ยาอันตราย มีอะไรบ้าง ข้อควรระวัง คำถามพบบ่อย
“ยาอันตราย” เป็นประเภทยาตามกฎหมายไทยที่ต้องซื้อจากร้านยาและให้เภสัชกรเป็นผู้จ่าย โดยเภสัชกรจะประเมินข้อบ่งใช้ ขนาดยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้ร่วมกัน ประวัติแพ้ยา และการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปยาอันตรายไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์
คำนี้แตกต่างจาก “ยาความเสี่ยงสูง” ในภาษาทั่วไป ซึ่งหมายถึงยาที่อาจเกิดผลเสียรุนแรงได้หากใช้ผิดข้อบ่งใช้ ผิดขนาด ใช้ร่วมกับยาบางชนิด หรือใช้ในผู้ที่มีข้อห้าม จึงไม่มีรายชื่อสั้นๆ ที่ใช้ตัดสินยาได้ทุกชนิด คุณควรดูชื่อสามัญ คำเตือน และประเภทของยาบนบรรจุภัณฑ์ทุกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ยาอันตรายไม่ได้หมายความว่าใช้ไม่ได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกคน ถูกโรค และถูกวิธี เพราะการใช้ผิดอาจทำให้อาการเดิมแย่ลงหรือเกิดพิษจากยา
- กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ยาที่ทำให้ง่วง กดการหายใจ เพิ่มเลือดออก ลดน้ำตาลในเลือด หรือมีช่วงขนาดยาที่ปลอดภัยค่อนข้างแคบ
- หากกินยาผิดชนิด ผิดจำนวน หรือมีอาการหายใจลำบาก หมดสติ ชัก ปากบวม หรือลิ้นบวม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีและนำบรรจุภัณฑ์ยาไปด้วย
ยาอันตราย คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับฤทธิ์ของยา ปริมาณที่ได้รับ โรคประจำตัว และยาหรือสารอื่นที่ใช้พร้อมกัน ยาชนิดเดียวกันอาจใช้ได้อย่างเหมาะสมในคนหนึ่ง แต่สร้างปัญหาในอีกคนหนึ่ง เช่น ผู้ที่ตั้งครรภ์ มีโรคตับ โรคไต โรคหัวใจ หรือมีประวัติแพ้ยา
ยาบางกลุ่มกดการทำงานของสมองและระบบหายใจ บางกลุ่มรบกวนการแข็งตัวของเลือด หรือทำให้น้ำตาลและความดันเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว บางชนิดสะสมในร่างกายได้เมื่อไตหรือตับทำงานลดลง จึงไม่ควรเพิ่มยา ลดยา หรือหยุดยาเองจากความรู้สึกว่าอาการดีขึ้นหรือยาไม่ออกฤทธิ์
ตารางนี้เป็นกลุ่มความเสี่ยงทั่วไป ไม่ใช่รายชื่อยาอันตรายตามกฎหมาย และไม่ได้หมายความว่ายาทุกตัวในกลุ่มห้ามใช้
| กลุ่มความเสี่ยง | สิ่งที่อาจเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรระวัง |
| ยาที่ทำให้ง่วง | มึนงง ล้ม การหายใจช้าลง | แอลกอฮอล์และการขับรถ |
| ยาที่เพิ่มเลือดออก | ช้ำง่าย เลือดหยุดยาก | ยาแก้ปวดบางชนิด |
| ยาที่ลดน้ำตาล | เหงื่อออก สั่น สับสน | กินอาหารไม่ตรงเวลา |
| ยาที่มีผลต่อหัวใจ | หน้ามืด ใจสั่น เป็นลม | การใช้ซ้ำหรือใช้ร่วมกัน |
| ยาที่มีผลต่อตับหรือไต | ยาสะสมหรือเกิดพิษ | โรคประจำตัวและยาหลายชนิด |
| ยากดภูมิคุ้มกัน | ติดเชื้อง่ายขึ้น | ไข้และการรับวัคซีน |
ควรทำอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่ายาที่มีอยู่เป็นยาอันตราย
อย่ากินยาที่ไม่ทราบชื่อหรือไม่มีฉลาก และอย่าตัดสินจากสี รูปร่าง หรือคำบอกต่อ ยาคนละชนิดอาจมีลักษณะคล้ายกัน ขณะที่ยาชนิดเดียวกันอาจผลิตออกมาหลายสีและหลายรูปแบบ
ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้:
- อ่านชื่อสามัญบนแผงยา ขวด หรือกล่อง ไม่ใช้เพียงชื่อที่ผู้ให้ยาบอกมา
- ดูคำเตือน ประเภทของยา วิธีใช้ วันหมดอายุ และเงื่อนไขการเก็บรักษา
- รวบรวมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ รวมถึงยาซื้อเอง สมุนไพร อาหารเสริม และแอลกอฮอล์
- หากฉลากขาด อ่านไม่ออก หรือยาไม่ได้อยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม ให้งดใช้ไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจสอบได้
- หากกินไปแล้ว ให้จดชื่อยา เวลาที่กิน และจำนวนที่คาดว่ากินเข้าไป อย่าทำให้อาเจียนเอง เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์สั่งให้ทำ
| สถานการณ์ | ควรทำอะไร |
| ยังไม่ได้กินและไม่รู้ชื่อยา | งดใช้และตรวจสอบฉลาก |
| กินถูกยาตามฉลากแต่กังวล | สังเกตอาการและตรวจสอบยาที่ใช้ร่วมกัน |
| กินซ้ำหรือกินผิดจำนวน | ติดต่อโรงพยาบาลหรือศูนย์พิษวิทยาโดยเร็ว |
| เด็กกินยาโดยไม่ตั้งใจ | ขอความช่วยเหลือทันที ไม่รอดูอาการ |
| ไม่ทราบชนิดหรือจำนวนที่กิน | นำยาและบรรจุภัณฑ์ไปโรงพยาบาล |
อย่าแบ่งยาที่สั่งให้คุณแก่คนอื่น แม้จะมีอาการคล้ายกัน และอย่าใช้ยาของคนอื่นแทน เพราะโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ทำให้ความเสี่ยงต่างกัน
อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการที่กระทบการหายใจ ระดับความรู้สึกตัว ระบบประสาท หรือการไหลเวียนเลือด ไม่ควรขับรถไปเองหากง่วงมาก สับสน หน้ามืด หรือสงสัยว่าได้รับยาที่กดประสาท
สัญญาณฉุกเฉิน ได้แก่:
- หายใจลำบาก หายใจช้า หายใจมีเสียง หรือริมฝีปากเขียว
- ปาก ลิ้น ใบหน้า หรือคอบวม
- หมดสติ ปลุกไม่ตื่น สับสนรุนแรง หรือพฤติกรรมเปลี่ยนฉับพลัน
- ชัก กล้ามเนื้อเกร็ง หรือเดินเซมาก
- เจ็บหน้าอก ใจสั่นรุนแรง หรือเป็นลม
- อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือมีเลือดออกไม่หยุด
- ผื่นลอก มีแผลในปาก หรือตุ่มพองร่วมกับไข้
- สงสัยว่าเด็กกินยา หรือมีการกินยาเพื่อทำร้ายตัวเอง แม้ยังไม่มีอาการ
นำแผงยา ขวด ฉลาก และยาที่เหลือไปด้วย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมรักษาระบุสารที่ได้รับและวางแผนดูแลได้เร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ยาที่มีคำว่า “ยาอันตราย” บนฉลากกินได้ไหม
หากเป็นยาอันตรายตามกฎหมาย ให้ใช้ตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ และไม่ควรเลือกเริ่มยาเองจากฉลากเพียงอย่างเดียว ควรแจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้ยา และการตั้งครรภ์แก่เภสัชกรทุกครั้ง คำเตือนนี้ไม่ได้แปลว่ายานั้นเป็นพิษเสมอไป แต่บอกว่าการใช้ผิดอาจมีผลเสียสำคัญ จึงไม่เหมาะกับการลองกินเองโดยไม่ทราบรายละเอียด
ยาสามัญประจำบ้านเป็นยาอันตรายหรือไม่
ยาที่หาซื้อได้ทั่วไปก็ทำให้เกิดอันตรายได้หากกินซ้ำซ้อน ใช้ผิดวิธี หรือมีข้อห้ามเฉพาะตัว ตรวจดูว่ายาหลายกล่องมีตัวยาสำคัญชนิดเดียวกันหรือไม่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่รวมตัวยาหลายชนิดไว้ด้วยกัน
กินยาผิดไปแล้วแต่ยังไม่มีอาการ ต้องทำอย่างไร
อย่ารอให้อาการเกิดก่อนจึงขอความช่วยเหลือ หากไม่ทราบชนิดหรือจำนวนยา เก็บบรรจุภัณฑ์ไว้และจดเวลาที่กิน ห้ามกินอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาอื่นเพื่อ “แก้พิษ” เอง เพราะอาจเพิ่มการดูดซึมหรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา
ยาหมดอายุถือว่าเป็นยาอันตรายไหม
ไม่ควรใช้ยาหมดอายุ เพราะประสิทธิภาพและความคงตัวอาจเปลี่ยนไป ยาที่สี กลิ่น เนื้อสัมผัส หรือบรรจุภัณฑ์เปลี่ยน แม้ยังไม่ถึงวันหมดอายุ ก็ควรหยุดใช้และแยกออกจากยาที่ยังใช้งานได้
จะตรวจสอบยาเม็ดที่ไม่มีแผงหรือฉลากได้อย่างไร
ไม่ควรระบุยาจากรูปร่างหรือสีเพียงอย่างเดียว และไม่ควรกินจนกว่าจะยืนยันได้ ใส่ยาในภาชนะปิดแยกไว้ พร้อมข้อมูลว่ารับมาจากที่ใดและเมื่อใด แล้วนำไปให้เภสัชกรตรวจสอบ
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์