ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

อาหารไม่ย่อย กินยาอะไร

อาหารไม่ย่อย คืออาการไม่สบายท้องส่วนบน เช่น แน่นท้อง ท้องอืด เรอ แสบร้อนกลางอก หรือรู้สึกอิ่มเร็ว โดยยาที่เหมาะขึ้นอยู่กับอาการเด่นและสาเหตุที่เป็นไปได้

ประเด็นสำคัญ

  • อาหารไม่ย่อยที่เด่นด้วยลมหรือท้องอืดอาจใช้ simethicone ส่วนอาการแสบร้อนจากกรดอาจเหมาะกับยาลดกรด famotidine หรือ omeprazole ตามลักษณะอาการ
  • ตัวอย่างความแรงที่พบได้คือ simethicone 80 หรือ 125 มก., famotidine 10 หรือ 20 มก. และ omeprazole 20 มก. แต่ใช้ต่างกัน
  • ควรพบแพทย์ทันทีหากเจ็บหน้าอกร่วมกับหายใจลำบาก เหงื่อออก หน้ามืด อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ กลืนลำบาก หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ยาแก้อาหารไม่ย่อยเลือกอย่างไร

เลือกยาตามอาการที่รบกวนคุณมากที่สุด เพราะคำว่าอาหารไม่ย่อยครอบคลุมทั้งลมในท้อง กรดเกิน และอาการแสบร้อนกลางอก ไม่ควรกินยาหลายกลุ่มพร้อมกันโดยยังไม่รู้ว่ายาแต่ละตัวมีหน้าที่อะไร

อาการเด่นยาที่อาจเหมาะจุดที่ควรรู้
แน่นท้อง ท้องอืด มีลมsimethiconeช่วยลดอาการจากฟองแก๊ส
แสบร้อนหรือเปรี้ยวขึ้นคอเป็นครั้งคราวยาลดกรดชนิดอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมออกฤทธิ์โดยสะเทินกรด
แสบร้อนหลังอาหารบางชนิดfamotidineลดการหลั่งกรด
แสบร้อนบ่อยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันomeprazoleไม่ได้บรรเทาทันที อาจใช้เวลา 1–4 วัน
ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุยังไม่ควรเลือกยาเองยาอาจบดบังอาการสำคัญ

simethicone มีทั้งยาเดี่ยวขนาด 80 มก. หรือ 125 มก. ต่อเม็ด และผลิตภัณฑ์ผสมที่มี simethicone 60 มก. ร่วมกับ calcium carbonate 675 มก. และ magnesium hydroxide 135 มก. ต่อเม็ด จึงต้องอ่านตัวยาสำคัญทุกครั้ง

ผลิตภัณฑ์บางชนิดผสม loperamide 2 มก. กับ simethicone 125 มก. ซึ่งออกแบบสำหรับอาการท้องเสียร่วมกับแก๊ส ไม่ควรเลือกใช้เพื่อรักษาอาการแน่นท้องอย่างเดียว เพราะมีตัวยาหยุดถ่ายผสมอยู่ด้วย

อาหารไม่ย่อยกินยาอะไรตามอาการ

หากเป็นเพียงลมหรือท้องอืด อาจเลือก simethicone ตามฉลากได้ แต่หากต้องใช้ famotidine หรือ omeprazole ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อประเมินอาการ โรคประจำตัว ยาร่วม สัญญาณอันตราย และความเหมาะสมก่อนรับยา หากอาการเกิดบ่อย ต่อเนื่อง หรือมีสัญญาณอันตราย ควรพบแพทย์ ยาแต่ละชนิดออกฤทธิ์และใช้ในช่วงเวลาต่างกัน

ยาแต่ละกลุ่มช่วยอะไร

  • Simethicone: บรรเทาความดัน แน่นท้อง และท้องอืดที่สัมพันธ์กับแก๊ส
  • ยาลดกรดชนิดอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม: สะเทินกรดในกระเพาะ จึงใช้บรรเทาแสบร้อนกลางอก กรดเกิน และท้องไม่สบายจากกรด
  • Famotidine: ลดการหลั่งกรด ใช้บรรเทาหรือป้องกันแสบร้อนที่เกิดจากอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด
  • Omeprazole: ลดกรดและใช้กับอาการแสบร้อนกลางอกที่เกิดบ่อย รวมถึงโรคจากกรดบางชนิดภายใต้การดูแลของแพทย์

หากอาการเกิดหลังอาหารมื้อใหญ่ คุณอาจลองกินมื้อเล็กลง ลดอาหารมัน อาหารรสจัด และไม่นอนทันทีหลังอาหาร การปรับพฤติกรรมช่วยลดการกลับเป็นซ้ำได้มากกว่าการเพิ่มยาโดยไม่จำเป็น

ยาเหล่านี้ไม่ได้รักษาอะไร

ไม่ใช่ยาครอบจักรวาลสำหรับอาการปวดท้องทุกชนิด และไม่รักษาสาเหตุอย่างการติดเชื้อ ภาวะหัวใจขาดเลือด หรือโรคร้ายแรงในทางเดินอาหาร ตำแหน่งและลักษณะอาการจึงสำคัญกว่าคำว่า “อาหารไม่ย่อย”

simethicone ช่วยเรื่องแก๊ส แต่ไม่รักษากรดไหลย้อนหรือแผลในกระเพาะโดยตรง ยาลดกรดและยาลดการหลั่งกรดก็ไม่รักษาท้องเสีย และไม่ควรใช้เพื่อกลบอาการปวดท้องที่เกิดหลังเริ่มยาใหม่โดยไม่หาสาเหตุ

omeprazole ไม่เหมาะสำหรับบรรเทาแสบร้อนทันที เพราะอาจใช้เวลา 1–4 วันจึงออกฤทธิ์เต็มที่ หากคุณต้องการบรรเทาอาการเฉียบพลัน ควรเลือกยาตามอาการและข้อห้ามของแต่ละคน

มีข้อควรระวังอะไรบ้างก่อนกินยา

ตรวจอาการอันตราย โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ก่อนเลือกยา โดยเฉพาะเมื่ออาการรุนแรง เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่เหมือนเดิม ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

  • อย่าใช้ยารักษาเองหากกลืนอาหารลำบากหรือเจ็บเวลากลืน เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
  • พบแพทย์ทันทีเมื่ออาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำคล้ายน้ำมันดิน รวมถึงมีเลือดออกทางทวารหนัก
  • อย่าคิดว่าอาการเจ็บหน้าอกเป็นเพียงกรดไหลย้อนเสมอไป หากมีหายใจลำบาก เหงื่อออก เวียนศีรษะ หรือปวดร้าวไปแขน คอ หรือไหล่ ให้รับการรักษาฉุกเฉิน
  • ควรตรวจหาสาเหตุหากน้ำหนักลด อาเจียน ปวดท้อง หรืออ่อนเพลียผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่ออาการเป็นต่อเนื่อง
  • โรคไตเพิ่มความเสี่ยงจากยาบางชนิด ผู้มีไตทำงานบกพร่องอาจต้องปรับขนาด famotidine และควรระวังยาลดกรดที่มีแมกนีเซียมหรืออะลูมิเนียม
  • ไม่ควรใช้ยาลดกรดหลายชนิดซ้อนกัน รวมถึงไม่ควรใช้ famotidine ร่วมกับยาลดกรดกลุ่มอื่นโดยไม่ตรวจส่วนประกอบ
  • หากอาการแสบร้อนเกิดบ่อยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันต่อเนื่องเกินประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่ดีขึ้นตามระยะที่ฉลากกำหนด หรือกลับเป็นซ้ำหลังหยุดยา ควรพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกร ไม่ต้องรอให้อาการนานถึง 3 เดือน
  • อย่ากินยาเกินระยะที่ฉลากกำหนด หากอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นบ่อย ควรหาสาเหตุแทนการกินต่อเนื่องเอง

หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และผู้ให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรเลือกยาเป็นรายกรณี และไม่ควรเริ่มยาลดการหลั่งกรดต่อเนื่องเอง ข้อมูลของ famotidine ไม่พบความผิดปกติของทารกในงานศึกษาในสัตว์ แต่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์เมื่อจำเป็นเท่านั้น

สำหรับ omeprazole และยาลดกรดชนิดอะลูมิเนียมกับแมกนีเซียม ควรพิจารณาโรคประจำตัว ยาอื่น และระยะเวลาที่ต้องใช้ร่วมด้วย หลีกเลี่ยงการกินต่อเนื่องเพียงเพราะเข้าใจว่ายากลุ่มนี้ปลอดภัยเสมอ

เด็กไม่ควรใช้ขนาดเดียวกับผู้ใหญ่โดยอัตโนมัติ ฉลาก famotidine แบบใช้เองระบุให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีถามแพทย์ ส่วนฉลาก omeprazole แบบใช้เองระบุให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีพบแพทย์ เพราะอาการแสบร้อนในเด็กอาจมีสาเหตุที่ต้องตรวจ

ยาชนิดรับประทานสำหรับเด็กควรพิจารณาจากน้ำหนัก รูปแบบยา และความเข้มข้น ไม่ควรแบ่งเม็ดหรือเทยาน้ำตามการคาดเดา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ผสมที่มีตัวยาหลายชนิด

ยาแก้อาหารไม่ย่อยมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับตัวยา โดยยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือแมกนีเซียมกระทบการขับถ่ายได้ ส่วนอาการแพ้หรือระดับแมกนีเซียมสูงต้องได้รับการดูแลเร็ว simethicone มักใช้เพื่อบรรเทาแก๊ส แต่ควรหยุดใช้หากเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทาน

ระดับอาการตัวอย่างอาการควรทำอย่างไร
พบบ่อยและไม่รุนแรงท้องผูกหรือถ่ายเหลวหยุดหรือทบทวนชนิดยาเมื่อรบกวนมาก
ควรประเมินท้องเสียหลังใช้ omeprazoleหยุดใช้และพบแพทย์หากต่อเนื่อง
อาจมีแมกนีเซียมสูงง่วงซึม สับสน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจเต้นผิดปกติพบแพทย์ทันที
อาการแพ้ยาผื่น คัน ลมพิษ บวมหยุดยาและรับคำแนะนำ
แพ้รุนแรงหน้าหรือลิ้นบวม หายใจลำบากไปห้องฉุกเฉินทันที
ปฏิกิริยาผิวหนังรุนแรงผิวแดง พุพอง หรือผื่นลุกลามหยุดยาและพบแพทย์ทันที

อาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ ร่วมกับหายใจลำบาก อาจเป็นอาการแพ้รุนแรง อย่ารอดูอาการเอง

ผู้ที่เคยแพ้ยาปฏิชีวนะกลุ่มซัลโฟนาไมด์โดยทั่วไปสามารถใช้ famotidine ได้ เพราะไม่พบหลักฐานการแพ้ข้ามโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากเคยมีภาวะแพ้รุนแรงหรือผิวหนังหลุดลอก ควรแจ้งประวัติทุกครั้งก่อนเริ่มยาใหม่

ยาเหล่านี้ตีกับยาอื่นหรือแอลกอฮอล์หรือไม่

ยาลดกรดอาจรบกวนการดูดซึมยาอื่น โดยช่วงเว้นขึ้นอยู่กับยาที่ใช้และไม่ควรยึด 2 ชั่วโมงกับยาทุกชนิด เช่น levothyroxine ควรเว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ส่วนยาปฏิชีวนะบางชนิดต้องเว้นตามคำแนะนำเฉพาะ จึงควรให้เภสัชกรตรวจรายการยาก่อนใช้ ยาที่อาจได้รับผลกระทบมีหลายกลุ่ม เช่น ธาตุเหล็ก ฮอร์โมนไทรอยด์ ยาฆ่าเชื้อรา ยารักษากระดูกพรุน และยากันชักบางชนิด

famotidine และ omeprazole เปลี่ยนความเป็นกรดในกระเพาะ จึงอาจมีปฏิกิริยากับยาตามใบสั่งแพทย์บางชนิด หากคุณกินยาประจำ ควรนำรายชื่อยา วิตามิน และสมุนไพรทั้งหมดมาตรวจสอบก่อนเริ่มใช้

แอลกอฮอล์อาจกระตุ้นแสบร้อนกลางอกและระคายกระเพาะ แม้ไม่ได้เกิดปฏิกิริยารุนแรงกับยาทุกชนิด หากสังเกตว่าดื่มแล้วอาการกำเริบ ควรงดหรือลดปริมาณแทนการเพิ่มขนาดยา

ผู้ใหญ่ควรกินขนาดเท่าไร

ขนาดยาแตกต่างกันตามตัวยา ความแรง และอาการ ห้ามนำจำนวนเม็ดของยาชนิดหนึ่งไปใช้กับอีกชนิดหนึ่ง ตรวจชื่อสามัญและความแรงบนฉลากก่อนกินทุกครั้ง

ตัวยาและความแรงวิธีใช้ตามฉลากสากลข้อจำกัดสำคัญ
simethicone 80 มก./เม็ดเคี้ยวครั้งละ 1–2 เม็ดหลังอาหารและก่อนนอนเมื่อมีอาการไม่เกินขนาดสูงสุดตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายจริงในประเทศไทยหรือคำแนะนำของเภสัชกร
famotidine 10 หรือ 20 มก./เม็ดกลืน 1 เม็ดพร้อมน้ำเพื่อบรรเทาอาการไม่เกิน 2 เม็ดใน 24 ชั่วโมง
famotidine 10 หรือ 20 มก./เม็ดกลืน 1 เม็ดก่อนอาหารหรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการ 15–60 นาทีห้ามเคี้ยว
omeprazole 20 มก./เม็ดโดยทั่วไปใช้ก่อนอาหารขนาดและระยะเวลาต้องให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดตามข้อบ่งใช้ ไม่ควรเริ่มหลักสูตร 14 วันเองโดยไม่ได้รับการประเมิน

omeprazole อาจเริ่มเห็นผลเต็มที่ภายใน 1–4 วัน ขนาดและระยะเวลาต้องให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดตามข้อบ่งใช้ หากอาการกลับมาเป็นซ้ำหลังหยุดยา หรือจำเป็นต้องใช้ยาอีก ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุก่อนเริ่มยาใหม่

ยาลดกรดชนิดน้ำที่มีอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมต้องเขย่าขวดและตวงด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน ความเข้มข้นแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ จึงไม่ควรใช้จำนวนมิลลิลิตรจากผลิตภัณฑ์อื่นแทนฉลากของขวดที่คุณมี

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ถ้าลืมกินยาควรทำอย่างไร

หากเป็นยาที่ใช้ตามอาการ ไม่จำเป็นต้องกินชดเชยเมื่อไม่มีอาการ ถ้าเป็นยาที่กำหนดเวลา ให้กินเมื่อนึกได้ แต่หากใกล้มื้อต่อไปแล้วให้ข้าม ห้ามเพิ่มเป็นสองเท่า

บดยาหรือเคี้ยวยาได้ไหม

ขึ้นอยู่กับรูปแบบยา simethicone ชนิดเม็ดเคี้ยวต้องเคี้ยวให้ละเอียด ส่วน famotidine และ omeprazole ตามฉลากที่กล่าวถึงต้องกลืน ไม่ควรเคี้ยวหรือบด

กินหลายกลุ่มพร้อมกันได้ไหม

ไม่ควรเริ่มหลายชนิดพร้อมกันเอง คุณอาจได้รับตัวยาซ้ำหรือเพิ่มความเสี่ยงปฏิกิริยาระหว่างยา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ผสม

เด็กควรกินขนาดเท่าไร

ไม่มีขนาดรับประทานเดียวที่เหมาะกับเด็กทุกคน เพราะต้องพิจารณาน้ำหนัก อาการ ตัวยา รูปแบบยา และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ อย่าใช้ตารางอายุเพื่อคำนวณยาชนิดรับประทานเอง

ฉลาก famotidine แบบใช้เองให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีถามแพทย์ก่อนใช้ ส่วน omeprazole แบบใช้เองไม่ได้กำหนดขนาดสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี การให้ยาเด็กจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุของอาการและคำนวณตามน้ำหนักเมื่อยานั้นมีขนาดแบบ มก./กก.

ห้ามตวงยาน้ำด้วยช้อนกินข้าว และห้ามให้จำนวนมิลลิลิตรโดยไม่ตรวจความเข้มข้นบนฉลาก เพราะผลิตภัณฑ์ต่างความเข้มข้นให้ปริมาณตัวยาไม่เท่ากัน

หากกินยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

หยุดกินยาเพิ่ม ตรวจชื่อยา ความแรง จำนวนที่กิน และเวลาที่กิน แล้วติดต่อสถานพยาบาลหรือศูนย์พิษวิทยาทันที อย่าทำให้อาเจียนเอง เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์แนะนำ

ควรไปห้องฉุกเฉินทันทีหากมีซึม สับสน หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะ เป็นลม หรือเกิดอาการแพ้รุนแรง นำบรรจุภัณฑ์ยาไปด้วยเพื่อให้ตรวจส่วนประกอบได้เร็ว

คำถามที่พบบ่อย

อาการแน่นท้องหลังอาหารใช้ยาอะไร

ถ้าเด่นด้วยลม ท้องอืด หรือเรอบ่อย simethicone อาจช่วยได้ หากมีแสบร้อนหรือเปรี้ยวขึ้นคอร่วมด้วย ยาลดกรดหรือยาลดการหลั่งกรดอาจเหมาะกว่า

แสบร้อนกลางอกควรกิน famotidine หรือ omeprazole

famotidine เหมาะกับการบรรเทาหรือป้องกันอาการจากอาหารบางชนิด ส่วน omeprazole ใช้กับอาการที่เกิดบ่อยและไม่ได้ออกฤทธิ์ทันที อย่าใช้สองชนิดร่วมกันเองโดยยังไม่ได้ตรวจยาอื่นและโรคประจำตัว

omeprazole กินแล้วหายทันทีไหม

ไม่ทันทีเสมอไป เพราะอาจใช้เวลา 1–4 วันจึงออกฤทธิ์เต็มที่ ขนาดและระยะเวลาต้องให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดตามข้อบ่งใช้ ไม่ควรเริ่มหลักสูตรยาเองโดยไม่ได้รับการประเมิน

กินยาลดกรดต่อเนื่องได้นานแค่ไหน

ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกินฉลากกำหนดโดยไม่ตรวจสาเหตุ ยาลดกรดชนิดอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมไม่ควรใช้รักษาตัวเองนานเกิน 1–2 สัปดาห์ และยิ่งต้องระวังในผู้มีโรคไต

อาหารไม่ย่อยเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เมื่ออาการรุนแรง เป็นซ้ำบ่อย แย่ลง หรือจำเป็นต้องกินยาต่อเนื่อง หากมีถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด กลืนลำบาก น้ำหนักลด หรือเจ็บหน้าอกร่วมกับหายใจลำบาก ให้รับการรักษาโดยเร็ว

คนแพ้ยาซัลฟาใช้ famotidine ได้ไหม

โดยทั่วไปใช้ได้ เพราะ famotidine ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะกลุ่มซัลโฟนาไมด์และไม่พบหลักฐานการแพ้ข้ามโดยตรง แต่ผู้ที่เคยแพ้ยารุนแรงควรแจ้งประวัติก่อนเริ่มยาใหม่

ยาลดกรดต้องเว้นจากยาอื่นกี่ชั่วโมง

ช่วงเว้นขึ้นอยู่กับยาที่ใช้ ไม่ควรยึด 2 ชั่วโมงกับยาทุกชนิด เช่น levothyroxine ควรเว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และยาปฏิชีวนะบางชนิดต้องเว้นตามคำแนะนำเฉพาะ ควรให้เภสัชกรตรวจรายการยาก่อนใช้

อาหารอะไรทำให้อาการกำเริบได้

อาหารมัน มื้อใหญ่ อาหารรสจัด คาเฟอีน และแอลกอฮอล์อาจกระตุ้นอาการในบางคน ลองจดอาหารกับอาการเพื่อหาสิ่งกระตุ้นของคุณ แทนการงดอาหารหลายชนิดโดยไม่จำเป็น

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • อาการเด่นของฉันเหมาะกับ simethicone ยาลดกรด famotidine หรือ omeprazole มากกว่ากัน
  • ยาที่เลือกมีตัวยาซ้ำกับผลิตภัณฑ์ที่ฉันใช้อยู่หรือไม่
  • ต้องเว้นยานี้จากยา วิตามิน หรืออาหารเสริมประจำกี่ชั่วโมง
  • โรคไต การตั้งครรภ์ หรือการให้นมบุตรมีผลต่อการเลือกยาอย่างไร
  • หากอาการไม่ดีขึ้นภายในระยะใดควรหยุดรักษาเองและไปพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall