ยาไมเกรน กินยาอะไร วิธีดูแล เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
ยาไมเกรน คือยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดและอาการร่วมเมื่อไมเกรนกำเริบ หรือใช้ป้องกันการเกิดอาการในผู้ที่มีอาการบ่อย โดยต้องเลือกตามลักษณะและความถี่ของอาการ
ประเด็นสำคัญ
- ไมเกรนมักทำให้ปวดศีรษะตุบๆ ข้างเดียวหรือสองข้าง ร่วมกับคลื่นไส้ แพ้แสงหรือเสียง แต่ต้องระวังอาการปวดที่เกิดฉับพลันหรือผิดจากเดิม
- ยาที่ใช้บรรเทาปวด ได้แก่ paracetamol และยากลุ่ม NSAIDs โดยฉลากสากลมี ibuprofen เม็ดละ 200 มก. และ naproxen sodium เม็ดละ 220 มก.
- ไม่ควรกิน ibuprofen, naproxen sodium และ aspirin ร่วมกัน เพราะอยู่ในกลุ่ม NSAIDs เหมือนกันและอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร
ไมเกรนเกิดจากอะไรและมีอะไรกระตุ้นได้บ้าง
ไมเกรนเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและสารเคมีในสมอง โดยสิ่งกระตุ้นของแต่ละคนอาจต่างกัน บางครั้งอาการเกิดขึ้นโดยหาสิ่งกระตุ้นชัดเจนไม่ได้ และไม่ได้หมายความว่าคุณทำอะไรผิด
สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่
- นอนน้อยหรือนอนผิดเวลา: รวมถึงนอนมากกว่าปกติในวันหยุด
- ความเครียด: อาการอาจเกิดระหว่างเครียดหรือหลังความเครียดลดลง
- อดอาหารหรือกินอาหารไม่ตรงเวลา: ระดับน้ำตาลที่เปลี่ยนแปลงอาจกระตุ้นอาการ
- ดื่มน้ำน้อย: ภาวะขาดน้ำทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้นได้
- แสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นแรง: พบได้บ่อยในผู้ที่ไวต่อสิ่งเร้า
- คาเฟอีน: ทั้งการดื่มมากเกินไปและการหยุดกะทันหันอาจเกี่ยวข้องกับอาการ
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: บางคนมีอาการสัมพันธ์กับรอบเดือน
- การใช้ยาแก้ปวดบ่อย: อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินได้
การจดวันที่เริ่มปวด ระยะเวลาที่ปวด อาหาร การนอน รอบเดือน และยาที่กิน ช่วยให้คุณมองเห็นรูปแบบของตัวเองได้ง่ายขึ้น
เมื่อไหร่ที่ดูแลไมเกรนเองได้
คุณอาจดูแลเบื้องต้นได้เมื่ออาการคล้ายครั้งเดิม ไม่รุนแรงขึ้น ไม่มีอาการทางระบบประสาท และยังดื่มน้ำหรือกินยาได้ ควรพักในห้องมืดและเงียบ ดื่มน้ำ และกินยาบรรเทาปวดตั้งแต่เริ่มมีอาการแทนการรอจนปวดมาก
| ลักษณะอาการ | ควรทำอะไร |
| ปวดคล้ายครั้งก่อน | พัก ดื่มน้ำ ใช้ยาบรรเทาปวดที่เหมาะสม |
| คลื่นไส้แต่ยังกินยาได้ | กินยาเร็วและพักจากแสงหรือเสียง |
| ปวดหลังอดอาหาร | กินอาหารอ่อนและดื่มน้ำ |
| ปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ | บันทึกอาการและนัดพบแพทย์ |
| ปวดฉับพลันหรือมีแขนขาอ่อนแรง | ไปฉุกเฉินทันที |
หากไม่เคยได้รับการประเมินว่าเป็นไมเกรนมาก่อน ไม่ควรสรุปจากอาการปวดศีรษะเพียงอย่างเดียว เพราะอาการคล้ายกันอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้
ยาแก้ปวดไมเกรนมีกลุ่มใดบ้าง
ยาบรรเทาอาการที่ใช้ทั่วไปมีทั้ง paracetamol, ยากลุ่ม NSAIDs และยาจำเพาะต่อไมเกรน การเลือกขึ้นกับความรุนแรง โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ การตั้งครรภ์ และการตอบสนองต่อยาครั้งก่อน
| กลุ่มยา | เหมาะกับสถานการณ์ใด | ข้อควรระวังสำคัญ |
| paracetamol | ปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง | ระวังกินซ้ำจากยาหลายสูตรและพิษต่อตับ |
| ibuprofen | ปวดร่วมกับการอักเสบหรือ paracetamol ไม่พอ | แผลหรือเลือดออกในกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ |
| naproxen sodium | ต้องการ NSAID ที่ออกฤทธิ์นานกว่า | ความเสี่ยงทางกระเพาะ ไต หัวใจ และเลือดออก |
| aspirin | บรรเทาปวดบางกรณี | เลือดออก แพ้ยา และไม่เหมาะกับเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปี เว้นแต่แพทย์สั่ง |
| ยาจำเพาะต่อไมเกรน | อาการปานกลางถึงรุนแรงหรือยาแก้ปวดทั่วไปไม่ได้ผล | ต้องประเมินโรคหัวใจ หลอดเลือด และยาที่ใช้ร่วมกัน |
| ยาป้องกันไมเกรน | ปวดบ่อย กระทบชีวิต หรือใช้ยาบรรเทาบ่อย | ต้องใช้ต่อเนื่องตามแผนแพทย์ |
Ibuprofen ใช้อย่างไร
ฉลากสากลของ ibuprofen ขนาดเม็ดละ 200 มก. ระบุว่าสำหรับผู้ใหญ่ ให้กิน 1 เม็ดทุก 4–6 ชั่วโมงขณะมีอาการ หาก 1 เม็ดไม่ช่วย อาจใช้ 2 เม็ดได้ และไม่เกิน 6 เม็ดใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่แพทย์สั่ง โดยควรตรวจสอบความแรงและใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจริง ส่วนเด็กและวัยรุ่นควรให้เภสัชกรหรือแพทย์ประเมินสาเหตุของอาการปวดศีรษะ ตรวจสอบความแรงของผลิตภัณฑ์ และคำนวณขนาดยาตามน้ำหนัก ไม่ควรใช้ขนาดยาผู้ใหญ่โดยพิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว
ควรใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ช่วยได้และใช้ช่วงสั้นที่สุด หากระคายท้องสามารถกินพร้อมอาหารหรือนมได้ ห้ามใช้ก่อนหรือหลังการผ่าตัดหัวใจ และควรหลีกเลี่ยงตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เว้นแต่แพทย์สั่งโดยตรง
Naproxen sodium ใช้อย่างไร
ขนาดยาตามฉลากสากลนี้ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ naproxen sodium ขนาดเม็ดละ 220 มก. เท่านั้น และไม่ควรนำจำนวนเม็ดไปเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในไทยซึ่งอาจมีชื่อเกลือหรือความแรงต่างกัน ให้ตรวจชื่อเกลือและความแรงบนฉลากแล้วปรึกษาเภสัชกรเพื่อกำหนดขนาดยาที่เหมาะสม ส่วนเด็กและวัยรุ่นต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินและคำนวณขนาดยาตามน้ำหนัก ไม่ควรใช้ขนาดยาผู้ใหญ่โดยพิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว
ให้ดื่มน้ำเต็มแก้วพร้อมยาแต่ละครั้ง และอย่ากินร่วมกับ ibuprofen หรือ aspirin เพื่อเพิ่มฤทธิ์แก้ปวด เพราะความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหารอาจสูงขึ้น
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
Aspirin เหมาะกับไมเกรนหรือไม่
Aspirin บรรเทาอาการปวดได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับทุกคนและเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก เม็ดเคลือบขนาดต่ำ 81 มก. ออกฤทธิ์ช้า จึงไม่เหมาะกับอาการปวดศีรษะที่ต้องการบรรเทาอย่างรวดเร็ว ส่วนเม็ด 325 มก. เป็นอีกความแรงหนึ่งและไม่ควรนำขนาดต่างกันมาใช้แทนกันเอง
เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีไม่ควรใช้ aspirin เว้นแต่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะเมื่อเป็นอีสุกอีใส ไข้หวัด หรือสงสัยติดเชื้อไวรัส เพราะเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเรย์ ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีแผลในกระเพาะ หรือกำลังจะผ่าตัดก็ไม่ควรเริ่มใช้เอง
ไมเกรน กินยาอะไรจึงจะเหมาะกับอาการ
ถ้าอาการไม่รุนแรง อาจเริ่มจาก paracetamol ตามฉลากเมื่อไม่มีข้อห้าม ส่วน NSAID เช่น ibuprofen หรือ naproxen ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนรับยา และใช้เพียงชนิดเดียวตามขนาดและระยะเวลาที่เภสัชกรแนะนำ อย่ากินยาแก้ปวดหลายชนิดซ้ำกันโดยไม่ตรวจตัวยา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สูตรผสมที่อาจมีตัวยาเดิมอยู่แล้ว
ผู้ที่กิน warfarin หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดควรระวัง NSAIDs และ aspirin เป็นพิเศษ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แม้ paracetamol จะใช้บรรเทาปวดศีรษะได้ แต่หากต้องใช้ต่อเนื่องหรือใช้บ่อยควรตรวจสอบความเหมาะสมของยาร่วมทั้งหมด
ถ้ายาแก้ปวดทั่วไปไม่ได้ผล หรืออาการรบกวนการทำงานและการนอน แพทย์อาจพิจารณายาจำเพาะสำหรับหยุดอาการไมเกรนหรือยาป้องกัน ไม่ควรยืมยาของผู้อื่น เพราะยาบางกลุ่มไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือด
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เพราะอาการปวดศีรษะ
ไปห้องฉุกเฉินทันทีถ้าปวดศีรษะรุนแรงฉับพลันที่สุดเท่าที่เคยเป็น หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย อย่ารอดูอาการหรือพยายามเพิ่มขนาดยาเอง
สัญญาณอันตราย ได้แก่
- ปวดรุนแรงขึ้นสูงสุดภายในเวลาไม่นาน
- หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด สับสน หรือหมดสติ
- มองไม่เห็น เห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นผิดปกติแบบใหม่
- มีไข้ร่วมกับคอแข็ง ชัก หรือมีผื่นผิดปกติ
- ปวดหลังศีรษะกระแทก โดยเฉพาะเมื่อกินยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
- อาเจียนต่อเนื่องจนดื่มน้ำหรือกินยาไม่ได้
- ปวดรูปแบบใหม่ระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอด
- ปวดครั้งแรกในลักษณะที่ไม่เคยเป็น หรือรูปแบบอาการเปลี่ยนไปชัดเจน
ควรนัดพบแพทย์หากอาการปวดถี่ขึ้น ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น ปวดจนขาดงานหรือนอนไม่ได้ หรือจำเป็นต้องพึ่งยาแก้ปวดบ่อย เพราะอาจต้องปรับแผนรักษาหรือพิจารณายาป้องกัน
คำถามที่พบบ่อย
กิน paracetamol กับ ibuprofen พร้อมกันได้ไหม
ในบางแผนการรักษาอาจใช้ร่วมกันได้ เพราะเป็นยาคนละกลุ่ม แต่ไม่ควรผสมยาเองหากไม่แน่ใจเรื่องขนาดยา โรคประจำตัว หรือส่วนประกอบของยาแต่ละสูตร เริ่มจากยาเพียงชนิดเดียวที่เหมาะสมก่อน และอย่ากินเกินฉลาก
กิน ibuprofen กับ naproxen sodium พร้อมกันได้ไหม
ไม่ควรกินพร้อมกัน เพราะทั้งคู่เป็น NSAIDs การใช้ร่วมกันไม่ได้รับประกันว่าจะลดปวดได้มากขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงแผลและเลือดออกในกระเพาะ ไตทำงานผิดปกติ และผลต่อหัวใจหรือหลอดเลือด
ตั้งครรภ์แล้วปวดไมเกรนกินยาอะไรได้บ้าง
ควรตรวจสอบกับบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ยา โดยเฉพาะ ibuprofen ซึ่งไม่ควรใช้ตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เว้นแต่แพทย์สั่ง ส่วน aspirin ก็ต้องระวัง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์
อาการแพ้ยาแก้ปวดเป็นอย่างไร
อาการที่ควรหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที ได้แก่ ลมพิษ หน้าหรือปากบวม หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หน้ามืด หรือมีผื่นพุพอง Paracetamol ก็ทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้แม้จะพบไม่บ่อย และความรุนแรงไม่ได้ขึ้นกับขนาดยาที่กินเสมอไป
กินยาแล้วไมเกรนไม่หายควรทำอย่างไร
อย่าเพิ่มขนาดหรือสลับ NSAIDs หลายชนิดเอง หากยาเดิมไม่ได้ผล อาการเปลี่ยนไป หรือกลับมาปวดบ่อย ควรให้แพทย์ประเมินว่าเหมาะกับยาจำเพาะต่อไมเกรนหรือยาป้องกันหรือไม่ หากมีสัญญาณอันตรายให้ไปฉุกเฉินทันที
คำถามที่ควรถามเภสัชกร
- ยาที่ใช้อยู่มีตัวยาแก้ปวดซ้ำกันหรือไม่?
- โรคกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดมีผลต่อการเลือกยาอย่างไร?
- ถ้ายาตัวแรกไม่ช่วย ควรรอนานเท่าใดก่อนเปลี่ยนแผน?
- ความถี่ของอาการตอนนี้เสี่ยงต่อการใช้ยาแก้ปวดเกินหรือไม่?
- อาการและยาที่ใช้อยู่ควรได้รับการประเมินเพื่อเริ่มยาป้องกันไมเกรนหรือไม่?
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 707) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1475) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1879) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2151) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 373) — เกี่ยวกับ aspirin — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 922) — เกี่ยวกับ aspirin — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 972) — เกี่ยวกับ aspirin — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2052) — เกี่ยวกับ aspirin — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- pmc.ncbi.nlm.nih.gov: Interventions for paracetamol (acetaminophen) overdose - PMC - NIH — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- pmc.ncbi.nlm.nih.gov: Paracetamol: A Review of Guideline Recommendations - PMC — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- NHS: Paracetamol poisoning treatment - Overview — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Healthline: Your Guide to Over-the-Counter (OTC) Anti-Inflammatories — เกี่ยวกับ ibuprofen — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Cleveland Clinic: NSAIDs (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs) — เกี่ยวกับ ibuprofen — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Medical News Today: Naproxen: Uses, dosage, side effects, and interactions — เกี่ยวกับ naproxen sodium — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์