ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาบํารุงเลือด ห้ามกินกับอะไร

ยาบำรุงเลือด คือยาที่อาจมีธาตุเหล็ก กรดโฟลิก วิตามินบี 12 หรือสารหลายชนิดรวมกัน โดยผลิตภัณฑ์ที่มีธาตุเหล็กต้องระวังยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด และแร่ธาตุบางชนิดเป็นพิเศษ

ประเด็นสำคัญ

  • ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กไม่ควรกินพร้อมยาลดกรด แคลเซียม แมกนีเซียม หรือสังกะสี เพราะอาจลดการดูดซึมและทำให้ยาได้ผลไม่เต็มที่
  • หากใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracycline ไม่ควรกำหนดช่วงห่างจากธาตุเหล็กเอง ควรนำชื่อยาและฉลากมาปรึกษาเภสัชกร โดยทั่วไปต้องกิน tetracycline ก่อนธาตุเหล็กอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลังธาตุเหล็กหลายชั่วโมงตามคำแนะนำเฉพาะตัวยา
  • ห้ามเสริมธาตุเหล็กเองหากมีภาวะเหล็กเกิน และต้องตรวจฉลากเพื่อไม่ให้กินธาตุเหล็กซ้ำจากวิตามินหลายตัวโดยไม่รู้ตัว

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

ธาตุเหล็กสามารถจับกับยาหรือแร่ธาตุบางชนิดในทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กหรือยาที่กินร่วมกันได้น้อยลง กลุ่มที่ต้องระวัง ได้แก่ ยาลดกรด แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยารักษาไทรอยด์ และยารักษาโรคกระดูกพรุน

ผลที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่พิษทันที แต่ยาอาจออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ ตัวอย่างเช่น ธาตุเหล็กอาจลดการดูดซึมยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracycline ขณะที่แคลเซียมและยาลดกรดอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็ก

สิ่งที่กินร่วมกันสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
ยาปฏิชีวนะ tetracyclineการดูดซึมยาลดลง
แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสีแย่งหรือรบกวนการดูดซึม
ยาลดกรดธาตุเหล็กดูดซึมลดลง
levothyroxineยาไทรอยด์อาจออกฤทธิ์ลดลง
bisphosphonatesยารักษากระดูกพรุนดูดซึมลดลง
ธาตุเหล็กชนิดอื่นเสี่ยงได้รับธาตุเหล็กซ้ำ

ปริมาณธาตุเหล็กต้องดูที่คำว่า “ธาตุเหล็กแท้” หรือ elemental iron ไม่ใช่น้ำหนักของสารประกอบเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ferrous sulfate 325 มก. อาจให้ elemental iron 65 มก. ส่วนสูตรผสมบางชนิดมี ferrous fumarate 200 มก. แต่ให้ elemental iron 66 มก. จึงไม่ควรตัดสินว่าได้รับมากหรือน้อยจากตัวเลขหน้าชื่อสารเพียงอย่างเดียว

วิตามินหรือคอลลาเจนทั่วไปยังไม่มีหลักฐานชัดว่าทำปฏิกิริยากับ ferrous fumarate โดยตรง แต่ผลิตภัณฑ์วิตามินรวมอาจมีธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม หรือสังกะสีอยู่แล้ว จึงต้องอ่านส่วนประกอบก่อนกินร่วมกัน

ควรทำอย่างไร

ไม่ควรเริ่มยาบำรุงเลือดหรือจัดช่วงห่างกับยาประจำเอง ควรให้เภสัชกรตรวจส่วนประกอบ ขนาดยา ข้อบ่งใช้ และปฏิกิริยาระหว่างยาก่อนทุกครั้ง และควรพบแพทย์หากยังไม่ทราบสาเหตุของภาวะซีด คำว่า “ยาบำรุงเลือด” ไม่ได้หมายถึงผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันทั้งหมด

  • รวบรวมยาประจำ วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทุกตัวที่คุณใช้อยู่
  • มองหาคำว่า ferrous fumarate, ferrous sulfate, ferrous gluconate หรือ iron บนฉลาก เพื่อป้องกันการได้รับธาตุเหล็กซ้ำ
  • หากใช้ยาปฏิชีวนะ tetracycline อย่ากำหนดช่วงห่างจากธาตุเหล็กเอง ให้นำชื่อยาและฉลากมาปรึกษาเภสัชกร โดยทั่วไปต้องกิน tetracycline ก่อนธาตุเหล็กอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลังธาตุเหล็กหลายชั่วโมงตามคำแนะนำเฉพาะตัวยา
  • หากใช้ doxycycline, ciprofloxacin, levothyroxine, ยาลดกรด หรือยารักษากระดูกพรุน อย่ากำหนดช่วงห่างเอง เพราะแต่ละตัวยาต้องเว้นเวลาไม่เท่ากัน
  • หากคลื่นไส้หรือไม่สบายท้อง การกินธาตุเหล็กพร้อมอาหารอาจช่วยลดอาการได้ แต่อาหารและแร่ธาตุบางชนิดอาจลดการดูดซึม

ห้ามใช้ธาตุเหล็กในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบหรือมีภาวะเหล็กเกิน เพราะธาตุเหล็กอาจสะสมและทำลายอวัยวะ ผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก เช่น ธาลัสซีเมียบางราย ไม่ควรเสริมธาตุเหล็ก เว้นแต่ตรวจพบการขาดธาตุเหล็กร่วมด้วย

หลีกเลี่ยงการกินธาตุเหล็กชนิดรับประทานร่วมกับธาตุเหล็กชนิดฉีด เว้นแต่แพทย์เป็นผู้กำหนด ผู้ที่ใช้ deferiprone เพื่อขับเหล็กส่วนเกินไม่ควรเติมธาตุเหล็กเอง เพราะการรักษาทั้งสองอย่างมีเป้าหมายตรงข้ามกัน

หญิงตั้งครรภ์อาจจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กหรือกรดโฟลิก แต่ควรใช้ตามชนิดและปริมาณที่ได้รับคำแนะนำ ไม่ควรเพิ่มหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกันเพียงเพราะทุกตัวระบุว่าเป็นวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์

อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ไปโรงพยาบาลทันทีหากกินธาตุเหล็กเกินขนาด หรือมีอาการแพ้รุนแรง แม้ตอนแรกอาการจะยังไม่มาก การได้รับธาตุเหล็กเกินอาจเป็นพิษรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี

  • หายใจลำบาก แน่นคอ หรือเสียงเปลี่ยน
  • หน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม
  • หน้ามืด เป็นลม หรือมีลมพิษทั่วตัว
  • ปวดท้องรุนแรง อาเจียนซ้ำ หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ถ่ายดำผิดปกติร่วมกับอ่อนแรง หน้ามืด หรือปวดท้อง
  • เด็กเผลอกินยาที่มีธาตุเหล็ก ไม่ว่าจะทราบจำนวนหรือไม่

อุจจาระสีเข้มสามารถพบได้ระหว่างใช้ธาตุเหล็ก แต่ถ้าดำเหนียวเหมือนยางมะตอย มีเลือด หรือมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย ควรไปโรงพยาบาล ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นผลจากยาเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

ยาบำรุงเลือดกินพร้อมแคลเซียมได้ไหม

ไม่ควรกินพร้อมกันหากยาบำรุงเลือดมีธาตุเหล็ก แคลเซียมอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็ก ควรแยกเวลาและตรวจผลิตภัณฑ์วิตามินรวมด้วย เพราะบางสูตรมีแคลเซียมและธาตุเหล็กอยู่ในเม็ดเดียวกันตามสูตรที่กำหนดไว้แล้ว

ยาบำรุงเลือดกินพร้อมยาปฏิชีวนะได้ไหม

ยาปฏิชีวนะบางชนิดต้องแยกจากธาตุเหล็กและไม่ควรกำหนดช่วงห่างเอง ควรนำชื่อยาและฉลากมาปรึกษาเภสัชกร โดยทั่วไปต้องกิน tetracycline ก่อนธาตุเหล็กอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลังธาตุเหล็กหลายชั่วโมงตามคำแนะนำเฉพาะตัวยา ส่วน doxycycline และ ciprofloxacin อาจต้องจัดช่วงเวลาต่างออกไปตามตัวยาและฉลาก

ยาบำรุงเลือดกินกับวิตามินซีได้ไหม

โดยทั่วไปกินร่วมกันได้ แต่ต้องตรวจส่วนประกอบทั้งหมดของผลิตภัณฑ์วิตามิน ปัญหาสำคัญกว่าคือวิตามินรวมนั้นอาจมีธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม หรือสังกะสีผสมอยู่ ทำให้ได้รับธาตุเหล็กซ้ำหรือรบกวนการดูดซึม

กรดโฟลิกต้องหลีกเลี่ยงอาหารและยาเหมือนธาตุเหล็กไหม

ไม่เหมือนกัน เพราะกรดโฟลิกเป็นวิตามินบี 9 และไม่มีปฏิกิริยากับแคลเซียมหรือยาลดกรดแบบเดียวกับธาตุเหล็ก แต่มีข้อควรระวังคนละแบบ ผู้ที่ใช้ยากันชัก ยาต้านโฟเลต เช่น methotrexate หรือมีภาวะซีดที่ยังไม่ทราบสาเหตุควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ และไม่ควรใช้กรดโฟลิกขนาดสูงเอง เพราะอาจบดบังภาวะขาดวิตามินบี 12 ขณะที่ความเสียหายทางระบบประสาทยังดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ยาบำรุงเลือดอาจเป็นสูตรผสม จึงต้องดูว่ามีธาตุเหล็กรวมอยู่ด้วยหรือไม่

ลืมเว้นเวลาแล้วกินยาพร้อมธาตุเหล็กควรทำอย่างไร

อย่ากินยาเพิ่มเพื่อชดเชยทันที จดชื่อยา เวลา และจำนวนที่กิน แล้วตรวจคำแนะนำเฉพาะตัวยา หากเกิดหายใจลำบาก หน้าบวม อาเจียนรุนแรง หรือสงสัยว่ากินธาตุเหล็กเกิน ให้ไปโรงพยาบาลทันที

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ยาบำรุงเลือดของฉันมี elemental iron ต่อเม็ดเท่าไร?
  • ยาประจำตัวใดต้องเว้นจากธาตุเหล็ก และต้องเว้นกี่ชั่วโมง?
  • วิตามินหรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่มีธาตุเหล็กซ้ำหรือไม่?
  • ภาวะโลหิตจางของฉันเกิดจากการขาดธาตุเหล็กจริงหรือไม่?
  • อาการคลื่นไส้ ท้องผูก หรืออุจจาระสีเข้มควรจัดการอย่างไร?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall