ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

mefenamic acid 500 mg คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้

เมเฟนามิก แอซิด คือยาแก้ปวด ลดการอักเสบ และลดไข้ในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs โดยขนาด 500 มก. เป็นความแรงของยา ไม่ใช่ขนาดที่เหมาะกับทุกคน

ประเด็นสำคัญ

  • เมเฟนามิก แอซิดเป็นยา NSAIDs ใช้บรรเทาอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยมักใช้กับอาการปวดประจำเดือนและอาการปวดเฉียบพลันระยะสั้น
  • เมเฟนามิก แอซิดเป็นยาอันตราย ต้องรับจากร้านยาที่มีเภสัชกรและใช้ตามขนาดที่เภสัชกรหรือแพทย์แนะนำ ไม่ควรเลือกขนาด 500 มก. หรือเริ่มใช้เองจากข้อมูลบนฉลากเพียงอย่างเดียว
  • ห้ามกินร่วมกับยา NSAIDs ตัวอื่นเอง และควรหลีกเลี่ยงหากเคยแพ้ยา NSAIDs มีแผลในกระเพาะ เลือดออกทางเดินอาหาร หรือเพิ่งผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ

สารบัญ

  • เมเฟนามิก แอซิดเป็นยาอะไร
  • ใช้บรรเทาอาการใดได้บ้าง
  • ไม่ได้ใช้รักษาโรคอะไร
  • ใครต้องระวังก่อนใช้
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  • ยาและเครื่องดื่มที่มีปฏิกิริยาร่วมกัน
  • ขนาดและวิธีรับประทาน
  • การใช้ยาเกินขนาด
  • คำถามที่พบบ่อย
  • คำถามที่ควรถามเภสัชกร

mefenamic acid

เมเฟนามิก แอซิดเป็นยาแก้ปวดและลดการอักเสบในกลุ่ม NSAIDs ซึ่งช่วยลดการสร้างพรอสตาแกลนดิน สารที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด ไข้ และการอักเสบ ยานี้ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ COX-1 และ COX-2 จึงช่วยให้อาการลดลง แต่ไม่ได้แก้สาเหตุของโรคทุกชนิด

ยานี้เป็นยารับประทานและควรใช้ในขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผล เป็นระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น เนื่องจากอาจทำให้เกิดแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจ ไต และหลอดเลือดในบางคน

เมเฟนามิก แอซิดมีรูปแบบใด

รูปแบบสิ่งที่ควรตรวจบนฉลาก
แคปซูลรับประทานปริมาณตัวยาต่อแคปซูล
เม็ดรับประทานปริมาณตัวยาต่อเม็ด
ความแรง 500 มก.ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องกินครั้งละหนึ่งเม็ด

ชื่อสามัญและชื่อผลิตภัณฑ์: ให้ตรวจคำว่า “mefenamic acid” ในช่องตัวยาสำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์ต่างกันอาจมีรูปแบบและความแรงไม่เหมือนกัน บทความนี้ไม่ใช้ชื่อการค้า

mefenamic acid คือยาอะไร

เป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะอาการปวดเฉียบพลันระยะสั้นและอาการปวดประจำเดือน ยายังมีฤทธิ์ลดไข้ แต่การเลือกใช้เพื่อลดไข้ต้องพิจารณาความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหาร ไต หัวใจ และยาที่คุณใช้อยู่

อาการที่อาจใช้ยานี้บรรเทาได้ ได้แก่ ปวดประจำเดือน ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ หรืออาการปวดจากการอักเสบบางชนิด ทั้งนี้ ยาช่วยลดความปวดชั่วคราว ไม่ได้รักษาต้นเหตุ เช่น ฟันผุ ฝีในช่องปาก หรือการติดเชื้อ

อาการบทบาทของยา
ปวดประจำเดือนช่วยลดปวดและการอักเสบ
ปวดฟันบรรเทาปวดชั่วคราว
ปวดกล้ามเนื้ออาจช่วยลดปวดระยะสั้น
มีไข้ลดไข้ได้ แต่ต้องคำนึงถึงข้อห้าม
ปวดจากการติดเชื้อลดปวดได้ แต่ไม่กำจัดเชื้อ

ยา mefenamic acid

ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ และไม่สามารถรักษาสาเหตุของไข้หวัด การติดเชื้อ ฟันผุ หรือโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดได้โดยตรง หากมีไข้จากไวรัสหรือแบคทีเรีย ยาอาจทำให้อุณหภูมิลดลง แต่เชื้อหรือโรคต้นเหตุยังคงอยู่

ยานี้ไม่ควรใช้แทนยาปฏิชีวนะ และไม่ควรใช้กลบอาการปวดต่อเนื่องโดยไม่หาสาเหตุ ปวดฟันร่วมกับหน้าบวม มีหนอง กลืนลำบาก หรือมีไข้ ควรพบทันตแพทย์หรือแพทย์ เพราะอาจต้องรักษามากกว่าการกินยาแก้ปวด

ใครต้องระวังก่อนใช้เมเฟนามิก แอซิด

ผู้ที่มีโรคกระเพาะ เลือดออกง่าย โรคหัวใจ โรคไต หรือเคยแพ้ยา NSAIDs ไม่ควรเริ่มใช้เอง ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

  • เคยแพ้ยา NSAIDs เช่น เคยหอบ หายใจมีเสียงหวีด ลมพิษ หรือหน้าบวมหลังใช้แอสไพรินหรือยาแก้ปวดกลุ่มเดียวกัน
  • มีแผลหรือเลือดออกในกระเพาะและลำไส้ ยาอาจทำให้แผลกำเริบหรือเลือดออกโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
  • มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือด รวมถึงเคยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมอง ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ขนาดสูงหรือนาน
  • กำลังจะผ่าตัดหรือเพิ่งผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ ไม่ควรใช้ในช่วงการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
  • มีโรคไต ตับ ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หรือภาวะบวมน้ำ ยาอาจทำให้ไตทำงานแย่ลง ความดันสูงขึ้น หรือเกิดการคั่งของน้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น อาเจียนหรือท้องเสียมาก เพราะเพิ่มโอกาสเกิดอันตรายต่อไต
  • อายุมากหรือใช้ยาหลายชนิด อาจไวต่อผลข้างเคียงและมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาระหว่างยามากขึ้น

ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ได้ไหม

หากตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ ไม่ควรใช้ยาเอง โดยเฉพาะหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ยา NSAIDs อาจกระทบไตและระบบไหลเวียนเลือดของทารก ตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ไม่ควรใช้เอง และตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 30 สัปดาห์ขึ้นไปให้หลีกเลี่ยงหรือห้ามใช้ เว้นแต่แพทย์เป็นผู้ประเมินและสั่งใช้โดยเฉพาะ

หากให้นมบุตร ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อนใช้ โดยพิจารณาระยะเวลาที่ต้องกินยา สุขภาพของทารก และทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า

เด็กใช้เมเฟนามิก แอซิดได้ไหม

ไม่ควรนำยาความแรงสำหรับผู้ใหญ่มาแบ่งให้เด็กเอง ขนาดยารับประทานในเด็กต้องพิจารณาน้ำหนัก ข้อบ่งใช้ รูปแบบยา และความแรงจริงบนฉลาก ไม่ควรสร้างขนาดยาจากช่วงอายุเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลฉลากสากลบางแห่งกล่าวถึงการใช้ในวัยรุ่นอายุอย่างน้อย 14 ปีสำหรับบางอาการ แต่นี่ไม่ใช่ขนาดยาตามน้ำหนักและไม่ควรใช้เป็นคำแนะนำทั่วไปสำหรับเด็ก

เมเฟนามิก แอซิดมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

อาการทางกระเพาะและลำไส้พบได้บ่อยที่สุด ส่วนเลือดออก แพ้ยารุนแรง เจ็บหน้าอก หรือไตผิดปกติเป็นสัญญาณให้หยุดยาและรีบรับการรักษา

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • ปวดหรือไม่สบายท้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • แสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย
  • ท้องผูก
  • ท้องอืด
  • เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
  • ผื่นหรือคัน
  • บวมจากการคั่งของน้ำ

หากมีอาการท้องเสียหลังเริ่มยา ให้หยุดเมเฟนามิก แอซิดและปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ หากถ่ายมาก มีเลือดปน ปวดท้องรุนแรง หน้ามืด หรือปัสสาวะน้อย ให้รีบพบแพทย์

การรับประทานหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมากช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะได้ แต่ไม่สามารถป้องกันแผลหรือเลือดออกได้ทั้งหมด

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

อาการควรทำอย่างไร
ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือดหยุดยาและไปโรงพยาบาล
อาเจียนเป็นเลือดหรือคล้ายกากกาแฟไปฉุกเฉิน
เจ็บหน้าอก หายใจลำบากโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
แขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัดไปฉุกเฉินทันที
ปัสสาวะน้อย บวมมากหยุดยาและพบแพทย์
ตัวเหลือง ตาเหลืองพบแพทย์โดยเร็ว
ผื่นพุพองหรือผิวลอกไปโรงพยาบาล

อาการแพ้ยา: ผื่นหรือคันเล็กน้อยควรหยุดยาและขอคำแนะนำ แต่หากปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจไม่ออก หน้ามืด หรือหมดสติ ให้โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

เมเฟนามิก แอซิดกินร่วมกับยาอะไรไม่ได้บ้าง

อย่ากินร่วมกับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ตัวอื่นเอง เพราะไม่ได้เพิ่มประโยชน์อย่างชัดเจน แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออก แผลในกระเพาะ และไตบาดเจ็บ ตรวจฉลากยาแก้ปวดและยาแก้หวัดเสมอ เพราะบางผลิตภัณฑ์อาจมี NSAIDs ผสมอยู่

กลุ่มยาความเสี่ยงเมื่อใช้ร่วมกัน
แอสไพรินหรือ NSAIDs อื่นเลือดออกและแผลในกระเพาะ
ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเลือดออกรุนแรง
ยาต้านเกล็ดเลือดเลือดออกง่ายขึ้น
ยาต้านซึมเศร้าบางกลุ่มเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
ยาลดความดันบางชนิดลดผลของยาและกระทบไต
ยาขับปัสสาวะไตทำงานแย่ลง
ลิเทียมระดับยาในเลือดอาจสูงขึ้น
ดิจอกซินระดับยาอาจเพิ่มขึ้น
สเตียรอยด์ชนิดรับประทานเพิ่มแผลและเลือดออก

ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยาได้ไหม

ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองและเลือดออกในกระเพาะอาหาร ความเสี่ยงยิ่งสูงหากคุณเคยมีแผลในกระเพาะ ดื่มหนัก ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ NSAIDs ชนิดอื่นร่วมด้วย

ขนาดและวิธีรับประทานเมเฟนามิก แอซิดเป็นอย่างไร

ขนาด 500 มก. บนบรรจุภัณฑ์คือปริมาณตัวยาในหนึ่งหน่วย ไม่ใช่คำสั่งว่าทุกคนต้องรับประทานครั้งละ 500 มก. ขนาดที่เหมาะสมขึ้นกับอาการ อายุ โรคประจำตัว ยาอื่นที่ใช้ และคำสั่งบนฉลาก

ข้อมูลฉลากสากลสำหรับอาการปวดเฉียบพลันระบุ 500 มก. เป็นขนาดเริ่มต้น ก่อนปรับเป็นขนาดอื่นตามแผนการรักษา แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปใช้ซ้ำเองกับทุกอาการ โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยอาจมีคำแนะนำต่างกัน

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ขนาดยาในผู้ใหญ่

ใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ช่วยควบคุมอาการ และใช้ตามระยะเวลาที่เภสัชกรหรือแพทย์กำหนด โดยทั่วไปอาการปวดเฉียบพลันไม่ควรใช้เกิน 7 วัน และอาการปวดประจำเดือนมักใช้เพียง 2–3 วันต่อรอบ หากได้รับยาเพื่อปวดประจำเดือน มักเริ่มใช้เมื่อมีเลือดประจำเดือนและเริ่มปวด ส่วนอาการปวดอื่นควรยึดตามคำสั่งเฉพาะที่ได้รับ หากยังปวดควรหยุดใช้เองและรับการประเมิน ไม่ควรใช้ต่อเนื่องหรือใช้ซ้ำทุกเดือนโดยไม่ทบทวนกับเภสัชกรหรือแพทย์

รับประทานหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมาก กลืนยาทั้งเม็ดหรือแคปซูล หลีกเลี่ยงการเพิ่มจำนวนเม็ดหรือเพิ่มความถี่เองเมื่ออาการยังไม่ดีขึ้น

ขนาดยาในเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กต้องคำนวณจากน้ำหนักและประเมินข้อบ่งใช้ ไม่ควรแบ่งยา 500 มก. ของผู้ใหญ่ให้เด็กโดยคาดเดา หากไม่มีคำสั่งขนาดยาที่ระบุสำหรับเด็กคนนั้น ไม่ควรเริ่มใช้

คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

ลืมกินยาควรทำอย่างไร?

หากใช้ตามเวลา ให้กินเมื่อนึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลาครั้งถัดไปให้ข้ามครั้งที่ลืม ห้ามกินสองเท่าเพื่อชดเชย

กินซ้ำเพราะยังปวดได้ไหม?

ไม่ควรกินซ้ำเร็วกว่าคำสั่งบนฉลากหรือใบสั่งยา อาการปวดไม่ดีขึ้นอาจต้องประเมินสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าควรเพิ่มขนาดยาเสมอไป

ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร?

ควรกินหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมาก เพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ หากยังปวดท้อง แสบท้อง หรือคลื่นไส้มาก ให้หยุดใช้และขอคำแนะนำ

หากใช้เมเฟนามิก แอซิดเกินขนาดควรทำอย่างไร

อย่ารอดูอาการ ให้ติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปห้องฉุกเฉินทันที พร้อมนำบรรจุภัณฑ์ยาไปด้วย การใช้เกินขนาดอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ง่วงซึม เวียนศีรษะ เลือดออกในทางเดินอาหาร ไตวาย ชัก หรือหมดสติได้

ไม่ควรกระตุ้นให้อาเจียนเอง เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์สั่ง ระหว่างรอความช่วยเหลือให้จดจำนวนเม็ด เวลาที่กิน และรายชื่อยาอื่นหรือแอลกอฮอล์ที่ใช้ร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยา

เมเฟนามิก แอซิดลดไข้ได้ไหม?

ไม่ควรใช้เมเฟนามิก แอซิดลดไข้เองหากยังไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อสงสัยไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะหรือกระบอกตา ปวดเมื่อยมาก คลื่นไส้ มีจุดเลือดออก หรืออยู่ในพื้นที่ระบาด เพราะยา NSAIDs อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ควรหลีกเลี่ยง NSAIDs ใช้พาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสมแทนชั่วคราว และไปพบแพทย์เพื่อประเมิน โดยให้เภสัชกรหรือแพทย์แนะนำขนาดพาราเซตามอลที่เหมาะสม

กินแก้ปวดฟันได้ไหม?

ยาช่วยบรรเทาปวดฟันชั่วคราวได้ แต่ไม่รักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือฝี หากหน้าบวม มีหนอง ไข้ หรืออ้าปากลำบาก ควรพบทันตแพทย์

ใช้แก้ปวดประจำเดือนได้ไหม?

ใช้บรรเทาปวดประจำเดือนได้ โดยควรเริ่มตามแผนการรักษาเมื่อเริ่มมีอาการและใช้ช่วงสั้นที่สุด หากปวดรุนแรงผิดปกติหรือเลือดออกมากควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ

กินตอนท้องว่างได้ไหม?

ไม่แนะนำ เพราะอาจระคายเคืองกระเพาะมากขึ้น ควรกินหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมาก แม้กินพร้อมอาหารก็ยังเกิดแผลหรือเลือดออกได้

คำถามเกี่ยวกับความปลอดภัย

กินพร้อมพาราเซตามอลได้ไหม?

ยาทั้งสองเป็นคนละกลุ่ม แต่การใช้ร่วมกันต้องพิจารณาขนาดยา โรคตับ โรคไต และยาอื่นที่ใช้อยู่ ไม่ควรเพิ่มยาอีกชนิดเองเมื่อยังไม่ทราบสาเหตุของอาการปวด

กินพร้อมไอบูโพรเฟนหรือแอสไพรินได้ไหม?

ไม่ควรกินร่วมกันเอง เพราะเป็นยาที่เพิ่มความเสี่ยงต่อแผล เลือดออก และไตบาดเจ็บ แอสไพรินขนาดต่ำที่ใช้ป้องกันโรคหัวใจก็ไม่ควรหยุดหรือปรับเอง

ผู้มีโรคกระเพาะกินได้ไหม?

ผู้มีแผลในกระเพาะหรือเคยเลือดออกทางเดินอาหารควรหลีกเลี่ยงยา NSAIDs เมื่อเป็นไปได้ เพราะมีโอกาสเกิดแผลกำเริบและเลือดออกรุนแรง

ทำไมกินแล้วท้องเสีย?

ท้องเสียเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ หากมีอาการท้องเสียหลังเริ่มยา ให้หยุดเมเฟนามิก แอซิดและปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ หากถ่ายมาก มีเลือดปน ปวดท้องรุนแรง หน้ามืด หรือปัสสาวะน้อย ให้รีบพบแพทย์

กินแล้วง่วงไหม?

บางคนอาจง่วง เวียนศีรษะ หรือมึนศีรษะ หากมีอาการควรหลีกเลี่ยงการขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำงานบนที่สูง

ใช้ต่อเนื่องทุกเดือนได้ไหม?

ไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่ทบทวนความจำเป็น แม้ใช้เฉพาะช่วงมีประจำเดือน เพราะความเสี่ยงต่อกระเพาะ ไต หัวใจ และเลือดออกขึ้นกับสุขภาพและยาอื่นของคุณด้วย

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ยาความแรงที่ฉันมีควรกินอย่างไรตามอาการที่ต้องการรักษา?
  • ยานี้ซ้ำกับยาแก้ปวดหรือยาแก้หวัดที่ฉันใช้อยู่หรือไม่?
  • โรคกระเพาะ โรคไต ความดัน หรือโรคหัวใจของฉันทำให้ใช้ยานี้ไม่ได้หรือไม่?
  • หากปวดไม่ดีขึ้น ควรรอนานแค่ไหนก่อนหยุดยาและไปพบแพทย์?
  • ถ้ากำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือวางแผนตั้งครรภ์ มีทางเลือกใดเหมาะสมกว่า?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall