื่มน้ำช่วยลดเสมหะได้จริงไหม

การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยป้องกันสารคัดหลั่งข้นขึ้น และอาจทำให้ไอขับเสมหะได้ง่ายกว่าเดิม คุณไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มมากผิดปกติ โดยเฉพาะหากมีโรคหัวใจหรือโรคไตที่แพทย์จำกัดปริมาณน้ำ

เด็กใช้ยาลดอาการไอมีเสมหะของผู้ใหญ่ได้ไหม

ไม่ควรแบ่งยาให้เด็กจากขนาดของผู้ใหญ่เอง ยารับประทานสำหรับเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักและตรวจความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ การระบุเพียงจำนวนมิลลิลิตรโดยไม่ทราบว่ามีกี่มิลลิกรัมต่อปริมาตรอาจทำให้ได้รับยาผิดขนาด

acetylcysteine แบบฉีดช่วยละลายเสมหะหรือทำให้ผิวขาวไหม

acetylcysteine ชนิดฉีดมีข้อบ่งใช้แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และทะเบียนยา บางผลิตภัณฑ์ใช้เป็นยาละลายเสมหะภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ และ acetylcysteine ยังใช้รักษาพิษจากพาราเซตามอลตามแนวทางของสถานพยาบาล ห้ามซื้อหรือฉีดเอง และไม่ควรใช้เพื่อทำให้ผิวขาว

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall