ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาแก้ท้องผูก

ยาแก้ท้องผูก คือยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมใยอาหารที่ช่วยให้อุจจาระนิ่ม เพิ่มปริมาตรอุจจาระ หรือกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้เพื่อให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

ประเด็นสำคัญ

  • อาการที่เกิดเป็นครั้งคราวและไม่มีปวดท้องรุนแรง อาเจียน หรือเลือดออก มักเริ่มดูแลด้วยน้ำ อาหารมีกากใย การเคลื่อนไหว และยาระบายระยะสั้นได้
  • ตัวอย่างขนาดผู้ใหญ่ ได้แก่ bisacodyl 5–10 มก. ก่อนนอน และ psyllium ขนาด 0.52 กรัมต่อแคปซูล ครั้งละ 5 แคปซูล พร้อมน้ำอย่างน้อย 240 มล.
  • ควรหยุดดูแลเองและพบแพทย์หากมีเลือดออกทางทวาร ปวดท้องมาก อาเจียน ท้องอืดร่วมกับผายลมไม่ได้ หรือใช้ยาระบายแล้วไม่ถ่าย

สาเหตุที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

สาเหตุส่วนใหญ่มาจากอาหารมีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย หรือการเคลื่อนไหวร่างกายลดลง อาการอาจเกิดชั่วคราวจากการเดินทาง การเปลี่ยนกิจวัตร หรือการกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ

  • อาหารและน้ำ: กินผัก ผลไม้ หรือธัญพืชน้อย รวมถึงดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ
  • พฤติกรรม: กลั้นอุจจาระ ไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือนั่งและนอนเป็นเวลานาน
  • การเปลี่ยนกิจวัตร: การเดินทาง ความเครียด การทำงานเป็นกะ หรือการเปลี่ยนอาหาร
  • ยาและอาหารเสริมบางชนิด: ยาบางกลุ่มอาจทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าหรืออุจจาระแข็งขึ้น
  • การตั้งครรภ์และอายุที่มากขึ้น: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการเคลื่อนไหวที่ลดลงอาจทำให้ถ่ายยาก
  • โรคบางอย่าง: ความผิดปกติของลำไส้ ระบบประสาท ฮอร์โมน หรือการเผาผลาญอาจทำให้เกิดอาการเรื้อรัง

คุณอาจรู้สึกถ่ายน้อยกว่าปกติ อุจจาระแข็ง ต้องเบ่งมาก หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด จำนวนครั้งที่ถ่ายแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรดูทั้งความถี่ ลักษณะอุจจาระ และความลำบากขณะถ่ายร่วมกัน

เมื่อไหร่ที่ดูแลเองได้

ดูแลเองได้เมื่ออาการเกิดเป็นครั้งคราว ยังผายลมได้ และไม่มีอาการเตือน เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือด เริ่มจากเพิ่มน้ำและกากใยทีละน้อย เคลื่อนไหวร่างกาย และเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวดถ่าย

ลักษณะอาการควรทำอะไร
อุจจาระแข็งจากดื่มน้ำน้อยเพิ่มน้ำและอาหารมีกากใย
ถ่ายยากแต่ยังผายลมได้เดินหรือขยับร่างกาย
ปวดถ่ายแต่กลั้นบ่อยจัดเวลาเข้าห้องน้ำ
เป็นครั้งคราว ไม่มีอาการเตือนพิจารณายาระบายระยะสั้น
ท้องอืดมาก ผายลมไม่ได้ไม่ควรใช้ยาเองและควรพบแพทย์

หากเพิ่มกากใย ควรเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการเพิ่มเร็วเกินไปอาจทำให้ท้องอืดและมีแก๊ส โดยเฉพาะ psyllium ต้องรับประทานพร้อมน้ำเพียงพอ มิฉะนั้นใยอาหารอาจพองตัวและติดคอหรือหลอดอาหารได้

อย่าใช้ยาระบายกระตุ้นต่อเนื่องเพื่อให้ถ่ายทุกวัน Bisacodyl ไม่ควรใช้ทุกวันเกิน 5 วัน และฉลาก senna ระบุว่าไม่ควรใช้ยาระบายนานเกิน 1 สัปดาห์ เว้นแต่แพทย์เป็นผู้แนะนำ

ท้องผูก กินยาอะไร และแต่ละกลุ่มต่างกันอย่างไร

เลือกตามลักษณะอาการและความเร่งด่วน โดยใยอาหารเหมาะกับการค่อย ๆ ปรับการขับถ่าย ส่วนยากระตุ้นลำไส้ออกฤทธิ์เร็วกว่าแต่ควรใช้ช่วงสั้น ไม่มีตัวยาเดียวที่เหมาะกับทุกคน

กลุ่มและตัวยาทำงานอย่างไรจุดที่ต้องระวัง
เพิ่มกากใย: psylliumดูดน้ำและเพิ่มปริมาตรอุจจาระต้องดื่มน้ำมากพอ
ดึงน้ำเข้าลำไส้: lactuloseทำให้อุจจาระนิ่มขึ้นอาจมีแก๊ส ปวดบิด หรือท้องเสีย
กระตุ้นลำไส้: bisacodylกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้อาจปวดบิด ไม่ใช้ต่อเนื่อง
กระตุ้นลำไส้: sennaช่วยเร่งการเคลื่อนไหวของลำไส้ใช้ระยะสั้นและไม่เกินฉลาก

ขนาดยาผู้ใหญ่ที่มีข้อมูลเผยแพร่

ขนาดขึ้นกับตัวยา รูปแบบ และความแรงบนฉลาก จึงต้องตรวจหน่วยมิลลิกรัมหรือกรัมก่อนรับประทาน ตัวเลขต่อไปนี้ไม่ควรนำไปเทียบจำนวนเม็ดกับผลิตภัณฑ์ที่มีความแรงต่างกัน

  • Bisacodyl ชนิดเม็ด: ขนาดทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่คือ 5–10 มก. วันละครั้งก่อนนอน เริ่มได้ที่ 5 มก. และกลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำ โดยเม็ดที่อ้างอิงมีตัวยา 5 มก. ต่อเม็ด
  • Psyllium ชนิดแคปซูล: แคปซูลละประมาณ 0.52 กรัม รับประทานครั้งละ 5 แคปซูล พร้อมน้ำอย่างน้อย 8 ออนซ์หรือประมาณ 240 มล. ใช้ได้สูงสุดวันละ 3 ครั้งตามฉลากที่อ้างอิง
  • Senna: ฉลากที่อ้างอิงมี sennosides 8.6 มก. ต่อเม็ด ขนาดเริ่มต้นสำหรับผู้ใหญ่คือ 2 เม็ด วันละครั้ง โดยมักรับประทานก่อนนอน
  • Lactulose: เป็นยาน้ำที่ความเข้มข้นและวัตถุประสงค์การรักษาอาจต่างกัน ขนาดจึงต้องยึดตามฉลากหรือคำสั่งรักษา ไม่ควรนำขนาดสำหรับโรคตับมาใช้รักษาอาการนี้เอง

Bisacodyl และ senna มักทำให้ถ่ายภายใน 6–12 ชั่วโมง ส่วน psyllium อาจใช้เวลา 12–72 ชั่วโมง จึงไม่เหมาะหากต้องการผลทันที ควรเว้น psyllium จากยารับประทานตามใบสั่งอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนหรือหลัง เพราะใยอาหารอาจรบกวนการดูดซึมยาอื่น

Bisacodyl ชนิดเม็ดต้องกลืนทั้งเม็ด ห้ามบดหรือเคี้ยว และเว้นจากนม ยาลดกรด หรือยาลดการหลั่งกรดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หากกลืนลำบาก ไม่ควรใช้ psyllium หรือ bisacodyl ชนิดเม็ดโดยไม่ประเมินรูปแบบยาที่เหมาะสมก่อน

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกันตามความแรงและรูปแบบของผลิตภัณฑ์

เด็กไม่ควรใช้ขนาดของผู้ใหญ่หรือแบ่งเม็ดโดยคาดเดา ยารับประทานสำหรับเด็กต้องพิจารณาน้ำหนักตัว ตัวยา และความแรงของผลิตภัณฑ์ ส่วนผู้ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคไตและโรคตับ ควรตรวจความเหมาะสมก่อนใช้

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ทันทีหากปวดท้องมาก อาเจียน ท้องบวมตึง ผายลมหรือถ่ายไม่ได้ เพราะอาจพบได้ในภาวะลำไส้อุดตัน อย่ารับประทานยาระบายเพิ่มเพื่อเร่งให้ถ่ายในสถานการณ์นี้

ควรเข้ารับการตรวจเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ถ่ายเป็นเลือด มีเลือดออกทางทวาร หรืออุจจาระดำผิดปกติ
  • ปวดท้องต่อเนื่อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือเป็นลม
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เบื่ออาหาร หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
  • ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันและนานเกิน 2 สัปดาห์
  • ใช้ bisacodyl แล้วไม่ถ่าย หรือยังมีอาการหลังดูแลตนเอง 5 วัน
  • ใช้ psyllium แล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน
  • ต้องพึ่งยาระบายบ่อยหรือเป็นซ้ำต่อเนื่อง
  • มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อาเจียน หรือกลืนลำบากหลังรับประทาน psyllium

หากเผลอใช้ยามากกว่าที่ฉลากกำหนด อาจเกิดปวดบิดหรือท้องเสียได้ ให้หยุดยา ดื่มน้ำเพื่อทดแทน และขอความช่วยเหลือทันทีหากท้องเสียมาก หน้ามืด อ่อนแรง หรือสงสัยภาวะขาดน้ำ

คำถามที่พบบ่อย

ยาระบายกินแล้วกี่ชั่วโมงถึงถ่าย?

ขึ้นกับชนิดยา Bisacodyl และ senna มักออกฤทธิ์ภายใน 6–12 ชั่วโมง ส่วน psyllium อาจใช้เวลา 12–72 ชั่วโมง การกินยาเพิ่มก่อนถึงช่วงออกฤทธิ์อาจทำให้ปวดบิดหรือท้องเสียมากขึ้น

กินยาระบายทุกวันได้ไหม?

ไม่ควรใช้ยาระบายกระตุ้นทุกวันโดยไม่ได้ประเมินสาเหตุ Bisacodyl ไม่ควรใช้ทุกวันเกิน 5 วัน และ senna ไม่ควรใช้เกิน 1 สัปดาห์ เว้นแต่แพทย์แนะนำ หากต้องพึ่งยาเป็นประจำควรตรวจหาสาเหตุและทบทวนยาอื่นที่ใช้อยู่

กิน psyllium แล้วต้องดื่มน้ำเท่าไร?

ควรดื่มอย่างน้อย 240 มล. ต่อครั้งตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิง หากมีภาวะที่ต้องจำกัดน้ำ เช่น โรคหัวใจหรือโรคไต ต้องตรวจสอบปริมาณน้ำที่เหมาะสมก่อนใช้ ห้ามรับประทานแบบแห้งเพราะอาจอุดตันคอหรือหลอดอาหาร

ถ่ายไม่ออกหลายวันควรกินยาเพิ่มไหม?

ไม่ควรเพิ่มยาโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเมื่อปวดท้อง อาเจียน ท้องบวม หรือผายลมไม่ได้ หากไม่มีอาการเตือน ให้ตรวจว่ากินยาถูกวิธี ดื่มน้ำพอ และรอถึงช่วงเวลาที่ตัวยาควรออกฤทธิ์ก่อน

คนท้องใช้ยาระบายได้หรือไม่?

ยาบางชนิดอาจใช้ได้ แต่ควรเลือกตามอายุครรภ์ อาการ และโรคประจำตัว ไม่ควรใช้ต่อเนื่องหรือเพิ่มขนาดเอง เพราะท้องเสียมากอาจทำให้เสียสารน้ำ และอาการถ่ายยากบางกรณีควรแก้ด้วยอาหาร น้ำ และพฤติกรรมก่อน

ยาระบายใช้ลดน้ำหนักได้ไหม?

ไม่ได้ช่วยลดไขมันและไม่ควรใช้เพื่อลดน้ำหนัก น้ำหนักที่ลดชั่วคราวมักมาจากน้ำและสิ่งที่อยู่ในลำไส้ การใช้มากเกินไปเสี่ยงท้องเสีย ขาดน้ำ และเสียสมดุลเกลือแร่

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • อาการและโรคประจำตัวของฉันเหมาะกับยาระบายกลุ่มใด?
  • ยาที่ใช้อยู่มีตัวใดทำให้ถ่ายยากหรือมีปฏิกิริยากับยาระบายหรือไม่?
  • ความแรงบนฉลากนี้ต้องรับประทานกี่เม็ดหรือกี่มิลลิลิตร?
  • ควรเว้นยาระบายจากยา อาหาร หรือนมเป็นเวลากี่ชั่วโมง?
  • หากยังไม่ถ่ายหลังใช้ยา ควรรอนานเท่าไรและเมื่อใดต้องหยุดยา?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall