ยาแก้คันผิวหนัง
ยาแก้คันผิวหนัง คือยากินหรือยาทาภายนอกที่ช่วยบรรเทาอาการคัน โดยต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้ ลมพิษ แมลงกัด หรือผิวระคายเคือง
ประเด็นสำคัญ
- อาการคันเล็กน้อยที่สงสัยว่าเกิดจากลมพิษหรือภูมิแพ้อาจบรรเทาได้ด้วยยาต้านฮีสตามีน ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกยาและขนาดที่เหมาะสม หากมีปากหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก หน้ามืด หรือกลืนลำบาก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
- ยาต้านฮีสตามีนควรรับจากเภสัชกรหลังประเมินสาเหตุ ความเหมาะสม โรคประจำตัว ยาร่วม และการตั้งครรภ์ ไม่ควรเลือกชนิดหรือขนาดยาใช้เอง
- อย่ากินยาต้านฮีสตามีนหลายชนิดพร้อมกันเอง เพราะไม่ได้ทำให้หายคันเสมอไป แต่อาจเพิ่มอาการง่วง มึนงง ปากแห้ง และผลไม่พึงประสงค์อื่น
อาการคันผิวหนังเกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุที่พบบ่อยคือผิวแห้ง การระคายเคือง แมลงกัด ภูมิแพ้ และลมพิษ แต่บางครั้งอาจเกิดจากการติดเชื้อหรือโรคภายในร่างกายได้
- ผิวแห้ง: มักคันโดยไม่มีผื่นชัด ผิวอาจลอกหรือแตกร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังอาบน้ำร้อนหรืออยู่ในห้องปรับอากาศนาน
- ผื่นแพ้สัมผัส: เกิดหลังสัมผัสสบู่ น้ำหอม เครื่องสำอาง โลหะ ถุงมือ หรือสารทำความสะอาด มักเป็นเฉพาะบริเวณที่สัมผัส
- ลมพิษ: เป็นปื้นนูน แดงหรือสีเดียวกับผิว คันมาก และอาจย้ายตำแหน่งหรือยุบแล้วขึ้นใหม่
- แมลงกัดต่อย: มักเป็นตุ่มคันเฉพาะจุด บางครั้งมีบวม แดง หรือรอยเการอบตุ่ม
- ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง: ผิวแห้ง แดง คัน และเป็นซ้ำ มักกำเริบเมื่อเจออากาศแห้ง เหงื่อ หรือสารระคายเคือง
- การติดเชื้อที่ผิวหนัง: เชื้อรา หิด หรือการติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้คัน แต่ต้องใช้ยาที่ตรงกับเชื้อ ยาแก้แพ้อย่างเดียวไม่รักษาสาเหตุ
- ยา อาหาร หรือสิ่งกระตุ้นอื่น: ยาบางชนิด อาหาร แอลกอฮอล์ ฝุ่น เกสร และขนสัตว์อาจสัมพันธ์กับอาการคันหรือลมพิษ
- โรคภายในร่างกาย: อาการคันทั่วตัวโดยไม่มีผื่นอาจพบร่วมกับความผิดปกติของตับ ไต ไทรอยด์ หรือเลือด จึงควรตรวจหาสาเหตุหากเป็นต่อเนื่อง
ลักษณะผื่นช่วยแยกสาเหตุได้ระดับหนึ่ง คุณควรสังเกตว่าผื่นเริ่มเมื่อไร อยู่ตำแหน่งใด มีคนใกล้ชิดคันด้วยหรือไม่ และเพิ่งเริ่มใช้ยา อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ใดก่อนเกิดอาการหรือไม่
เมื่อไหร่ที่ดูแลอาการคันเองได้
คุณอาจดูแลเองได้เมื่ออาการคันไม่มาก เป็นเฉพาะจุดหรือสัมพันธ์กับภูมิแพ้เดิม ไม่มีแผลติดเชื้อ และไม่มีอาการแพ้รุนแรง
| ลักษณะอาการ | สิ่งที่ทำได้เบื้องต้น |
| ผิวแห้ง ไม่มีแผล | ทามอยส์เจอไรเซอร์ ไม่มีน้ำหอม |
| คันหลังสัมผัสผลิตภัณฑ์ใหม่ | หยุดใช้และล้างผิวด้วยน้ำ |
| แมลงกัด ผิวไม่แตก | ประคบเย็น หลีกเลี่ยงการเกา |
| ลมพิษเล็กน้อย ไม่มีบวมในปาก | ปรึกษาเภสัชกรเพื่อประเมินและเลือกยาต้านฮีสตามีนที่เหมาะสม |
| มีน้ำเหลือง หนอง หรือปวดร้อน | ไม่ควรรักษาด้วยยาแก้คันอย่างเดียว |
| หายใจลำบาก ลิ้นบวม หน้ามืด | ไปห้องฉุกเฉินทันที |
อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิปกติหรืออุ่นเล็กน้อย ใช้สบู่อ่อน และตัดเล็บให้สั้น การเกาทำให้ผิวแตก ติดเชื้อ และยิ่งคันมากขึ้นได้ เสื้อผ้าหลวมและผ้าที่ไม่ระคายผิวอาจช่วยลดการเสียดสี
หากสงสัยว่าเกิดจากสารใหม่ ให้หยุดสัมผัสก่อน อย่าทายาหลายชนิดทับกัน เพราะอาจระคายเคืองเพิ่มและทำให้ประเมินสาเหตุยากขึ้น
มีกลุ่มยาอะไรที่ใช้บรรเทาอาการคันได้บ้าง
ยาต้านฮีสตามีนเหมาะกับอาการคันจากลมพิษหรือภูมิแพ้ ส่วนยาทาภายนอกช่วยลดอาการคันและการระคายเคืองเฉพาะที่ แต่ยาเหล่านี้ไม่ครอบคลุมทุกสาเหตุ
ยาต้านฮีสตามีนชนิดกิน
ยากลุ่มนี้ลดผลของฮีสตามีน จึงช่วยบรรเทาลมพิษ อาการคัน น้ำมูกไหล จาม และคันตาจากภูมิแพ้ ควรรับยาจากเภสัชกรหลังประเมินสาเหตุ ความเหมาะสม โรคประจำตัว ยาร่วม และการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปควรใช้เพียงชนิดเดียว ไม่ควรเลือกยา เพิ่มขนาด หรือกินหลายชนิดร่วมกันเอง
| ชื่อสามัญ | ขนาดที่มีข้อมูลรองรับ | ข้อสังเกต |
| cetirizine | อายุ 6 ปีขึ้นไป 10 มก. วันละครั้ง ไม่เกิน 10 มก. ใน 24 ชั่วโมง | อาจง่วง ควรระวังการขับรถ |
| loratadine | แนวทางตามน้ำหนักนี้ใช้กับเด็กอายุ 2–12 ปี โดยเด็กน้ำหนักไม่เกิน 30 กก. ใช้ 5 มก. วันละครั้ง และเด็กน้ำหนักมากกว่า 30 กก. ใช้ 10 มก. วันละครั้ง ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรให้ยาเองและควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง | โดยทั่วไปง่วงน้อยกว่า |
| fexofenadine | อายุ 12 ปีขึ้นไป: 60 มก. วันละ 2 ครั้ง หรือ 180 มก. วันละครั้ง; เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีควรให้แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดขนาดตามอายุ น้ำหนัก การทำงานของไต และผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่าย | ใช้บรรเทาอาการคันจากลมพิษ |
| chlorpheniramine | อายุ 12 ปีขึ้นไป 4 มก. ทุก 4–6 ชั่วโมง ไม่เกิน 24 มก. ใน 24 ชั่วโมง | ทำให้ง่วงได้ชัดเจน |
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ไม่ควรใช้ตารางนี้เพื่อเลือกชนิดหรือขนาดยาเอง ควรรับยาและใช้ตามคำแนะนำของเภสัชกร
chlorpheniramine เป็นยาต้านฮีสตามีนรุ่นแรก จึงผ่านเข้าสู่ระบบประสาทและทำให้ง่วง มึนงง หรือปากแห้งได้มากกว่ายารุ่นใหม่ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ และการขับรถหลังใช้ยา หากมีต้อหิน ปัสสาวะลำบาก ต่อมลูกหมากโต หรือโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนใช้
cetirizine อาจทำให้ง่วงได้เช่นกัน แม้จะเป็นยารุ่นใหม่ คุณควรสังเกตการตอบสนองของร่างกายก่อนขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร ส่วนผู้มีโรคไตหรือโรคตับอาจต้องปรับขนาดยา
สำหรับเด็ก ขนาดยากินควรพิจารณาจากน้ำหนักและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลยาน้ำ cetirizine ระบุขนาด 0.25 มก./กก./วันในเด็กเล็ก แต่ประเทศไทยรับรองการใช้สำหรับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และลมพิษเรื้อรังตั้งแต่อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป จึงไม่ควรคำนวณเป็นมิลลิลิตรเองหากยังไม่ทราบความเข้มข้นบนฉลาก
ยาทาภายนอก
Calamine ช่วยบรรเทาอาการคันจากแมลงกัด ผื่น และการระคายเคืองเล็กน้อย โดยทาเฉพาะบริเวณและไม่ใช้กับตาหรือภายในร่างกาย
ฉลากผลิตภัณฑ์บางสูตรระบุให้ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปทาบริเวณที่เป็นไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง โดยเขย่าก่อนใช้และทำความสะอาดผิวให้แห้ง เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีควรให้แพทย์ประเมินก่อน เนื่องจากแต่ละสูตรอาจมีตัวยาและความเข้มข้นต่างกัน
Calamine ไม่รักษาเชื้อรา หิด หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย หากผื่นมีขอบชัด ลามเป็นวง คันมากตอนกลางคืน มีคนในบ้านคันด้วย หรือมีหนอง ควรประเมินสาเหตุก่อนเลือกยา
อาการคันแบบไหนควรพบแพทย์
ควรพบแพทย์เมื่ออาการคันรบกวนการนอน เป็นทั่วตัว เป็นซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีผื่นผิดปกติ แผล และอาการระบบอื่นร่วมด้วย
ไปห้องฉุกเฉินทันทีหากมีลมพิษร่วมกับอาการต่อไปนี้ เพราะอาจเป็นอาการแพ้รุนแรง:
- หายใจลำบาก หอบ หรือมีเสียงหวีด
- ลิ้น ริมฝีปาก ใบหน้า หรือรอบปากบวม
- กลืนลำบาก พูดลำบาก หรือน้ำลายไหลผิดปกติ
- เวียนศีรษะมาก หน้ามืด หรือหมดสติ
- แน่นหน้าอก หรืออาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
ไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันทีหากผื่นเป็นตุ่มพอง ผิวลอก มีรอยคล้ำหรือเจ็บ มีแผลในปาก ตา หรืออวัยวะเพศ มีไข้ หรือเกิดหลังเริ่มยาใหม่ และให้นำยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ไปให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจสอบ
ควรนัดพบแพทย์หากมีอาการเหล่านี้:
- มีหนอง น้ำเหลือง บวมร้อน หรือปวดมาก
- คันทั่วตัวโดยไม่มีผื่นชัด
- ผื่นลามเร็วหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย
- ใช้ calamine แล้วอาการแย่ลง หรือยังเป็นเกิน 7 วัน
- ต้องกินยาแก้แพ้ต่อเนื่องหรือยาเดิมไม่ช่วยเหมือนเดิม
หากคุณเคยได้รับยาฉีด epinephrine สำหรับอาการแพ้รุนแรง ยาแก้แพ้ชนิดกินใช้แทนไม่ได้ ให้ปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินที่แพทย์กำหนดและไปโรงพยาบาล
คำถามที่พบบ่อย
คำตอบสั้น ๆ คือเลือกยาตามลักษณะอาการ หลีกเลี่ยงการใช้หลายชนิดพร้อมกัน และอย่ารอเมื่อมีอาการบวมในปากหรือหายใจผิดปกติ
คันผิวหนังแต่ไม่มีผื่น กินยาแก้แพ้ได้ไหม
อาจใช้ได้หากอาการสัมพันธ์กับภูมิแพ้ แต่ควรให้เภสัชกรประเมินก่อนจ่ายยา เพราะยาแก้แพ้อาจช่วยไม่มากเมื่อสาเหตุคือผิวแห้งหรือโรคภายในร่างกาย เริ่มจากทามอยส์เจอไรเซอร์และหลีกเลี่ยงน้ำร้อน หากคันทั่วตัวหรือเป็นต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
กิน cetirizine กับ chlorpheniramine พร้อมกันได้ไหม
ไม่ควรกินพร้อมกันเอง เพราะเป็นยาต้านฮีสตามีนทั้งคู่และอาจเพิ่มอาการง่วง มึนงง หรือปากแห้ง โดยทั่วไปเภสัชกรจะพิจารณาให้ใช้เพียงหนึ่งชนิดในขนาดที่เหมาะสม หากยาเดิมไม่ช่วย ควรประเมินว่าสาเหตุของอาการคันเป็นภูมิแพ้จริงหรือไม่
ยาแก้แพ้ชนิดไหนไม่ง่วง
ยารุ่นใหม่ เช่น loratadine และ fexofenadine มักมีผลต่อความง่วงน้อยกว่ายารุ่นแรกอย่าง chlorpheniramine แต่แต่ละคนตอบสนองต่างกัน และยาบางชนิดยังทำให้ง่วงได้ ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกยาที่เหมาะสม และคุณควรเลี่ยงการขับรถจนกว่าจะทราบว่ายามีผลต่อตัวเองอย่างไร
คันทา calamine ได้ทุกกรณีไหม
ไม่ได้ Calamine เหมาะกับการระคายเคืองเล็กน้อย แมลงกัด และผื่นคันบางชนิด แต่ไม่รักษาเชื้อรา หิด หรือการติดเชื้อ ห้ามทาเข้าตา และควรหยุดใช้หากผื่นแย่ลง
เด็กคันผิวหนังให้ยาแก้แพ้ได้ไหม
ให้ได้ในบางกรณี แต่ต้องให้เภสัชกรหรือแพทย์เลือกชนิดและคำนวณขนาดตามน้ำหนัก รวมทั้งดูความเข้มข้นของยาน้ำ ห้ามเลือกยาและให้ปริมาตรเป็นมิลลิลิตรเองโดยไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์มีกี่มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร
กินยาแล้วผื่นยุบ แต่กลับมาขึ้นอีกควรทำอย่างไร
อาการที่กลับมาเป็นซ้ำอาจหมายถึงยังสัมผัสสิ่งกระตุ้น หรือมีสาเหตุอื่นที่ยาแก้แพ้ไม่ได้แก้ หากต้องใช้ยาต่อเนื่อง ผื่นเกิดบ่อย หรือยาเดิมเริ่มควบคุมอาการไม่ได้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
คำถามที่ควรถามเภสัชกร
- ผื่นลักษณะนี้เหมาะกับยากินหรือยาทาภายนอกมากกว่ากัน?
- ยาแก้แพ้ที่ใช้อยู่ทำให้ง่วงและมีผลกับยาประจำตัวหรือไม่?
- หากมีโรคไต โรคตับ ต้อหิน หรือปัสสาวะลำบาก ควรหลีกเลี่ยงยาชนิดใด?
- เด็กมีน้ำหนักเท่านี้ ควรได้รับยากี่มิลลิกรัม และยาน้ำความเข้มข้นใด?
- ถ้ายาเดิมไม่ช่วย ควรเปลี่ยนยา หยุดยา หรือพบแพทย์เพื่อตรวจสาเหตุ?
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2501) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 4334) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2170) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9961) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 70) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 7630) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9319) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1062) — เกี่ยวกับ loratadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10727) — เกี่ยวกับ loratadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 7069) — เกี่ยวกับ fexofenadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- ncbi.nlm.nih.gov: Cetirizine - StatPearls - NCBI Bookshelf — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Cleveland Clinic: Antihistamine Types & Side Effects — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Healthline: Cetirizine: Uses, Side Effects, and Precautions — เกี่ยวกับ cetirizine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- WebMD: Chlorpheniramine (Chlor-Trimeton, ChlorTabs, and others) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Chlorpheniramine: MedlinePlus Drug Information — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์