ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ต่อมทอนซิลอักเสบ กินยาอะไร

ต่อมทอนซิลอักเสบ คือภาวะที่ต่อมทอนซิลบริเวณคออักเสบ ทำให้เจ็บคอ กลืนเจ็บ มีไข้ หรือต่อมทอนซิลบวม โดยอาจเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย

ประเด็นสำคัญ

  • Paracetamol อาจใช้บรรเทาไข้และเจ็บคอตามฉลากได้ ส่วน ibuprofen ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้เพื่อประเมินข้อห้าม โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ ยาเหล่านี้ลดอาการเท่านั้น ไม่ได้กำจัดไวรัสหรือแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ
  • ผู้ใหญ่ใช้ paracetamol เม็ดละ 500 มก. ครั้งละ 1–2 เม็ด เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 8 เม็ดภายใน 24 ชั่วโมง
  • อย่าซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะต่อมทอนซิลอักเสบจากไวรัสไม่ตอบสนองต่อยา และควรพบแพทย์ทันทีหากหายใจลำบาก กลืนน้ำไม่ได้ หรืออาการบวมเพิ่มเร็ว

สารบัญ

ยาต่อมทอนซิลอักเสบช่วยอะไรได้บ้าง

ยาที่ซื้อใช้เองมีหน้าที่ลดไข้และบรรเทาเจ็บคอ ส่วนการรักษาสาเหตุต้องพิจารณาว่าเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย อาการเพียงอย่างเดียวอาจแยกสาเหตุไม่ได้แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต หรืออาการไม่ดีขึ้น

อาการหรือสถานการณ์ทางเลือกเบื้องต้น
มีไข้หรือเจ็บคอparacetamol
ปวด บวม หรือมีไข้ibuprofen หากไม่มีข้อห้าม
กลืนเจ็บแต่ยังดื่มน้ำได้จิบน้ำ พักผ่อน ใช้ยาแก้ปวด
สงสัยติดเชื้อแบคทีเรียให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ และส่งพบแพทย์หากมีอาการรุนแรงหรือจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ
หายใจลำบากหรือกลืนน้ำไม่ได้ไปโรงพยาบาลทันที

Paracetamol เหมาะกับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่และใช้ได้ทั้งพร้อมอาหารหรือท้องว่าง ส่วน ibuprofen เป็นยากลุ่ม NSAIDs ซึ่งลดปวด ไข้ และการอักเสบ แต่มีข้อจำกัดมากกว่า โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร โรคไต โรคหัวใจ หรือกำลังตั้งครรภ์

ชื่อสามัญและผลิตภัณฑ์ผสม: ตรวจตัวยาสำคัญบนฉลากทุกครั้ง ยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสมอาจมี paracetamol หรือ ibuprofen อยู่แล้ว การกินซ้ำอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด

ยาแก้ทอนซิลอักเสบควรเลือกอย่างไร

ถ้าต้องการลดไข้หรือเจ็บคอ paracetamol มักเป็นตัวเลือกที่ตรงไปตรงมา ส่วน ibuprofen อาจช่วยทั้งปวดและอักเสบแต่ต้องตรวจข้อห้ามก่อน คุณไม่จำเป็นต้องกินยาทั้งสองชนิดพร้อมกันเพื่อรักษาต่อมทอนซิลอักเสบ

ยาช่วยเรื่องใดต้องระวังเป็นพิเศษ
paracetamolไข้และเจ็บคอโรคตับ ดื่มหนัก ยาซ้ำส่วนประกอบ
ibuprofenไข้ ปวด และอักเสบแผลกระเพาะ เลือดออก โรคไต โรคหัวใจ
ยาปฏิชีวนะเชื้อแบคทีเรียบางกรณีต้องประเมินสาเหตุและเลือกยาให้เหมาะ

หากมีอาการไอ น้ำมูก หรือเสียงแหบร่วมด้วย อาการอาจพบได้ในการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมักไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ลักษณะอาการไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้ด้วยตัวเอง

ยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบชนิดใดไม่ได้รักษาสาเหตุ

ไม่ใช่ทั้ง paracetamol และ ibuprofen ที่กำจัดเชื้อซึ่งทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบ ยาทั้งสองช่วยให้ไข้ลดและกลืนได้สบายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ไวรัสหรือแบคทีเรียหมดไปโดยตรง

ยาปฏิชีวนะก็ไม่ได้รักษาการติดเชื้อไวรัส และไม่ควรเริ่มจากการเห็นจุดขาวที่ทอนซิลเพียงอย่างเดียว เพราะลักษณะดังกล่าวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การใช้ยาโดยไม่จำเป็นเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียงและเชื้อดื้อยา

ควรเข้ารับการตรวจหากมีไข้สูง เจ็บคอมาก อาการแย่ลง ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต มีผื่น หรือไม่ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์อาจตรวจคอและพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อหรือใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่

ข้อควรระวังก่อนกินยามีอะไรบ้าง

ตรวจโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และตัวยาซ้ำในผลิตภัณฑ์อื่นก่อนกินยาแก้ปวดลดไข้ ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

  • อย่ากิน paracetamol ซ้ำหลายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสม เพราะอาจได้รับยาเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว
  • หลีกเลี่ยง ibuprofen หากเคยแพ้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs รวมถึงผู้ที่เคยมีหอบ หายใจมีเสียงหวีด หรือบวมหลังใช้ยาในกลุ่มนี้
  • ระวัง ibuprofen ในผู้มีแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร ยานี้อาจทำให้เกิดแผลและเลือดออกได้ แม้บดหรือให้ผ่านสายให้อาหาร
  • ผู้มีโรคไต ตับแข็ง โรคหัวใจ ความดันสูง หรือเคยโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ควรเริ่ม ibuprofen เอง
  • แจ้งทีมรักษาก่อนผ่าตัดว่าใช้ ibuprofen เพราะยาอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง และห้ามใช้ก่อนหรือหลังการผ่าตัดหัวใจ
  • อาการปวดกล้ามเนื้อผิดปกติจาก simvastatin ไม่ควรกลบด้วยยาแก้ปวดเอง โดยเฉพาะเมื่อปวดมาก อ่อนแรง หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์

ควรไปโรงพยาบาลทันที หากหายใจลำบาก น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ได้ อ้าปากลำบาก เสียงเปลี่ยน คอบวมมาก ซึม ขาดน้ำ หรืออาการข้างหนึ่งบวมและปวดรุนแรงกว่าชัดเจน

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาอะไรได้

หญิงตั้งครรภ์มักเลือก paracetamol เพื่อบรรเทาไข้หรือปวดก่อน แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นและตรวจขนาดจากฉลาก Paracetamol ยังเป็นตัวเลือกที่ใช้ได้โดยทั่วไประหว่างให้นมบุตร

สำหรับ ibuprofen ควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาตามอายุครรภ์ โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไปไม่ควรใช้เอง เพราะอาจกระทบทารกหรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด ช่วงใกล้คลอดยังมีความเสี่ยงจากผลต่อหลอดเลือดของทารกและการแข็งตัวของเลือด

หากกำลังตั้งครรภ์และมีไข้สูง กลืนอาหารหรือน้ำไม่ได้ หรือสงสัยติดเชื้อ ควรเข้ารับการประเมินแทนการใช้ยาต่อเนื่องเอง

เด็กที่ต่อมทอนซิลอักเสบควรใช้ยาอย่างไร

ขนาดยากินของเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรแบ่งยาจากอายุเพียงอย่างเดียว เด็กน้ำหนักต่างกันอาจต้องได้รับปริมาณยาไม่เท่ากัน แม้อายุเท่ากัน

อย่าให้ยาน้ำเป็นจำนวนมิลลิลิตรโดยไม่ดูความเข้มข้น เช่น paracetamol ชนิดน้ำอาจมีความเข้มข้นต่างกัน ปริมาตรเท่ากันจึงอาจมีตัวยาไม่เท่ากัน ควรใช้กระบอกตวงยาแทนช้อนกินข้าว

สำหรับ ibuprofen ฉลากสากลของยาเม็ด 200 มก. ระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีควรถามแพทย์ก่อนใช้ แต่การกำหนดขนาดยากินในเด็กยังต้องอาศัยน้ำหนัก ไม่ควรนำขนาดผู้ใหญ่ไปลดครึ่งเอง เด็กที่กลืนไม่ได้ น้ำลายไหล หายใจผิดปกติ ซึม หรือปัสสาวะน้อยควรพบแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงของยาลดไข้และแก้ปวดมีอะไรบ้าง

Paracetamol มักมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อใช้ถูกต้อง ส่วน ibuprofen อาจระคายกระเพาะและเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก อาการที่พบและอาการอันตรายควรแยกจากกันดังนี้

ระดับอาการอาการที่อาจพบควรทำอย่างไร
พบบ่อยจาก ibuprofenปวดท้อง แสบท้อง คลื่นไส้หยุดใช้หากอาการมากหรือไม่ดีขึ้น
แพ้ยาผื่น ลมพิษ หน้าบวมหยุดยาและรับคำแนะนำทางการแพทย์
เลือดออกทางเดินอาหารอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หน้ามืดไปโรงพยาบาลทันที
แพ้รุนแรงหายใจมีเสียงหวีด คอหรือลิ้นบวม ช็อกโทรฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาล
ปัญหาตับคลื่นไส้มาก ตาหรือผิวเหลืองรีบพบแพทย์

การแพ้ paracetamol เกิดได้แม้พบไม่บ่อย ความรุนแรงไม่สัมพันธ์โดยตรงกับขนาดยา อาการอาจเป็นผื่น ตุ่มพอง เยื่อตาอักเสบ หน้าบวม หลอดลมตีบ หรือความดันต่ำ

ผื่นลอก ตุ่มพอง แผลในปาก ตาอักเสบ หรือผิวหนังเจ็บหลังใช้ยา อาจเป็นปฏิกิริยาทางผิวหนังที่รุนแรง ให้หยุดยาและไปโรงพยาบาลทันที

ยามีปฏิกิริยากับยาอื่นหรือแอลกอฮอล์อย่างไร

ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และยาบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเมื่อใช้ร่วมกับยาลดไข้แก้ปวด นำรายชื่อยาประจำไปตรวจสอบก่อนเริ่มยา โดยเฉพาะหากใช้ warfarin, aspirin, steroid หรือยาขับปัสสาวะ

Ibuprofen อาจลดประโยชน์ของ aspirin ที่ใช้ป้องกันหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมอง และการใช้ร่วมกับ NSAIDs ตัวอื่นเพิ่มความเสี่ยงแผลหรือเลือดออกในกระเพาะ ไม่ควรกิน ibuprofen ซ้ำกับยาแก้ปวดกลุ่มเดียวกัน

Paracetamol อาจใช้บรรเทาปวดในผู้ใช้ warfarin ได้ในบางสถานการณ์ แต่การใช้ต่อเนื่องหรือใช้ร่วมกับยาอื่นควรตรวจสอบเป็นรายบุคคล ส่วนผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักหรือมีภาวะติดแอลกอฮอล์ต้องระวัง paracetamol เพราะเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อตับ

การดื่มแอลกอฮอล์วันละ 3 แก้วขึ้นไประหว่างใช้ ibuprofen เพิ่มโอกาสเลือดออกในกระเพาะ ทางที่ปลอดภัยกว่าคืองดดื่มระหว่างป่วยและระหว่างใช้ยา

เป็นทอนซิลอักเสบ กินยาอะไร และใช้ขนาดเท่าไร

ผู้ใหญ่ใช้ paracetamol 500 มก. ครั้งละ 1–2 เม็ด เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 8 เม็ดใน 24 ชั่วโมง ไม่ควรใช้เกิน 3 วันติดต่อกันโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. อาจต้องใช้ขนาดต่ำลง

Ibuprofen ชนิดเม็ดที่อ้างอิงมีตัวยาเม็ดละ 200 มก. ผู้ใหญ่และผู้มีอายุตั้งแต่ 12 ปีใช้ครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4–6 ชั่วโมงขณะที่ยังมีอาการ หาก 1 เม็ดไม่พออาจใช้ครั้งละ 2 เม็ด และห้ามเกิน 6 เม็ดใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่แพทย์สั่ง ควรใช้ขนาดต่ำสุดที่ได้ผล และกินพร้อมอาหารหรือนมหากกระคายท้อง

ยาขนาดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ปริมาณสูงสุด
paracetamol 500 มก.1–2 เม็ด ห่างอย่างน้อย 4 ชั่วโมง8 เม็ดต่อ 24 ชั่วโมง
ibuprofen 200 มก.1 เม็ดทุก 4–6 ชั่วโมง; หากไม่พอใช้ 2 เม็ด6 เม็ดต่อ 24 ชั่วโมง

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

อย่าใช้ตัวเลขในตารางกับผลิตภัณฑ์ที่มีความแรงต่างออกไป และอย่ากินยาต่อเนื่องเพื่อกลบอาการ หากอาการเจ็บคอไม่เริ่มดีขึ้นภายในประมาณ 3–4 วัน อาการแย่ลง มีไข้นานเกิน 3 วัน หรือมีสัญญาณอันตราย ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอ

ต่อมทอนซิลอักเสบกินยาอะไรในเด็ก

เด็กอาจใช้ paracetamol หรือ ibuprofen เพื่อบรรเทาไข้และเจ็บคอได้ แต่ต้องคำนวณขนาดตามน้ำหนักตัว หน้านี้ไม่ให้ปริมาณเป็นมิลลิลิตร เพราะยาน้ำแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน

ก่อนให้ยา ให้จดน้ำหนักเด็ก อ่านชื่อสามัญและความเข้มข้นบนฉลาก แล้วตรวจว่าไม่มีตัวยาเดียวกันอยู่ในยาแก้หวัดชนิดอื่น หากเด็กอาเจียนหลังรับยา อย่าให้ซ้ำทันทีโดยไม่ทราบว่ายาถูกดูดซึมไปเท่าใด

เด็กที่มีไข้ร่วมกับคอแข็ง หายใจเร็ว หายใจลำบาก ซึม ชัก ดื่มไม่ได้ หรือมีสัญญาณขาดน้ำต้องได้รับการประเมินเร่งด่วน ไม่ควรรอดูผลจากยาลดไข้เพียงอย่างเดียว

หากกินยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

หากกิน paracetamol หรือ ibuprofen เกินกว่าฉลาก ให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที แม้ยังไม่มีอาการ Paracetamol เกินขนาดอาจทำลายตับโดยระยะแรกยังดูปกติ จึงไม่ควรรอให้คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือตัวเหลืองก่อน

นำซองยา ฉลาก ยาที่เหลือ และรายการยาอื่นไปด้วย จดชื่อยา ความแรง จำนวนที่กิน และเวลาที่กินให้ชัดเจน อย่าทำให้อาเจียนเอง และอย่ากินยาอื่นเพื่อแก้อาการโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

คำถามที่พบบ่อย

ต่อมทอนซิลเป็นหนองต้องกินยาปฏิชีวนะไหม

ไม่จำเป็นทุกคน จุดขาวหรือคราบบนทอนซิลไม่ได้ยืนยันว่าเกิดจากแบคทีเรีย แพทย์อาจพิจารณาจากอาการ การตรวจคอ และการตรวจหาเชื้อก่อนสั่งยา

กิน paracetamol กับ ibuprofen พร้อมกันได้ไหม

ยาทั้งสองออกฤทธิ์ต่างกันและอาจใช้ในบางแผนการรักษา แต่ไม่ควรเริ่มกินพร้อมกันเอง เพราะเสี่ยงสับสนเรื่องเวลาและปริมาณยา เลือกชนิดเดียวที่ไม่มีข้อห้ามก่อนมักง่ายกว่า

เจ็บคอควรกิน ibuprofen หลังอาหารไหม

หาก ibuprofen ทำให้ระคายท้อง สามารถกินพร้อมอาหารหรือนมได้ แต่การกินหลังอาหารไม่ได้กำจัดความเสี่ยงแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร ผู้มีประวัติเลือดออกหรือแผลกระเพาะไม่ควรใช้เอง

ไม่มีไข้แต่ทอนซิลบวมควรกินยาไหม

ถ้าเจ็บคอ สามารถใช้ยาแก้ปวดตามข้อควรระวังได้ แต่ยาจะไม่แก้ทุกสาเหตุของทอนซิลบวม หากบวมข้างเดียว มีก้อนที่คอ เสียงเปลี่ยน หรืออาการไม่ยุบ ควรเข้ารับการตรวจ

ต่อมทอนซิลอักเสบกี่วันหาย

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง อาการจากไวรัสจำนวนมากค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง แต่ควรพบแพทย์หากอาการแย่ลง ไข้เกิน 3 วัน หรือกินยาแล้วอาการปวดยังต่อเนื่อง

ใช้ยาอมแทนยาแก้ปวดได้ไหม

ยาอมอาจช่วยให้ชุ่มคอและบรรเทาอาการชั่วคราว แต่ไม่ได้รักษาเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับอายุและหลีกเลี่ยงการให้ของอมแก่เด็กที่เสี่ยงสำลัก

ควรหยุดยาลดไข้เมื่อไม่มีไข้แล้วไหม

ยาลดไข้และยาแก้ปวดใช้ตามอาการ เมื่อไม่มีไข้และไม่เจ็บแล้วมักไม่จำเป็นต้องกินต่อ แต่หากได้รับยาปฏิชีวนะจากแพทย์ ต้องใช้ตามคำสั่งของยาชนิดนั้น ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง

ตัดต่อมทอนซิลแล้วจะไม่เจ็บคออีกใช่ไหม

การผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกไม่ได้ป้องกันสาเหตุของอาการเจ็บคอทั้งหมด คอและเนื้อเยื่อบริเวณอื่นยังติดเชื้อหรืออักเสบได้ การผ่าตัดพิจารณาเป็นรายกรณีเมื่อมีข้อบ่งชี้

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลคืนนี้

ไปทันทีหากคุณหายใจลำบาก กลืนน้ำไม่ได้ น้ำลายไหล อ้าปากลำบาก เสียงผิดปกติ คอบวมเร็ว ซึม หรือมีอาการขาดน้ำ อาการเหล่านี้ไม่ควรรอจนถึงเช้า

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ยาแก้หวัดหรือยาประจำที่ใช้อยู่มี paracetamol หรือ ibuprofen ซ้ำหรือไม่
  • โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ หรือประวัติแผลกระเพาะของคุณมีผลต่อการเลือกยาอย่างไร
  • หากใช้ warfarin, aspirin หรือยาขับปัสสาวะ ควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดชนิดใด
  • เด็กน้ำหนักเท่านี้ควรได้รับยากี่มิลลิกรัม และยาน้ำที่มีอยู่ต้องตวงกี่มิลลิลิตร
  • อาการแบบใดบ่งชี้ว่าควรตรวจหาเชื้อแทนการรักษาตามอาการต่อ

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall