ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาทาแก้ร้อนใน

ยาทาแก้ร้อนใน คือยาที่ใช้เฉพาะในช่องปากเพื่อบรรเทาปวด ลดการอักเสบ หรือช่วยควบคุมเชื้อบริเวณแผล แต่ต้องเลือกให้ตรงกับลักษณะและสาเหตุของแผล

ประเด็นสำคัญ

  • แผลร้อนในทั่วไปมักเป็นแผลตื้น รูปกลมหรือรี เจ็บเมื่อสัมผัสอาหาร และส่วนมากดูแลเองได้หากมีไม่กี่แผล ไม่มีไข้ และยังกินน้ำได้
  • เจล choline salicylate มีความเข้มข้นและขนาดใช้แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ จึงควรใช้ตามฉลากของยี่ห้อนั้นและให้เภสัชกรตรวจสอบความเข้มข้นกับขนาดใช้ก่อน
  • ควรพบแพทย์หากแผลไม่เริ่มดีขึ้นภายใน 7 วัน เป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ เกิดซ้ำบ่อย มีไข้ กลืนลำบาก หรือดื่มน้ำไม่ได้

แผลร้อนในเกิดจากอะไรได้บ้าง

ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บเล็กน้อยในปาก ความเครียด หรือปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง และไม่ได้เกิดจากเชื้อเสมอไป แผลลักษณะนี้มักอยู่ด้านในริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น หรือเหงือก และไม่ติดต่อกันผ่านการกินอาหารร่วมกัน

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่พบได้ ได้แก่

  • การกัดกระพุ้งแก้มหรือลิ้น รวมถึงแผลจากฟันคม เครื่องมือจัดฟัน หรือแปรงฟันแรงเกินไป
  • อาหารที่ระคายเคือง เช่น อาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด หรือร้อนมาก
  • ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการเกิดแผลซ้ำในบางคน
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน
  • ภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก โฟเลต หรือวิตามินบี 12 โดยเฉพาะเมื่อมีแผลเกิดซ้ำร่วมกับอ่อนเพลียหรือซีด
  • โรคหรือยาบางชนิด อาจทำให้เกิดแผลในปาก แผลหลายตำแหน่ง หรือแผลหายช้ากว่าปกติ

แผลพุพองเป็นกลุ่มบริเวณริมฝีปากด้านนอก มีน้ำเหลือง หรือเริ่มจากอาการแสบคัน อาจมีสาเหตุต่างจากแผลร้อนในทั่วไป จึงไม่ควรใช้ยาแก้อักเสบในปากแทนการประเมินสาเหตุ

เมื่อไหร่ที่ดูแลเองและใช้ยาจากร้านขายยาได้

ดูแลเองได้เมื่อเป็นแผลตื้นขนาดเล็กเพียงไม่กี่แผล ไม่มีไข้ ไม่บวมลาม และคุณยังกินอาหารหรือดื่มน้ำได้ตามสมควร ยาใช้เฉพาะที่ช่วยลดความเจ็บและการอักเสบ แต่ไม่ได้ทำให้ทุกแผลหายทันที

ลักษณะอาการควรทำอะไร
แผลเล็ก 1–2 แผล ไม่มีไข้ดูแลช่องปากและใช้ยาเฉพาะที่
เจ็บเวลากินอาหารเลือกอาหารอ่อนและหลีกเลี่ยงรสจัด
แผลจากฟันคมหรือเครื่องมือจัดฟันแก้ต้นเหตุร่วมกับบรรเทาอาการ
แผลหลายจุดหรือเกิดซ้ำบ่อยประเมินโรคและภาวะขาดสารอาหาร
มีไข้ บวมลาม หรือดื่มน้ำไม่ได้พบแพทย์โดยเร็ว

ระหว่างที่แผลยังเจ็บ ให้บ้วนปากด้วยน้ำหลังอาหาร ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ และอาหารที่ทำให้แผลแสบมากขึ้น

ก่อนป้ายยา ควรล้างมือและซับบริเวณแผลให้แห้งตามสมควร ใช้ยาเฉพาะบนแผล ไม่ป้ายทั่วช่องปาก และไม่แบ่งหลอดยากับผู้อื่น หากใช้แล้วระคายเคืองมากขึ้น บวม หรือมีผื่น ให้หยุดใช้

ยาแก้ร้อนในในปาก มีกลุ่มใดบ้าง

กลุ่มที่ใช้บ่อย ได้แก่ corticosteroid ชนิดป้ายปาก ยาลดปวดกลุ่ม salicylate และ chlorhexidine สำหรับควบคุมเชื้อในช่องปาก โดยแต่ละกลุ่มมีหน้าที่และข้อควรระวังต่างกัน

กลุ่มยาเหมาะกับอาการข้อควรรู้
Triamcinolone acetonide ชนิดป้ายปากแผลอักเสบแบบร้อนในลดบวม แดง และเจ็บ
Choline salicylate ชนิดเจลต้องการลดปวดและอักเสบระวังแพ้ยาในกลุ่ม salicylate
Chlorhexidine ชนิดบ้วนปากต้องการลดเชื้อในช่องปากอาจทำให้ฟันหรือลิ้นเปลี่ยนสี
เจลเคลือบแผลแผลระคายเมื่อโดนอาหารช่วยป้องกันการเสียดสีชั่วคราว

Triamcinolone acetonide ชนิดป้ายปากใช้อย่างไร

Triamcinolone acetonide ชนิดป้ายปากเป็นยาอันตราย ต้องรับจากร้านขายยาโดยให้เภสัชกรประเมินลักษณะแผลและแนะนำวิธีใช้ก่อน ไม่ควรเลือกใช้เอง และต้องใช้ตามฉลากกับคำแนะนำของเภสัชกร

ยานี้เป็น corticosteroid ชนิดใช้เฉพาะที่ ช่วยลดการอักเสบและความไม่สบายบริเวณแผล ไม่ควรใช้กับแผลที่สงสัยติดเชื้อในปากหรือลำคอโดยไม่ได้รับการประเมิน หากแผลไม่เริ่มหายภายใน 7 วัน ควรหยุดประเมินว่าอาจมีสาเหตุอื่น

เจล choline salicylate ใช้อย่างไร

เจล choline salicylate มีความเข้มข้นและขนาดใช้แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ จึงไม่ควรกำหนดความยาวเจลเป็นขนาดกลางสำหรับทุกยี่ห้อ ให้ใช้ตามฉลากของยี่ห้อนั้นและให้เภสัชกรตรวจสอบความเข้มข้นกับขนาดใช้ก่อน โดยฉลากบางผลิตภัณฑ์อาจกำหนดให้ใช้เจลยาวประมาณ 1 เซนติเมตรต่อครั้ง

สูตรยาและความเข้มข้นอาจแตกต่างกัน จึงต้องตรวจตัวยาและฉลากก่อนใช้ ห้ามนำขนาดของเจลป้ายปากไปใช้กับ choline salicylate ชนิดรับประทาน เพราะปริมาณการดูดซึมและความเสี่ยงไม่เหมือนกัน

เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีไม่ควรใช้เจลป้ายปากที่มี choline salicylate เอง ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี salicylate และต้องหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งเมื่อเป็นหรือเพิ่งฟื้นจากอีสุกอีใส ไข้หวัด หรือการติดเชื้อไวรัส เนื่องจากมีความกังวลเรื่องกลุ่มอาการ Reye ซึ่งพบไม่บ่อยแต่รุนแรง ผู้ที่แพ้ aspirin หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

Chlorhexidine ชนิดบ้วนปากช่วยอะไร

น้ำยาบ้วนปาก chlorhexidine ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในช่องปาก แต่ไม่ใช่ยาหลักสำหรับแผลร้อนในทุกกรณี รูปแบบที่ใช้ในช่องปากมักพบความเข้มข้นประมาณ 0.2% และต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดว่าใช้บ้วนปากได้เท่านั้น

ผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่ ลิ้นหรือฟันเปลี่ยนสี การรับรสเปลี่ยน แสบลิ้น ระคายเคือง และเยื่อบุปากลอก ห้ามนำน้ำยา chlorhexidine สำหรับล้างมือหรือทำความสะอาดผิวหนังมาใช้ในปาก เพราะมีความเข้มข้นและส่วนประกอบต่างกัน

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เมื่อแผลไม่เริ่มดีขึ้นภายใน 7 วัน ไม่หายภายในประมาณ 2 สัปดาห์ หรือมีอาการที่ทำให้สงสัยว่าไม่ใช่แผลร้อนในทั่วไป ไม่ควรป้ายยาต่อเนื่องเพื่อกลบอาการโดยยังไม่ทราบสาเหตุ

สัญญาณที่ควรได้รับการตรวจ ได้แก่

  • แผลมีขนาดใหญ่ ลึก เลือดออก หรือขอบแผลแข็ง
  • มีแผลจำนวนมาก หรือเกิดซ้ำบ่อยผิดปกติ
  • มีไข้ หนาวสั่น ต่อมน้ำเหลืองโต หรืออ่อนเพลียมาก
  • ปากหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก หรือกลืนลำบาก
  • เจ็บจนกินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้ และเริ่มมีอาการขาดน้ำ
  • มีคราบขาวหนา เช็ดออกยาก หรือสงสัยเชื้อราในช่องปาก
  • มีแผลร่วมกับผื่น ตาอักเสบ แผลที่อวัยวะเพศ หรืออาการตามระบบอื่น
  • น้ำหนักลด ซีด หรือมีอาการทางลำไส้ร่วมกับแผลที่เกิดซ้ำ
  • แผลเกิดหลังเริ่มยาใหม่ หรือระหว่างใช้ยาที่กดภูมิคุ้มกัน
  • คุณเป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกำลังรับเคมีบำบัด

หากใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอบวมร่วมกับหายใจติดขัดหลังใช้ยา ให้หยุดยาและไปห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นอาการแพ้รุนแรง

คำถามที่พบบ่อย

ร้อนในกี่วันหาย?

แผลร้อนในขนาดเล็กมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง แต่ถ้าไม่เริ่มหายภายใน 7 วันควรประเมินเพิ่มเติม หากแผลอยู่นานเกิน 2 สัปดาห์ เกิดซ้ำบ่อย หรือมีขอบแข็งและเลือดออก ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์

ใช้ยาป้ายปากแล้วกินข้าวได้เลยไหม?

ควรป้ายหลังอาหารและก่อนนอน เพื่อให้ยาอยู่บนแผลได้นานขึ้น ก่อนป้ายให้ซับแผลพอแห้ง แล้วกดยาลงเบา ๆ ไม่ต้องถู การกินหรือดื่มทันทีอาจทำให้ยาหลุดออกจากแผลเร็ว

ใช้ triamcinolone กับทุกแผลในปากได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะยานี้เหมาะกับแผลอักเสบบางชนิดและอาจไม่เหมาะเมื่อมีการติดเชื้อ ถ้ามีคราบขาว แผลพุพองเป็นกลุ่ม ไข้ บวมลาม หรือแผลเกิดหลังเริ่มยาใหม่ ควรหาสาเหตุก่อนใช้

เด็กใช้เจล choline salicylate ได้ไหม?

เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีไม่ควรใช้เจลป้ายปากที่มี choline salicylate เอง ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี salicylate และต้องหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งเมื่อเป็นหรือเพิ่งฟื้นจากอีสุกอีใส ไข้หวัด หรือการติดเชื้อไวรัส

น้ำยาบ้วนปาก chlorhexidine ใช้ทุกวันได้หรือไม่?

ไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพราะอาจทำให้ฟันหรือลิ้นเปลี่ยนสีและรบกวนการรับรส เลือกเฉพาะสูตรสำหรับช่องปาก ใช้ตามฉลาก และหยุดใช้หากแสบ ระคายเคือง หรือเยื่อบุปากลอกมาก

บีบหรือเจาะแผลร้อนในได้ไหม?

ไม่ควรบีบ เจาะ หรือแกะแผล เพราะทำให้บาดเจ็บและเจ็บมากขึ้น แผลร้อนในทั่วไปไม่ใช่สิวและไม่มีหนองที่ต้องระบาย ควรรักษาความสะอาดและลดสิ่งกระตุ้นแทน

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • แผลลักษณะนี้เหมาะกับยาลดการอักเสบ ยาลดปวด หรือเจลเคลือบแผลมากกว่ากัน?
  • ยาที่เลือกมีตัวยาและความเข้มข้นเท่าไร ต้องป้ายวันละกี่ครั้ง?
  • ยานี้ใช้ได้หรือไม่หากแพ้ aspirin หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs?
  • หากเป็นเด็ก ต้องใช้สูตรใดและมีข้อจำกัดตามฉลากอย่างไร?
  • ถ้าแผลไม่ดีขึ้น ควรหยุดยาและไปพบแพทย์เมื่อใด?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall